รีวิวนิยายจีนแนวเทพเซียน A Will Eternal (หนึ่งความคิดนิจนิรันดร์)

ความเดิมจากตอนที่แล้ว (I Shall Seal The Heavens (ผนึกสวรรค์ สยบมาร สะท้านเทพ)) ที่เหมยบอกว่าถ้าอ่านเรื่อง A Will Eternal จบแล้ว จะเอามาเม้าท์อีก ซึ่งนั่นก็ผ่านมาแล้ว 7 เดือนได้... 😅

ความจริงคือไม่ได้หายไปอ่านเรื่อง A Will Eternal มาหรอกค่ะ เพราะเรื่องนี้อ่านจบไปตั้งแต่เมื่อ 7 เดือนก่อนแล้ว (ก็คือตั้งแต่ตอนที่เขียนรีวิวเรื่องที่แล้วแล้วนั่นแหละ)

แต่ที่หายไปหลายเดือนคือ ไปติดนิยายเรื่องอื่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (โปรดสังเกตจำนวนไม้ยมก) มาค่ะ ติดจนจะล้มละลายได้อยู่แล้ว เหมือนที่เขียนไว้ในโปรไฟล์นั่นแหละ 😂
 

ด้วยความที่หายไปติดนิยายมาตั้งนาน ก็เริ่มรู้สึกผิด อ่านมาก็ตั้งเยอะ จะไม่มารีวงรีวิวให้ชาวบ้านได้รู้ไปด้วยสักหน่อยก็กระไรอยู่ เหมือนงุบงิบอยู่คนเดียว มันไม่ด๊าย! ของอย่างนี้มันต้องแชร์นะ ก็เลยกะว่าจะรีวิวนิยายที่ไปติดๆมาไว้ด้วยซะเลย

ซึ่งถ้าคุณคิดว่า อ่อ... มันคงเป็นนิยายจีน (แนวเทพเซียน) อีกสินะ ขอบอกเลยว่า “ไม่ใช่ค่ะ!” ที่หายไปนี่คือหายไปติดนิยายน้ำเน่ามาต่างหาก 🤣
 

เรื่องมันเริ่มต้นมาจากการได้กลับมาอ่านนิยายอีกครั้ง (Stellar Transformations (การผันแปรของดวงดาว)) หลังจากที่เลิกอ่านนิยายมาเกือบสิบปีได้แล้วมั้ง (คือหันไปติดหนัง การ์ตูน อนิเมะ ซีรีส์หลายสัญชาติแทน) พอกลับมาติดปุ๊บ ก็ยาวจนฉุดไม่อยู่เลย (รวมทั้งเงินของฉันที่ปลิวไปกับ E-book อย่างง่ายดายด้วย) งือออออ…

 

เข้าเรื่อง

 

เอาล่ะ มาเข้าเรื่อง A Will Eternal ก่อนแล้วกัน เรื่องอื่นก็ค่อยว่ากันวันหลังเนาะ

เรื่องนี้เขียนโดยผู้เขียน Er Gen (耳根) เจ้าของเดียวกับเรื่อง I Shall Seal The Heavens (ผนึกสวรรค์ สยบมาร สะท้านเทพ) ที่เหมยเขียนรีวิวไว้คราวที่แล้วนะคะ

ชื่อไทยเหมือนเห็นแว้บๆใน Youtube ว่า หนึ่งความคิดนิจนิรันดร์ มีการทำออกมาเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นแล้วด้วยค่ะ ใครสนใจก็ลองไปหาๆดูเอาเองนะ

 

เพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรส มาดูคลิปแนะนำเรื่องนี้กันก่อนค่ะ

คลิปแรกเป็นทีเซอร์ที่แฟนคลับทำขึ้นมา (น่าจะก่อนที่อนิเมะจะออก หรือก่อนประกาศว่าจะมีการทำเป็นอนิเมะ) คลิปที่ 2 คือเทรลเลอร์ของอนิเมชั่นเรื่องนี้อย่างเป็นทางการค่ะ




 

จะเห็นได้ว่าพระเอกเรื่องนี้ เป็นที่รักของนักอ่านมากๆ 🤣


 

เรื่องย่อ

ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการเล่าเรื่องย่อๆก่อน ซึ่งเหมือนเดิมค่ะ คือ “มีสปอยล์แน่นอน!!

