bloggang.com mainmenu search

สวัสดีครับ ArounD ฉบับนี้เป็นฉบับพิเศษฮะ

การเดินทางครั้งนี้เป็นทริปที่มีการร่วมมือจากหลายๆฝ่ายครับ นั่นก็คือ แอร์เอเชีย , โรงแรม Sentido Graceland Khao Lak Resort & Spa , โรงแรม foto Hotel และ Love Andaman และมีแขกรับเชิญพิเศษเป็น แพรว คณิตกุล และเป๊ก ผลิตโชค สองนักร้องคุณภาพมาร่วมทริปกับบล็อกเกอร์หลายๆคนที่ได้รับเชิญเข้าร่วมทริป โดยทริปนี้กิจกรรมหลักจะเป็นการเก็บขยะบนหาดที่เกาะตาชัยกันครับ

จุดเริ่มต้นของทริปนี้คือถูกเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมโดยบอกว่าจะเป็นกิจกรรมการเก็บขยะบนเกาะตาชัยกันครับ ผมเองตอนแรกก็ตั้งใจจะไป Big Clean Day ที่ตาชัยตั้งแต่ตอนก่อนเปิดเกาะแล้วฮะ แต่พอดีมรสุมเข้างานก็เลยยกเลิกไป คราวนี้ก็เลยถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะกลับไปเยือนเกาะตาชัยอีกครั้ง

ทริปนี้เดินทางกันเมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาฮะ 





การจะไปยังเกาะตาชัยนั้นทางที่สะดวกที่สุดก็คือต้องเดินทางทางอากาศซึ่งเราต้องไปลงที่สนามบินภูเก็ตฮะ สายการบินประจำของผมไม่ว่าจะไปไหนก็ต้องเจ้านี้ล่ะฮะ มีไฟล์ทเช้ายันดึกเลยทีเดียว 





วันนั้นไม่ได้นั่งริมกระจกฮะ ก็เลยไม่มีรูปมาฝาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชม.ก็มาถึงสนามบินภูเก็ต ตอนนี้เห็นกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมกันยกใหญ่



ทริปนี้ไปนัดรวมตัวกันที่ภูเก็ตฮะ ที่แรกที่เราจะไปรวมตัวพบกันก็คือที่นี่ครับ " Kabuki Japanese Cuisine Theatre " ห้องอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ในโรงแรม JW Marriott Phuket Resort & Spa ครับ 



เรามีนัดทานอาหารญี่ปุ่นกันที่นี่ก่อนที่จะเดินทางด้วยรถตู้ต่อไปที่เขาหลัก จังหวัดพังงากันครับ



ห้องอาหารนี้ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารญี่ปุ่นที่ไม่เป็นสองรองใครในจังหวัดภูเก็ตฮะ วัตถุดิบได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี



เริ่มหิวแล้วครับ เรามาดูหน้าตาอาหารกันบ้าง



จานแรก Dynamite Spicy Tuna Roll ครับ



จานต่อมาชื่อว่า Sky Rocket ฮะ



จานต่อมาชื่อว่า Tiger Roll ครับ



จานนี้ชื่อว่า Pepper Tuna ฮะ



จานนี้อร่อยมาก Beef Tataki ครับ



จานนี้ผมขอบายฮะ พูดตามตรงว่าผมไม่ค่อยชอบทานซาซิมิเท่าไหร่นัก ให้คนอื่นทานกันไปแล้วกัน



จานต่อมาเป็นเมนูใหม่ฮะ Tempura Salad



ที่ผ่านไปถือเป็นออเดิร์ฟนะฮะ ที่ Kabuki แห่งนี้ชื่อ Cuisine Theatre น่าจะมาจากตรงนี้ฮะ 



นั่งทานไปก็ดูโชว์การทำอาหารไป เรียกได้ว่าเพลิดเพลินกันเลยทีเดียว



แซลมอน ทานกับข้าวกระเทียมที่โชว์ทำสดๆเช่นกัน สดและอร่อยมากทีเดียวฮะ



จานต่อมาเป็น Lobster Mentai ทำกันสดๆเลย





ยังมีอีกจานที่ทานเพลินจนลืมถ่ายรูปเก็บไว้เป็น Miyazaki Striplion อร่อยขั้นเทพมากๆฮะทานกับข้าวกระเทียมร้อนๆฟินมากกกก

เสร็จแล้วก็ตบท้ายด้วยไอศกรีมชาเขียวอร่อยๆ



สำหรับคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น ถ้ามีโอกาสได้มาเที่ยวภูเก็ตผมแนะนำจริงๆฮะสำหรับที่นี่ อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆครับ

Kabuki Japanese Cuisine Theatre อยู่ในโรงแรม JW Marriott Phuket Resort & Spa เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น.นะครับ

หลังจากอิ่มแล้วเราก็นั่งรถไปกันต่อที่เขาหลักครับ จุดหมายอยู่ที่โรงแรม Sentido Graceland Khao Lak Resort & Spa ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 1.30 ชม.ครับ



โรงแรมนี้เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่เพิ่งเปิดให้บริการครับ เป็นโรงแรมที่ใหญ่โตมากๆห้องพักหลายร้อยห้อง และมีเอ็นเตอร์เทนเม้นท์แทบจะครบให้บริการครับ เช่นลานโบว์ลิ่ง 4 เลน ห้องคาราโอเกะ สนุ๊กเกอร์ ฯลฯ

รอบๆบริเวณถูกออกแบบและตกแต่งในสไตล์มอแกนครับ



เข้ามาที่ห้องพักกันเลยดีกว่าฮะ เดินทางมาเหนื่อยๆ

ห้องที่ผมได้พักเป็นห้องแบบ Morgan Suite Pool View ฮะ

ห้องใหญ่ขนาด 91 ตร.ม เป็นห้องที่แบ่งออกเป็นสองส่วนครับ คือส่วนแรกเข้ามาเป็นห้องนั่งเล่น พร้อมครัว







มีห้องน้ำห้องเล็กอยู่ด้านนอกนี้ด้วยฮะ 



อีกส่วนเป็นส่วนของห้องนอนครับ ห้องแบบนี้จะเป็นเตียงควีนไซส์ 2 เตียง มี sofa bed อีกหนึ่งตัว นอกจากนี้ยังมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเล็กๆไว้อีกหนึ่งห้องด้วยฮะ





ในห้องนี้มีห้องน้ำขนาดใหญ่ด้วยครับ 



บรรยากาศห้องนอนในช่วงค่ำ







ระบบไฟและเครื่องปรับอากาศสามารถควบคุมได้จากหัวเตียงครับ



บรรยากาศยามเย็นบริเวณสระว่ายน้ำ



ทีนี้มาดูบริเวณล็อบบี้กันดีกว่าฮะ อย่างที่บอกว่าล็อบบี้ของ Sentido Graceland นั้นอลังการมากฮะ พอดีช่วงที่ไปมีการปรับปรุงสระน้ำบริเวณล็อบบี้อยู่ก็เลยเดินลงมาถ่ายรูปตรงนี้ได้





บริเวณทางขึ้นล็อบบี้



ตู้ปลาที่เพิ่งสร้างเสร็จเลยยังไม่มีปลาให้ดู



เพดานออกแบบเป็นเหมือนท้องเรือใหญ่ๆ มีโคมไฟที่อลังการมากอยู่ตรงกลางฮะ

ฝั่งนี้จะเป็นบาร์เครื่องดื่ม และในซุ้มก็จะเป็นมุมอินเตอร์เน็ต



มีโซฟาไว้ให้นั่งเล่นโดยรอบฮะ



อีกฝั่งทางนี้จะเป็นเคาเตอร์เช็คอิน



มีทางเดินลงไปด้านล่างซึ่งเป็นห้องอาหารหลักซึ่งเป็นที่ทานอาหารเช้าด้วยครับ



ห้องอาหารหลักของโรงแรมครับ ตอนเช้าเราก็จะมาทานอาหารกันที่นี่





นอกจากนี้โรงแรมยังมีห้องอาหารอีกหนึ่งห้องอาหารเป็นห้องอาหารไทยชื่อ ปลาทู แต่ผมไม่ได้ถ่ายภาพมาเลยครับ

ถ้าเดินลงไปด้านล่างอีกชั้นก็จะเป็นส่วนของเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ฮะ โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ สนุ๊กเกอร์ ปิงปองอยู่ด้านล่างนี้หมดครับ



ตัดมาที่ตอนเช้าครับ มื้อเช้าวันนี้ทานเบาๆกันเพราะว่ามีนัดจะต้องไปเกาะตาชัยกันแต่เช้า



เช้านี้อากาศค่อนข้างดีทีเดียวครับเนื่องจากคืนที่ผ่านมาฝนตกไปเยอะ

เราต้องนั่งรถตู้จากโรงแรมย้อนกลับไปที่ท่าเรือทับละมุซึ่งเป็นที่ขึ้นเรือไปเกาะตาชัย รวมถึงสิมิลัน ไม่ว่าจะเป็นทัวร์เจ้าไหนก็ต้องมาขึ้นที่นี่ครับ

