bloggang.com mainmenu search
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวชิลๆกันแถวจังหวัดภูเก็ตและพังงาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางภาคใต้กันครับ จริงๆผมมีโอกาศได้ไปภูเก็ตมาหนึ่งทริปช่วงก่อนสงกรานต์และหลังสงกรานต์อีกทริป แต่ลองเอาทริปมารวมกันเผื่อเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวสำหรับคนที่พอมีเวลาว่างและอยากเที่ยวหลายๆที่ครับ

จริงๆผมเป็นคนที่ถือกล้อง DSLR ไปเที่ยวที่ต่างๆอยู่แล้วฮะ แต่พอดีที่ทาง Samsung ส่งกล้อง GALAXY Camera 2 มาให้ทดลองใช้ออกทริป ทั้งสองทริปที่เอ่ยถึงก็เลยได้มีโอกาสเอาเจ้ากล้อง Camera 2 ตัวนี้ไปทริปด้วย

มาทำความรู้จักเจ้ากล้องตัวนี้กันก่อนดีกว่าครับ
กล้อง Samsung GALAXY Camera 2 ตัวนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันเป็นรุ่นที่ 2 ของ Samsung GALAXY Camera สนับสนุนระบบปฎิบัติการ Android เพราะฉะนั้นมันสามารถทำทุกอย่างได้เหมือนมือถือในระบบปฎิบัติการ Android เพียงแต่ข้อจำกัดของมันคือใช้โทรศัพท์ไม่ได้เท่านั้นเอง



ข้อมูลควรรู้เบื้องต้น ..
- มันคือกล้องถ่ายรูประบบ Android 4.3 (Jelly Bean)
- กล้องมีความละเอียด 16.3 ล้านพิกเซล เลนส์ซูมถึง 21 เท่า มีระบบกันสั่นในตัว
- ความจุตัวกล้อง 8 GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 64 GB
- จอแสดงผลขนาด 4.8 นิ้ว
- ใส่ Sim Card ไม่ได้เพราะฉะนั้นต้องใช้งานด้าน Social Network ผ่าน Wi-Fi หรือแชร์ Network ผ่านโทรศัพท์มือถือ

ทีนี้มาดูรูปร่างของมันกันบ้างฮะ ถ้าใครที่เคยเห็นตัว Samsung Camera ตัวแรกจะเห็นว่ามันมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ถูกออกแบบให้ดูดีขึ้น ดูคลาสสิคคล้ายกล้องรุ่นเก่าๆ บอดี้ทำจากพลาสติกอย่างดี พื้นผิวทำเป็นลายคล้ายๆหนัง วัสดุพื้นผิวทั้งปุ่มชัตเตอร์ ปุ่มเปิดปิด และไฟแฟลชแบบ Pop-Up เนี๊ยบทีเดียวฮะ



เมื่อเปิดใช้งานเลนส์ก็จะยื่นออกมาจากตัวกล้องตามที่เห็น แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานในโหมดกล้องเลนส์ก็จะหดกลับเข้าไปตามปกติครับ

ด้านซ้ายของกล้องจะมีลำโพงอยู่พร้อมด้วยสัญลักษณ์ NFC ซึ่งสาวกของ Samsung น่าจะคุ้นเคยดีกับระบบการสื่อสารไร้สายระยะใกล้ ซึ่งมันก็ทำหน้าที่ได้หลายอย่างเช่น การส่งไฟล์ แลก Contact ส่งรูป ให้อีกคนที่มีโทรศัพท์หรือเครื่องมือที่ใช้งาน NFC ได้เช่นกันเพียงแค่เอาเครื่องมาแตะกันเท่านั้น

ด้านขวาจะมีช่องเสียบ Micro USB เพื่อชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ รวมถึงมีช่องเสียบหูฟังให้ด้วย แถมมีที่คล้องสายกล้องกันหลุดมืออีกด้วยฮะ

ใต้เครื่องจะมีช่องใส่แบตเตอรี่ รวมถึง Micro Sim ในช่องเดียวกัน และยังมีช่องต่อสาย Micro HDMI อีกด้วย



