จงอย่าทำตัวแบบหิมะ จงทำตัวให้เหมือนจอมปลวก
 
 

Lily is a Great Dane that has been blind

เรื่องราวที่น่าประทับใจของสุนัข Great Dane, Lily และ Maddison ทีส่งต่อมาให้ เป็นเรื่องราวของสุนัขเกรทเดน ที่ชื่อลิลลี่ตาบอด และ ผู้ดูแลแมดดิสัน น่ารักจริงๆ






ต้องขอบคุณเจ้าของภาพและขอเก็บไว้เป็นที่เตือนใจระลึกถึงความรักของสัตว์ที่น่ารัก




 

Create Date : 08 มีนาคม 2555   
Last Update : 8 มีนาคม 2555 20:42:32 น.   
Counter : 925 Pageviews.  


นิ้วล๊อค มือชา

ทำไมนิ้วล๊อค ... มือชา

ระดับความรุนแรงแบ่งเป็น 3 ระดับ
ระดับ 1 รุนแรง แก้ไขแล้วไม่หาย ผ่าตัด
ระดับ 2 กลาง แก้ไขแล้วหาย ผ่าตัด ฉีดยา
ระดับ 3 น้อย กายภาพ กินยา

เราเป็นเพียงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอาการนิ้วล๊อคระดับ 3 ซื่งเป็นเรื่องที่ใหม่ แต่หลายคนบอกไม่อยากให้เป็น ต่อไปคงจะพิการคือสั่งนิ้วไม่ได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาดูแลอย่างถูกวิธี
ไม่น่าเชื่อว่าปีที่ผ่านมามือยังดี การทดสอบแรงบีบมือยังมีแรงสบายๆ
ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีเจอเลยว่าผังผืดกดทับเส้นประสาท ทำให้มือชา
อีก 1 เดือนต่อมานิ้วกลางล๊อค ซื่งเป็นผลมาจากเส้นเอ็น ที่กำลังเผชิญกับความผิดปกติ

นิ้วล๊อคเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับเรามาก ๆ ยังไม่ได้ศึกษา อาการตอนนี้คือยังสั่งได้อยู่แต่จะรู้สึกว่ามีการล๊อคของนิ้ว

สำหรับอาการมือชาพอเข้าใจเพราะเคยได้ยิน

ผ่านมาได้ 4 เดือนแล้ว วันนี้อาการมือขาดีขี้น อาการนิ้วล๊อค ก็ทุเลาแต่เบื่อต้องกินยาต่อเนื่องเป็นเดือนที่ สาม แลัว
เดือนแรก คุณหมอให้ใส่อุปกรณ์ล๊๊อคข้อมือ แช่มือด้วยน้ำอุ่น 42 องศา ครึ่งชั่วโมงทุกวัน หึหึ มีแอบขี้เกียจคุณหมอจับได้เฉยเลย กินยาลดการปวดตามข้อ

เดือนที่สอง คุณหมอยังให้ทำเหมือนเดิม อาการมือชาดีขึ้น แต่ก็ยังกินยา ยาแพงจัง
ขับรถได้นานไม่ชา สามารถจับอะไรเล็กๆได้แล้ว ฮ่าฮ่า เราค่อยๆเลิกใส่อุปกรณ์ล๊อคมือ เพราะใส่แล้วมันอบร้อนน่ะ

เดือนที่สาม คุณหมอถามยังปวดไหม เราบอกไม่ปวดละ คุณหมอก็ลดยาออก 1 ตัว ยังคงต้องแช่มือ เราไม่ได้ใส่อุปกรณ์ล๊อคมือแล้ว ใจเราอยากจะเลิกกินยาละ ห่วงไต ถามคุณหมอ ท่านก็บอกว่า ไม่มีผลเพราะยาจะสลายใน 24 ชั่วโมง

