สวัสดีกันอีกแล้ว ช่วงนี้เราพบกันบ่อยมากเลยเนอะ
กลับมาอีกแล้วกับโรงแรมในโครงการประกวดสุดยอดโรงแรมบูติค Thailand Boutique Awards 2014-2015 ซึ่งนี่เป็นโรงแรมที่ 5 จาก 6 โรงแรมที่ผมมีหน้าที่ไปเยือนและทำรีวิวกลับมาให้เพื่อนๆได้ชม รีวิวนี้ยังอยู่กันที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีกันต่อจากรีวิวที่แล้วครับ ผมจะพาไปอีกหนึ่งรีสอร์ทที่เข้าร่วมประกวดในโครงการ TBA โรงแรมนี้ชื่อว่า " aoTearoa Organic Farm & Resort " ครับ

ผมเองได้รับมอบหมายให้ไปเยือนโรงแรมที่เข้าประกวดในโครงการ TBA นี้ทั้งหมด 6 แห่งครับ ที่ "เอา-เทีย-รัว" นี้เป็นรีสอร์ทที่ 5 ที่ผมมีโอกาสได้ไปเยือน ถ้ายังไม่ได้ชมรีวิวโรงแรมที่ผ่านมาตามกันไปได้ครับ
1. สิงหมนตรา ลานนาบูติคสไตล์ เชียงใหม่

2. Makka มรรคา เชียงใหม่

3. แรมริมนา RAMRIMNA PRIVATE POOL VILLA AND ORGANIC FARM

4.นากายา รีสอร์ท สวนผึ้ง

ตามไปชมรีสอร์ทที่ 5 ในโครงการฯ ของผมได้เลยฮะ
ก่อนจะเข้าที่พักขอแวะเติมพลังกันหน่อยครับ ถ้าคิดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆของอำเภอสวนผึ้งต้องร้านนี้เลยฮะ "ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ต้มยำสูตรคุณยาย" ถ้ามาจากตัวอำเภอสวนผึ้งร้านนี้จะอยู่เลยบ้านหอมเทียนมานิดนึงฮะหาไม่ยาก
เมนูหลักๆก็เป็นพวกก๋วยเตี๋ยวไข่ต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อ ข้าวราดแกง หมูสะเต๊ะ ฯลฯ ก๋วยเตี๋ยวชามเล็กไปนิดแต่ก็อร่อยดีนะฮะ หมูสะเต๊ะเด็ดเลย รวมไปถึงขนมหวานอย่างลอดช่องที่ขากลับต้องแวะมาซื้อกลับกรุงเทพฯกันเลยทีเดียว





อิ่มกันแล้วก็ย้อนกลับไปทาง the scenery vintage farm กันอีกครั้ง รีสอร์ทที่เป็นจุดหมายของเราจะอยู่เลย the scenery ไปประมาณ 2 กิโลเมตรครับ ขับรถไปเจอวิวประมาณนี้แสดงว่าจะถึงแล้ว ให้สังเกตทางซ้ายมือจะมีป้ายชื่อ aoTearoa Organic Farm & Resort อยู่ทางเข้าไม่ค่อยดีนะครับต้องระมัดระวังนิดนึงเพราะเป็นทางลูกรังเก่าๆขับเข้าจากปากทางไปประมาณ 300 เมตรก็ถึงตัวรีสอร์ทครับ

" aoTearoa " หรือที่ภาษาไทยอ่านออกเสียงว่า เอา-เทีย-รัว เป็นภาษาของชนเผ่าเมารีของนิวซีแลนด์ ซึ่งแปลว่าดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยปุยเมฆสีขาว ซึ่งหลายๆคนก็ใช้เรียกเป็นสมญานามของประเทศนิวซีแลนด์อีกด้วย
เมื่อมาถึงรีสอร์ทจอดรถเรียบร้อยก็มีพนักงานเอาเครื่องดื่มมาต้อนรับ .. สิ่งที่ผมเห็นว่าที่นี่ค่อนข้างต่างจากรีสอร์ททั่วไปก็คือที่นี่จะดูแลเราเหมือนเพื่อนมาบ้านมากกว่าครับ ไม่ต้องพิธีรีตรอง ไม่ต้องเช็คอินอะไรง่ายๆสบายๆซึ่งก็ดีเหมือนกัน