เปิดมาดูหน้าตาของระบบปฎิบัติการในกล้องกันบ้างฮะ หน้าตาก็ไม่ได้หนีโทรศัพท์ในตระกูล Android ซักเ่ท่าไหร่ คนที่คุ้นเคย Android อยู่แล้วใช้งานสบายเลยล่ะครับ ส่วนคนที่คุ้น OS แบบผมก็เข้าใจได้ง่ายๆไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อนฮะ เราสามารถ download และจัดเรียง App ได้ตามความต้องการของเราเลยครับ ส่วนจะฟังเพลง
จะเล่นเกมส์อย่าง CookieRun หรือจะเล่นเฟสบุ๊ค อินสตราแกรมก็ตามสะดวกเลยฮะ

หน้าจอใหญ่ขนาด 4.8 นิ้วใหญ่มากทีเดียว เวลาออกไปอยู่กลางแจ้งก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนครับ



ทีนี้มาดูในส่วนสำคัญที่ผมต้องเอาใช้งานกันดีกว่านั่นคือส่วนของกล้องถ่ายรูปซึ่งเป็นส่วนหลักของ GALAXY Camera 2 ตัวนี้กันเลย ในส่วนกล้องจะมีโหมดให้เราเลือกใช้งานได้หลายโหมดครับ



มีทั้งแบบง่ายๆ เลือกโหมดให้ตรงกับสิ่งที่เราจะถ่ายแล้วก็กดถ่ายเลย ซึ่งมีให้เลือกกันมากมายและหลายลูกเล่นเลยครับ ทั้งโหมดที่เหมาะกับการใช้งานถ่ายบุคคล ถ่ายวิว ถ่ายอาหาร ถ่ายรูประยะใกล้ ถ่ายในร่ม ถ่ายกลางคืน ถ่ายพลุ ถ่ายพระอาทิตย์ตก ฯลฯ



กับอีกแบบเป็นแบบ Expert ที่เราสามารถตั้งค่าต่างๆได้เหมือนกล้อง DSLR ไม่ว่าจะเป็นโหมด P(อัตโนมัติ) A(กำหนดค่ารูปรับแสงเอง) S(กำหนดค่าสปีดชัตเตอร์เอง) M(กำหนดค่าเองทุกอย่าง)



ทั้งหมดที่ว่ามาผมว่ามันค่อนข้างที่จะเล่นง่าย และน่าจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการเที่ยวมากๆ เมื่อจะออกทริปผมก็เลยจัดการสอนการเล่นเจ้ากล้องตัวนี้ให้กับผู้ร่วมทริปที่น่ารักที่สุดในสามโลกสำหรับผมนั่นก็คือคุณภรรยาของผมนั่นเอง เพราะฉะนั้นทริปนี้ผู้ที่ใช้กล้องตัวนี้ก็คือ ผบ.ทบ.ของผมเองครับ รูปทั้งหมดที่จะได้เห็นต่อไปนี้คุณเธอเป็นคนถ่ายทั้งหมดนะครับ

ปล.รูปที่ถ่ายทั้งหมดไม่ได้เอามาตกแต่งอะไรเพิ่มนะครับเป็นไฟล์จากกล้องที่ผ่านเฉพาะโหมดในโปรแกรมกล้องเท่านั้นครับ

เกริ่นมานานเริ่มทริปกันดีกว่า ..

เริ่มต้นกันที่เช้าวันนึง ในเดือนที่เรียกได้ว่าร้อนที่สุดในรอบปี พวกเราขอเกาะปีกน้องนกไปยังภูเก็ตกันครับ



แน่นอนว่าเริ่มทริปแบบนี้สิ่งที่ผมต้องทำเป็นปกติก็คือรายงานตัวกับแฟนเพจที่น่ารักที่ติดตามเพจของผมอยู่ ซึ่งโดยปกติผมมักจะถ่ายรูปใส่กล้อง DSLR เอาไว้ แล้วเอารูปมาลงทีหลังหรือไม่ก้อแค่เช็คอินเฉยๆ วันนี้ลองของใหม่ซะหน่อยด้วยการถ่ายปุ๊บแล้วแชร์ปั๊บกับกล้อง Sansung GALAXY Camera 2 ซึ่งยิ่งถ่ายถ่ายแล้วไม่ต้องการผ่าน app อะไรอีกก็สามารถส่งภาพได้จากฟังค์ชั่นกล้องถ่ายรูปได้เลยฮะ เรียกได้ว่าสะดวกจริงๆ



