Life is short, so live it!
เที่ยวกาญจนบุรี



ขับผ่านนครปฐมทีไร อดแวะร้าน “เรือนแก้ว” ไม่ได้เลยสักที เราชอบร้านนี้ม๊ากมาก เพราะเค้าจะเตรียมแท้งก์น้ำเย็นๆลอยมะลิหอมกรุ่นไว้บริการแขกฟรี


หน้าร้านเรือนแก้ว มีที่จอดรถด้านหน้าสบายๆ

เรือนแก้วขายอุปกรณ์แต่งสวน แต่งบ้าน ตั้งแต่พวกบานพับรูปร่างแปลกๆ ไปจนถึงงานไม้ชิ้นบะละฮึ่ม จากเวียงเหนือ รูปมังกรมังกืออะไรก็มีหมด ราคามีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักแสน(หรือล้านก็ไม่กล้าเดา) บางครั้งยังงงว่าป้าแก้วจำได้หรือเปล่า ว่าร้านตัวเองมีทรัพย์สินอะไรอยู่บ้าง ของแยะมากๆ


แต่สิ่งที่เราไปแล้วมักจะซื้อติดมือกลับมาประจำก็คือ“ทอฟฟี่สูตรกรอบพิเศษ by เรือนแก้ว” ที่ป้าแก้วโฆษณาว่าอร่อยที่สุดในโลก แล้วก็อร่อยจริงๆนะ ถั่วเต็มเอี้ยด กรอบกรุบ หวานหอม


ทอฟฟี่ถั่วที่อร่อยที่สุดในโลก จิงๆน้าาาาา


แค่ออกจากเรือนแก้วข้าวของก็เลยเอี้ยดรถ เพราะคราวนี้เราขนหม้อหุงข้าวแก๊สขนาด 10 ลิตรไปฝากน้องๆที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มีเพื่อนๆฝากข้าวของ เสื้อผ้า ไปให้น้องๆอีกเพียบ รถก็เลยกลายเป็นรถขนของไปโดยอัตโนมัติ



หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวแจ๋วจ้ะ

ทริปนี้มีเจ๊มากับพวกเราด้วย เนื่องจากเจ๊เป็นเจ้าถิ่น เด็กกาญจนฯ
เลยพาไปกินร้าน“ก๋วยเตี๋ยวแจ๋ว” ที่อยู่ใกล้ๆกันแทน
เจ๊บอกว่าเทรดมาร์กของร้านนี้คือเจ้าของร้านสามใบเถา
จะใส่เสื้อผ้าคล้ายกันลวกก๋วยเตี๋ยวและเสิร์ฟ
ระหว่างรอก๋วยเตี๋ยว เจ๊ดอดออกไปนอกร้าน
ซื้อข้าวเกรียบปากหม้อไส้หวานมาให้ลองชิมด้วย อันนี้ก็แปลกเหมือนกัน


ก๋วยเตี๋ยวแจ๋ว กะเกี๊ยวกรอบและกากหมู

ก๋วยเตี๋ยวรสชาติอร่อย น้ำซุปได้เรื่องได้ราว
ยิ่งกินกับกากหมูแบบคนกาญฯ (ที่อยู่ถัดจากเกี๊ยวกรอบ) โหย...เข้ากันสุดยอด
ตอนแรกเราก็ไม่รู้ไง ได้แต่กินก๋วยเตี๋ยวกะเกี๊ยวกรอบ
แต่พอกินกะกากหมูไปเท่านั้นแหละโหย...แทบโยนเกี๊ยวกรอบไปนอกร้านเลย
(ขนาดนั้น!) อร่อยมาก เข้ากันสุดๆ รสชาติมันไม่เหมือนแคบหมูกว่าหลายสิบชนิด
ที่ชีวิตเคยกินมาแล้วเลยจิงๆพี่น้อง คิดแล้วก็อยากกินอีกง่าาาาาาา


