แมวเหมียวเขี้ยวคม
Group Blog
 
All blogs
 

+ + + บุปผาเพลิง : จินตวีร์ วิวัธน์ (ในนามปากกา ก่ำฟ้า เฟือนจันทร์) + + +



ดองรีวิวหนังสือไว้พักหนึ่งด้วยความขี้เกียจ 
อาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งหยิบ "บุปผาเพลิง" มาอ่านจนจบ 
ซึ่งก็ต้องของคุณสำนักพิมพ์ Groove มากๆ ที่ซื้อลิขสิทธิ์หนังสือทั้งหมดของจินตวีร์ วิวัธน์ มาตีพิมพ์ใหม่และแต่ละปกก็สวยน่าเก็บสะสมซะด้วย


จินตวีร์ วิวัธน์ นามปากกานี้นักอ่านรุ่นใหม่ๆ อาจไม่ค่อยคุ้นเคย แต่ถ้ารุ่นอายุ 25+ อย่างน้อยต้องเคยผ่านตาละครที่สร้างจากนิยายมาบ้าง เช่น ศีรษะมาร สาบนรสิงห์ รวมถึงละครที่เพิ่งออนแอร์ไปไม่นานอย่าง มณีสวาท และสุสานภูเตศวร (แม้จะดัดแปลงบทประพันธ์แทบไม่เหลือเค้าเดิมก็ตาม)
จินตวีร์ วิวัธน์ เขียนนวนิยายและเรื่องสั้นแนวสยองขวัญ ลึกลับ แฟนตาซี และวิทยาศาสตร์ ด้วยภาษาที่สละสลวยและจินตนาการล้ำเลิศ จนบางเรื่องแทบคิดไม่ถึงว่าในยุคนั้นจะมีคนไทยที่คิดเขียนนิยายในแนวนี้ด้วย (เช่น ศีรษะมาร พูดถึงหญิงสาวที่มีพลังจิตและการทดลองใช้พลังจิตในรูปแบบต่างๆ) 

กลับมาเข้าเรื่องของเรา บุปผาเพลิง กล่าวถึงชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่ได้รับมรดกพร้อมคำสั่งเสียให้เดินทางไปตามหาเมืองลับแลชื่อ ปุษป์ปุระ อันมีนางพญาชื่อ บุปผาอัคคี ซึ่งบรรพบุรุษได้ให้สัญญาไว้ว่าจะกลับไปหา เขาจึงได้ชักชวนกลุ่มเพื่อนคณะหนึ่งออกเดินทางไปตามสัญญา
เนื้อเรื่องเป็นการเดินทาง บุกป่า เจอสิ่งมีชีวิตในตำนาน เจอเรื่องลี้ลับต่างๆ จนเข้าสู่เมืองลับแลในตำนาน

ถ้าถามว่าสนุกไหม ในความรู้สึกของฉันคือ อ่านได้เรื่อยๆ ไม่ถึงกับสนุกน่าติดตามอะไรมากมาย บางช่วงของหนังสือถึงขั้นน่าเบื่อด้วยซ้ำ (อาจจะเพราะยาวเกือบเจ็ดร้อยหน้า และเนื้อหาไม่ค่อยไปไหน) 
อ่านได้เพลินๆ สำหรับคนรักจินตวีร์ วิวัธน์ และคนที่ต้องการสะสมหนังสือของนักเขียนท่านนี้ให้ครบ แต่ก็ไม่ขนาดแนะนำให้ให้อ่านเป็นเรื่องแรกๆ ค่ะ 
อาจจะดูห้วนๆ สั้นๆ ไปหน่อย แต่ตัวหนังสือก็ไม่ค่อยมีอะไรให้รีวิวมากค่ะ เดินเรื่องเรื่อยๆ มีตื่นเต้นบ้างแต่ออกแนวไม่ได้เสี่ยงภัยอะไรจนน่าลุ้น 

3/5 ค่ะ ไม่ได้แย่ แต่เรื่องอื่นของจินตวีร์สนุกกว่านี้





 

Create Date : 15 กันยายน 2557    
Last Update : 15 กันยายน 2557 18:13:16 น.
Counter : 963 Pageviews.  