 

เรื่องของเรื่องก็คือ พระเอก (ชื่อว่า ไป๋เสี่ยวฉุน)

เป็นเด็กกำพร้าในหมู่บ้านเร้กๆ แห่งนึง หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยผู้คนที่รักใคร่เอ็นดูในตัวพระเอกมากๆ (อันนี้ประชด เพราะเรื่องจริงคือ ทุกคนมองว่าพระเอกเป็นตัวปัญหา ก่อแต่เรื่อง ประมาณว่าอยู่ที่ไหนหัวหน้าตาย5หมด 🤣 ทุกคนก็เลยอยากจะไล่พระเอกไปให้พ้นๆหมู่บ้าน แต่ด้วยความหน้าบางของแต่ละคน ก็เลยได้แต่พยายามเก็บอาการไว้ รอวันที่พระเอกจากไปจริงๆ ก็ค่อยปิดหมู่บ้านฉลองใหญ่โตไปเลยทีเดียว)
 

พ่อแม่ของพระเอกตายตอนที่พระเอกยังเป็นแค่เด็กหนุ่มวัยรุ่น

แต่ก่อนหน้านั้นพ่อแม่พระเอกเคยมีบุญคุณกับอาจารย์จากสำนักเซียนคนนึง อาจารย์เลยให้ธูปมาก้านนึง บอกว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยก็จุดธูปเรียก (ฟังดูเหมือนมุกตลก มุกจุดธูปเรียกเนี่ย) แล้วอาจารย์ก็จะมา!!

และนั่นก็เป็นที่มาที่ทำให้พระเอกได้เข้าสู่วิถีการเป็นเซียน (คือนางเกาะขาอาจารย์ขอเข้าสำนักเซียนด้วย)
 

แต่ความตั้งใจแรกเริ่มเดิมทีที่ทำให้พระเอกอยากฝึกวิชาเซียนก็คือ “ความกลัวตาย”

นางเห็นพ่อแม่ตายต่อหน้าต่อตา ก็รู้สึกกลัว นางเลยไม่อยากตาย นางมีความปรารถนาอันแรงกล้าและสูงสุดในการที่จะอยู่ยงคงกระพันไปจนชั่วกาลปาวสาน (เป็นที่มาของชื่อเรื่อง A Will Eternal นั่นเอง) และการที่จะอยู่ไปได้ตลอดกาลก็คือการฝึกวิถีเซียน เพราะมันจะช่วยยืดอายุให้ยาวนานขึ้น ยิ่งเลื่อนขั้นสูงขึ้น ก็ยิ่งอยู่ได้นานขึ้น!!
 

ด้วยมายเซ็ตแบบนี้ ทำให้นางเป็นเหมือนพระเอกที่ขี้ขลาด และกลัวตายสุดๆ

ไม่ใช่แค่นั้น แต่บุคลิกและนิสัยของนาง เป็นที่เอือมระอาของคนรอบข้างส่วนใหญ่ด้วย คือนางเป็นคนหน้ามึน หน้าด้าน หน้าทน ไร้ยางอาย หลงตัวเอง เป็นคนมั่นหน้ามั่นโหนกสุด (ในแบบผิดๆ) ชอบโชว์ออฟ ชอบอวดยศฐาบรรดาศักดิ์ที่ได้มา ทำเรื่องไร้สาระบ้าบอไปวันๆ

เป็นคนที่ทำอะไรไม่ค่อยคิดถึงผลกระทบที่ตามมา นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ ซึ่งอันนี้มันไปสร้างความวิบัติและวินาศสันตะโรให้คนอื่นอยู่เรื่อยๆ จนคนรอบข้างแทบอยากจะไสหัวของนางไปให้ไกลๆ (คือไม่ได้เกลียดแกนะ แต่ไม่อยากให้แกอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว ไปไกลๆเถอะ ไม่ต้องกลับมาเลยยิ่งดี อะไรแบบนี้ 🤣)
 

ตัวอย่างความวินาศสันตะโรที่นางสร้างไว้ เช่น

ตอนปรุงยา นางก็มีความมั่นโหนกปรุงยาตามสูตรและสไตล์ของตัวเอง จนทำให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมให้คนอื่นๆในสำนักเดือดร้อนกันไปทั่ว หนักสุดเลยก็คือ ทำให้เกิดฝนกรดกระจายไปทั้งสำนัก ตอนฝนตกลงมาโดนเสื้อผ้าใครก็ตาม เสื้อผ้าก็จะละลายหายไปหมด เหลือแต่ตัวเปล่าเปลือยล่อนจ้อนต่อหน้าต่อตาสาธารณชนงี้ ฯลฯ
 

แต่ๆๆๆ พอถึงเวลาจริงจัง หรือช่วงเวลาคอขาดบาดตายขึ้นมา (เช่น ตอนที่ต้องช่วยเพื่อนในภาวะวิกฤติ) นางก็จะเหมือนกลายร่างเป็นอีกคนทันที คือกลายเป็นคนโหด ดุ เท่ คูล จริงจัง ตั้งใจ มุ่งมั่น ทุ่มสุดตัว สู้สุดใจ ความรักตัวกลัวตายหายไปหมด (ประมาณเลือดขึ้นหน้าชั่ววูบ) จนสามารถเอาชนะศัตรูที่ตามมาฆ่าได้ และสร้างชื่อให้กับตัวเองกลายเป็นตัวท็อปหรือฮีโร่ของสำนักไปได้ในที่สุด
 

