พุทธทำนายในที่นี้ จะกล่าวถึงเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงทำนาย(ความฝัน)
ของพระเจ้าปเสนทิโกศล 16 ข้อ ซึ่ง..พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ..
เหตุการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้น ..
ในยุคสมัยที่ศาสนาได้เสื่อมลง ..ซึ่งหลายอย่างได้เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน ..
เนื้อความดังกล่าว ..ปรากฏใน อรรถกถาพระไตรปิฎก ..มหาสุบินชาดก ..
เอกกะนิบาตชาดก
มีเนื้อความดังต่อไปนี้….
วันหนึ่งพระเจ้าโกศลมหาราช ..เสด็จเข้าสู่นิทรารมย์ในราตรีกาล ..
ในปัจฉิมยาม.ทอดพระเนตรเห็น .พระสุบินนิมิตรอันใหญ่หลวง 16 ประการ ..
ทรงตระหนกพระทัยตื่นพระบรรทม ..ทรงพระดำริว่า ..เพราะเราเห็นสุบินนิมิตรเหล่านี้ ..
จักมีอะไรแก่เราบ้างหนอ ..เป็นผู้อันความสะดุ้งต่อมรณภัยคุกคามแล้ว ..
ทรงประทับเหนือพระแท่นที่ไสยาสน์นั้น.จนล่วงราตรีกาล..
ครั้นรุ่งเช้า ..พวกพราหมณ์ปุโรหิต..เข้าเฝ้ากราบทูลถามว่า ..ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ..
พระองค์บรรทมเป็นสุขหรือพระเจ้าข้า? ..รับสั่งตอบว่า ท่านอาจารย์ทั้งหลาย ..
เราจักมีความสุขได้อย่างไร ..เมื่อคืนนี้เวลาใกล้รุ่ง ..เราเห็นสุบินนิมิตร 16 ข้อ ..
ตั้งแต่เห็นสุบินนิมิตรเหล่านั้นแล้ว ..เราถึงความหวาดกลัวเป็นกำลัง ..เมื่อพวกปุโรหิตกราบทูลว่าข้าแต่มหาราชเจ้า ..โปรดตรัสเล่าเถิดพระเจ้าข้า ..พวกข้าพระองค์สดับแล้ว ..จักทำนายถวายได้
จึงตรัสเล่าพระสุบิน ที่ทรงเห็นแล้วให้พวกพราหมณ์ฟัง ..แล้วตรัสว่า เพราะเหตุเห็นสุบินเหล่านี้ ..
จักมีอะไรแก่เราบ้าง? ..พวกพราหมณ์พากันสลัดมือ. เมื่อรับสั่งถามว่า ..เพราะเหตุไรพวกท่าน
จึงพากันสลัดมือเล่า? ..พวกพราหมณ์จึงพากันกราบทูลว่า ..ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ..
พระสุบินทั้งหลายร้ายกาจนัก.. รับสั่งถามว่า พระสุบินเหล่านั้นจักมีผลเป็นประการใด? ..
พวกพราหมณ์จึงพากันกราบทูลว่า จักมีอันตรายใน 3 อย่างเหล่านี้ คือ …
อันตรายแก่ราชสมบัติ 1 ..อันตรายคือโรคจะเบียดเบียน 1 …อันตรายแก่พระชนม์ 1 ..
อย่างใดอย่างหนึ่ง. ..รับสั่งถามว่า พอจะแก้ไขได้ ..หรือแก้ไขไม่ได้ ..พราหมณ์ทั้งหลายกราบทูลว่า ขอเดชะ ! พระสุบินเหล่านี้ หมดทางแก้ไขเป็นแน่แท้ เพราะร้ายแรงยิ่งนัก แต่พวกข้าพระองค์..
จักกระทำให้พอแก้ไขได้ ..เมื่อพวกหม่อมฉันไม่สามารถจะแก้ไขพระสุบินเหล่านี้ได้แล้ว..
ขึ้นชื่อว่า.ความเป็นผู้สำเร็จการศึกษา จักอำนวยประโยชน์อะไร? …รับสั่งถามว่า ..
ท่านอาจารย์ทั้งหลาย จักกระทำอย่างไรเล่า ถึงจักให้คืนคลายได้ ..พวกพราหมณ์..
พากันกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ..พวกข้าพระองค์ต้องบูชายัญด้วยวัตถุอย่างละ 4 พระเจ้าข้า ..พระราชาทรงสะดุ้งพระทัย ตรัสว่า ..ท่านอาจารย์ทั้งหลาย .ถ้าเช่นนั้น .เราขอมอบชีวิต
ไว้ในมือของพวกท่านเถิด.. พวกท่านรีบกระทำความสวัสดีแก่เราเร็วๆ เถิด ..พวกพราหมณ์
พากันร่าเริงยินดี ว่าพวกเราต้องได้ทรัพย์มาก ...แล้วพากันออกจากราชนิเวศน์ .จัดทำหลุมบูชายัญที่นอกพระนคร จับฝูงสัตว์ 4 เท้ามากเหล่า .มัดเข้าไว้ที่หลักยัญ เสร็จแล้ว ..เที่ยวกันขวักไขว่ไปมา กล่าวว่า เราควรจะได้สิ่งนี้ๆ.