<รีวิว "คำให้การสหายพระเยซู Lamb" นิยายอิงศาสนาคริสต์(และพุทธ) ที่ฮาที่สุดที่เคยอ่านมา>



คำโปรยปกหลัง

เราต่างรู้กันอยู่แล้วว่าพระเยซู บุตรของพระเจ้า ประสูติขึ้นมาจากหญิงพรหมจารีชื่อมารี
เริ่มประกาศคำสอนเมื่ออายุ 30 และถูกทหารโรมันจับตรึงไม้กางเขนจนถึงแก่ความตายตอนอายุ 33
เรื่องราวเหล่านี้เราหาอ่านได้จากคัมภีร์ไบเบิล ภาคพันธสัญญาใหม่
แต่มีช่วงระยะเวลาหนึ่ง ตั้งแต่อายุ 12 จนถึงตอนรับพิธีบัพติสมาในน้ำที่แม่น้ำจอร์แดนไม่ได้ถูกบันทึกไว้
ชาวคริสต์เรียกช่วงเวลานี้ว่า  ‘พระชนม์ชีพเร้นลับของพระเยซูเจ้า’

เกิดอะไรขึ้นกับพระเยซูในระหว่างนั้น? คือคำถามที่ทุกคนใคร่รู้

บัดนี้ปริศนาเฉลยแล้ว เมื่อเทวทูตราซีลปลุกชีพ บิฟฟ์ พระสหายสนิทของพระเยซูเจ้าขึ้นมาเขียน พระคัมภีร์เบิกโลก 2
เพื่อเล่าเรื่องราวที่ขาดหายไป แต่อย่าได้คิดว่าเรื่องที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้เคร่งเครียดจริงจัง พระเยซูก็มีช่วงเวลาให้เราขบขันได้เหมือนกัน
ท่านจะได้พบกับการเดินทาง เวทมนต์ ปาฏิหาริย์ กังฟู ปิศาจร้าย และสาวสวยร้อนแรงเกินห้ามใจ

+++++++++++++++

คำให้การสหายพระเยซู Lamb The Gospel According to Biff, Christ's Childhood Pal เขียนโดย Christopher Moore แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์
เราซื้อหนังสือเล่มนี้มาราวๆ กลางปี 2555 เพราะดูเนื้อหาน่าสนใจ แล้วก็จัดการดองเค็มยาว จนหยิบ คืนหฤโหดอันศักดิ์สิทธิ์ Unholy Night มาอ่านรอบสอง ทำให้มีความรู้สึกว่า เอ้ย! เราก็มีเรื่องอิงศาสนาคริสต์อีกเรื่องนึงที่ยังไม่ได้อ่านนี่นา 
เลยเสี่ยงชีวิตค้นกองหนังสือ(ที่ใกล้จะถล่มทับตาย) และได้คำให้การฯ มาอ่านเล่นเย็นใจ

 ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า เราเป็นชาวพุทธ แต่เราก็ให้ความเคารพต่อพระคริสต์ในฐานะมหาบุรุษท่านหนึ่ง 
เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ เป็นแนวตลก แอคชั่น แฟนตาซี ประวัติศาสตร์ ที่ตลกมากกก 
คือ ถ้าคนเคร่งศาสนามากๆ อาจจะปาทิ้งตั้งแต่ไม่กี่หน้าแรกนะ เพราะเนื้อหาค่อนข้างเสียดสี และล่อแหลมกว่า Unholy Night เยอะมาก
ชีวิตในวัยเด็กถึงวันหนุ่มของพระเยซูในหนังสือเล่มนี้ มีสีสันมากถึงมากที่สุด ยิ่งบวกกับพระสหายสุดฮาแต่ไหวพริบเป็นเลิศอย่างบิฟฟ์ ยิ่งกลายเป็นมหากาพย์ผจญภัยเลยทีเดียว  