พระเอกเริ่มเข้าสำนักเซียนเล็กๆแห่งแรกจากแผนกห้องครัว

แต่เพราะได้เข้ามาที่นี่นี่เอง ที่ทำให้พระเอกได้ “กระทะวิเศษ” มาในความครอบครอง

กระทะวิเศษนี้ สามารถอัปเกรดเอ๊ฟวะรี่ติงในโลกใบนี้ให้ดีขึ้นจนกลายเป็นของวิเศษ หรือของล้ำค่าได้
 

อันนี้ต้องบอกก่อนว่า ในเรื่องนี้ นอกจากสายวิชาเซียนของสำนักต่างๆแล้ว มันยังมีสายวิชาการปรุงยา ซึ่งก็นับว่าเป็นที่นับหน้าถือตาได้ในระดับนึง แต่นอกจาก 2 สายวิชานี้แล้ว ยังมีสายวิชา “อัปเกรดอาวุธ” ด้วย ซึ่งสายอัปเกรดนี่แหละ เป็นที่ต้องการ เป็นอะไรที่หายาก และเป็นที่นับหน้าถือตามากๆในดินแดนหนึ่ง (ซึ่งเป็นดินแดนศัตรูของพระเอก)
 

และสายวิชาอัปเกรดนี้ มันฝึกได้หลายทาง หลายวิถี แล้วแต่ว่าใครจะถนัดวิธีไหน ซึ่งพระเอกใช้วิธีลัด (จะว่าโกงก็ได้) คือ เอากระทะวิเศษนี่แหละในการอัปเกรด เพราะไม่ต้องฝึกวิชาอะไรใดๆเลย แค่โยนของลงไปในกระทะ มันก็จะอัปเกรดของธรรมดาให้กลายเป็นของวิเศษได้แล้ว ประมาณนี้
 

ต่อมา พระเอกก็พยายามถีบตัวเข้าเป็นศิษย์ในสำนักอย่างเป็นทางการ เรียนรู้วิชาปรุงยาจนเรียกว่าเทพพอประมาณ (คือเอาชนะตัวท็อปคนก่อนในสำนักได้) แต่ก็อย่างที่บอกข้างบน คือตอนที่นางปรุงยา นางมักจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านรอบๆตัวตลอดเวลา โดยที่นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่านางทำอะไรผิดไป

แต่เพราะแบบนั้นแหละ ที่ทำให้นางผลิตยาแปลกๆที่ไม่มีคนรู้จัก ที่นางจะเอาไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต (แต่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น) ได้เยอะเชียวแหละ
 

หนึ่งในยาประหลาดของนางก็คือ ‘ยาปลุกXXX’ 🤣

บอกเลยว่ายาปลุกความหื่นนี้ใช้ได้ผลดี ทั้งในคน สัตว์ และสิ่งของเลยทีเดียว (อันหลังเหมยเติมเอง 🤣)
 

ถึงนางจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนในสำนัก แต่นางก็เป็นตัวท็อปอย่างที่บอก

นางสร้างชื่อระบือไกล จนเป็นที่รู้จัก เป็นที่หมายหัวอันดับ 1 จากฝั่งศัตรู และเป็นที่รักของอาจารย์โดยเฉพาะเจ้าสำนัก (แต่ก็อย่างที่บอก แค่รักมันไม่พอ เพราะพระเอกก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่ร่ำไป จนศิษย์คนอื่นๆในสำนัก อยากไล่พระเอกให้ไปไกลๆซะ)
 

นอกจากศาสตร์การปรุงยา (ประหลาดบ้าบอ) แล้ว พระเอกก็จะมุ่งเน้นเสาะหาวิชาที่จะทำให้ตัวเองอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งมันทำให้พระเอกได้ไปเจอตำราวิชาลับเก่าแก่ในสำนักเข้า แต่วิชาที่พระเอกได้มามันไม่สมบูรณ์
 

จนกระทั่งมีเหตุให้พระเอกได้ปลอมตัวไปอยู่ในสำนักศัตรู (พอดีกับที่คนในสำนักเดิมอยากให้พระเอกไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมาอีกนั่นแหละ) นางก็เลยได้ไปปลอมตัวฝึกวิชาจากสำนักศัตรู แล้วก็ได้เคล็ดวิชาที่ตัวเองฝึกอยู่ (แต่ไม่สมบูรณ์นั้น) จากสำนักของศัตรูแทน

ซึ่งก็เหมือนเดิมค่ะ มาอยู่ที่ใหม่ พระเอกก็สร้างชื่อกลายเป็นตัวท็อปอีกแล้ว คนที่รักนางก็มี แต่คนที่เกลียดนางก็เยอะ กลายเป็นว่าตอนนี้ นางกลายเป็นตัวท็อปของทั้ง 2 สำนักที่เป็นศัตรูกัน และกำลังจะทำสงครามกันด้วย
 

ฝ่ายสำนักแรกที่พระเอกจากมา ก็หมายหัวตัวท็อปของสำนักศัตรูเอาไว้ (ซึ่งตัวท็อปของศัตรูที่ว่า ก็คือตัวพระเอกที่ปลอมตัวไปอยู่ที่นั่นแหละ) ส่วนสำนักศัตรูที่พระเอกกำลังอาศัยอยู่นั้น ก็หมายหัวพระเอกที่เป็นตัวท็อปของสำนักเดิมเหมือนกัน!!
 

