อลินน์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
 
กรมพระราชวังหลังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บทที่ 3.1 เจ้าครอกทองอยู่ พระชายาคู่บุญ โดย อลินน์

3.1           เจ้าครอกทองอยู่...พระชายาคู่บุญ

 

 

ในช่วงต้นกรุงธนบุรีนี่เองที่นายทองอินได้พบหญิงสาวคู่บุญคู่ชีวิต ผู้ซึ่งคนในแผ่นดินต้นรัตนโกสินทร์ทั้งชาววังและชาวบางกอกน้อยต่างเรียกท่านว่า เจ้าครอกข้างในหรือเจ้าครอกทองอยู่

 

คำว่าเจ้าครอกนั้นใช้เรียกเจ้านายผู้หญิงในโบราณ อาทิ เจ้าครอกวัดโพธิ์ (กรมพระนรินทรเทวีหรือพระองค์กุ) เจ้าครอกฟ้าศรีอโนชาหรือเจ้าหญิงศิริรจนา พระอัครชายาในกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท

 

หากจะเล่าถึงคุณทองอยู่ ก็ต้องกล่าวถึงสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพินทวดี พระราชธิดาพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศในสมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วยว่าครั้งกรุงเก่า คุณทองอยู่เป็นชาววังในสำนักสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจันทวดี พอถึงสมัยกรุงธนบุรี คุณทองอยู่ก็ถวายตัวเป็นข้าหลวงในสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพินทวดี พระขณิษฐภคินีในสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจันทวดี

เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 นั้น พม่าเผาเมืองริบทรัพย์และกวาดต้อนชาวกรุงศรีอยุธยากลับพม่า ทั้งสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ (ทรงสิ้นพระชนม์ระหว่างทาง) ขุนหลวงหาวัดหรือสมเด็จพระเจ้าอุทุมพรล้วนทรงถูกกวาดต้อนในครั้งนี้พร้อมกับสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจันทวดีและสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพินทวดี พระเชษฐภคินีร่วมพระมารดาคือกรมหลวงพิพิธมนตรี หากแต่สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพินทวดีและสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจันทวดีนั้นทรงประชวร จึงยังทรงถูกกักขังที่ค่ายโพธิ์สามต้น ไม่ได้ถูกกวาดต้อนในคราวแรกร่วมกับเจ้านายหลายพระองค์ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินตีค่ายโพธิ์สามต้นแตก จึงได้เชิญมาประทับยังกรุงธนบุรี

สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงอุปถัมภ์ยกย่องสมเด็จเจ้าฟ้าพินทวดี โปรดให้เสด็จไปประทับในวังเพื่อเป็นหลักเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีฝ่ายใน จวบจนสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพินทวดีก็ยังทรงถ่ายทอดความรู้การราชประเพณีดั้งเดิม อาทิ ประเพณีลงสรงโสกันต์ ด้วยเคยลงสรงโสกันต์ด้วยพระองค์เองและเห็นการงานต่างๆ เมื่อเวลาลงสรงโสกันต์เจ้าพี่เจ้าน้องของท่าน จึงเป็นผู้แนะนำธรรมเนียมโบราณอื่นๆ หลายประการ เมื่อท่านเห็นว่า พระราชพิธีโสกันต์พระเจ้าลูกเธอ หลานเธอ 7 พระองค์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ไม่ได้ทำเต็มตามตำราพระราชพิธีจนหมดเจ้าฟ้าไป ก็ทรงเกรงว่าการอย่างธรรมเนียมพระราชพิธีลงสรงโสกันต์เจ้าจะสาปสูญเมื่อสิ้นพระองค์ท่าน จึงคิดอ่านจดหมายการงานลงสรงโสกันต์ต่างๆ ลงไว้ แล้วชี้แจงให้ผู้ใหญ่ผู้น้อยข้างหน้าข้างในได้เรียนรู้ไว้ด้วยกันมาก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหานาททรงเห็นชอบด้วยการรักษาราชประเพณีดั้งเดิม ได้ทรงสร้างเขาไกรลาศมีพระมณฑปบนยอดและมีสระอโนดาตและท่อไขน้ำจากปากสัตว์ทั้ง 4 ตามอย่างที่สมเด็จเจ้าฟ้าพินทวดีชี้การให้ทำ แล้วกราบทูลขอพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกให้ทำการโสกันต์พระราชบุตร ประเพณีเหล่านั้นก็เป็นแบบอย่างถือปฏิบัติกันต่อๆ มา

