กลับมาอีกครั้งกับตอนที่ 2 หลังจากตอนแรกพาออกเดินทางกันตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิ จนถึงที่พัก เดอะ วิจิตร รีสอร์ท พาเข้าไปชมบรรยากาศรอบๆและตัวห้องพักแล้ว วันนี้มาชมบรรยากาศในรีสอร์ทกันต่อครับ

หลังจากเมื่อคืนอิ่มหมีพลีมันไปกับ Sizzler ที่เซ็นทรัล เฟสฯมาแล้ว ตอนเช้าเลยตั้งใจว่าจะออกไปเดินย่อย แล้วก็ดูพระอาทิตย์ขึ้นซะหน่อย (อยู่กรุงเทพฯตื่น 10โมงทุกวัน เหอๆ)
อากาศเช้าๆเย็นกำลังดีครับ ไปหนาวไม่ร้อน แต่ลมก็ไม่พัดนะ

เดินถ่ายรูปลงมาเพลินๆ เช้าๆนี่เงียบเหงาดีจัง

ด้วยความที่รีสอร์ทนี้ วิลล่าแต่ละหลังอยู่ติดๆกันการจะเดินไปไหนเลยอาจจะต้องใช้แผนที่นี้ช่วยเหมือนกัน (แผนที่นี้จะมีอยู่หลายจุดเหมือนกันในรีสอร์ทครับ)

หันกลับไปมองทางที่เดินลงมาตะกี๊หน่อย ....... ตอนเดินขึ้นนี่เหนื่อยแน่ๆ

เดินต่อไปเรื่อยๆ นานๆตื่นเช้าทีอากาศดีจัง มองห้องพักติดๆกันนี่มันก็เพลินนะครับ

การจัดวางวิลล่าลงมาตามเนินเขามองแล้วเพลินตา มันก็ไม่ได้รกมากอย่างที่คิดนะครับ เสียตรงวิลล่าที่มี pool อยู่หน้าห้องบางหลังมันจะขาดความเป็นส่วนตัวไปบ้างครับ เพราะเห็นบางหลังสระอยู่ติดทางเดินเลยครับ

ต้นไม้ส่วนใหญ่กำลังรอการเติบโตครับ ผมว่าอีกซัก 2 ปีรีสอร์ทนี้จะร่มรื่นมากๆ

อย่างวิลล่าที่เห็น ถ้าเล่นๆน้ำอยู่อาจจะตกใจคนที่เดินมาตามถนนได้ แต่ว่าวิวสวยๆอาจจะทำให้เราลืมข้อนี้ไปได้ครับ

เดินลงมาถึงหน้าห้องอาหาร The Savoury ที่เดี๋ยวเราต้องมาทานมื้อเช้ากัน ข้างๆต้นนี้จะมีร้าน The Wine Cellar แต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยอ่ะครับ เพราะผมไม่ทานแอลกอฮอล์
พาข้ามห้องอาหารมาก่อนเพราะว่ายังไม่เปิดบริการ เดินเลยมาที่ชายหาดก่อนครับ

หันไปมองอีกฝั่งก็จะเป็นวิลล่าด้านหน้าที่ติดทะเล ราคาก็จะเพิ่มจากปกติทั่วไปครับ

ฟ้าสวยแต่เช้าเลยครับ อากาศดี๊ดี ..

รอเวลาพระอาทิตย์ขึ้นก็เลยถ่ายนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย

สำหรับกรุ๊ปใหญ่ๆมาหลายคนก็มีลานวอลเลย์บอลไว้ให้ออกกำลังกายกันด้วยครับ ขึงเน็ตกะต้นมะพร้าวเลยทีเดียว

กลับไปมองห้องอาหาร The Savoury เดี๋ยวจะมากินมื้อเช้ากัน ตอนนี้เริ่มมีพนักงานมาเตรียมบริการแล้วครับ

เดินลงมาที่ชายหาด ไม่รู้ว่าเรียกว่าหาดอะไร แต่เป็นส่วนหนึ่งของอ่าวฉลองครับ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นหาดราไวย์แต่ก็ยังไม่ถึงครับ หาดนี้ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำนะครับ เพราะมีหินใต้น้ำเยอะมาก เลยได้แต่ดูอย่างเดียว

เห็นต้นไม่ใหญ่ๆบนภูเขาต้นนั้นแล้วทำไมนึกถึงหนังเกาหลีไม่รู้ครับ เอาไว้ให้พระเอกกับนางเอกนัดเจอกัน ..

