สวัสดีครับ ใจจริงบอกตรงนี้เลยฮะว่าไม่คิดว่ารถที่ใช้ประจำมา 7 ปีกว่าจะสามารถเคลือบแก้วออกมาสวยได้ แต่เคยคิดว่าถ้าออกรถใหม่จะไปเคลือบแก้วเพราะรู้มาแบบงูๆปลาๆว่าถ้าเคลือบแก้วรถแล้วจะทำให้เราดูแลรักษาสภาพของสีรถยนต์ของเราได้ง่ายขึ้นแถมยังเงางามและคนต่อสภาพแดดฝนได้ดี แต่เมื่อได้คุยกับทางศูนย์เคลือบแก้ว G'zox แล้วก็ทำให้ตาสว่างขึ้นเยอะเลยฮะว่ารถเก่าๆแบบรถเราก็สามารถเคลือบแก้วได้เหมือนกัน ก็เลยตัดสินใจนำรถเข้ามาใช้บริการครับ
G'zox Premium Car Coating ไม่มีสาขานะครับ ที่นี่เป็นที่แรกและที่เดียวในเมืองไทย สถานที่ตั้งก็อยู่บนถนนพระราม 2 ใกล้กับโรงพยาบาลบางมดเลยฮะ ถ้ามาจากในเมืองลงทางด่วนพระราม 2 เพียงนาทีเดียวก็ถึงฮะ

ที่นี้มาดูขั้นตอนแต่ละขั้นตอนกันดีกว่าฮะ แล้วมาดูกันว่ารถผมจะกลับมาเงางามเหมือนใหม่ได้มั๊ย
ก่อนอื่นเมื่อตัดสินใจเข้าใช้บริการแล้วก็ต้องโทรนัดวันและเวลากันก่อนครับ วันนัดผมมาถึงศูนย์เคลือบแก้ว G'zox ตอนประมาณ 9 โมงเช้านิดๆฮะ ที่ต้องมาเช้าขนาดนี้เพราะการเคลือบแก้วต้องใช้เวลานานมากฮะ

เมื่อรับทราบขั้นตอนในการทำจากพนักงานต้อนรับแล้วก็จะมีพนักงานอีกส่วนมาเอารถเราไปเตรียมการตามขั้นตอนครับ
ในตอนนี้ถ้าลูกค้าคนไหนจะทิ้งรถเอาไว้ก็ได้ฮะไม่มีปัญหา อยากไปเดินช็อปปิ้งบิ๊กซี โลตัส หรือเซ็นทรัลพระราม 2 ก็ได้ตามสบายเลยเพราะขึ้นตอนในการเคลือบจะใช้เวลาประมาณเกือบ 10 ชั่วโมงได้ฮะ
สภาพรถตอนขับมาฮะ ไม่ได้ล้างมาประมาณอาทิตย์กว่าๆได้

ขั้นตอนแรกคือการล้างเพื่อทำความสะอาดพื้นผิวของรถครับ

ฉีดโฟมเพื่อทำความสะอาด

และล้างโฟมออกเมื่อส่วนต่างสะอาดแล้ว
แต่จะมีอีกขึ้นตอนนึงที่สำคัญเช่นกันนั่นคือการใช้ดินน้ำมันลูบผิวรถครับ

ผมถามพนักงานว่าทำไมต้องเอาดินน้ำมันูบอีกที เค้าบอกพร้อมกับเอาดินน้ำมันที่เพิ่งลูบสีรถผมไปมาให้ดู เค้าบอกว่าเป็นการเคลียร์ผิวอีกขั้นตอนฮะ เพราะว่าการล้างด้วยโฟมอาจจะยังทำให้มีคราบดินหรือเม็ดหินหลงเหลืออยู่ ซึ่งดินน้ำมันที่ลูบลงไปก็เอาพวกเศษที่ว่าขึ้นมาได้จริงๆตามรูปฮะ

หลังจากนั้นก็ล้างแระเช็ดด้วยผ้าสะอาด รวมถึงเป่าลมไล่น้ำให้หมดจากตัวรถครับ

เมื่อเสร็จในขั้นตอนนี้แล้วก็นำรถเข้าไปที่ห้องขัดเคลือบเพื่อเตรียมผิวขั้นต่อไปครับ