ครั้งนั้นแล ..พระนางมัลลิกาเทวี.ทรงทราบเหตุนั้น ก็เข้าเฝ้าพระราชากราบทูลถามว่า ..
ข้าแต่มหาราชเจ้า .พวกพราหมณ์พากันเที่ยวขวักไขว่ไปมา มีเรื่องอะไรหรือ? .พระราชาตรัสว่า
นางผู้เจริญ ..เธอมัวแต่สุขสบาย .จึงไม่รู้ว่า.อสรพิษ.มันสัญจรอยู่ใกล้ๆ หูของพวกเรา.
พระนางทูลถามว่า ข้าแต่มหาราช เรื่องนั้นคืออะไร? ..พระราชารับสั่งว่า เราฝันร้ายถึงปานนี้
พวกพราหมณ์พากันทำนายว่า อันตรายใน 3 อย่าง .ไม่อย่างใดอย่างหนึ่ง..ก็จักปรากฏ …
เพื่อบำบัดอันตรายเหล่านั้น..ต้องบูชายัญ .จึงต้องสัญจรไปมาอยู่บ่อยๆ .
พระนางมัลลิกากราบทูลถามว่า ..ข้าแต่มหาราชเจ้า .ก็ผู้ที่เป็นยอดพราหมณ์ในโลก.
พร้อมทั้งเทวโลก .ทูลกระหม่อม.ได้ทูลถาม.ถึงการแก้ไขพระสุบินแล้วหรือ? …ทรงรับสั่งถามว่า
นางผู้เจริญ. พระผู้เป็นยอดพราหมณ์ในโลก .พร้อมทั้งเทวโลกนั้น .เป็นใครกันเล่า?
พระนางกราบทูลว่า .ทูลกระหม่อม.ไม่ทรงรู้จักมหาพราหมณ์โคดมผู้ตถาคต .
หมดกิเลสบริสุทธิ์แล้ว .เป็นสัพพัญญู .เป็นบุคคลผู้เลิศในโลก.พร้อมทั้งเทวโลกดอกหรือเพคะ.
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น .คงทรงทราบเหตุ.ในพระสุบินแน่นอน .ขอเชิญทูลกระหม่อม.
เสด็จพระราชดำเนิน.ไปกราบทูลถามเถิด.
แล้วเสด็จไปยังพระวิหาร. ถวายบังคมพระบรมศาสดา.แล้วประทับนั่งอยู่ .
พระศาสดาทรงเปล่งพระสุรเสียงอันไพเราะ . ตรัสถามว่า . มหาบพิตร เหตุไรเล่า.
บพิตรจึงเสด็จมา .ดุจมีราชกิจด่วน. พระราชากราบทูลว่า .ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ .เมื่อใกล้รุ่ง.
หม่อมฉัน.เห็นมหาสุบิน 16 ข้อ .สะดุ้งกลัว. บอกเล่าแก่พวกพราหมณ์ .พวกพราหมณ์ทำนายว่า..
ข้าแต่มหาราชเจ้า .พระสุบินร้ายแรงนัก .เพื่อระงับสุบินเหล่านั้นต้องบูชายัญ .ด้วยยัญญวัตถุ.
อย่างละ 4 .ครบทุกอย่าง. แล้วพากันเตรียมบูชายัญฝูงสัตว์เป็นอันมาก…ถูกมรณภัยคุกคาม ..
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า. พระองค์เป็นบุคคลผู้เลิศในโลก.ทั้งเทวโลก .
เญยยธรรม.ที่เข้าไปกำหนดอดีต .อนาคต .ปัจจุบัน .ที่ยังมาไม่ถึง.ซึ่งคัลลองในญาณมุข.
ของพระองค์นั้น..มิได้มีเลย .ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า .ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณา..
โปรดทำนายผล.แห่งสุบินของหม่อมฉัน.เหล่านั้นเถิด. …พระศาสดาตรัสว่า ..ขอถวายพระพร .
เป็นเช่นนั้นทีเดียว.มหาบพิตร ..ในโลก.ทั้งเทวโลก .เว้นตถาคตเสียแล้ว.
ผู้อื่น.ที่จะได้ชื่อว่า..สามารถรู้เหตุ .หรือผล.ของสุบินเหล่านี้.ไม่มีเลย ...ตถาคต.จักทำนาย.
ให้มหาบพิตร.ก็แต่ว่า..มหาบพิตรจงตรัสบอกพระสุบิน .ตามทำนองที่ทรงเห็นนั้นเถิด .
พระราชา.ทรงรับพระพุทธดำรัส. เริ่มกราบทูลพระสุบิน .ตามทำนองที่ทรงเห็น.อย่างถี่ถ้วน ..
