(Review) ร้านอาหารไทยโฮมเมดสไตล์ปักษ์ใต้ อร่อย บรรยากาศเลิศ @ Love Eat Bistro(Central Embassy)
ชื่อร้าน : เลิฟอีท บิสโทร (เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่)
รายการอาหาร : อาหารไทยโฮมเมดสไตล์ปักษ์ใต้
เวลาเปิดบริการ : เปิดบริการทุกวัน 11.00 - 22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ชั้น5 เลขที่1031 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม 10330, กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 38.25"N 100° 32' 38.92"E





สวัสดีครับพี่น้องชาว BLOGGANG
Smiley
วันนี้ขอพาไปร้านอาหารบนห้างหรูใจกลางเมืองอย่าง Central Embassy ครับ




ถ้ามาทางรถไฟฟ้าBTSก็ลงสถานี"เพลินจิต" ครับผมสะดวกเดินสบาย




ร้านที่จะแนะนำวันนี้คือร้าน "Love Eat Bistro Restaurant" ครับอยู่ชั้น5


มาถึงหน้าร้านละครับ บรรยากาศน่าเข้ามากครับ





มีจัดset Promotion ด้วยครับน่าสนใจอยู่ 






ขอส่องเมนูหน้าร้านเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยครับ น่าทานทั้งนั้น ราคาก็โอเคเลยสำหรับระดับEmbassyนี้


ขอเก็บภาพบรรยากาศร้านบางส่วนหลบๆๆ ลุกค้าที่นั่งอยู่มาให้ชมสักหน่อยละกันครับผม



ตกแต่งบรรยากาศร้านได้สวยดีมากๆครับ



เน้นสไตล์ๆเรโทรสบายๆ 


ชมวิวสวยๆในตัวเมืองไปทานอาหารอร่อยๆไป คุ้มค่าเกินราคาละครับ


อาหารที่สั่งไว้เมนูแรกมาถึงละครับ เน้นแซ่บๆเลยวันนี้ ตัดกับบรรยากาศจริงๆ เมนูนี้คือ "ทอดมันเครื่องแกงชาวใต้" 
หรือในชื่อที่ชาวใต้เรียกว่า "ลูกชิ้น" จานนี้ราคา 235 บาทครับ หนึ่งจานมี 5 ลูกด้วยกัน 

ตัวทอดมันนั้นทำจากเนื้อปลากรายล้วน โขลกจนละเอียด แล้วเชฟจะทำการฟาดจนเนื้อเหนียวนุ่ม ผสมกับเครื่องแกงสูตรพิเศษจากใต้ 


ด้านในผสมด้วยมะพร้าวคั่ว เพิ่มความหอมมัน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ผมว่ารสชาติจะออกหวานนิดๆจากมะพร้าวคั่ว 
แต่พอทานรวมกันกับเนื้อทอดมันแล้วเข้ากันดีมากๆครับ


มาต่อกันที่เมนูน้ำๆบ้าง "ต้มยำกุ้ง" ราคา 245 บาท ของทางร้านจะทำเป็นต้มยำกุ้งน้ำข้นนะครับ 


กุ้งที่ใช้เป็นกุ้งแชบ๊วย หรือท่านใดชอบกุ้งแม่น้ำ ก็มีต้มยำกุ้งแม่น้ำให้บริการครับ สำหรับความพิเศษของต้มยำร้านนี้คือ 


น้ำสต็อกที่ใช้ในการทำต้มยำ เป็นน้ำสต็อกสูตรพิเศษที่นำเปลือกกุ้งและหัวกุ้งไปเคี่ยว แล้วกรองนำน้ำมาใช้ 
ต้มยำก็จะมีความหอมและความเข้มข้นของมันกุ้งอยู่ด้วยครับ อร่อยชอบมากๆครับ ห้ามพลาดเลย


มาถึงเมนูร้อนแรงที่พลาดไม่ได้เมื่อมาร้านอาหารใต้นะครับ "คั่วกลิ้งคอหมูกับผักแนม" ราคา 255 บาท 
แค่เห็นสีสันก็น่าจะพอรู้แล้วว่าจัดจ้านขนาดไหน 


ทางร้านจะใช้มันหมูผสมกับเนื้อหมู เพื่อเวลาที่ไปผัดในกระทะจะได้ไม่แห้งจนเกินไปครับ และแน่นอนว่าเครื่องแกงสำหรับคั่วกลิ้งจานนี้ 
เป็นเครื่องแกงจากทางใต้ 100% เช่นเดียวกับอาหารจานอื่นๆครับสำหรับท่านใดที่ไม่ทานหมู สามารถสั่งคั่วกลิ้งไก่ได้นะครับ มีให้บริการครับ


มาต่อกันที่เมนูเบาๆกันบ้าง "แหนมคลุกข้าวทอดกับผักแนม" ราคา 255 บาทครับ 


จานนี้ใช้ข้าวหอมมะลิชั้นดี ผสมกับมะพร้าวคั่ว ปั้นเป็นก้อนแล้วชุบแป้งทอดจนเหลืองกรอบ แล้วนำมาคลุกรวมกับแหนม 
เสริมรสชาติด้วยเครื่องแกงใต้ คงความจัดจ้านเช่นเคยครับ


อีกหนึ่งเมนูแกงรสชาติดีที่ห้ามพลาด "แกงเขียวหวานเนื้อตุ๋น" 285บาท 
(หรือถ้าไม่ทานเนื้อก็สามารถสั่งเป็นแกงเขียวหวานไก่ตุ๋นได้ครับ ราคา 245บาท) 


โดยแกงเขียวหวานจานนี้ นอกจากพริกแกงเขียวหวานตามปกติแล้ว ก็มีเพิ่มเติมเครื่องเทศสูตรลับ ที่ช่วยเพิ่มความหอมของแกง 
และดับกลิ่นคาวของเนื้อ ในส่วนของเนื้อก็ใช้เวลาตุ๋นถึงหกชั่วโมงด้วยกันครับ อร่อยสมคำล่ำลือครับไม่ผิดหวังเลย ชอบมากๆ


มาถึงเมนูสำคัญที่ห้ามพลาดเมื่อมาทานร้าน Love Eat Bistro นะครับ "แกงปูสูตรบ้านพังงา กับกะทิคั้นสดและเครื่องแกงสูตรลับ เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่" 


สำหรับเมนูนี้จะมีให้เลือกสองแบบนะครับ คือ แบบที่ใส่เนื้อปูและตัวปู จะอยู่ที่ 450 บาท หรือใส่เนื้อปูล้วน จะอยู่ที่ 495 บาท 


ในวันนี้ผมสั่งแบบเนื้อปูล้วนครับ น้ำแกงรสชาติเข้มข้นจากกะทิสดเคี่ยวผสมกับเครื่องแกงใต้
เนื้อปูเองก็มาเป็นก้อนๆ ได้ทั้งรสสัมผัสและกลิ่นหอมๆของเนื้อปู
เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ แนมด้วยสับปะรด ซึ่งสับปะรดนี้มีไว้สำหรับแก้เผ็ด รสชาติก็จะหวานฉ่ำครับ



ตักน้ำมาพร้อมกับเนื้อปูก้อนใหญ่ๆที่มีอยู่เต็มถ้วย แล้วราดลงบนเส้นหมี่ลวก อร่อยฟินครับ ห้ามพลาดอีกเมนูครับ


เบรคความเผ็ดกับสักนิดด้วยเมนู "ปอเปี๊ยะทอดบ้านโคกขนุนกับน้ำจิ้มแดง" ราคา 195 บาทครับ เป็นปอเปี๊ยะทอดกรอบ
ไส้ผักล้วนที่ใส่มันแกวลงไปด้วยเพื่อเพิ่มสัมผัสเวลาเคี้ยว คนทานเจสั่งได้สบายเลย


ส่วนน้ำจิ้มแดงนี้ทำมาจากพริกชี้ฟ้าแดงที่นำไปแช่น้ำจนเปื่อย ปั่นให้เหลวแล้วต้มจนสุกครับ 
ปอเปี๊ยะผมว่าทานเปล่าๆก็อร่อยครับ ทานกับแกงเผ็ดต่างๆก็เข้ากันเพลินอร่อยดีครับ