ในห้องนี้เป็นห้องปรับอากาศสามารถนำรถเข้าใช้บริการได้พร้อมกัน 4 คันฮะ

ขั้นต่อไปเป็นการเตรียมรถเพื่อขัดเตรียมผิวฮะ ทางพนักงานจะต้องเอาเทปกาวและแผ่นพลาสติกมาปิดตรงส่วนที่ไม่ต้องการขัดเพื่อที่ส่วนนั้นๆจะได้ไม่เป็นรอยตอนขัดผิวรถครับ

เมื่อปิดส่วนที่ไม่ต้องการรอบคันแล้วก็จะเปิดไฟสปอร์ตไลท์ส่องรถ เพื่ออะไรหรอฮะ ลองสังเกตจุดที่ไฟส่องผิวรถสิฮะ เราจะเห็นรอยขนแมวขึ้นมารอบๆคันเลย รอยขนแมวพวกนี้ต้องถูกขัดออกไปให้หมดก่อนครับ

ถ้าเป็นรอยขนแมวจากการขัดเคลือบที่ผ่านๆมาจากช่างที่ไม่ชำนาญ หรือว่ารอยขูดขีดเล็กๆไม่ลึกมากรอยพวกนี้สามารถขัดออกไปให้หมดได้ครับ

ส่วนรอยลึกมากๆอันนี้ต้องทำใจฮะ ไม่สามารถขัดออกได้หมดจริงๆ รอยนี้อยู่ตรงกระโปรงหน้ารถผมเลย

ส่วนบางจุดที่สีร่อนหรือกะเทาะออกมาถ้าทางศูนย์เคลือบมีสีแต้มก็จะถามว่าจะให้แต้มก่อนมั๊ยเพื่อที่สนิมจะไม่เข้าไปทำร้ายสีรถต่อได้ครับ เวลาเคลือบแก้วไปแล้วรถจะได้สวยด้วย
ทีนี้มาถึงขั้นตอนการขัด ซึ่งเรียกว่าการเตรียมผิวฮะ ขั้นตอนนี้น่าจะเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดแล้วครับ ไม่ได้จับเวลาแต่เตรียมขั้นตอนนี้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว
มาถึงขั้นตอนนี้ก็เผยโฉมตัวน้ำยากันหน่อย น้ำยาเตรียมผิวตัวนี้เป็นของ G'zox นั่นล่ะครับ G'zox เป็นแบรนด์ระดับ Hi-End จากบริษัท Soft 99 ที่เป็นบริษัทอันดับหนึ่งของวงการเคมีภัณฑ์ของญี่ปุ่นฮะ และที่นี่เป็นศูนย์เคลือบแก้วระดับโลกเพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ทุกตัวใน G'zox Glass Coating Center ใช้ผลิตภัณฑ์ Beautiful G'zox ทุกอย่างเต็มรูปแบบนะครับ

น้ำยาขัดนี้จะมีหลายเบอร์ครับ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของรถว่าจะเหมาะกับเบอร์ไหน

เริ่มขั้นตอนการเคลียร์ผิวฮะ จะมีพนักงานมาช่วยกันขัดหลายคนเลยครับ พนักงานพวกนี้รับประกันฝีมือได้เพราะก่อนที่จะมาทำแบบนี้ได้ต้องได้รับการอบรมจาก G'zox Japan ที่ส่งช่างมาอบรมให้ที่นี่เลยทีเดียวฮะ (ผมไปสืบมาเรียบร้อย อิอิ)



ทางท้ายรถก็จะต้องเอาน้ำยาอีกตัวมาเช็ดคราบยางมะตอยหรือคราบที่โดนยางรถติตขึ้นมาก่อนขัดสีอีกครั้ง



พนักงานอีกคนก็ใช้น้ำยาทำความสะอาดล้อและแม็กซ์ให้ด้วยครับ เรียกได้ว่าหล่อทั้งคันเลยทีเดียว

ขนาดช่วยกันทำยังใช้เวลานานมากเลยฮะ บางจุดที่เป็นรอยลึกหน่อยที่พอจะขัดให้หายได้ก็เห็นขัดอยู่นานเหมือนกันเรียกได้ว่าเอาให้ละเอียดทุกจุดเลยครับ

