Group Blog
 
 
กันยายน 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
24 กันยายน 2551
 
All Blogs
 

รักฉัน...อีกครั้งจะได้ไหม ตอนที่ 1







ว้าย...ตายแล้ว!!! นี่มัน 8 โมงเช้าแล้ว ทำไมแม่ไม่มาปลุกนะเนี่ย
ศิตา ตะโกนเรียกแม่ดังลั่น "แม่คะ ทำไมแม่ไม่ปลุกศิตา หละคะ...ศิตาไปไม่ทันประชุมแน่เลย” วันนี้เป็นวันแรกที่ศิตาได้เลื่อนตำแหน่ง และต้องไปเข้าประชุมตอนเช้าด้วย
“แม่คะช่วยเอาเข้ากล่องใส่ในรถให้ด้วยนะคะ ศิตาคงกินข้าวเช้าไม่ทันแล้ว"

แม่รีบตะโกนกลับมาทันที " ก็..แม่ให้เจ้าเบื้อกไปปลุกเเล้วนี่ เฮ้อ..ทั้งหมาทั้งคนขี้เซาพอกันเล้ย"
ว่าแล้วศิตา ก็รีบลุกจากเตียงโดยไม่ทันสนใจ เจ้าหมาตัวอ้วนฟันเหยินที่นอนมองศิตา อยู่ปลายเตียง

ศิตาใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไม่ถึง ครึ่งชั่วโมง ก็รีบวิ่งออกจากห้องนอน เจ้าเบื้อกก็ไม่รอช้าพันเเข้งพันขาวิ่งตามเธอลงบันไดมาอย่างกระชั้นชิด ถ้าเป็นวันปกติที่ไม่รีบร้อนขนาดนี้ เธอก็คงเล่นกับมันสักนิดก่อนไปทำงาน แต่นี่มัน 8 โมงครึ่งแล้ว ดังนั้นเธอก็เลยตวาดมันไป "เบื้อกถอยไป..ศิตาสายแล้วเดี่ยวก็พากันตกบันไดกันพอ....ดี" พูดยังไม่ทันจบประโยคศิตา กับเจ้าเบื้อกก็พลัดตกบันได ก้นกระแทก 5 ถึง 6 ขั้นเห็นจะได้

ว้าย!!! แม่ช่วยศิตาด้วย
เอ่ง ๆๆๆ
“ตายแล้วศิตาเป็นอย่างไรบ้างลูก..” แม่รีบวิ่งเข้ามาดูอาการทั้งคน ทั้งหมา
"ไอ้เบื้อก นะเจ็บไม่เท่าไหร่หรอกคะแม่ เพราะมันหล่นลงบนศิตา แต่ศิตานี่ซิคะแม่ สงสัยข้อเท้าจะมีปัญหา"
"ไหนลูกแม่ขอดูหน่อย" ว่าแล้วแม่ก็จับข้อเท้าของศิตาหมุนเป็นเข็มนาฬิกา
“แม่คะศิตาเจ็บคะ”...เอ?? ...ศิตาคิดหมุนเป็นเข็มนาฬิกา นาฬิกา? นาฬิกา?
“ตายเเล้วแม่กี่โมงแล้วคะ ว้ายแม่ศิตาไม่ทันแล้ว...แม่คะหวัดดีคะ”
ว่าแล้วศิตาก็เดินกะเพลก ไปที่โรงรถ

"เดี๋ยวศิตา..."
"อะไรคะแม่"
"เอายาทาแก้ปวดเมื่อยไปด้วย แล้วถ้าปวดข้อเท้าจนเดินไม่ ลูกก็ขอเจ้านายไปหาหมอหน่อยนะลูก"
"ขอบคุณคะแม่" แล้วศิตาก็หันไปคาดโทษกับเจ้าเบื้อก ฟันเหยิน
"ตอนเย็นฉันจะกลับมาล้างบัญชีแค้นกับแก เจ้าหมาฟันเหยิน"
"ไปจริงๆ แล้วนะคะแม่" ศิตาหอมแม่หนี่งฟอด และขับออกจากบ้านไปแบบไม่เห็นฝุ่นเลย
“เฮ้อ...ดูขับรถซิ ไม่ดูสงขารตัวเองเล้ย..” แม่บ่นไป พร้อมเดินไปปิดประตูหน้าบ้าน

ศิตารีบวิ่ง แบบกะเผลกๆ ไปที่ลิฟต์ของอาคาร
"รอด้วยคะ...คุณคะรอด้วยคะ" ประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิดสนิท ก็ค่อยๆเปิดออก และรอเธอ จนเธอวิ่งมาถึงประตูลิฟต์
"ขอบคุณมากคะ ถ้าคุณไม่รอ ดิฉันคงไปทำงานสายแน่..ขอโทษคะชั้น 35 ด้วยคะ" ศิตากล่าวคำขอบคุณ โดยยังไม่ทันเงยหน้าขึ้นมองผู้มีพระคุณ

