Life is short, so live it!
ฮานอย1 - วันแรกกะกาแฟแปลกๆของคนฮานอย

น่ารัก-หนวกหู-อารมณ์ดี นี่แหละฮานอย

วันนึงที่เรากำลังเบื่อหน่าย และเซ็งจุ้ยกับการนั่งจุมปุ๊กทำงานติดต่อกันมาหลายชั่วโมง เลยแอบคลิกเช็คแพ็คเกจเที่ยวนั่นนี่ แก้เบื่อ เผื่อเก็บไว้เป็นกำลังใจเก็บตังไปไหนต่อไหนถ้ามีโอกาส (อ่ะรู้น่า ว่าเป็นเหมือนกันทั้งน้าน)

สุดท้ายก็ได้เรื่องจนได้ค่ะพ่อแม่พี่น้อง ไม่รู้ว่าโชคดี หรือสวรรค์เป็นใจหรืออะไรก็แล้วแต่...ที่ทำให้เราคลิกไปเจอแพ็คเกจเที่ยวบินพร้อมที่พักในฮานอย 3 วัน 2 คืนได้ภายในราคาแค่ 3,500 บาท! ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจากแพ็คเกจนี้จะมีใครได้กำไรจากมันบ้างหรือเปล่า แต่แน่ใจว่ามันคือช่วงคืนกำไรให้แก่ผู้บริโภค ผู้บริโภคอย่างเราเลยไม่รอช้า รีบหาเวลาว่างและจองมันอย่างรวดเร็ว (บีบบังคับคุณสุดที่รักสุดริด) เรียกว่ากระตือรือร้นยิ่งกว่าตอนใกล้ถึง deadline การส่งงานเสียอีก

หลังจากนั่งสัปหงกน้ำลายไหลยืดบนเครื่องเกือบสองชั่วโมง เราก็มาถึงสนามบินที่เล็กและแลดูล้าสมัยยิ่งกว่าสนามบินเชียงใหม่เสียอีก นั่งแท็กซี่จากสนามบิน มุ่งหน้าไปย่านเมืองเก่า ซึ่งที่ตั้งของโรงแรม Hanoi Plaza Hotel ที่พักซึ่งแถมพกมากับแพ็คเกจ ใจก็ตุ๊มๆต่อมๆ เตรียมใจเจอพี่ปีเตอร์ เจมสัน ฯลฯครองห้อง ด้วยความที่ราคามันถูกแสนถูก ขนาดดูในรูปยังค่อนข้างขวัญผวา แต่ก็คิดในใจว่าเอาน่า...เราใช้แค่เป็นที่ซุกหัว ไม่ได้คิดจะมานอนกลิ้งอยู่ในห้องทั้งวันเสียหน่อย

แต่ปรากฏว่าผิดคาดเจ้าค่ะ Hanoi Plaza Hotel เป็นถึง The Best Boutique Hotel เชียวนะจ๊า ห้องพักขนาดกะทัดรัดสะอาดสะอ้านงามตา ดูดีกว่าในรูปเยอะมาก(อยากเขกหัวตากล้องนัก) ห้องน้ำก็สะอาดเชียว แยกส่วนเปียกส่วนแห้งให้เสร็จสรรพ มีอุปกรณ์เสริมพิเศษอื่นๆนอกจากแชมพู สบู่ shower cap อย่างแปรงและยาสีฟัน รวมถึงหวีเตรียมไว้ให้ด้วย...เริ่ดและประทับใจมากจนถึงกับต้องกรี๊ดกร๊าด และประเดิมใช้ห้องน้ำกันเลยทีเดียว (เกี่ยวไหมเนี่ย)

ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่เคยลืมเป้าหมาย นั่นก็คือการเดินออกไปหาร้านกาแฟกิ๊บเก๋ อุตส่าห์ตื่นแต่ไก่โห่ ขึ้นเครื่องบินเที่ยวแรกสุดก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ...ฟังดูลงทุนมากมายเลยเนาะ

ถนนใน old town ของฮานอยจะเริ่มต้นด้วยคำว่า Hang เสมอ เราคิดว่ามันน่าจะแปลว่าถนนหรืออะไรสักอย่าง โรงแรมเราอยู่บนถนน Hang Non (อ่านว่าหางหนอน...น่ารักเนอะ) เดินสักพักก็ถึงถนนหางไก่ (Hang Gai) ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟ Cafe Pho Co (Ca Phe Vuon Pho Co) ใกล้กับทะเลสาปคืนดาบ ซึ่งเป็นทีเที่ยวสุดป็อบของชาวฮานอยเค้า มาพูดถึงร้านกาแฟก่อนดีก่า...

