เด็กผู้หญิงเกิดมาเพื่อเป็นเจ้าหญิงของใครบางคน^^
 
กรกฏาคม 2556
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 กรกฏาคม 2556
 
 

[[Chill at Pattaya]] [[เที่ยวรอบโลก ชมศิลปะ ไหว้พระเป็นสิริมงคล ให้อาหารน้องแกะ ^^]]

ช่วงวันหยุดยาว 4 วันอย่างนี้ หลายๆ คนอาจจะมีกิจกรรมที่แตกต่างกันไปนะคะ

แต่ว่าสำหรับ mignolo แล้ว คงไม่อยากจะพลาดโอกาสออกต่างจังหวัดเพื่อชาร์จแบตเตอรีให้กับตัวเอง ^^

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็แทบจะไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยค่ะ แม้จะเรียนจบกลับมาจากอังกฤษจะครบปีอยู่แล้ว ก็ยังไม่ได้ไปไหนเลย ก็เลยรู้สึกเบื่อๆ และเหนื่อยๆ ชอบกล

คราวนี้ได้โอกาส เลยไปเที่ยวกัน 2 พ่อลูก ที่พัทยากันค่ะ ^_^

ทั้ง Mini Siam//Art in Paradise//Mimosa//วัดญาณสังวราราม//เขาชีจรรย์//Pattaya Sheep farm

วันเสาร์ออกจากบ้านกันแต่เช้า เพราะกลัวรถเยอะและไปแย่งกันเที่ยวกับคนอื่น

เราใช้เส้นทางกาญจนาพิเศษ ไปขึ้นมอเตอร์เวย์ (ผ่านด่านทับช้าง)

แวะทานข้าวตรงจุดพักรถก่อนที่จะขับรถตรงเข้าสู่พัทยาค่ะ

โดยจุดแรกที่แวะคือ เมืองจำลอง (Mini Siam) อยู่ริมถนนสุขุมวิท ตรงข้ามกับโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา

(//www.minisiam.com/contact_us_th.html)

จุดสังเกตง่ายๆ คือ ยักษ์  4 ตนที่กำลังยืนต้อนรับแขกที่มาเยือนทุกท่านนั่นเองค่ะ ^^

จำได้ว่าเคยมาที่นี่ตอนเล็กมากๆ เลยเกิดอยากจะมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อรำลึกความหลังเสียหน่อย

สำหรับที่นี่เปิดบริการตั้งแต่เช้า 7 โมง ถึง 4 ทุ่ม

ค่าเข้า ก็ ผู้ใหญ่ ... คนละ 120 บาทจ้า ^^"

วันที่ไปนี่แดดร้อนมาก จนไม่แน่ใจว่าครีมกันแดดจะเอาอยู่ไหม แต่ที่นี่มีบริการให้ยืมร่มด้วย สบาย...

โซนแรกที่เข้าไปนั้นเป็นโซนต่างประเทศ ที่่รวบรวมจุดเด่นของแต่ละประเทศเอาไว้

อย่างประตูชัยปารีส (Arc De Triomphe) ของฝรั่งเศส ประตูชัยนัมแดมุน (Nam Dae Mun) ของเกาหลี หรือจะเป็นสัญลักษณ์โทเทม (Totem)

ทุกๆ จุดนั้นก็จะมีป้ายอธิบายว่าที่นี่คือประเทศอะไร มีความเป็นมาอย่างไรนั่นเองค่ะ

เดินวนๆ ไปมาจนหมดโซน ต่างประเทศ แล้ว ก็เดินต่อมาที่โซนของประเทศไทยกันบ้าง (Mini Siam)

มีทั้งภูเขาทอง ปราสาทหินพิมาย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สนามบินดอนเมือง (มีเครื่องบินสายการบินไทยบินวนรอบๆ ด้วย) พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์ เสาชิงช้า เป็นต้น

เมื่อเดินดูถ่ายรูปกันหนำใจก็ขอพักกินน้ำ ให้หายร้อนหายเหนื่อยกันก่อนที่จะย้ายสถานที่

