bloggang.com mainmenu search


เราเริ่มเขียนไดอารี่ครั้งเเรกตอนเรียนม.ต้น ตอนนั้นจำได้ว่าเพื่อนเขียนไดอารี่ออนไลน์ในเว็บเย็นตาโฟเเล้วเพื่อนมาชวนก็เลยเล่นตาม

ความสนุกของการเขียนไดอารี่ออนไลน์นอกจากได้บ่นอะไรไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็คือการตกแต่งไดอารี่ยังไงให้สวย

จึงนำไปสู่การหัดใช้โปรแกรมPhotoshop ฝึกใช้ไปเรื่อยๆตามเรื่องตามราว หาอ่านในเว็บบ้างซื้อหนังสือมาอ่านบ้าง

ส่วนฝีมือนั้นถ้าเทียบกับมืออาชีพก็คงระดับเด็กอนุบาลสมัยนั้นกำลังกรี๊ดดารา-นักร้อง ธีมไดอารี่ก็เลยเน้นไปทางคนที่ชอบ คงไม่ต้องบอกว่ากรี๊ดใคร 555






นอกจากจะเขียนไดอารี่ในเว็บเย็นตาโฟแล้วเรายังมีสมุดไดอารี่แยกอีกเล่มหนึ่งด้วยอันนี้จะเอาไว้เขียนเรื่องที่รู้สึกว่าเป็นความลับไม่อยากให้ใครอ่านทั้งที่ความจริงแล้วมองกลับไป มันก็ไม่เห็นจะดูน่าเป็นความลับตรงไหนเลย

พอได้เขียนไดอารี่และใช้โปรแกรมPhotoshop ไปเรื่อยๆประกอบกับเราชอบอ่านหนังสือมาก อ่านเกือบทุกแนวทั้งนิยาย เรื่องสั้น การ์ตูนประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เราก็เลยเกิดความฝันขึ้นมา 2 อย่าง คืออยากเป็นนักเขียน กับอยากเรียนพวกกราฟฟิกดีไซน์ออกแบบโปสเตอร์หรือเว็บไซต์อะไรทำนองนั้น แต่พอเอาเข้าจริง กลับรู้สึกว่าเราไม่เหมาะกับทั้ง2 อย่างนั่นแหละ

ถามว่าเรารู้ได้ยังไง ความที่อ่านนิยายเยอะหลายเรื่องมีบางตอนที่ไม่ถูกใจ เลยเกิดความคิดว่า ทำไมถึงไม่ลองเขียนเองดูบ้างหละเรามีพล็อตเรื่องในหัวเยอะมาก แต่สุดท้ายทุกครั้งที่เริ่มลงมือเขียนได้ไม่กี่หน้าก็จะรู้สึกว่า แค่พล็อตมันไม่พอ กว่าจะออกมาเป็นเรื่องได้มันต้องใช้จินตนาการมากกว่านั้น ใส่รายละเอียดมากว่านั้น ก็เลยพับความฝันที่อยากเป็นนักเขียนไปจากวันนั้นจนถึงตอนนี้ เราก็ยังเขียนนิยายไม่สำเร็จและคิดว่าเป็นนักอ่านต่อไปดีกว่า

พอขึ้น ม.4เราเรียนสายวิทย์-คณิตก็จริง แต่ความฝันที่ว่าอยากเรียนพวกกราฟฟิกดีไซน์ยังคงอยู่เลยลองไปเรียนพวกการใช้โปรแกรมออกแบบอยู่คอร์สหนึ่งทำให้ได้รู้จักโปรแกรมอื่นนอกจาก Photoshop ด้วย แต่แล้วเราก็ค้นพบว่า การออกแบบงานซักชิ้นยากกว่าที่คิด แถมเวลาทำงานจริงจะต้องทำตามโจทย์ของลูกค้าอีกต่างหาก จากความสนุกกลายเป็นความเครียดเลยคิดว่าปล่อยให้มันเป็นงานอดิเรกดีกว่าเป็นอาชีพของเรา

เวลาผ่านไปเรื่อยๆเราเรียนอยู่ ม.5 ได้อ่านหนังสือเรื่อง โลกจิต ของคุณแทนไท ประเสริฐกุลมีบทหนึ่งเขียนถึงการผ่าตัดสมองและอีกบทหนึ่งเขียนเกี่ยวกับความคิดและความซับซ้อนจิตใจของมนุษย์ เราชอบมากจนถึงกับตามหาซื้อหนังสือแนวนี้ของคุณแทนไทมาอ่านทุกเล่ม และเกิดความฝันใหม่นั่นคืออยากเป็นจิตแพทย์หรือไม่ก็ศัลยแพทย์อะไรทำนองนั้น เลยลงทุนบินไปกรุงเทพเพื่อไปงานOpen house แพทย์พระมงกุฎ ไปเห็นบรรยากาศ และการแนะนำคณะคร่าวๆก็คิดว่านี่แหละน่าจะเป็นเราจริงๆตั้งใจว่าจะสอบเข้าแพทย์ให้ได้ สุดท้ายตอนม.6 ก็สอบติดแพทย์ตามที่หวัง