เมนูถัดมาคือ "ปูนิ่มผัดผงกะหรี่" หนึ่งจานจะมีปูนิ่ม 1ตัวครึ่งครับ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ผัดคลุกเคล้ากันได้ลงตัวมากๆ
อร่อยจนลืมถ่ายรูปราคา 295 บาทเท่านั้นครับคุ้มเลยจานนี้

"ผัดสามเหม็น" ราคา 295 บาทครับ จากชื่อสามเหม็นคิดว่าน่าจะทราบนะครับว่ามาจากอะไรบ้าง ส่วนประกอบของเมนูนี้คือ 
ชะอม สะตอ และกระเทียมโทนดองครับ 


นำเครื่องปรุงสามอย่างนี้ไปผัดให้เข้ากันกับวุ้นเส้นและกุ้งแชบ๊วยตัวโตๆ กลิ่นอาจจะแปลกๆ แต่ไม่ถึงขั้นเหม็นตามชื่อ


ออกหอมด้วยซ้ำ ส่วนตัวผมชอบมาก วุ้นเส้นก็ผัดมาไม่แห้งจนเกินไป อร่อยครับจานนี้


มาดูกันที่เมนูฟิวชั่นกันบ้าง "สปาเกตตี้ไส้อั่ว" ราคา 295 บาทครับ สปาเกตตี้จานนี้ผัดกับน้ำพริกอ่องนะครับ


และเพิ่มมะกอกดำกับไส้อั่วลงไป ไส้อั่วนี้ก็สั่งมาจากเชียงใหม่ครับ


เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นเครื่องเทศ จานนี้ฟิวชั่นได้ลงตัว อร่อยเพลินมากครับ


"เคปเปลินี่ผัดเนื้อปู" ราคา 285 บาทครับ เส้นแองเจิ้ลแฮร์ลวกจนสุกได้ที่ ผัดกับพริกแห้ง


 สมุนไพรต่างๆ พริกไทยและพาสลี่ย์ เสริมรสชาติด้วยเนื้อปูก้อนเน้นๆ จานนี้ก็อร่อยครับ


"สปาเกตตี้ต้มยำกุ้ง เสิร์ฟคู่กับกุ้งแม่น้ำ" ราคา 395 บาท สำหรับจานนี้เป็นสปาเกตตี้ที่นำไปผัดกับซอสต้มยำที่โขลกเครื่องต้มยำ
ที่มีทั้งข่า ตะไคร้ พริกไทยดำแล้วเติมน้ำซุปที่ได้จากการต้มหัวกุ้งและเปลือกกุ้งเพิ่มลงไปลงไป 
เติมครีมลงไปอีกนิดเพื่อเพิ่มความหนืดให้ซอสเกาะติดกับเส้น เสิร์ฟพร้อมกุ้งแม่น้ำทั้งตัวครับ ตัวเส้นนี้ก็
จะมีซอสสปาเกตตี้เกาะอยู่รวมไปถึงมีมันกุ้งด้วย กุ้งแม่น้ำที่ให้มาก็ตัวใหญ่ เนื้อนุ่ม ที่หัวกุ้งมีมันกุ้งด้วยนะครับ ฟินกันเลย


น้ำ"โซดาเย็นรสพีชสไตล์อิตาเลี่ยน"(Italian Soda รสพีช)แก้วนี้ 135 บาท ครับ
เวลาจะทานก็คนให้น้ำพีชที่อยู่ด้านล่างผสมเข้ากันดีกับน้ำโซดานะครับ รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน อร่อยสดชื่นครับ


"ชาลิ้นจี่เย็น" 135 บาท เช่นกัน ดูเข้มข้นน่าทานจัง ไม่ได้ลองชิมอีก55+


ส่วนของผมจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบครับ"Sweet Melon" 185 บาทเท่านั้น คุ้มมากๆ


น้ำแตงโมคั้นเข้มข้นหวานหอมธรรมชาติมากๆ มีเหลือรอบปากขวด มาเป็นถังใหญ่ พร้อมเนื้อแตงโมหั่นมาทานเล่นหวานๆดับเผ็ดได้อีกฟินๆ


แน่นพุง(ห่อกลับด้วยอีก)แล้วมาลองของหวานขึ้นชื่อของร้านนี้สักหนน่อยครับ มาเสิร์ฟเร็วมากๆ รีบถ่ายรีบทานละลายหมด


"เต้าทึงกรานิต้า" หรือ "เตาทึงหิมะนมสดใส่แปะก๊วยถั่วแดง" ถ้วยนี้ 175 บาทครับ เป็นของหวานที่ครีเอทดีครับ 
นำน้ำเต้าทึงไปแช่แข็งแล้วนำมาทำเป็นไอศกรีมเนื้อนุ่มเนียน 


เสิร์ฟกับถั่วแดง แปะก๊วย พุทราจีนเชื่อม เฉาก๊วย และน้ำตาลทรายแดง ทานแล้วช่วยคลายความเผ็ดจากอาหารจานหลักได้ดีมากๆครับ
ท่านใดชอบหวานๆ ก็มีน้ำตาลเคี่ยว(มั้ง)เทเพิ่มรสชาติไปได้อีกฟิน สุดๆ ครับถ้วยนี้ไม่ได้สั่งเองแต่แย่งมาทานเกลี้ยงเลยหอมทุกอย่างลงตัวมากๆ


"ลาวาใบเตย" เค้กใบเตยเนื้อนุ่ม ด้านในมีครีมลาวาใบเตยหอมๆ 


ทานคู่กับไอศกรีมวานิลาของทางร้าน อร่อยมากครับ


"กล้วยเชื่อมไอศกรีมมะพร้าวเผา คาราเมลน้ำตาลโตนด" ราคา 185 บาทครับ 
ขอบอกเลยว่าไม่เคยทานไอศกรีมมะพร้าวเผาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน

ตัวไอศกรีมเนื้อนุ่มเนียน กลิ่นก็หอม รสชาติหวานอ่อนๆ เสริมความอร่อยด้วยคาราเมลเคี่ยวเองที่ทำจากน้ำตาลโตนดแท้ๆ 
เสิร์ฟพร้อมกล้วยเชื่อม ทานไอศกรีมแล้ว ทานกล้วยเชื่อมตาม อร่อยลงตัวมากๆครับ


อิ่มแน่นพุงกันทั้งควาหวานครบอร่อยสะใจสุดๆ ก็นั่งชมวิวสถานทูตอังกฤษที่ถือว่าเป็นสถานทูตที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง
จากมุมร้านนี้ได้สวยๆสบายๆ อาหารร้านนี้สมชื่อสมราคามากครับไม่ผิดหวังเลย เพื่อนพี่น้องพาคนรักพาครอบครัวมาลองทานกันได้ครับ
ที่Central Embassyชั้น 5 ร้าน"Love Eat Bistro" รายละเอียดลองสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจของร้านนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและCommentครับ









Create Date : 14 กันยายน 2560
Last Update : 26 กันยายน 2560 2:00:05 น.
Counter : 612 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ร้านShabuแนะนำย่านสี่แยกหนองจอก อร่อย วัตถุดิบเลิศ บริการดี @"Shabu for U"
ชื่อร้าน : Shabu for U ชาบูฟอร์ยู
รายการอาหาร : ร้านชาบู สุกี้ยากี้
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 11.30 -22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : เลขที่ 29/151 หมู่ที่ 3 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530, กรุงเทพมหานคร หนองจอก Thailand
พิกัด GPS : 13° 48' 30.17"N 100° 50' 0.89"E






สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอมาแนะนำร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูเด็ดๆย่านสุวินทวงศ์ครับ


ถ้ามุ่งหน้าไปแยกหนองจอกพอเห็นปั้มESSOนี่ชะลอเตรียมเลี้ยวได้เลยครับ


ทางเข้าครับเป็นที่เดียวกับตลาดสดสี่แยกหนองจอกครับ


ป้ายร้านครับ


หน้าร้านมีที่จอดรถกว้างขวางครับ สบายๆเลย




เข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ


ร้านกว้างขวางและสะอาดทีเดียว พนักงานยืนประจำจุดคอยบริการลูกค้าครับ


หนึ่งโต๊ะรองรับลูกค้าได้สี่ท่านนะครับ เพราะเตาไฟฟ้าจะฝังอยู่ในโต๊ะเลย หรือถ้ามาคนเดียว ก็มีที่นั่งเดี่ยวๆติดสายพานครับ