วันที่เราไปเรือที่ไปเป็นลำพิเศษครับ มีทีมงานของรายการ Grab life by Chang ขึ้นเกาะไปด้วยกัน เทปรายการออกมาแล้วด้วยฮะตามไปดูบรรยากาศอีกแบบกันได้ตามนี้เลยฮะ



แน่นอนว่าเรือเจ้าประจำของพวกเราหนีไม่พ้น Love Andaman ครับ จากท่าเรือทับละมุไปเกาะตาชัยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีก็จะมาถึงเกาะ



ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของผมที่ได้มาเที่ยวเกาะตาชัยแล้วครับ แต่ละครั้งมาอากาศไม่เหมือนกันเลย แต่ดูเหมือนครั้งนี้อากาศจะดีที่สุด และตาชัยรอต้อนรับแบบสวยสุดๆเลยครับ





วันไหนที่อากาศดีแดดดีๆ ผมบอกเลยว่าสีน้ำทะเลที่เกาะตาชัยสวยไม่แพ้มัลดีฟส์ครับ

เดี๋ยวขึ้นเกาะกันครับ วันนั้นเรามาถึงเกาะเป็นลำแรกเลย ต้องรีบลงไปถ่ายรูปหน่อย



เรือ Je t'aime เชอแธม เรือลำใหม่ในฝูงเรือของเลิฟอันดามันที่เรานั่งไปกันครับ



มุมมหาชนของเกาะฮะ กว่าจะว่างให้ถ่ายได้รอนานเหมือนกัน ไกลๆจะมองเห็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์อยู่ครับ



ของฝากเล็กๆน้อยๆฮะ ไปเที่ยวนี้ไม่ได้เดินถ่ายบีกินีเลยจริงๆสาบานได้



เสียดายเมฆเยอะไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าทุกๆครั้งที่เคยมาครับ







ด้านคนข้างตัวของผมก็ได้เป็นพี่เลี้ยงเด็กเอาในทริปนี้นี่เอง อิอิ 

ใช้เวลาส่วนตัวถ่ายรูปเล่นน้ำกันซักพักก็ได้เวลาอาหารกลางวันครับ



จากที่เห็นเที่ยวนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปคือบูทอาหารของเลิฟอันดามันใหญ่ขึ้นมากกก เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ที่แนะนำว่าต้องลองให้ได้คือไอศกรีมมะพร้าวอ่อนของเลิฟครับโดนจริงๆ

คราวนี้สภาพแวดล้อมบนเกาะตาชัยก็ยังคงเหมือนเดิม ตรงบริเวณที่นั่งทานอาหารเรายังสามารถเจอพวกปูไก่ ปูเสฉวนเดินไปเดินมาได้อยู่พอสมควร ปูไก่อาจจะเจอตามโพรงไม้ใกล้ๆที่นั่งเพราะปูไก่ดูเป็นปูขี้อายไปนิดฮะ



หลังจากอิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินเที่ยวครับ บนเกาะจะมีกิจกรรมให้ทำอยู่หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ หรือที่เราเรียกกันว่าไปเดินดูปูไก่นั่นล่ะครับ

ก่อนจะเดินเข้าไปก็จะมีการให้ความรู้ในส่วนต่างๆจากไกด์ของเลิฟกันก่อน

มาแล้วววว แขกรับเชิญของเรา แพรวกับเป๊ก จริงๆมาพร้อมกันตั้งแต่เมื่อวานแล้วฮะ ทานข้าวด้วยกันนอนโรงแรมเดียวกันแต่เพิ่งจะได้เห็นกันรูปนี้ล่ะครับ



เดินเข้าไปด้านใน เอ๊ะแพรวกำลังถ่ายรูปอะไรน๊าา ?



เจ้าปูไก่นี่เองฮะที่แพรวกำลังถ่ายรูปอยู่ ช่วงที่ไปปูไก่เยอะมากครับเนื่องจากเพิ่งเปิดเกาะได้ไม่นานและอากาศยังไม่ร้อนมาก ถ้าเป็นช่วงมีนา-เมษาอาจจะไม่ค่อยได้เห็นปูไก่เท่าไหร่แล้วเนื่องจากอากาศแห้งและอาจจะถูกรบกวนจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น