แล้วก็ได้เจอกับเจ้าถิ่นครับ เห็นผมเดินลงมาก็รีบวิ่งมาโชว์ตัวกันใหญ่ เล่นน้ำกันสนุกสนาน

โดยมีเจ้าตัวนี้กระโดดขึ้นมาเต๊ะท่ามองดูลูกน้อง บอกให้เรารู้ว่า "ข้าเป็นจ่าฝูงนะเฟ๊ยยยย"

เริ่มนอกเรื่องมากไป กลับมาอีกทีแสงแรกของวันก็มาแล้วครับ

เสียดายที่ชายหาดนี้ทรายเป็นเม็ดใหญ่ แต่ยังไงวิวก็สวยอยู่ดีนะผมว่า

นั่งเล่นอยู่ซักพักก็ได้เวลาเดินไปดูส่วนอื่นๆกันต่อครับ

ก่อนจะไปเดินกันต่อผมเอาแผนที่ของรีสอร์ทมาให้ดูคราวๆจะได้นึกภาพกันออกครับ
ห้องผมอยู่ในรูปดาว ไกลสุดเลยอ่ะครับ (จริงๆไม่ไกลจากทะเลมาก แต่เดินกลับห้องเหนื่อยมาก 555)

กลับมาที่สระว่ายน้ำที่อยู่ข้างๆ The Savoury ครับ

เห็นเช้าๆแบบนี้อย่าคิดว่าไม่มีคนว่ายนะครับ เมื่อตอนเดินผ่านไปรอบแรกเห็นญี่ปุ่นหรือเกาหลีเนี่ยล่ะมาว่ายอยู่ครับ

เดินเก็บภาพไปเรื่อยๆ

อยากจะกระโดดลงไปเองเหมือนกันนะครับ

แต่อยู่หลังเลนส์ก็มีความสุขมาเหมือนกัน เดินเก็บภาพต่อดีกว่า ..

วิลล่าหน้าชายหาดมีอยู่ 9 หลังครับ
เป็น Deluxe Beach Front Villas 5 หลัง
เป็น Vijitt Pool Villas 4 หลังครับ

Deluxe Beach Front Villas ครับ

ข้างในก็คงเหมือนห้องของผมผิดกันตรงอยู่หน้าหาดอ่ะครับ

เดินมาเรื่อยๆก็มาเจอกับห้องอาหาร บ้านวิจิตร ซึ่งจะเปิดเฉพาะมื้อเย็นครับ

เป็นบ้านสไตล์ Sino-Portuguese แท้ๆครับ และคิดว่าน่าจะเป็นบ้านเก่าที่เอามาทำเป็นห้องอาหารจริงๆด้วยครับ

เดินเลยไปอีกนิดจะเป็น Vijitt Pool Villas ครับแต่ต้องขอโทษด้วยเพราะผมไม่ได้เดินไปถ่ายอ่ะครับ
เลยเดินตัดขึ้นมาด้านบนบ้าง ตรงนี้ก็จะเป็น Deluxe Sea View Villa ครับ

เดินมาถึงส่วนที่จะเดินขึ้นไปตรง Shop ของทางรีสอร์ทซึ่งจะเห็นอยู่ทั้ง2ฝั่งของบันไดครับ