ร้านชาบูฟอร์ยู เป็นร้านชาบูบุฟเฟ่ต์ มีให้บริการทั้งหมูและเนื้อ โดยที่จะมีสองราคา คือ...
289 บาท จะมีบริการสันคอหมูคุโรบูตะ สันนอกหมูคุโรบูตะ กุ้งขาว และอาหารทุกอย่างบนสายพาน
ส่วนน้ำซุปจะสามารถเลือกได้สี่แบบคือ น้ำซุปเห็ดหอม น้ำซุปต้มยำน้ำใส น้ำซุปแจ่วฮ้อน และน้ำซุปต้มโคล้งครับ

และอีกราคาคือ 389 บาท จะเพิ่มเนื้อวัวออสเตรเลีย ส่วนไหล่ ใบพาย ริบอายและแองกัส
และมีเพิ่มเติมคือ เบคอนหมูคุโรบูตะและหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ครับ 
ส่วนน้ำซุปจะสามารถเลือกได้หกซุป โดยเพิ่ม ซุปชาบูน้ำดำ และซุปต้มยำมันกุ้งน้ำข้นครับ

โดยบุฟเฟ่ต์สองราคานี้ เป็นราคาที่เน็ทแล้วนะครับ รวมเครื่องดื่มที่มีทั้งน้ำเปล่า น้ำอัดลม ชาเขียว
และอาหารทานเล่นพวกซูชิ ของทอด และของหวานที่มีแพนเค้ก สายไหม ขนมหวาน ผลไม้และไอศกรีมโฮมเมด 
และช่วงนี้ยังสามารถทานได้โดยที่ไม่จำกัดเวลาด้วยครับ


สั่งอาหารไปแล้ว ระหว่างรอ มาเดินดูอาหารในไลน์บุฟเฟ่ต์กันดีกว่าครับ


ซุ้มนี้เป็นอาหารทานเล่นทั้งครับ มีทั้งปอเปี๊ยะไส้วุ้นเส้น ตับหมูทอดกระเทียม (อันนี้แนะนำเลย อร่อยมากๆ ตับสดไม่เหม็นคาวเลยครับ)
ด้านบนเป็นกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา และไก่ชุบแป้งทอดครับ


ถัดมาเป็นซุ้มซูชิครับ


มีหน้าต่างๆให้เลือกมากมาย ชิ้นเล็กกำลังดีแบบนี้ไม่ตัดกำลังครับ


อีกด้านนึงเป็นยำสาหร่ายญี่ปุ่น และโควสลอวปูอัดไข่กุ้งครับ


อาหารที่สั่งไปทยอยมาแล้ว มีอะไรมาบ้างมาดูกันเลยครับ เนื่องจากวันนี้พวกเรามากันสี่คน เลยสั่งบุฟเฟ่ต์แบบ 389 บาท
และเลือกน้ำซุปมาคนละหนึ่งแบบครับ ด้านบนสุดซ้ายมือคือ น้ำซุปเห็ดหอม ที่มีรสชาติเบาๆ รสเบาๆ ได้กลิ่นเห็ดหอมและพริกไทย
และหม้อด้านขวาคือ น้ำซุปแจ่วฮ้อน ที่หอมกลิ่นสมุนไพรครับ


ส่วนสองหม้อด้านล่างนี่ขอเน้น เพราะเป็นน้ำซุปที่มีให้ในชุดบุฟเฟ่ต์ 389 บาทเท่านั้น
สำหรับหม้อนี่คือ น้ำซุปต้มยำมันกุ้งน้ำข้นครับ


และหม้อนี้คือ น้ำซุปชาบูน้ำดำแบบญี่ปุ่นครับ


ขอเริ่มจากโปรโมชั่นพิเศษในช่วงนี้กับ เนื้อวากิว ราคาพิเศษถาดละ 99 บาทเท่านั้นครับ
ลายสวยมากๆครับ


ในชุดบุฟเฟ่ต์ 389 บาทนี้ก็จะมีบริการเนื้อวัวนำเข้าจากออสเตรเลียแบบไม่จำกัดด้วยนะครับ สำหรับตัวนี้คือ เนื้อแองกัสครับ
จุ่มในน้ำซุปชาบูน้ำดำแบบญี่ปุ่นประมาณ 10 วินาทีแล้วทาน อร่อยมากๆครับ ส่วนที่เป็นมันๆจะชุ่มฉ่ำเหมือนจะละลายในปากเลย


และถาดนี้คือ เนื้อใบพายครับ เนื้อใบพายจะเป็นส่วนกล้ามอกด้านในของวัวครับ
ไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อทำให้พอลวกเสร็จแล้วนุ่มลิ้นมากๆครับ


มาต่อกันที่ เนื้อริบอายครับ อาจจะคุ้นเคยกับเนื้อริบอายที่มาทำสเต็กนะครับ
แต่พอสไลด์บางในสไตล์ชาบูแล้วจุ่มกับน้ำซุปแจ่วฮ้อนนี่ เข้ากันดีมากๆครับ


และอีกหนึ่งเมนูเนื้อกับ เนื้อไหล่ ครับ ไม่ค่อยมีมันแทรกเท่าไหร่ ได้รสเนื้อเต็มๆ และนุ่มมากครับ


มาต่อที่เมนูหมูในบุฟเฟ่ต์กันบ้าง เริ่มที่ เบคอนคุโรบูตะ ครับ
ผมว่าเนื้อและหมูที่มีมันแทรก ทานกับน้ำซุปชาบูน้ำดำสไตล์ญี่ปุ่นที่มีรสเค็มหวานแบบอ่อนๆ มันเข้ากันดีมากๆครับ


ถาดต่อมาคือ สันนอกหมูคุโรบูตะ ครับ
ส่วนนี้จะมีมันไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ทานกับน้ำซุปเห็ดหอมก็ได้รสชาติเบาๆดีครับ


และอีกหนึ่งเมนูคือ สันคอหมูคุโรบูตะ ครับ แปลกที่สันคอหมูก็ยังไม่ค่อยมีมันเยอะนะครับ ผมว่าน่าจะถูกใจคุณผู้หญิงที่ชอบทานชาบูแต่ไม่ชอบเนื้อและหมูติดมันครับ


มาต่อที่อาหารทะเลกันบ้าง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ตัวใหญ่ สด
แน่นอนว่าต้องเอาลงหม้อน้ำซุปต้มยำมันกุ้งน้ำข้นครับ จัดจ้านสะใจ


และอีกหนึ่งอย่างคือ กุ้งขาว ครับ สดใหม่ไร้กลิ่นคาว


สำหรับถาดนี้เป็นรวมมิตรครับ มีทั้งปลาหมึกกรอบ ปลาดอลลี่ แมงกะพรุน และปลาหมึกบั้งครับ


และรวมมิตรลูกชิ้น มีทั้งลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นปลาหมึก (อร่อยมากครับ ผิวกรุบกรอบ ด้านในเด้งสู้ฟัน) คริสตัลไข่เค็ม เต้าหู้ปลา ลูกชิ้นปลาภูเก็ต และลูกชิ้นชีสครับ


และผักสดนานาชนิด ชอบที่ร้านชาบูฟอร์ยูมี เผือก ให้ด้วยครับ เผือกที่ต้มในน้ำซุปนานๆ จนเนื้อนิ่ม ชุ่มไปด้วยน้ำซุป อร่อยมากๆครับ




และยังมีอีกหลากหลายเมนูบนสายพานให้เลือกหยิบได้ตามใจนะครับ ซึ่งส่วนนี้ไม่ต้องห่วงเลยว่าอาหารบนสายพานจะวนหลายๆรอบจนไม่น่าทาน
เพราะทางร้านชาบูฟอร์ยูจะมีระบบจัดการครับ อาหารบนสายพานจะให้วนแค่ไม่กี่รอบเท่านั้น แล้วจะเก็บ เอาจานใหม่มาเปลี่ยนลงสายพานแทนครับ