อากาศยามเช้าที่กรุงเทพฯทำให้แอบกังวลครับว่าลงไปใต้ครั้งนี้จะได้ภาพสวยๆมั๊ยหว่าเพราะว่าฟ้ามันช่างอาเจนติน่าแลนด์(ฟ้า-ขาว)ซะเหลือเกิน แต่พอเครื่องขึ้นบินได้ซักพักก็เริ่มคลายความกังวลไปได้เยอะเพราะสภาพอากาศระหว่างทางดีมากๆครับ



ถ่ายภาพนี้ตอนอยู่เหนือจังหวัดพังงาตอนบนครับ



ผ่านเขาหน้ายักษ์ หรือท่าเรือทับละมุ ท่าเรือที่เราต้องมาขึ้นสปีดโบ้ทไปเกาะตาชัยกับสิมิลันฮะ



อีกพักเดียวมาก็ถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตครับ ลงเครื่องปุ๊บก็อัพเพจบอกแฟนเพจซะหน่อยว่าอากาศดีมากกกกก



มาถึงเอาตอนเที่ยงๆพอดี รับรถเช่าเสร็จก็เข้าไปหาอะไรกินกันในตัวเมืองภูเก็ตก่อนครับ ตอนแรกว่าจะมากินร้านหมี่ต้นโพธิ์ตรงวงเวียนหอนาฬิกา แต่ว่าคนเยอะมากเลยเปลี่ยนจุดหมายกันหน่อย



ขับรถผ่านสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำหรับคนชอบถ่ายรูปฮะ



คุณผบ.เธอจำได้ว่าเมื่อครั้งเราออกเดทมาภูเก็ตกันครั้งแรกเราเคยไปนั่งทานอาหารกันที่ร้านนึง ผมเลยอาสาพาไปครับ “ภูเก็จโภชนา” ตั้งอยู่บนถนนวิรัชหงษ์หยก ไม่ได้มานานเกือบขับหลงฮะ แต่ก่อนตอนเปิดใหม่ๆร้านค่อนข้างเด่น แต่เดี๋ยวนี้เมืองภูเก็ตเจริญไปมากอาคารบ้านช่องเกิดขึ้นมากมายกลายเป็นมองหาแทบไม่เจอไปแล้ว



อาหารเด่นๆของที่นี่คงเป็นพวกติ่มซำครับ แต่บอกตามตรงว่าคราวนี้ไม่ประทับใจอาหารเลยฮะ รู้สึกว่ารสชาติจะดรอปลงไปเยอะมาก



ถ้าเป็นพวกอาหารจานเดียวก็พอจะได้อยู่ เช่น ข้าวกะเพราหมูสับจานนี้



ทานเสร็จก็เข้าไปที่พักกันครับ ก่อนที่จะถึงที่พักก็แวะวัดฉลองไหว้พระกันหน่อย มาภูเก็ตค่อนข้างบ่อยแต่ไม่เคยได้แวะวัดฉลองกันเลย



ช่วงที่ไปภูเก็ตอากาศดีมากฮะ ขับรถผ่านหาดป่าตองคุณผบ.ยังบอกให้แวะถ่ายรูปเลย เสียดายตรงหน้าหาดจอดรถยากไปนิดไม่งั้นคงลงไปเก็บบรรยากาศมาให้ชมมากกว่านี้



เห็นเรือสำราญลำใหญ่จอดอยู่ลิบๆด้วยครับ ใช้พลังการซูมของกล้องมาให้ดูซะหน่อย



นี่ยังซูมไม่สุดเลยครับภาพที่ออกมาค่อนข้างน่าพอใจเลยนะผมว่า

มาดูส่วนของที่พักบ้างครับ เอามาฝากนิดเดียวพอเนอะเพราะผมได้รีวิวฉบับเต็มๆเอาไว้แล้วที่ ……..