ส่วนที่เห็นหลังคาทางด้านขวาก็จะเป็นส่วนที่เรียกว่า The Rotunda ครับ
จะเป็นศูนย์รวมของ The Rotunda Cafe' , Kids Krub(Kids Club) มีห้องดูภาพยนต์ ห้องเกมส์ ห้องอินเตอร์เน็ต สระว่ายน้ำสำหรับคุณหนูๆ ฟิตเนส อะไรประมาณนี้อ่ะครับ แต่ผมก็ไม่ได้เข้าไปถ่ายรูปตามเคยเพราะว่าตอนผมเดินไปยังไม่เปิดอ่ะครับ ขอโทษนะครับ

นี่ก็จะเป็นส่วนขายของที่ระลึกครับ ไปเช้ายังไม่เปิดซักที่ เหอๆ

นี่ก็อีกฝั่งอ่ะครับ

เดินมาดูมุมด้านบนอีกทีครับ ถ้าฟ้าใสๆวิวนี้สวยมากครับ

ถนนนี้เดินต่อไปเรื่อยๆก็จะขึ้นไปถึงล็อบบี้อ่ะครับ ต้นไม้เยอะเหมือนกันนะครับ

พาเดินชมรอบๆรีสอร์ทครับ

ถึงจะติดๆกันแต่ก็ยังดูน่าพักนะครับ พอเข้าไปในห้องก็เป็นโลกของเราแล้ว

แบบนี้ล่ะครับที่บอกว่าบางทีมันดูไม่เป็นส่วนตัวเท่าไหร่ pool หน้าห้องเราคนอื่นก็เห็นนะครับ

ร่มรื่นพอสมควร รอต้นไม่โตอีกหน่อยครับ

เดินถ่ายกันจนเพลินเลยล่ะครับ

ร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อน

เดินมาจนถึงวิลล่าหลังสุดท้าย วิลล่า 92 ซึ่งอยู่บนสุดใกล้กับล๊อบบี้ที่สุดครับ

มองลงไปก็จะเห็นแบบนี้

ต่อไปจะพาไปต่อที่สปาที่มีชื่อว่า The V Spa นะครับ

มีอ่างไว้ให้แช่ตัวครับ เค้าเรียกกันว่าอะไรก็ไม่รู้เพราะผมไม่ถนัดเรื่องสปาเลยครับ

แช่ไปมองวิวสวยๆไป อะไรจะมีความสุขเท่า ...

ศาลาแต่ละหลังจะไล่ละดับกันลงไป มีทั้งศาลาแช่ตัว ศาลานวดตัว

บรรยากาศสบายๆ ชมนกชมไม้ไปเรื่อยเปื่อย

จากมุมนี้จริงๆก็มองเห็นทะเลนะครับ แต่เนื่องจากผมมีเวลามาถ่ายตอนเช้าซึ่งมันจะต้องถ่ายย้อนแสงก็เลยมองฟ้าเป็นสีขาวๆสว่างไปหมด

มุมกว้างๆจาก The V Spa ครับ

นอนนวดกันได้เพลินเลยล่ะครับ

มองจากด้านล่างขึ้นไปครับ

เดินขึ้นๆลงๆจนเหนื่อย ว่าจะเดินกลับไปปลุกหวานใจอาบน้ำไปกินอาหารเช้า พอดีเจอรถบั๊กกี๊ผ่านมาพอดีเลยโบกให้ไปส่งถึงห้องประหยัดเวลาและแรงงานด้วยครับ

นอนอาบแดดหน้าห้องก็ไม่เลวนะครับ แต่คนไทยอย่างเราๆคงไม่ชอบเนอะ

วิลล่าของผมก็เห็นทะเลนะคร๊าบบบ See View เห็นป่าว ไม่ใช่ Sea View 555

เก็บภาพไปเรื่อย จนหวานใจประชดมาว่าขนาดหมามันยังถ่าย รูปแฟนมีไม่ถึงร้อย รูปวิวล่อไป 600-700 รูป