"ไม่เป็นไรครับ เพราะผมเห็นคุณวิ่งมาตั้งแต่ ประตูทางเข้าแล้วครับ...ศิตา"
ศิตาหลับตา พร้อมกับเสียงหอบเบาๆ แต่เสียงนี้คุ้นมาก..ไม่ใช่แค่คุ้นมาก แต่ใช่เลย!! ใช่เสียงของพี่อลันแน่ๆ ทำไมเธอจะจำเสียงของพี่อลันไม่ได้...ว่าแต่ว่าพี่อลันมาทำอะไรที่นี่ และในลิฟต์คันนี้ เธอคิดสับสนไปมา จนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง เพราะตอนนี้รู้สึกหัวใจสั่นไปหมดแล้ว แข้งขาของเธอก็สั่นไปหมด อาจจะเป็นเพราะเธอวิ่งมาเเล้วเหนื่อย หอบ...ไม่ใช่เพราะเธอตื่นเต้นสักหน่อย เธอรีบแก้ตัวให้ตัวเอง..แต่ว่าถ้าเธอพูดตอบอะไรออกไปตอนนี้ เขาต้องรู้แน่เลยว่าเธอตื่นเต้นแค่ไหน

"แล้วขาของศิตา เป็นอะไรรึเปล่า พี่เห็นเราวิ่งกะเผลกๆ"
ศิตา ไม่ตอบ แถมยังก้มหน้าอยู่เหมือนเดิม เพราะกำลังรวบรวมพลังอยู่
"ศิตา เป็นอะไรรึเปล่า"

เธอพยายามควบคุมลมหายใจ และค่อยๆตอบไป "เอ่อ...พอดีศิตา ตกบันไดคะพี่...เอ่อ..ว่าแต่ว่าพี่อลันมาทำอะไรที่นี่ละคะ" แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้คำตอบ ลิฟต์ก็มาถึงชั้นที่เธอทำงานอยู่พอดี
ศิตารีบกดประตูลิฟต์ให้ค้างอยู่ เพื่อรอคำตอบจากพี่อลัน...จนกระทั่งได้ยินเสียงนาฬิกาข้อมือเตือนบอกเวลา เก้าโมงครึ่ง "พี่อลันคะศิตาไปก่อนนะคะ ถึงชั้นที่ศิตาทำงานแล้วคะ" พร้อมกับยื่นนามบัตรให้เขา
“พี่อลันโทรหาศิตานะคะ...อย่าลืมนะคะ” ว่าแล้วศิตา ก็วิ่งแบบไม่คิดชีวิตเข้าที่ทำงาน

ฉิวเฉียว..วันนี้เธอมาทำงานทันเวลา ทันประชุมพอดี แต่ที่ศิตารู้สึกเสียใจที่สุดอยู่ตอนนี้ ก็คือ...ทำไมเธอไม่ขอเบอร์โทรศัพท์ของพี่อลันนะ ทำไมๆๆๆๆ แล้วเขาจะโทรหาเธอมั้ยน้า...แต่ถ้าไม่โทรมา เธอจะไปคอยเฝ้าที่ลิฟต์ทุกวันจนกว่าจะเจอเขาอีกครั้งหนึ่ง...เฮ้อ...เซ้งตัวเองเป็นบ้าเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งเซ็ง

"สวัสดีครับศิตา"
ศิตาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง "สวัสดีคะ นิว"
"ขาของ ศิตาเป็นอะไรรึเปล่า ผมเห็นศิตาเดินกะเผลกตั้งแต่เดินออกจากห้องประชุมแล้ว"
"อ๋อ...เมื่อเช้าตกบันไดที่บ้านคะ พอดีตื่นสายไปหน่อย"
"แล้วยังเจ็บอยู่รึเปล่าครับ มียาแก้ปวดรึเปล่า"
"มีคะ แม่เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วคะ..นิวกำลังจะะไปไหนคะเนี่ย"
"ผมจะไปชงกาแฟกินซักแก้วครับ"
"งั้นศิตาไปด้วยคะ...ขอไปทานข้าว ทานยาสักหน่อยรู้สึกปวดหนึบที่ข้อเท้าแล้วหละ"
"ไปครับ เดี๋ยวผมพยุงครับ"
"ขอบคุณคะ"