คิดไปคิดมา ลองแชร์ความรู้กับคนไข้ ทราบมาว่า อาการร่วมที่อาจเกิดได้คือการปวดที่หัวไหล่ สังเกตุคือเวลาเอามือเอืื้อมไปด้านหลังจะปวด อันนี้เราเจอกับตัวเลย
อีกอย่างคือเวลาสวมเสื้อยืดแล้ว ตอนถอดต้องเอามือไขว้กันใช่ม๊า ปวดเหมือนกันเลย ทรมานสุดๆ
มือนะก็ปวดเวลาที่กดแป้นคีย์บอร์ดข้อต่ออุ้งมือปวดมาก
อีกอันคือนิ้วเหมือนบวมละเวลากำนะตึงไปหมด

สรุปเป็นพวกเอ็นหัวไหล่และข้ออักเสบ อันนี้คงเป็นผลจากการย้ายก้อนหินทราย ขนาด 25 x 50 นิ้วแน่ๆเลย เพราะเราเคลื่อยย้ายในท่านั่งยองๆ เนื่องจากเพิ่งจะพ้นการผ่าตัดมาได้ราวสัก สี่เดือน เอง คาดเดาการเคลื่อนย้ายแบบที่ทำให้เกิดเอ็นอักเสบได้ เราเองคงไม่ระวังว่าจะมีเรื่องแบบนี้ เลยลุกลามไปผสมกับเรื่องเส้นประสาทแขนและมือ

ตอนนี้อาการที่ว่าเราหายไป -เก้าสิบเปอร์เซนต์แล้ว แล้วก็เพิ่งบอกหมอ ท่านก็บอกว่าถ้ามีอาการพวกนี้เกิดขึ้นอีกให้รีบกับมาหาหมอ ก่อนได้เลย มันเกี่ยวเนื่องกัน บางรายรู้ว่าปวดแล้วก็ยังดันทุรังทำอะไรแบบเดิม บางที่ก็เอ็นไหล่ฉีกก็มี อย่าประมาทนะ

หวังว่าใครที่ได้มาอ่านจะเก็บไว้เป็นประสบการณ์สำหรับป้องกันไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นได้
ในลักษณะเดียวกันนี้ อีกอย่างการผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกแต่ถ้าไม่ผ่าตัดจะดีกว่านะ




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2553   
Last Update : 21 สิงหาคม 2553 21:40:35 น.   
Counter : 906 Pageviews.  


Dermoid Cyst

สำหรับเป็นประสบการณ์และความรู้ เพื่อไม่ให้รู้สึกกังวลถ้าได้พบกับเรื่องราวแบบที่จะเล่าให้ฟัง เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ได้น่าอายอะไร คุณอาจเจอด้วยตัวคุณเองหรือบริวารของคุณไม่ว่าหญิงหรือชายจะรู้ไว้ก็ไม่เสียหาย


เราจะมาพูดถึงเรื่องซิสต์ชนิดหนึ่งใน 3 ชนิดที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว กับคุณผู้หญิงไม่เลือกวัย ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ไม่มีสัญญานเตือน ยกเว้นตอนที่มันโตแล้ว

อาการโดยทั่วไปสำหรับคนปกติ : ไม่มีข้อชี้บ่งโดยประสบการณ์
การตรวจเลือดโดยทั่วไป : ไม่พบสิ่งผิดปกติที่ระบุได้
อาการทางกายภาพ : ต้องคลำบริเวณหน้าท้องเพื่อดูความผิดปกติ ซึ่งถ้าไม่รู้จักก็ไม่มีประโยชน์ยกเว้นกรณีสงสัย