โดยทรงวางหัวข้อไว้ดังนี้ว่า
สุบินนิมิตข้อที่ 1 : โค อุสุภราชทั้งหลาย
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิตเห็นโคล่ำสัน 4 ตัว ..วิ่งมาจากทิศทั้ง 4 ..มีลักษณะอาการเกรี้ยวกราด .ประดุจจะชนกัน.ด้วยความโกรธแค้นกันมานาน ..พอโคทั้ง 4 ..วิ่งเข้ามาใกล้กันแล้ว กลับถอยห่างออกจากกันไป ..ไม่ชนกันเลย..
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า ..อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น..จะเกิดภัยธรรมชาติขึ้น..
คือ ..ฟ้าฝนจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล ..จะมีก้อนเมฆขนาดใหญ่.ลอยมาจากทิศทั้ง 4 .
เหมือนกับฟ้าฝนจะตกลงมา..ในพื้นปฐพีอย่างหนัก ..เมื่อก้อนเมฆทั้ง 4 .ลอยเข้ามาใกล้กันแล้ว ..
ก็ลอยถอยห่าง.ออกจากกันไป .ไม่มีฝนตกลงมา.ในพื้นปฐพีเลย
สุบินนิมิตข้อที่ 2 : ต้นไม้ทั้งหลาย
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิต.เห็นต้นไม้นานาชนิด .ยังไม่ใหญ่โต.พอที่จะมีดอกมีผล .
แต่ต้นไม้นั้น.เต็มไปด้วย.ดอกและผล ..จนกิ่งก้านสาขา.จะรอรับ.ดอกผลนั้นไม่ไหว
พระพุทธเจ้า..ให้คำทำนายว่า ..อนาคตต่อไป.ในภายภาคหน้าโน้น ..กุมารี.ที่มีวัย.
ยังไม่สมควรจะมีสามี .แต่กุมารีนั้น.อยากแต่งงาน.ให้เป็นครอบครัว ..เพราะมีความกระสัน .
ใฝ่ฝัน.ในราคะตัณหา ..ใจมีความกำเริบ.ในกามคุณ ..มีความยินดี..ใน รูป เสียง กลิ่น รส
เป็นอย่างมาก ..มีความอยากในกามารมณ์.แห่งความรักความใคร่ ..จึงได้แต่งงานกัน..
เมื่ออายุยังวัยเด็ก .ถูกต้อง.ตามประเพณีนิยม ..บางคนมั่วสุมกัน .ไม่มีความละอาย ..
เยี่ยงสัตว์ดิรัจฉาน . เมื่อตั้งครรภ์ขึ้นมา .ก็หาวิธี.ฆ่าลูกในท้องของตัวเอง.
จึงเป็นบาปกรรมต่อไป..ในภายภาคหน้ายิ่งนัก .เด็กบางคน .ยังมีพ่อแม่เลี้ยงดูอยู่บ้าง.
เด็กบางคน.พ่อแม่เลี้ยงดูไม่ไหว .จึงได้ปล่อยปละละเลย.ให้หาขอทานกินตามลำพัง .
เป็นเด็กเร่ร่อนจรจัด. ไม่มีพ่อแม่ .ไม่มีตระกูล .ไม่มีการศึกษา .ไม่มีที่พึ่งพาอาศัยในบ้านเรือน .
ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น .อดบ้างอิ่มบ้าง .น่าเวทนายิ่งนัก .เหตุการณ์อย่างนี้ .จะมีในภายภาคหน้าโน้นใครได้ไปเกิดในยุคนั้น .สมัยนั้น .ก็จะต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้แล…
สุบินนิมิตข้อที่ 3 : แม่โคทั้งหลาย
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิตเห็น.ฝูงพ่อแม่โคทั้งหลาย.พากันดูดกินนม.ลูกของตัวเอง.
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า ..อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น.. พ่อแม่ทั้งหลาย .
จะได้อาศัย.กินหยาดเหงื่อแรงงานของลูก .อาศัยข้าวปลาอาหาร.เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ .
ที่ลูกแสวงหามาเลี้ยงดู .พร้อมทั้งเงินทอง .ก็ต้องแบ่งปันให้พ่อแม่.ได้จับจ่ายใช้สอย.
ในยุคนั้นสมัยนั้น .พ่อแม่ก็ต้องเอาอกเอาใจลูกยิ่งนัก .ต้องประจบประแจงลูก.อยู่เสมอ
ถ้าพูดต่อลูกดีๆ .ลูกก็แบ่งปันเงินทอง.ให้ได้ใช้บ้าง. ถ้าพ่อแม่พูดไม่ดี .
ก็จะไม่ได้รับส่วนแบ่งอะไรจากลูกนี้เลย .เหตุการณ์อย่างนี้ .จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น..
สุบินนิมิตข้อที่ 4 : .โคทั้งหลาย
พระเจ้าปเสนทิโกศล. ทรงสุบินนิมิตเห็น.ฝูงคนทั้งหลาย.พากันจับลูกโคตัวเล็กๆ .