ว่าแล้วก็เดินออกไปกินกันดีกว่า พูดเรื่องถ่ายวิวเดี๋ยวยาว

อาหารที่มีให้หลากหลายเหมือนกันครับ มีทั้งข้าวต้มกุ๊ย ที่มีเครื่องเคียงเป็นพวกไข่เค็ม กุนเชียง ยำผักกาดดอง ฯลฯ มีอาหารฝรั่งทั่วๆไปตามโรงแรมที่เราคุ้นเคย มีขนมปังอันนี้เยอะมากสารพัดชนิดเลยครับ ไปดูกันดีกว่า

ต้องขอโทษบางคนที่คิดว่าจะมีรูปอาหารเยอะๆ เพราะผมเก่งกินมากกว่าถ่ายครับ เลยได้ภาพมาน้อย อย่าว่ากันนะครับ

โพสเองหิวเองซะแล้ว ...

ผัดซีอิ้วก็มีครับ แต่ผมไม่ได้สนใจแม้แต่นิดเดียว ..

เพราะผมเล็งไปที่อันนี้ไว้แล้ววววววว

แถมอันนี้อีกอัน วันแรกอร่อยมาก แต่ทำไมวันที่สองเค็มมากไม่รู้อ่ะครับ

ขนมปังเอามาให้ดูจานเดียวพอ ถ้าไปดูรูปโต๊ะวางอาหารข้างบน ด้านซ้ยที่เป็นฝาชีทั้งหมดเป็นเหลาขนมปังทั้งนั้นเลยครับ หลากหลายมากมายจริงๆครับ

รังผึ้งสดๆ เค้าเอามากินกะอะไรอ่ะครับ บอกที ... (อายจังไม่รู้อ่ะ)

เดินไปดูในห้องกันบ้าง ในนี้จะมีน้ำหลากหลายชนิด นมสด น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำองุ่น หรือจะให้พนักงานปั่นหรือคั้นน้ำผลไม้อื่นๆให้ก็ได้ครับ แต่ผมไม่ได้สนใจแล้วเพราะอาหารรอบนโต๊ะเรียบร้อย
เอาโยเกิร์ตมายั่วครับ

รูปสุดท้ายของอาหารก่อนผมจะรีบไปทานของที่รอบนโต๊ะครับ
สลัดสดๆ

เอารูปดอกไม้บนโต๊ะไปแทนนะครับ ถ้าแพนกล้องมาทางขวาก็จะเห็นอาหารเต็มโต๊ะ มันยั่ว(ผมเอง)อ่ะ 555

ส่วนรับประทานอาหารจะมี 2 แบบทั้งแบบในห้องแอร์ และแบบ Open Air ครับ อันนี้ในห้องแอร์

มีเก้าอี้สำหรับคุณหนูๆบริการด้วยครับ

ทานกันเพลินจนหมดเวลาอาหารเช้า เค้าก็เริ่มมาจัดโต๊ะสำหรับอาหารกลางวันครับ

สีแก้วได้ใจมากมาย เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ทานอาหารมื้ออื่นในรีสอร์ทนอกจากมื้อเช้าทั้ง 2 วัน

ถัดออกมาจาก The Savoury ที่เรานั่งทานอาหารเช้ากัน ก็จะเป็น The Beach Bar ครับ แค่เห็นผมก็เดินเซแล้วอ่ะ

เอาไปอีกรูป ตอนนี้ตี 2 เผยแพร่ได้ไม่โดนแบน หุหุ

บรรยากาศสำหรับนั่งกึ่ม เอ๊ย!!! สำหรับนั่งจิบไปชมวิวไปครับ

อีกมุมครับ

ถ่ายเรื่อยเปื่อย

มองออกไปก็จะเห็นสระน้ำ ยังไม่ค่อยมีฝรั่งออกมาอาบแดดเท่าไหร่

เป็นปาปารัสซี่ซะหน่อย

ในสระมีฟองอากาศพุ่งออกมานวดตัวซะด้วย เสียดายไม่ได้ลงไปเล่นเลย

เสียดายที่ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะหินเยอะจริงๆ ลงไปคงได้เลือดแน่ๆ

