bloggang.com mainmenu search

หากจะมีช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตที่หนุ่มสาวจะเลือกเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์ อะไรจะดีเท่ากับช่วงวาเลนไทน์ที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักสีชมพู

แต่กว่าจะเป็นงาน "สมรสสมรัก" สักงาน นอกจากจะต้องหาฤกษ์งามยามดีไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้ชิงจองโรงแรมกันล่วงหน้ากว่า 6 เดือน - 1 ปีแล้ว ยังจะต้องพิมพ์การ์ด เชิญแขกอีกนับร้อย นับพันคน

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ "ชุดเจ้าสาว" ที่สมัยนี้ใช่ว่าจะมาเรียบง่ายเหมือนในอดีต แต่หรูหราอลังการกันสุดสุด แบบที่ว่า "ครั้งเดียวในชีวิต"

หรูหราไฮโซขนาดที่ว่า "ราคาของชุดเดียว" ก็นำไปจัดงานแต่งงานได้อีกหลายงานเลยทีเดียว

กูรูเรื่องเวดดิ้ง ของนิตยสาร WE ให้ข้อมูลว่า ปกติแล้วคนไทยมักจะไม่ค่อยบอกราคาของชุดแต่งงานมากนัก ทำให้ยากที่จะรู้มูลค่าจริงๆ ของชุด ต้องดูที่แบรนด์ของชุดนั้นๆ

"หากเป็นเซเลบริตี้ หรือดารา นักร้องไทยส่วนใหญ่ มักจะมุ่งเข้าหาไทยดีไซเนอร์ อย่าง ไข่ บูติก หรือ วาทิต อิทธิ แบรนด์ชุดเจ้าสาวยอดนิยม หรือหากเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า อย่างน้อยก็จะมีตัดชุดเจ้าสาวใส่เอง"

แต่สำหรับ "เจ้าสาวกระเป๋าหนัก" ชุดเจ้าสาวในประเทศไทยอาจจะไม่ถูกใจ หลายคนจึงบินไปเลือกชุดแต่งงานเองถึงต่างประเทศ ไม่ว่าจะอเมริกา อังกฤษ หรือใกล้บ้านเราอย่างฮ่องกง

"แบรนด์ฮอตที่สุด ต้องยกให้ แบรนด์ เวร่า แวง ที่ได้รับความนิยมจากเจ้าสาวคนไทยเสมอต้นเสมอปลาย"

แม้จะได้ชุดสวยสมใจ แต่ข้อเสียก็มี โดยเฉพาะเรื่อง "ต้นทุนการเดินทาง"

"ข้อเสียของการบินไปเลือกซื้อเองที่ต่างประเทศ คือ ถ้าไม่กระเป๋าหนักจริง สู้ยาก เพราะชุดเจ้าสาวไม่เหมือนชุดอื่นๆ ที่บินไปเลือก ถูกใจ และซื้อกลับมาใส่ได้เลย แต่ต้องบินไปเลือกแบบ แล้วเย็บใหม่ให้พอดีกับรูปร่างของเจ้าสาว ปรับแก้ และลองใหม่อยู่หลายครั้ง กว่าจะเสร็จก็กินเวลาร่วมเดือน เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต้องบินไปกลับต่างประเทศไม่รู้กี่ครั้ง แค่ค่าตั๋วเครื่องบินก็อาจจะแพงกว่าชุดไปแล้ว" กูรูเรื่องเวดดิ้งเผย

จึงเป็นที่มาของการนำเข้า "ชุดเจ้าสาวไฮแบรนด์" ยอดฮิตของโลกกว่า 10 แบรนด์มาเป็นตัวเลือกให้กับบ่าวสาวที่จ่ายไหว กับ ร้านโซล แอนด์ กราวิธ ไบรดัล บูติก ที่นำเข้าชุดเจ้าสาวราคาแพงระยับมาเปิดที่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีจำหน่ายตั้งแต่หลักแสน ไปจนถึงหลักล้าน แล้วแต่ความยากง่ายของชุด อาทิ

แบรนด์ โมนิค ลุยลิเย่ร์ (MONIQUE LHUILLIER) จากอเมริกา ที่แบ่งเป็นไลน์ต่างๆ 3 ไลน์ ทางร้านก็นำเอาไลน์ระดับกลางและแพลตินั่มเข้ามา ราคาตั้งแต่ 2 แสน ไปจนถึง 7 แสนบาท ต่อเนื่องด้วย ซูแอร์ มูราจ (ZUHAIR MURAD) ที่จะจำหน่ายที่ 6 แสนบาทไปจนถึงหลักล้าน หากชอบชุดเจ้าสาวแบบเจ้าหญิง แบรนด์ มาร์เซียรา (MARCHESA) ก็เป็นตัวเลือกที่ดี อยู่ที่แสน ถึง 3 แสน

หรือจะเป็นแบรนด์ เจนนี่ เพคแฮม (JENNY PACKHAM) จากดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่คนนิยมใส่กัน ชุดที่สร้างชื่อเสียงให้ร้านชนิดที่ดังไปทั่วโลก ก็ไม่ใช่ชุดใครที่ไหน เป็นชุดเจ้าสาวสุดหรูของ เจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาใน เจ้าชายวิลเลียม ที่ทรงสง่างามในพิธีเสกสมรส ซึ่งทั้งหมดสามารถปรับแก้ชุดได้โดยมีช่างประจำของร้านคอยดูแลให้ รับได้ภายใน 1 เดือน

"ส่วนทำไมถึงได้ราคาสูงเช่นนี้ เพราะเป็นชุดนำเข้า ทั้งยังใช้ลูกไม้ที่ดีมาก ไม่ว่าจะฝรั่งเศสหรืออิตาลี แตกต่างกันแต่ละแบรนด์ ทุกชุดต้องเย็บมือทั้งหมด บ้างก็ต้องเย็บด้วยทักษะมาก อย่างการปัก 3 มิติ เย็บแพทเทิร์นซ้อนกันไปมา รวมถึงความอลังการของชุด ที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งค่าแรงต่างประเทศก็ขึ้นชื่อว่าสูงอยู่แล้ว ราคาชุดก็เลยไปตามคุณภาพ ทำให้ชุดแต่งงานเหล่านี้ขายขาด ไม่มีเช่าซื้อ เพราะจะไม่คุ้มนั่นเอง"

เมื่อเป็นครั้งเดียวในชีวิต ก็ต้องเฟอร์เฟ็กต์ที่สุด

Create Date :13 กุมภาพันธ์ 2558 Last Update :13 กุมภาพันธ์ 2558 8:02:47 น. Counter : 863 Pageviews. Comments :0