Cafe Pho Co เป็นร้านกาแฟที่หายากมากก.....เราเดินผ่านหน้าร้านไปโดยไม่รู้ว่าเป็นมันอยู่สองสามเที่ยว ถามคนนึงเค้าก็ชี้มาทางซ้าย พอเดินมาทางซ้ายได้สักพักถามอีกคนนึง เขาบอกว่าอยู่ทางขวา เดินกลับมาก็ยังหาไม่เจอ สุดท้ายพี่เวียดใจดีคนนึงเลยจูงมือมาชี้ให้ดูว่านี่ไงจ๊ะแม่หนู...ทางเข้าร้าน...ชะโอ๋ยพี่จ๋า เมื่อกี๊หนูมานั่งผูกเชือกรองเท้าอยู่ตรงนี้ก็ไม่เห็น หายากจริงๆเล๊ยย ด้วยความที่มันซ่อนตัวอยู่ด้านหลังตึกซึ่งตั้งเป็นร้านขายของและแกลอรี่


ป้ายเล็กเชียว...น่าหาเจอไหมเนี่ย

แต่พอเข้าใจในร้านแล้วรู้สึกร่มรื่นมาก มีกอไผ่ใหญ่ยักษ์ตระหง่านให้ร่มเงาอยู่ด้านหนึ่ง ร้านกาแฟประกอบไปด้วย 4 ชั้น ด้านบนเป็นศาลเจ้า...จริงๆเป็นศาลเจ้า! ครัวอยู่ด้านล่าง ตรงบันไดทางขึ้นจะมีคนยื่นเมนูให้ตั้งแต่ก้นยังไม่แตะเก้าอี้ เพราะธรรมเนียมของร้านนี้คือการสั่งก่อนขึ้นไปหาโต๊ะนั่ง...แต่คิดแล้วก็ดีเหมือนกัน เพราะน้องเค้าจะได้ไม่ต้องปีนบันไดขึ้นๆลงๆให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย

เราสองคนดูเมนูแล้วตัดสินใจลองอะไรใหม่ๆ อย่าง egg milk coffee ซึ่งเป็นกาแฟใส่ไข่ ราคา 15,000ดอง, Yogurt Coffee กาแฟเย็นใส่โยเกิร์ต และกาแฟดำ จากนั้นค่อยปีนบันไดขึ้นไปหาโต๊ะด้านบน

ชั้นบนสุดของร้าน จะมีระเบียงที่ยื่นออกไปทางฝั่งวิวทะเลสาปคืนดาบ ให้ลูกค้านั่งจิบกาแฟชมวิวทะเลสาปกลางเมืองกว้างใหญ่ มีสะพานสีแดงสดใสให้นักท่องเที่ยวเดินข้ามไปชมวัดตรงเกาะกลางได้ แต่ตอนเช้าแดดจะส่องในมุมที่ค่อนข้างแสบตาพอดู เราเลยเลือกลงมานั่งตรงระเบียงชั้น 2 ที่มีต้นไม้เลื้อยขึ้นเกาะตามกำแพง บางต้นก็ป่ายกิ่งออกมา ใบเขียวๆของมันตัดกับสีแดงของบันไดและราวเหล็กที่พาดระหว่างชั้น เป็นมุมถ่ายรูปที่น่ารักมากเชียวล่ะ ตอนที่ไปอากาศอยู่ในช่วงเย็นสบายเสียด้วย

ความน่ารักของเมืองนี้คือเก้าอี้พลาสติก ที่เตี้ยได้ใจไม่ต่างจากเก้าอี้ที่บ้านเราเอาไว้นั่งซักผ้ากัน เราขอเรียกมันว่า "เก้าอี้แบบคนฮานอย" เค้าก็แล้วกัน เพราะไม่ว่าจะไปทางไหน ร้านอาหารริมถนนก็จะมีเก้าอี้แบบนี้ให้ลูกค้านั่ง นั่นคือสาเหตุที่ทำให้สาวๆเวียดนามไม่ค่อยมีโอกาสได้ใส่มินิสเกิร์ตหรือกางเกงขาสั้นสักเท่าไหร่ เพราะคงนั่งเก้าอี้แบบนี้ไม่ได้แน่