เข้ามาเทียมแอก.เพื่อลากล้อเกวียน .เมื่อลากไปไม่ไหว .ก็จะพากันเฆี่ยนตี …
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า …อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น ..คนทั้งหลาย.
จะพากันนิยม.เอาเด็กที่จบใหม่ๆ .ไปรับราชการแผ่นดิน .
บริหารการพัฒนาประเทศชาติ .บ้านเมือง …อันเป็นงานที่หนัก .ถึงจะมีความรู้อยู่ก็ตาม .
แต่เด็กนั้นยังขาดประสบการณ์ .ขาดความสามารถ .ขาดความรอบรู้ .ขาดความรอบคอบ.
ในการบริหารเศรษฐกิจ .การเมืองและสังคม .จึงเกิดความผิดพลาด .ล่าช้า ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ขาดความรับผิดชอบ .ขาดดุลการค้า. ทำให้ประเทศชาติเสียหาย .ทำให้คนดุด่า.ว่ากล่าว
นานาประการ .เหตุการณ์อย่างนี้ จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น..
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิตเห็น.ม้าตัวเดียว. หัวเดียว .มีสองปาก .กินหญ้าได้สองทาง .
กินเท่าไรก็ไม่มีความอิ่ม
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า ..อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น …
คนผู้มีหน้าที่ตัดสินคดีความต่างๆ .จะใช้อุบาย.วิธีอันมีเล่ห์เหลี่ยม .เพื่อเอาเงินจากคู่กรณีทั้งสอง เอาทั้งฝ่ายโจทก์ .เอาทั้งฝ่ายจำเลย .เพื่อเป็นค่าจ้างรางวัล.ในการวินิจฉัยคดีความบ้าง.
เอาค่านั้นบ้าง .เอาค่านี้บ้าง .ถ้าไม่ได้ตามความเรียกร้อง .ก็จะไม่รับเรื่องที่มาร้องเรียน .
ต้องการเท่าไรก็เรียกร้องตามใจชอบ .เหตุการณ์อย่างนี้. จะเกิดมีภายภาคหน้าทั่วโลก..
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิตเห็น.มีหมู่มนุษย์ .ถือถาดทองคำอันมีค่ามหาศาล .
ไปวางไว้.สุนัขจิ้งจอกถ่ายอุจจาระ.ถ่ายปัสสาวะใส่ ..
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า ..อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น ..กลุ่มคนที่โง่เขลา.
ปัญญาทราม .จะเอาพระธรรมคำสอนของเราตถาคต .ไปให้ลัทธิต่างๆ เหยียบย่ำทำลาย .
แล้วถ่ายทอดลัทธิของเขา .เอาคำสอนของเขา.ที่สกปรกโสโครก.ด้วยกิเลสตัณหา.
มากลบเกลื่อน.ในคำสอน .แล้วดัดแปลง.แก้ไขคำสอน. ให้เข้ากันกับลัทธิของเขา
แล้วประกาศว่า .คำสอนของเราตถาคต .เป็นส่วนหนึ่งในลัทธิของเขา .ให้คนทั้งหลาย.
มีความเข้าใจผิดว่า .คำสอนของเราตถาคตนั้น.เข้ากันได้กับของเขา.
ถือว่าเป็นอันเดียวกัน .ลัทธิเหล่านั้น.ก็จะไม่รู้คุณค่าของคำสอน.ของเราตถาคต.แต่อย่างใด มนุษย์อย่างนี้.ก็จะมี.ในเมื่อเราตถาคต.นิพพานไปแล้ว ..และจะมีลัทธิต่างๆ ..มาอวดอ้าง..
ว่าเป็นศาสนาเป็นจำนวนมาก…
สุบินนิมิตข้อที่ 7 : สุนัขจิ้งจอก
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิตเห็น.ชายคนหนึ่ง .เอาหนังสือมานั่งฟั่น.ให้เป็นเชือก ..
อยู่บนม้านั่ง.. แล้วมีสุนัขจิ้งจอก.คอยกัดกินอยู่ .เมื่อฟั่นเชือกเสร็จ .สุนัขจิ้งจอกก็กินหมดทันที .
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า .อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น ..คนผู้มีจิตใจต่ำ. ปัญญาทราม จะได้รับสมมุติ. ยกย่องขึ้นเป็น.ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ .นั่งทำงาน.อยู่ในพระราชสำนัก.ระดับสูง. อาศัยอำนาจ.พระบารมี.ของพระมหากษัตริย์ ..ว่าราชการแผ่นดิน.แทนพระองค์อยู่เนืองนิตย์ ..โดยมีความโง่เขลาเบาปัญญา. พูดจาขาดความสำรวม .กล่าวเปิดเผยความลับต่างๆ
ในพระราชสำนัก .ให้หมู่ประชาชนได้รู้ .คนลัทธิต่างๆ .ที่ไม่มีความหวังดี.