สุดท้ายแล้ว ในช่วงทำสงคราม พระเอกเลยต้องเปิดเผยตัวตน ว่าตัวเองนี่แหละที่เป็นตัวท็อปของทั้ง 2 สำนัก ที่กำลังถูกหมายหัวโดยคนทั้ง 2 ฝั่ง เรื่องก็เลยกลายเป็นว่าพระเอกเป็นตัวกลางทำให้สงครามระหว่าง 2 สำนักนี้จบลง แล้วก็เกิดการควบรวมกิจการให้เป็นสำนักเดียวกัน เพื่อที่จะไปไฝว้กับสำนักในเขตอื่นๆที่ใหญ่กว่า และมีอิทธิพลมากกว่าต่อไป
 

แล้วก็เหมือนเดิมค่ะ เรื่องดำเนินต่อไป ด้วยการที่พระเอกได้สร้างชื่อ กลายเป็นตัวท็อปให้สำนักที่มีสเกลใหญ่ขึ้น (คือสำนักที่พระเอกควบรวมกิจการมาได้ เป็นแค่สำนักเล็กๆ ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลสำนักใหญ่ๆอีกทีนึง และพระเอกก็ได้สร้างชื่ออีกครั้งในสำนักใหญ่นี่แหละ) จนกลายเป็นที่หมายหัวของสำนักฝ่ายศัตรู ซึ่งคราวนี้เป็นศัตรูตัวใหญ่ในระดับดินแดนเลย

คือฝั่งสำนัก (ใหญ่) ของพระเอก ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ คือจะเรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายธรรมมะ ส่วนศัตรูในระดับดินแดนนั้นก็เรียกว่าเป็นฝ่ายอธรรมอะไรทำนองนี้
 

ระหว่างที่สำนักฝ่ายธรรมมะทำสงครามระดับดินแดนกับฝ่ายอธรรมนั้น พระเอกก็มีเหตุให้พลัดหลงเข้าไปในดินแดนของฝ่ายอธรรม

ซึ่งด้วยความที่โดนหมายหัวเป็นอันดับ 1 ในดินแดนศัตรู ก็ทำให้พระเอกต้องปลอมตัว เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนทุกอย่างอีกแล้ว… เพื่อเอาตัวรอดในดินแดนศัตรู
 

แล้วลองทายกันดูสิคะ ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น… ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก…

ถูกต้องแล้วค่าาาาาา

พระเอกที่ปลอมตัวให้กลมกลืนกับคนในดินแดนฝ่ายอธรรม ก็สามารถถีบตัวเองจากจุดล่างสุด จนขึ้นมาเป็นตัวท็อปของฝ่ายอธรรมได้ในที่สุดไงล่ะ!!! 🤣
 

แล้วยังไงต่อ … ก็อิหรอบเดิมไง

พระเอกที่ปลอมตัวอยู่ในดินแดนฝ่ายอธรรม ก็เลยถูกฝ่ายธรรมะหมายหัวเป็นอันดับ 1 อีกแล้วค่ะคู๊ณณณณ!!! (สถานการณ์คุ้นๆเนาะ) 🤣

นั่นแหละค่ะ เหตุการณ์ก็ดำเนินต่อไป ฝ่ายธรรมะและอธรรมก็สู้กันไปเถอะ สู้กันไปจนเหนื่อย จนสุดท้ายก็มารู้ว่า ที่แท้แล้ว ไอ้ธรรมะ-อธรรมที่คิดกันไปเองนั้น ก็เป็นแค่ละครฉากหนึ่ง

เพราะดินแดนที่พระเอกอยู่ตั้งแต่แรก เป็นแค่ดินแดนเล็กๆที่ถูกสร้างขึ้นจากใครสักคนที่อยู่มาก่อนหน้านั้นนานแสนนาน
 

พอโลกที่พระเอกอาศัยอยู่แตกออกมา (อารมณ์ประมาณเมื่อโลกที่ถูกสร้างไว้ในกะลาแคบๆแตกออก ก็ค้นพบว่า ความจริงเราอาศัยอยู่บนโลกหรือดาวดวงนึงในระบบสุริยะจักรวาล ที่มีดาวอื่นๆอยู่รายรอบ อะไรทำนองนี้) ก็พบกับความจริงว่า โลกที่เราเคยอยู่มันเป็นของปลอม เป็นของที่ถูกสร้างขึ้น