นี่แหละ เก้าอี้แบบฮานอย

ได้เวลามาทำการทดลองกาแฟกันแล้วคับพี่น้อง
เริ่มจาก Egg milk coffee กาแฟไข่
ตอนแรกในมโนภาพของเราคือการตอกไข่ดิบ หรือลวกแล้วเล็กน้อยลงไปในกาแฟนม เหมือนกินไข่ลวกใส่โอวัลตินตอนสมัยเด็กๆ แต่ผิดคาดค่ะ (อยู่ฮานอยยังไม่ถึงสองชม.ดี เรามีอะไรผิดคาดแยะเชียวนะว่าไหม) กลายเป็นกาแฟที่ใช้ไข่ขาวผสมนมตีจนขึ้นฟอง แล้วราดลงด้านหน้าแทนฟองนม เราดันซน...ใช้ช้อนตักเฉพาะฟองมันขึ้นชิม..โหย...คาวมากเชียว แต่พอจิบพร้อมกับกาแฟหอมๆขมๆหน่อยแล้วค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย รสชาติติดจะหวานนิดๆ เจ้าบูของเราชิมแล้วบอกว่ารสชาติเหมือนหน้าขนมเบื้อง

นี่ฮ่ะ...Egg Milk Coffee

ส่วนแก้วที่สอง Yougurt Coffee เป็นกาแฟดำเย็น เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป โรยหน้าด้วยเกล็ดน้ำแข็งเซเว่น (เกล็ดน้ำแข็งกรุบๆเคี้ยวเพลิน) เวลาจะกินก็คนๆๆให้เข้ากัน รสชาติเหมือนดูดโยเกิร์ตที่มีกลิ่นกาแฟลอยกรุ่นขึ้นจมูก กินแล้วตั้งไว้นานๆมันก็จะเริ่มแยกชั้นให้อิ๋วอิ้วเล่นๆ ส่วนกาแฟดำนั้นก็เข้มข้นเข้าขั้น สมกับเป็นกาแฟของเมืองที่คนนิยมดื่มกาแฟกันในตอนเช้า

อันนี้...Yogurt Coffee

เราชอบที่ร้าน Cafe Pho Co กล้าที่จะนำเสนอกาแฟรสชาติใหม่ๆให้คนได้ชิม นอกจากกาแฟแล้ว ที่นี่ยังมีบริการแซนวิช ขนมปังหน้าต่างๆให้สั่งแทะเล่นได้ด้วย

บรรยากาศในร้านร่มรื่น เย็นสบาย มีต้นไม้แยะ ด้วยความที่มีศาลเจ้าอยู่ชั้น3 เลยทำให้บรรยากาศในร้านดูเป็นจีนๆหน่อย ถือเป็นอีกที่หนึ่งที่สามารถนั่งชิลล์ได้

จากร้าน เราพากันเดินข้ามถนนก็ถึงทะเลสาปคืนดาบ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่มีพี่ป้าน้าอา ลุง แม่ ยาย หลาน เพื่อนพ้องน้องพี่ มาเดินเล่นกันแยะมาก ด้วยความที่ฮานอยเป็นเมืองเก่า เค้าไม่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆให้เดินเล่น เราเลยไม่แปลกใจที่เห็นผู้คนหลากเพศ หลายวัน มานั่งหย่อนใจกันที่นี่ หนุ่มสาวบางคู่ก็มานั่งกอดพลอดรักจูจุ๊บกันให้เห็นทั้งกลางวันแสกๆ (เฮ้อ) พ่อพาลูกมาเดินเล่น นักศึกษามานั่งเหม่อลอย นักท่องเที่ยว(เช่นเรา)มาเดินเล่นชมเมืองและถ่ายรูป กลุ่มนักเรียนพากันร้องเพลงแร็พ เดินครบรอบใหญ่โดยไม่รู้ตัว เพราะต้นไม้สูงใหญ่ให้ร่มเงาครึ้ม และตอนเราไปอากาศกำลังเย็นสบาย เดินเล่นได้โดยเหงื่อไม่ตก

ตรงกลางทะเลสาปมีเกาะเล็กๆ เป็นวัดและเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก สะพานที่ทอดข้ามไป ขึ้นหน้าปกไกด์บุ๊คฮานอยหลายต่อหลายเล่ม เพราะฉะนั้นเราก็เลยไปโพสต์ท่าถ่ายรูปต่างๆนานากันตรงนั้นชนิดที่ถึงจะเกรงกลัวสายตาคนอื่น แต่ก็บ้าได้ที่ทีเดียว ว่ะอ่ะอะ
แต่ถ้าจะเดินข้ามไปจริงๆ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 3,000ดอง บนนั้นมีวัดสีแดงสด มีประวัติความเป็นมาของทะเลสาป และที่นี่เองที่เราได้เห็นอาม่าคนหนึ่งแทะแซนวิชชิ้นใหญ่อย่างเอร็ดอร่อย...เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นน่ะ เลยจ้องแกใหญ่ เพราะคนไทยไม่ค่อยชอบกินขนมปัง โดยเฉพาะอาม่านี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เราเองบางครั้งยังรู้สึกติดคอเลย (ก็ขนมปังมันแห้งนี่นะ) แต่ด้วยความที่เค้าเคยเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสมาก่อน ก็เลยกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป

เห็นอาม่ากินแล้ว เดี๊ยนก็เริ่มหิวเหมือนกัน ก็ง่ำแซนวิชชิ้นเล็กๆเป็นข้าวเช้าแค่นั้นเอง เรากะเจ้าบูตั้งเป้าเอาไว้แล้วว่า จะไปกินกันที่ร้านเก่าแก่ใน Hanoi ชื่อว่าร้าน Cha Ca La Vong ก็เค้าเปิดมาตั้งแต่ปีคศ.1871 โน่นแน่ะ...ว่าแล้วก็เดินออกจากทะเลสาปคืนดาบ ไปกันเลย

ด้วยความที่ฮานอยเป็นเมืองเล็กๆ การเดินจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งกินเวลาไม่มากนัก (แต่บางทีก็หืดขึ้นคอได้เหมือนกัน) แถมระหว่างทางยังเพลิดเพลินกับการได้ชมร้านรวงต่างๆด้วย เราสังเกตว่าที่นี่เค้าจะขายของกันเป็นโซนๆ อย่างถนนเส้นนี้ขายพวกของสังกะสี ก็จะขายแต่อย่างนั้น มีการแยกโซนกันอย่างชัดเจน

เราหาร้านเจอกันเร็ว แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ เพราะด้านล่างว่างเปล่าไร้ผู้คน เราปีนบันไดชันๆขึ้นไปด้านบนด้วยอาการไม่แน่ใจสักเท่าไหร่นัก (บ้านคนฮานอยเล็กมาก เค้าก็เลยต้องทำบันไดชัน เนื่องจากไม่มีพื้นที่มากพอ) พอขึ้นไปแล้วถึงแน่ใจได้ว่าเป็นร้านแน่

Cha Ca La Vong เป็นร้านขายอาหารเมนูเดียวคือ Cha Ca คุณพี่Patricia Shultz เค้าบอกว่าเป็นหนึ่งใน 1,000 ร้านที่ควรจะมาก่อนเราลาจากโลกนี้ไป (หนังสือ 1,000 places to see before you die) เจ๊คนนี้โด่งดังจากการเขียนหนังสือ 1,000 Places to See In the U.S.A., Canada Before You Die และอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวเนื่องกับอะไรแบบนี้ อีกทั้งยังทำรายการโทรทัศน์ในชื่อเดียวกันนี้อีกด้วย เรียกว่าเอาดีทางการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวว่างั้น

เราสองคนก็หลงเชื่อ และรักอาหารจานที่เรียกว่า Cha Ca นี่้เอามากๆ ตอนอ่านในไกด๊บุ๊คบอกว่า เค้าจะมา cook at table ตอนนั้นนึกไม่ออกเลยว่าจะมาอีท่าไหนหว่า แต่สุดท้ายก็รู้วา เค้าเอาเตาถ่านมาตั้งและผัดโฉ่ฉ่าให้เราที่โต๊ะ แต่ก็ไม่ได้ไฟลุกท่วมเป็นผักบุ้งไฟแดงอะไรแบบนั้น



เริ่มจากการผัดปลา(ที่ดูเหมือนจะสุกแล้วด้วยนะ) ด้วยน้ำมันสีเหลืองที่ผสมเครื่องเทศเอาไว้แล้วและกำลังร้อนฉ่า พอได้ที่ก็เอาผักชี้ฝรั่งและต้นหอมโรยหน้าให้พอสลด กินกับขนมจีนที่เส้นเล็กกว่าบ้านเราเล็กน้อย เติมผักชี ราดน้ำปลาพริก (น้ำปลาที่นี่หอมมากกกกกก) และถั่วลิสงคั่วลงไป โอย...รสชาติสุดยอด...เขียนไปก็ฝันถึงนะเนี่ย


เราสองคนกินมันกับโค้ก และลงมติว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด
แต่การมากินร้านนี้เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะเหมือนได้กินอาหารในสวนสัตว์ ระหว่างกินก็มีผึ้งมาขอปันจิบน้ำโค้กที่ปริ่มอยู่บนขอบกระป๋อง (เค้าดูดจนแห้งจริงๆนะ) ไม่นานก็เห็นลูกหนูตัวจิ๋ววิ่งพล่านออกมาหาของกิน เห็นไหม มาหนึ่งได้ถึงสองเชียวนะ



reference : //www.1000beforeyoudie.com/ , OOM magazine



Create Date : 28 กรกฎาคม 2551
Last Update : 5 เมษายน 2554 19:46:28 น. 10 comments
Counter : 3232 Pageviews.

