bloggang.com mainmenu search


เดินเที่ยววัดหงส์รัตนาราม กับชมรมพิพิธสยาม

เที่ยววัดกันค่ะ เมื่อคราวที่ไปดูซ้อมฝีพายขบวนพยุหยาตรา เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ หลังดูซ้อมฝีพายและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงแล้ว (อัพบล็อกแล้วค่ะ) เราแวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือลุงเป็นมื้อเที่ยง คุณปู - ประธานชมรมพิพิธสยาม บอกพวกเราว่าถ้าไม่รีบไปไหน จะพาไปวัดหงส์รัตนาราม เรายังไม่เคยไปวัดนี้ เลยขอติดสอยห้อยตามเค้าไปด้วย

วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร

สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ยุคนั้นเป็นวัดราษฎร์ เรียกว่า วัดเจ๊สัวหง หรือ แจ๊สัวหง หรือ เจ้าสัวหง หรือ วัดขรัวหง เพราะตั้งตามชื่อของเศรษฐีชาวจีนผู้สร้าง คือ นายหง วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร วัดหลวงชั้นโท คณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ตั้งตามทะเบียนเลขที่ ๑๐๒ ถนนวังเดิม ๒ หรือ ถนนอิสรภาพ ๒๘ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ใกล้กับวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร และ กองทัพเรือ (พระราชวังธนบุรีเดิม) ตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาด ๔๖ ไร่ ๑ งาน ๒๓ ตารางวา อ่านต่อที่นี่ค่ะ






๑๓.๒๕ น. วันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ อย่างที่เคยเล่าให้ฟังนะคะชมรมพิพิธสยามเดินเที่ยวค่ะ ถึงแล้วทางเข้าวัด





เห็นคุณลุงขายปลาหมึกบด เสียดายอิ่มมากค่ะ





ใครเอารถมา พอมีที่จอดรถค่ะ








พระอุโบสถ

มีพาไลรอบแบบรัชกาลที่ ๓ เป็นพระอุโบสถใหญ่ ลายสลักไม้ที่บานประตูด้านหน้าและด้านหลังเป็นรูปหงส์เกาะกิ่งไม้ ลายปูนปั้นซุ้มประตูและหน้าต่างได้รับการยกย่องว่ามีความงามเป็นเลิศแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นแบบจีนผสมตะวันตก












ลายปูนปั้นรูปหงส์เกาะกิ่งไม้ที่ประตู งามมากค่ะ








เข้ามาก็ตะลึงกับภาพตรงหน้าค่ะ













ภาพจิตรกรรมสีฝุ่นฝีมือช่างในรัชกาลที่ ๓ - รัชกาลที่ ๔ เรื่อง รัตนพิมพวงศ์ (ตำนานพระแก้วมรกต) ใส่กรอบกระจกประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างสวยงาม




แขวนอยู่ในพระอุโบสถ ซึ่งกรมศิลปากรได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุและได้ทำการอนุรักษ์ภาพจิตรกรรมชุดนี้

เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕





ระหว่างซุ้มหน้าต่าง เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ เหนือซุ้มหน้าต่างเป็นภาพจิตรกรรมสีฝุ่น





เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ





การเกิด แก่ เจ็บ ตาย





เจ้าชายสิทธัตถะตัดสินใจออกบวช








พระพุทธรูปสัมฤทธิ์นวโลหะ หลวงพ่อแสน

เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบปางมารวิชัย หน้าตักประมาณ ๒ ศอกเศษ หรือประมาณ ๒๕ นิ้วครึ่ง พระเกตุมาลาหรือพระรัศมีเป็นเปลวยาวขึ้นแบบลังกาวงศ์ รอบฝังแก้วผลึก ๑๕ เม็ดนิ้วพระหัตถ์ไม่เสมอกันแบบพระเชียงแสน และสุโขทัยยุคแรก พระเศียรโตเขื่องกว่าส่วนพระองค์จนสังเกตเห็นชัด พระเนตรฝังแก้วผลึกในส่วนสีขาวและฝังนิลในส่วนสีดำ ฐานรองเป็นแบบบัวคว่ำบัวหงายประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถเบื้องหน้าพระองค์พระประธานออกมา จัดเป็นพระพุทธรูปสำคัญและงามเป็นพิเศษแตกต่างจากบรรดาพระพุทธรูปอื่น ๆ มีลักษณะเป็นชนิดหนึ่งหาเหมือนพระพุทธรูปในที่อื่นไม่ เป็นพระเก่าโบราณ

ในตำนานของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ บอกไว้ว่า พระแสนองค์นี้อัญเชิญมาจากเมืองเชียงแตง ในปีมะเมีย พ.ศ.๒๔๐๑ และนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดหงส์ แต่ในบันทึกบางเล่ม บอกไว้ว่า พระครูท่านหนึ่งอพยพมาจากเขมร แล้วมาพำนักอยู่ที่ตำบลเชียงแตง และได้เรี่ยไรเงินญาติโยม ก่อนนำทองแดงและทองเหลืองหนัก ๑๖๐ ชั่ง หล่อเป็นพระพุทธรูปขึ้นมาองค์หนึ่งพร้อมกับถวายพระนามว่า พระแสน ซึ่งมาจากการที่คิดน้ำหนักได้ทั้งหมดแสนเฟื้อง









ด้านหลังประตูค่ะ








ด้านหลังองค์พระประธาน




















มองออกไปที่ประตูทางเข้าค่ะ





พี่ตุ้ย...ที่ไปด้วยกัน ตามเรามาดูเงาด้านหลังองค์พระประธาน





คุณปู ก็บรรยายไป พี่หนูก็ัฟังบ้าง ไม่ฟังบ้างเนาะ





มุมนี้ มองเห็นด้านหลัง และด้านหน้าประตูค่ะ





ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกค่ะ








ด้านนอกหน้าต่าง








เดินมาพระวิหารต่อค่ะ





พระพุทธรูปทองโบราณ

ลักษณะเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย แต่เดิมพระพุทธรูปนี้เป็นปูนปั้น จนเมื่อปูนที่หุ้มอยู่กระเทาะออก จึงได้เห็นเนื้อโลหะข้างในว่ามีสีทองอร่าม โดยบริเวณฐานพระมีตัวอักษรสมัยอู่ทองจารึกอยู่ ลักษณะองค์พระถือเป็นแบบอย่างพุทธศิลป์สมัยสุโขทัยที่งดงามสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง


























ภาพสุดท้ายค่ะ เล่ากันว่า เมื่อครั้งมีการสำเร็จโทษสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในปี ๒๓๒๕ ด้วยท่อนจันทร์

ปรากฏว่าพระโลหิตของท่านตกลง ณ ที่แห่งนี้ จึงได้สร้างศาลขึ้นมา







Create Date :06 พฤษภาคม 2556 Last Update :6 พฤษภาคม 2556 5:25:46 น. Counter : 18004 Pageviews. Comments :40