เมนูชาบูเรียบร้อยหมดแล้วมาดูในส่วนของน้ำจิ้มกันบ้าง จะมีให้ตักอยู่ตรงซุ้มใกล้ๆกับอาหารทานเล่นนะครับ
มีทั้งน้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มซีฟู๊ด น้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มพอนสึ ครับ ส่วนพริก กระเทียม และต้นหอม มีอยู่ในกล่องทางด้านหลังครับ
ขอบอกนิดนึง น้ำจิ้มแจ่วที่นี่รสชาติเข้มข้นมากๆ ทางเจ้าของร้านแจ้งไว้ว่า สำหรับท่านใดที่สั่งน้ำซุปแจ่วฮ้อน 
แล้วชอบรสจัด สามารถเอาน้ำจิ้มแจ่วตัวนี้เติมลงไปได้เลยครับ


มาพร้อมกันหมดแล้ว ขอถ่ายรูปหมู่นิดนึงงง


เอาเบคอนหมูคุโรบูตะลงไปแกว่งในหม้อน้ำซุปชาบูน้ำดำแบบญี่ปุ่นครับ
สำหรับน้ำซุปนี่ จะรสชาติอ่อนๆนะครับ เพื่อให้ทานได้ติดต่อกันโดยที่ไม่รู้สึกว่าเข้มข้นจนเกินไป ซดได้คล่องคอครับ


มาลองน้ำซุปต้มยำมันกุ้งน้ำข้นกันบ้าง อันนี้แนะนำเลยว่าต้องสั่งนะครับ เพราะมันกุ้งนี่ใส่แบบไม่หวงเลย
น้ำซุปก็จัดจ้านสมกับเป็นต้มยำมากๆ เปรี้ยวเค็มเผ็ดลงตัวครับ


ส่วนน้ำซุปเห็ดหอมจะมีรสชาติเบาๆเหมือนกันครับ หอมกลิ่นเห็ดหอมและพริกไทย
ผมว่าน้ำซุปเห็ดหอมเหมาะสำหรับคนที่อยากรับรสและกลิ่นของเนื้อแบบเต็มๆครับ


เอากุ้งไปลวกในน้ำซุปแจ่วฮ้อนครับ ตัวนี้จะเบาๆคล้ายๆน้ำซุปเห็ดหอม แต่จะมีกลิ่นสมุนไพรพวกโหระพาเข้ามาด้วยครับ
แล้วพอลองเอาน้ำจิ้มแจ่วฮ้อนมาเติมลงไป มันเข้ากันได้ดีจริงๆครับ




ทานไปซักพัก บนสายพานมีหมูเด้งผ่านมาด้วยครับ ดูน่าทานดี เอามาจัดซักหน่อย


และเมนูนี้ที่อยู่บนสายพานเหมือนกัน ตอนแรกผมนึกว่าเป็นเส้นปลา แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ มันคือ "ไส้ห่าน" ครับ
แปลกมากๆ ปกติเคยทานแต่ไส้เป็ด พี่เจ้าของร้านแนะนำว่าให้ลวกในน้ำซุปประมาณ 5-10 วินาทีแล้วก็ทานได้เลยครับ
เพราะไส้ห่านจะสุกมาบ้างแล้ว ลวกนานมันจะหดหมดครับ
อันนี้อร่อยมากๆ มันเหนียวนุ่ม แต่ก็หนุบหนับเคี้ยวมัน ชอบมากครับ


หลังจากทานของคาวอิ่มแล้ว มาต่อกันที่ของหวานกันครับ แน่นอนว่าอยู่ในเมนูบุฟเฟ่ต์ด้วย
สำหรับส่วนนี้เป็นซุ้มทำแพนเค้กครับ จะทำเอง หรือขอให้น้องๆพนักงานในร้านทำก็ได้ครับ
คุณหนูๆถ้าอยากทำ ก็จะมีน้องพนักงานในร้านคอยดูแลอยู่ตลอดครับ


อันนี้น้องพนักงานลงมือให้ครับ เป็นตัวอะไรเอ่ย?


เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว


ได้ที่แล้วก็พลิกกลับด้าน เป็นไดโนเสาร์นี่เอง... หรือก๊อตซิล่าหว่า???


ลงจานแล้วก็ทานได้เลยครับ สนุกด้วยอร่อยด้วย


น้องเห็ดก็มา


อีกมุมนึงเป็นซุ้มขนมหวาน ส่วนเครื่องมือตรงนั้น คือเครื่องทำสายไหมครับ!


แปลกดีครับ มีแม้กระทั่งเครื่องทำสายไหมในร้าน มีกระดาษบอกวีธีทำไว้พร้อมเลย


เกล็ดน้ำตาลสำหรับทำสายไหมครับ


เอาเกล็ดน้ำตาลใส่ลงไปในช่องตรงกลางนะครับ (อย่าลืมเปิดเครื่องด้วยนะ)


แล้วรอสักพัก เกล็ดน้ำตาลก็จะเริ่มกลายร่างเป็นเส้นๆครับ
เราก็เอาไม้ลูกชิ้นเล็กๆไปค่อยๆพันรอบๆเส้นสายไหมครับ


พันไปเรื่อยๆเลยครับ


เสร็จแล้วก็จะได้สายไหมกลมๆพร้อมทานแบบนี้เลยครับ


นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมแบบโฮมเมดด้วยนะครับ ขอย้ำเลยว่าเป็นโฮมเมดจริงๆ รสชาติไม่เหมือนที่ไหนเลยครับ
ด้านนี้มีรสวานิลา เสาวรส และกะทิครับ


ส่วนด้านนี้เป็นรสเผือกและรสเลมอน ผมลองตักรสเผือกมาทาน มีเนื้อเผือกเล็กๆอยู่ด้านในด้วยนะครับ


และอีกหนึ่งรสที่ออกมาตอนหลัง สตรอว์เบอรี่เชอร์เบต ครับ อร่อยมากๆ เปรี้ยวๆหวานๆ มีรสชาติสตรอว์เบอรี่อยู่เต็มๆ
เหมือนเอาเนื้อสตรอว์เบอรี่ไปปั่นแล้วเอาไปแช่แข็งทั้งๆแบบนั้นเลยครับ ทานไปหลายลูกเลย




ขอตบท้ายด้วย ลอดช่องวัดเจษ ครับ หอมหวานมัน





ก็จบกันไปอีกหนึ่งมื้อใหญ่ครับ ฟินสุดๆ คุ้มค่า ไม่เสียแรงเลยที่เพื่อนแนะนำมา ถ้าขึ้นห้างราคาและคุณภาพแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ
เพราะฉะนั้น ขับมายังไงก็คุ้มครับ ชาบูอร่อย วัตถุดิบคุณภาพดี และพนักงานทุกคนใส่ใจลูกค้าเทรนมาดีมากๆ
ท่านใดสนใจ แนะนำให้มาลิ้มลอง ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจหลักของร้านดูนะครับ

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและComment
เจอกันเร็วๆนี้ครับ













Create Date : 31 พฤษภาคม 2560
Last Update : 1 มิถุนายน 2560 17:45:20 น.
Counter : 920 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์Homemade คุ้มค่า วัตถุดิบดี @"Kyu Taro"แยกลาดพร้าววังหิน
ชื่อร้าน : Kyutaro (คิวทาโร่)
รายการอาหาร : ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมด
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 12.00 - 24.00 น.
ที่ตั้งร้าน : 1008 ม.14 ซอยโชคชัย4 ซอย84 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว 10230, กรุงเทพมหานคร ลาดพร้าว Thailand
พิกัด GPS : 3° 49' 26.33"N 100° 35' 33.10"E





สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอมาแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นแถวลาดพร้าววังหินร้านเด็ดร้านนึงครับ