ปูไก่จะอาศัยอยู่ตามรากไม้ โพรงไม้ ที่เห็นนี่อยู่กันเป็นคอนโดปูไก่เลยฮะ



ปล.เห็นแพรวมั๊ยฮะ เดินเท่าเปล่าเข้าไปในป่า จริงๆรองเท้าของพวกเราทุกคนถูกบอกให้ถอดออกตั้งแต่ที่ท่าเรือของเลิฟที่ทับละมุแล้วล่ะครับ ห้ามใส่ขึ้นมาเลยเพราะสิ่งสกปรกจากฝั่งอาจจะติดมากับรองเท้าทำให้สภาพของเกาะตาชัยเปลี่ยนไปได้

ปูไก่ตัวใหญ่ๆทั้งนั้นเลยฮะ

ที่เห็นออกมาแบบนี้ไม่ใช่ว่าปูไก่อยากโชว์นะครับ เพียงแต่ในโพรงไม้ข้างในมันเต็มไปด้วยปูไก่ทั้งนั้นเลยฮะก็เลยล้นออกมาแบบที่เห็น

สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือการไปรบกวนปูไก่ด้วยการจับ เขี่ย หรือแหย่ปูไก่ครับ เราสามารถดูได้ด้วยตาไม่ต้องไปรบกวนมันด้านอื่นๆ

หลายๆคนถามว่าปูไก่กินได้มั๊ย เนื้ออร่อยมั๊ย บอกเลยฮะว่าอร่อย เย้ยยยย!! จริงๆปูไก่เป็นปูที่มีสารอะไรซักอย่างผมจำไม่เคยได้ทำให้มันกินไม่ได้เนื้อไม่อร่อยครับ ส่วนใครที่อยากจับกลับไปเลี้ยงที่บ้าน บอกเลยฮะถ้าถูกจับได้ทางอุทยานฯปรับเงินตัวละ 5 หมื่นครับ สนใจจะเอามาเลี้ยงบ้างมั๊ยฮะ

นอกจากปูไก่แล้วมีอีกสิ่งนึงที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากเกาะตาชัย



เห็นอะไรในรูปนี้บ้างมั๊ยฮะ ... จ้องดีๆตรงกลางภาพพอดีเลย จะเห็นสิ่งที่เรียกว่า"หอยมรกต"ห้อยอยู่กับกิ่งไม้ หอยชนิดนี้สามารถเรืองแสงได้ในที่มืด และนี่ก็เป็นครั้งแรกจากทั้งหมด 3 ครั้งที่ผมมาเกาะตาชัยฮะ

นอกจากนี้ก็ยังมีธรรมชาติแบบอื่นๆให้เราได้เห็นอีกเยอะแยะครับ







ใช้เวลาเดินอยู่ประมาณ 15 นาทีก็จะเดินออกมาโผล่ตรงปลายหาดอีกทางของเกาะครับ

ผมได้ยินเสียงโวยวายดังออกมาตอนกำลังเดินอยู่ชายป่า รู้เลยว่าข้างนอกต้องเจออะไรดีๆแน่ๆ รีบจ้ำออกมาเลยครับ สิ่งที่ได้เห็นเป็นอย่างที่คาด



ถึงจะไม่ใช่พระเอกอย่างปูไก่ แต่ผมก็ได้เจอพระรองตัวเท่ากำปั้นตัวนี้ฮะ

หลายๆครั้งเจอคำถามหรือได้เห็นคำถามเรื่องของปูไก่ว่าที่เราๆได้เห็นรูปปูไก่อยู่บนชายหาดนั่นคือจัดฉากหรือเปล่า บอกเลยครับว่าคุณสามารถเจอได้จริงๆแต่ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเช่นกันที่ผมได้เห็นปูเสฉวนตัวใหญ่ขนาดนี้ออกมาเดินบนหาดโดยที่ไม่มีใครจับมันออกมา

ปูไก่หรือปูเสฉวนจะออกมาเดินบนหาดมันมีสาเหตุครับ ปูพวกนี้เวลาจะวางไข่ต้องลงมาวางในทะเล เพราะฉะนั้นเวลาที่เราจะได้เจอก็คือช่วงที่พวกปูพวกนี้จะลงมาวางไข่ครับ ปูไก่จะเดินช้าๆเพราะฉะนั้นเวลาลงมาทีก็จะวางก้ามให้คนได้ถ่ายรูปอยู่นั่น แต่ปูเสฉวนตัวนี้เดินไวมาก ถ่ายได้ไม่นานก็วิ่งเข้าป่าไปแล้วครับ