จนถึงวันนี้เรียนมา 6 ปีทำงานเป็นแพทย์ใช้ทุนในโรงพยาบาลอำเภอมาแล้วอีก 1 ปีครึ่งถามว่ายังอยากเป็นจิตแพทย์หรือศัลยแพทย์อยู่มั้ย คำตอบคือไม่ใช่แล้วถ้าจะให้พูดกันตรงๆคือความน่าตื่นเต้นของการผ่าตัดสมองในหนังสือกับโลกแห่งความเป็นจริงมันต่างกันลิบลับ ถ้ามีใครมาถามว่าอยากเป็นอะไรเรามีคำตอบใหม่แล้ว นั่นคือ วิสัญญีแพทย์ แต่ก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าเราจะได้เรียนมั้ยหรือเรียนไปแล้วมันจะใช่เราจริงๆมั้ย

แถมในระหว่างที่เรียนความที่เรียนหนัก ทำให้เราเผลอทำงานอดิเรกหายไป 2 อย่าง นั่นคือการเขียนไดอารี่และ Photoshop

ไดอารี่โดนทิ้งร้างถาวร ส่วน Photoshop ยังพอได้ใช้บ้างตอนทำงานกลุ่ม หรือทำงานแสดงละครคณะ เราจะอาสาทำโปสเตอร์ให้เลยยังพอมีผลงานที่เก็บๆไว้อยู่

งานส่วนใหญ่จะเป็นการออกแบบหรือทำพื้นหลังขึ้นมาเอง อย่างรูปเเรกที่เป็นลูกโลกกับฉากหลังกาแลกซี่นั้นก็ใช้ effect กับ filter ของ Photoshop สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

หรือรูปที่ 3 ก็ออกแบบพื้นหลังเอง ได้ไอเดียมาจากผ้าปูโต๊ะ 555





แล้วทำไมเราถึงกลับมาเขียนไดอารี่อีกครั้งเหตุผลคือเมื่อ 1 เดือนที่แล้วรื้อห้อง แล้วเจอสมุดไดอารี่ของตัวเอง (ส่วนไดอารี่ออนไลน์หายไปแล้วเพราะเว็บเย็นตาโฟปิดตัวไป) เปิดดูหน้าสุดท้ายที่เขียนคือปี 2009ไม่น่าเชื่อว่าผ่านมา 9 ปีแล้ว(จริงๆก็เกือบ 10 ปี) นั่งอ่านแล้วก็ขำ รู้สึกว่าเมื่อก่อนตัวเองเป็นเด็กน้อยอะไรขนาดนี้ บ่นอะไรงุ้งงิ้งๆอยู่คนเดียว เลยตั้งใจว่าจะเริ่มต้นเขียนไดอารี่อีกครั้ง เผื่อว่า 9 ปีถัดไปมาเปิดอ่านจะได้นั่งขำตัวเองอีกครั้ง

อีกอย่างพรุ่งนี้ก็จะปีใหม่แล้วก็เลยอยากจะตั้งเป้าหมายใหม่ๆให้ตัวเอง

1. รื้อฟื้นภาษาอังกฤษและสอบ CU-TEP (ไว้ใช้สมัครเรียนต่อเฉพาะทาง)

2. อ่านหนังสือทบทวนความรู้เก่า อัพเดตความรู้ใหม่และหาทุน/สถานที่เรียนต่อ (อันนี้ยากจัง555)

3. ไปเที่ยว (ข้อนี้ไม่ยากเท่าไหร่แค่มีเงินและเวลา)

4. เขียนไดอารี่ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะว่างเขียนแค่ไหน)

2ข้อแรกเป็นเรื่องยาก แต่คงต้องพยายามทำให้สำเร็จเพื่ออนาคตอันสดใส(หรือเปล่า) ส่วน2 ข้อหลังก็ขำๆแล้วกัน 

31/12/2018...End of year...

Create Date :31 ธันวาคม 2561 Last Update :31 ธันวาคม 2561 21:52:11 น. Counter : 474 Pageviews. Comments :0