ขัดไปก็เช็คไปด้วยเพื่อไม่ให้ผิวร้อนเกินไปนัก

เริ่มเห็นความเงามากขึ้นแล้วววววว

เก็บละเอียดทุกมุมจริงๆฮะ

ตรงไหนที่มีรอยลึกหรือรอยเยอะก็เอาน้ำยาย้ำหลายรอบหน่อยรอยก็หาย

เริ่มเห็นแววหล่อ


ดูจากเงาไฟจะเห็นได้ว่ารอยขนแมวหายไปจริงๆครับ เนียนกริ๊บเลยรถผม


หลังจากใช้เวลาเตรียมผิวอยู่นานมากก็เสร็จขั้นตอนการขัดเรียบร้อยครับ พนักงานก็จะช่วยกันทำความสะอาดพวกฝุ่นที่เกิดจากการขัดหรือรอยน้ำยาที่ติดตามร่องต่างๆออก พอดีมีสติ๊กเกอร์เก่าๆรกๆที่กระจกหลังรถกเลยให้พนักงานช่วยเอาออกไปด้วยเลย


เสร็จล้วก็เคลือบน้ำยาเคลือบกระจกให้ด้วยครับ เป็นน้ำยาของ Soft 99 เหมือนกันฮะ

เสร็จแล้วก็เช็ดๆๆให้เรียบร้อย

มาถึงขั้นตอนสำคัญที่สุดของการเคลือบแก้วแล้วครับ
น้ำยาตัวนี้ล่ะฮะที่เราจะใช้เคลือบแก้วในวันนี้ Quartz 7 ตัวนี้เป็นน้ำยาเคลือบแก้วสูตรมาตราฐาน ทนทาน แข็งแกร่ง ปกป้องอันตรายที่จะเกิดกับต่อผิวรถของเรา ในกล่องจะมีอุปกรณ์มาให้ตามที่เห็นครับ น้ำยา 1 ขวด ฟองน้ำสำหรับเคลือบ และผ้าเช็ดน้ำยา 2 ผืน

นอกจากน้ำยาสูตรมาตราฐานแล้วยังมีน้ำยาระดับสูงกว่านี้อีก 3 แบบให้เลือกแต่ระดับราคาก็จะแพงขึ้นไปอีกจนถึงระดับแสนกว่าบาทก็มีครับ
มาถึงขั้นตอนการลงน้ำยาเคลือบแก้วกันแล้วฮะ การเคลือบต้องใช้ฟองน้ำที่ให้มาเท่านั้นนะครับ ห้ามใช้ฟองน้ำแบบอื่นเด็ดขาด พนักงานก็จะค่อยๆลูบน้ำยาลงบนผิวรถ ตรงนี้ลูบได้ทั้งผิวสีรถและโคมไฟหน้าหลังครับ


น้ำยาก็จะเป็นตัวเคลือบสีรถให้แข็งแรงแต่ลูบลงไปมันก็จะเป็นคราบ ต้องมีพนักงานอีก 2 คนคอยไล่เช็ดคราบน้ำยาไปด้วยฮะ ต้องทำเป็น 2 เสต็ป


ใกล้จะเรียบร้อยแล้วฮะ เมื่อเคลือบน้ำยาเสร็จทั้งคันก็จะต้องทำอีกหนึ่งขั้นตอนสุดท้ายฮะ

จะเห็นว่ารถเงามาก แต่นี่ยังไม่เสร็จครับ
ขั้นตอนสุดท้ายจะเรียกว่าเป็นการอบน้ำยาก็ว่าได้ฮะ ขั้นตอนนี้จะมีเครื่องอบความร้อนด้วยรังสีอัลตร้าไวโอเลตมาตั้งตามจุดต่างๆของรถเพื่อใช้ความร้อนในการอบน้ำยาให้แห้งและติดทนกับผิวรถครับ


ใช้เวลาอบอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆก็เสร็จเรียบร้อยครับ



ยอมรับเลยฮะว่ามันเงามากกกกกกกจนผมคิดว่าได้รถใหม่เลยทีเดียว ถูกใจสุดๆ
สรุปวันนั้นรถเสร็จประมาณทุ่มครึ่งครับ ใช้เวลานานมากแต่ก็คุ้มค่าที่มาทำจริงๆ ได้รถสวยๆกลับบ้านหล่อเลยฮะ
เสร็จปุ๊บพนักงานที่ทำรถให้ผมมาทั้งวันมาตั้งแถวรอส่งเลยฮะ 555 ผมแกล้งถามว่ามายืนรอเฉพาะผมรึเปล่าเค้าบอกว่าทำกับทุกคันฮะ เก๋ๆ

สำหรับที่นี่ผมว่าการบริการและการดูแลทุกขั้นตอนดีมากครับ ผมไม่รู้หรอกนะฮะว่าที่อื่นๆที่เค้าทำเป็นยังไง แต่ที่ G'zox เอาใจผมไปเต็มๆ สมแล้วที่เป็นศูนย์เคลือบแก้วมาตราฐานระดับโลกจริงๆ

