
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ทรงประสูติเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2447 ทรงเป็นพระธิดาใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฏ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาพรรณี ทรงพระนามเดิมว่า ท่านหญิงนา หรือ หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ ทรงเป็นมเหสีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่7ซึ่งในขณะนั้น
ยังทรงดำรงพระยศเป็น เจ้าฟ้ากรมขุนสุโขทัยธรรมราชา เมื่อเจ้าฟ้ากรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ทรงลาผนวชและได้ อภิเษกสมรสกับท่านหญิงนา ซึ่งในขณะนั้นเป็นหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี มีพระชนมายุได้ 14 พรรษา ในปีพ.ศ.2463
อีก 2 ปีต่อมา ทรงตามเสด็จเจ้าฟ้ากรมสุโขทัยธรรมราชา ไปรักษาพระองค์ด้วยพระโรคเรื้อรัง ณ ประเทศอังกฤษ และพระสวามีได้เสด็จเข้าศึกษาในกรมบัญชาการกองทัพน้อยทหารบกของฝรั่งเศส จนสำเร็จ แล้วจึงเสด็จกลับสู่ประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรความเจริญของบ้านเมืองในอเมริกาและญี่ปุ่นด้วย เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2468
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ทรงมีพระกรุณา โปรดเกล้าสถาปนาหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี พระวรชายา ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี บรมราชินี และทรงเป็นพระมเหสีเพียงพระองค์เดียวใน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้นได้ทรงตามเสด็จ พระเจ้าอยู่หัวไปผ่าตัดโรคตาต้อที่สหรัฐอเมริกาด้วย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 คณะราษฎร์ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นการปกครอง แบบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้อำนาจรัฐธรรมนูญ ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ทรงประทับอยู่ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปรักษาพระเนตรด้วยโรคตาต้อที่ประเทศอังกฤษ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี และด้วยทรงมีความคิดเห็น ที่ขัดแย้งกับรัฐบาลในสมัยนั้น เกี่ยวกับหลักการประชาธิปไตย วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2477 ทรงตัดสินพระราชหฤทัยสละราชสมบัติและ เสด็จไปประทับที่เวอร์จิเนียร์ วอเตอร์ ประเทศอังกฤษ พ.ศ.2480 ทั้งสองพระองค์ได้ย้ายไปประทับอยู่ที่เมืองเคนส์ ห่างจากกรุงลอนดอน 200 ไมล์ และต่อมาได้ทรงย้ายที่ประทับไปหลายแห่งจนกระทั่งได้ นอร์ทเวลส์ ซึ่งห่างจากลอนดอน 300 ไมล์ เป็นที่ประทับสุดท้าย วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2484 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต โดยเฉียบพลันด้วยโรคพระหทัยวาย วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2484 มีการจัดพิธีถวายพระเพลิง ณ สุสาน Colders Green วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2492 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี
ได้ทรงอัญเชิญพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กลับสู่ประเทศไทยโดยทางเรือตามคำกราบทูลเชิญของรัฐบาลไทย และได้ประดิษฐานไว้ร่วมกันกับ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าส่วนสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี
ทรงเสด็จกลับประเทศไทยด้วยและ ได้ประทับอยู่ในประเทศไทย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2527 จึงเสด็จสวรรคตด้วยโรคพระหทัยวาย ณ ตำหนักสุโขทัย กรุงเทพฯ และได้มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ที่ได้จัดสร้างขึ้น บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2528 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ไม่ปรากฎว่ามีพระราชโอรส หรือพระราชธิดาเลยแม้สักพระองค์เดียว

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ทรงพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ประสูตรเมื่อ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2447 ทรงเป็นพระธิดาใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาพรรณีหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี ทรงมีพระชันษาได้ 2 ปี พระบิดาได้ทรงนำไปถวายอยู่ใน พระบรมราชินูปถัมภ์ของ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถเมื่อพระชันษา6ปีได้เสด็จเข้าทรงศึกษาในโรงเรียนราชินีเมื่อหม่อมเจ้าหญิง
รำไพพรรณีทรงมีพระชันษาได้11ปีก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเสด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้ทรงประกอบพิธีเกศากันต์ ตามโบราณราชประเพณี เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2457 ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัยมไหสูรย์พิมาน ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อทรงมีพระชันษาได้ 14 ปี หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี ได้ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ณ พระที่นั่งวโรภาษพิมานพระราชวังบางประอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2461

หลังจากได้รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์อภิเษกสมรสแล้ว สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา และหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณีพระชายาได้ประทับที่วังศุโขทัย ซึ่งสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนักขึ้นใหม่ พระราชทานเป็นเรือนหอ

หลังจากอภิเษกสมรสได้ 2 ปี สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปรักษาพระองค์ในยุโรป เนื่องจากทรงมีพระโรคประชวรเรื้อรังมานับตั้งแต่ทรงผนวชเมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว จึงได้เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระชายาออกจาก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2463ทั้งสองพระองค์ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ อยู่ที่ประเทศอียิปต์ในช่วงฤดูหนาว เป็นเวลาประมาณเดือนเศษ จึงเสด็จไปทรงรับการตรวจพระอาการประชวรที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หลังจากนั้นได้ทรงเสด็จไปทรงพักผ่อนพระราชอิริยาบถณกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษและได้เสด็จประพาส

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์อีกด้วยเมื่อหายประชวรแล้ว สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา มีพระประสงค์จะทรง ศึกษาวิชาการทหารชั้นสูงต่ออีก ทั้งเพื่อให้พระชายาได้ทรง มีโอกาสศึกษาภาษาฝรั่งเศสให้ได้ผลดี จึงได้มีพระราชหัตถเลขากราบบังคมทูล พระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวศึกษาใน โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสในปี พ.ศ.2467 ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จนิวัติพระนคร โดยเสด็จผ่านประเทศ สหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น เพื่อจะได้ทรงมีโอกาสศึกษาธรรมเนียมประเพณีของประเทศนั้นๆ ด้วย
Create Date :12 ตุลาคม 2550
Last Update :12 ตุลาคม 2550 23:07:21 น.
Counter : Pageviews.
Comments :7
- Comment
โดย: babyann
โดย: por IP: 117.47.49.105 8 พฤศจิกายน 2550 13:20:50 น.
โดย: wasin IP: 125.27.177.108 10 พฤศจิกายน 2552 14:27:10 น.
โดย: เนนเนน IP: 118.173.189.51 18 พฤษภาคม 2553 21:06:00 น.
โดย: บ้านผ่อดอยใน IP: 114.128.179.148 30 กรกฎาคม 2553 11:54:36 น.
โดย: Dayanara IP: 187.58.200.162 18 กันยายน 2554 0:37:21 น.
โดย: ayxjjbhl IP: 91.196.170.100 19 กันยายน 2554 17:30:57 น.