เราขอข้ามเรื่องตัวตน และคำสอนของพระเยซูไปนะคะ เพราะเราเองไม่ได้รู้อะไรมากนัก วิจารณ์ไปอาจจะผิดพลาดได้ 
มัวร์ (ผู้เขียน) ไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมาลอยๆ ตามใจนึกค่ะ เห็นได้ชัดว่ามีการศึกษาประวัติศาสตร์และข้อมูลต่างๆ เยอะมากก่อนเขียน
นี่คือเรื่องราวของพระเยซู แต่ทำไมเราพูดถึงศาสนาพุทธในหัวกระทู้?
เพราะในเรื่องได้กล่าวถึงการเดินทางในวัยหนุ่มของพระเยซูเพื่อศึกษาเรื่องราวต่างๆ และหนึ่งในนั้นก็มีแนวทางของศาสนาพุทธด้วย 
(ย้ำสิบห้ารอบว่านี่คือนิยาย : พระเยซูบวชเป็นพระด้วยค่ะ!!!) 
หลักของพระพุทธศาสนาที่มัวร์กล่าวถึงในเรื่อง (เช่น การวิปัสสนา การทำสมาธิ) อธิบายได้ชัดเจนเลยว่ามัวร์หาข้อมูลมาเยอะ และทำความเข้าใจกับข้อมูลนั้นด้วย 

แต่ก่อนที่บางท่านจะด่าผู้เขียน ขอบอกว่ามัวร์ไม่ได้เขียนให้พระเยซูเหลวไหลเละเทะหรอกนะคะ 
เพียงแต่เขียนให้พระองค์เป็นพระบุตรที่เป็น "มนุษย์" แต่เป็นมนุษย์ที่มีจิตใจบริสุทธิ์และอ่อนโยนโดยธรรมชาติ พระองค์ทำผิดพลาดได้ แต่ก็รู้สึกผิดและพยายามแก้ไข พระองค์โกรธ แต่ไม่จองเวร พระองค์สงสัยในภาระหน้าที่ของตน แต่ไม่สิ้นศรัทธา 
หากมัวร์จะผิด ก็ผิดตรงเขียนให้พระสหาย บิฟฟ์ เป็นตัวสร้างสีสันและขโมยซีนได้ตลอดเรื่อง จนถึงฉากแห่งการตรึงกางเขน ที่ความเจ็บปวดของบิฟฟ์ถ่ายทอดมาถึงเราได้จริงๆ 
ส่วนข้อมูลทางประวัติศาสตร์และการอ้างอิงบางเรื่องที่มัวร์แต่งขึ้นมาเอง ก็มีการอธิบายไว้ท้ายเล่มค่ะ

สุดท้ายขอย้ำอีกครั้ง ว่านี่คือนิยาย แม้จะเป็นนิยายที่สนุกมากก็ตาม และขอยกประโยคของมัวร์มาปิดท้ายว่า
"นิยายเรื่องนี้มิได้ประสงค์จะท้าทายศรัทธาของบุคคลใด อย่างไรก็ตาม หากศรัทธาของบุคคลนั้นหวั่นไหวสั่นคลอนด้วยเนื้อหานิยายตลกเล่มหนึ่ง...บุคคลผู้นั้นก็สมควรจะสวดมนต์ให้หนักและยาวนานกว่าเดิม" 

ขอให้อ่านหนังสือกันอย่างมีความสุขค่ะ ^ ^ 

ป.ล. รีวิว คืนหฤโหดอันศักดิ์สิทธิ์ Unholy Night ค่ะ




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2557    
Last Update : 29 มิถุนายน 2557 23:18:11 น.
Counter : 764 Pageviews.  