ภายในอาคารครับ มีที่ไว้ให้นั่งรอด้วยฮะ



สำหรับคนที่อยากรู้ราคา
รถทั่วไป เช่น วีออส อัลติส แจ๊ส ซี่รี่ย์ 3 อยู่ที่ 24,000
รถใหญ่ แอคคอร์ด แคมรี่ ซีรี่ย์ 5 ราคา 28,000 บาท
รถใหญ่พิเศษอเนกประสงค์ Mu7 Fortuner ราคา 32,000 บาท
รถตู้ H1 38,000 บาทครับ
โทรไปถามมาให้ตอนนี้มีโปรลด 20% ต้อนรับปีใหม่ แถมเคลือบชิ้นส่วนไฟเบอร์เช่น สปอย์เลอร์ โคมไฟ กระจก ยาง เคลือบแก้วล้อแม็ก ฟรีให้ด้วยฮะ แถมมีแบบผ่อนชำระ 0% 10 เดือนกับธนาคารที่ร่วมรายการด้วยฮะ
หรือถ้าสนใจไปชมผลิตภัณฑ์ได้ที่ //www.gzoxthailand.co.th
และเพื่อเป็นการทดลองว่ารถที่เคลือบแก้วมาแล้วจะทำความสะอาดได้ง่ายดายแค่ไหนผมก็จัดการออกทริปไปปราณบุรี-กุยบุรีมาเรียบร้อยเมื่ออาทิตย์ที่แล้วฮะ




จัดการเอาน้ำฉีดล้างซะ

จะเห็นว่าน้ำที่โดนผิวรถจะเป็นเม็ดไม่จับผิวรถ


หลังจากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่แห้งสะอาดเช็ดรถให้แห้ง พวกคราบไคลต่างๆก็จะหลุดออกมา ถ้าเป็นเศษแมลงที่บินมาชนอาจจะออกยากหน่อยอาจจะต้องใช้น้ำยาล้างรถช่วยครับ
เมื่อรถแห้งก็จะกลับมาเงาวับใหม่เหมือนเดิมแบบที่เห็นครับ



บทสรุปนะครับ
หลายๆคนอาจจะคิดว่าการเคลือบแก้วไม่ได้สำคัญกับการรักษาสภาพของสีรถยนต์ของคุณ แต่สำหรับผมกับรถที่ใช้มา 7 ปีกว่าถือว่าน่าพอใจเป็นอย่างมากที่จะยอมเสียเงินเพื่อที่จะเคลือบแก้วเพื่อรักษาสภาพสีรถให้อยู่ยาวนานไปกับเราอีกนาน ยิ่งมาทำกับศูนย์เคลือบแก้วที่มีมาตราฐานระดับโลก ซื้อลิขสิทธิ์มาโดยตรงจากญี่ปุ่นแบบนี้ยิ่งไว้ใจได้ว่างานต้องออกมาเนี๊ยบแน่นอน
อีกอย่างที่ผมรู้สึกว่าถ้าผมมีรถอีกคันแล้วจะเอามาทำที่ G'zox ก็คือผมเสียเงินครั้งเดียวตอนทำครั้งแรก แล้วได้การันตี 2 ปี ระหว่าง 2 ปีจะมีการเรียกรถกลับมา service ทุกๆ 6 เดือนต่อครั้งไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก (บางที่ 2 เดือนเรียกกลับไปครั้งแถมต้องเสียเงินอีกทุกครั้ง) ความคิดส่วนตัวคิดว่าที่เรียกทุก 6 เดือนแสดงให้เห็นว่าทาง G'zox มั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ของตัวเองว่าจะอยู่คงทนติดรถได้นาน
อีกอย่าง ในการันตีนี้ยังรวมไปถึงกรณีที่รถไปโดนขูดขีดหรือเกิดอุบัติเหตุจนต้องทำสีใหม่ ทาง G'zox ยินดีที่จะเคลือบแก้วชิ้นส่วนที่ไปทำสีมาใหม่ให้ฟรีครับ ตรงนี้ได้ใจผมไปเต็มๆเลยฮะ
วันนี้ผมคงจบการรีวิวไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ที่เข้ามาทักทาย และทุกคนที่มาติดตามรีวิวนี้จนจบนะครับ