Wings Phuket เป็นโครงการบ้านสร้างเพื่อขายในเครือของ Two Villas Holiday แล้วก็ให้ทาง The Attitude Club เจ้าของโครงการดูแลและบริหารการให้เช่าหรือขายเป็นห้องพักรายวันครับ



ห้องที่ผมพักเป็นวิลล่าแบบ 1 ห้องนอนมีสระว่ายน้ำขนาดเล็กในตัวบ้าน หรูหราดูดีแบบนี้ก็ต้องอวดกันซะหน่อย



เล่นน้ำพักนึงก็ขับรถออกไปเที่ยวเล่นกันครับ

คุ้นๆกันมั๊ยฮะว่าที่ไหน ใช่แล้ว foto Hotel เรื่องของเรื่องคืออยากมาดูวิวสวยๆ คิดถึงวิวที่นี่ฮะ



ด้านบนของห้องอาหาร Tiffin Mama จะมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้วย นี่ถือเป็นไฮไลท์ของโรงแรม foto Hotel เลยล่ะครับ วิวดีๆ ลมเย็นๆแบบนี้จะมานั่งเฉยๆก็ยังไงอยู่ สั่งอาหารมากินซะเลย



กะเพราหมูราดข้าวอีกแล้วววว ใจจริงอยากมากินยาคูลท์ปีโป้ครับ แต่รีบจัดดันดูดไปซะก่อนถ่ายรูปก็เลยไม่มีรูปมาให้ดูกันฮะ

อีกจานเป็นสปาเก็ตตี้ผัดซอสเนื้อ



ภาพจากโหมดอาหารที่ผมเลือกมาถ่ายนี้ให้สีสันดูน่าทานมากจริงๆฮะ

นั่งชิลล์ไปเรื่อยเหมือนอีกหลายๆคู่ที่เริ่มขึ้นมานั่งชมวิวเมื่ออากาศเริ่มเย็นขึ้น บนนี้อากาศช่วงเย็นดีมากนะครับ



นั่งคุยกันเพลินจนเย็นผมคอนเฟิร์มครับว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่มีวิวบนห้องอาหารและสระว่ายน้ำที่สวยที่สุดอีกแห่งของภูเก็ตครับ



เห็นว่าเย็นแล้วเลยรีบขับรถต่อไปยังจุดชมวิวอีกแห่งที่คนเริ่มนิยมไปนั่งชมพระอาทิตย์ตกกันครับ จุดชมวิวที่ว่าอยู่ไม่ไกลจากแหลมพรหมเทพเท่าไหร่นักนั่นคือจุดชมวิวกังหันลม ผมว่าจุดนี้เรานั่งชิลล์ชมพระอาทิตย์ตกได้ดีกว่าแหลมพรหมเทพอีกครับแถมเหมาะสำหรับคนที่แข้งขาไม่ค่อยดีด้วยเพราะที่แหลมพรหมเทพต้องดินขึ้นเนินเขาไปอีกถึงจะถึงจุดชมวิว แต่ที่นี่ขับรถขึ้นไปจอดได้เลย



แอบเสียใจนิดนึง กะเวลาออกจาก foto Hotel ช้าไปนิดพอมาถึงจุดชมวิวพระอาทิตย์ก็ตกไปครึ่งดวงแล้ววันนี้ตกสวยซะด้วย เสียดายๆ



ก็เลยนั่งเก็บบรรยากาศกันไป 2 คน แต่ก็ไม่ลืมที่จะแชร์ความสวยงามไปให้แฟนเพจได้ชมกันไปด้วย



ปล.บริเวณนี้ลมค่อนข้างแรงทีเดียวแนะนำให้เตรียมผ้าคลุมมาด้วยสำหรับสาวๆนะครับ

หลังจากนั้นเราก็ไปทานอาหารค่ำกันในตัวเมืองครับ แน่นอนว่าร้านประจำของผมในช่วงหลังๆที่ไปภูเก็ตคือร้านวันจันทร์ที่ผมเองก็เคยทำรีวิวไปแล้วด้วยฮะ