ก่อนที่จะพบว่าขนาดของซีสต์ใหญ่ถึง12ซม.
อาการชี้บ่ง : ปวดบริเวณเอวค่อนไปทางหลัง เวลานั่ง ยืน นอน ไม่จำกัดเวลา
เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
พบอาการปวดเสียดจากระดับใต้สะดือนิดหน่อยค่อนไปทางขวาหรือซ้าย
ท้องไม่แข็ง เวลากดจะเจ็บแต่ไม่ปวดสะดุ้งเหมือนไส้ติ่ง ปวดแล้วลามขึ้นมาบริเวณกระเพาะอาหาร (ไม่แน่ใจว่าทำไม) บางคนอาจคิดว่าเป็นอาการกรดไหลย้อน แต่เมื่อทานยาลดกรดแล้วไม่ช่วยให้ดีขึ้น

ระยะปวดที่พบมักจะเป็นช่วงมีประจำเดือน เมื่อหมดประจำเดือนแล้วจะดีขึ้น
แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ปวด อาการปวดแบบเดียวกันนี้พบได้และสังเกตุได้ว่าการที่ได้ปัสสาวะแล้วอาการปวดจะลดลง

การจำกัดปริมาณอาหารสามารถบรรเทาได้เช่นกัน กินแค่อิ่มอย่ากินจนเกินอิ่ม จะทำให้ช่องท้องใหญ่แล้วไปเบียดเจ้าลูกที่ว่า

อาการเหล่านี้เกิดขี้นในระยะ 3 เดือน ก่อนไปตรวจสุขภาพประจำปี

การตรวจสุขภาพครั้งสุดท้าย พบว่าทุกอย่างปกติ ยกเว้นมีอาการซีดเล็กน้อย

เข้าใจว่าเริ่มมีสัญญานบางอย่างจากการชี้บ่งเรื่อง "ซีด"

ร้ายยิ่งกว่าอาการปวดครั้งสุดท้ายในระหว่างการมีประจำเดือนและต่อเนื่องหลังจากนั้น เริ่มคลำหน้าท้องว่ามีลูกนูนๆเกิดขึ้นเปรียบเทียบด้านซ้าย และขวา เวลานอนตะแคงเหมือน มีลูกอะไรมันทิ่มเบียดกัน นอนไม่หลับ ต้องนอนราบหรือตะแคงด้านที่คลำไม่พบลูกนูน แต่ที่ดีที่สุดคือนอนราบ

ตัดสินใจไปพบแพทย์ ครั้งแรกไปพบศัลย์แพทย์ คิดว่าเป็นไส้ติ่งเรื้อรังหรือเปล่าแต่ศัลย์แพทย์อธิบายว่าจากอาการที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นอาการมดลูกโตดังนั้นจึงให้ไปพบสูตินรีแพทย์

สูตินรีแพทย์ได้ส่งขึ้นไปทำการ อัลตราซาวด์ด้วยคอมพิวเตอร์ แล้วก็พบก้อนจริงๆ ขนาด 12 ซม ที่บริเวณรังไข่ด้านขวา และวินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็น dermoid cyst ซึ่งจะประกอบไปด้วยไขมัน เส้นผม เล็บ ซึ่งเป็นพวกมีเยื่อเจริญ
ส่วนมดลูกและรังไข่ที่เหลือปกติดี แต่พวกนี้เกิดขึ้นได้เอง ไม่รู้เมื่อไหร่กัน ไม่มีใครบอกได้

แพทย์วินิจฉัยให้ตัดรังไข่ทิ้ง 1 ข้าง เพราะส่วนมดลูกและรังไข่อีกด้านยังปกติ

สุดท้ายตัดสินใจให้ตัดรังไข่ทั้งสองข้างพร้อมเอามดลูกออกด้วย นี่คือคำยืนยันต่อแพทย์ที่จะทำการผ่าตัด

การผ่าตัดเกิดขึ้น 1 เดือนให้หลัง จะมีการซักถามประวัติโรคประจำตัว ข้อควรระวังสำหรับคนเป็นภูมิแพ้ อันนี้เวลาไอ-จาม ทรมานสุดๆ บอกให้

