bloggang.com mainmenu search






ภาพชีวิตของพระแม่มารีภายในชาเปลทอร์นาบุโอนิ
เป็นภาพที่แสดงให้เห็นชีวิตภายในเรือนของผู้ดีฟลอเรนซ์ในสมัยนั้นมากกว่าที่จะเป็นภาพที่แสดงเหตุการณ์มหัศจรรย์ทางคริสต์ศาสนา





โดเมนนิโค เกอร์ลันเดา (Domenico Ghirlandaio หรือ Domenico di Tommaso Curradi di Doffo Bigordi, ค.ศ. 1449 - 11 มกราคม ค.ศ. 1494) เป็นจิตรกรสมัยศิลปะเรอเนซองส์คนสำคัญของประเทศอิตาลีในคริสต์ศตวรรษที่ 15

มีความเชี่ยวชาญทางการเขียนจิตรกรรมฝาผนัง และการเขียนด้วยสึฝุ่นบนไม้ โดเมนนิโคเป็นจิตรกรร่วมสมัยกัย ซานโดร บอตติเซลลี และ ฟิลิปปินโน ลิบปี และมีลูกศิษย์หลายคนรวมทั้งไมเคิล แอนเจโล


ชีวิตเบื้องต้น

จากชื่อเต็ม “โดเมนนิโค ดิ ทอมมาสโซ เคอราดิ ดิ ดอฟโฟ บิกอร์ดิ” ทำให้สันนิษฐานได้ว่าพ่อของโดเมนนิโคชื่อ เคอราดิ และปู่ชื่อ บิกอรดิ โดเมนนิโคเป็นลูกคนโตที่สุดในบรรดาพี่น้องแปดคน

เมี่อเริ่มแรกโดเมนนิโคฝึกงานกับช่างอัญมณี หรือช่างทองซึ่งอาจจะเป็นพ่อของโดเมนนิโคเอง ชื่อสร้อย “อิล เกอร์แลนเดา” หมายความว่าผู้ทำสร้อยประดับคอและไหล่ มาจากพ่อเป็นผู้ตั้งให้เอง ซึ่งคงเป็นเพราะโดเมนนิโคมีฝีมือดีในการทำสร้อยประดับจากโลหะ ที่ผู้หญิงชาวฟลอ เรนซ์สวม

เมื่อโดเมนนิโคยังทำงานอยู่ในร้านของพ่อ ก็ได้วาดภาพเหมือนของผู้เดินผ่านหน้าร้าน ต่อมาโดเมนนิโคก็ได้ไปฝึกงานการเขียนภาพ และงานโมเสกกับอเลสสิโอ บัลโดวิเนตติ (Alessio Baldovinetti)

งานชิ้นแรกที่ฟลอเรนซ์ โรม และ ซานจิมิยาโน

ในปี ค.ศ. 1480 โดเมนนิโค เกอร์ลันเดาเขียนภาพ “นักบุญเจอโรมในห้องทำงาน” และจิตรกรรมฝาผนังที่วัดออกนิสซานติ ที่ฟลอเรนซ์ และภาพเขียน “พระกระยาหารมื้อสุดท้าย” ขนาดเท่าคนจริงในโรงฉัน

ระหว่างปี ค.ศ. 1481 ถึงปี ค.ศ. 1485 ก็ได้รับงานเขียนจิตรกรรมฝาผนังในห้อง “Sala dell Orologio” ที่ วังเวคคิโอ นอกจากนั้นก็ยังเขียนภาพ “ความประเสริฐของนักบุญเซโนเบียส” (Apotheosis of St. Zenobius) ซึ่งเป็นภาพขนาดใหญ่กว่าคนจริง

ที่ตกแต่งล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรม รูปปั้นวีรบุรุษโรมัน และรายละเอียดอื่นๆ งานชิ้นนี้เป็นงานที่ทำให้เห็นฝีมือ งานของเกอร์ลันเดาทั้งในด้านโครงสร้างและองค์ประกอบ

