bloggang.com mainmenu search
แอร์เคลื่อนที่ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่ต้องการใช้แอร์ แต่ไม่สามารถติดตั้งแอร์แบบปกติได้ โดยอาจจะมีเหตุผลหรือข้อจำกัดต่างๆ ที่ทำให้ติดตั้งแอร์ไม่ได้หรือในกรณีที่ต้องการใช้งานเฉพาะกิจ



สำหรับท่านใดที่กำลังมีข้อสงสัย หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อแอร์เคลื่อนที่มาใช้งาน และอยู่ในช่วงที่กำลังหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจอยู่ ลองอ่านบทความชุดนี้ให้จบ และทำความเข้าใจ เพราะในบางครั้งเองแอร์เคลื่อนที่มันก็อาจจะยังตอบสนองความต้องการได้ไม่ครบ ตามที่ตั้งไว้ก็เป็นได้



แอร์เคลื่อนที่ หรือเครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ (Portable Type) เป็นเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมีวัตถุประสงค์การใช้งานหลักๆที่เหมือนๆกับแอร์แบบทั่วไป คือการนำมาใช้สำหรับปรับอุณหภูมิภายในห้อง หรือภายในพื้นที่ที่กำหนด
แต่แอร์เคลื่อนที่นั้น มันเคลื่อนที่ได้สะดวกตามชื่อของมัน เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้นำไปใช้งานได้ทุกที่ที่มีไฟฟ้า แค่ยกไปวางแล้วเสียบปลั๊กก็ใช้ได้ทันที ที่แอร์เคลื่อนที่สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานได้นั้น ก็เพราะแอร์เคลื่อนที่ได้รวมเอาส่วนประกอบต่างๆและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้มารวมอยู่ภายในชุดเดียวกัน ไม่มีการแยกเป็นส่วนคอยล์ร้อน-คอยล์เย็น ไม่ต้องเดินท่อน้ำยา และที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องทำการติดตั้งโดยช่างแอร์ก็สามารถใช้งานได้

ลักษณะรูปทรงของแอร์เคลื่อนที่นั้น จะแตกต่างไปจากแอร์แบบที่เรานิยมใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งแอร์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป จะเป็นแอร์แบบที่ต้องติดตั้งเข้ากับอาคารสถานที่ ที่นำไปใช้งาน โดยจะมีการแยกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนคือส่วนภายในอาคาร และภายนอกอาคาร เราจึงนิยมเรียกแอร์แบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนี้ว่าแอร์แยกส่วน


ความเป็นมาเกี่ยวกับแอร์เคลื่อนที่

แอร์แบบที่รวมทุกส่วนไว้ภายในชุดเดียวกัน สามารถยกไปติดตั้งหรือใช้งานได้ โดยไม่ต้องมีการเดินระบบท่อสารทำความเย็นเชื่อมต่อระหว่างแต่ละส่วน เป็นแนวคิดพื้นฐานของแอร์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน และอาจจะเปรียบได้ว่าเป็นการยืมแนวคิดจากแอร์หน้าต่าง (Window Type) มาใช้ออกแบบ  เพราะแอร์หน้าต่างนั้น ก็เป็นแอร์ที่ออกแบบให้ส่วนประกอบทั้งหมดรวมอยู่ด้วยกันภายในชุดเดียว โดยที่มีด้านหนึ่งเป็นส่วนทำความเย็น ซึ่งหันเข้าไปในอาคาร และอีกด้านเป็นส่วนระบายความร้อนซึ่งจะหันออกไปยังพื้นที่ภายนอกอาคาร