ต่อพระมหากษัตริย์อยู่แล้ว .ได้ยินเข้า .จึงนำเอาไปตีแผ่ .ให้คนอื่นคลายศรัทธา .หมดความเคารพในวงศ์พระมหากษัตริย์ .และ.หมดความเชื่อถือ.ในพระราชวงศ์ต่อไป ..เหตุการณ์อย่างนี้ ..
จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น..คนที่ไม่มีความหวังดีต่อพระมหากษัตริย์ ..
จะเป็นหนอนบ่อนไส้เสียเอง
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิตเห็น.โอ่งน้ำใหญ่.และโอ่งน้ำเล็ก.ตั้งอยู่ในที่แห่งเดียวกัน..
แล้วมีคนทั้งหลาย .แย่งกันตักน้ำ .เทใส่โอ่งน้ำใหญ่ .จนล้นเหลือ. ส่วนโอ่งน้ำเล็ก .
ไม่มีใครตักน้ำใส่เลย..
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า. อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น ..จะมีคน.ทำบุญโดยเลือกหน้าพระ…องค์ที่มีอายุมาก .พรรษามาก. มียศถาบรรดาศักดิ์.ในตำแหน่งต่างๆ .จะมีคน.
ให้ความสนใจ.จะพากันถวายเครื่องไทยทาน.เป็นจำนวนมาก .ล้วนแล้วแต่ของที่ดีๆ มีค่า .
มีราคา .ข้าวปลาอาหาร .ปิ่นโตเถาขนาดใหญ่ตั้งต่อหน้า.จนเหลือเฟือ.. ส่วนพระเล็กเณรน้อย.
นั่งอยู่รอบข้าง. ไม่มีใครคิดถวายอะไรเลย .เหตุการณ์อย่างนี้ จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น ..
สุบินนิมิตข้อที่ 9 : สระโบกขรณี
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิตเห็น.สระน้ำขนาดใหญ่ .มีน้ำรอบนอก.ใสสะอาดเยือกเย็น .
ส่วนน้ำในกลางสระ.ขุ่นข้นเป็นโคลนตม .แล้วมีสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย. พากันแย่งชิง.
กินน้ำในสระ.ที่ขุ่นข้นเป็นตมนั้น .ส่วนน้ำรอบนอก.ที่ใสสะอาดเยือกเย็น .ไม่มีสัตว์ตัวใด.
อยากจะกินเลย ..
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า .อนาคต่อไปในภายภาคหน้าโน้น ..คนจะมีความโลภ .ความอยาก มากขึ้น .การงานที่สะอาด .บริสุทธิ์ .และสุจริตไม่อยากทำ ..จึงได้ลงสมัครตัว..
เข้ามาในสภาสันนิบาต .เพื่อจะมีอำนาจ.ในการบริหารงาน.และบริหารเงินของแผ่นดิน.
ได้อย่างเต็มที่ .ใช้อุบายวิธี .อันมีเล่ห์เหลี่ยม .ทุจริต คิดมิชอบ .ในเงินของแผ่นดิน .
จะไม่มีความละอายแก่ใจตัวเองเลย ..ลักษณะนี้จะมีกันทั่วโลก .มีทั่วทุกประเทศเขตแดน ..
และ.จะเพิ่มความรุนแรงขึ้น .จะเกิดความยุ่งเหยิง.ในสภาสันนิบาต.ของประเทศนั้นๆ ..
เหตุการณ์อย่างนี้ ..จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น..
สุบินนิมิตข้อที่ 10 : ข้าวไม่สุก
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิตเห็น.หม้อหุงข้าวหม้อเดียว.มีความแตกต่างกัน .
ข้าวในหม้อซีกหนึ่งสุก .ซีกหนึ่งดิบๆ สุกๆ . อีกซีกหนึ่งข้าวไม่สุกเลย ..
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า .อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น ..คนในโลกนี้..
จะมีความคิดเห็น.ที่แตกต่างกันไป ..กลุ่มหนึ่งจะมีความเชื่อว่า ..เราตถาคต.เป็นที่พึ่ง.ที่เคารพจริง พระธรรมคำสอน.ของเราตถาคต.เป็นสวากขาตธรรม .เมื่อนำไปปฏิบัติ.ให้ถึงที่สุดแล้ว.
จะพ้นจากทุกข์ได้จริง . เชื่อว่า.มีมรรคผลนิพพานจริง .นรก.สวรรค์มีจริง. กรรมดีกรรมชั่ว.
ให้ผลแก่บุคคล.ที่กระทำจริง .ตายแล้ว.เมื่อยังมีกิเลสตัณหาอยู่.เชื่อว่าได้มาเกิดใหม่ .
อีกกลุ่มหนึ่ง.ยังไม่แน่ใจว่า .มรรคผลนิพพานในยุคนี้ สมัยนี้ . มีจริงหรือไม่ . เพราะพระพุทธศาสนาได้ล่วงเลยไปนาน .พระธรรมคำสอน.ของพระพุทธเจ้า .มีความสมบูรณ์อยู่หรือไม่ .พระสงฆ์.