พอหลุดออกมาอยู่บนโลกจริง ก็ต้องปรับตัวอีก เพราะตอนที่โลก (ในกะลาเล็กๆ) แตกออก ผู้คนที่เคยรู้จักก็ล้มหายตายจาก กระจัดกระจายกันไปอยู่ส่วนไหนของโลกจริงก็ไม่รู้
 

แต่สุดท้ายพระเอกก็ปรับตัวกับโลกใหม่ได้ค่ะ แล้วก็ถีบตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นตัวท็อปอีกแล้ว เพื่อที่จะพบว่า ในโลกใหม่ที่ใบใหญ่กว่าเดิมนี้ ก็กำลังจะถูกศัตรู (ตั้งแต่ยุคโบราณกาลมา) ทำลายซะแล้ว

คราวนี้ก็กลายเป็นสงครามระดับโลกไปค่ะ พระเอกอัปเกรดตัวเองจนขึ้นมาอยู่ในจุดสูงสุด สูงกว่าใครๆในโลกใบนี้แล้ว เพื่อไปสู้กับศัตรูตัวใหญ่สุดที่จะทำลายโลกที่ตัวเองอยู่
 

บทสรุป… หลังจากผ่านความอีรุงตุงนัง ความวุ่นวาย ความเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย ก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งค่ะ

และตอนสุดท้ายที่พระเอกหนีบรรดาเมียๆไปท่องจักรวาลอยู่นั้น ก็ได้เจอกับของที่พระเอกเรื่องที่แล้ว (เมิ่งฮ่าว จากเรื่อง I Shall Seal The Heavens) ทิ้งไว้ให้ด้วย 😁



 

เข้าสู่ช่วงรีวิวจ้า


อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้ว (I Shall Seal The Heavens) ว่านิยายทั้ง 2 เรื่อง (I Shall Seal The Heavens และ A Will Eternal) ที่เขียนโดยคนเขียนคนเดียวกันนี้ มีจุดที่เหมือนกันหลายจุด เหมยเลยขอเอาจุดที่เหมือนกันมารีวิวก่อนนะคะ (พูดง่ายๆคือ ขอก๊อปเอารีวิวของตอนก่อนมานั่นเองค่ะ 😂)
 

⭐ พระเอกต้องปลอมตัวเป็นคนอื่น แต่ก็ปิดบังความเทพเอาไว้ไม่ได้

เหมือนเรื่องที่แล้วเลยค่ะ แต่เรื่องนี้จะเป็นขั้นกว่าของเรื่องที่แล้วอยู่หน่อย

คือพระเอกจะมีการปลอมตัวเป็นคนอื่น (เปลี่ยนหน้า/เปลี่ยนชื่อ) เพื่อหนีตาย เอาตัวรอดในดงศัตรู ฯลฯ ใช้ชื่ออื่น/ชื่อปลอม/ตัวตนปลอมๆ แต่ชื่อปลอมหรือตัวตนปลอมนั้น ก็ยังสร้างชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลเว่อร์วังอลังการ และถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อยู่ดี

คือตัวตนแบบออริจินอลของพระเอก ปกติก็สร้างชื่อเสียงเลื่องลือโด่งดังเป็นที่รู้จักเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว (ทั้งโดนหมายหัวเป็นอันดับ 1 ทั้งเทพเป็นอันดับ 1) แต่พอต้องปลอมตัวไปอยู่สำนักอื่น ในชื่ออื่น เพื่อหนีการตามล่าของศัตรู ก็ยังอุตส่าห์ไปสร้างชื่อเสียง ไปโชว์เทพจนกลายเป็นอันดับ 1 (อีกแล้ว) ด้วยตัวตนใหม่อยู่ดี แหม... ก็คนมันจะเทพอะเนอะ อยู่ที่ไหน ฐานะอะไร ชื่ออะไร ก็เทพอยู่ดีอะค่ะคุณ 🤣

และที่ว่าเรื่องนี้เป็นขั้นกว่าของเรื่องที่แล้วก็คือ พระเอกต้องปลอมตัวถึง 2 ครั้ง ในดงศัตรู 2 ดง ทั้งดงเล็กและดงใหญ่

นอกจากจะไปสร้างชื่อเสียงกลายเป็นตัวท็อปของแต่ละที่แล้ว ยังกลายเป็นตัวปัญหาให้กับคนรอบข้างตลอด (อยู่ที่ไหนหัวหน้าตายหมด 🤣) อันเป็นบุคลิกแต่กำเนิดของพระเอกเองด้วย
 

⭐ พระเอกเพียงเป็นหมากตัวเล็กๆของคนอื่น

นี่ก็เหมือนเรื่องที่แล้วค่ะ พระเอกเป็นเพียงหมากตัวนึง หรือเป็นเครื่องมือชิ้นนึงในแผนการใหญ่ๆของคนอื่น ทั้งแบบชั้นเดียว และแบบโดนหลอกใช้ซ้ำซ้อนจากหลายๆคน