ภายในแอร์หน้าต่างจะประกอบไปด้วยส่วนหลักๆ ได้แก่ คอยล์ร้อน, คอยล์เย็น, ท่อทางเดินสารทำความเย็น, มอเตอร์พัดลม, ส่วนควบคุมทางไฟฟ้า และคอมเพรสเซอร์ โดยทั้งหมดนี้ประกอบรวมอยู่ภายในชุดเดียวกัน การนำไปใช้งานนั้นจะต้องนำทั้งชุด ไปติดตั้งเข้ากับช่องหน้าต่าง หรือช่องที่เจาะไว้บนกำแพง ซึ่งอาจจะต้องมีการทำส่วนเสริมขึ้นมารองรับน้ำหนักของแอร์  เมื่อได้ช่องพอดีกับแอร์แล้ว ก็นำแอร์ไปติดตั้งเข้ากับตำแหน่งที่รองรับ โดยให้ด้านที่เป็นหน้ากากซึ่งจะมีช่องจ่ายลมเย็นและสวิทช์ควบคุม หันเข้าในอาคารหรือในห้อง และส่วนของตัวเครื่องที่เหลือก็จะโผล่ออกไปนอกอาคาร รวมทั้งยังเป็นด้านเระบายความร้อนนั่นเอง และหลังจากวางตัวแอร์ให้เข้าที่แล้วก็สามารถเสียบปลั๊กใช้งานได้ในทันที

โดยที่แอร์แบบหน้าต่างนั้นนับว่าเป็นแอร์แบบแรกๆที่ผลิตขึ้นเพื่อการใช้งาน ในระดับภาคครัวเรือน สำหรับประเทศไทยนั้นเองก็เคยมีแอร์หน้าต่างใช้กันอย่าแพร่หลายในอดีต แต่เมื่อเวลาผ่านไป แอร์หน้าต่างก็ค่อยๆถูกแทนที่ด้วยแอร์แบบแยกส่วนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เพราะแอร์หน้าต่างมีข้อเสียหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเสียงรบกวน




แอร์เคลื่อนที่ กับโจทย์ความต้องการที่หลายคนต้องการ

เชื่อได้ว่าในตอนนี้มีหลายๆคนที่กำลังมองหาแอร์เคลื่อนที่มาใช้งาน เพื่อตอบสนองความต้องการที่จะใช้แอร์ แต่มีเหตุผลที่ไม่สามารถติดตั้งแอร์แบบแยกส่วนที่ใช้กันทั่วไปได้ ซึ่งคนที่ต้องการแอร์แต่ติดแอร์ไม่ได้ ก็มักจะมองแอร์เคลื่อนที่เป็นคำตอบสำหรับตอบโจทย์ความต้องการ แต่ในบางครั้งแอร์เคลื่อนที่เอง ก็อาจจะตอบรับความต้องการได้ไม่เต็มที่ เพราะข้อจำกัดบางอย่างที่มีภายในตัว จึงทำให้หลายคนที่ได้ซื้อมาใช้รู้สึกไม่ประทับใจและลงเอยท้ายสุด ด้วยการนำไปประกาศขายต่อนั่นเอง
เพื่อเป็นคำแนะนำ ให้กับใครที่กำลังจะตัดสินใจเลือกแอร์เคลื่อนที่มาใช้ แล้วจะได้ไม่ต้องผิดหวังในการนำไปใช้งาน ผู้เขียนจึงขอสรุปประเด็นหลักๆที่พบได้บ่อยๆมาให้ได้อ่าน และนำไปพิจารณาร่วมกับโจทย์ความต้องการที่แต่ละคนมีอยู่






การนำไปใช้งานในห้องพัก
สำหรับคนที่พักอาศัยในห้องเช่าหรือบ้านเช่า ที่มีข้อห้ามกำหนดไว้ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามเจาะผนังหรือส่วนใดๆของอาคาร ซึ่งทำให้ไม่สามารถคิดแอร์แบบแยกส่วนที่ใช้กันทั่วไปได้ หากผู้อยู่อาศัยต้องการแอร์เพื่อใช้งานในห้อง แอร์เคลื่อนที่นั้นดูเหมือนจะเป็นทางออกของปัญหาที่ใครหลายคนนึกถึง แต่การนำแอร์เคลื่อนที่มาใช้ในกรณีนี้ จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามันคือแอร์เคลื่อนที่ ซึ่งหากจะคาดหวังให้มันสามารถตอบสนองให้กับผู้ใช้งาน ได้เหมือนที่แอร์แยกส่วนทำได้นั้นดูจะเป็นความคิดที่ผิด และอาจจะไม่ได้ตามที่คาดหวัง