ข้าวเกรียบปากหม้อไส้หวาน หนึบๆ หยึบๆ

ส่วน ข้าวเกรียบปากหม้อไส้หวาน
ไส้ในมันก็คือถั่วเหลือง ถั่วแปบนั่นเอง
ตัวแป้งจะหนึบๆไม่หนามาก เวลากินโรยน้ำตาลผสมงาลงไปด้วยก็จะล้ำยิ่งขึ้น

ออกจากร้านกันด้วยความหนุกหนาน เราถ่ายรูปให้เจ๊ที่บ้านไม้หลังที่ไปฝากจอดรถไว้ บอกว่าเอาไปหลอกคนอื่นว่าเป็นบ้านเจ๊ก็แล้วกัน เพราะเป็นบ้านไม้เก่าๆดูน่ารักดี ปรากฏว่ามีหมาหน้าตาเอเลี่ยนที่แสนจะเป็นมิตรอยู่ตัวนึง พอเห็นเจ๊เข้ามาใกล้ มันก็พยายามทักทายด้วยการหอมแก้ม เจ๊ตกใจสุดขีด (เพราะกะลังจะเก๊กสวย) เลยได้รูปนี้มา น่ารักดี


เจ๊ธรรมดาชาติดีอ่ะชอบ...

ในที่สุดก็ได้พุ่งตัวมาที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กกันเสียที
คือตอนแรกวันเกิดปีนี้เราอยากทำบุญให้เด็ก พอดีเจ๊ก็อยากทำเหมือนกัน เราเลยรวมตัวและเงินกันโทรฯไปถามว่าที่นั่นขาดอะไร แล้วก็ซื้อไปให้ตามนั้น (แต่ไม่ครบนะ เพราะถ้าครบอาจหมดตัวได้)


สาบานได้เลยว่านี่แหละ ทางเข้าโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ไม่ใช่ค่ายทหาร หรืออุทยานแห่งชาติที่ไหน แต่ด้วยความที่ๆนี่ค่อนข้างใหญ่มาก และอยู่ในป่า เค้าก็เลยต้องสแกนคนก่อนเข้า (คิดว่านะ)


มอบของให้เด็กค่าาาาาา

ตอนแรกว่าจะไปเลี้ยงอาหารกลางวัเนเด็ก แต่มีคนจองจะเลี้ยงซะแล้ว เรากลัวพวกน้องพุงแตกตาย เลยเปลี่ยนเอาของไปให้แทน ซึ่งพอไปถึงคนก็เลยค่อนข้างเยอะ

แต่ที่นี่สมชื่อที่ตั้งว่าโรงเรียนหมู่บ้านจริงๆ เพราะใหญ่เหมือนอาณาจักรในภูเขา บ้านแต่ละหลังก็จะสร้างค่อนข้างห่าง ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศที่เหมาะสม อากาศสดชื่นสุดๆ มีห้องสมุดกระจายอยู่หลายๆจุด ตอนเราไปมีเด็กอยู่ประมาณ 140 คน พอเอาของให้และถ่ายรูปที่ระลึกร่วมกันแล้ว ก็มีครูสาวนนึงพาพวกเราเดินทัวร์


เจ้าตัวเล็กชวนคุย

ตรงนั้นคือบ้านเรือนไทยริมแม่น้ำแคว มองออกไปจะเห็นแม่น้ำและแนวป่าร่มรื่นมากๆ ใครที่มาเลี้ยงอาหารมีสิทธิ์พักที่นี่ได้ฟรี หรือถ้าใครอยากจะเข้าไปพักก็เสียสตางค์เล็กน้อยเท่านั้น บนเรือนจะแบ่งเป็นห้องๆ มีมุ้ง หมอน ที่นอน ผ้าห่มให้อย่างดี หลังนี้เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆด้วย ไม่ต้องกัวอะจึ๋ยนะ

ระหว่างนั้นก็จะมีเจ้าตัวเล็กคอยเดินตาม ชวนคุย เราก็คุยไปเรื่อยเปื่อย พอกลับออกมาแล้วถึงรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปแบร์ฮักสักที คิดว่าสัมผัสทางกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเค้านะ (พอดีตอนนั้นฟอดแฟดเจ้าบูเรื่องขับรถอยู่เลยต้องขออภัย)