ก่อนทำการผ่าตัดทีมแพทย์ต้องการให้เก็บรังไข่พร้อมมดลูกไว้ แพทย์อาจเกรงเรื่องการหมดประจำเดือนก่อนวัยและขาดฮอร์โมนก่อนวัย ซึ่งจะมีอาการคนวัยทองเกิดขึ้นก่อนเวลา

จากการพูดคุยกับเพื่อนหลายคนพบว่าอาการวัยทองไม่ได้มีอาการเหมือนกันและรุนแรงทุกคน เหตุผลทำไมคนสูงอายุบางคนไม่ได้เอาแต่ใจตัวเองทั้งหมด ไม่ได้หงุดหงิดทุกคน บางคนอารมณ์ดีแจ่มใส อันนี้ถ้าเราจะอยู่ในกลุ่มไหนยังไงก็เป็น

อีกอย่างการตัดสินใจผ่าตัดตอนที่ยังแข็งแรงนี้โอกาสฟื้นร่างกายเร็วกว่า
ไม่ทุกข์ทรมานเท่าเวลาที่อายุเยอะแล้ว แต่เหตุผลหลักว่า อายุเริ่มเยอะแล้ว

เมื่อวันผ่าตัดมาถึงจริง

ก่อนวันผ่าตัดต้องไปนอนโรงพยาบาลเพื่อเตรียมตัวผ่าตัด
แพทย์จะนำไปทำอัลตราซาวด์อีกครั้ง เพื่อวางแผนการผ่าตัด จะต้องผ่าแบบใด บิกินี (ซ้ายไปขวา) หรือผ่าแบบ บน-ล่าง (ระหว่างสะดือกับหัวเหน่า)

วิสัญญีแพทย์ก็จะเข้ามาพูดคุยและให้เลือกวิธีการ
1 บล๊อกหลัง
2 ดมยา .......... เลือกวิธีนี้เพราะไม่อยากรับรู้ใดๆอีกแล้ว

หลังอาหารมื้อเย็นหลัง 4 ทุ่มต้องงดน้ำ + อาหาร จะมีการสวนอุจจาระก่อนเที่ยงคืน และในคืนนั้นจะได้รับยาผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อให้พักผ่อน (ยานอนหลับ) ต้องโกนขนที่บริเวณหัวเหน่าออกด้วย

ตอนเช้ามืดก็จะทำการสวนอุจจาระอีกครั้ง เพราะต้องการให้หมดจริงๆ
แล้วเช้านั้นก็จะได้ยานอนหลับอีกครึ่งเม็ด คนไข้ก็จะอยู่ในอาการสลึมสลือ รู้เรื่องแต่ไม่ได้หลับลึก เหมือนอาการเมายาค้าง

เมื่อถึงเวลานำไปห้องผ่าตัด ก็จะต้องสวมชุดยาวแบบผูกเชือกหลัง และต้องถูกเปลี่ยนชุดในห้องผ่าตัดอีกครั้ง แพทย์จะทำการเจาะเส้นเลือดดำเตรียมให้น้ำเกลือ หรือ เลือดไม่แน่ใจ และก่อนหมดสติทราบแต่เพียงถูกสั่งให้สูดออกซิเจนลึกๆ สูดเข้าไป 2 ครั้งก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย มารู้สึกตัวอีกครั้งก็มีคนเรียกชื่อเพราะจะต้องนำกลับไปที่ห้องพัก ถึงตอนนี้สติสัมปะชัญญะก็เริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง

เมื่อถึงห้องพักแล้วก็มีการติดตั้งเครื่องจ่ายมอร์ฟีนกรณีที่ปวดแผลให้กดปุ่มเพื่อให้เครื่องทำการจ่ายยา ยาจะถูกจ่ายผ่านสายน้ำเกลือ นอกจากนี้ก็จะมีการให้ยาฆ่าเชื้อผ่านสายน้ำเกลือตลอด มีการสวนฉี่ผ่านท่อปัสสาวะ น่าจะทำตอนที่เริ่มผ่าตัด หลังผ่าตัดกลับมาแล้วนอนพักตลอดคืน