ในปี ค.ศ. 1483 เกอร์ลันเดาก็ถูกเรียกตัวไปโรมโดยพระสันตะปาปาซิกส์ตัสที่ 4เพื่อให้ไปเขียนภาพ “พระเยซูเรียกตัวปีเตอร์และแอนดรูว์มาให้เป็นสาวก” บนผนังของชาเปลซิสติน

แม้ว่าจะทราบกันว่าเกอร์ลันเดามีงานเขียนที่อื่นในโรม แต่ก็หายสาปสูญไป นอกจากนั้นเกอร์ลันเดาก็ยังเขียนภาพบนผนัง ภายในชาเปลเซนต์ฟินาที่วัดแห่งซานจิมินยาโน เมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1350 เซบาสเตียโน มาอินาร์ดิช่วยเขียนทั้งที่โรมและซานจิมิยาโน


“การชื่นชมของนักบุญเซโนเบียส” (Apotheosis of St. Zenobius) ที่วังเวคคิโอ ฟลอเรนซ์องค์ประกอบของงานของเกอร์ลันเดาจะทั้งใหญ่โตแต่ก็ไม่ขาดความงดงามซึ่งเป็นแบบงานเขียนของคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่ค่อนข้างรัดตัว

เกอร์ลันเดาออกจะมีความก้าวหน้าใช้การเล่นแสงเงา (chiaroscuro) ที่เหมือนแสงเงาจริงที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าภาพเป็นสามมิติและการเขียนแบบทัศนียภาพ ซึ่งทำจากสายตาเท่านั้นโดยไม่ได้ใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์เข้าช่วยแต่อย่างใด

แต่เกอร์ลันเดามักจะถูกวิจารณ์เรื่องการใช้สีแต่ข้อวิจารณ์ไม่รวมไปถึงงานจิตรกรรมฝาผนังเท่าใดนักว่าเป็นสีที่แรงและสว่างอย่างหยาบงานจิตรกรรมฝาผนังเป็นงานที่เขียนแบบที่ชาวอิตาลีเรียกว่า “buon fresco” หรือ “จิตรกรรมฝาผนังแท้” โดยไม่ได้เพิ่มเติมด้วยสีฝุ่น

ความแข็งของเส้นตัดขอบอาจจะเป็นเพราะเกอร์ลันเดา ได้รับการฝึกมาทางช่างโลหะ วาซารีกล่าวว่าเกอร์ลันเดาเป็นจิตรกรคนแรกที่เลิกใช้การปิดทอง แต่ความคิดเห็นอันนี้ก็ไม่จริงเสมอไป

เช่นงาน “การชื่นชมของเด็กเลี้ยงแกะ” ที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่สถาบันวิจิตรศิลป์แห่งฟลอเรนซ์ตกแต่งด้วยเปลวทอง ภาพวาดและภาพร่างหลายชิ้นของเกอร์ลันเดา มีเส้นสายที่ลักษณะเด่นตรงที่เป็นธรรมชาติ

มรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกอร์ลันเดาก็คือได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้การศึกษาเบื้องต้นบางส่วนแก่ไมเคิล แอนเจโลแต่ก็เพียงไม่นาน ลูกศิษย์คนอื่นก็ได้แก่ ฟรานเชสโก กรานาคคิ (Francesco Granacci)

เกอร์ลันเดาเสียชีวิตจากการเป็นไข้ ร่างฝังไว้ที่วัดซานตามาเรียโนเวลลา เกอร์ลันเดาแต่งงานสองครั้ง และมีลูกชายสามคนลูกสาวสามคน คนหนึ่งเป็นจิตรกรเช่นเดียกัน ริดอลโฟ

เกอร์ลันเดามีผู้สืบเชื้อสายต่อมาหลายคนแต่ตระกูลมาสิ้นสุดลงในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อสมาชิกคนสุดท้ายบวชเป็นพระ


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


สิริสวัสดิ์จันทรวาร ปรีดิ์มานกมลโรจน์ค่ะ
Create Date :14 มิถุนายน 2553 Last Update :21 มิถุนายน 2553 0:38:22 น. Counter : Pageviews. Comments :0