"ศิตา กาแฟครับ" พร้อมกับวางไว้หน้ากล่องข้าวที่แม่ทำให้เธอทานตอนเช้า
"ขอบคุณคะ นิว"
"เออ...ศิตา คุณรู้รึยังว่าวันนี้บอสรับหัวหน้าแผนกให้คุณแล้วนะ"
"ยังเลยคะ แต่ได้ยินบอสก็เกริ่นๆไว้เหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้...แล้วเค้าจะมาเริ่มงานวันไหนคะ"
"วันนี้ครับ...เมื่อเช้าผมเห็นเขาคุยอยู่กับเจ้านาย ซักประมาณสายๆ เจ้านายคงพามาแนะนำให้พนักงานรู้จัก"
"เหรอคะ...แล้วผู้หญิงหรือผู้ชายหละ"
"ผู้ชายครับ เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากอังกฤษ"

"ศิตา...เดี๋ยวผมนวดข้อเท้าให้นะครับ" นิวเสนอตัว
ยังไม่ทันที่ ศิตาจะคัดค้าน นิวก็หยิบยาของศิตา แล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ขาของเธอ
"นิว ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวศิตาทำเอง" ว่าเเล้วเธอก็ก้มตัวลง ตั้งใจจะหยิบหลอดยาจากมือของนิว
ทันใดนั้น ประตูห้องอาหารขนาดเล็กของบริษัทก็เปิดออก และเป็นขณะเดียวกันกับที่นิวก็เงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามา และศิตาก็ก้มมองนิว ถ้ามองแบบลามก ก็คิดว่าคุณกำลังเห็นภาพเลิฟซีนเป็นแน่

และก็มีคนคิดลามก
"ต้าย...ศิตา กับ นิวกำลังทำอะไรกันอยู่หนะ แหม...สวีทกันเชียว" ยัยเหมียว แมวป่าจอมแทงข้างหลัง ตะโกนซะลั่นบริษัทเชียว
"เหมียว พูดดีๆ หน่อยสิ ศิตากำลังหยิบยาจากนิวอยู่" ไม่พูดเปล่า ศิตาก็รีบลุกขึ้นยืนโดยไม่ดูสังขารตัวเองเล้ย จนทำให้เกิดภาพเด็ดๆ อีกจนได้
"อ๋อ...เหรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย" ยัยเหมียวตอบกลับมาแบบยียวน กวนประสาทมาก
"ว้าย!!! นิวช่วย ศิตาด้วย" และก่อนที่ศิตาจะล้ม นิวก็ลุกขึ้นประคองศิตาไว้ทันเวลาพอดี และศิตาก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของนิวโดยไม่เจตนา และมีพยานรักครั้งนี้หลายคนเชียว แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้น ก็คือพี่อลันมาอยู่ในห้องอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วไหนจะ บอสอีก...โอ๊ย ศิตาหลับตา และพยายามที่จะแกล้งเป็นลมหนีสถานการอันเลวร้าย แต่ทำไมมันไม่เป็นลม ละเนี่ย..เวรกรรม
"ศิตา คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ" นิว รีบประคองศิตานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม
"ไม่เป็นอะไรคะนิว...สงสัยรีบลุกขึ้นเร็วไปหน่อย"
"สวัสดี คะ เจ้านาย" ศิตารีบสวัสดี
"คุณเป็นอะไรมากมั้ย ศิตา" บอสถามด้วยน้ำเสียงตลกนิดๆ กับสถานการณ์ที่น่าขัน
"ขอบคุณคะ เจ้านาย ศิตาไม่เป็นอะไรแล้วคะ...งั้นศิตาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ"
"เดี๋ยวซิ...ไหนๆ ก็อยู่กันครบแล้วผมก็ขอแนะนำหัวหน้าแผนกขายคนใหม่ซะเลย"
"คุณอลัน นี่ศิตาผู้ช่วยของคุณครับ"
"ศิตา นี่คุณอลันเจ้านายคุณ เค้าจะเริ่มงานกับเราวันนี้เป็นต้นไป ถ้ายังงัยผมฝากคุณอลันด้วยนะ เพราะเขาไปอยู่เมืองนอกซะนาน อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับประเทศไทย"
ศิตาเงยหน้า ขึ้นมองพี่อลัน สบตากับพี่อลันแต่สายตาของพี่อลันเย็นชามาก ทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน ทั้งๆ ที่เมื่อเช้าพี่อลันยังเรียกชื่อเธออยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้มันเหมือนกับ...อืม เหมือนกับ...เหมือนกับอะไรก็ไม่รู้ คิดไม่ออก

“ตามสบายนะพอดีผมติดธุระ ยังงัยศิตา...ผมฝากคุณอลันด้วยแล้วกัน” เจ้านายเดินออกไปจากห้องอาหารพร้อมกับนังเหมียวป่า ปล่อยให้ 1 หญิง 2 ชาย อยู่ท่ามกลางความอึดอัด
ศิตาเป็นฝ่ายทนความอึดอัดไม่ไหว “นิวคะ ศิตาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” ศิตารีบกะเผลกเดินออกจากสมรภูมิ โดยมีพี่อลันตามมาติดๆ “จะไม่ให้ฉันตั้งตัวเลยหรือนี่…ศิตาบ่นกับตัวเองเบาๆ”

