bloggang.com mainmenu search



สวัสดีค่ะวันนี้จอสจะมาเปิดกรุรีวิวโลชั่นน้ำนมสำหรับผิวกายทั้ง 5 ตัวที่ใช้อยู่
สำหรับบล็อกรีวิววันนี้บอกเลยว่าสาวๆที่อยากมีผิวเนียนชุ่มชื้นสุขภาพดีห้ามพลาด
เพราะจอสจะมาเล่าให้ฟังกันทีละตัวเลยว่าเป็นยังไง
ซึ่งทั้งหมดนี้จอสได้ลองใช้มาแล้ว ก็มีทั้งที่ชอบและไม่ชอบ
ข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป เอาเป็นว่าลองดูตามความต้องการและสภาพผิวนะคะ
ว่าตัวเราชอบแบบไหน มีปัญหาผิวตรงไหน จะได้เลือกใช้ได้ตรงจุดค่ะ


ว่าแล้วเราก็มาดูหน้าตาของโลชั่นน้ำนมทั้ง 5 ตัวกันก่อนเลยค่ะ
นี่คือหน้าตาของสาวผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย 555
เป็นคนบ้าโลชั่นบำรุงผิวมาก โดยเฉพาะช่วงนี้เห่อโลชั่นน้ำนม
ก็จะซื้อมาลองหลายๆแบรนด์แล้วเปรียบเทียบว่าตัวไหนดี ตัวไหนชอบ
ก็จะได้ไปต่อ ตัวไหนไม่ชอบก็ไม่ซื้อต่อแล้ว (บางตัวก็มีทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ค่ะ)
ซึ่งปกติจอสเป็นคนที่ทาโลชั่นเยอะมาก ใช้เปลืองมาก
อย่างที่เพื่อนๆเห็นอยู่ห้าขวดนี้สามารถใช้หมดภายในเวลา 1-2 เดือนเลย

ถามว่าใช้ยังไง ก็ง่ายๆเลยค่ะทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือถ้ามีเวลาว่าง
ก็จะหยิบขึ้นมาทาตามหัวไหล่ ข้อศอก หรือจุดที่ผิวแห้งกร้าน
ปกติแล้วเป็นคนที่ใช้เวลาค่อนข้างนานกับการบำรุงผิว ละเมียดละไมมาก
จึงเป็นสาเหตุให้ทุกวันนี้ผิวเนียนและสุขภาพดี ไม่ได้อธิฐานเอาแต่อย่างใดเด้อ



โอเคถ้าพร้อมแล้วขอเริ่มกันทีละตัวนะคะ ตัวแรกที่หยิบมาคือ
Beauty Cottage Milk Walnut Body Lotion 200 มล.
ตัวนี้เค้าเคลมว่าเป็นโลชั่นบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสและเฟิร์มขึ้น
ด้วยส่วนผสมของ Lipofirm Complex ที่จะช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

เนื้อโลชั่นค่อนข้างเข้มข้นเลยทีเดียว กลิ่นตัวนี้จะเฉยๆไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก
แต่ก็ชอบค่ะเพราะรู้สึกว่าไม่กวนใจดี หลังทาลงบนผิวแล้วก็จะรู้สึกชุ่มชื้นเลยทันที
ในส่วนของความขาวนั้นจอสว่าคงจะต้องรอดูกันที่ระยะยาวเพราะไม่ได้เห็นผลในทันที
แต่ที่สัมผัสได้คือความชุ่มชื้นมาเป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ เหมาะกับคนผิวแห้ง
หรือใครที่ทำงานห้องแอร์ ตัวนี้จะช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้านค่ะ
แต่สำหรับคนที่ต้องออกไปข้างนอก เจอแดดบ่อยๆอาจไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่
เนื่องจากสภาพอากาศบ้านเราอาจทำให้รู้สึกเหนอะหนะได้ค่ะ
ส่วนตัวแล้วจอสผิวแห้งก็เลยค่อนข้างชอบตัวนี้เลย ถือเป็นโลชั่นน้ำนม
ที่มีส่วนผสมค่อนข้างดีเนื้อเข้มข้น และให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเลยค่ะ

มีขายที่เค้าเตอร์ Beauty Cottage ทุกสาขา






ตัวต่อไปเป็นโลชั่นน้ำนมจากเลอสกิน Pacare Bessie Le'Skin Milk Body Lotion 250 มล.
ตัวนี้เป็นสูตรที่ผสมโปรตีนจากน้ำนม และมีส่วนผสมจาก Collagen และ Aloe Vera
เน้นเติมเต็มผิวให้นุ่มชุ่มชื้นแลดูอ่อนเยาว์ เนื้อโลชั่นค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวด้วยค่ะ