" aoTearoa Organic Farm & Resort " ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าที่นี่นอกจากทำเป็นรีสอร์ทแล้วยังมีฟาร์มออแกนิคปลูกพืชผักหลายชนิดไว้อีกด้วย พื้นที่ทั้งหมดน่าจะมีประมาณ 5-6 ไร่ แต่ส่วนใหญ่จะเอาไว้เพาะปลูก ส่วนที่เอามาทำรีสอร์ทเองมีขนาดไม่ใหญ่มากครับ
ที่นี่เป็นรีสอร์ทเล็กๆครับ มีห้องพักอยู่แค่ 6 ห้องเท่านั้นโดยแบ่งออกเป็น 2 โซน โซนแรกที่จะพาไปดูก่อนมีห้องพักแค่ 2 ห้องเป็นห้องติดกันครับ แต่เดิมทีที่เปิดบริการที่นี่ก็มีห้องพักแค่ 2 ห้องเท่านี้ล่ะครับ ตอนหลังถึงมาต่อเติมเพิ่มขึ้นใหม่ในโซนที่สอง การตกแต่งเป็นสไตล์ loft ฮะเน้นปูนเปลือยเป็นหลัก


ห้องหมายเลข 1 เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของรีสอร์ทฮะ เปิดเข้าไปก็จะเจอกับห้องนอน มีเตียงนอนอยู่มุมห้องที่ยกสูงด้วยแท่นปูน โซฟานั่งเล่นขนาดใหญ่ โต๊ะแต่งหน้า รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน








ถัดไปอีกห้องเป็นห้องน้ำซึ่งบอกเลยว่าอลังการมาก ใหญ่กว่าห้องนอนอีก ห้องน้ำมีตู้เก็บของเป็นตู้กับข้าวสมัยก่อนเก๋ๆ ที่อาบน้ำเป็น Rain Shower มีอ่างน้ำให้แช่ซึ่งใหญ่มากกว่าจะเปิดน้ำเต็มอ่างคงใช้เวลาเป็นชั่วโมง ฮ่าๆ



เดี๋ยวออกไปสำรวจบริเวณรอบๆรีสอร์ทกันบ้างดีกว่า

ข้างๆกันเป็นห้องพักเบอร์ 2 ครับ ไม่ได้เปิดเข้าไปสำรวจแต่ห้องจะขนาดประมาณห้องนอนห้องห้องเบอร์ 1 ราคาก็จะถูกลงกว่านิดหน่อยด้วย

มองไปด้านล่างก็จะเจอกับห้องพักโซนที่สองที่สร้างขึ้นใหม่ได้ซักปีกว่าๆที่ผ่านมาฮะ


โซนนี้ฟรีสไตล์ครับ ห้องพักมีทั้งหมด 4 ห้อง แยกออกเป็น loft 2 ห้องริม และเป็นสไตล์ยุโรป 2 ห้องตรงกลาง เข้าไปถ่ายรูปห้องริมมาให้ดูกันครับ ห้องจะออกแนวดิบๆหน่อยฮะ เป็นห้องพักแบบ 2 ชั้นด้านล่างเป็นห้องนั่งเล่น ห้องแต่งตัวและห้องน้ำ ส่วนด้านบนทำเป็นชั้นลอยเหมือนห้องใต้หลังคาเป็นห้องนอนครับ





บริเวณรอบๆค่อนข้างร่มรื่นเนื่องจากตัวรีสอร์ทอยู่ในสวนจริงๆ รอบข้างมีเพียงบ้านเรือนชาวบ้านแค่ไม่กี่หลัง



พื้นที่นอกเหนือจากตัวอาคารห้องพักก็จะถูกปรับแต่งเป็นแปลงพืชผักนานาชนิด ทั้งผักสวนครัว ผักออแกนิค ซึ่งทั้งหมดจะนำมาใช้ทำอาหารให้กับแขกที่มาพักในรีสอร์ท รวมถึงนำออกไปขายอีกด้วย



มีการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อนำมาบริโภค

มีระบบจัดการน้ำเพื่อใช้หมุนเวียนในรีสอร์ทและสวนพืชผัก

ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมบอกข้อมูลสำคัญให้กับทุกคนได้ทราบไปอย่างนึงครับ เอา-เทีย-รัว เป็นรีสอร์ทของอดีตนักแสดงท่านนึงคือ "คุณโจ นินนาท สินไชย" เสียดายที่ไม่ได้เจอตัวกัน แต่คนที่ดูแลก็คือน้องชายของคุณโจเองชื่อคุณนีลเป็น interior designer ซึ่งเรื่องของการออกแบบตกแต่งสองพี่น้องก็จะช่วยกันดูแลครับ คิดอะไรออกมีอะไรมาก็เอามาวางมาตกแต่งไปเรื่อยๆ








สำหรับอาหารของที่นี่จะมีอาหารเช้าเป็นข้าวต้มให้ครับ ส่วนอาหารมื้ออื่นๆถ้าต้องการให้ทางรีสอร์ททำให้ก็ได้แต่ก็จะเป็นเมนูง่ายๆเหมือนเราทานอยู่บ้าน แต่ช่วงที่ผมไปพอดีคุณพ่อคุณแม่ของคุณโจคุณนีลขึ้นมาจากชุมพรพอดีผมเลยโชคดีได้ทานอาหารใต้อร่อยๆฝีมือคุรแม่ท่านไปด้วย
แกงไตปลาอร่อยเชียว

อันนี้ผมเรียกไม่ถูกไม่รู้เรียกอะไร

พะโล้

ผัดผักรวมกุ้ง จานนี้อร่อยมากผมกวาดหมดจานข้าวหมดหม้อ อิอิ

คั่วกลิ้ง

สุดท้ายน้ำพริกกะปิทานกับผักสดๆ แน่นอนว่าเด็ดสดๆมาจากแปลงผักในรีสอร์ทเนี่ยล่ะครับ เสียดายทานไม่หมดเยอะมาก

คุณแม่คุณโจคุณนีลบอกว่าไม่แน่ใจจะทานอาหารใต้กันได้หรือเปล่าเลยจัดอาหารมาซะเพียบ จุกมากกกก
มาดูบรรยากาศตอนกลางคืนกันบ้างฮะ บรรยากาศสมกับชื่อรีสอร์ทมาก ไปสวนผึ้งคราวนี้ผิวหนังไม่ได้สังเคราะห์แสงเลยครับ ฟ้า เอา-เทีย-รัว จริงๆ ขาวทั้งวันยันกลับ แถมฝนตกปรอยๆตลอดวันด้วยอีกตะหาก






ตื่นเช้ามาสูดอากาศดีๆกันหน่อย

ได้เวลาอาหารเช้ากันพอดี อาหารเช้าที่นี่เสิร์ฟกันหน้าห้องพักเลยครับ เป็นข้าวต้มเห็ดหอมหมูใส่ไข่ อร่อยมากอีกแล้ว

ใช้เวลาในรีสอร์ทอีกพักใหญ่ๆ ก่อนกลับบ้านทานอาหารฝีมือคุณแม่คุณโจคุณนีลอีกมื้อ
แกงเหลือง

ผัดผักรวม (ช๊อบชอบ)

ไก่ผัดขิง

และซุปกระดูกอ่อนหมู

บทสรุป ..
ถ้าพูดในแง่ของรีสอร์ท aoTearoa (เอา-เทีย-รัว) จะออกแนวชิลๆครับ เจ้าของบอกเลยว่าอยากให้มันเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนกัน สบายๆนั่งเล่น นั่งคุย อ่านหนังสือ ปิ้งบาร์บีคิว หรือถ้าอยากลองปลูกผักทางรีสอร์ทก็ไม่ขัดข้อง อารมณ์ประมาณมาเยี่ยมเพื่อนที่ต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นถ้ารักความสะดวกสบายมากๆที่นี่ไม่ตอบโจทย์ครับ ถึงแม้ที่นอนจะนอนสบายห้องพักดี แต่ไม่มีอินเตอร์เน็ตนะครับ ช่วงหน้าฝนไฟอาจจะมีกระชากๆบ้างมันเป็นเรื่องปกติของสวนผึ้ง
ถ้าจะมีข้อด้อยก็คงเป็นเรื่องของอินเตอร์เน็ต แมลง และทางเข้ามายังรีสอร์ทที่ยังไม่ดีนัก รวมไปถึงร้านอาหารและร้านขายของใกล้ๆไม่มีเลย
รีสอร์ทจะเน้นไปทางเรื่องของการกินอยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริครับ พืชผักต่างๆที่ปลูกในรีสอร์ทก็เอาออกไปขายสร้างรายได้ให้รีสอร์ทอีกทาง ถ้าใครที่อยากพักผ่อนจริงๆ นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ให้ธรรมชาติบำบัดผมว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