สถานที่ถัดจาก Mini Siam ก็คือ ที่ที่ทุกคนชอบไปกันค่ะ และ เป็นที่ที่ทุกคนจะต้องทิ้งความอายไว้ที่บ้านเพื่อการถ่ายรูปสวยๆ ^^

นั่นก็คือ Art in Paradise นั่นเองค่ะ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสุดเก๋ ที่มีภาพ 3 มิติ สวยๆ ให้ชมและถ่ายรูปกันค่ะ

ที่นี่เปิด ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่มค่ะ ค่าเข้า (ผู้ใหญ่) คนละ 150 บาท และข้างในก็ไม่ให้ใส่รองเท้าเข้าไป ต้องฝากเอาไว้ แล้วไปรับคืนตอนจะออกค่ะ

เพียงแค่ข้างนอกที่ซื้อตั๋ว ก็มีจุดให้เก็บภาพกันแล้วค่ะ กับปีกนางฟ้า...ที่กลุ่มผู้ชายผลัดกันถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน อิอิ

ที่นี่แบ่งภาพเป็นโซนๆ จัดเป็นหมวดหมู่ชัดเจนค่ะ อย่างห้องสัตว์ป่า ห้องใต้ทะเล ห้องอียิปต์ ห้องไดโนเสาร์ ห้องน้ำตก เป็นต้นค่ะ ซึ่งล้วนแล้วน่าจะถูกใจคนชอบศิลปะ และคนชอบถ่ายรูปมากๆ

(มีภาพสวยๆ กลับบ้านตรึม อิอิ)

เป็นนางแบบให้คุณพ่อถ่ายรูปจน (ตัวเอง) พอใจแล้ว ก็เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว เลยตั้งใจจะเข้าที่พักแล้วล่ะค่ะ แต่ว่าก่อนจะเข้าที่พักก็ไปแวะที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับที่พัก สถานที่ที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานนัก อยากรู้ว่าเป็นยังไงหนอ คนถึงพูดถึงที่นี่กันเยอะแยะ เลยแวะเข้าไปซึ่งคนยังไม่เยอะมาก มีที่จอด สบาย ถือว่าแวะกินข้าวด้วย

ที่นี่ก็คือ "มิโมซ่า" (Mimosa: The city of love) เป็นสถาปัตยกรรมเมืองโบราณของฝรั่งเศส ซึ่งดูแล้วคล้ายๆ กับเป็นหมู่บ้านที่มีร้านขายของ (ไทย) ร้านอาหาร ซึ่งตึกเหล่านี้มีสีสันสดใส ที่ถึงแม้จะเป็นสีจัดจ้าน ตัดกัน แต่ก็ให้ความรู้สึกว่ามันสวย และแปลกตาไม่น้อย

แต่ที่นี่เก็บค่าเข้าอีก 50 บาท สำหรับผู้ใหญ่ (นักเรียน นักศึกษา และผู้ใหญ่อายุเกิน 60 ปี เข้าฟรี ขอเพียงโชว์บัตรค่ะ) คุณพ่อสบาย เข้าฟรี เหอๆๆๆ

เราแวะกินข้าวกันที่ร้านแรกที่อยู่ตรงหน้า คือ ร้านสุพัฒน์กาญจน์ ซีฟู้ด รสชาติอาหารถือว่าอร่อยค่ะ แล้วก็พนักงานน่ารักมากค่ะ

พออิ่มหนำ เติมพลังเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเดินดูรอบๆ กัน ผู้คนต่างก็หามุมถ่ายภาพสวยๆ กัน หรือถ่ายกับคนที่แต่งตัวเป็นนักแสดงละครใบ้ เรียกถ่ายให้มาถ่ายด้วยกันได้เลยค่ะ มีสาวๆ คาบาเร่ กับพวกแต่งชุดแบบชาวฝรั่งเศสสมัยก่อนด้วยล่ะค่ะ (ดูแล้วท่าจะร้อน) ในตอนเย็นนั้นก็จะมีการแสดงน้ำพุที่ลานตรงกลางด้วย