คุณทองอยู่ได้ตามเสด็จในฐานะข้าหลวงของสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพินทวดี หลวงฤทธินายเวร (บรรดาศักดิ์กรมพระราชวังหลังในครั้งนั้น) เห็นเข้าก็คงมีจิตปฏิพัทธ์  ท่านสาจึงทูลขอคุณทองอยู่จากสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพินทวดี  ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ ก็มีพระกรุณาประทานให้ เหตุการณ์นี้น่าจะอยู่ในช่วงราว พ.ศ. 2310-2312 นี้เอง เพราะคุณทองอยู่ให้กำเนิดบุตรคนแรก (พระองค์เจ้าปาน กรมหมื่นนราเทเวศร์) ในเดือนอ้าย พ.ศ. 2313 บ้านเมืองเริ่มเข้าภาวะปกติบ้างแล้ว

 

 

วังเป็นมหาวิทยาลัยของกุลสตรีในสมัยโบราณ อย่างสมัยรัชกาลที่ 5 ถ้าพูดถึงตุ๊กตาชาววังก็ต้องนึกถึงเจ้าจอมมารดา หม่อมราชวงศ์ย้อย อิศรางกูร ชื่อเสียงของตุ๊กตาเรือนพระองค์เจ้าอรพินท์เป็นที่นิยมในหมู่เด็กๆ ตั้งแต่ข้าราชบริพารจนไปถึงสมเด็จเจ้าฟ้าฯ พระองค์น้อย ดังปรากฏในจดหมายเหตุรายวันของสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศว่า พระพุทธเจ้าหลวงทรงเห็นว่าพระโอรสมีตุ๊กตาเล่นน้อย จึงทรงให้หาซื้อเพิ่มจากเรือนอรพินท์ ในปัจจุบันนี้ ข้าหลวงเก่าของตำหนักอรพินท์ก็ยังปั้นตุ๊กตาชาววังออกจำหน่ายและถ่ายทอดวิชาให้ลูกหลาน นอกจากตุ๊กตาชาววังแล้ว ในพระบรมมหาราชวังแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวงยังมีงานฝีมือที่ต้องอาศัยความปราณีต บรรจง ประดิดประดอย อย่างเช่น งานเครื่องแขวน ดอกไม้คลุมไตร มาลัย บายศรี ซึ่งพระตำหนักที่ขึ้นชื่อเรื่องงานดอกไม้มากที่สุดคือ พระตำหนักสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ข้าหลวงของตำหนักนี้จึงพลอยเชี่ยวชาญงานประดิษฐ์ดอกไม้ไปตามๆ กัน ส่วนพระตำหนักที่ทรงชำนาญอาหารคาวหวาน จนทรงกำกับดูแลห้องพระเครื่องต้นคือพระตำหนักของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระอรรคชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงเป็นพระมารดากรมหลวงลพบุรีราเมศร์

 

 

ความรู้ความสามารถของเจ้าครอกทองอยู่ก็คงมีมาตั้งแต่ครั้งเป็นชาววังในแผ่นดินก่อน อาหารคาวขึ้นชื่อมากของเจ้าครอกทองอยู่คือขนมค้างคาว ซึ่งทำมาจากแป้งใส่ไส้ผัดด้วยกุ้งและมะพร้าว ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ปั้นเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายค้างคาวกางปีก รู้จักดีโดยเฉพาะชาววังว่า “ขนมค้างคาวเจ้าครอกทองอยู่” ถือเป็นอาหารสำรับเด่นคู่กับขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพธิ์ หรือกรมหลวงนรินทรเทวี อาหารทั้งสองอย่างต้องใช้ความชำนาญและปราณีต ยิ่งการปั้นขนมจีบต้องอาศัยมือแผ่วเบาและทักษะในการหมุ่นแป้งโดยใช้นิ้วจับจีบให้คมกริบราวกับผ้านุ่งจีบของชาววัง ขนมจีบของพระองค์กุหรือเจ้าครอกวัดโพธิ์นั้น เล่าต่อๆ กันว่าแป้งบางใสจนเห็นไส้ข้างใน แต่ไม่ปริแตก สาวไมโครเวฟสมัยนี้ได้แต่ยิ้มเรี่ย เพราะอย่าว่าแต่จีบแป้งเลย แค่คลึงแผ่นแป้งด้วยมือให้บางก็ทำได้ยากเย็นแล้ว

 

ดโพ


Create Date : 16 กันยายน 2555
Last Update : 16 กันยายน 2555 12:41:10 น. 0 comments
Counter : 3491 Pageviews.  
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

alynnbook
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ฝากผลงานนิยายเรื่องใหม่ ลำนำรักสายลม ด้วยนะคะ
[Add alynnbook's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com