เพราะแอร์เคลื่อนที่ ไม่สามารถทำความเย็นครอบคลุมทั่วทั้งห้องได้เหมือนกับแอร์แบบแยกส่วน แม้ว่าบนแผ่นป้ายข้อมูลจำเพาะมัน จะแสดงขนาดทำความเย็นที่มีหน่วยเป็น บีทียูต่อชั่วโมง (BTU/Hour) เท่ากันก็ตาม แต่ถึงอย่างไรมันก็ให้ผลได้ไม่เหมือนกัน เพราะข้อจำกัดของขนาดพัดลมที่ใช้ส่งลม ซึ้งโดยปกติแอร์แยกส่วนมักจะใช้มอเตอร์พัดลมเพียงตัวเดียว เป็นมอเตอร์ชนิดมีแกนสองด้าน สำหรับขับเคลื่อนพัดลมระบายความร้อนและพัดลมที่เป่าลมเย็นออกมา  และนอกจากนี้ รูปแบบของการส่งลมเย็นตลอดจนทิศทางที่ใช้ส่งลม ก็ทำได้อย่างจำกัด เพราะเหตุผลหลักเกี่ยวกับข้อจำกัดของพื้นที่ภายใน ซึ่งการเป็นแอร์เคลื่อนที่นั้น มันต้องมีขนาดและน้ำหนักที่เอื้อต่อการเคลื่อนที่ ดังนั้นอุปกรณ์ทั้งหมดที่ถูกจับมารวมไว้ในชุดเดียวกัน ทั้งส่วนทำความเย็นและระบายความร้อน การทำงานในพื้นที่จำกัดแบบนี้ ล้วนส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงไปกว่าแอร์แบบแยกส่วน

และสิ่งที่ที่หลายคนยังไม่ทราบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ห้องที่ใช้แอร์เคลื่อนที่ ไม่เย็นทั่วห้อง แม่จะใช้ขนาดทำความเย็นที่เหมาะสมแล้วก็ตาม ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าในห้องที่ใช้แอร์เคลื่อนที่นั้น มีอากาศร้อนจากนอกห้องเล็ดลอดเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่ใช้แอร์ เนื่องจากแอร์เคลื่อนที่แบบต่อท่อลมเดี่ยวเพื่อน้ำลมร้อนออกไปทิ้งนอกห้อง จะดึงเอาอากาศภายในห้องนั้นมาผ่านแผงควบแน่นเพื่อระบายความร้อนให้กับสารทำความเย็น อากาศที่ถูกดูดเข้ามาผ่านแผงควบแน่นนั้นก็จะกลายเป็นอากาศที่มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น(ลมร้อน)ซึ่งจำเป็นจะต้องนำออกไปปล่อยทิ้งนอกห้อง โดยลมร้อนนี้ก็จะถูกส่งผ่านท่อส่งลมออกไปสู่นอกอาคารทางหน้าต่าง หรือช่องทางอื่นๆ



กระบวนการระบายความร้อนแบบที่กล่าวมานี้ ทำให้อากาศในห้องถูกดูดมาระบายความร้อนและนำออกไปปล่อยทิ้งข้างนอกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันจะส่งผลให้มวลอากาศในห้องนั้นลดลง ในห้องจะมีความกดอากาศต่ำลง เมื่อมวลอากาศในห้องมีปริมาตรและความกดอากาศลดลง อากาศร้อนที่อยู่นอกห้องซึ่งมีความกดอากาศมากกว่า ก็จะพยายามหาช่องทางเล็ดลอดเข้ามาในห้องเพื่อแทนที่ส่วนที่หายออกไป ถึงแม้ห้องจะปิดประตูหน้าต่างหรือไม่มีช่องลมก็ตาม แต่ถึงอย่างไรห้องเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นห้องปิดผนึกอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าอย่างไรก็ยังมีช่องว่างโดยเฉพาะช่องระหว่างประตู, หน้าต่างหรือช่องทางเล็กๆอื่นๆ ซึ่งอากาศที่มีความกดดันสูงก็สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้อยู่ดี ทำให้อากาศร้อนนอกห้องเข้ามาแทนที่อากาศเย็นที่ถูกดูดไปทิ้ง และเป็นการแทนที่อยู่เรื่อยๆ ทำให้ห้องไม่เย็นทั่วถึงนั่นเอง 