ร้านนี้เป็นร้านของหลานสาวแท้ๆของร้านระย้าครับ เพราะฉะนั้นเรื่องอาหารไม่ต้องห่วงว่าจะไม่อร่อยเพราะหลายๆเมนูก็ได้สูตรมาจากร้านระย้า แถมราคาอาหารก็ถูกกว่ามากพอสมควรครับ คุณผบ.ปรับค่ากล้องเข้าโหมดอาหารอีกครั้ง คราวนี้ถ่ายตอนกลางคืนด้วย มาดูภาพที่ได้กันครับ รายการอาหารที่ทานกันวันนั้น

เริ่มด้วยเห็ดทอดเป็นออเดิร์ฟ เห็ดนางฟ้าฉีกคลุกเคล้าเครื่องเทศแล้วเอาไปชุปแป้งทอด หอมเครื่องเทศแถมกรอบๆเคี้ยวมันๆอีกด้วยฮะ



จานต่อมาเป็นพแนงซี่โครงหมู เนื้อซี่โครงหมูเปื่อยมากครับเครื่องแกงก็เข้าเนื้ออร่อยทีเดียว



อีกเมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้ หมูฮ้องสูตรเดียวกับร้านระย้า เมนูนี้เจ้าของร้านต้องทำเองนะครับไม่ได้ให้สูตรใครง่ายๆ อร่อยมากกก



จานต่อมา ก้ามปูผัดมะนาว จานนี้คุณผบ.เป็นปลื้มทุกครั้งเวลามาทานร้านนี้ หิวมากๆเผลอๆมีเบิ้ลนะครับ



ปิดท้ายด้วยปลากะพงทอดน้ำปลา ปลาทอดกรอบๆราดน้ำยำมะม่วงจานนี้ก็อร่อยครับ



เครื่องดื่มเป็นสมู้ทตี้แอปเปิ้ลกับส้มครับ



2 คนกินกันหมดนี่เล่นเอาพุงกางกันไปเลยทีเดียว

ทานเสร็จก็แวะถ่ายภาพกันตรงถนนถลางกันหน่อย เงียบเหงาเชียว



ซอยรมณีย์ยามดึกครับ ทั้งสองภาพเปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืน ภาพออกมาค่อนข้างน่าพอใจมากเลยครับ ขนาดใช้มือถ่ายธรรมดายังชัดแถมดวงไฟเป็นแฉกเหมือนกล้อง DSLR เลย



ดึกมากแล้วก็เลยขับรถกลับไปที่พักฮะ พรุ่งนี้ลุยทริปกันต่อ

เช้ามามีแม่บ้านมาทำอาหารเช้าให้ถึงในห้องพักครับ เช้าวันนั้นอาหารเช้าเป็นมาม่าต้มยำกับข้าวผัดแฮม พร้อมผลไม้ง่ายๆแต่อร่อยยย และไม่ลืมที่จะอวดในเพจเรียบร้อย



พักผ่อนเก็บกระเป๋าซักพักเราก็เช็คเอ้าท์ไปจุดหมายต่อไปกันต่อ

และกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง ได้เวลาอาหารกลางวันอีกแล้ววววันนี้เราไปทานกันที่ร้านอาหาร "บางแปซีฟู๊ด" ร้านนี้อยู่ตรงหาดบางแป อำเภอถลางครับ อาจจะหายากซักหน่อยแต่ก็มีป้ายบอกทางเข้าชัดเจน ร้านนี้ขายอาหารซีฟู๊ดแบบพื้นเมืองครับ มีคนแนะนำมาว่าร้านนี้อร่อยต้องมาลอง
ไม่เสียเวลาครับแนะนำจานแรกเลย