+ + "Unholy Night คืนหฤโหดอันศักดิ์สิทธิ์" ตีความพระคัมภีร์ฉบับแหวกแนว โหด มันส์ ฮา + +




คำโปรยปกหลัง
ไบเบิลกล่าวไว้ว่า ในคืนประวัติศาสตร์คืนนั้น ได้มีปราชญ์สามคนเดินทางตามดาวแห่งเบธเลเฮมมาเพื่อนมัสการ ปราชญ์ทั้งสามได้มอบเครื่องทอง ไม้หอม และมดยอบเป็นบรรณาการ 
แต่ไบเบิลกล่าวถึงปราชญ์สามคนไว่เพียงเท่านั้น ไม่ได้บอกอะไรอื่นอีก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาทั้งสามเป็นจอมปราชญ์ ไม่ใช่จอมโจรที่ปลอมตัวหลบหนีมา? 
Unholy Night คืนหฤโหดอันศักดิ์สิทธิ์ ขอนำปราชญ์สามคนนี้และคืนอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นประวัติศาสตร์คืนนั้นมาเล่าใหม่ด้วยการเติมคำว่า "หฤโหด" เข้าไป

เมื่อศาสดาพยากรณ์ทำนายถึงการมาเกิดของ "พระผู้ไถ่" ผู้ที่จะโค่นล้มอาณาจักรทั้งมวล กษัตริย์เฮโรดจึงสั่งให้กองทหารอันโหดเหี้ยมของตนเดินทางไปสังหารทารกเกิดใหม่ทั้งหมดในหมู่บ้านเบธเลเฮม 
ด้วยความบังเอิญหรือชะตาลิขิต บัลธาซาร์ จอมโจรผู้มีสมยานามว่า "ผีร้ายแห่งแอนติออกซ์" และเพื่อนอาชญากรอีกสองคนที่หนีการตามล่าของกษัตริย์เฮโรดมาถึงเบธเลเฮม ก็ได้พบและช่วยเหลือช่างไม้หนุ่มโยเซฟ ภรรยาสาวแมรี และทารกน้อยที่เชื่อกันว่าเป็นพระผู้ไถ่ไว้ 
และเพื่อให้พ้นจากเงื้อมมือของเฮโรด จอมโจรทั้งสามจึงจำต้องกระเตงครอบครัวเล็กๆ นี้ข้ามทะเลทรายยูเดียเพื่อไปให้ถึงอียิปต์ให้ได้ 
แล้วการเดินทางอันยาวไกลของจอมโจรผู้ไม่เคยเชื่อในพระเจ้า กับสามีภรรยาผู้เชื่อว่าลูกน้อยของตนเป็นบุตรของพระเจ้า ก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีชีวิตและศรัทธาของแต่ละคนเป็นเดิมพัน 

พบนิยายแอ๊กชั่นผจญภัยสุดมันที่จะทำให้ผู้อ่านเดินทางผ่านกาลเวลาและบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ทั้งจักรพรรดิ์ออกุสตุส ซีซาร์, นายพลปอนติอุส ปิลาต, นักบุญยอร์น, จอมขมังเวทย์เผ่าเมไจ รวมถึงฝูงสัตว์ร้ายลึกลับและผีดิบคืนชีพ ในผลงาน Mash-Up เลือดสาดที่ทะเยอทะยานที่สุดของยอดนักเขียนแห่งยุค เซ็ธ แกรห์ม-สมิธ ได้ ณ บัดนี้...

++++++

แค่อ่านคำโปรยปกหลังก็เหนื่อยแล้ว...
แต่อย่าเพิ่งท้อค่ะ สำหรับนิยายเรื่องนี้ ความสนุกเพิ่มเริ่ม 
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่านิยาย Mash-Up ก่อนดีกว่า 
Mash-Up แปลให้ได้อารมณ์แบบไทยๆ ก็คงต้องเรียกว่า นิยายยำใหญ่ คือการนำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย มาบดรวมเข้าไว้ด้วยกัน 
แต่นิยายของแกรห์ม-สมิธ เท่าที่เราเคยอ่านมา ไม่ได้สักแต่ว่ายำใหญ่ใส่สารพัดจนเละไม่น่ากิน เรื่องที่ผูกโยงกันเชื่อมกันได้ลงตัว และทำให้หนังสือสนุกสนานวางไม่ลงเลยทีเดียว 