 
น่า ไปบ้างค่ะ ไม่เคย ลอง


โดย: Anitapa วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:11:38 น.  

 
แบมบูแวะมาทักทายค่ะ

เห็นแล้วหิวค่ะ


โดย: P_Bear'n'Bamboo วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:54:38 น.  

 
ร้านกาแฟน่าจะไปลองมากๆ

อยู่ถนน Hang gai เหรอค่ะ ปลายเดือนเจอกันแน่


โดย: จอมมารขาวดำ วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:12:19 น.  

 
ลุยเดี่ยว เลยเหรอครับเนี่ยะ เก่งจัง
นึกถึงกาแฟโบราณแถวบ้านที่เมื่อก่อนยังมีขายเลยครับ
จะรอมาชม รูปที่เที่ยวตอนต่อไปนะครับ


โดย: แคปซูลสีฟ้า วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:13:22 น.  

 
ตามมาเที่ยวเวียดนาม

ฟังดูแล้วกาแฟก็แปลกจิงๆๆ


โดย: chalawanman วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:42:33 น.  

 

นึกถึงฮานอยทีไร เสียงแตร มอไซค์ยังก้องอยู่ในหูผมอยู่เลยครับ

เก็บภาพสวยๆ จาก Pex Aof Ice We R One Concert มาฝากด้วยครับ

เป๊ค อ๊อฟ ไอซ์
คลิกที่ภาพได้เลยนะครับ



โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:58:19 น.  

 
จอมมารขาวดำ : แม่นแล้วค่า จำหน้าร้านไว้ให้แม่นๆก่อนไปนะคะ จะได้ไม่เสียเวลา ที่สำคัญถ้าไปกับแฟน หาอะไรใส่ท้องไปก่อนล่ะ เผื่อหาไม่เจอจะได้ไม่ทะเลาะ (เหมือนเรากะเจ้าบูที่แอบฟ่อดแฟ่ดใส่กันไปเรียบร้อย)

แคปซูลสีฟ้า : ไม่ได้ไปคนเดียวนะคะ มีเจ้าบูไปด้วยกันค่ะ

มิสเตอร์ฮอง : ถูกต้องค่า เสียงแตรรถมอเตอร์ไซค์เอย รถที่วิ่งบนถนนปรูดปราดไม่เป็นระเบียบ จอดกันเป็นแนวพรืดบนทางเท้า สัญลักษณ์ของฮานอยของแท้และดั้งเดิม


โดย: a day trip (adaytrip ) วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:00:32 น.  

 
มาอ่านเรื่องกาแฟฮานอน เพราะเป็นคอกาแฟ
มาอ่านแล้วไม่มาเปล่าๆ
เข้ามาทักทายแล้วนิ

อาหร่อย....


โดย: ซ่อนรอยยิ้ม วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:58:35 น.  

 
ไปกะ package ของสายการบินอะไรค่ะ กะลังสนใจจะไป HAN


โดย: jj IP: 202.28.181.7 วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:21:40:51 น.  

 
ตอนนั้นไปกะของ Air Asia ค่ะ
Package Go Holiday

แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกจะไม่มีแล้ว
(เหมือนต้องไปขึ้นเครื่องที่มาเลฯถ้าจะซื้อแพ็คเกจ)
ถ้ามีก็จะราคาแพงกว่า
ซื้อตั๋วเครื่องบินจาก Air Asia แล้วไปหาที่พักเอาก็ได้ค่ะ ตอนนั้นพัก Hanoi Plaza Hotel ก็ดีและคิดว่าน่าจะราคาไม่แพงนะ ^.^


โดย: adaytrip IP: 124.120.224.157 วันที่: 17 ตุลาคม 2551 เวลา:11:22:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

adaytrip
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




อาโหลๆ สวัสดีจ้ะ!
อยากให้สิ่งที่เขียนในบล็อกนี้มีประโยชน์และเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวของเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านไม่มากก็น้อย แวะมาแล้วก็อย่าลืมทิ้งคอมเมนต์ไว้ให้อ่านกันน้า : )
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add adaytrip's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.