แกงเหลืองรสชาติเจ็บจี๊ดมากทานไปปาดเหงื่อไป แต่ก็อร่อยนะฮะ



จานที่สองเป็นสะตอผัดกุ้ง ใครอย่ามาคุยใกล้ๆเชียวจานนี้ ฮ่าฮ่า



ห่อหมกอร่อยมากอีกแล้ว หอมเครื่องแกงกะทิมากฮะแต่ก็เผ็ดเอาเรื่องเหมือนกัน



เบือทอด วันนี้รู้สึกจะไม่มีใบเล็บครุฑ เลยได้ทานใบชะพลูแทนฮะ แต่ก็กรอบอร่อยดีนะ



สุดท้ายเป็นกุ้งผัดซอสมะขามครับได้จานนี้ค่อยตัดเผ็ดจานแรกๆหน่อย



หลังจากอิ่มกันแล้วคราวนี้เราจะไปเที่ยวกันต่อฮะ

ที่ต่อไปอยู่ไม่ไกลจากปากทางเข้าร้านอาหารบางแปซีฟู๊ดเท่าไหร่นัก เราจะไปกันที่น้ำตกบางแปครับ แต่เราไม่ได้จะไปเที่ยวน้ำตกกันฮะ แต่ที่นั่นเป็นที่ตั้งของโครงการคืนชะนีสู่ป่าซึ่งเป็นส่วนอนุรักษ์และศึกษาวิจัยของมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทยครับ



โครงการนี้เกิดขึ้นเพราะต้องการช่วยชีวิตชะนีป่าที่ถูกล่า เช่นพรานล่าเอาลูกมาขายก็ต้องยิงแม่ชะนีก่อนเพราะชะนีจะหวงลูก บางครั้งแม่ก็ตาย บางครั้งก็ถูกลูกบาดเจ็บไปด้วย หรือแม้กระทั่งการที่คนเอาชะนีไปเลี้ยง เมื่อถึงวัยนึงชะนีก็จะเกิดนิสัยดุร้ายตามสัญชาตญาณทำให้คนเลี้ยงต้องฆ่าหรือทอดทิ้ง ที่แห่งนี้ก็จะรับเอาชะนีเหล่านี้มาเลี้ยงดูและรักษาให้หายเพื่อจะได้ปล่อยกลับเข้าสู้ป่าตามเดิม



ชะนีในโครงการตอนนี้น่าจะมีประมาณ 50 ตัวครับก็จะมีเข้ามาใหม่เรื่อยๆและก็มีที่ปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติบ้างเหมือนกัน บางตัวก็อยู่กรงเดียวกันได้ แต่ส่วนใหญ่ก็จะถูกจับแยกกรงใครกรงมัน

บริเวณเยี่ยมชมก็จะมีบอร์ดแสดงประวัติของลิงแต่ละตัวว่าเป็นมายังไง ไล่ๆอ่านดูแล้วก็สงสารฮะ ตอนที่เล็กๆคนเลี้ยงก็เอ็นดู พอโตขึ้นเริ่มมีนิสัยดุร้ายบางคนก็จับมาทรมาน ตัดขาตัดแขน อ่านแล้วก็สงสาร







เราสามารถช่วยชะนีพวกนี้ได้โดยการอุดหนุนสินค้าที่ระลึกที่มีขายอยู่หรือบริจาคเป็นเงินเพื่อเป็นค่าอาหารเลี้ยงเจ้าพวกชะนีพวกนี้ได้เช่นกันนะครับ

เที่ยวดูชะนีเสร็จเราก็จะไปยังท่าเรือบางโรงที่อยู่ไม่ไกลกันมากฮะ วันนี้จุดหมายเราอยู่ที่เกาะยาวน้อยครับ



นี่คือเรือลำที่จะพาเราไปเกาะยาวน้อยครับ ท่าบางโรงนี้จะมีเรือให้บริการไปเกาะยางน้อยและเกาะยาวใหญ่ 2 แบบคือ speed boat ราคาหัวละ 200 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาทีและเรือธรรมดา 120 บาทใช้เวลาเดินทางชั่วโมงนิดๆครับ

มัวแต่เดินทางลืมอัพเดทให้แฟนเพจรู้ความเคลื่อนไหว



ปล.เกาะยาวเป็นอำเภอนึงของจังหวัดพังงานะครับ หลายๆคนคิดว่ามันเป็นเกาะของจังหวัดภูเก็ตเนื่องจากว่าท่าเรือที่ไปยังเกาะยาวมักจะขึ้นกันที่ภูเก็ตครับ