ดูความทะเล้นของเจ้าตัวเล็กดิ

เราชอบหลักสูตรการเรียนของที่นี่ ฟังจากครูและเอกสารที่เขียนโดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์แล้วดีใจที่บอกว่า “เด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวแตกแยก ดังนั้นการเรียนการสอนและวิถีชีวิตในชุมชมนี้ จึงสอดคล้องและเอื้อต่การเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของพวกเขา เน้นความรัก ความอบอุ่นและความเข้าใจ ให้ที่นี่เป็นครอบครัวใหม่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข” ....

อิ่มอกอิ่มใจจากการได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆแล้ว เราออกจากโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก และมุ่งหน้าไปถวายสังฆทานที่วัด (ก็บอกแล้วว่าทัวร์ทำบุญ) จากนั้นก็เริ่มกระบวนการตามล่าหาเห็ดโคนกันล่ะทีนี้


หน้าตาคล้ายๆแบบนี้

คือบอกตามตรงว่าเมื่อก่อนสับสนงุนงงระหว่างเห็ดโคน กับ เห็ดตับเต่า นึกว่าเป็นอันเดียวกัน เราไม่ค่อยชอบเห็ดตับเต่าเพราะเวลาเอามาทำอาหารแล้วมันจะหนืดๆ เลยพาลไม่ชอบเห็ดโคนไปด้วย แต่พอได้ไปกิน “แกงเห็ดโคนใส่ชะอม” ที่ร้านม่านเมือง ถึงกับตรัสรู้ว่ามันคือคนละเห็ดกัน (กับเจ้าตับเต่าที่ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่เราไม่ชอบเท่านั้นเอง)

แม่ของเจ๊ที่เป็นคนเมืองกาญฯแท้ๆบอกว่า
ให้ซื้อหาตามทางจะถูกกว่าในตลาด
เพราะคนที่ไปหาของป่า เค้าจะเอามาขายหน้าบ้านเอง
ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง แถมยังมั่นใจได้ว่าจะได้เห็ดป่าแท้ๆ
ไม่ใช่เห็ดเพาะจากที่อื่น ...

ซึ่งอันนี้แม่เราก็บอกเหมือนกันว่าเห็ดอุทัยฯอาจจะเป็นเห็ดเพาะนะ
เราถามกลับว่าแล้วมันต่างกับเห็ดป่าไหม
เจ๊แม่ก็บอกว่า ต่างดิ มันก็กรุบกรอบ หนึบหนับต่างกัน
ของป่ามันก็ดีก่าอยู่แล้ววว ... โอ อา อืมมมม อย่างนี้นี่เอง

ดังนั้นพวกเราเลยเบิกตาโพลง มองสองข้างท้างอย่างระมัดระวัง
เพราะเจ๊บอกว่าแผงขายเห็ดโคนจะมีลักษณะเป็นแคร่
และมีถุงพลาสติกวางตั้งโด่เด่อยู่ อาจจะเป็นถุงเดียวก็ได้
เพราะเห็ดมันมาจากป่า ไม่ได้เห็ดมาจากถุงเชื้อ อาจจะมีน้อย
เก็บมาได้แค่ไหนก็ขายเท่านั้น