ซึ่ง Mimosa นี้อยู่ตรงข้ามกับโรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียนเอง สามารถเดินข้ามถนนมาได้ แต่ต้องระวัง เพราะว่ารถนั้นวิ่งเร็วกันมาก และรถค่อนข้างเยอะพอสมควร แม้พระอาทิตย์จะตกดินไปแล้วก็ตาม Mimosa แห่งนี้ก็ยังคงครึกครื้น และพลุกพล่านไปด้วยผู้คนอยู่เลยล่ะค่ะ ^^

คลิกเพื่อดูเเผนที่ขนาดใหญ่

 ____________________

และเนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ก็เลยถือโอกาสเข้าวัดเข้าวาไปไหว้พระ ทำบุญบ้าง

โดยจุดมุ่งหมายสำหรับวันที่ 2 นี้ คือวันญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างประเทศให้ความสนใจกันไม่น้อยเลยค่ะ

ได้ไปแวะชม พุทธคยาเจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ จำลองมาจากอินเดีย งดงามมากค่ะ (แต่ท้องฟ้ามืดครึ้มไปหน่อย) ก่อนที่จะไปไหว้พระศรีอริยเมตไตรย์ ที่วิหารพระศรีอริยเมตไตรย์ กัน

แล้วก็ลองเดินไปที่สะพานข้ามสระบัว ไปยังวิหารด้านใน

เมื่อเดินขึ้นเขาไปอีกหน่อยก็จะถึงพระอุโบสถ และถัดไปด้านหลังจะเป็นพระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์ ซึ่งเป็นพระเจดีย์สีขาวขนาดใหญ่ ซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุอยู่ด้านชั้นบนสุด

และเมื่อได้ไหว้พระ ทำบุญที่วัดญาณสังวรารามฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าไปที่เขาชีจรรย์ ซึ่งมีพระพุทธรูปสลักอยู่ที่หน้าผาของเขาชีจรรย์ ซึ่งแกะสลักด้วยเลเซอร์ และนำทองมาปิดตามลาย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูปแกะสลักด้วยเลเซอร์บนหน้าผาเขาชีจรรย์  วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร  อ.บางละมุง  จ.ชลบุรี ว่า " พระพุทธมหาวชิร  อุตตโมภาสศาสดา " มีความหมายว่า "พระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรือง สว่าง ประเสริฐดุจดังมหาวชิระ"

          เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย ขนาดความสูง 109 เมตร หน้าตักกว้าง 70 เมตร ฐานบัวหรือบัวบัลลังก์สูง 21 เมตร รวมความสูงขององค์พระและบัลลังก์ทั้งสิ้น 130 เมตร โดยลายเส้นแกะสลักลงในเนื้อหินเป็นร่องลึก ขนาดความกว้าง 30-40 เซนติเมตร ลึก 10 เซนติเมตร ฝังด้วยกระเบื้องโมเสกสีทองเต็มร่อง

เป็นพระพุทธรูปแกะสลัก ในลักษณะพระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2539 สร้างแล้วเสร็จในปี 2543 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุเพื่ออัญเชิญประดิษฐานในพระอุระพระพุทธรูป และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ เป็นองค์ประธานประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเบิกพระเนตร เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2544 ที่สุดวันที่ 16 ธันวาคม 2544 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ รับการน้อมเกล้าถวาย พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา ณ หน้าผาเขาชีจรรย์

(ขอบคุณข้อมูลจาก website: SEA TURTLE CONSERVATION CENTER ROYAL THAI NAVY) :)

แค่เที่ยว 2 ที่ก็เลยไปครึ่งวันแล้วล่ะค่ะ เริ่มหิวกันแล้ว เลยตกลงกับคุณพ่อว่าหาอะไรกินกันเถอะ และเห็นว่าใกล้ๆ กับ ไร่องุ่น Silverlake เลยน่าจะลองแวบไปดู ปรากฏว่าคนเยอะมาก ขับผ่านๆ เห็นคนอยู่ข้างในเต็มไปหมดเลย เลยตัดสินใจกลับไปกินข้าวที่โรงแรมกันดีกว่า