ตัดมาที่บนเกาะยาวน้อยเลยนะครับ ผมเองก็เพิ่งเคยมาครั้งแรก ไม่คิดว่าบนเกาะจะมีถนนคอนกรีตที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว แถมได้ยินมาว่าบนเกาะมี 7-11 ตั้ง 2 ทีด้วยนะเออ

ที่เที่ยวแห่งแรกที่จะพาไปคือกระชังเลี้ยงปลาครับ คนบนเกาะยาวน้อยส่วนใหญ่ยังคงทำการประมงกันอยู่ การเลี้ยงปลากระชังก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ เราต้องนั่งรถ 2 แถวไปยังท่าเรือเล็กๆอีกท่าเพื่อขึ้นเรือเล็กไปที่กระชัง



บนกระชังปลาไม่มีอะไรมากครับ มีแค่เพิงให้ร่มเงาอยู่ แล้วก็เป็นกระชังที่มีทางเดินเป็นไม้ตีไว้ให้เราเดินได้สะดวกขึ้นครับ



กระชังอื่นๆที่อยู่รอบข้างอาจจะมีพวกปลาและกุ้งมังกรเลี้ยงเอาไว้ขาย แต่กระชังที่เรามาเยือนนี้มีการเลี้ยงปลาสวยงามเอาไว้ให้เราดูด้วยครับ อย่างเช่นฉลามเสือดาวตัวนี้



หรือจะเป็นพวกปลาดาวอันนี้มีเยอะเลยครับ



ฉลามหนูตัวเล็กน่ารัก แต่อย่าเผลอเอานิ้วไปใกล้ฟันมันเข้าล่ะ



เจอความน่ารักของเจ้าตัวนี้เข้าไปถึงกับต้องอัพอินสตราแกรมโชว์ความน่ารักกันเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าผมก็อัพผ่านจากเจ้า Camera 2 เนี่ยล่ะครับ



และสุดท้ายกุ้งมังกร สัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจของชาวกระชังปลาเกาะยาวน้อยเลยครับ



เสร็จแล้วช่วงเย็นก็ไปนั่งทานข้าวรอพระอาทิตย์ตกสวยๆครับ อัพเพจตามเคย ฮ่าฮ่า



บนเกาะยาวน้อยส่วนใหญ่จะมีอาหารให้ทานแบบบัฟเฟ่ห์คิดราคาเป็นหัวครับ อย่างที่ผมไปทานก็มีอาหาร 5 อย่างหัวละ 300 บาทเรียกได้ว่าคุ้มมากทานปู กุ้งไม่อั้นเลยฮะอาหารพวกนี้จะอยู่ตามโฮมสเตย์ของชาวบ้านครับ อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว

กว่าจะอิ่มกว่าจะเข้าที่พักก็มืดแล้วครับ เราพักกันที่ เดอะพาราไดซ์ เกาะยาว บูทีคบีชรีสอร์ทแอนด์สปา มาก็มืดแล้วเลยไม่ได้เห็นวิวอะไรเลย เอาภาพเตียงไปอย่างเดียวแล้วกันครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยลุกไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน



ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้แต่เช้าฮะ หวังว่าจะได้เห็นบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นดีๆและวิวสวยๆ ซึ่งก็ได้เห็นจริงๆ ไม่ผิดหวังเลยที่ตื่นมารอแสงสวยๆ









เกาะยาวใหญ่หรือเกาะยาวน้อยขึ้นชื่อในเรื่องของวิวสวยๆครับ เพราะว่ารอบๆเกาะจะมีเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย ทำให้เวลาที่มองออกไปเราจะเจอกับวิวที่เรียกว่าป่าเกาะที่มีความสวยงาม

ผมมีโอกาสได้เดินขึ้นไปดูวิวบนห้องพักที่แพงที่สุดของรีสอร์ทด้วยฮะ สวยมากจริงๆครับ



อัพอินสตราแกรมโชว์วิวสวยๆซะหน่อย



มองจากชายหาดขึ้นไปจุดที่สูงที่สุดคือที่ผมขึ้นไปถ่ายรูปมาตะกี้ฮะ



นอกจากนี้วิวของเกาะยาวใหญ่ก็สวยงามไม่แพ้กันนะครับ มองไปทางไหนก็เห็นวิวป่าเกาะสวยๆเต็มไปหมด