พระเอกจะมีเหตุให้ถูกขุนจนอ้วน (ปล่อยให้ฝึกวิชาที่เทพที่สุด ที่สมบูรณ์ที่สุด ที่หายากที่สุด ปล่อยให้เติบโตมาแบบเพอร์เฟ็คสมบูรณ์กว่าใครๆ) แล้วสุดท้ายเจ้าพวกคนใจทรามก็จะมาขโมยวิชาพวกนั้น หรือดูดพลังไปจากพระเอก หรือไม่ก็จะกินพระเอกเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง อะไรแบบนี้ค่ะ
 

⭐ พระเอกจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายตอนใกล้จบ

หลังจากผ่านพ้นอุปสรรคอันหนักหนาสาหัสประมาณเก้าล้านกว่าอุปสรรค ตอนใกล้ๆจบเรื่อง พระเอกจะมีเหตุให้ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย (เพื่อนฝูง ครอบครัว คนรู้จักทุกคน พากันล้มหายตายจาก หรือหายสาบสูญ หาตัวไม่เจอ) และจะอยู่อย่างเงียบเหงาหว่าเว้ ในอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลเวิ้งว้างว่างเปล่าเงียบสงัด แบบนั้น "เป็นล้านๆๆๆๆๆปี" ก่อนจะแฮปปี้เอนดิ้งในที่สุด


 

เอาล่ะค่ะ จบไปแล้ว สำหรับจุดที่เหมือนกัน ทีนี้ มาดูจุดอื่นๆบ้างนะคะ

 

⭐ เรื่องนี้เป็นนิยายที่ดูเหมือนตลก แต่มีความซีเรียสจริงจังในภาพรวม

ส่วนที่ตลกที่สุดก็คือความ “อิหยังวะ” ของพระเอกนั่นเองค่ะ เท่าที่อ่านเม้นท์/รีวิวของคนอื่นๆมา ก็มักจะบอกว่าชอบพระเอกเรื่องนี้ เพราะนางเป็นคนตลก ภาพลักษณ์อะไรต่างๆหลุดจากกรอบของความเป็นพระเอกปกติทั่วไป

นางเป็นคนขี้ขลาดตาขาว รักตัวกลัวตาย เด๋อๆด๋าๆ (และความเด๋อด๋าของนางนี่เองที่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นไปทั่ว)

พฤติกรรมหลายอย่างของพระเอกนี่เหมยอ่านไปก็กุมขมับไป เช่น มีช่วงที่นางได้รับแต่งตั้งให้เป็นศิษย์น้องของเจ้าสำนัก (ของสำนักแรก ซึ่งมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่ไม่ได้น่าภูมิใจอะไรเท่าไหร่นัก) ทั้งๆที่อายุเท่ากับศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามา หลังจากวันนั้น วันๆนางก็ไม่ทำอะไรหรอก นู่น...ออกไปอวดยศอวดโฉม คอตั้ง ไหล่ตึง ทำสุ้มเสียงเหมือนตัวเองเป็นผู้อาวุโสของสำนัก เจอศิษย์คนไหนเดินผ่านก็เรียกให้เค้ามาคารวะตัวเอง มาเรียกตัวเองว่าอาจารย์อา นั่นนู่นนี่ แล้วก็ทำเป็นพูดจาอบรมสั่งสอนทุกคนจนคนเค้าเอือมระอากลอกตามองบนกันทั้งสำนัก คือทำตัวได้ไร้สาระสิ้นดี!!! 😂

ตอนปรุงยาก็เหมือนกัน ทุกครั้งที่ปรุงยา ถ้าไม่เกิดมลพิษทางอากาศ อย่างเช่น เกิดควันพิษกระจายไปทั้งหุบเขา หรือเกิดฝนกรดกระจายไปทั้งสำนัก หรือเกิดฟ้าฝ่าพื้นที่รอบด้านจนถ้ำของศิษย์ที่ตั้งอยู่รอบๆพังไปหมด ฯลฯ ก็ทำให้ศิษย์ร่วมสำนักโดนยาประหลาดๆที่นางกำลังทดลองปรุงอยู่ไปด้วย แต่นางก็ไม่เคยหยุดปรุงยานะ ยังคงหน้ามึนปรุงไปเรื่อยๆ คนเค้าไล่ทีนึง ก็หนีไปปรุงที่อื่นทีนึง แล้วก็โดนไล่อีกร่ำไป จนได้ทั้งความดีความชอบ (จากยาประหลาดที่ให้ผลประหลาด) และความวิบัติของคนอื่นๆทั้งเรื่องเลยแหละ

