bloggang.com mainmenu search
ลองมาอ่านเรื่องผีกันมั่งนะคะ ได้มาจากเว็บๆหนึ่งค่ะ…. เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

บ้านร้าง………..

มันเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่ากลัวนักถ้าเล่าตอนนี้
แต่ถ้าใครไปอยู่ในสถานที่นั้น ณ เวลานั้น
ก็จะรู้ว่ามันเป็นอย่างไรกันหนอ อาการที่เรียกว่าโกยหน้าตั้ง
คืนหนึ่งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
พวกเราตัดสินใจที่จะไปลองของกันที่บ้านร้างหลังหนึ่ง
ที่อยู่ระหว่างทางไป อ.มะขาม จ.จันทบุรี
ซึ่งเราได้ยินข่าวมานานแล้ว ว่าบ้านหลังนี้ …สุด ๆ
ประวัติของบ้านหลังนี้เอาแน่นอนไม่ได้
เนื่องจากมีหลายอย่างเหลือเกิน บ้างก็ว่าบ้านนี้ถูกฆ่ายกครอบครัว
บ้างก็ว่าปลูกคร่อมตอตะเคียน เราไม่รู้มูลเหตุที่แท้จริง
เรารู้แต่เพียงว่าบ้านหลังนี้น่ากลัว ก่อนที่เราจะ
เริ่มปฏิบัติการกันนั้น เราได้เตรียมวางแผนกันนานมาก
(เพราะไม่กล้า)

ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง
คืนนั้นเราออกเดินทางกันประมาณ 3 ทุ่ม กว่า ๆจากตัวเมือง
ไปถึงจุดหมายประมาณ 5 ทุ่มได้ เนื่องจากเราไปกันเรื่อย ๆ
บรรยากาศโดยรอบของบ้านหลังนั้น
แตกต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้จะมีปั๊มน้ำมันอยู่ข้าง
ๆก็ตาม ที่โล่งรอบ บริเวณบ้าน รัศมีประมาณ 50 เมตร
ระยะทางมันช่างยาวไกลเหลือเกิน
ซึ่งต่างจากตอนกลางวันที่เราเดินสำรวจกันใช้เวลาแค่ครู่เดียว
เราจอดรถไว้ที่ปั๊มน้ำมัน
แล้วจัดเตรียมเครื่องรางของขลังกันให้พร้อมก่อนจะออกเดินกัน
ลักษณะบ้านเป็นบ้านทรงยุโรป สวยมาก แต่ดูทะมึนยังไงก็ไม่รู้
เราถ่ายรูปรอบตัวบ้านไว้หลายรูป แต่ทุกรูปที่ถ่ายนั้นเสีย หมด
ซึ่งตอนนั้นพวกเรายังไม่รู้เรื่อง ก็เลยตระเวนถ่ายไปเรื่อย
ๆเราเริ่มมีความคิดชั่วร้ายขึ้นมา อยากจะเข้าไปในตัวบ้าน
ซึ่งประตูนั้น ล็อกอยู่ แต่มีสมาชิกอีคนบอกว่า ปีนได้ไม่เป็นไร
ขณะที่ผู้กล้าคนแรกกำลังจะปีน(โดนบังคับ)ทุกคนก็ต้องหยุด
เมื่อได้กลิ่นสาบสาง โชยมา ทุกคนเงียบจนหูมีเสียงดัง “วี้…”
ช่วงนั้นเองทุกคนถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนลากอะไรหนัก
ๆอยู่ในบ้าน เราพยายาม หลอกตัวเองว่าหูแว่วกันไปเอง
แต่มีเพื่อนคนหนึ่งใจกล้า เอาหน้าไปแนบกระจกดู
ซึ่งก็ไม่เห็นอะไรนอกจากฝุ่นที่จับกระจกจนหนา มอง
ข้างในแทบไม่เห็น แต่พอไอ้คนที่ดูต่อจากคนแรก
(คนที่โดนบังคับคนแรกนั่นแหละ)แค่แนบหน้าไปดูเท่านั้นแหละ
ถึงกับกระโดด และเริ่ม จ้ำอ้าวทันที อ้าว!
แล้วพวกที่เหลือจะอยู่ทำไมก็โกยสิครับ
ไม่มีใครเหลียวหลังไปดูอีกเลย เพราะก่อนจะออกวิ่ง
มีเพื่อนคนหนึ่งตะโกนว่า “ผมขอโทษ…” แล้วก็เริ่มออกวิ่ง
พอมาถึงรถก็รีบออกเดินทางกลับกันเลย พอหายเหนื่อย
ก็ถามไอ้คนที่วิ่งคนแรกว่าวิ่งทำไม เขาบอกว่า “ตอนที่เขากำลัง
แนบหน้าเข้าไปดูที่กระจกนั้น
ก็มีอีกหน้านึงแนบเข้ามาจากด้านในด้วย” พวกเราอึ้งกันอยู่สักครู่
แล้วก็ถามอีกคนที่ตะโกนว่า ผมขอโทษ ก่อนออกมา
เขาบอกว่า”เขาเห็นคนยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้วชี้หน้าเขาอยู่”พวกเราทุกคนเห็นว่าไม่ดีแน่
จึงตัดสินใจ เลี้ยวรถกลับไป แล้วไปที่บ้านหลังนั้น
แล้วจุดธูปขอขมา เราก็กลัว ๆกล้า ๆสวดมนต์ผิด ๆถูก
ๆแต่เราบริสุทธิ์ใจ และบอกว่า มิได้ตั้งใจที่จะลบหลู่
แล้วเรากลับเข้าเมืองแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน
โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช้ามาผมจึงเอารูปไปล้าง
แล้วพบเพื่อนหนึ่งในขบวนการของผม(คนที่ตะโกน)เขาบอกว่าเมื่อคืนเขาฝันว่า
คนที่ชี้หน้าเขาไม่ใช่ เจ้าของบ้าน
แต่เป็นเจ้าที่มาเตือนพวกเราและเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก
พอถึงเวลาที่ผมจะไปรับรูป ผมก็ไปรับแต่พอไปถึงร้าน ที่ร้าน
บอกว่า ไม่สามารถอัดเป็นรูปได้
เนื่องจากทุกภาพสว่างมากจนไม่เห็นรายละเอียด คงเป็นเพราะใช้แฟลช
แต่ตอนที่เราถ่าย เราไม่ได้ ใช้แฟลช เราใช้ฟิล์มใวแสง
และใช้ไฟฉายส่องเอา และปริศนาสิ่งสุดท้ายคือ “แล้วหน้าของใครล่ะ
ที่อยู่ในบ้าน” ถ้ามีการลองของครั้งหน้า
ผมจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกนะครับ คราวนี้จบแค่นี้ก่อนนะครับ
ขอขอบคุณมากครับที่ทนอ่านเรื่องราว ที่ไม่ค่อยน่ากลัวอย่างนี้
เจอกันครั้งหน้าครับ
Create Date :23 มกราคม 2554 Last Update :23 มกราคม 2554 20:40:38 น. Counter : Pageviews. Comments :0