ถ้าสังเกตุจากเนื้อโลชั่นรูปด้านล่างจะเห็นได้ว่าเนื้อเหลวกว่าตัวบน
ข้อดีคือเกลี่ยง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ซึมเข้าผิวหมดเลย
จอสชอบตรงที่เนื้อเค้าไม่เหนียวเหนอะหนะ ค่อนข้างสบายผิว
พอทาเสร็จแล้วจะให้ความรู้สึกชุ่มชื้น ผิวจะมีสัมผัสเย็นๆ เหมือนปลอบประโลมผิวไปในตัว
และผลลัพธ์ที่ชอบมากๆก็คือมันทำให้ผิวดูฉ่ำวาวเหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยงผิว
ซึ่งปกติจอสจะต้องทาออยล์บำรุงเพิ่มเข้าไปเพื่อให้ผิวดูวาวๆใสๆ
แต่พอทาตัวนี้แล้วไม่ต้องเลย ชุ่มชื้นต่อเนื่องยาวนาน คือชอบผลลัพธ์ตรงนี้มาก
สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวเพราะเนื้อเค้ากลางๆไม่ข้นมาก ระหว่างวันไม่เหนียวเหนอะหนะ
กลิ่นจะเป็นกลิ่นนมอ่อนๆแบบไม่กวนใจ ใครที่ไม่ชอบน้ำหอมแรงน่าจะชอบตัวนี้ค่ะ

ใครที่สนใจลองดูข้อมูลที่ //www.facebook.com/leskinthailand2016/ นะคะ






ตัวที่สามเป็น Scentio Whitening Body Lotion Co-Enzyme Q10 400 มล.
ตัวนี้เป็นโลชั่นน้ำนมที่มีส่วนผสมของโคเอนไซม์คิวเทน เข้ามาด้วย
ก็จะช่วยทั้งเรื่องของความชุ่มชื้นและผิวขาวกระจ่างใสไปพร้อมกัน

เนื้อตัวนี้จะมีความพิเศษตรงที่เค้ามีกลิ่นเฉพาะตัวเป็นกลิ่นนม ซึ่งมันหวานน่าทานมาก
หยิบขวดนี้ขึ้นมาใช้ทีไรก็หิวนมทุกที 5555 ชอบกลิ่นที่สุดอ่ะ
แต่เนื้อของเค้าจะไม่ได้เข้มข้นมาก มีความเหลวพอๆกับ Le'Skin ตัวข้างบน
ทาง่าย ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับคนผิวมันหรือคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ
เพราะตัวนี้ค่อนข้างซึมเข้าผิวได้ดี เหลือความชุ่มชื้นไว้บนผิวนิดๆ
บางครั้งทาไปแล้วก็อาจจะรู้สึกว่ายังไม่ชุ่มชื้นพอสำหรับคนผิวแห้งแบบเรา
ผลลัพธ์ของตัวนี้ต้องบอกว่าดีในระดับกลางๆ ยังไม่ได้ถูกใจจอสมาก
เด่นที่เรื่องของกลิ่นมากกว่า แต่น่าจะถูกใจหลายๆคนที่ผิวผสมและผิวมันค่ะ

หาซื้อได้ที่เค้าเตอร์ Beauty Buffet ทุกสาขา






ชิ้นต่อไป Evergreen Palmera Moisturizing Hand & Body Lotion 300 มล.
เป็นโลชั่นนมแพะผสม Jojoba Oil ที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น
เค้าเคลมว่ามีส่วนผสมของ Whitening ที่ช่วยให้ผิวดูขาวกระจ่างใสด้วยค่ะ
สามารถใช้ทามือและผิวกายได้ ส่วนตัวชอบใช้ทาผิวกายมากกว่าเพราะขวดใหญ่มาก