ขอบคุณสำหรับการติดตามจนจบนะครับ สำหรับรีวิวต่อไปผมจะพาเข้ามาใรเมืองกันบ้าง จะพาไปนอน City Hotel เล็กๆแถวๆถนนข้าวสารกันครับ ติดตามกันได้ในเร็วๆนี้ ขอบคุณมากๆครับ
ฝากติดตามแฟนเพจผมได้ที่ https://www.facebook.com/travelholicbigboy นะครับ
กลับมาอีกแล้วกับโรงแรมในโครงการประกวดสุดยอดโรงแรมบูติค Thailand Boutique Awards 2014-2015 ซึ่งนี่เป็นโรงแรมที่ 5 จาก 6 โรงแรมที่ผมมีหน้าที่ไปเยือนและทำรีวิวกลับมาให้เพื่อนๆได้ชม รีวิวนี้ยังอยู่กันที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีกันต่อจากรีวิวที่แล้วครับ ผมจะพาไปอีกหนึ่งรีสอร์ทที่เข้าร่วมประกวดในโครงการ TBA โรงแรมนี้ชื่อว่า " aoTearoa Organic Farm & Resort " ครับ

ผมเองได้รับมอบหมายให้ไปเยือนโรงแรมที่เข้าประกวดในโครงการ TBA นี้ทั้งหมด 6 แห่งครับ ที่ "เอา-เทีย-รัว" นี้เป็นรีสอร์ทที่ 5 ที่ผมมีโอกาสได้ไปเยือน ถ้ายังไม่ได้ชมรีวิวโรงแรมที่ผ่านมาตามกันไปได้ครับ
1. สิงหมนตรา ลานนาบูติคสไตล์ เชียงใหม่

2. Makka มรรคา เชียงใหม่

3. แรมริมนา RAMRIMNA PRIVATE POOL VILLA AND ORGANIC FARM

4.นากายา รีสอร์ท สวนผึ้ง

ตามไปชมรีสอร์ทที่ 5 ในโครงการฯ ของผมได้เลยฮะ
ก่อนจะเข้าที่พักขอแวะเติมพลังกันหน่อยครับ ถ้าคิดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆของอำเภอสวนผึ้งต้องร้านนี้เลยฮะ "ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ต้มยำสูตรคุณยาย" ถ้ามาจากตัวอำเภอสวนผึ้งร้านนี้จะอยู่เลยบ้านหอมเทียนมานิดนึงฮะหาไม่ยาก
เมนูหลักๆก็เป็นพวกก๋วยเตี๋ยวไข่ต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อ ข้าวราดแกง หมูสะเต๊ะ ฯลฯ ก๋วยเตี๋ยวชามเล็กไปนิดแต่ก็อร่อยดีนะฮะ หมูสะเต๊ะเด็ดเลย รวมไปถึงขนมหวานอย่างลอดช่องที่ขากลับต้องแวะมาซื้อกลับกรุงเทพฯกันเลยทีเดียว





อิ่มกันแล้วก็ย้อนกลับไปทาง the scenery vintage farm กันอีกครั้ง รีสอร์ทที่เป็นจุดหมายของเราจะอยู่เลย the scenery ไปประมาณ 2 กิโลเมตรครับ ขับรถไปเจอวิวประมาณนี้แสดงว่าจะถึงแล้ว ให้สังเกตทางซ้ายมือจะมีป้ายชื่อ aoTearoa Organic Farm & Resort อยู่ทางเข้าไม่ค่อยดีนะครับต้องระมัดระวังนิดนึงเพราะเป็นทางลูกรังเก่าๆขับเข้าจากปากทางไปประมาณ 300 เมตรก็ถึงตัวรีสอร์ทครับ