และผู้ที่ใช้แอร์เคลื่อนที่แบบนี้ในห้องพัก ก็จะสังเกตเห็นได้ว่าตลอดเวลาที่เปิดแอร์นั้น คอมเพรสเซอร์แอร์แทบจะทำงานอยู่ต่อเนื่องตลอดเวลา เพราะว่าอุณหภูมิของห้อง แทบจะไม่ต่ำลงกว่าที่ตั้งไว้เลย เพราะอากาศเย็นที่แอร์สร้างมานั้นส่วนหนึ่งก็ถูกดูดไปทิ้งอยู่เรื่อย




ในแอร์เคลื่อนที่บางรุ่นได้มีการออกแบบเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยการออกแบบให้มีท่ออากาศสองท่อ ซึ่งท่อหนึ่งจะใช้สำหรับดึงอากาศภายนอกเข้ามาผ่านแผงควบแน่น เพื่อระบายความร้อนและส่งอากาศที่เป็นลมร้อนออกไปทางท่ออีกท่อหนึ่ง ทำให้กระบวนการระบายความร้อนออกไปทิ้ง ไม่มีการดึงอากาศในห้องมาใช้ เป็นการแก้ไขให้แอร์มีประสิทธิภาพขึ้นมาในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเทียบกับแอร์แยกส่วนไม่ได้อยู่ดี



ซึ่งปัญหาด้านประสิทธิภาพนั้นเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ควรจะรู้ไว้ก่อน และไม่ควรคาดหวังมากเกินไป ประมาณว่าคาดหวังให้การใช้แอร์เคลื่อนที่แล้วจะได้ห้องแอร์ที่เย็นฉ่ำเหมือนติดแอร์แบบแยกส่วน ซึ่งมันคงจะเป็นไปได้ยาก  ผลที่ได้เมื่อนำแอร์เคลื่อนที่ไปใช้ในห้อง โดยส่วนใหญ่นั้นผลที่ได้ก็จะให้ความเย็นได้เพียงพื้นที่บริเวณที่ลมเย็นสามารถจะเป่าไปได้ถึงโดยตรงเท่านั้น 


การใช้แอร์เคลื่อนที่แบบเฉพาะกิจ
แอร์เคลื่อนที่มีจุดเด่นที่สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้สะดวกจึงเป็นทางเลือกหลักๆในการใช้งานแบบเฉพาะกิจ อย่างเช่น การใช้งานนอกสถานที่เพื่อให้ความเย็นเฉพาะจุด ในพื้นที่ชั่วคราวแบบปิดหรือเปิดโล่ง หรืออีกกรณีคือการใช้เป็นแอร์สำรองเมื่อแอร์หลักขัดข้อง รวมถึงบางครั้งก็อาจจะเป็นแอร์เสริม เมื่อมีกิจกรรมเพิ่มจนทำให้แอร์หลักในห้องนั้นทำความเย็นได้ไม่ค่อยทันความต้องการ ผู้เขียนขอหยิบยกตัวอย่างการใช้งานเฉพาะกิจที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน ซึ่งเรามักจะเห็นการนำแอร์เคลื่อนที่ใช้งานบ่อยๆ ในเต้นหรือพื้นที่สำหรับประกอบงานพิธีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ทำความเย็นให้เฉพาะส่วนที่ต้องการ เช่น บริเวณเก้าอี้สำหรับประธานในพิธี เป็นต้น