ส่วนความจริงจังก็คือพล็อตหรือเส้นเรื่อง หรือแผนของตัวร้ายอะไรต่างๆ ก็คือมีความซีเรียส จริงจังเหมือนเรื่องก่อน (I Shall Seal The Heavens) เลยค่ะ เพียงแต่เรื่องก่อนมันหนักมาก เครียดมาก จริงจังมากๆไปแทบจะทุกๆส่วน รวมทั้งตัวพระเอกด้วย เรื่องนี้มันก็เลยให้อารมณ์จริงจังในภาพรวม แต่ตลกในรายละเอียด แล้วก็ facepalm ให้กับพระเอกเป็นระยะๆ 😂 อะไรแบบนี้ค่ะ
 

⭐ เรื่องนี้เป็นแนวฮาเร็ม

พระเอกเรื่องนี้จะตกสาว (ตัวท็อป) มาได้จากทุกที่ที่ตัวเองไปอยู่ ตั้งแต่สำนักของตัวเอง ไปจนถึงดงศัตรูอีก 3 แห่ง

ลักษณะการตกสาวของพระเอกเรื่องนี้ออกจะประหลาดอยู่สักหน่อย

2 คนแรกตกมาได้ด้วยร่างเทพ (คือบุคลิกจริงจัง ทุ่มเท เทพแท้ ซึ่งไม่ใช่บุคลิกปกติ ที่หน้าหนา หน้าทน ไร้ยางอาย ไร้สาระ รักกลัวกลัวตายของนาง 😂)

คนถัดมา ตกได้จากดงศัตรู จากการปลอมตัว และเสแสร้งแกล้งทำ (แกล้งทำเป็นขรึม ทำเป็นคูล เพื่อหาผลประโยชน์จากเค้า) รู้ตัวอีกที สาวก็เกาะไม่ปล่อยแล้วจ้า

คนที่ 4 ตกมาได้แบบหลอนๆ เพราะตอนเจอกัน นางอยู่ในรูปของ “ผีที่เป็นเศษเสี้ยววิญญาณจากโลกอื่น” นางคนนี้น่ากลัวมาก เพราะนางกินคนเป็นอาหาร คือนางจะสูบร่างเนื้อมนุษย์เพื่อรักษาร่างตัวเอง แถมกินได้ไม่จบไม่สิ้น นางเริ่มจากการสูบไส้ในของผู้หญิงที่เป็นเพื่อนร่วมสำนักแรกของพระเอก (คือเอาผิวหนังเค้ามาใช้ห่อหุ้มตัวเอง แล้วเอาเนื้อกับไส้ในออกไป) ตอนแรกนางตามเกาะพระเอกเพราะพระเอกเป็นคนปลุกวิญญาณนางให้ตื่นจากการหลับใหล แต่ไปๆมาๆ พอเกาะไปนานๆเข้า และพระเอกก็เก่งขึ้นเรื่อยๆ มันก็เลยกลายเป็นว่าดึงดูดใจให้นางผีร้ายตนนี้เกิดความสนใจ แล้วก็ชอบพระเอกในที่สุด แล้วสุดท้ายก็ได้มาอยู่ในฮาเร็มของพระเอกแบบงงๆ 😂

คนสุดท้ายนี่เป็นฝ่ายศัตรู (ฝ่ายอธรรม) เป็นคนสวย รวย เก่ง โหด ดุ ที่เกลียดพระเอก (ตอนที่อยู่ฝ่ายธรรมมะ) มากๆ เป็นคนให้ค่าหัวพระเอกที่แพงที่สุด ต้องการพระเอกมาแล่เนื้อเถือหนัง และสับเป็นหมื่นๆชิ้น แต่ไปๆมาๆ ก็มาโดนพระเอกในร่างปลอม (ปลอมตัวมาอยู่ในดงฝ่ายอธรรม) ตกไป แล้วก็โดนฤทธิ์ยาปลุกความหื่นของพระเอกไป ทำให้พระเอกตกเป็นของนางในที่สุด

ตอนอ่านบทพระเอกตกสาว (จริงๆต้องบอกว่าโดนสาวตก) ของเรื่องนี้ เหมยนึกถึงนักเขียนไทยที่นิยมเขียนให้นางเอกตกเป็นของพระเอกโดยที่ไม่เต็มใจ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นกุลสตรี ที่ควรมีภาพลักษณ์ว่ารักนวลสงวนตัว ทั้งๆที่เราก็คัน 😂 เลยเขียนบทได้เสียของพระเอก-นางเอกให้ออกมาในรูปนี้ ซึ่งพระเอกเรื่องนี้มักจะตกเป็นของสาวๆในฮาเร็มด้วยวิธีนี้แหละค่ะ