" aoTearoa " หรือที่ภาษาไทยอ่านออกเสียงว่า เอา-เทีย-รัว เป็นภาษาของชนเผ่าเมารีของนิวซีแลนด์ ซึ่งแปลว่าดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยปุยเมฆสีขาว ซึ่งหลายๆคนก็ใช้เรียกเป็นสมญานามของประเทศนิวซีแลนด์อีกด้วย
เมื่อมาถึงรีสอร์ทจอดรถเรียบร้อยก็มีพนักงานเอาเครื่องดื่มมาต้อนรับ .. สิ่งที่ผมเห็นว่าที่นี่ค่อนข้างต่างจากรีสอร์ททั่วไปก็คือที่นี่จะดูแลเราเหมือนเพื่อนมาบ้านมากกว่าครับ ไม่ต้องพิธีรีตรอง ไม่ต้องเช็คอินอะไรง่ายๆสบายๆซึ่งก็ดีเหมือนกัน

" aoTearoa Organic Farm & Resort " ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าที่นี่นอกจากทำเป็นรีสอร์ทแล้วยังมีฟาร์มออแกนิคปลูกพืชผักหลายชนิดไว้อีกด้วย พื้นที่ทั้งหมดน่าจะมีประมาณ 5-6 ไร่ แต่ส่วนใหญ่จะเอาไว้เพาะปลูก ส่วนที่เอามาทำรีสอร์ทเองมีขนาดไม่ใหญ่มากครับ
ที่นี่เป็นรีสอร์ทเล็กๆครับ มีห้องพักอยู่แค่ 6 ห้องเท่านั้นโดยแบ่งออกเป็น 2 โซน โซนแรกที่จะพาไปดูก่อนมีห้องพักแค่ 2 ห้องเป็นห้องติดกันครับ แต่เดิมทีที่เปิดบริการที่นี่ก็มีห้องพักแค่ 2 ห้องเท่านี้ล่ะครับ ตอนหลังถึงมาต่อเติมเพิ่มขึ้นใหม่ในโซนที่สอง การตกแต่งเป็นสไตล์ loft ฮะเน้นปูนเปลือยเป็นหลัก


ห้องหมายเลข 1 เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของรีสอร์ทฮะ เปิดเข้าไปก็จะเจอกับห้องนอน มีเตียงนอนอยู่มุมห้องที่ยกสูงด้วยแท่นปูน โซฟานั่งเล่นขนาดใหญ่ โต๊ะแต่งหน้า รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน








ถัดไปอีกห้องเป็นห้องน้ำซึ่งบอกเลยว่าอลังการมาก ใหญ่กว่าห้องนอนอีก ห้องน้ำมีตู้เก็บของเป็นตู้กับข้าวสมัยก่อนเก๋ๆ ที่อาบน้ำเป็น Rain Shower มีอ่างน้ำให้แช่ซึ่งใหญ่มากกว่าจะเปิดน้ำเต็มอ่างคงใช้เวลาเป็นชั่วโมง ฮ่าๆ



เดี๋ยวออกไปสำรวจบริเวณรอบๆรีสอร์ทกันบ้างดีกว่า

ข้างๆกันเป็นห้องพักเบอร์ 2 ครับ ไม่ได้เปิดเข้าไปสำรวจแต่ห้องจะขนาดประมาณห้องนอนห้องห้องเบอร์ 1 ราคาก็จะถูกลงกว่านิดหน่อยด้วย

มองไปด้านล่างก็จะเจอกับห้องพักโซนที่สองที่สร้างขึ้นใหม่ได้ซักปีกว่าๆที่ผ่านมาฮะ


โซนนี้ฟรีสไตล์ครับ ห้องพักมีทั้งหมด 4 ห้อง แยกออกเป็น loft 2 ห้องริม และเป็นสไตล์ยุโรป 2 ห้องตรงกลาง เข้าไปถ่ายรูปห้องริมมาให้ดูกันครับ ห้องจะออกแนวดิบๆหน่อยฮะ เป็นห้องพักแบบ 2 ชั้นด้านล่างเป็นห้องนั่งเล่น ห้องแต่งตัวและห้องน้ำ ส่วนด้านบนทำเป็นชั้นลอยเหมือนห้องใต้หลังคาเป็นห้องนอนครับ