สำหรับ Unholy Night เราว่าแกรห์ม-สมิธ กล้ามากที่เอาเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิลมาปฏิบัติการตีความยำใหม่ 
แต่ความที่จำกัดไว้แค่เรื่องราวสั้นๆ เล็กๆ เลยไม่กระทบประเด็นละเอียดอ่อนของศรัทธามากนัก (อันนี้เราคิดเอาเองนะคะ) 

เปิดเรื่องมาพระเอกของเรา บัลธาซาร์ ก็โดนไล่ล่าจากกองทหารยูเดียเลย เนื่องจากไปงาบลูกสาวข้าหลวงคนหนึ่งและขโมยทรัพย์สินในวังนั้นเข้า 
แต่ละบรรทัดอ่านแล้วแทบวางไม่ลง แม้จะเป็นรอบที่สองที่เราอ่านเรื่องนี้ แต่ความที่เว้นว่างไปจากรอบแรกเป็นปี ก็ทำให้เราถือหนังสือเล่มนี้ติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอดเลย
ตัวละครมีสีสันมาก และพระเอกของเรา บัลธาซาร์ ก็มีพัฒนาการของตนเองอย่างชัดเจน จากเด็กหนุ่มน้อยที่ต้องลักขโมยเพื่อเลี้ยงตนเองกับครอบครัว จนกลายเป็นมหาโจรผู้เลื่องลือ เราจะได้เห็นว่าเพราะเหตุใดเขาถึงสูญสิ้นศรัทธา และสิ่งใดนำศรัทธากลับคืนมาสู่เขา 
แม้แต่แมรีและโยเซฟ ก็ถูกนำเสนอในแง่มุมที่เป็นมนุษย์ธรรมดา แต่กระนั้น เมื่อเราอ่านหนังสือเล่นนี้จบ เรากลับรักตัวละครเหล่านี้จับใจ 
แม้พวกเขาจะมีแง่มุมของคนธรรมดา มีโกรธ มีหวาดระแวง มีโกหก มีอ่อนแอ 
แต่นั่นคือความเป็นมนุษย์ ไม่ได้มุ่งเน้นแต่ความศักดิ์สิทธิ์แบบยัดเยียด แต่กระนั้นเรากลับไม่พบมุมไหนที่ แกรห์ม-สมิธ ดูถูกหรือไม่ให้ความเคารพพระแม่มารี โยเซฟ และพระเยซูเลย 
 ทั้งไม่ได้ปฏิเสธปาฏิหารย์ใดๆ ที่เกิดขึ้นด้วย ไม่ได้ลดทอนคุณค่าของบุคคลสำคัญเหล่านี้ลงด้วยการตีความยำใหญ่
ตรงข้าม การค่อยๆ ใส่เรื่องราวอันนำไปสู่ความศรัทธาทีละน้อยๆ กลับทำให้เรารู้สึกอินไปกับเรื่องราว จนบทท้ายๆ เราอดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึม 

หลังสือเล่มนี้ชาวคริสต์ควรอ่านมั้ย? เราว่าควรนะคะ 
ไม่ได้อ่านเพื่อจับผิด หรืออ่านเพื่อลดศรัทธาในศาสนา 
ส่วนตัวของเรานับถือพุทธ แต่หนังสือเล่มนี้ทำให้เรามีความรักความศรัทธาในศาสนาคริสต์เพิ่มขึ้นค่ะ

ให้ 5 ดาวเต็มค่ะ 
ป.ล. ต่อจากเล่มนี้กำลังอ่าน "คำให้การสหายพระเยซู Lamb" อยู่ค่ะ เนื่องจากติดลมนิยายเกี่ยวกับศาสนา และที่สำคัญ เราดองคำให้การฯ มานานพอสมควรแล้วด้วย 555 




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2557    
Last Update : 25 มิถุนายน 2557 3:27:12 น.
Counter : 770 Pageviews.  