“เอ่อคุณอลันคะ...เจ้านายพาคุณไปแนะนำกับหัวหน้าแผนกต่างๆ แล้วหรือยังคะ”
“เรียบร้อยแล้ว...ขาดก็แต่คุณ กับคุณนิว แต่ตอนนี้ครบแล้ว ...คุณศิตารบกวนพาผมไปที่ห้องทำงานหน่อยซิ” พี่อลันสั่งด้วยน้ำเสียงที่ห้วนมาก
“ได้คะ” ศิตาตอบด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเดินนำหน้าพี่อลันไปอย่างช้าๆ
“นี่คะ ห้องของคุณอลัน ข้างนอกก็จะเป็นโต๊ะทำงานของแผนกขายทั้งหมดคะ”
“แล้วโต๊ะทำงานของคุณอยู่ที่ไหนละ” พี่อลันถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ตามเดิม
“อยู่ในห้องของคุณคะ...คือที่นี่จะให้ผู้ช่วยนั่งอยู่ในห้องเดียวกับผู้จัดการคะ แต่ว่าถ้าคุณอลันรู้สึกว่าไม่เป็นส่วนตัว เดี่ยวศิตา...เอ่อ ดิฉันไปนั่งข้างนอกกับน้องๆ ก็ได้คะ”
“ไม่เป็นไร ผมไม่อยากจะเปลี่ยนแปลง อะไรที่มันดีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน”
“พี่อลัน...ขอโทษคะ คุณอลันต้องการอะไรเพิ่มเติมบอกดิฉันได้นะคะ”
“ขอบคุณครับ ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป คุณศิตาช่วยสรุปเรื่องลูกค้า ตลาดเป้าหมาย และอื่นๆ ให้ผมด้วยนะครับ...ผมขอวันนี้นะครับคุณศิตาครับ คุณนิวทำงานอยู่แผนกไหนครับ”
“นิว เป็นผู้ช่วยฝ่ายบุคคลคะ คุณอลันมีอะไรรึเปล่าคะ”
“เปล่า...แค่อยากรู้”

ศิตาไม่เข้าใจเลย คำก็คุณศิตา สองคำก็คุณศิตา ผมอย่างนั้น ผมอย่างนี้ เมื่อก่อนนะมีแต่ พี่อย่างนั้น พี่อย่างนี้ ....เอ? หรือว่าเวลาทำให้คนเปลี่ยนไป แต่มาคิดอีกที พี่อลันอาจจะโกรธเราก็ได้ เพราะเมื่อก่อนเราก็ทำพี่เค้าไว้เจ็บแสบเหมือนกัน...เอ? แต่ตอนที่เจอกันในลิฟต์ ยังแทนตัวเองว่าพี่อยู่เลย แล้วมันยังไงกันเนี่ย งงก็งง ปวดข้อเท้าก็ปวด ว่าแล้วศิตาก็เห็นก้มหน้าเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง...แต่หมายมั่นไว้ในใจว่าถ้าพี่อลันยังไม่มีใคร ศิตาจะรุกแล้ว เพราะเธอจะไม่ยอมร้ายหัวใจของตัวเองเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว

ศิตาไม่เจอพี่อลันมาเกือบ 10 ปี พี่อลันหล่อขี้นมาก เมื่อก่อนก็หล่อแล้วนะ แต่หล่อแบบเด็กๆ ไม่มีมัดกล้ามเนื้อ ผิวก็ขาว แต่ตอนสิ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลยไม่ว่าจะเป็นทรงผม ที่ตัดและเซทไว้ได้เข้ากับรูปหน้าของพี่อลันมาก การแต่งตัวก็ดูเป็นหนุ่มนักธุรกิจ การวางตัวและบุคลิกช่างแมนจริงๆ...ฉันต้องตบตีกับสาวๆ เป็นร้อยๆแน่ ก็หล่อ สมาร์ทซะขนาดนี้ หน้าเป็นสัน จมูกโด่งได้รูป ถึงตาจะดุไปหน่อย แต่ก็สุดยอดไปเลย

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
“ศิตา ผมมารับคุณไปทานข้าว”
“รอแป๊บนึง...ศิตาขอทำรายงานอีกนิดนึง”
“คุณอลัน ไปทานข้าวด้วยกันมั้ยครับ”
“ก็ดีครับ ผมก็ยังไม่รู้จักสถานที่ ไปไม่ถูกเหมือนกัน” พี่อลันตอบพร้อมกับหันมามองศิตาด้วยสายตาที่ดูไม่ออก