บริเวณรอบๆค่อนข้างร่มรื่นเนื่องจากตัวรีสอร์ทอยู่ในสวนจริงๆ รอบข้างมีเพียงบ้านเรือนชาวบ้านแค่ไม่กี่หลัง



พื้นที่นอกเหนือจากตัวอาคารห้องพักก็จะถูกปรับแต่งเป็นแปลงพืชผักนานาชนิด ทั้งผักสวนครัว ผักออแกนิค ซึ่งทั้งหมดจะนำมาใช้ทำอาหารให้กับแขกที่มาพักในรีสอร์ท รวมถึงนำออกไปขายอีกด้วย



มีการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อนำมาบริโภค

มีระบบจัดการน้ำเพื่อใช้หมุนเวียนในรีสอร์ทและสวนพืชผัก

ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมบอกข้อมูลสำคัญให้กับทุกคนได้ทราบไปอย่างนึงครับ เอา-เทีย-รัว เป็นรีสอร์ทของอดีตนักแสดงท่านนึงคือ "คุณโจ นินนาท สินไชย" เสียดายที่ไม่ได้เจอตัวกัน แต่คนที่ดูแลก็คือน้องชายของคุณโจเองชื่อคุณนีลเป็น interior designer ซึ่งเรื่องของการออกแบบตกแต่งสองพี่น้องก็จะช่วยกันดูแลครับ คิดอะไรออกมีอะไรมาก็เอามาวางมาตกแต่งไปเรื่อยๆ








สำหรับอาหารของที่นี่จะมีอาหารเช้าเป็นข้าวต้มให้ครับ ส่วนอาหารมื้ออื่นๆถ้าต้องการให้ทางรีสอร์ททำให้ก็ได้แต่ก็จะเป็นเมนูง่ายๆเหมือนเราทานอยู่บ้าน แต่ช่วงที่ผมไปพอดีคุณพ่อคุณแม่ของคุณโจคุณนีลขึ้นมาจากชุมพรพอดีผมเลยโชคดีได้ทานอาหารใต้อร่อยๆฝีมือคุรแม่ท่านไปด้วย
แกงไตปลาอร่อยเชียว

อันนี้ผมเรียกไม่ถูกไม่รู้เรียกอะไร

พะโล้

ผัดผักรวมกุ้ง จานนี้อร่อยมากผมกวาดหมดจานข้าวหมดหม้อ อิอิ

คั่วกลิ้ง

สุดท้ายน้ำพริกกะปิทานกับผักสดๆ แน่นอนว่าเด็ดสดๆมาจากแปลงผักในรีสอร์ทเนี่ยล่ะครับ เสียดายทานไม่หมดเยอะมาก

คุณแม่คุณโจคุณนีลบอกว่าไม่แน่ใจจะทานอาหารใต้กันได้หรือเปล่าเลยจัดอาหารมาซะเพียบ จุกมากกกก
มาดูบรรยากาศตอนกลางคืนกันบ้างฮะ บรรยากาศสมกับชื่อรีสอร์ทมาก ไปสวนผึ้งคราวนี้ผิวหนังไม่ได้สังเคราะห์แสงเลยครับ ฟ้า เอา-เทีย-รัว จริงๆ ขาวทั้งวันยันกลับ แถมฝนตกปรอยๆตลอดวันด้วยอีกตะหาก






ตื่นเช้ามาสูดอากาศดีๆกันหน่อย

ได้เวลาอาหารเช้ากันพอดี อาหารเช้าที่นี่เสิร์ฟกันหน้าห้องพักเลยครับ เป็นข้าวต้มเห็ดหอมหมูใส่ไข่ อร่อยมากอีกแล้ว

ใช้เวลาในรีสอร์ทอีกพักใหญ่ๆ ก่อนกลับบ้านทานอาหารฝีมือคุณแม่คุณโจคุณนีลอีกมื้อ
แกงเหลือง

ผัดผักรวม (ช๊อบชอบ)