มาถึงแยกโลตัสวังหินนะครับ


เลี้ยวซ้ายเข้าไปได้เลยครับ ทางนี้จะไปโชคชัย4 ครับ


ขับตรงเข้าไปเลยนะครับ ขวามือจะเป็น Makro ครับ


ขับเข้ามาเพียง 100 เมตรจากถนนใหญ่ก็จะเจอกับร้าน Kyutaro ครับ


อยู่ถัดจากร้านลุงใหญ่มานะครับ
จอดรถหน้าร้านได้ 5-6 คัน หรือสามารถไปจอดฝั่งตรงข้าม ห้าง Makro วังหิน ก็ได้ครับ


หน้าร้านเป้าหมายของเราครับ >ร้าน KyuTaro<>พิกัดนี้เลยครับ




ร้านเปิดตั้งแต่ 12.00 - 00.00 ทุกวันครับ




เข้ามาข้างในกันดีกว่า ร้านไม่ใหญ่มากนะครับ มีประมาณ 5 โต๊ะครับ





ตกแต่งร้านได้แปลกดีครับ







มีให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยนะครับ




สำหรับคอเบียร์โดยเฉพาะ


หรือท่านไหนชอบอุเมะชู ทางร้านก็มีแช่เย็นๆไว้เลยครับ




มาดูเมนูกันดีกว่า มีน่าสนใจหลายอย่างเลยครับ










ทุกรายการมีราคาบอกไว้หมดแล้วครับ สั่งอาหารไปบางส่วนแล้ว นั่งรอซักครู่ครับ


หลังจากสั่งอาหารไปแล้ว ก็มีออเดิร์ฟมาเสิร์ฟให้ครับ สำหรับวันนี้เป็น "ผักกวางตุ้งคลุกน้ำมันงา"
ตัวผักลวกมาได้สดกรอบ คลุกกับน้ำมันงามาหอมมากๆครับ
สำหรับออเดิร์ฟทางร้านก็จะเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆนะครับ บางท่านมาทานก็อาจจะเจอเมนูอื่น แต่มีเสิร์ฟให้ทุกโต๊ะแน่นอนครับ


ชาเขียวเย็นมาเสิร์ฟแล้วครับ เหยือกนี้ราคา 39 บาทเท่านั้น
เนื่องจากว่าทางร้าน Kyutaro เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบโฮมเมดนะครับ อาหารทุกจานจะทำสดใหม่ ดังนั้นอาจจะต้องรอนิดนึง แต่ไม่นานครับ


อาหารจานแรกยกมาแล้ว ขอเริ่มด้วยเมนูเบาๆ "สลัดปูนิ่ม" ครับ


ตอนนี้มีโปรโมชั่นจาก 359 บาท เหลือเพียง 199 บาทเท่านั้นครับ


โดยจานนี้จะเป็นปูนิ่มทั้งตัวชุบแป้งทอดกรอบ แล้วนำมาวางบนผักสลัดนานาชนิดทั้ง ผักกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บีทรูท มะเขือเทศ
แล้วท๊อปปิ้งด้านบนด้วยสาหร่ายญี่ปุ่นและไข่กุ้งครับ

ส่วนน้ำสลัด จะเป็นน้ำซีซ่าร์สลัดสูตรพิเศษนะครับ เข้ากันได้ดีกับผักสดกรอบและปูนิ่มทอดครับ
น้ำสลัดอร่อยมากๆ ท่านใดถูกใจสามารถขอเพิ่มได้นะครับ


เมนูต่อมา เป็นด้งหรือข้าวหน้าต่างๆแบบญี่ปุ่นนะครับ "ข้าวหน้าเนื้อไข่ออนเซ็น"


ราคา 165 บาท เสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะ และกิมจิครับ


โดยนำเนื้อสามชั้น หมักด้วยเครื่องเทศแล้วนำไปผัดกับซอสหวาน แล้วเสิร์ฟพร้อมกับไข่ออนเซ็นครับ


จานนี้รสชาติใช้ได้เลย เนื้อผัดมาได้หอมมากๆ ได้ทั้งกลิ่นกระเทียมและกลิ่นหวานๆจากซอสปรุง
เนื้อก็ให้มาชิ้นใหญ่ด้วยครับ เสียดายที่เหนียวไปนิดนึง แต่ทานคู่กับไข่ออนเซ็นแล้วก็เข้ากันดีครับ


เนื้อสามชั้นนำเข้าจากอเมริกานะครับ อร่อยฟินมากๆ


แล้วก็มาต่อกันที่ "ชาชูราเมง " ครับ ราเมงชามใหญ่ที่มีราคาเพียง 145 บาทเท่านั้น


นอกจากหน้าตาจะน่าทานแล้วเครื่องที่ให้มาก็ยังแน่นสมกับที่เป็นชาชูราเมง โดยให้หมูชาชูชิ้นใหญ่หนานุ่มมาถึง 5 ชิ้นด้วยกันครับ
ตัวน้ำซุปเป็นซุปมิโสะที่ทำจากมิโสะ ปลาแห้ง และเห็ดหอมครับ เส้นราเมงก็เหนียวนุ่มครับ


ชาชูนี่เด็ดมากๆ เพราะใช้เวลาเคี่ยวถึงเจ็ดชั่วโมง แล้วยังแช่ไว้ในน้ำซอสอีกหนึ่งวันเพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อหมู
นอกจากนี้ยังเลาะเอามันออก ให้มีแต่เนื้อๆ เพื่อรสความเลี่ยนด้วยครับ พิถีพิถันมากจริงๆ


ถ่ายรวมนิดหน่อยระหว่างรอเมนูถัดไปครับ


มาเสิร์ฟแล้วครับ "เทมปุระโรลมากิ" ราคา 250 บาท


เป็นมากิซูชิที่มีไส้ในเป็นกุ้งเทมปุระครับ นอกจากกุ้งแล้วก็เสริมรสชาติด้วยปูอัด ไข่หวาน และแตงกวาญี่ปุ่นครับ
ด้านนอกก็คลุกด้วยไข่กุ้งเพื่อเพิ่มความสนุกในการเคี้ยว จานนึงให้มาถึงแปดชิ้นครับ


อร่อยครับจานนี้ มากิก็ชิ้นใหญ่ กุ้งก็เนื้อแน่น แป้งที่โรยรอบๆก็อร่อยกรุบกรอบครับ


แน่นอนว่ามาทานอาหารญี่ปุ่น จะขาดซาชิมิไปก็คงไม่ได้ "ซาชิมิรวม" ชุดนี้ราคา 395 บาทครับ


โดยในชุดนี้จะประกอบ ปลาแซลมอนสด ปลาโอสด ปลาซาบะดอง ไข่หวาน ปูอัด และแตงกวาญี่ปุ่นครับ
โดยปลาซาบะ จะใช้ปลาซาบะนำเข้าจากนอร์เวย์นำมาดองเองด้วยกรรมวิธีพิเศษของทางร้าน
ซึ่งต้องขอบอกว่าประทับใจมากๆ เพราะปกติไม่ค่อยชอบทานปลาซาบะครับ แต่ของที่นี่ อร่อยไม่คาวเลย


ส่วนปลาแซลมอนสดนั้น ทางร้านจะใช้ปลาแซลมอนแทสมาเนียน ที่เนื้อแน่น และมันไม่ค่อยเยอะครับ สด อร่อย ตามมาตรฐานครับ


เมนูสุดท้าย ติดใจกุ้งเทมปุระจากเทมปุระโรลมากิ เลยขอสั่งจานนี้มาทานครับ "กุ้งเทมปุระ" 120 บาท

ซึ่งทางร้านใช้กุ้งแชบ๊วยไซส์ใหญ่สุด นำมาชุบด้วยแป้งชุบสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเองครับ
ทอดจนกรอบเหลือง ในชุดจะมีกุ้งเทมปุระ 3 ตัว แครอทเทมปุระ หอมใหญ่เทมปุระ โซบะเทมปุระ และใบโอบะเทมปุระครับ


พอได้ลองทานจริงๆแล้ว เปลือกด้านนอกของตัวกุ้งนี่บางมากๆเลยครับ สมกับที่เป็นสูตรพิเศษไม่เหมือนร้านไหนๆ
กัดลงไปเลยได้รสชาติน้ำหวานของกุ้งเต็มๆคำเลย ประทับใจมากครับ