ฝากติดตามแฟนเพจผมได้ที่ https://www.facebook.com/travelholicbigboy นะครับ
G'zox Premium Car Coating ไม่มีสาขานะครับ ที่นี่เป็นที่แรกและที่เดียวในเมืองไทย สถานที่ตั้งก็อยู่บนถนนพระราม 2 ใกล้กับโรงพยาบาลบางมดเลยฮะ ถ้ามาจากในเมืองลงทางด่วนพระราม 2 เพียงนาทีเดียวก็ถึงฮะ

ที่นี้มาดูขั้นตอนแต่ละขั้นตอนกันดีกว่าฮะ แล้วมาดูกันว่ารถผมจะกลับมาเงางามเหมือนใหม่ได้มั๊ย
ก่อนอื่นเมื่อตัดสินใจเข้าใช้บริการแล้วก็ต้องโทรนัดวันและเวลากันก่อนครับ วันนัดผมมาถึงศูนย์เคลือบแก้ว G'zox ตอนประมาณ 9 โมงเช้านิดๆฮะ ที่ต้องมาเช้าขนาดนี้เพราะการเคลือบแก้วต้องใช้เวลานานมากฮะ

เมื่อรับทราบขั้นตอนในการทำจากพนักงานต้อนรับแล้วก็จะมีพนักงานอีกส่วนมาเอารถเราไปเตรียมการตามขั้นตอนครับ
ในตอนนี้ถ้าลูกค้าคนไหนจะทิ้งรถเอาไว้ก็ได้ฮะไม่มีปัญหา อยากไปเดินช็อปปิ้งบิ๊กซี โลตัส หรือเซ็นทรัลพระราม 2 ก็ได้ตามสบายเลยเพราะขึ้นตอนในการเคลือบจะใช้เวลาประมาณเกือบ 10 ชั่วโมงได้ฮะ
สภาพรถตอนขับมาฮะ ไม่ได้ล้างมาประมาณอาทิตย์กว่าๆได้

ขั้นตอนแรกคือการล้างเพื่อทำความสะอาดพื้นผิวของรถครับ

ฉีดโฟมเพื่อทำความสะอาด

และล้างโฟมออกเมื่อส่วนต่างสะอาดแล้ว
แต่จะมีอีกขึ้นตอนนึงที่สำคัญเช่นกันนั่นคือการใช้ดินน้ำมันลูบผิวรถครับ

ผมถามพนักงานว่าทำไมต้องเอาดินน้ำมันูบอีกที เค้าบอกพร้อมกับเอาดินน้ำมันที่เพิ่งลูบสีรถผมไปมาให้ดู เค้าบอกว่าเป็นการเคลียร์ผิวอีกขั้นตอนฮะ เพราะว่าการล้างด้วยโฟมอาจจะยังทำให้มีคราบดินหรือเม็ดหินหลงเหลืออยู่ ซึ่งดินน้ำมันที่ลูบลงไปก็เอาพวกเศษที่ว่าขึ้นมาได้จริงๆตามรูปฮะ

หลังจากนั้นก็ล้างแระเช็ดด้วยผ้าสะอาด รวมถึงเป่าลมไล่น้ำให้หมดจากตัวรถครับ

เมื่อเสร็จในขั้นตอนนี้แล้วก็นำรถเข้าไปที่ห้องขัดเคลือบเพื่อเตรียมผิวขั้นต่อไปครับ

ในห้องนี้เป็นห้องปรับอากาศสามารถนำรถเข้าใช้บริการได้พร้อมกัน 4 คันฮะ

ขั้นต่อไปเป็นการเตรียมรถเพื่อขัดเตรียมผิวฮะ ทางพนักงานจะต้องเอาเทปกาวและแผ่นพลาสติกมาปิดตรงส่วนที่ไม่ต้องการขัดเพื่อที่ส่วนนั้นๆจะได้ไม่เป็นรอยตอนขัดผิวรถครับ

เมื่อปิดส่วนที่ไม่ต้องการรอบคันแล้วก็จะเปิดไฟสปอร์ตไลท์ส่องรถ เพื่ออะไรหรอฮะ ลองสังเกตจุดที่ไฟส่องผิวรถสิฮะ เราจะเห็นรอยขนแมวขึ้นมารอบๆคันเลย รอยขนแมวพวกนี้ต้องถูกขัดออกไปให้หมดก่อนครับ