คือนักเขียนเค้าจะเขียนให้ทำนองว่า สาวๆอยากได้พระเอก (ที่ชอบทำเป็นอึนๆ ทำหน้ามึนๆ ทำเป็นเท่ ทำเป็นคูล ทำเป็นไม่สนไม่แคร์ ทำท่าเหมือนไม่อยากเสียนวล อาจจะมีเสแสร้งแกล้งทำเป็นคิดในใจว่ามันไม่งามงั้นงี้พอเป็นพิธีบ้าง แต่พอถึงเวลาก็ไม่ขัดขืนหร๊อก 😂) มาก จนต้องใช้ยาปลุกความหื่นกับพระเอก เพื่อให้ได้พระเอกมา ก็ไม่รู้เป็นรสนิยมของนักเขียน (เหมือนนักเขียนไทยส่วนหนึ่งข้างบน) หรือว่าเป็นคาแรคเตอร์ของพระเอกกันแน่ แต่ตอนอ่านให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ 😂

แล้วความสัมพันธ์ของพระเอกกับสาวๆแต่ละคนก็จะดูอึนๆ งงๆ คือมันไม่มีบทจีบ ไม่มีบทหวานแหวว ไม่มีการบอกรักอะไรแบบนั้น มีแต่สาวๆแสดงออกว่าหึงหวงพระเอก (ที่อยู่เฉยๆ ทำหน้ามึนๆ ดุจสากกะเบือแท่งหนึ่ง 🤣) ไม่อยากให้พระเอกได้เจอกับสาวคนอื่นมากกว่าตัวเอง แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น คือมีอาการหึงหวงพอประมาณ นิ๊ด…...เดียว ประมาณ 1.5% ของนางร้ายที่เราเห็นตามละครไทยทั่วไปเท่านั้น 😂

พอสาวๆแสดงตัวว่าตัวเองเป็นเจ้าของพระเอกแล้วก็ อืม... ก็ให้เข้ามาอยู่อาศัยในรั้วรอบขอบวัง ในพื้นที่ของตัวเอง (ตอนหลังพระเอกได้ขึ้นเป็นเจ้าแคว้นอะนะ ฐานะก็คล้ายๆพระราชาประมาณนั้น) ง่ายๆแบบนั้นเลย ไม่มีความโรแมนติกอะไรใดๆทั้งสิ้น
 

⭐ นางเอก (ทั้งหลาย) ไม่ค่อยจืดจาง… มั้ง

สาวๆในคลังของพระเอกบางคนมีบทไม่เยอะ แต่บางคนก็บทเด่นอยู่ โดยเฉพาะนางที่เป็นวิญญาณจากโลกอื่น เอาเป็นว่า สาวๆในเรื่องนี้สร้างสีสัน แล้วก็ให้ความรู้สึกว่ามีตัวตน และมีบทมากกว่า 2 เรื่องก่อนที่อ่านมาค่ะ แต่เป็นการมีตัวตนแบบอยู่ใครอยู่มัน ไม่ได้มีบทโรแมนติก หรือการแสดงความรักความสัมพันธ์แนบแน่นอะไร (ตามที่บอกข้างบน)


 

จบแล้วค่ะการรีวิว

อาจจะดูเหมือนไม่ค่อยลงรายละเอียดมาก เพราะเวลาผ่านมา 7 เดือนแล้วตั้งแต่ที่อ่านจบไป อะไรที่เคยจำได้ก็อาจจะมีเลือนๆไปบ้าง ถ้าให้ย้อนกลับไปอ่านอีกรอบคงไม่ไหว!! 😂
 

ก่อนจากกัน…

ตอนก่อนๆ ที่บอกว่าจะอ่านเรื่อง Coiling Dragon ต่อ สรุปว่าอ่านไปหรือยัง?

คำตอบคือ ยังเรยคร่ะ!!!
 

ทำไมน่ะเหรอ?

ก็เพราะมัวแต่ติดนิยายที่เขียนโดยคนไทยอยู่น่ะสิคะ! 😂

เริ่มจากนิยายจีนที่เขียนโดยคนไทย (หลังจากที่ลองอ่านนิยายจีนแปลไทยบางเรื่องแล้วไม่รอด ก็ไม่รู้ว่าต้นฉบับแต่งมาแบบนี้อยู่แล้ว หรือแปลออกมาแล้วกลายเป็นแบบนี้ก็ไม่ทราบ แต่บางเรื่องอ่านไม่รอดจริงๆ) ก็ลามมาถึงนิยายไทยมาจนถึงวันนี้เลยค่ะ เหอๆ




Create Date : 15 พฤษภาคม 2564
Last Update : 15 พฤษภาคม 2564 13:59:36 น.
Counter : 279 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 6416413
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



📙 📙 📙 📙 📙

เรียกดิฉันว่า "เหมย" ก็ได้ค่ะ แล้วก็... ช่วงนี้ติดนิยายค่ะ อุแง๊... ติดนิยายจนจะล้มละลายแล้วเนี่ย 🤣 เดือนๆนึงสอย E-book นิยายกี่เล่มก็ไม่กล้านับแล้ว เลยกะว่าจะมารีวิวนิยายที่สอยๆมาใน Blog นี่แหละค่ะ

📙 📙 📙 📙 📙


พฤษภาคม 2564

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31