อิ่มแน่นพุงไปอีกมื้อกับอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมด อาหารอร่อย ราคาไม่แพงสุดคุ้มค่ากับ
ร้าน Kyutaro ซอยโชคชัย4 แยกโลตัสวังหิน เปิดตั้งแต่ 12.00-00.00 ทุกวันครับ
ท่านใดสนใจอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามทางเพจของร้านได้เลยนะครับ

เจอกันมื้อหน้า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและ Comment ครับผม









Create Date : 09 พฤษภาคม 2560
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 20:21:52 น.
Counter : 1059 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ร้านอาหาร"เรือไม้" ชิลล์ สบาย อร่อย คุ้มค่า เหมาะกับแนวครอบครัวมาก ๆ @พัทยาใต้
ชื่อร้าน : เรือไม้ พัทยา (Ruemai Pattaya)
รายการอาหาร : อาหารไทย,อาหารจานเดียว,ก๋วยเตี๋ยว,ข้าวราดแกง,กาแฟ
เวลาเปิดบริการ : 07.00 - 22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ใกล้โลตัส พัทยาใต้ ถนนสุขุมวิท ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี, ชลบุรี Thailand
พิกัด GPS : 12° 54' 8.06"N 100° 53' 49.24"E




สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang
วันนี้ขอพาไปแนะนำร้านอาหารชื่อดังแถวย่านพัทยาใต้ครับ"ร้านเรือไม้"ร้านเก่าแก่ตั้งมายี่สิบปีได้แล้ว
และรุ่นลูกก็ได้มาปรับปรุงพัฒนาได้น่าสนใจมากๆเลยครับ


ร้าน"เรือไม้ตั้งอยู่แถวย่านพัทยาใต้เยื้องๆก่อนถึงMAKROสาขาพัทยาครับ พิกัด12.9019555,100.8880541
และยังเป็นรีสอร์ทชื่อ"เดอะ ธารา"ในพื้นที่เดียวกันด้วยครับ


แต่มื้อนี้ขอฝากท้องไว้กับร้านเรือไม้นี้ก่อนแน่นอนครับ หน้าร้านครับสวยงามน่าเข้ามากๆ


พื้นที่ร้านค่อนข้างใหญ่เลยครับ แต่ถ้าตั้งใจมาต้องดูพิกัดดีนิดนึงครับอาจเลยได้






เมนูแนะนำที่ตั้งอยู่โซนหน้าร้านครับ น่าสนใจเยอะมากๆ




บรรยากาศส่วนของหน้าร้านรวมๆดูน่าสนใจดีครับวินเทจๆไทยๆ




ประดับไปด้วยของสะสมรุ่นเจ้าของรุ่นแรกสะสมไว้มาน่าสนใจหลายอย่างครับ มีทั่วพื้นที่ร้านเลย


กลางร้านจะเป็นบ่อปลาครับเข้ามาปุ๊บฝนเทลงมาพอดีเลยเชียว




ส่วนอีกฝั่งจะเป็นพิ้นที่รีสอร์ทครับแนวไทยๆน่าสนใจครับเดี๋ยวทานเสร็จไปพักแน่ๆ






ของสะสมแปลกๆเยอะมากจริงๆครับ55+








รู้สึกว่าท่านรุ่นแรกชอบเรือไม้เป็นพิเศษครับจนเป็นที่มาของชื่อร้านเลย

เอาล่ะเดินชมนิดๆหน่อยเสร็จขอเปิดเมนูสั่งอาหารแล้วเดี๋ยวไปขอถ่ายรูปเก็บบรรยากาศต่อครับ


เมนูอาหารหลากหลายมากครับรูปเมนูเด่นสวยเลือกง่ายดีมากๆครับขอชมเลย



ต้ม ผัด แกง ทอด ครบ


ของหวานก็น่าสนใจมากๆครับ




แต่มื้อนี้ขอจัดเป็นก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อมีคนแนะนำมาก่อนครับ


เมนูข้าวก็มี น่าทานทั้งนั้น


สั่งเสร็จแล้วขอไปดูบรรยากาศเพิ่มอีกนิดครับ


พูดถึงเรื่องพนักงาน...เข้าร้านมาตอนแรกตกใจตรงพนักงานยืนเป็นระเบียบ..คอยเซอร์วิสดีมากๆ พร้อมรับแขกสุดๆ เทรนดีเว่อร์ครับ



โซนนี้เหมือนเป็นแบบตักราดข้าวได้ด้วยมั้งครับ เห็นลูกค้าประจำมายืนส่องๆกัน


มองเห็นครัวได้เลยดูสะอาดน่าทานเห็นแล้วหิวเลย


และถัดมาอีกนิด...


เป็นโซนร้านกาแฟครับสไตล์นี่โบราณนิดๆสบายๆชิลล์สุดๆ


เนื่องจากลูกค้าใช้บริการเต็มเลย(ถ่ายติดไปขออภัยด้วยครับ)แอบส่องภาพบรรยากาศผ่านกระจกนิดหน่อยครับ






เค้าเตอร์สั่งเครื่องดื่มก็ดูไทยๆโบราณกลางๆดีครับเห็นแล้วอยากสั่งสุดๆ


มีตู้ของหวานด้วยส่องซะหน่อย






บรรยากาศรวมๆในร้านลูกค้าส่วนมากจะเป็นแนวครอบครัวพาน้องๆมาทานทานเสร็จก็นั่งดูปลาให้อาหารปลากันครับ
(พยายามเก็บภาพมาแต่เด็กไม่กล้าเก็บผู้ใหญ่55+)


มาที่โต๊ะเราล๊ะเริ่มกันที่น้ำใบเตยเย็นๆชื่นใจกันก่อนเลยครับ ทางร้านทำเองเลยนะครับ ราคาเหยือกละ 50 บาทเท่านั้นครับ


ในช่วงสายๆถึงตอนบ่ายๆ ทางร้านเรือไม้จะให้บริการข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว และขนมหวานเป็นหลักครับ ส่วนในช่วงเวลาเย็น 
จะให้บริการอาหารตามสั่ง อาหารทะเล และกับข้าวเป็นจานๆครับ เนื่องจากผมมาถึงก็ตอนเที่ยงพอดี เลยขอจัดก๋วยเตี๋ยวมาชุดใหญ่ครับ


เริ่มที่เมนูแนะนำชามแรกกันเลย "เส้นใหญ่เย็นตาโฟทะเล" 60 บาทครับ


น้ำซอสเย็นตาโฟนี่เป็นสูตรเด็ดของทางร้านเลย รสชาติกลมกล่อม เผ็ดนิดๆกำลังดีครับ 
เครื่องก๋วยเตี๋ยวก็ให้มาเยอะมาก มีทั้ง กุ้งสด ปลาหมึกสด หนังปลากรอบ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง เลือด เกี๊ยวปลา และเกี๊ยวกรอบ คุ้มมากๆครับ



อีกหนึ่งเมนูแนะนำที่ตามกันมาคือ "ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ" ราคา 60 บาทครับ



มาเต็มจริงๆทั้งหมูชิ้น หมูสับ ตับหมู ลูกชิ้นหมู และเกี๊ยวกรอบครับ
ตัวน้ำต้มยำเค้ารสชาติจัดจ้านมาก เป็นต้มยำแบบโบราณที่ใส่ถั่วคั่วพริกคั่วครับ ซึ่งที่ร้านคั่วเอง สดใหม่ทุกวันครับ


อีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาดครับ ขอบอกว่าเด็ดมากๆ "บะหมี่ขาหมู" ราคา 60 บาทครับ




ตัวเส้นบะหมี่นี่เป็นเส้นบะหมี่แบบโบราณที่เรียกว่า บะหมี่ป๊อก ครับ เส้นเล็กๆ เหนียวนุ่ม เด้งสู้ฟันครับ
ตัวขาหมูนี่รสชาติดีมาก น้ำพะโล้จะเบาๆ ไม่มันไม่เลี่ยน เส้นบะหมี่ที่ชุ่มๆน้ำพะโล้นี่อร่อยกลมกล่อมมากๆ
ท่านใดชอบขาหมูแบบเนื้อหนัง หรือเนื้อล้วน สั่งได้เลยนะครับ