ที่ปฏิบัติดี.ปฏิบัติชอบ . ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน .ในยุคนี้.มีจริงหรือไม่ ..มีแต่ความสงสัยลังเล
ไม่แน่ใจ .อีกกลุ่มหนึ่ง.ปฏิเสธว่า .มรรคผลนิพพานไม่มี.นรกสวรรค์ไม่มี .ทำดี ทำชั่วไม่ให้ผล.
ในภายหน้า.ชาติหน้า .ตายแล้วไม่ได้เกิดใหม่.แต่อย่างใด .ในช่วงปลายพุทธศาสนาโน้น ..
คนจะเกิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ .มีความเห็นผิดมากขึ้นๆ ดังนี้ …
สุบินนิมิตข้อที่ 11 : แก่นจันทน์
พระเจ้าปเสนทิโกศล. ทรงสุบินนิมิตเห็นคนพวกหนึ่ง .เอาแก่นจันทร์แดง.ที่มีค่าราคาแพง .
ไปแลกกับนมเปรี้ยวหม้อเดียว .ซึ่งไม่สมค่าราคากันเลย .
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า .อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น. คนพวกหนึ่ง .
จะเอาพระธรรมคำสอน.ของเราตถาคต .ไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา .จะเขียนเป็นตำรา.
เพื่อออกจำหน่ายขายกิน .หารายได้เพื่อเลี้ยงชีวิต .เอาพระธรรมคำสอน.ของเราตถาคต .
ทำเป็นการแสดง .แต่งกลอน .เพื่อผลประโยชน์ในกัณฑ์เทศน์ .แสดงธรรม.
เพื่อเห็นแก่ค่าจ้างรางวัล .อันเป็นอามิส .ไม่สมค่าราคากันเลย. สิ่งเหล่านี้ .จะเกิดขึ้น..
ในช่วงปลายศาสนาของเราตถาคต..โน้น
สุบินนิมิตข้อที่ 12 : น้ำเต้าจม
พระเจ้าปเสนทิโกศล งทรงสุบินนิมิตเห็น.น้ำเต้าแห้งเปล่า.กลวงใน .ตามธรรมดาแล้ว.
จะลอยอยู่บนน้ำ .แต่น้ำเต้าเปล่านั้น .กลับดิ่งจมลงในน้ำนั้นเสีย ..
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า .อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น ..คนดี.มีความรู้ดี.มีสติปัญญาดี มีความรอบรู้ .มีความฉลาด .มีความสามารถ .มีทั้งพระและฆราวาส .
จะไม่ได้รับความยกย่อง.เชิดชูในสังคม .จะถูกขัดขวาง.จากกลุ่มคนพาลสันดานชั่ว.อยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นฆราวาส .ก็ไม่มีโอกาส.ได้ทำงานในการบริหาร.ประเทศชาติบ้านเมือง งคนมีความรู้.
ความสามารถ .มีความซื่อสัตย์สุจริต .ไม่มีโอกาสได้รับเลือก.เข้ามาในสภาสันนิบาต .หรือ.
ได้รับเลือกเข้ามาแล้ว. ก็ไม่มีโอกาสได้ทำงาน.เพื่อประเทศชาติ.อย่างเต็มที่ .จะมีกลุ่มทุจริต.
คิดมิชอบ .เพื่อหวังผลประโยชน์ต่างๆ .เบียดสีให้ออกไป .ในสายตาของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ .
จะมองเห็นคนดี.ว่าเป็นตัวกาลกิณีของเขา .ถ้าเป็นนักบวช .ก็เป็นในลักษณะนี้เช่นกัน.
ท่านองค์ใด.มีใจบริสุทธิ์ผุดผ่อง.ในพระธรรมวินัย .มีความรู้ดี .ปฏิบัติชอบต่อมรรคผลนิพพาน ท่านเหล่านั้น.จะไม่มีใครให้ความสนใจ .ไม่อยากเข้าใกล้ .ไม่อยากฟังธรรม .จะมองเห็นว่า…
เป็นพระคร่ำครึล้าสมัย.ไม่เกิดศรัทธา .ไม่อยู่ในสายตาของเขาแต่อย่างใด. เพราะใจ..
ไม่มีความเคารพเชื่อถือ.ในท่านเหล่านั้น ….แม้แต่จะแบ่งปันปัจจัยทั้งสี่ .ที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ .
ก็ไม่เต็มใจ .ถึงจะถวายให้ .ก็เล็กน้อยพอเป็นพิธีเท่านั้น .ท่านเหล่านี้.จึงมีชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก ใครก็ไม่อยากบวชเป็นพระ.ในลักษณะนี้ .ในที่สุด พระดี.มีคุณธรรม …….
ก็จะค่อย.หมดไปๆ ในศาสนาของเราตถาคต .เรื่องเหล่านี้ จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น…
พระเจ้าปเสนทิโกศลง ทรงสุบินนิมิตเห็น.ก้อนศิลาแท่งทึบ.ขนาดใหญ่เท่าเรือ . ลอยอยู่บนผิวน้ำเหมือนกับเรือสำเภาเปล่า .ตามธรรมดาแล้ว .ก้อนศิลา.ย่อมจมอยู่ใต้น้ำ .แต่ก้อนศิลานั้น.