การใช้พลังงานไฟฟ้า
อีกสิ่งที่ผู้ที่คิดอยากจะนำแอร์เคลื่อนที่มาใช้ควรทราบคือ เรื่องการใช้พลังงานของแอร์ หากใครที่คิดว่าแอร์เคลื่อนที่ จะใช้ไฟน้อยกว่าแอร์แยกส่วนนั่นเป็นความคิดที่ผิด
แม้ว่าแอร์ทั้งสองแบบที่มีขนาดทำความเย็นเท่ากัน หากจะว่าไป แอร์เคลื่อนที่นั้นเมื่อดูเผินๆแล้ว ก็เหมือนว่ามันมีขนาดที่เล็กกว่าแอร์แยกส่วน แต่นั่นก็ใช่ว่ามันจะต้องกินไฟน้อยตามขนาด เพราะแอร์เคลื่อนที่นั้นถูกออกแบบให้ทำงานในพื้นที่จำกัด มีข้อติดขัดหลายๆอย่าง ซึ่งส่งผลให้การระบายความร้อนถูกจำกัดตามไปด้วยและนั่นก็ทำให้ แอร์เคลื่อนที่ กินไฟมากกว่า แอร์แบบแยกส่วน


ทางเลือกอื่นนอกจากแอร์เคลื่อนที่
สำหรับใครที่ต้องการใช้แอร์แต่ไม่สามารถติดตั้งแอร์แบบแยกส่วนได้ ทางออกในปัจจุบันที่นอกจากทางเลือกในการใช้แอร์เคลื่อนที่คือการใช้แอร์เคลื่อนที่อีกแบบหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพในด้านการปรับอากาศให้กับพื้นที่ได้ดีกว่าแอร์เคลื่อนที่แบบที่ต่อท่อลมออกไปทิ้ง และนั่นก็คือแอร์มุ้ง ซึ่งเป็นแอร์แยกส่วนแบบที่มาพร้อมโครงมุ้ง ซึ่งจะใช้สร้างพื้นที่สำหรับส่วนปรับอากาศขึ้นมา โดยให้แอร์ทำความเย็นให้เฉพาะในพื้นที่ดังกล่าว แต่พื้นที่ดังกล่าวก็อาจจะจะมีอยู่ค่อนข้างจำกัด ไม่ได้กว้างขวางอะไรมาก ซึ่งก็เพียงพอแค่การวางที่นอนคิงส์ไซด์จำนวน 1 ชุด

โดยแอร์มุ้มจะมาพร้อมกับแอร์แบบรวมทั้งหมดไว้ในชุดเดียวกัน ซึ่งเสียบปลั๊กและใช้งานได้ทันที เป็นแอร์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ขนาดทำความเย็นประมาณ 6,000 BTU/Hour 
การใช้งานก็เพียงแค่ประกอบส่วนที่เป็นมุ้งแล้วหันด้านลมเย็นของแอร์เข้ามาทางช่องมุ้งที่มีให้ซึ่งด้านลมร้อนทั้งหมดจะอยู่ด้านนอกมุ้ง การทำความเย็นและการระบายความร้อน ลักษณะคล้ายๆกับการใช้งานแอร์หน้าต่าง แต่แอร์มุ้งต้องคอยจัดการนำภาชนะรองน้ำทิ้งที่มีอยู่ออกมา เพื่อนำน้ำออกมาทิ้ง ซึ่งแอร์มุ้งก็เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะกับการใช้งานในสถานที่ ที่ไม่อาจติดแอร์ได้แต่ถึงอย่างไร หากสามารถติดตั้งแอร์แยกส่วนได้ก็ควรจะติดตั้งแอร์แยกส่วนจะดีที่สุด