แต่ความโชคดีของพวกเราจากการตั้งหน้าตั้งตาดูแผงเห็ดโคนก็คือ เราเห็นหมูป่า!!!!! หมูป่าตัวดำๆน่ะ ของจริงด้วย เห็นทั้งครอบครัวเลย มีประมาณห้าตัว บังเอิญเจ้าครอบครัวหมูกำลังยืนจ่อรอข้ามถนน พอรถเราขับผ่านมันก็เดินเรียงแถวข้ามถนนตั้งแต่พ่อแม่ยันลูก เพื่อเข้าป่าที่อยู่อีกฟากหนึ่ง สิ่งที่เสียดายมากๆคือหยิบกล้องมาไม่ทัน เจ้าบูได้ยินเสียงเรากะเจ๊กรี๊ดกร๊าดแล้วก็พยายามหยุดรถให้ แต่เจ้าครอบครัวหมูป่าก็หายไปซะแล้ว ขนาดเจ๊เป็นคนเมืองกาญฯยังบอกว่าเป็นไปได้จริงเหรอ นี่เราโชคดีกันมากๆเลยนะ ที่ได้เห็นหมูป่าตัวจริงเสียงจริงกันทั้งครอบครัวแบบนี้ โอยขนาดตอนเขียนยังตื่นเต้นเลยอ่ะ พวกมันน่ารักมากๆเลย ขอให้รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาไปอยู่ในป่าอย่างมีความสุขตลอดกาลนะเจ้าครอบครัวหมูป่าเอ้ย...

ความตื่นเต้นผ่านไป กระบวนการหาเห็ดก็เริ่มกันต่อ สุดท้ายเราหยุดรถกันสองที่ ที่แรกได้เห็ดมาประมาณเกือบสองโล เป็นเห็ดขนาดเล็กสองถุง และเห็ดบานแล้วขนาดใหญ่ 1 ถุง ส่วนที่ๆ 2 ได้เห็ดขนาดปานกลางมาอีกหนึ่งถุง


เจ๊เผ่นพรวดเดียวไปถึงร้านแล้ว เร็วมาก


กล่องนี้เห็ดใหญ่ อึ๋มมากทีเดียว แต่ราคา = 700!! ของป่ามีราคาแบบนี้เองนะ


คนนี้กำลังนั่งเรียงเห็ดลงถุง
สรุปวันนี้สอยเห็ดโคนมาได้มากมาย เกินกว่าพิกัดที่ตั้งไว้ซะอีก

ระหว่างทางกลับ เจ๊พรรณนาถึงเมนูอาหารมากมาย ที่สร้างสรรค์จากเห็ดโคน
กลับไปก็จะทำเห็ดผัด ตามด้วยข้าวต้มเห็ดโคน ไข่เจียวเห็ดโคน
หรือจะทำแกงเหนือเห็ดโคนแบบที่ไปกินม่านเมืองก็ได้
เรากะเจ้าบูได้ยินแล้วก็ทำตาโต ดีใจว่าจะมีเมนูเริ่ดๆกินไปอีกหลายๆวัน

แต่สิ่งหนึ่งที่เจ๊ไม่ได้บอกก็คือ เห็ดไม่ได้มาแบบสำเร็จรูป
มันมาจากป่าชนิดที่ว่าสดๆร้อนๆ ดังนั้นก็จะมีดินโคลนติดมาด้วยเต็มไปหมด
ที่สำคัญเจ้าดินโคลนพวกนี้พอโดนเนื้อเห็ด มันล้างออกยากมาก
ล้างด้วยน้ำเฉยๆก็ไม่ได้ พอกลับถึงบ้านแทนที่จะได้ผึ่งพุง
เจ๊ก็ประกาศบอกว่าพวกเราต้อง "เกาเห็ด" เสียก่อน

ศัพท์ "เกาเห็ด" ในความหมายของเจ๊ก็คือ การเอามีดมาขูดดินออกจากเห็ด เป็นการทำที่ค่อนข้างเสียเวลามาก เพราะส่วนใหญ่เราซื้อเห็ดขนาดเล็กกำลังดีมา ไม่ได้ซื้อเห็ดใหญ่บะลึ่มฮึ่ม ปริมาณเห็ดที่ต้องเกาก็เลยมีมากเป็นพิเศษ


