"วันวิสาขบูชา"
ปรินิพพาน และ ประสูติ ตรัสรู้เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ของพระศาสดาแห่งศาสนาพุทธถึง ๓ เหตุการณ์
วิสาขบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วัน ได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ให้เป็น “วันสำคัญสากล” เนื่องด้วยเป็นวันที่บังเกิดเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ อันเป็นจุดเรื่มต้นของศาสนาพุทธ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นเมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีก่อน ณ ดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีป โดยทั้ง ๓ เหตุการณ์ ล้วนเกิดตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ อันเป็นเดือนวิสาขะนี้ทั้งสิ้น , ชาวพุทธจึงถือเอาว่า วันเพ็ญเดือน ๖ นี้ เป็นวันที่รวมวันคล้ายวันเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ของพระบรมหาศาสดาไว้มากที่สุด
ในเหตุการณ์เหล่านั้น คติธรรมหลักคือ ไตรลักษณ์ หรือสามัญลักษณะ อันได้แก่ ความเป็นธรรมดาของโลก ๓ ประการ คือ อนิจจัง ความไม่เที่ยง ความไม่คงที่ ความไม่ยั่งยืน ภาวะที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมและสลายไป , ทุกขัง ความเป็นทุกข์ เพราะปัจจัยที่ปรุงแต่งให้มีสภาพเป็นอย่างนั้น , อนัตตา ความไม่ใช่ตัวตน ความที่สังขารบังคับบัญชาให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้
ซึ่งทุกสรรพสิ่งในโลก ล้วนตกอยู่ในสภาพ ๓ ประการนี้ , แม้พระพุทธองค์ผู้เป็นพระบรมศาสดาของโลก ก็ยังต้องทรงตกอยู่ในกฎเหล่านี้ ไม่มีใครสามารถพ้นไปได้ , สำหรับหลักคติธรรมอุปมาที่ได้เทียบเคียง กับเหตุการณ์ในวันวิสาขบูชา ทั้ง ๓ คือ ความกตัญญู , อริยสัจ ๔ และสติ

ในพระพุทธประวัติ แม้พระนางสิริมหามายา ผู้เป็นพระราชมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ จะสิ้นพระชนม์ไปหลังที่เจ้าชายประสูติได้เพียง ๗ วัน , แต่ครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ได้เสด็จไปโปรดพระพุทธมารดาบนดาวดึงส์ถึงเทวโลก
พระเจ้าสุทโธทนะ ผู้เป็นพระราชบิดา , พระพุทธองค์ก็ได้เสด็จไปโปรดถึงพระราชวังที่ประทับ และในวันที่พระพุทธบิดาประชวรหนักใกล้สวรรคต , พระพุทธองค์ก็ได้เสด็จเข้าไปโปรด จนพระราชบิดาได้บรรลุ โสดาบันปติผลถึงนิพพานในพระราชวังนั้นเอง
ในเรื่องความกตัญญูต่อบิดามารดา และผู้มีอุปการะก่อนนั้น ,พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้หลายพระสูตร เช่น ในหลักทิศ ๖ เป็นต้น ซึ่งความกตัญญูนั้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะกับบุคคลเท่านั้น แต่รวมไปแม้กระทั่งต้นไม้ที่ให้ร่มเงาด้วย , ดังที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า “บุคคลนั่งหรือนอน ที่ร่มไม้ใด ไม่ควรหักกิ่งต้นไม้นั้น ผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวทราม”
ความกตัญญู จึงนับได้ว่า เป็นหลักสำคัญในพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง , มีตัวอย่างหลายเรื่องในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาที่กล่าวว่า พระพุทธองค์ทรงยกย่องผู้ที่มีความกตัญญูต่อบิดามารดา เช่น เรื่องพระภิกษุเลี้ยงบิดา มารดา ในมหานิบาต เป็นต้น ซึ่งทำให้พระพุทธองค์ ตรัสว่า “นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา” แปลว่า “ความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคนดี”
ในเหตุการณ์วันตรัสรู้ หลักธรรมสำคัญที่นำมาเทียบเคียงได้อีก คือ “อริยสัจ ๔” อันเป็นหลักธรรมความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ
๑ ทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ สภาวะที่ทนได้ยากทั้งหลาย คือ ปัญหา
๒ สมุทัย เหตุเกิดของความทุกข์ คือ ต้นเหตุของปัญหา
๓ นิโรธ ความดับทุกข์หรือดับปัญหาต่างๆ คือ วางเป้าหมาย พุทธศาสนามีหลักคำสอนเกี่ยวกับเรื่องความสุขมากมาย จุดหมายสูงสุด คือ นิพพาน เป็นบรมสุขที่สูงสุด
๔ มรรค แนวทางในการปฏิบัติเพื่อพ้นจากความทุกข์ คือ ลงมือแก้ไข
ในเหตุการณ์วันปรินิพพาน พระพุทธองค์ตรัสปัจฉิมโอวามไว้บทหนึ่ง อันเป็นยอดของคำสอนในพระพุทธศาสนาที่ทุกคนควรนำมาปฏิบัต คือ การมีสติอยู่ทุกเมื่อ ไม่ให้ทุกข์ร้อนใจอันเกิดจากอำนาจกิเลสเข้าครอบงำ กล่าวคือ ความไม่ประมาทในกาลทุกเมื่อ โดยพระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า “อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ”(อับ-ปะ-มา-เท-นะ, สัม-ปา-เท-ถะ) “พวกเธอทั้งหลาย จงยังประโยชน์ตนและท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด”
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ : Lifestyle ธรรม(-ะ)ดา
- Comment