วันนี้ถึงแม้ว่าจะร้อนอบอ้าวมาก แต่ว่าได้มาไหว้พระก็สุขกาย สบายใจแล้วค่ะ ^^

_______________

และวันสุดท้ายที่เราจะต้องกลับบ้าน ก็ขอแวะเที่ยวอีกสักที่สองที่ ซึ่งคุณพ่อให้เลือกระหว่าง

Pattaya Sheep Farm กับ ตลาดน้ำ 4 ภาค

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกว่ามันก็น่าไปทั้ง 2 ที่นั่นแหละ

ใจหนึ่งก็อยากจะไป Sheep farm ถึงแม้ว่าจะเคยไปมาแล้วที่สวนผึ้ง

แต่อีกใจหนึ่งก็แอบรู้สึกว่าอยากจะไปอะไรที่มันออกแนวไทยๆ หน่อย

แต่ท้ายที่สุด สองพ่อลูกก็ตัดสินใจขับรถไปหาน้องแกะ...

 Pattaya Sheep Farm อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนนานาชาติ The Regent School ตึกสีส้มเด่น หลังจากนั้นก็ไปกลับรถจะเจอป้าย  Pattaya Sheep Farm ขับเลี้ยวเข้าไปในซอยจะเป็นถนนลูกรัง ขับเข้ามาเรื่อยๆ ไม่นานนักก็จะเห็นตึกสีแดงอยู่ด้านหน้าเลยล่ะค่ะ

ค่าเสียหายสำหรับเช้านี้ คือ ผู้ใหญ่คนละ 50 บาท ค่ะ ซึ่งมาเช้าๆ หลังเค้าเปิดบริการแป๊บเดียว คนไม่เยอะเลย ถ่ายรูปสบายๆ

(ส่วนเด็กที่ทีความสูงไม่เกิน 110 ซม. เข้าฟรีนะจ๊ะ)

และสามารถนำบัตรไปแลกหญ้าสำหรับให้อาหารน้องแกะได้

คุณพ่อเอาบัตรไปแลกหญ้าสำหรับน้องแกะ แล้วยื่นให้ก้อยแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย น้องแกะเข้ามาออกันแบบไม่ทันตั้งตัว O_O เอ๋ออ... นอกจากนี้ก็ยังมีป้อนนมแกะ ขวดละ 20 บาทค่ะ ลูกแกะที่นี่นิ่งกันจัง แถมไม่ยอมกินนม ทำเป็นเมิน ตัวที่มาอ้อนขอกินนมกลับเป็นแกะตัวโต เอิ่ม...แปลกจังงง อิอิ

นอกจากจะมีแกะแล้ว กับมุมถ่ายรูปเก๋ๆ สำหรับคนรักการถ่ายภาพแล้ว ที่นี่ก็ยังมีกวาง (ให้อาหารกวาง) ลา (ขี่ลาได้) ม้าแคระ ควายเผือก ชิงช้าสวรรค์ และเครื่องเล่น ให้เด็กๆ ได้ชมและสนุกกับมันด้วยค่ะ

มีร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงร้านของฝากด้วย




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2556
1 comments
Last Update : 23 กรกฎาคม 2556 11:50:29 น.
Counter : 1788 Pageviews.

 

thx u crab

 

โดย: Kavanich96 24 กรกฎาคม 2556 4:40:44 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 

Amitnas
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Amitnas อ่านว่า อะ-มิท-นาส
มาจากไหนอ่ะเหรอ...คิดจากชื่อจริงแล้วก็นามสกุลเนี่ยล่ะค่ะ ท่าทางอ่านยากดีมั้ยล่ะคะ ^^"

เรียก "ก้อย" ก็ได้ค่ะ ^^1
[Add Amitnas's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com