แต่...ดีใจจังเลยได้ไปทานข้าวด้วยกัน แล้วรีบรัวคีย์บอร์ด
แล้วมารก็มาผจญ
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
“คุณอลันคะ เหมียวมารับไปทานข้าวคะ” ยัยเหมียวป่าจอมเจ้าเล่ห์พูดเสร็จ ใช้ปลายตาจิกมาที่ศิตาหนึ่งที
“แต่ผมนัดกับคุณนิวไว้แล้ว ยังไงเราไปด้วยกันมั้ยครับ ไปกันหลายคนสนุกดีครับ”
“แต่เหมียวอยากเลี้ยงอาหารเที่ยงต้อนรับคุณอลันนี่คะ” ยัยเหมียวประท้วงด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด
น่ารักตายหละศิตาคิดอย่างหมั่นไส้
“ไม่เป็นไรครับคุณอลัน...โอกาศหน้าก็ได้ครับ เพราะวันนี้ผมกับศิตาคงไปทานร้านอาหารข้างล่างตึกนี่แหละครับ เพราะศิตาเจ็บขา คงเดินไปทานไกลๆไม่ไหว”
“ถ้ายังงั้นก็ตามใจครับ” แล้วยัยเหมียวป่าจอมเจ้าเล่ห์ก็ลากพี่อลันไปต่อหน้าต่อตาศิตา พร้อมกับส่งสายตาเยาะเย้ยมาให้ศิตา...แต่มีหรือคนอย่างศิตาจะยอมแพ้ ในเมื่อนางฟ้าท่านได้ส่งพี่อลันมาให้เธออีกครั้ง เธอจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้พี่อลันกลับคืนมาเป็นของเธอให้ได้
“นิว...วันนี้ศิตาคงต้องขอตัวดีกว่าเพราะรู้สึกเจ็บข้อเท้าขึ้นมา ถ้ายังไงก็ฝากนิวซื้อข้าวให้ด้วยแล้วกัน...เอาแบบเดิมนะ”

หลังจากศิตาทานข้าวเรียบร้อยแล้ว... ก็เริ่มฟุ้งซ่าน..เริ่มมองนาฬิกา เพราะพี่อลันยังไม่กลับมาซักที
“นี่ก็บ่ายโมงแล้วทำไมพี่อลันยังไม่กลับมานะ ไม่รู้จักเวล่ำเวลาเล้ย” ปากบ่นไปมือก็ทำงานเป็นระวิง แต่ไม่ค่อยจะมีสมาธิสักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่ชะเง้อไปที่ประตูอยู๋ตลอดเวลา

ติ้ด..ติ้ด..ติ้ด..ติ้ด..ติ้ด... “สวัสดีคะแม่…ศิตาสบายดีคะ อืมคิดว่าจะไปหาหมอหลังเลิกงานคะ วันนี้ศิตาไม่กลับบ้านนะคะ ...จะนอนที่คอนโดคะแม่...คะ...ศิคาจะระวังตัวคะ...สวัสดีคะแม่” เนื่องจากบ้านของศิตาอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก และประกอบกับรถติดมากด้วย เธอเลยตัดสินใจซื้อคอนโดไว้ชุดหนื่ง เอาไว้พักเวลาทำงานเลิกดึก หรือเวลาไปสังสรรค์กับเพื่อนหรือกับลูกค้า เพื่อตัดปัญหาเพราะแม่จะคอยตามเช็คตลอด 5 นาทีว่าเธอทานแอลกอฮอล์รึเปล่า แล้วจะขับรถกลับบ้านได้มั้ย และเธอก็ไม่อยากให้แม่ต้องมาคอยเปิดประตูให้เธอตอนตี 3 ตี 4 อีกด้วย