เอ้าพวกเรา..."เกา" กันเข้าไป

แต่ที่กร๊อบที่สุดคือ เห็ดบานต้นโตที่ซื้อมา ยังมีปลวกตัวเป็นๆ อยู่ในนั้น!
เจ้าบูบอกไม่เป็นไร ปลวกกินได้ แต่เราหวั่นใจและคิดว่าเจ้าบูคงลืมไปที่บ้านตัวเองพื้นปูด้วยไม้ เฟอร์ฯเป็นไม้ แถมยังมีหนังสือมากมายอยู่บนชั้น พอรู้ก็เลยหวั่นใจ เพราะเจ้าหนอนที่เราขูดออก มันคลานกระดึ๊บกระดึ๊บออกมานอกหนังสือพิมพ์ให้กลัวเล่น สุดท้ายเลยต้องระมัดระวังการเกาไม่ให้เกินรัศมีหนังสือพิมพ์มากนัก ลำบากเข้าไปอีก

กว่าจะเกาเห็ดจนหมด หลังเกือบเดาะ ครวญครางบอกว่า ไม่เอาอีกแล้วจ้า คราวหน้าคราวหลังจะขับรถไปกินม่านเมืองเหมือนเดิมดีกว่า แต่พอเห็นอาหารที่เจ๊ทำให้แล้วก็ โหยย....ภูมิใจอ่ะ


เห็ดผัดจานใหญ่บะละฮึ่ม


ข้าวต้มเห็ดโคนหม้อบึ้ม

คืนนั้นพวกเราก็กินอาหารกันจนพุงกาง ไม่ยอมให้เหลือเห็ดเลยสักก้าน เพราะราคาค่าเห็ดน่ะ ไม่เท่าค่าแรงที่หลังขดหลังแข็ง "เกา" มันจ้าาาา


Reference
เรือนแก้ว : 034-230-916-9
โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก : 089-410-4427, mbd@ffc.or.th
เห็ดโคน : ริมทาง




Create Date : 19 ตุลาคม 2551
Last Update : 3 กันยายน 2556 17:04:55 น. 16 comments
Counter : 3960 Pageviews.

 
แวะมาทักทายค่ะ เห็ดน่ากินมากๆ ชอบกินเห็ดทุกชนิดเลยค่ะ



โดย: ลูกตาลเบอรี่ วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:16:10:05 น.  

 
อูวๆๆ น่ากินมากเลยค่า เห็ดโคนนนน


โดย: spionneg วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:17:52:55 น.  

 
ร้านก๋วยเตี๋ยวแจ๋วอยู่ตรงไหนของตัวเมืองกญจน์คะ อยากลองไปทานบ้าง


โดย: pinkyrose IP: 125.25.18.157 วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:18:28:44 น.  

 
ร้านก๋วยเตี๋ยวแจ๋วนะค้า

ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ถึงตัวเมืองกาญฯ
จะเจอสี่แยกไฟแดงใหญ่ สังเกตซ้ายมือเป็นสถานีตำรวจภูธรจ.กาญฯ ให้เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกนั้น

ผ่านศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ผ่านประตูเมืองที่มีอนุสาวรีย์ร. 3 ให้เลี้ยวขวา ตรงไปประมาณ 100 เมตร ร้านจะอยู่ซ้ายมือหัวมุมถนนเลยจ้า

ขอให้อร่อยนะค้าาาาาา


โดย: adaytrip IP: 124.121.211.204 วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:20:56:50 น.  

 
เข้ามาน้ำลายหก เห็ดโคนของโปรดสุดๆ เลยล่ะค่ะ


โดย: NoNoTan IP: 58.8.69.79 วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:22:27:57 น.  

 
เห็ดๆๆ เจอเห็ดเเล้วใช่ไหมค่ะ 55 นั่งเเกะ ใหญ่เลย


โดย: yopathum วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:4:35:22 น.  

 
ขอคุณที่มาเยี่มยนะคะ เข้ามาอีกก็อยากกินเห็ดโคนอีก 555

555 ถ้าแม่เข้ามาอ่านที่บล๊อก สงสัยยิ้มแก้มปลิเลยล่ะค่ะนั่น

ว่างๆไปเที่ยวดูนะคะที่เขาค้อ อากาศกำลังเย็นสบายเชียวล่ะค่ะ อิอิ


โดย: spionneg วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:10:56:43 น.  