ถ้าเป็นรอยขนแมวจากการขัดเคลือบที่ผ่านๆมาจากช่างที่ไม่ชำนาญ หรือว่ารอยขูดขีดเล็กๆไม่ลึกมากรอยพวกนี้สามารถขัดออกไปให้หมดได้ครับ

ส่วนรอยลึกมากๆอันนี้ต้องทำใจฮะ ไม่สามารถขัดออกได้หมดจริงๆ รอยนี้อยู่ตรงกระโปรงหน้ารถผมเลย

ส่วนบางจุดที่สีร่อนหรือกะเทาะออกมาถ้าทางศูนย์เคลือบมีสีแต้มก็จะถามว่าจะให้แต้มก่อนมั๊ยเพื่อที่สนิมจะไม่เข้าไปทำร้ายสีรถต่อได้ครับ เวลาเคลือบแก้วไปแล้วรถจะได้สวยด้วย
ทีนี้มาถึงขั้นตอนการขัด ซึ่งเรียกว่าการเตรียมผิวฮะ ขั้นตอนนี้น่าจะเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดแล้วครับ ไม่ได้จับเวลาแต่เตรียมขั้นตอนนี้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว
มาถึงขั้นตอนนี้ก็เผยโฉมตัวน้ำยากันหน่อย น้ำยาเตรียมผิวตัวนี้เป็นของ G'zox นั่นล่ะครับ G'zox เป็นแบรนด์ระดับ Hi-End จากบริษัท Soft 99 ที่เป็นบริษัทอันดับหนึ่งของวงการเคมีภัณฑ์ของญี่ปุ่นฮะ และที่นี่เป็นศูนย์เคลือบแก้วระดับโลกเพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ทุกตัวใน G'zox Glass Coating Center ใช้ผลิตภัณฑ์ Beautiful G'zox ทุกอย่างเต็มรูปแบบนะครับ

น้ำยาขัดนี้จะมีหลายเบอร์ครับ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของรถว่าจะเหมาะกับเบอร์ไหน

เริ่มขั้นตอนการเคลียร์ผิวฮะ จะมีพนักงานมาช่วยกันขัดหลายคนเลยครับ พนักงานพวกนี้รับประกันฝีมือได้เพราะก่อนที่จะมาทำแบบนี้ได้ต้องได้รับการอบรมจาก G'zox Japan ที่ส่งช่างมาอบรมให้ที่นี่เลยทีเดียวฮะ (ผมไปสืบมาเรียบร้อย อิอิ)



ทางท้ายรถก็จะต้องเอาน้ำยาอีกตัวมาเช็ดคราบยางมะตอยหรือคราบที่โดนยางรถติตขึ้นมาก่อนขัดสีอีกครั้ง



พนักงานอีกคนก็ใช้น้ำยาทำความสะอาดล้อและแม็กซ์ให้ด้วยครับ เรียกได้ว่าหล่อทั้งคันเลยทีเดียว

ขนาดช่วยกันทำยังใช้เวลานานมากเลยฮะ บางจุดที่เป็นรอยลึกหน่อยที่พอจะขัดให้หายได้ก็เห็นขัดอยู่นานเหมือนกันเรียกได้ว่าเอาให้ละเอียดทุกจุดเลยครับ

ขัดไปก็เช็คไปด้วยเพื่อไม่ให้ผิวร้อนเกินไปนัก

เริ่มเห็นความเงามากขึ้นแล้วววววว

เก็บละเอียดทุกมุมจริงๆฮะ

ตรงไหนที่มีรอยลึกหรือรอยเยอะก็เอาน้ำยาย้ำหลายรอบหน่อยรอยก็หาย

เริ่มเห็นแววหล่อ


ดูจากเงาไฟจะเห็นได้ว่ารอยขนแมวหายไปจริงๆครับ เนียนกริ๊บเลยรถผม


หลังจากใช้เวลาเตรียมผิวอยู่นานมากก็เสร็จขั้นตอนการขัดเรียบร้อยครับ พนักงานก็จะช่วยกันทำความสะอาดพวกฝุ่นที่เกิดจากการขัดหรือรอยน้ำยาที่ติดตามร่องต่างๆออก พอดีมีสติ๊กเกอร์เก่าๆรกๆที่กระจกหลังรถกเลยให้พนักงานช่วยเอาออกไปด้วยเลย


