bloggang.com mainmenu search
บุโรพุทโธ ศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แบบจำลองบุโรพุทโธ

มหา สถูปบุโรพุทโธ หรือ บรมพุทโธ (Borobudur Temple Compounds) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในภาคกลางของเกาะชวา ห่างจากยอกยาการ์ตาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 1293 - 1393 โดยบุโรพุทโธเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ถ้าไม่นับนครวัดของกัมพูชาซึ่งเป็นทั้งศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและ ศาสนาพุทธ

บุ โรพุทโธถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร เป็นสถูปแบบมหายาน ตั้งอยู่ทางภาคกลางของเกาะชวา บนที่ราบเกฑุ ทางฝั่งขวาใกล้กับแม่น้ำโปรโก บุโรพุทโธสร้างด้วยหินภูเขาไฟประมาณ 2 ล้านตารางฟุตบนฐานสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 121 เมตร สูง 403 ฟุต เป็นรูปทรงแบบปิรามิด มีลานเป็นชั้นลดหลั่นกัน 8 ชั้น และใน 8 ชั้นนั้น 5 ชั้นล่างเป็นลาน 4 เหลี่ยม 3 ชั้นบนเป็นลานวงกลม และบนลานกลมชั้นสูงสุดมีพระสถูปตั้งสูงขึ้นไปอีก 31.5 เมตร เป็นมหาสถูปที่มีระเบียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันไป

ประเด็น ที่น่าสนใจคือบรมพุทโธมีอายุเก่าแก่กว่านครวัดถึงกว่า 300 ปี เพราะหากนับจากปีที่สร้างใน พ.ศ.1656 นครวัดยังไม่ถึง 900 ปี (แต่คนคุ้นเคยกับการเรียกแบบเหมารวมว่า "ปราสาทหินพันปี" ) ในขณะที่ถ้านับจากปีที่สร้างใน พ.ศ.1350 พุทธสถานบรมพุทโธจะมีอายุถึง 1,202 ปีในปี พ.ศ. 2552 ที่สำคัญ ราชวงศ์ "ไศเลนทร" ที่สร้างบรมพุทโธนั้น คือราชวงศ์ที่นำองค์รัชทายาทแห่งราชสำนักกัมพูชา พระนาม "เจ้าชายชัยวรมันที่ 2" ไปศึกษาเล่าเรียนบนเกาะชวาในฐานะ "ราชบุตรบุญธรรม" ซึ่งมีความหมายเดียวกับการเป็น "องค์ประกัน" เฉกเช่นพระองค์ดำ หรือสมเด็จพระนเรศวร ไปร่ำเรียนและเติบโตที่หงสาวดี

ความ สำคัญของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ว่า พระราชพงศาวดารกัมพูชาจารึกว่า เมื่อเจ้าชายชัยวรมันที่ 2 เสด็จกลับจากเกาะชวามารวบรวมกัมพูชาเป็นปึกแผ่นในนาม "เมืองพระนคร" (Angkor) ทรงนำคติในลัทธิ "ไศเลนทร" หรือลัทธิบูชาภูเขามาเผยแพร่ ด้วยการเริ่มต้นสร้าง "ศาสนสถานบนฐานเป็นชั้นๆ" ก่อนที่พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 จะประสบความสำเร็จในการสร้างปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดอย่างนครวัด จึงกล่าวได้ว่า "ต้นธาร" แห่งความเกรียงไกรของเมืองพระนคร (Angkor) ที่โลกตะลึง คือแนวคิดลัทธิไศเลนทร โดยราชวงศ์ไศเลนทรแห่งเกาะชวา

ภาพถ่ายของบุโรพุทโธ โดย van kinsbergen ภาพแรกหลังจากที่เพิ่งขุดพบและทำความสะอาด

ราชวงศ์ นี้ครอบครองอาณาจักรศรีวิชัยที่ยิ่งใหญ่ ในฐานะชุมทางการค้าทางทะเลระหว่างจีนกับอินเดีย ตั้งแต่ราว 1,300 ปีก่อน โดยนับถือสองศาสนาหลักคือ ศาสนาพุทธฝ่ายมหายาน ที่มีพุทธสถาน "บรมพุทโธ" เป็นประจักษ์พยาน และศาสนาฮินดู อันมีเทวสถาน "ปราบานัน" ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบรมพุทโธ เป็นหลักฐานยืนยันความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของสองศาสนาพี่น้อง ก่อนที่ศาสนาอิสลามจะแพร่เข้ามาดั่งพายุโหมในราว 600 ปีมานี้เอง แต่ได้กลายเป็นศาสนาหลักของประชากรอินโดนีเซียกว่า 80% จากจำนวน 220 ล้านคนในวันนี้ จนชาวฮินดูต้องถอยร่นไปปักหลัก ณ ฐานที่มั่นสุดท้ายบนเกาะบาหลี ในขณะที่ชาวพุทธแทบสูญสิ้นจากเกาะชวา ปล่อยบรมพุทโธ และปราบานัน เดียวดายในฐานะพุทธสถานและฮินดูสถาน ในวงล้อมของชุมชนมุสลิม

มี ตัวเลขที่น่าสนใจคือ บรมพุทโธมีบันไดทางขึ้น 171 ขั้น (1+7+1=9) พระพุทธรูปในซุ้มเหนือฐานชั้นที่หนึ่งมี 432 องค์ (4+3+2=9) พระพุทธรูปปางปฐมเทศนาประดิษฐานในเจดีย์รายเจาะเป็นรูโปร่งมี 72 องค์ (7+2 = 9) รวมพระพุทธรูปทั้งสิ้น 504 องค์ ซึ่ง 5+4 ก็เท่ากับ 9 อันเป็นเลขมงคล ส่วนสถูปทรงระฆังคว่ำบนยอดสูงสุด นักโบราณคดีตีความว่าการปิดทึบไม่เจาะช่องเหมือนเจดีย์ราย คือสัญลักษณ์ "อรูปธาตุ" หรือการไม่มีรูปกาย อันหมายถึง "พระอาทิพุทธเจ้า" พระพุทธเจ้าสูงสุดของชาวมหายาน ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งและทรงมีพุทธานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วทั้งสกลจักรวาล

สันนิษฐาน ว่าต้องใช้หินภูเขาไฟในการก่อสร้างกว่า 2 ล้านก้อน นำมาวางเรียงกันเป็นความยาวกว่า 5 กิโลเมตร สะท้อนศรัทธาสูงส่งในศาสนา ภูมิปัญญาสูงสุดในการประดิษฐ์คิดสร้าง และความมั่งคั่งอย่างที่สุดของอาณาจักรศรีวิชัย สมัยราชวงศ์ไศเลนทร เมื่อราว 1,300 ปีก่อน จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ องค์การยูเนสโกจะยกย่องบรมพุทโธเป็น "มรดกโลก" ของมวลมนุษยชาติ แต่ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นอนุสาวรีย์เตือนใจให้เราตระหนักถึงกฎแห่ง "ไตรลักษณ์" ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ คือสรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป อย่างลึกซึ้ง

ที่มา //en.wikipedia.org/wiki/Borobudur
//www.komchadluek.net

Create Date :06 พฤษภาคม 2554 Last Update :6 พฤษภาคม 2554 13:31:39 น. Counter : Pageviews. Comments :0