ทัณฑ์เทวา The Fallen Raziel



..ข้าคือราซิเอล...

ข้าคือผู้ถูกสาป

คืออัครเทวทูตผู้ตกต่ำ ถูกจับไล่ลงจากสวรงสวรรค์และถูกริบเอาเกียรติยศที่พึงมีไปสิ้น ต้องทำตนประดุจข้าช่วงใช้ของยูริเอลผู้เป็นอัครเทวทูตหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่บนสวรรค์

เผ่าพันธ์ข้าดื่มกินเลือดมนุษย์เสพกามาเป็นภักษาหาร มีเพียงข้าที่ดำรงกายบริสุทธิ์ ครองตัวเป็นโสด

จนกระทั่งพบนาง

นางมนุษย์ผู้ช่างแย้ง ช่างตอแย ช่างยั่วโทสะช่างหอมหวาน

เพียงเพื่อนางผู้นั้นความอัปยศและทุกข์มานอาจไม่ใช่สิ่งเกินทน

..........................

หนึ่งในหนังสือดองที่ได้เวลาหยิบมาอ่านๆๆ ในวันหยุดซะที 

เราเป็นคนชอบอ่านนิยายสยองขวัญนะคะ แต่อีกแนวที่ชอบ (และคนมักไม่ค่อยจะรู้) 

คือแนวพารานอมอลโรมานซ์นี่แหละ 555 

ทัณฑ์เทวา ว่าด้วยเรื่องของเหล่าเทวฑูตตกสวรรค์ผู้ถูกเนรเทศให้อยู่แต่ในปรโลก ต้องเสพย์เลือดเป็นอาหาร (ไม่ใช่แวมไพร์นะ) ต้องรัก และมองดูคนรักตนเองตายจากไปครั้งแล้วครั้งเล่า และรับหน้าที่ต่างๆ จากอัครเทวดายูริเอล 

จนเมื่อราซิเอล เทวฑูตองค์หนึ่งได้รับมอบหมายให้ไปรับดวงวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งไปส่งยังนรก แต่ราซิเอลกลับมองเห็นความดีงามในตัวของเธอและดึงตัวอัลลีออกมาจากปากประตูนรก 

ผลจากการกระทำนั้นทำให้ราซิเอลเกือบตาย และต้องรับอัลลีเข้ามาอยู่ในปรโลกด้วยแบบไม่เต็มใจ 


เนื้อเรื่องง่ายๆ พล๊อตไม่ซับซ้อนค่ะ เล่าเรื่องจากมุมมองของอัลลีและราซิเอลเป็นหลัก 

สิ่งที่เราชอบมากกว่านิยายแนวนี้เรื่องอื่นคือ เราเบื่อแนวแวมไพร์ๆ หมาป่าๆ เต็มทีแล้ว  การเอาเรื่องของเเทวดาตกสวรรค์มาเป็นปมของเรื่อง การรักและต้องมองผู้ที่ตัวเองรักแก่ชราและตายจาก เป็นสิ่งที่เรื่องอื่นไม่ค่อยพูดถึง 

ส่วนมากจะ กัดคอ เป็นอมตะ อยู่ร่วมกันตลอดกาล 

การที่เล่นเรื่องนี้ แม้จะดูเล็กน้อย แต่เพิ่มมิติของตัวละครได้มากเลยทีเดียวค่ะ 

สาวๆ นักอ่านน่าจะกรี๊ดกับเรื่องนี้ง่ายๆ เพราะพระเอกน่ารัก (มากก) ไม่หื่นจัด ไม่ออกแนวบ้ากาม ไม่ปากร้ายจนเกินงาม แม้จะชอบบงการก็ตาม จริงๆ ตอนแรกพระเอกพยายามต่อต้านนางเอกด้วยซ้ำ เพราะมองว่าการมาของนางเอกเป็นการเพิ่มภาระรับผิดชอบของตัวเอง แต่ลึกๆ ความมีน้ำใจและความรู้สึกที่มีต่อนางเอกก็ทำให้คอยช่วยนางเอกอยู่เสมอ