เสร็จล้วก็เคลือบน้ำยาเคลือบกระจกให้ด้วยครับ เป็นน้ำยาของ Soft 99 เหมือนกันฮะ

เสร็จแล้วก็เช็ดๆๆให้เรียบร้อย

มาถึงขั้นตอนสำคัญที่สุดของการเคลือบแก้วแล้วครับ
น้ำยาตัวนี้ล่ะฮะที่เราจะใช้เคลือบแก้วในวันนี้ Quartz 7 ตัวนี้เป็นน้ำยาเคลือบแก้วสูตรมาตราฐาน ทนทาน แข็งแกร่ง ปกป้องอันตรายที่จะเกิดกับต่อผิวรถของเรา ในกล่องจะมีอุปกรณ์มาให้ตามที่เห็นครับ น้ำยา 1 ขวด ฟองน้ำสำหรับเคลือบ และผ้าเช็ดน้ำยา 2 ผืน

นอกจากน้ำยาสูตรมาตราฐานแล้วยังมีน้ำยาระดับสูงกว่านี้อีก 3 แบบให้เลือกแต่ระดับราคาก็จะแพงขึ้นไปอีกจนถึงระดับแสนกว่าบาทก็มีครับ
มาถึงขั้นตอนการลงน้ำยาเคลือบแก้วกันแล้วฮะ การเคลือบต้องใช้ฟองน้ำที่ให้มาเท่านั้นนะครับ ห้ามใช้ฟองน้ำแบบอื่นเด็ดขาด พนักงานก็จะค่อยๆลูบน้ำยาลงบนผิวรถ ตรงนี้ลูบได้ทั้งผิวสีรถและโคมไฟหน้าหลังครับ


น้ำยาก็จะเป็นตัวเคลือบสีรถให้แข็งแรงแต่ลูบลงไปมันก็จะเป็นคราบ ต้องมีพนักงานอีก 2 คนคอยไล่เช็ดคราบน้ำยาไปด้วยฮะ ต้องทำเป็น 2 เสต็ป


ใกล้จะเรียบร้อยแล้วฮะ เมื่อเคลือบน้ำยาเสร็จทั้งคันก็จะต้องทำอีกหนึ่งขั้นตอนสุดท้ายฮะ

จะเห็นว่ารถเงามาก แต่นี่ยังไม่เสร็จครับ
ขั้นตอนสุดท้ายจะเรียกว่าเป็นการอบน้ำยาก็ว่าได้ฮะ ขั้นตอนนี้จะมีเครื่องอบความร้อนด้วยรังสีอัลตร้าไวโอเลตมาตั้งตามจุดต่างๆของรถเพื่อใช้ความร้อนในการอบน้ำยาให้แห้งและติดทนกับผิวรถครับ


ใช้เวลาอบอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆก็เสร็จเรียบร้อยครับ



ยอมรับเลยฮะว่ามันเงามากกกกกกกจนผมคิดว่าได้รถใหม่เลยทีเดียว ถูกใจสุดๆ
สรุปวันนั้นรถเสร็จประมาณทุ่มครึ่งครับ ใช้เวลานานมากแต่ก็คุ้มค่าที่มาทำจริงๆ ได้รถสวยๆกลับบ้านหล่อเลยฮะ
เสร็จปุ๊บพนักงานที่ทำรถให้ผมมาทั้งวันมาตั้งแถวรอส่งเลยฮะ 555 ผมแกล้งถามว่ามายืนรอเฉพาะผมรึเปล่าเค้าบอกว่าทำกับทุกคันฮะ เก๋ๆ

สำหรับที่นี่ผมว่าการบริการและการดูแลทุกขั้นตอนดีมากครับ ผมไม่รู้หรอกนะฮะว่าที่อื่นๆที่เค้าทำเป็นยังไง แต่ที่ G'zox เอาใจผมไปเต็มๆ สมแล้วที่เป็นศูนย์เคลือบแก้วมาตราฐานระดับโลกจริงๆ