มาต่อกันที่อีกหนึ่งเมนูต้มยำครับ "ก๋วยเตี๋ยวไก่ต้มยำ" ราคา 60 บาทครับ


ที่ใส่มาจะเป็นไก่ฉีกเนื้อนุ่มทานง่าย ต้มยำรสจัดจ้านเช่นเคยครับ


สั่งก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว ก็มีเครื่องเคียงสำหรับทานคู่กับก๋วยเตี๋ยวด้วยครับ ผมสั่งมาสามอย่าง ได้แก่ "ผักบุ้งแซ่บ" "ลูกชิ้นปลาแซ่บ" และ "กากหมูแซ่บ" ครับ
ถ้วยละ 30 บาทเท่านั้น


เริ่มที่ถ้วยแรกกันเลย "กากหมูแซ่บ" ที่นำกากหมูเจียวจนกรอบหอม มาปรุงโดยเติมน้ำปลา มะนาว และพริกป่นลงไป
ขอบอกว่าอร่อยมากๆ กากหมูกรอบๆ ทานกับน้ำยำแล้วจะตัดความมันของกากหมูออกไป ถ้วยนี้แย่งกันกินเลยครับ


มาต่อกันที่ "ลูกชิ้นปลาแซ่บ" ที่นำลูกชิ้นปลา เกี๊ยวปลา มายำรวมกันในแบบเดียวกับกากหมูแซ่บครับ


และ "ผักบุ้งแซ่บ" ที่นำผักบุ้งลวกมายำแซ่บแบบเดียวกับสองเมนูด้านบน แล้วโรยหน้าด้วยหมูสับลวกครับ


มาดูในส่วนของข้าวแกงกันบ้าง ทางร้านทำเองหมดทุกเมนูนะครับ
โดยเมนูยืนพื้นที่มีให้บริการทุกวันได้แก่ แกงเขียวหวาน พะแนง ไข่พะโล้ คั่วกลิ้ง แกงหมู และแกงเนื้อ วันนี้ผมทาน
"ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่" ราคา 45 บาทครับ จานนี้ถูกใจมากๆ เพราะแกงเขียวหวานรสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นพริกแกง เนื้อไก่ก็ให้มาชิ้นโต อร่อยมากๆครับ


มาดูเมนูน้ำกันบ้างครับ แก้วแรกคือ "น้ำลำไย" ราคาแก้วละ 30 บาทครับ


มีน้ำลำไยพร้อมเนื้อลำไยนะครับ หวานอร่อย ดื่มแล้วสดชื่นดีครับ


อีกแก้วคือ "นมเย็น" ครับ ราคา 30 บาทเท่ากัน


และ "โกโก้เย็น" ราคา 60 บาทครับ


โกโก้เย็นนี่มาจากร้านกาแฟที่เป็นอีกส่วนหนึ่งของร้านเรือไม้นะครับ อร่อยเข้มข้นมากๆ


อิ่มของคาวแล้ว มาต่อของหวานกันดีกว่าครับ โดยของหวานที่ทางร้านมีก็จะเป็นขนมหวานแบบไทยๆนะครับ
วันนี้ผมทาน "ฟักทองเชื่อม" ราคาชิ้นละ 30 บาทครับ


ฟักทองเชื่อมเนื้อเนียนนุ่ม ทานเดี่ยวๆอาจจะหวานเกินไป แต่ถ้าทานกับกะทิ จะอร่อยลงตัวมากๆครับ


นอกจากนี้ ยังมีขนมใส่ไส้ ให้บริการในราคาชิ้นละ 4 บาทเท่านั้น




มีทั้งไส้เผือก ไส้ฟักทอง และไส้กล้วย อย่าลืมสั่งมาทานนะครับ อร่อยมากๆ


"กล้วยเชื่อม" จานนี้ราคา 30 บาทเท่ากับฟักทองเชื่อมครับ


ปกติเคยทานแต่กล้วยเชื่อมสีเหลือง เพิ่งเคยทานสีแดงเป็นครั้งแรกครับ อร่อยมากๆ


และเมนูของหวานอย่างสุดท้าย "หวานเย็นกะทิสด" ที่ให้มาทั้ง แตงไทย เผือก และลอดช่องครับ
ตัวน้ำกะทิทางร้านเคี่ยวเองจากน้ำตาลมะพร้าว รับรองความหวานมันครับ


อิ่มท้องก็นั่งดูน้องๆให้อาหารปลากัน


แต่ส่วนมากก็มีผู้ใหญ่คอยคุมดูอยู่ครับ


เด็กๆนั่งสั่งก๋วยเตี๋ยว/ข้าวชามเดียวทานกันชิลล์ น่าจะมาประจำกันอยู่แล้วแน่ๆ








สรุปแล้วบรรยากาศดีกว่าที่คิดไว้มากๆครับ เมนูที่มีคนแนะนำมาก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ชิลล์มากครับร้านนี้แนวครอบครัวสุดๆ
แต่มาทานแบบจานเดียวก็ฟินอยู่ครับ ถ้าเพื่อนพี่น้องแถวนั้นยังไม่รู้จักหรือมาจาก กทม. จ.อื่นผ่านมา อย่าลืมแวะลองครับติดใจแน่นอน
แน่นพุงมากแล้วขอไปพักที่ห้องพักใน "เดอะ ธารา รีสอร์ท" แล้วเดี๋ยวมาต่อมื้อเย็นอีกมื้อครับ ครบเครื่องสุดๆร้านนี้
ถ้าเพื่อนคนไหนสนใจมาแล้วอยากสอบถามข้อมูลลองสอบถามไปที่เพจของร้านดูนะครับ

เจอกันอีกมื้อเร็วๆนี้ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและCommentครับผม



Create Date : 12 เมษายน 2560
Last Update : 15 เมษายน 2560 20:00:09 น.
Counter : 6153 Pageviews.
5 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ส้มตำสุดเด็ด "ตะบันตำ ตำถาด บันลือโลก" สำหรับชาวรังสิต แซ่บสะใจ @ Swan Lake Cuisine
ชื่อร้าน : Swan Lake Cuisine
รายการอาหาร : ร้านอาหารไทย อาหารซีฟู๊ด
ที่ตั้งร้าน : ตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์กีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต ( 98/15 หมู่ 18 ถ.เชียงราก-ธรรมศาสตร์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง), ปทุมธานี Thailand, ปทุมธานี Thailand
พิกัด GPS : 14° 3' 53.75"N 100° 35' 50.97"E








สวัสดีครับ

วันนี้มีโอกาสได้แวะมาที่ร้าน Swan Lake Cuisine อีกรอบเนื่องจากได้ทราบมาว่า ทางร้านได้นำแฟรนไชส์ของร้านส้มตำชื่อดังในขณะนี้ "ตะบันตำ ตำถาดบันลือโลก" มาลงครับ


ร้านครัวสวอนเลค เพื่อนพี่น้องท่านใดหาไม่เจอ > จิ้มเลยครับ <


ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามเยื้องๆ มธ.ศูนย์รังสิตครับ ถ้ากลับรถแล้วพอผ่าน TU Dome Plaza แล้วก็เตรียมชะลอมองซ้ายไว้ได้เลยครับ


ลานจอดรถรองรับได้เยอะมากครับผมไปบ่ายๆ ลูกค้ากำลังชิลล์ๆไม่กี่โต๊ะพอดี


ทางเข้าร้านเช่นเคยครับ


ขอเก็บบรรยากาศสักหน่อยครับ ฝั่งนี้เป็นโซน Outdoor และ ห้องคาราโอเกะครับ


ร้านจะแบ่งเป็นโซนๆไปครับเลือกได้เลยอยากได้บรรยากาศแบบไหนครับ


โซนกลางน้ำก็ชิลล์ๆ ดี


ส่องน้องหงษ์น้องห่านเล่นน้ำชิลล์ๆ สบายๆ ได้เลย


เล่นน้ำกันหนุกหนาน (ตัวขวาสุดทำไรน๊ะ)