ตัวนี้น่าจะเป็นโลชั่นที่เนื้อเข้มข้นที่สุดในบบรดา 5 ตัวนี้นะคะ
แต่จอสไม่ค่อยชอบกลิ่นสักเท่าไหร่เพราะนางใส่น้ำหอมเยอะมาก
และจะเป็นกลิ่นคล้ายๆน้ำหอมสมัยก่อน ความรู้สึกแรกก็เลยไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่
แต่พอทาลงบนผิวแล้วกลับชอบซะงั้น เพราะด้วยเนื้อที่เข้มข้นแต่ซึมง่าย
ทาแล้วสบายผิว และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีมาก ผิวจะดูเด้งๆสุขภาพดี
ผลลัพธ์เรื่องความขาวไม่ต้องคาดหวังค่ะเพราะดูจากส่วนผสมแล้วเค้าใส่มาลำดับท้ายๆ
ส่วนตัวจอสแล้วค่อนข้างชอบผลลัพธ์แต่ไม่ชอบกลิ่น คนผิวแห้งต้องลองค่ะ เอาอยู่แน่นอน
ถ้าเค้าปรับปรุงกลิ่นจอสว่าจะเป็นอะไรที่น่าใช้มากขึ้น เพราะนางเด่นตรงที่เป็นนมแพะอยู่แล้วด้วย

ตัวนี้หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป






ตัวสุดท้ายแล้วค่ะ Cathy Doll White Milk Shine Body Lotion 450 มล.
ตัวนี้เป็นโลชั่นน้ำนมที่มีส่วนผสมของ White Strawberry
ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและผิวดูสว่างขึ้นไปพร้อมๆกัน

ส่วนตัวแล้วจอสชอบเนื้อของตัวนี้ เพราะมีความเข้มข้นในระดับกลางๆ
คือไม่เหลวมากแต่ก็ไม่ข้นจนเกินไป ความรู้สึกแรกที่บีบโลชั่นออกมาแล้วชอบแต่พอทาแล้วไม่ซึมไว
คือจะให้สัมผัสผิวที่หนึบๆ ด้วยความที่เราผิวกายค่อนข้างแห้งเลยถือว่าพอได้อยู่
แต่ก็แอบเหนอะหนะในบางที ต้องเปิดแอร์ถึงจะรู้สึกโอเคขึ้นมาหน่อย
เอาเป็นว่าตัวนี้เหมาะกับคนที่ทำงานห้องแอร์ละกันค่ะ ถ้าวันไหนที่ต้องออกไปเจอแดดนอกบ้าน
จอสขอเลี่ยงตัวนี้เลย ไม่อย่างงั้นจะรู้สึกเหนียว ไม่สบายตัวเท่าไหร่
ความโดดเด่นอีกอย่างนึงคือกลิ่นค่ะ กลิ่นเหมือนนมอัดเม็ด หอมหวานชวนทานมาก
ถ้าคิดว่า Scentio ตัวข้างบนหอมแล้ว ตัวนี้หอมกว่าค่ะ
ไม่แน่ใจว่าจะเกินเหตุไปรึป่าว สำหรับคนที่ไม่ชอบน้ำหอม เพราะกลิ่นเค้าแรงจริงๆ
แต่ส่วนตัวจอสแล้วไม่ได้มีปัญญาตรงจุดนี้ ก็เลยไม่ได้ซีเรียส
รู้สึกหิวมากกว่า 5555 โดยรวมแล้วตัวนี้จอสชอบน้อยที่สุดค่ะ 

หาซื้อได้ตามร้าน Karmart ทุกสาขา






และนี่ก็คือโลชั่นน้ำนมทั้งหมดที่จอสใช้อยู่ในตอนนี้
หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อย เอาเป็นว่าใครมีสภาพผิวแบบไหน
ก็ลองเลือกใช้ตามสภาพผิวและความต้องการดูนะคะ
เทคนิคผิวเนียนใสอีกอย่างหนึ่งของจอสก็คือการทาบอดี้โลชั่นเป็นประจำ
หรือเรียกง่ายๆว่าติดเลยก็ได้ค่ะ เพราะทุกครั้งหลังอาบน้ำจะต้องทาตลอด
ทุกวันนี้ทาครีมบำรุงผิวติดต่อกันมานานมากกว่า 10 ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
เพื่อนๆหลายคนชอบถามว่าทำยังไงให้ผิวสวย
จอสบอกเลยว่าความสม่ำเสมอและต่อเนื่องคือสิ่งสำคัญ ห้ามขี้เกียจนะคะ

วันนี้ก็ต้องขอตัวลาไปก่อน เอาไว้พบกันใหม่ค่ะ
ติดตามและพูดคุยกันได้ที่
IG - Babejossy
Facebook - www.facebook.com/JossyBerryMakeUpArtist


Create Date :29 มิถุนายน 2560 Last Update :5 กรกฎาคม 2560 21:30:50 น. Counter : 2342 Pageviews. Comments :0