นางเอกไม่ได้สวยเพอร์เฟ็คค่ะ แต่มีอารมณ์ขัน และเป็นผู้หญิงที่ตรงไปตรงมา ผู้ชายทั่วไปอาจจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงแนวนี้ เพราะอัลลีเล่นตรงเป็นขวาผ่าซากเลยล่ะ 555 แต่เรากลับชอบเธอนะคะ อาจจะเพราะอัลลีนิสัยคล้ายๆ เรา (สวยแบบเรอเนสซองส์เหมือนเราด้วย = คืออ้วนนั่นแหละ) 


ทัณฑ์เทวา เป็นนิยายแนวพารานอมอล โรมานส์ ที่แปลได้ดีเรื่องนึงเลยค่ะ เนื้อเรื่องไม่หนักมาก แต่ก็ไม่ได้เบาโหวงจนเกินไป มีอารมณ์ขันแทรกในเรื่องและบทรักที่อ่านแล้วแทบจะจิกหมอนกระเจิดกระเจิงเลยล่ะค่ะ (แต่พระเอกนางเอกไม่ได้กระโจนขึ้นเตียงกันง่ายๆ นะคะ ถ้าไม่มีปัญหาถึงตายคู่นี้อาจจะรอไปได้กันเล่มหน้าเลยก็ได้) 

อ่านเพลินค่ะ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วมีความสุขเล่มหนึ่ง แนะนำค่ะ ^ ^

อ่อ จากตอนจบจะบอกว่าเรื่องนี้มีเล่มต่อด้วยนะคะ แต่ไม่รู้จะได้อ่านเมื่อไหร่ ฮือๆๆ

เอาปกของต่างประเทศมาให้ดูค่ะ เซ็กซี่ดีจัง แต่เราชอบปกของไทยมากกว่าอ่ะ ดูสบายตาดี  ^





 

Create Date : 22 มิถุนายน 2557    
Last Update : 22 มิถุนายน 2557 3:26:55 น.
Counter : 749 Pageviews.  

+ + "นิทานมืด" นิยายสยองขวัญ สืบสวน จิตตก ของโอตสึ อิจิ ที่ทำให้ฉํนขนลุก + +



อีกาหนุ่มหลงใหลในตัวเด็กสาวตาบอด มันจิกชิงดวงตาผู้อื่นมากำนัลเพื่อให้เธอเห็นภาพอีกครั้ง

นามิ เด็กสาวสมบูรณ์แบบ เป็นที่รักของคนรอบข้าง ประสบอุบัติเหตุสูญเสียดวงตาซ้าย ซ้ำยังความจำเสื่อมจนกลายเป็นเด็กเก็บตัว และโหยหาความทรงจำที่จะช่วยเติมเต็มช่องว่างในใจ

หลังได้รับการผ่าตัด เธอกลับเห็นภาพความทรงจำต่าง ๆ ของผู้บริจาคดวงตา ซึ่งช่วยบรรเทาความอ้างว้างในใจ

แต่แล้วเธอก็ต้องตระหนก เมื่อเห็นภาพเด็กหญิงไร้แขนขาในคฤหาสน์ลึกลับ ซึ่งใบหน้าเหมือนที่ตำรวจกำลังตามหา !