มีอีกเรื่องที่อยากเล่า เมื่อเดินกลับมาที่โต๊ะพักของเลิฟแฟนผมเล่าให้ฟังว่าตะกี้เจ้าของเลิฟที่มาด้วยกันนั่งด่าไกด์ของทัวร์อีกบริษัทใหญ่เลย ที่ด่าเพราะมีคนมาบอกว่าไกด์ของบริษัทอื่นจับปูไก่ออกมาบนหาดให้ลูกทัวร์ถ่ายรูป เรื่องนี้ผมถึงอยากบอกว่าที่ผมออกมาพูดแทนเจ้าของเลิฟทุกครั้งเวลามีใครเอาเรื่องจับปูไก่หรือทำทัวร์แบบไม่อนุรักษ์โดยจำเลยเป็นเลิฟอันดามันผมจะออกตัวแรงแทบทุกครั้งเพราะผมรู้จักเจ้าของเลิฟพอสมควรและรู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง (ด่าไม่พอห้ามก๊วนพวกเราเดินไปถ่ายรูปปูไก่ตัวนั้นด้วยตะหาก ฮ่าฮ่า)

กลับมาเรื่องเที่ยวกันต่อดีกว่า



เดี๋ยวผมจะพาเดินขึ้นเขาไปจุดชมวิวครับ

บนเกาะตาชัยจะมีชายหาดที่ยาวเกือบๆ 800 เมตรอยู่ฝั่งเดียวครับ นอกจากนั้นก็จะเป็นหน้าผาหินสูงชัน อีกฝั่งนึงของเกาะจะมีจุดชมวิวสวยๆอยู่

ต้องเดินขึ้นเขาชันนิดหน่อยแล้วที่เหลือจะเป็นทางเดินหลังเต่าไม่ชันมากใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีจากชายหาดครับ ทางเดินจะเป็นหินต้องระมัดระวังในการเดินเพราะอาจลื่นและโดนหินบาดได้เนื่องจากเราต้องเดินเท้าเปล่าขึ้นไป เมื่อไปถึงเราจะได้เห็นวิวแบบนี้ครับ



ถ้าแดดเปรี้ยงๆก็ทรมานน่าดูครับ ยืนเท้าเปล่าบนหินร้อนๆ จะดีหน่อยตรงวิวเบื้องหน้ามันทำให้เราอึ้งจนลืมร้อนไปได้เหมือนกัน











ก่อนกลับจากเกาะเรามีกิจกรรมหลักของทริปนี้ที่เรามาทำกันครับ

เกาะตาชัยถึงจะเป็นเกาะที่อยู่ห่างออกมากลางทะเลอยู่หลายสิบกิโลแต่ก็ยังมีขยะจากหลายๆแห่งถูกพัดเข้ามาที่ชายหาดอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งความไม่ใส่ใจของนักท่องเที่ยวที่มักจะทิ้งขยะไม่เป็นที่ทำให้บนชายหาดมีขยะอยู่แทบจะตลอดเวลา

นี่จึงเป็นที่มาของทริปนี้ที่มีหลายๆฝายให้ความสำคัญครับ ทั้งเลิฟอันดามันที่พูดตรงๆว่าต้องทำธุรกิจอยู่กัยเกาะตาชัยไปอีกนาน ทั้งโรงแรมพันธมิตรทั้งเซ็นทิโด้ เกรซแลนด์ ทั้งโฟโตโฮเทล รวมไปถึงสายการบินแอร์เอเชีย พวกบล็อกเกอร์และแขกรับเชิญก็เลยจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาฮะ



ดูผลิตจะตั้งใจมากๆ จากที่เห็นท่าการเก็บขยะ 5555



ชายคนนี้สู้ไม่ถอยจริงๆถึงแม้ว่าจะนั่งเมาเรือมาก็ตาม



แพรวก็ใช่ย่อยนะฮะ ได้มากำใหญ่ๆตลอดเลย ส่วนใหญ่นอกจากจะเป็นพวกเศษวัตถุพลาสติกแล้วก็ยังมีพวกเชือกอวนที่ชาวประมงตัดทิ้งลงทะเล เชือกพวกนี้อาจจะต้องใช้เวลาในการย่อยสลายนาน เวลาพัดขึ้นมาบนหาดก็มาเป็นก้อนใหญ่ๆแบบที่เห็น



ผมไม่ได้ถ่ายรูปสาวรัสเซียที่เห็นหลังอยู่ในรูปนี้ เธอเห็นพวกเรากำลังเก็บขยะอยู่เธอก็เดินเข้ามาช่วยใหญ่เลย นิสัยดีแถมหุ่นก็ดีมากๆ (เกี่ยวมั๊ย 5555)