 
ไม่เคยทานเลย เห็ดโคน...อยากลองทานบ้าง


โดย: นางฟ้าอรชร วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:11:32:22 น.  

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:13:47:08 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:21:21:18 น.  

 
เที่ยวเก่งเหมือนกันครับ เอาไว้เดี๋ยวแบก 450D ไปเที่ยวแล้วจะเอามาอวดเน้อครับ


โดย: civic_coupe วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:23:57:10 น.  

 
ตามกลิ่นเห็นโคนมาค่ะ


โดย: แม่พลอย (mere ) วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:11:59:00 น.  

 
ตอนนี้มีอีกร้านนึงที่น่าทานมาก เป็นร้านราดหน้า

ชื่อว่าร้าน นายจินดาครับผม....ราดหน้าอร่อยมาก

แถมยังมีก๋วยเตี๋ยวโบราณด้วย.....อร่อยสุดๆ

ช่วงนี้ก็ถึงหน้าเห็ดโคนอีกแล้ว........อิอิ....อยุ่กาญจน์นี่ยังไม่ได้หามาทานเลย

อ่อที่จ.กาญจนบุร ช่วงปลาย พ.ย. - ต้น ธ.ค.

มีงานประจำปี ชื่อว่า สัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว

ยังไงอย่าลืมมาเที่ยวกันนะครับ....


โดย: ป.ปลาจร้า IP: 125.27.195.152 วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:12:26:20 น.  

 
ผ่านร้านเรือนแก้วบ่อยไหมคะ ทีนี้น่ารักดีนะคะ

ท๊อฟฟี่อร่อยจริง ๆ และมีอีกอย่างนึงคือปั้นสิบคะ

อร่อยเหมือนกันคะ


โดย: หมูน้อย IP: 113.53.76.41 วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:14:54:14 น.  

 
ผมอยากแนะนำร้านขนมปากหม้อสาคูที่อร่อยและน่าทานมากครับ ร้านนี้เค้าอยู่ที่ตลาดเจเจกาญจนบุรีครับ ขนมร้านนี้เค้าแปลกมากตรงที่สีสันของขนมเค้ามีให้เลือกทั้ง7-8สีทุกสีขนมได้มาจากธรรมชาติทั้งนั้นครับน่าทานมาก แถมที่แปลกกว่านั้นนะครับร้านนี้คนที่นี่เค้าเรียกชื่อร้านนี้ว่าสาคูปากหม้อท.ทหารครับ ผมถามว่าทำไมที่นี่เค้ากันอย่างนี้เพราะที่นี่มี2ร้านครับ แต่ร้านที่ผมแนะนำคุณๆ อร่อยมาก แถมภรรยาผมถามเค้าว่าขายสูตรไหมแม่ค้าเค้าตอบทันทีว่าไม่ขายแต่ให้ฟรี แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องไปลองทำกับเค้า เค้าให้วิธีทำอีกต่างหากจะหัดให้เราเป็นไปเลยแม้ใจดีจังนะครับ คราวหน้าผมจะแวะไปเอาสูตรขนมของเค้ามาขายที่กรุงเทพครับ


โดย: ปรัชญา IP: 180.180.19.85 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:2:04:51 น.  

 
พี่คิดถึงข้าวต้มเห็ดโคนจัง..รู้สึกมะว่าปีนี้มันผ่านไปเร็วผิดปกติ..รู้ตัวอีกทีมันเลยหน้าเห็ดโคนไปแล้วง่ะปีหน้าเราไปกินกันใหม่นะน้อง


โดย: เจ๊จัน (moon wolf ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:12:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

adaytrip
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




อาโหลๆ สวัสดีจ้ะ!
อยากให้สิ่งที่เขียนในบล็อกนี้มีประโยชน์และเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวของเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านไม่มากก็น้อย แวะมาแล้วก็อย่าลืมทิ้งคอมเมนต์ไว้ให้อ่านกันน้า : )
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
19 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add adaytrip's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.