ภายในอาคารครับ มีที่ไว้ให้นั่งรอด้วยฮะ



สำหรับคนที่อยากรู้ราคา
รถทั่วไป เช่น วีออส อัลติส แจ๊ส ซี่รี่ย์ 3 อยู่ที่ 24,000
รถใหญ่ แอคคอร์ด แคมรี่ ซีรี่ย์ 5 ราคา 28,000 บาท
รถใหญ่พิเศษอเนกประสงค์ Mu7 Fortuner ราคา 32,000 บาท
รถตู้ H1 38,000 บาทครับ
โทรไปถามมาให้ตอนนี้มีโปรลด 20% ต้อนรับปีใหม่ แถมเคลือบชิ้นส่วนไฟเบอร์เช่น สปอย์เลอร์ โคมไฟ กระจก ยาง เคลือบแก้วล้อแม็ก ฟรีให้ด้วยฮะ แถมมีแบบผ่อนชำระ 0% 10 เดือนกับธนาคารที่ร่วมรายการด้วยฮะ
หรือถ้าสนใจไปชมผลิตภัณฑ์ได้ที่ //www.gzoxthailand.co.th
และเพื่อเป็นการทดลองว่ารถที่เคลือบแก้วมาแล้วจะทำความสะอาดได้ง่ายดายแค่ไหนผมก็จัดการออกทริปไปปราณบุรี-กุยบุรีมาเรียบร้อยเมื่ออาทิตย์ที่แล้วฮะ



กลับมาก้อได้คราบฝุ่นกลับมานิดหน่อย แต่จริงๆสิ่งที่รู้สึกแตกต่างจากเดิมคือรู้สึกว่ารถมันไม่เกาะฝุ่นง่ายเหมือนเดิมนะครับ 5 วันหลังจากที่เคลือบแก้วมารถยังปิ๊งอยู่เลย
สภาพตอนกลับมาถึงกรุงเทพฯหลังจากไปเที่ยวมา 3 วันครับ
สภาพตอนกลับมาถึงกรุงเทพฯหลังจากไปเที่ยวมา 3 วันครับ

จัดการเอาน้ำฉีดล้างซะ

จะเห็นว่าน้ำที่โดนผิวรถจะเป็นเม็ดไม่จับผิวรถ


หลังจากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่แห้งสะอาดเช็ดรถให้แห้ง พวกคราบไคลต่างๆก็จะหลุดออกมา ถ้าเป็นเศษแมลงที่บินมาชนอาจจะออกยากหน่อยอาจจะต้องใช้น้ำยาล้างรถช่วยครับ
เมื่อรถแห้งก็จะกลับมาเงาวับใหม่เหมือนเดิมแบบที่เห็นครับ



บทสรุปนะครับ
หลายๆคนอาจจะคิดว่าการเคลือบแก้วไม่ได้สำคัญกับการรักษาสภาพของสีรถยนต์ของคุณ แต่สำหรับผมกับรถที่ใช้มา 7 ปีกว่าถือว่าน่าพอใจเป็นอย่างมากที่จะยอมเสียเงินเพื่อที่จะเคลือบแก้วเพื่อรักษาสภาพสีรถให้อยู่ยาวนานไปกับเราอีกนาน ยิ่งมาทำกับศูนย์เคลือบแก้วที่มีมาตราฐานระดับโลก ซื้อลิขสิทธิ์มาโดยตรงจากญี่ปุ่นแบบนี้ยิ่งไว้ใจได้ว่างานต้องออกมาเนี๊ยบแน่นอน
อีกอย่างที่ผมรู้สึกว่าถ้าผมมีรถอีกคันแล้วจะเอามาทำที่ G'zox ก็คือผมเสียเงินครั้งเดียวตอนทำครั้งแรก แล้วได้การันตี 2 ปี ระหว่าง 2 ปีจะมีการเรียกรถกลับมา service ทุกๆ 6 เดือนต่อครั้งไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก (บางที่ 2 เดือนเรียกกลับไปครั้งแถมต้องเสียเงินอีกทุกครั้ง) ความคิดส่วนตัวคิดว่าที่เรียกทุก 6 เดือนแสดงให้เห็นว่าทาง G'zox มั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ของตัวเองว่าจะอยู่คงทนติดรถได้นาน
อีกอย่าง ในการันตีนี้ยังรวมไปถึงกรณีที่รถไปโดนขูดขีดหรือเกิดอุบัติเหตุจนต้องทำสีใหม่ ทาง G'zox ยินดีที่จะเคลือบแก้วชิ้นส่วนที่ไปทำสีมาใหม่ให้ฟรีครับ ตรงนี้ได้ใจผมไปเต็มๆเลยฮะ
วันนี้ผมคงจบการรีวิวไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ที่เข้ามาทักทาย และทุกคนที่มาติดตามรีวิวนี้จนจบนะครับ

ฝากติดตามแฟนเพจผมได้ที่ https://www.facebook.com/travelholicbigboy นะครับ
Create Date :27 สิงหาคม 2557
Last Update :27 สิงหาคม 2557 19:57:18 น.
Counter : 5586 Pageviews.
Comments :0
- Comment