เดินไล่เก็บกันไปเรื่อย



เก็บไปเก็บมาเจอเจ้านี่ด้วยฮะ



โฉมหน้าไกด์นางฟ้า คนที่ให้ความรู้กับพวกเรารวมถึงดูแลพวกเราตลอดการเดินทาง



ไกด์เลิฟทุกคนถ่ายรูปเก่งมากฮะ โดนเฉพาะรูปกระโดด ถ้าใครไปทัวร์เลิฟเรียกใช้บริการได้เลย รับรองได้ภาพสวยๆแน่นอน

ได้เวลากลับฝั่งแล้วครับ เวลากลับเท่ากับเที่ยวขามา แต่ขากลับส่วนใหญ่จะนั่งหลับกันหมด ทิ้งภาพเกาะตาชัยไว้เบื้องหลัง





มาถึงท่าเรือของเลิฟ ก็รับรองเท้ากันไปครับ ไม่ต้องกลัวหายหรือหาไม่เจอ ถ้าไม่มีใครใส่ผิดไปคุณเจอแน่เพราะเค้าจัดเรียงไว้ให้เรียบร้อยตามเรือที่ไปครับ

ส่วนที่อยากเอามาบอกอีกอย่าง เชื่อในความสะอาดของอุปกรณ์ทุกๆอย่างของ เลิฟได้เลยครับว่าเค้าใช้แล้วทำความสะอาดทุกวัน ผมขึ้นมาจากเรือเห็นพนักงานนั่งขัดกันใหญ่ 5555



ขอบคุณแขกรับเชิญผู้ร่วมเดินทางทั้งเป๊ก ผลิตโชค ทั้งแพรว คณิตกุล จริงๆมีอีกคนที่ไปด้วยกันคือคุณอาร์ต 7thSCENE ด้วยครับ



ปิดท้ายทริปตาชัยด้วยบรรยากาศจากท่าเรือของเลิฟอันดามันที่ทับละมุครับ



คืนนั้นที่โรงแรมเซ็นทิโด้ มีปาร์ตี้กันเล็กน้อยฮะ แถมมินิคอนเสิร์ตของเป๊กกับแพรวกันคนละเพลงสองเพลง เป็นกันเองและสนุกสนานกันมากๆครับ





เช้าวันรุ่งขึ้นรีบตื่นมาแช่น้ำตรงระเบียงห้องครับ ลืมบอกไปว่าห้องแบบที่ผมนอนมีอ่างน้ำให้แช่อยู่ด้านนอกของระเบียงด้วย



วิวจากระเบียงห้อง



main pool ของโรงแรมที่อยู่บริเวณหน้าตึกที่ผมนอน เน้นการออกแบบสไตล์มอแกนครับ











ด้านหน้าหาดจะมีเตียงอาบแดดเรียงรายอยู่ครับ



เนื่องจากบริเวณนี้ไม่มีโรงแรมอื่นๆอยู่เลย หาดนี้จึงยังสดอยู่มากครับ เห็นได้จากปูเสฉวนตัวเล็กๆมีเป็นร้อยๆพันๆตัวเดินอยู่บนชายหาดครับ





เป็นชายหาดที่เงียบสงบจริงๆฮะ





วันนี้เราจะกลับไปนอนที่ภูเก็ตกันอีกคืนครับ ก่อนกลับทานอาหารเช้ากันหน่อย







มื้อนี้เวลาเยอะจัดหนักหน่อยได้ครับ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่มีไลน์อาหารเยอะมากครับ ทั้งของความ ของหวาน สเตชั่นไข่ ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ

สำหรับโรงแรม Sentido Graceland Khao Lak Resort & Spa เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่น่าจับตามองของเขาหลักครับ เนื่องจากเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ มีเอนเตอร์เทนเม้นท์ให้ลูกค้าได้ใช้หลายอย่าง อาหารเช้ามีให้เลือกเยอะ ห้องพักสวย ชายหาดเงียบสงบ อาหารอร่อย เพียงแต่โรงแรมเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน อาจจะมีหลายๆอย่างที่ยังไม่ค่อยลงตัว เช่นการเรียกใช้บริการรถบักกี้ที่อาจจะต้องรอนานนิดนึงถ้ามีคนเรียกใช้พร้อมๆกัน ระบบไฟที่ดูอาจจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์มีติดๆดับๆอยู่ 2-3 ครั้งเมื่อมีฝนตก และอาจจะไกลจากตัวเขาหลักไปนิดนึงการจะหาอะไรทานนอกโรงแรมอาจจะยากไปนิด

แต่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่น่าไปพักผ่อนมากๆครับ ..