วันนี้คงต้องขอพี่อลันกลับก่อนดีกว่า เพราะเธอเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบาย และข้อเท้าเริ่มจะมีอาการปวดมากขึ้นทุกขณะเลยทีเดียว
“เฮ้อ...นี่ก็สี่โมงเย็นแล้ว สงสัยพี่อลันคงไม่กลับเข้าออฟฟิศแล้วแน่เลย ฝากโน๊ตไว้ดีกว่า” เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้วศิตาก็เขียนโน๊ตถึงพี่อลันทันที
“คุณอลัน ดิฉันขออนุญาตกลับบ้านก่อนนะคะ เพราะปวดข้อเท้ามาก ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับเอกสารที่คุณขอฉันไว้ ก็โทรมาที่มือถือฉันได้ตลอดเวลา...แล้วเธอก็ทิ้งหมายเลขของโทรศัพท์มือถือไว้ให้อีกครั้ง”
เมื่อศิตาเก็บของเสร็จก็เดินกะเผลกๆ ไปที่ลิฟต์แล้วกดไปที่ชั้นที่เธอจอดรถไว้...เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอก็สวนกับพี่อลันพอดี
“ศิตา..นั่นคุณกำลังจะไปไหน” พี่อลันถามด้วยเสียงเข้ม
“คือ...ดิฉันกำลังจะไปหาหมอคะ ตอนนี้รู้สึกปวดข้อเท้ามาก และเริ่มรู้สึกไม่ค่อยจะสบาย”
“แล้วทำไมคุณไม่โทรบอกผมก่อน” น้ำเสียงของพี่อลันออกจะหงุดหงิดนิดหน่อย ทำให้ศิตารู้สึกน้อยใจอยู่ลึกๆ ว่าทำไมเขาถึงไม่ถามไถ่อาการของเธอเลย แถมยังมีท่าทีหงุดหงิดใส่เธออีก เธอจึงตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นๆว่า
“ดิฉัน...ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของคุณ แต่ดิฉันได้เขียนโน๊ตแปะไว้ที่โต๊ะทำงานของคุณแล้ว” ศิคาตอบพร้อมกับรีบก้มหน้า เพราะเริ่มรู้สึกว่าน้ำตาแห่งน้อยใจเริ่มจะรื้นขึ้นมาตามขอบตา เธอรู้ว่าเธอไม่ควรเรียกร้องความเห็นใจจากเขา แต่เธอเฝ้ารอเขามาเกือบ 10 ปี แต่เมื่อได้มาเจอกัน...พี่อลันกลับแทบไม่เห็นเธออยู่ในสายตา
“ใช่ซิ...ผมลืมไป ผมยังไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์กับคุณเลย” พี่อลันพูดขึ้นมาลอยๆ
“ถ้ายังไงดิฉันขออนุญาติกลับก่อนนะคะ” ก่อนที่เธอจะเดินผ่านเขาไป พี่อลันก็คว้าข้อมือเธอไว้
“ให้พี่ไปส่งนะศิตา...จะไปหาหมอที่ไหนละ” คำพูดของเขา และน้ำเสียงอ่อนโยนของเขา ทำให้ศิตาหันกลับมามองเขาพร้อมน้ำตาที่หยดลงมาเป็นสาย เธอไม่คาดคิดว่าน้ำตามันจะไหลออกมาง่ายดายอย่างนี้ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลเสียด้วย
เมื่อพี่อลันเห็นน้ำตาของศิตา เขาก็ดึงศิตาเข้ามากอด
“คนเก่ง...ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะครับ ปวดข้อเท้ามากใช่มั้ย ไหนพี่ขอดูหน่อยได้มั้ย” พี่อลันนั่งลงยองๆข้างขาของเธอ พร้อมกับจับมือข้างขวาของเธอวางลงบนบ่าของเขา เพื่อให้ศิตาได้ถ่ายน้ำหนักมาบนตัวของเขา และเริ่มสำรวจข้อเท้าของเธออย่างแผ่วเบา
ศิตาต้องหลับตาลงเพราะตัวเธอเริ่มสั่น และมันส่งผลให้ขาของเธอมีการอาการสั่นไปด้วย สำหรับศิตาแล้วตอนนี้ทุกสัมผัสจากพี่อลันไม่ว่าจะเป็นการดึงเธอเข้ามากอดเพื่อปลอบประโลมให้เธอหยุดร้องไห้ หรือการกระทำที่พี่อลันดึงมือเธอเพื่อจับบ่าของเขา ล้วนแต่ทำให้เธอเจ็บปวดอยู่ในหัวใจแทบจะแตกสลายเลยทีเดียว เพราะมันทำให้เธอรู้ใจตัวเองว่าการได้อยู่ในอ้อมกอดของพี่อลัน คือสิ่งที่เธอต้องการ และรอคอยมาตลอดชีวิต...ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอทำร้ายพี่อลันไปได้อย่างไร...เธอทำร้ายหัวใจตัวเองได้อย่างไร
“ศิตา ไม่สบายมากใช่มั้ยครับ ตัวสั่นไปหมดเลย” พี่อลันเงยหน้าขึ้นและมองมาที่เธอ เธอรู้ดีว่าเธอส่งสายตาอย่างไรตอบกลับไปให้เขา เพราะพี่อลันลุกขี้นยืนเต็มความสูงของเขาโดยที่เขาไม่ละสายตาจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว พร้อมกับอุ้มเธอขึ้นแบบที่เธอตั้งตัวแทบไม่ติด เพราะไม่คิดว่าพี่อลันจะกล้าอุ้มเธอ และพาเธอไปที่รถของเขาโดยไม่พูดอะไรซักคำ เขาวางเธอลงพร้อมกับเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่งในรถของเขา จากนั้นเขาก็เดินมาฝั่งคนขับ
“ศิตาบอกทางไปโรงพยาบาล ให้พี่ด้วยนะครับ” พร้อมกับเอื้อมมือผ่านตัวเธอไปเพื่อรัดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ พี่อลันใกล้เธอเสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายโชยผ่านจมูกเธอไป และนั่นก็เป็นการกระทำที่ทำให้เธอเริ่มแสดงอาการสั่นเทาขึ้นมาอีกครั้ง เธอเอื้อมมือของเธอไปจับมือของพี่อลันที่กำลังจะผ่านตัวเธอกลับไปอีกครั้ง เธอทำลงไปโดยไม่รู้ว่าอะไรมันดลจิตดลใจให้เธอมีความกล้าได้ขนาดนี้ เพราะการกระทำดังกล่าวของเธอทำให้พี่อลันหยุดชะงักอยู่ตรงหน้าของเธอ และเหมือนทุกอย่างรอบตัวเบลอไปหมด เพราะตอนนี้เธอเห็นแต่หน้าของพี่อลันอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกเท่านั้น เธอจ้องมองพี่อลันนิ่ง และนี่คือการกระทำที่ตรงกับใจเธอมากที่สุดนับตั้งแต่เจอพี่อลันครั้งแรก และเธอก็พบกับสายตาของพี่อลันจ้องมองมาที่ริมฝีปากของเธอ

ศิตาเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัวเพราะตอนนี้ตัวเธอร้อนระอุไปหมดแล้ว เธอต้องการความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากที่แห้งผาก และเธอก็มั่นใจว่าพี่อลันก็ต้องการมันเหมือนกันเพราะพี่อลันก้มลงมาหาริมฝีปากที่ชุ่มชื้นของเธอโดยทันที เมื่อริมฝีปากของเขาและเธอได้เจอกันมันเหมือนเธอได้ยินเสียงคลิก...ดังขึ้นในสมองของเธอ การรอคอยที่กระวนกระวายได้จบลงเสียที ตอนนี้เธอรับรู้แต่เพียงว่าจูบแรกของเธอนั้นมันหวานละมุน เรียกร้อง และโหยหา ไออุ่นจากลิ้นของพี่อลันมันทำให้หัวใจของเธอเต้นยังกับกลอง และมันเหมือนจะทะลุออกมาจากหน้าอกของเธอ แต่พี่อลันทำให้เธอรู้ว่าหัวใจยังไม่ทะลุไปไหน เพราะพี่อลันเบียดตัวของเขาเข้ามาจนเธอแนบชิดกับพนักเบาะ และหน้าอกของเธอก็โดนกดทับจากไหล่ของพี่อลันจนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไหร่ จนกระทั่งได้ยินเสียงแตรรถดังลั่นนั่นแหละ เธอถึงเริ่มรู้สึกตัว และเริ่มควบคุมตัวเองได้อีกครั้ง
“พี่ขอโทษ...มือพี่คงไปโดนแตรเข้าพอดี” เมื่อพูดจบพี่อลันก็ขับรถออกจากลานจดรถมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลที่ไกล้กับคอนโดของเธอ โดยมีเธอเป็นผู้บอกทางให้

หลังจากหาหมอและรับยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่อลันก็ขับรถมาส่งศิตาที่คอนโด โดยแวะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของสด และของแห้ง และบอกศิตาว่าเย็นนี้จะทำอาหารให้เธอทาน
เมื่อรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถเรียบร้อยแล้วพี่อลันก็วิ่งมาฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า อุ้มเธอออกจากรถ และเดินตรงไปที่ลิฟต์ โชคดีที่คอนโดของเธอมีที่จอดรถอยู่ในตัวอาคาร ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้เธอคงไม่รู้เอาหน้าไปไว้ที่ไหนแน่ “ศิตาพักอยู่ชั้นไหนครับ”
ศิตาไม่ตอบ แต่เอื้อมมือไปกดชั้นที่ 9 เมื่อมาถึงชั้น 9 พี่อลันก็ไม่คิดจะวางเธอลง
“ห้องไหนครับ”
“ห้อง 9A คะ” เมื่อมาถึงหน้าห้องของเธอ พี่อลันก็ยังไม่ยอมวางเธอลงอยู่ดี
“พี่อลันช่วยวางศิตาลงก่อนนะคะ...ศิตาจะหยิบคีย์การ์ด”
เมื่อพี่อลันวางเธอลง และจับตัวเธอให้เอนมาพิงเขา หลังจากนั้นเธอก็ควานหาคีย์การ์ดจนเจอ และสอดเข้าช่องคีย์การ์ด และเปิดประตูเข้าไป แต่พี่อลันไม่ยอมให้เธอเดินต่อเป็นก้าวที่สอง เพราะเขารีบอุ้มเธอขึ้นอีกครั้ง แล้วถามเธอว่า “ห้องนอนอยู่ไหน” ทำเอาศิตาสติแตกไปเลยเพราะเธอยังไม่ได้ทำใจและมันก็เร็วเกินไปด้วย ดังนั้นเธอจึงจ้องพี่อลันเขม็ง โดยไม่ตอบอะไรออกไป และเหมือนพี่อลันจะรู้ทันความคิดเธอ
“พี่ไม่ทำอะไรศิตาหรอก...พี่แค่จะไปส่งที่ห้องนอนเฉยๆ พี่ไม่อยากให้ศิตาต้องลงแรงที่ข้อเท้าเยอะ ก็แค่นั้นเอง” พี่อลันตอบแบบอมยิ้มน้อยๆ
“ห้องที่ 2 คะ” ศิตาตอบไปด้วยเสียงสั่นๆ
“ถ้าศิตาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว...ก็เรียกพี่นะเดี๋ยวพี่จะอุ้มไปทานข้าว” พี่อลันก็ค่อยๆวางเธอลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล
“พี่อลันไม่เมื่อยหรือคะ อุ้มศิตาเสียตั้งนานสองนาน” ศิตาถามด้วยน้ำเสียงอยากรู้ เพราะเขาอุ้มเธอแบบไม่บ่นเลย
“ ก็เมื่อยเหมือนกัน” พี่อลันตอบพร้อมกับบิดตัวไปมา สอง..สามที
“งั้น...ศิตานวดให้นะคะ” ศิตาเสนอ
“ไม่เอา...เดี๋ยวพี่ไปทำอะไรให้ศิตาทานดีกว่า” ก่อนไปพี่อลันหันกลับมาและก้มลงมาจูบที่ริมฝีปากเธอแบบเบาๆ และรีบเดินออกไปจากห้องนอนของเธอ
ก่อนที่จะปิดประตูห้องนอนให้เธอ พี่อลันก็โผล่หน้าเข้ามาอีกครั้ง “พี่หายเมื่อยแล้ว” พร้อมกับเอานิ้วชี้กดลงที่ปากของเขา พร้อมกับส่งมาให้เธอ ทำเอาเธอหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเลยทีเดียว

“ศิตา...อาบน้ำเสร็จรึยัง” พี่อลันตะโกนถามเสียงดัง แต่ไม่มีเสียงตอบใดๆจากศิตา
“ศิตา...ศิตา...พี่เข้าไปนะ”
“เสร็จแล้วคะ...กำลังจะออกไปคะ” ศิตารีบตอบกลับไปเพราะกลัวพี่อลันจะเข้ามา
เมื่อศิตาเปิดประตูออกมาก็เจอพี่อลันรออยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงปฏิเสธไม่ได้เมื่อพี่อลันเข้ามาพยุงเธอไปที่โต๊ะอาหาร
“โอโห!! น่าทานจังเลย ” ศิตาน้ำลายสอขึ้นมาทันที พี่อลันทำอาหารหลายอย่างมาก ทั้งผัดสปาเก็ตตี้หอยลาย ซุปเห็ดหอม แล้วยังไก่หมักซอสอีก
พี่อลันเดินไปเปิดเพลง chill out เบาๆ และหรี่ไฟให้เป็นแบบแสงสลัว แล้วนั่งลงทานอาหารกับเธอ
เมื่อทานอาหาร ทานยาเสร็จพี่อลันก็พยุงเธอมานั่งที่โซฟา พร้อมกับจับขาเธอให้เหยียดไปทางเขา และนวดที่ข้อเท้าให้อย่างเบามือ
“ถ้าพี่นวดแรงไป ก็บอกนะพี่จะได้เบาน้ำหนักมือลง”
“พี่อลันไม่น่าลำบากเลย วันนี้ศิตากวนพี่อลันมาทั้งวันแล้ว...ขอบคุณมากนะคะ” ศิตาพูดขอบคุณเขาด้วยความจริงใจ เพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะยังใจดีกับเธอได้ขนาดนี้ การกระทำของเขาในวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีว่าเธอจะปฏิบัติตัวอย่างไรกับเขา และมันทำให้เธอมีกำลังใจในการที่จะแก้ไขในสิ่งที่เธอทำผิดไว้ในอดีต
“ศิตานอนเถอะ เดี๋ยวพี่ล้างจานเสร็จแล้วจะล็อคประตูให้...เพราะตัวศิตารุมๆแล้ว”
การนวดและคำพูดของพี่อลันเหมือนยานอนหลับขนานดี ตอนนี้ศิตารู้สึกง่วงนอนมากจนไม่อาจต้านทานเปลือกตาที่หนักอึ้งได้อีกต่อไป และในความรู้สึกสุดท้ายเธอรู้สึกว่าพี่อลันจูบที่หน้าผากของเธอ และอืม.......

“ฝันดีนะ ศิตา”









 

Create Date : 24 กันยายน 2551
0 comments
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2551 17:06:15 น.
Counter : 741 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อลันศิตา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





เพื่อนที่กำลังชมบล็อก... เพื่อนที่เข้ามาชมทั้งหมด
Friends' blogs
[Add อลันศิตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.