นี่เป็นอีกจุดนึงที่มีวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดอีกแห่งครับ







ได้เวลาเก็บกระเป๋ากลับบ้านกันแล้วครับ

ก่อนกลับพอจะมีเวลาเหลือก็ขับรถไปแถวอำเภอท้ายเหมืองกันหน่อยครับ แวะร้านไอทะเลทานเมนูเด็ดสาหร่ยเม็ดพริกไทยกันหน่อย สาหร่ยเม็ดพริกไทยนี้มีประโยชน์หลายอย่างนะครับ ทั้งให้วิตามินหลายชนิด ปรับสมดุลของร่างกาย ที่สำคัญกินแล้วไม่อ้วนฮะ คนที่นี่เค้านิยมเอามาทำส้มตำ ไม่ก็น้ำพริกทานกันฮะ ตัวเม็ดสาหร่ายกัดเข้าไปมันจะแตกในปากเรารสชาติจะเค็มๆนิดฮะ เคี้ยวเพลินๆดีเหมือนกัน





อีกจานที่แนะนำและไม่เคยทานเหมือนกันคือ จั๊กจั่นทะเลฮะ เอามาชุบแป้งทอดกรอบเคี้ยวเพลินๆดีเหมือนกันนะครับ



กลับบ้านล่ะครับ เมฆสวยๆยามเย็นถ่ายจากบนเครื่องบินเที่ยวกลับฮะ





ถึงกรุงเทพฯแล้วก็รายงานตัวกับแฟนเพจซักหน่อยฮะ



บทสรุป ..

กล้อง Samsung GALAXY Camera 2 ผมว่าจุดเด่นของมันคือการถ่ายภาพเสร็จแล้วเราสามารถอัพภาพลง Social Media ต่างๆได้เลยทันทีซึ่งเหมาะมากกับการดำเนินชีวิตในสมัยนี้ โหมดต่างๆในโปรแกรมกล้องมีให้เลือกมากมายและเล่นง่ายไม่ยุ่งยาก จากการที่ให้คุณผบ.ของผมได้ใช้งานผมว่ามันเหมาะมากกับบรรดาสาวๆที่สุดฮะ โดยเฉพาะฟังค์ชั่นแต่งรูปต่างๆ เช่นโหมดถ่ายรูป beauty face ที่สามารถปรับแต่งให้หน้าสวยใสยังไงก็ได้ (แอบน่ากลัวสำหรับคุณหนุ่มๆ) โหมดอาหารที่ถ่ายอาหารยังไงก็สวยพร้อมอัพสู่ Social ต่างๆได้ทันที ตัวกล้องมีสองสีครับคือสีดำและสีขาว พกพาสะดวกเหมือนกล้องดิจิตอลทั่วๆไป แบตเตอรี่เท่าที่ลองใช้งานดูถ้าใช้ถ่ายรูปเป็นหลักก็อึดพอสมควรครับ นอกจากถ่ายภาพนิ่งแล้วยังมีโหมดถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD 1080p นอกจากนี้ถ้าจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เจ้า Camera 2 ตัวนี้สามารถทำได้หมดครับ เรียกได้ว่ากล้องตัวนี้ทำได้ครบครันจริงๆ

Samsung เปิดตัวกล้องตัวนี้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ราคาขายอยู่ที่ประมาณหมื่นต้นๆซึ่งผมว่าราคาก็ค่อนข้างสมตัวเลยทีเดียว Samsung GALAXY Camera 2 ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆสำหรับคนที่อยากหากล้องถ่ายรูปในระบบ Android ในตลาดตอนนี้ครับ

ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมรีวิวนะครับ ครั้งหน้าจะพาเที่ยวจังหวัดพังงากันแบบเต็มๆอีกที ไว้เจอกันใน TravelHolic ฉบับหน้าครับ ขอบคุณมากครับ

ฝากติดตามแฟนเพจผมได้ที่ https://www.facebook.com/travelholicbigboy นะครับ
Create Date :27 สิงหาคม 2557 Last Update :16 ตุลาคม 2557 14:56:23 น. Counter : 2298 Pageviews. Comments :0