รุ่งขึ้นเมื่อรู้สึกตัวดีแล้วต้องพยายามลุกนั่งพลิกตัวให้คล่องให้ได้ และเมื่อถอดสายน้ำเกลือ สายสวนฉี่ออก จะต้องเริ่มเดินให้ได้เพื่อไม่ให้เป็นพังผืดเกิดขึ้น ได้กินน้ำซุปมื้อแรกหลังจากออกจากห้องผ่าตัดมาแล้ว 24 ชั่วโมง
ลำไส้เคลื่อนแล้วตั้งแต่ 12 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด

แพทย์เจ้าของไข้ มาเยี่ยมแล้วบอกคนไข้ว่าตกลง พบซีสต์อีกข้างด้วยขนาด 5ซม. นึกแต่ขอบคุณที่ตัดสินใจตัดทั้งสองข้างไหนๆก็เปิดหน้าท้องแล้ว

ระยะเวลาที่นอนอยู่โรงพยาบาล ใช้เวลาทั้งหมด 5 วัน จะมีการวัดไข้ วัดความดัน การเต้นของหัวใจ

กลับบ้าน ...ก่อนกลับมีการอบรมให้ปฏิบัติตนอย่างไรที่บ้าน โดยเฉพาะ ห้ามยกของหนัก และขึ้นบันไดบ่อย ถ้าจำเป็นขอเป็นวันละ 1 ครั้ง สำคัญมากโดยเฉพาะในระยะ 2-3 อาทิตย์แรก แผลอาจปริได้ถ้าฝืน จะต้องไปพบแพทย์และทำการผ่าตัดใหม่

ที่บ้าน ระยะพักฟื้นช่วง 2 อาทิตย์แรกเป็นไปด้วยความลำบากนิดหน่อยเพราะเจ็บแผล และในช่วงอาทิตย์ที่ 3 ไหมจะเริ่มละลาย ความรู้สึกที่ได้รับคือระยะนี้จะคันแผลด้านนอกมากเพราะแผลตกสะเก็ด ห้ามเกานะ ต้องทน
ไปพบแพทย์เพื่อฟังผลชิ้นเนื้อที่ส่งไปตรวจ .... ปกติ ไม่มีภาวะมะเร็ง

พอเข้าอาทิตย์ที่ 3-4 สบายแล้วแต่มีอาการเจ็บแผลข้างในเป็นช่วงๆ แต่ไม่มากอาจเป็นเพราะ อายุที่ยังไม่เยอะมาก และรูปร่างที่ไม่ใหญ่โต เลยทำให้มีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว ... ระยะนี้ได้ยกสายยางรดน้ำต้นไม้บ้างวันละ 1 ครั้ง ยกขันน้ำ ประมาณ 1 ลิตร โดยทั่วไปอาการปกติ

อาการที่พบคือ ...อย่ารอให้ปวดปัสสาวะเพราะเมื่อถึงเวลานั้นฉี่จะเยอะมาก กระเพาะปัสสาวะที่โตจะดันหน้าท้องและจะเจ็บแผลได้ จะเป็นสักช่วง 1 - 2 เดือน แล้วก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ คนปกติจะฉี่ได้ถึง 400 ซีซี ในแต่ละครั้งที่มีอาการปวด (แอบถามเพื่อนมา)