กลับลอยอยู่บนผิวน้ำ ..
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า ..อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น ..คนพาลสันดานชั่ว ..
คนทุศีล .คนทุธรรม .คนขี้โกง .คนประจบสอพลอ .คนทุจริตคิดมิชอบ .คนไม่มีความละอาย ..
จะได้เป็นที่ยกย่องเชิดชูในสังคม. เป็นผู้มีบทบาท .มีอำนาจ .มีชื่อเสียงเกียรติยศ .
มีพวกพ้องบริวารมาก .ถ้าเป็นฆราวาส.ก็จะมีแต่ผู้เชิดหน้าชูตา .ไปไหนมาไหน….
มีแต่คนเคารพยำเกรง .มีฝูงชนให้การต้อนรับเอาใจ .เรียกว่าเป็นกระจกบานใหญ่ .
ให้แสงสะท้อนเงาของประเทศนั้นๆ ..สังคมของประเทศนั้นมีความเจริญหรือเสื่อมลง .
ก็ให้ดูกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่.. จะเป็นสื่อ.บอกประตูหน้าต่างของสังคมได้เป็นอย่างดี .
ประเทศใด.มีตัวแทนในลักษณะใด .ก็เป็นลักษณะอย่างนั้น . ถ้าเป็นนักบวช นักพรต .
ก็เป็นลักษณะนี้.ศาสนาจะมีความเจริญขึ้น.หรือเสื่อมลง .ก็ขึ้นอยู่กับบริษัททั้งสี่ ..
ลำพังพระอย่างเดียว .จะโดดเด่นขึ้น.ในท่ามกลางของสังคมนั้นไม่ได้ .พระที่จะมีชื่อเสียงโด่งดัง .
ก็เพราะญาติโยมนำไปออกประกาศว่า..องค์นั้นมีความขลังอย่างนั้น .
องค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างนี้ ..มีอภินิหาร …องค์ไหนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ.
องค์ไหนเป็นพระอริยเจ้า. ฆราวาสจะเป็นผู้คาดการณ์ให้เอง .ในยุคสมัยนั้น …พระอรหันต์..
จะเกิดจากลูกศิษย์ยกให้เอง ..ศิษย์แต่ละครู .ศิษย์แต่ละสำนัก .จะผลิต.จะกำหนดรูปแบบ..
อาจารย์ของตัวเอง.ให้เป็นพระอรหันต์ขึ้น .เรื่องข้อวัตร.ปฏิบัติ.ของอาจารย์ .
มีความเคร่งครัดอย่างไร .ก็นำไปประกาศอย่างหยดย้อย . นี่เอง…ก้อนศิลาแท่ง.
จึงได้ลอยอยู่บนผิวน้ำ.. มีความโดดเด่น.เห็นได้อย่างชัดเจน .จึงเป็นพานิชย์…
ในคราบผ้ากาสาวพัสตร์.เอาศาสนามาแอบอ้างหากิน. ..เมื่อช่วงปลายศาสนาโน้น ..
คนจะหมดความเลื่อมใส.ในศาสนาของเราตถาคต ..คนที่มีศรัทธาเบาบาง.ก็จะค่อยจืดจางไป เพราะเห็นความชั่วร้าย.ในพระยุคนั้นๆ .ผู้ที่มีปัญญาดี .มีความมั่นคง .มีเหตุมีผล .
เขาจะแสวงหาพระ.ที่เป็นพระ.ได้อย่างถูกต้อง … เมื่อปลายศาสนาโน้น ..
เรื่องอย่างนี้จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน
…
สุบินนิมิตข้อที่ 14 : เขียดหยอกงู
พระเจ้าปเสนทิโกศล • ทรงสุบินนิมิตเห็น.นางเขียดน้อยไล่กินงูเห่า.ตัวมหึมา.
เมื่อไล่ทัน.ก็กระโดดคาบกลืนกินทันที
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า .อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น. นักบวช.องค์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีคำพูดเป็นวาทศิลป์ .เคยแผ่พังพาน.ในการแสดงธรรม .มีบทบาทในสังคม. มีประชาชน..
ให้ความเคารพเชื่อถือ.เป็นอย่างมาก .ได้รับลาภ ยศ สรรเสริญ.จนลืมตัว .ไม่มีสติ .
ไม่มีปัญญารักษาใจ.ไม่มีความฉลาด .จึงขาดในการสำรวม. ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ .
ปล่อยให้ไปสัมผัส.ในรูป เสียง กลิ่น รส. จึงทำให้ใจเกิด.อัฏฐารมณ์ !คือ. อารมณ์แห่งความรักความใคร่ในกามคุณ .มีความกำหนัดย้อมใจ .นางเขียดน้อย (หมายถึงสตรี) ..