ออกมาทักทายก็มี


โซนห้องแอร์ครับ


ลูกค้ามาใช้บริการโซนห้องแอร์กันพอสมควรครับวันนี้ ...เราก็เช่นกัน


มีไวน์ให้บริการด้วยครับ ทานอาหารอร่อยๆพร้อมกับจิบไวน์เพลินๆได้เลยครับ
เดินชมร้านเพลินๆซักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ เรามาอร่อยกันดีกว่าครับ

เมนูหลักเคยมาลุยไปแล้ว วันนี้ตั้งใจมาทาน "ตะบันตำ ตำถาด บันลือโลก" ซัดให้เต็มที่กันเลยดีกว่าครับ



จานแรกที่มาเสิร์ฟ เป็นเมนูแนะนำของทางร้านนะครับ ขาหมูสวอนซอส ราคา 260 บาทครับ



นำขาหมูไปตุ๋นกับเครื่องยาจีน แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ชุบแป้งทอดจนกรอบหอม และเพิ่มรสสัมผัสด้วยเต้าหู้ญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม ชุบแป้งทอดจนกรอบนอกนุ่มใน



แล้วนำมาผัดกับซอสสูตรพิเศษที่ใช้ส่วนผสมจากเต้าซี่ ปลาหมึกแห้ง และหอยเชลล์ ใส่พริกเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ
จานนี้อร่อยมากๆ ตัวขาหมูชิ้นใหญ่มากๆ เนื้อหนุบหนับ ตัดกับความนุ่มนิ่มของเต้าหู้ญี่ปุ่น ซอสรสชาติกลมกล่อม 



จานนี้เสิร์ฟพร้อมหมั่นโถวทอดนะครับ ทานคู่กันแทนข้าวสวยได้เลย





สำหรับ ขาหมูสวอนซอส เป็นเมนูที่ได้ออกรายการ "The Dish เมนูทอง" ด้วยนะครับ ห้ามพลาดเลยจานนี้

เมนูต่อมา เป็นเมนูจากส้มตำชื่อดัง "ตะบันตำ ตำถาดบันลือโลก" ที่ทางร้าน Swan Lake Cuisine ซื้อแฟรนไชส์มาลงเพื่อความหลากหลายครับ



ส่วนเมนูนี้พอพนักงานยกมาเสิร์ฟต้องว้าวก่อนเลย...



จานนี้... เรียกจานได้ไหมนี่ "ตำอ่าง" ราคา 300 บาท ครับ ใหญ่เบิ้มสมชื่อตำอ่างจริงๆ





เป็นส้มตำที่เสิร์ฟพร้อม ปลาหมึกย่างทั้งตัว กุ้งย่างทีให้มาถึงสี่ตัว หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์สองตัว และปูม้าหนึ่งตัวครับ ถูกใจสำหรับคนที่ชอบทั้งส้มตำแซ่บๆและซีฟู๊ดอร่อยๆแน่นอน



ปูสดมากๆ



จานใหญ่มากจริงๆ ลองเทียบกันขนาดมือนะครับ





เมนูต่อมาอลังการไม่แพ้กัน "ตำถาดไทย" ราคา 220 บาท



มีทั้ง ไก่ทอด หมูยอ หมูแดดเดียว คอหมูย่าง  กุ้งย่าง จัดเต็ม



ปลาดุกฟูกรอบอร่อยมากๆ ถั่วฝักยาวสด แครอทชุบแป้งทอด ก็เข้ากันกับส้มตำดีมากๆครับเพลินมากชอบ



แน่นอนว่าถ้าเป็นตำถาดก็ต้องจัดเต็มเครื่องส้มตำ ซึ่งจัดมาทั้งเส้นหมี่กระเทียมเจียว ไข่ต้ม ขนมจีน แคบหมู และกะหล่ำปลีสด



ส่วนส้มตำสามารถสั่งได้นะครับ จะตำลาว ตำป่า ชอบเผ็ดมากหรือเผ็ดน้อย รีเควสได้เลย วันนี้ผมขอตำไทยครับ
ต้องบอกเลยว่าส้มตำเขาทำได้อร่อยจริงๆ น้ำส้มตำนี่รสชาติจัดจ้านมากๆ เป็นน้ำส้มตำสูตรพิเศษที่ทางร้านปรุงขึ้นเองนะครับ ไม่มีเจ้าไหนทำเหมือนแน่นอน



เทียบให้ดูกับขนาดมือ ผมว่าไซส์นี้ทานกัน 4-5 คนกำลังพอดี หรือถ้ากลัวไม่อิ่มจะสั่งข้าวเหนียวหรือข้าวสวยเพิ่มก็ได้ครับ ทางร้านมีไว้บริการ
จานนี้ถ้าทานกัน 4 คน ตกคนละ 55 บาทเท่านั้น ได้ส้มตำจานใหญ่เครื่องจุใจขนาดนี้ คุ้มราคามากๆ



คั่นเมนูแซ่บๆด้วยของทานเล่นกันบ้าง ทานส้มตำแล้วก็ต้องมี "ไก่ทอด" จานนี้ราคา 80 บาทครับ



ไก่หมักเครื่องเทศจนได้ที่ ทอดจนสุกหอม รสชาติออกเค็มหวาน ทานกับส้มตำเผ็ดๆเข้ากันดีมากๆครับ



มาต่อกันที่เมนูส้มตำที่ได้ออกรายการครัวคุณต๋อยครับ "ตำกรอบสามรส" ราคา 160 บาท 



โดยนำ มะละกอ เผือก หัวปลี และแครอท ไปชุบแป้งทอดจนกรอบ แล้วผสมน้ำส้มตำสูตรพิเศษของทางร้านครับ



เติมด้วยสับปะรด ไข่เค็ม กุ้งลวก ตำพอแหลก แล้วนำไปราดบนผักชุบแป้งทอด ผักกรอบๆที่ดูดน้ำส้มตำเข้าไปนี่อร่อยจริงๆครับ สับปะรดก็รสชาติหวานฉ่ำเข้ากับส้มตำได้เป็นอย่างดี



ตำจานสุดท้ายของวันนี้ เป็นตำที่ได้ออกรายการ The Dish เมนูทองครับ "ตำไหลบัวลงทะเล" ราคา 160 บาท



นำไหลบัวไปชุบแป้งทอดจนกรอบ แล้วผสมน้ำส้มตำสูตรพิเศษเช่นเคย คลุกเคล้ากับปูม้าสด กุ้งสด ปลาแซลมอนสด และหอยนางรมสด นำมาราดบนไหลบัวทอดกรอบ
อร่อยมากๆครับจานนี้ ไหลบัวกรอบมากๆ ซีฟู๊ดก็สดไม่มีกลิ่นคาวเลย



อาหารมาครบแล้ว ถ่ายรูปหมู่ซักนิด น่าทานทุกจานเลย



รวมซีฟู๊ดสดๆและไหลบัวทอดกรอบจาก "ตำไหลบัวลงทะเล" แซ่บแบบไร้กลิ่นคาว



ไก่ทอดก็อร่อยเข้มข้น



"ตำกรอบสามรส" ก็อร่อยไม่แพ้จานอื่นๆ กุ้งตัวใหญ่เนื้อเด้งดึ๋งมากๆ



เช็คบิลกัน โอ้วเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบ ความอร่อยของอาหาร ขอบอกว่าไม่แพงเลยครับ สั่งไปขนาดนั้นคุ้มมากๆ



น้องห่านเดินมาส่งกลับบ้านด้วย!




เพื่อนพี่น้องท่านใดอยู่แถวนั้น ยังไม่ได้ลิ้มลองหรือเป็นขาประจำร้านนี้อยู่แล้วต้องไม่พลาดครับเด็ดจริงๆ
ไม่ต้องไปต่อคิวยาวๆแบบสาขาหลักด้วยแต่คอนเฟิร์มได้เลยว่ารสชาติความอร่อยนี่ของจริงเลย
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติ้มลองสอบถามไปทาง"PAGE FB ของร้าน"ดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับ
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและcommentครับ







Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2560 2:30:11 น.
Counter : 2818 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

BlogGang Popular Award#13



akuchan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]







Group Blog
All Blog