...อาการฉี่ไม่สุด หรือฉี่ปิ๊ด เกิดได้บางครั้ง และจะหายไปในที่สุด และความรู้สึกปวดฉี่ก็จะรู้สึกปกติ
...อย่าให้ท้องผูกเด็ดขาด จะเจ็บแผลเช่นกัน
...ระยะ 1 เดือน จะรู้สึกเหมือนท้องบวมๆ ไม่เป็นไรเดี๋ยวแฟ๊บเองถ้าไม่มีหน้าท้อง
...น้ำหนักลด 3-4 กิโลกรัม หลังผ่าตัด เมื่อทานอาหารได้ดีแล้วน้ำหนักก็จะขยับขึ้นมาปกติ หากคุมไม่อยู่ก็เกินของเก่าละค่ะ
...อาการที่มีน้ำเลือดออกจากช่องคลอดในระยะหลังผ่าตัด ในช่วงระยะ 2 อาทิตย์ถึง 1 เดือน ไม่ได้มีปัญหาใด แต่ถ้าเป็นเลือดสดๆ ต้องรีบกลับไปพบแพทย์ด่วน
...การรับประทานยาบำรุงเลือดอาจทำให้อุจจาระมีสีดำไม่ต้องตกใจ ..ปกติ
...บาดแผลจากการผ่าตัดอาจเป็นแผลเป็นหรือแผลปูด(คีรอย) ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเนี้อเยื่อของแต่ละคนค่ะ บางคนก็ติดสนิทดีเห็นร่องรอยน้อย แต่คงต้องอาศัยเวลาหลายปีค่ะ
...แม้แผลภายนอกหายแล้วแต่แผลภายในยังรู้สึกเจ็บแปล๊บได้ในบางคราว

ไปทำงานจะขับรถได้หรือ? ยังก่อนไม่ปลอดภัย แต่เกีร์ยออร์โต้ น่าจะได้นะ
... ได้คำตอบแล้ว หลังจาก 7 อาทิตย์ ก็ขับรถแล้วค่ะ เกียร์กะปุกค่ะ
แต่เรื่องยกของหนักนี่ยังไม่ค่อยไว้ใจนัก ยังคงทำนานๆครั้ง ไม่บ่อย

... ตอนนี้ก็ประมาณอาทิตย์ ที่ 9 รู้สึกปวดเมื่อยตามข้อเช่นหัวเข่าถ้าเดินนานๆ อาการนี้มันหายไปนานมากแล้วเพิ่งมาเป็นอีก ยังไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน (แต่เดิมเคยเป็นตอนอายุสามสิบ แล้วก็หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ) ได้คุยกับเพื่อน ซึ่งเคยสัมภาษณ์คนวัยทองบางท่านบอกว่าอาการที่เป็นนี้อาจเป็นเพราะการกินน้ำเต้าหู้หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ซึ่งอาจจะเย็นเกินไป(ตามตำราจีน) จึงมีหลายท่านลองลดปริมาณการรัปทาน พบว่าอาการปวดแบบนี้ดีขี้น ....... กำลังเฝ้าสังเกตอยู่

28 มีนาคม 2554,
.... ไม่ได้เข้าบล๊อกเสียนาน มาดูอาการกัน นะ ตอนนี้ก็สบายดีนะ ครบ 1 ปี หลังจากผ่าตัดกลับไปตรวจปากมดลูกทุกอย่างปกติค่ะ ไม่มีอาการข้างเคียงอะไร คิดว่าอาการหงุดหงิดก็ไม่พบนะ คืออาการที่เกินจากปกติก็ยังไม่มีชัดเจนเพราะเพื่อนๆ น้องๆ ยังไม่บ่นเรา โชคดีจัง

ไม่ได้ทานฮอร์โมน คงรับประทานอาหารตามปกติแต่ถ้ามีพวกถั่วหรือเต้าหู้ก็จะทาน เพื่อปรับสมดุลย์ร่างกายบ้าง เพราะในถั่วจะมีพวกฮอร์โมนเอสโตรเจน น้ำหนักก็ไม่ได้เพิ่ม ร่างกายก็ยังดูปกติดี




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2552   
Last Update : 28 มีนาคม 2554 20:07:01 น.   
Counter : 4364 Pageviews.  



สีมุก
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
[Add สีมุก's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com