ได้มองเห็นช่องโหว่ .จึงได้วางแผนหว่านล้อมด้วยมารยา.นานาประการ .มีคำหวานอันหยดย้อยเหมือนน้ำอ้อยน้ำตาล. ชโลมหัวใจงูเห่า.จนหน้ามืดตาลาย .หายใจไม่เต็มปอด.
นางเขียดน้อยได้จังหวะ.ก็กระโดดคาบกลืนกินทันที….
สุบินนิมิตข้อที่ 15 : หงส์ทองล้อมกา
พระเจ้าปเสนทิโกศล .ทรงสุบินนิมิตเห็น.หงส์สีทองทั้งหลาย .ไปห้อมล้อมอีกา .
อีกาไปไหน .ฝูงหงส์สีทองทั้งหลาย.ก็ห้อมล้อมเป็นบริวาร…
พระพุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า .อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น .พระ.เณร.ผู้บวชใหม่ .
ใจยังมีความบริสุทธิ์.อยู่ในศีลในธรรม .จะห้อมล้อมพระ.ที่ทุศีลทุธรรม .จะยกให้เป็นครูอาจารย์เพื่อเคารพกราบไหว้.อย่างเหลือเฟือ .อีกาฉลาด .มีเล่ห์เหลี่ยมในการหาอาหารฉันใด .
พระทุศีล.ทุธรรม.เหล่านี้ก็ฉลาด .มีเล่ห์เหลี่ยม.ในการหาลาภสักการะได้ฉันนั้น .
และแบ่งลาภสักการะ.ให้แก่หงส์เล็กหงส์ใหญ่.ได้อย่างทั่วถึง .ฝูงหงส์ทั้งหลาย .
จึงให้ความสำคัญในอีกาเป็นอย่างมาก .ในยุคต่อไปช่วงปลายศาสนาโน้น .
การเปลี่ยนไป.ในสังคมของสมณะ.ก็จะเป็นอย่างนี้ .พระที่ทุศีล.ทุธรรม.จะเพิ่มมากขึ้น .
พระเณร.ที่ขาดการศึกษา .จะไม่รู้ธรรมวินัย .ไม่เข้าใจว่าอะไรควร .อะไรไม่ควร .อะไรผิดศีล .
อะไรผิดธรรม .จะไม่รู้หน้าที่ของตน .เพียงบวชกันตามประเพณีเท่านั้น .
เหตุการณ์อย่างนี้ .ก็จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น….
สุบินนิมิตข้อที่ 16 : เสือกลัวแพะ
พระเจ้าปเสนทิโกศล •ทรงสุบินนิมิตเห็น.ฝูงแพะทั้งหลาย.พากันไล่จับเสือมาเป็นอาหาร .
พุทธเจ้า.ให้คำทำนายว่า .อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น ..ประชาชนทั้งหลาย .
ไม่พอใจการปกครองแบบราชาธิปไตย .จึงพากันจับกลุ่มเพื่อต่อต้านการปกครอง.
ของพระราชา .ให้ได้มาซึ่งการปกครองแบบประชาธิปไตย .ให้พระราชลดบทบาท .ลดอำนาจลง อยู่ในการปกครองภายใต้กฎหมายเท่าเทียมกัน .เมื่อพระราชาไม่ยินยอม .ก็พากันยึดอำนาจ .
ให้เป็นไปตามความต้องการ. ถ้าพระราชชาองค์ใดขัดขืน .ก็ลบล้างพระมหากษัตริย์ .
ผู้เป็นประมุขของประเทศนั้นๆ. พร้อมด้วยพระราชวงศ์ .ให้หมดไปจากประเทศชาตินั้นเสีย .
มีบางประเทศที่พระราชา.ยินยอม บ้านนั้นเมืองนั้น .ก็จะพากันให้ความเคารพเชื่อถือ.
ในองค์พระมหากษัตริย์ .พากันยกย่องเชิดชู.ในพระราชวงศ์นั้นจนสุดชีวิต.
เพื่อให้เป็นร่มโพธิร่มไทร .เป็นสมมุติเทพ .กราบไหว้เทิดทูน .ให้เป็นศูนย์รวมน้ำใจ.
ของประเทศนั้นๆ ตลอดไป.สินกาลนาน .เหตุการณ์อย่างนี้ .ก็จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น …
......... พระบรมศาสดา .ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว. ตรัสให้พระเจ้าปเสนทิโกศล.
เลิกบูชายัญ .ด้วยพระพุทธดำรัสว่า .เพราะพระสุบินเป็นปัจจัย .ภัยยังไม่มีแก่มหาบพิตรดอก มหาบพิตร.จงสั่งให้เลิกยัญเสียเถิด. พระราชทานชีวิตทานแก่มหาชน .........
**ภาพประกอบจากซีรีส์พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก
พุทธพยากรณ์ทั้ง 16 ประการ ก็เป็นดังนั้นแล…….
Link ที่เกี่ยวข้อง : https://youtu.be/HoPj9fU5R1c?si=w6ePA-9IOxgbI8-O
- Comment