พวกเรานั่งรถกลับมากันที่ภูเก็ตครับ จุดหมายแรกคือมาทานอาหารกันที่ร้านวันจันทร์ ร้านอาหารที่เอาบ้านเก่าสไตล์ชิโน่โปรตุกีสมาทำเป็นร้านอาหาร ที่สำคัญคือร้านนี้เจ้าของเป็นหลานสาวของคุณป้า (ร้านระย้า) ร้านอาหารชื่อดังของภูเก็ตครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าอาหารที่ร้านวันจันทร์จะอร่อยขนาดไหน มีทั้งแกงปู หมูฮ้อง ฯลฯ ที่สำคัญแอบกระซิบว่าราคาอาหารถูกกว่าร้านระย้า ที่เป็นคุณป้าอยู่พอสมควร

เสียดายที่รูปที่ผมถ่ายลงการ์ดเกิดปัญหาขึ้นทำให้รูปที่ถ่ายในร้านวันจันทร์หายไปทั้งหมด แต่ก็สามารถชมภาพอาหารได้จากรีวิวต่อๆไปของเพื่อนๆที่ไปด้วยกันครับ

เมื่อมาถึงภูเก็ตก็ต้องเดินเที่ยวกันซะหน่อย ไหนๆก็มีนายแบบมาด้วยแล้วทั้งที





เมืองเก่าภูเก็ตน่าเดินเที่ยวนะครับ ถ่ายรูปกันเพลินเลยล่ะ 



นายแบบก็เฟรนด์ลี่มากๆ ป๊กเป็นคนไม่ค่อยยิ้มครับ แต่ไม่ได้หยิ่งเลยนะ เดินไปไหนให้หยุดโพสก็ยอมแต่โดยดี มีน้องๆนักเรียนขี่รถผ่านมาเห็นเข้าก็ทำท่ารีๆรอๆไม่กล้าเข้ามาขอถ่ายรูป ผลิดก็เรียกเองเลยน่ารักจริงๆ







ส่วนแพรวก็ไปรออยู่ที่โรงแรม Quip Bed & Breakfast แล้วฮะ เรานัดทานขนมเค้กกันที่นั่นหลังจากเดินถ่ายรูปในเมืองเสร็จ





ควิปเป็นโรงแรมเล็กๆ เก๋ๆที่มีมุมให้ถ่ายรูปน่ารักๆหลายๆมุม แถมมีร้านกาแฟอยู่ด้านล่างของโรงแรมอีกด้วยครับ



เค้กที่นี่ก็อร่อยยย







หลังจากนั้นเราเดินทางกันต่อไปที่โรงแรมที่เราจะนอนค้างเป็นคืนสุดท้ายในทริปนี้ครับ ที่นี่ foto Hotel





ช่วงเย็น foto Hotel มีจัดเลี้ยงให้กับคณะของเรา เห็นแล้วถึงกับร้องว๊าวววเลยทีเดียวฮะ จะบอกว่าจัดให้เฉพาะพวกเราก็จะดูเว่อร์ไป พอดีทางโรงแรมมีนิตยสารเกี่ยวกับการแต่งงานมาถ่ายงานพอดีก็เลยเลี้ยงทั้ง 2 คณะไปในตัว ทาง foto เก่งในเรื่องการ Design งานอะไรแบบนี้อยู่แล้วครับ

จากที่ถามดูเป็นการเซ็ทงานให้เหมือนงานแต่งงานซึ่งโรงแรมรับจัดงานด้วย โดยการออกแบบวันนี้เป็น Theme "Secret Garden" หนึ่งในหลาย Theme งานที่สามารถจัดได้ โดยได้ทีม RDM Design Group ของภูเก็ตมาเป็นคนออกแบบให้ครับ ซึ่งทีมนี้ก็เป็นทีมที่ออกแบบ foto Hotel ให้ดังสุดๆอยู่ตอนนี้ฮะ







เห็นงานนี้แล้วถึงกับหันไปบอกคนข้างๆว่าอยากแต่งงานอีกครั้งกันเลยทีเดียว 55555

อาหารของ foto Hotel เพิ่งจะมีการปรับเปลี่ยนสไตล์ใหม่โดยให้คุณพล ตัณฑเสถียร มาเป็นคนออกแบบอาหารให้ทั้งหมดครับ



คืนนั้นยังไม่จบง่ายๆ จริงๆพวกเราหลายคนมีแปลนจะไปกินร้านอาหารอีกร้านที่ขึ้นชื่อว่ามาภูเก็ตต้องมาทานให้ได้ร้านนั้นคือ



นี่ล่ะครับร้านที่พูดถึง ข้าวต้มโกเบนซ์ ที่นี่มีดีที่กระดูกหมูฮะ ต้มกันไว้หม้อใหญ่ๆเลยทีเดียว