+++++++++++++++++++++++

ก่อนอื่นคงต้องสารภาพว่าหนังสือเล่มนี้าฉันซื้อมาดองไว้หลายเดือนแล้ว
เนื่องจากปัญหาส่วนตัวบางอย่างเลยไม่อยากเพิ่มความหดหู่ให้ตัวเอง (ซึ่งหนังสือของโอตสึ อิจิ มักจะหดหู่จิตตกเสมอ) 
จนไม่กี่วันมานี้ ได้ฤกษ์หยิบมานานอ่านเล่นก่อนนอน แล้วก็ลากยาวรวดเดียวจนจบเล่ม

ปกติฉันเป็นพวกมีภูมิคุ้มกันความสยองทุกประเภท เรื่องผีทั้งอ่านทั้งดูแล้วหลับสบายไร้กังวล 
แต่นิทานมืดทำให้ฉันขนลุกวาบในขณะอ่าน 

โอตสึ อิจิ จินตนาการเรื่องนี้ได้หลุดโลก อึมครึม หดหู่ และเจ็บปวดมาก 
แต่พล๊อตเรื่องยังไม่โอเคนักสำหรับเรื่องยาว เหมือนพยายามจะใส่ทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาให้มากที่สุด ผลเลยกลายเป็นล้นๆ แบบยัดเยียดนิดหน่อย 
ตัวละครแปลกๆ ค่ะ อย่างแม่ของนามินี่ อ่านไปแล้วอยากตบสักฉาด(โหด) ด้วยความหมั่นไส้ 
หนังสือมีความสยอง การเชือด หั่น แล่ ควัก ตัด อวัยวะตลอดเรื่อง ไม่เหมาะสำหรับอ่านเวลากินข้าวอย่างยิ่ง 
(แต่ถ้าอยากไดเอ็ทก็แนะนำให้อ่านค่ะ) 

มีการหลอกล่อให้คนอ่านเข้าใจผิดจนมาหักมุมในตอนท้าย 
แต่อาจจะเพราะฉันอ่านแนวนี้มาเยอะ เลยไม่ค่อยตื่นเต้นกับบทเฉลยเท่าไหร่นัก 

เกริ่นมาแต่ต้นว่าหนังสือเล่มนี้ทำให้ฉันขนลุก ขนลุกตรงไหน?
ตรงด้านมืดของมนุษย์ค่ะ มนุษย์อย่างฆาตกรในเรื่องมีตัวตนจริง คนที่ฆ่าเพราะแค่อยากรู้อยากเห็น ฆ่าเพราะแค่รู้สึกว่า "อยากฆ่า" 
เช่น เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ ฆาตกรลือนาม 
ท่าทางสุภาพ อ่อนโยน ไม่มีท่าทีคุมคามเป็นอันตรายต่อใคร แต่ฆ่าคนได้อย่างหน้าตาเฉย 
คนเหล่านี้บางคนไม่ถึงกับทำลายชีวิต แต่ทำยิ่งกว่านั้น คือทำลายแก่นของสังคม 
พวกเขาเอาเปรียบคนอื่น พวกเขาทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้สึกอะไร 
น่ากลัวค่ะ

นิทานมืด ออกจะสยองและโหดกว่าเรื่องที่ผ่านๆ มาของโอตสึ อิจิ
และในบางมุมทำให้เรานึกถึงนักเขียนอีกคนหนึ่ง ที่มีจินตนาการสยองขวัญ และหลุดโลกอย่างนี้ คือ Clive Barker  ผู้สร้างสรรเรื่องสั้นที่นำไปสู่หนังสยองขวัญอย่าง Hellraiser, Midnight Meat Train, Book of Blood และ Dread
ฉันชอบที่สุดในส่วนของนิทานเรื่องอีกาหนุ่ม หดหู่ อึมครึม และเศร้าดีค่ะ  

ให้สี่ดาว/ห้าดาว ค่ะ หักตรงพยายามยัดเนื้อหา กับพล๊อตโหวงๆ ไปนิด 





 

Create Date : 20 มิถุนายน 2557    
Last Update : 20 มิถุนายน 2557 23:49:27 น.
Counter : 921 Pageviews.  

1  2  

สมุทรกัลยา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




พิมค่ะ
แมวเหมียวตัวกลมๆ ขนนุ่มๆ
คุยได้ไม่กัด แต่ก่อนสัมผัสโปรดระวัง
=^ ^=
เหมียว....


Friends' blogs
[Add สมุทรกัลยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.