ไก่ผัดขิง

และซุปกระดูกอ่อนหมู

บทสรุป ..
ถ้าพูดในแง่ของรีสอร์ท aoTearoa (เอา-เทีย-รัว) จะออกแนวชิลๆครับ เจ้าของบอกเลยว่าอยากให้มันเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนกัน สบายๆนั่งเล่น นั่งคุย อ่านหนังสือ ปิ้งบาร์บีคิว หรือถ้าอยากลองปลูกผักทางรีสอร์ทก็ไม่ขัดข้อง อารมณ์ประมาณมาเยี่ยมเพื่อนที่ต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นถ้ารักความสะดวกสบายมากๆที่นี่ไม่ตอบโจทย์ครับ ถึงแม้ที่นอนจะนอนสบายห้องพักดี แต่ไม่มีอินเตอร์เน็ตนะครับ ช่วงหน้าฝนไฟอาจจะมีกระชากๆบ้างมันเป็นเรื่องปกติของสวนผึ้ง
ถ้าจะมีข้อด้อยก็คงเป็นเรื่องของอินเตอร์เน็ต แมลง และทางเข้ามายังรีสอร์ทที่ยังไม่ดีนัก รวมไปถึงร้านอาหารและร้านขายของใกล้ๆไม่มีเลย
รีสอร์ทจะเน้นไปทางเรื่องของการกินอยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริครับ พืชผักต่างๆที่ปลูกในรีสอร์ทก็เอาออกไปขายสร้างรายได้ให้รีสอร์ทอีกทาง ถ้าใครที่อยากพักผ่อนจริงๆ นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ให้ธรรมชาติบำบัดผมว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

ขอบคุณสำหรับการติดตามจนจบนะครับ สำหรับรีวิวต่อไปผมจะพาเข้ามาใรเมืองกันบ้าง จะพาไปนอน City Hotel เล็กๆแถวๆถนนข้าวสารกันครับ ติดตามกันได้ในเร็วๆนี้ ขอบคุณมากๆครับ
ฝากติดตามแฟนเพจผมได้ที่ https://www.facebook.com/travelholicbigboy นะครับ

Create Date :27 กรกฎาคม 2557
Last Update :28 กรกฎาคม 2557 19:23:41 น.
Counter : 8432 Pageviews.
Comments :11
- Comment
โดย: Bigtree Treebig IP: 49.230.105.152 27 กรกฎาคม 2557 23:44:59 น.
ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ
โดย: A Pun Arun IP: 203.155.220.236 28 กรกฎาคม 2557 5:54:20 น.
โดย: แม่ตุ่ม IP: 124.120.121.133 28 กรกฎาคม 2557 6:40:02 น.
โดย: Kavanich96
โดย: ไม้แก่ ดัดยาก IP: 58.11.22.70 28 กรกฎาคม 2557 9:30:04 น.
โดย: Udomsak Hoprayoon IP: 125.27.232.180 28 กรกฎาคม 2557 13:15:56 น.
โดย: biGbOySalaDbAr
โดย: nonnoiGiwGiw
โดย: biGbOySalaDbAr
โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า
ขออนุญาติแนะนำ เอสเคป วิลล่า ภูเก็ต รีสอร์ทหรูแห่งใหม่ ในเมืองภูเก็ต สไตล์บ้านชายหาดเขตร้อน Escape Villa Phuket ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลที่สะดวกในการเดินทาง ใจกลางเมืองภูเก็ต บนถนนบายพาส ในโครงการ บายพาส บิซ ทาวน์ ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง พร้อมบริการห้องพักสวยๆ กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้วันพักผ่อนของคุณ สมบูรณ์แบบ และรู้สึกเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของคุณเอง ประทับใจกับการบริการตั้งแต่เช็คอินที่แผนกต้อนรับ ที่คอยให้คำแนะนำ ดูแล และช่วยเหลือ อุ่นใจกับการรักษาความปลอดภัยในโรงแรมด้วยกล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. มีร้านอาหารหลากหลายเมนูไว้บริการ และอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรีในที่สาธารณะ จะแชท แชร์ ภาพวันหยุดสุดแสนพิเศษกับที่พักหรูๆ ให้เพื่อนๆ ดูได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียวค่ะ
เข้าชมเว็ปไซต์ //www.escapevillaphuket.com
ติดต่อ: +66 (0) 8 1538 9466, +66 (0) 76-261-800
อีเมล์: rsvn@escapevillaphuket.com
โดย: Boomy IP: 171.5.24.71 23 มกราคม 2558 15:44:57 น.