bloggang.com mainmenu search






“การชื่นชมของแมไจ” โดย ลอเร็นโซ โมนาโค
ราวปี ค.ศ. 1420-1422





ครูบาโบฮีเมีย ราวปี ค.ศ. 1350
แสดงให้เห็นอิทธิพลของไบเซนไทน์แบบอิตาลี
ในราชสำนักของจักรพรรดิชาร์ลที่ 4
แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์




เรื่องการกำเนิดของพระเยซู



ตัวเรื่องของการกำเนิดของพระเยซูเกี่ยวเนื่องมาจากประวัติการสืบเชื้อสายบรรพบุรุษของพระเยซู ซึ่งกล่าวไว้ในพระวรสารนักบุญแม็ทธิว และ พระวรสารนักบุญลูค เชื้อสาย หรือ “รักขพันธ์” (Family tree) มักจะวาดในรูปที่เรียกว่า “รักขพันธ์เจสสี” หรือ “เถาเจสสี” (Tree of Jesse)

ซึ่งงอกออกมาจากร่างของเจสสี ผู้เป็นพ่อของพระเจ้าเดวิดผู้เป็นกษัตริย์องค์ที่สอง ของอาณาจักรอิสราเอลเมื่อประมาณพันปีก่อนคริสตกาล

พระวรสารกล่าวเรื่องเกี่ยวกับพระแม่มารีว่า พรหมจารีแมรีถูกหมั้นหมายไว้กับโจเซฟ แต่ก่อนที่จะแต่งงานกัน เทวดาเกเบรียลก็มาปรากฏตัวต่อหน้าแมรีและประกาศว่าแมรีจะมีลูกผู้จะเป็น “พระบุตรของพระเจ้า” เหตุการณ์นี้เรียกว่า “การประกาศของเทพ”

เป็นฉากหนึ่งที่นิยมสร้างกันในศิลปะ พระวรสารนักบุญแม็ทธิวกล่าวต่อไปว่าเทวดาปลอบใจโจเซฟ เมื่อรู้ข่าวว่าแมรีท้องและบอกให้ตั้งชื่อลูกชายว่า เอ็มมานูเอล ซึ่งแปลว่า พระเจ้าอยู่กับเรา เมื่อให้ตั้งชื่อลูกก็เป็นเริ่มความรับผิดชอบต่อเด็กที่จะเกิดของโจเซฟ ฉากนี้ไม่ค่อยนิยมสร้างกันในศิลปะ

ในพระวรสารนักบุญลูคโจเซฟและแมรีเดินทางไปเบธเลเฮ็ม ซึ่งเป็นบ้านของบรรพบุรุษของโจเซฟ เพื่อลงชื่อในสำมะโนประชากรผู้เสียภาษี

การเดินทางไปเบธเลเฮ็มเป็นหัวเรื่องที่ไม่ค่อยนิยมสร้างกัน ทางตะวันตกแต่มักจะสร้างกันในชุดทางไบแซนไทน์ ขณะที่อยู่ที่เบธเลเฮ็มแมรีก็คลอดพระเยซูในโรงนาเพราะหาที่พักในโรงแรมไม่ได้

เมื่อคลอดออกมาก็มีเทวดามาปรากฏต่อหน้าเด็กเลี้ยงแกะ บนเนินบริเวณนั้นและกล่าวว่า “พระมหาไถ่, ไครสต์ผู้เป็นพระเจ้าได้มากำเนิดแล้ว” (Saviour, Christ the Lord was born) เด็กเลี้ยงแกะก็ไปที่โรงนาไปพบเด็กเกิดใหม่ห่อตัวอยู่ในผ้า ในรางหญ้าตามที่เทวดาบรรยาย

ตามปฏิทินศาสนาห้าวัน หลังจากการกำเนิดของพระเยซูในวันที่ 1 มกราคมพระองค์ก็ได้เข้าทำพิธีสุนัต ซึ่งมิได้กล่าวถึงโดยตรงในพระวรสาร แต่ก็สรุปได้ว่าคงจะเกิดขึ้นตามกฏและประเพณีของชาวยิว

และ การถวายตัวของพระเยซูในวัด (Presentation of Jesus at the Temple) หรือ “Candlemas” ซึ่งฉลองกันในวันที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์ตามคำบรรยายของพระวรสารนักบุญลูค

พระวรสารนักบุญแม็ทธิวกล่าวถึง “ปราชญ์” (wise men) จากตะวันออกผู้เห็นดาวสว่างบนฟ้าเมื่อพระเยซูเกิด ปราชญ์จึงได้ติดตามดาวมาเพราะเชื่อว่าดาวจะนำไปสู่พระราชาองค์ใหม่ เมื่อมาถึงกรุงเยรูซาเลมก็เข้าไปในวังซึ่งเป็นที่ที่ควรจะพบพระราชา

พอไปถึงก็ไปถามพระเจ้าแฮร็อด พระเจ้าแฮร็อดด้วยความที่กลัวจะถูกโค่นอำนาจจาก “พระราชา” ก็ส่งปราชญ์ออกไปค้นหาพระราชาองค์ใหม่ที่ว่า และสั่งว่าเมื่อพบตัวก็ให้รีบมาบอก

ปราชญ์ก็ตามดาวไปจนถึงเบธเลเฮ็ม พอพบพระเยซูก็ถวายของขวัญที่เป็นทอง ยางสนที่มีกลิ่นหอม (frankincense) และ น้ำมันหอม (myrrh) แล้วก็เตือนถึงความฝันที่ว่าพระเจ้าแฮร็อดจะฆ่าเด็ก ว่าแล้วก็เดินทางกลับประเทศของตนเอง

ในพระวรสารมิได้กล่าวถึงจำนวนหรือฐานะของปราชญ์แต่เรียกปราชญ์ว่า “แมไจ” (Magi) ตามประเพณีแล้วก็ขยายความว่าเมื่อเป็นของขวัญสามอย่างก็ควรจะเป็นปราชญ์สามคน และบางที่ก็ให้ตำแหน่งเป็น “ราชา”

บางครั้งจึงเรียกว่า “ราชาสามองค์” (Three Kings) ซึ่งจะพบในศิลปะตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 เป็นต้นมา หัวเรื่อง “การชื่นชมของแมไจ” (Adoration of the Magi) ก็เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่นิยมทำกันเช่นกัน


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


ศุภสวัสดิ์จันทรวาร สิริมานรมณีย์ค่ะ
Create Date :14 มิถุนายน 2553 Last Update :21 มิถุนายน 2553 0:33:07 น. Counter : Pageviews. Comments :0