แอร์หน้าต่างจากญี่ปุ่น สำหรับใครที่มีโอกาสได้ไปเลือกซื้อสินค้าหรือไปดูสินค้าแถวๆ คลองถม บ้านหม้อ ก็อาจจะเคยได้พบเจอกับแอร์หน้าต่างหรือแอร์เคลื่อนที่ ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแอร์แบบรวมทุกส่วนไว้ภายในชุดเดียวกันคล้ายคลึงกันกับแอร์หน้าต่าง และแอร์แยกส่วนที่ขายกันในบ้านเรา แต่แอร์หน้าต่างแบบญี่ปุ่นนั้นจะออกแบบมาเพื่อรองรับการนำไปวางกับหน้าต่างหรือประตูบาเลื่อนเพราะด้วยรูปทรงแนวตั้ง และมีช่องระบายลมร้อนตามแนวยาวจึงรับกันกับบานเลื่อนโดยแทบจะไม่ต้องดัดแปลงอะไรมาก แค่นำไปวางแนบหน้าต่างแล้วแง้มหน้าต่างให้เปิดพอดีช่องระบายลมของแอร์ ก็เสียบปลั๊กใช้งานได้ทันที



สำหรับแอร์ที่นำเข้ามานั้น ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด เป็นแอร์ที่เคยใช้งานมาแล้วจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถูกปลดประจำการหรือถูกถอดออกมาขายต่อ ผ่านการซ่อมแซมทำความสะอาด และก็มาลงเอยเป็นแอร์มือสองขายให้กับคนไทย 



แต่การนำมาใช้งานในประเทศไทย จำเป็นต้องมีการดัดแปลงบางส่วน เพื่อให้นำมาใช้งานได้ เพราะมาตรฐานด้านระบบไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่น กับไทยนั้นไม่เหมือนกัน
ค่าเฉลี่ยของแรงดันไฟฟ้าที่เป็นมาตรฐานสำหรับใช้งานในอาคารบ้านเรือน ของประเทศญี่ปุ่นคือ 110 V ความถี่ 50 และ 60 Hz ในขณะที่ของประเทศไทยคือ 220 V ความถี่ 50 Hz

ซึ่งจะเห็นได้เลยว่าระดับแรงดันเฉลี่ยของระบบไฟฟ้าในบ้านของเรากับของเขา ไม่เท่ากัน หรือเป็นคนละระบบนั่นเอง การจะซื้อแอร์ที่นำเข้าจากญี่ปุ่นมาใช้กับระบบไฟบ้านเรานั้นผู้ใช้งานจะต้องหาซื้อหรือสั่งทำหม้อแปลงไฟฟ้า (Step-down Transformer) แบบที่รับไฟเข้า 220 V แปลงออกมาเป็น 110 V เพื่อแปลงระบบไฟฟ้าให้ใช้กันได้ และหม้อแปลงไฟที่จะใช้กับแอร์ต้องมีขนาดที่ใหญ่พอที่จะจ่ายกำลังไฟฟ้าออกมาได้พอกับที่แอร์ใช้


แอร์หน้าต่างมือสองจากญี่ปุ่นที่ถูกนำมาขายนั้นในอดีตถือว่าค่อนข้างจะเป็นที่นิยมพอสมควร โดยเฉพาะในยุคที่ราคาแอร์มือหนึ่งในตลาดบ้านเรายังคงสูงอยู่ แอร์หน้าต่างมือสองของญี่ปุ่นในยุคนั้นจึงถือเป็นทางเลือกแบบประหยัด ที่ใครหลายคนพอจะหาซื้อมาใช้ได้ไม่ยาก แต่พอเวลาผ่านไปราคาแอร์ใหม่ในบ้านเราเริ่มจะถูกลงจนอยู่ในระดับที่ไม่แพง แอร์มือสองจากญี่ปุ่นจึงเริ่มที่จะลดความนิยมลงไปเรื่อยๆนั่นเอง
Create Date :05 กรกฎาคม 2557 Last Update :2 พฤษภาคม 2558 1:17:39 น. Counter : 60597 Pageviews. Comments :190