จานที่ต้องมาชิมให้ได้คือจานนี้ฮะ เค้าเรียกกันว่า " ข้าวต้มแห้ง " เป็นข้าวต้มไม่ใส่น้ำ (จริงๆก็มีน้ำขลุกขลิก) มีเครื่องเป็นกระดูกหมู หมูสับ กระเพาะหมู ตับ ไส้หมู หมูกรอบ โรยต้นหอมและกระเทียมเจียว แล้วเอามาปรุงรสเองเวลาทาน มีน้ำซุปให้ถ้วยนึง (ซุปไม่ใช่ชามใหญ่แบบที่เห็นในรูปนะครับ อันนี้ขอพิเศษจริงๆ) อร่อยมากกกโดยเฉพาะกระดูกหมู



ถ้าไม่ชอบแห้งจะสั้งเป็นข้าวต้มธรรมดาก็ได้ หรือถ้าไม่เอาข้าวก็สั่งเป็นต้มเลือดหมู หรือว่าใส่เส้นมาม่าก็ได้เหมือนกัน



แนะนำฮะสำหรับร้านโกเบนซ์อีกหนึ่งร้านที่คนภูเก็ตก็ทานและคนมาเที่ยวก็ไม่ควรพลาดครับ

กลับมาจากทานโกเบนซ์แพรวบอกว่าแทบจะอยากนอนตรงนี้เลยจริงๆ 555



ตื่นเช้ามาวันรุ่งขึ้น หลังจากพยายามแซะตัวเองออกมาจากเตียงดูดวิญญาณของ foto แล้วก็ได้เวลาออกไปทานอาหารเช้าซึ่งแน่นอนว่าอาหารเช้าที่นี่เสิร์ฟถึงบ่ายโมงแน่ะ



วันนี้ลองทานอาหารพื้นเมืองกันฮะ





เค้าว่าวันที่เราจะกลับจากไปเที่ยวมักจะเป็นวันที่อากาศดีเสมอ .. ท่าจะเป็นความจริง









พื้นที่จัดงานเมื่อคืนถูกเคลียร์ไปเรียบร้อย



ก่อนลาจาก foto ก็ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซะหน่อยไม่รู้ว่าจะได้กลับไปอีกเมื่อไหร่



หลังจากนั้นเราก็ออกทัวร์เกาะกันฮะ จุดแรกที่ไปเป็นจุดชมวิวที่หลายๆคนยังไม่เคยไปนั่นก็คือจุดชมวิวกังหันลม เป็นจุดชมวิวที่อยู่ไม่ไกลจากแหลมพรหมเทพเท่าไหร่นัก



รูปนี้ได้นายแบบโดยบังเอิญ เป็นเพื่อนร่วมทริปอีกคน แต่ไม่รู้เค้าอยากเปิดเผยหน้าตารึเปล่า ดูข้างหลังไปก่อนแล้วกันฮะ อิอิ



อีกจุดหนึ่งที่ไปแวะก็คือเขานาคเกิด เพื่อขึ้นไปไหว้พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือพระใหญ่ของชาวภูเก็ตครับ



พระใหญ่นี้ยังคงอยู่ในช่วงขั้นตอนการก่อสร้างอยู่ฮะ น่าจะอีกหลายปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ด้านบนนี้ก็ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกจุดนึงของเกาะภูเก็ตครับ



หลังจากนั้นก็ไปทานอาหารกันอีกมื้อที่ร้านหมอมูดง ร้านอาหารป่าอีกร้านที่อยากแนะนำครับ อาหารอร่อยราคาไม่แพง แต่ไม่มีรูปมาฝากนะครับ



สรุปทริปนี้เป็นทริปที่สนุกมากฮะ ประทับใจทั้งเพื่อนๆบล็อกเกอร์ที่ไปด้วย รวมถึงแขกรับเชิญที่เป็นกันเองสุดๆ ขอบคุณเลิฟอันดามัน เซ็นทิโด้ เกรซแลนด์ เขาหลัก โฟโต้ โฮเทล และแอร์เอเชียที่ร่วมกันทำให้ทริปนี้เกิดขึ้น ขอบคุณมากๆที่เชิญไปร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้ครับ

ขอบคุณที่ติดตามรีวิวจนจบนะครับ

ฝากติดตามแฟนเพจผมได้ที่ https://www.facebook.com/travelholicbigboy นะครับ
Create Date :27 สิงหาคม 2557 Last Update :27 สิงหาคม 2557 21:56:21 น. Counter : 5734 Pageviews. Comments :168