ฝักบัวอาบน้ำข้างสระ

จะมีทางเดินลงไปที่ชายหาดครับ

มีศาลาไว้สำหรับนวดครับ แล้วยังมีเรือคยักให้บริการด้วยครับ

สรุป ...
The Vijitt Resort Phuket เป็นรีสอร์ทเก่าแก่แห่งนึงครับ น่าจะเปิดมาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่ก่อนชื่อวิจิตร บังกะโล ก่อนจะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่และเปิดให้บริการได้ไม่นานครับ
การเดินทางจากตัวเมืองก็สะดวกสบายน่าจะใช้เวลาจากตัวเมืองประมาณ 15-20 นาทีลงมาทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต ขับรถผ่านวงเวียน 5 แยกฉลองผ่านวัดฉลอง มาทางเดียวกับทางไปแหลมพรหมเทพ ทางเข้ารีสอร์ทจะอยู่บนเนินเขาก่อนถึงหาดราไวย์ซักเกือบๆ 2 กิโลเมตร ถึงแม้จะมีป้ายบอกข้างทางก่อนถึงผมก็ขับรถเลยอยู่หลายรอบเหมือนกัน
ส่วนตัวผมประทับใจตั้งแต่เห็นครั้งแรกทางอินเตอร์เน็ต พอมาเจอราคาตอนงานไทยเที่ยวไทยก็รีบซื้อเลยครับ แพ็คเกจที่ซื้อตอนนั้นคือ 3 วัน 2 คืนห้อง Deluxe Villas ราคา 5990 บาทแล้วยังได้ลดอีก 10%จากการใช้บัตร HSBC รูดอีกด้วย สำหรับผมถือว่าคุ้มค่าครับ ส่วนพนักงานยิ้มแย้มแจ่มใสดี เราสามารถเรียกรถบั๊กกี๊ให้มารับไปส่งส่วนไหนภายในรีสอร์ทก็ได้ตลอดเวลาครับ
มาดู"ข้อดี"ของรีสอร์ทนี้กัน
- ถ้าต้องการห้องพักแบบวิลล่า ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งครับเพราะห้องพักที่นี่เป็นวิลล่าสวนตัวทุกหลัง
- ราคาถูกถ้าเที่ยบกับบ้านพักแบบวิลล่าที่ได้
- อาหารเช้ามีมาให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะผู้ที่ชอบอาหารฝรั่ง
- เงียบสงบ วิวทะเลหน้าชายหาดของรีสอร์ทสวยงาม เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆครับ
- เป็นรีสอร์ทที่ถือว่าร่มรื่นครับ ต้นไม้แม้จะยังโตไม่เต็มที่แต่ก็ดูแล้วสบายตา
- ให้จอดรถด้านหน้ารีสอร์ท ไม่สามารถเอารถเข้ามาถึงวิลล่าได้ทำให้มีความเงียบสงบอย่างมากครับ
ส่วน "ข้อเสีย"
- วิลล่ามีมากถึง 92 หลัง ทำให้อาจจะดูแออัดไปบ้าง
- ถ้าใช้การเดินไปยังจุดต่างๆในรีสอร์ท อาจจะไม่สะดวกนักโดยเฉพาะคนชรา เพราะต้องเดินขึ้นๆ ลงๆเนินครับ
- วิลล่าแต่ละหลังอาจจะขาดความเป็นส่วนตัวไปบ้างเพราะความที่อยู่ติดกันมากและทางเดินตัดผ่านด้านหน้า-หลังวิลล่า
- ส่วนของห้องน้ำ น้ำไหลอ่อย(ไม่รู้เป็นเฉพาะวิลล่าผมหรือเปล่า) ที่อาบน้ำด้านนอกดูไม่ค่อยปลอดภัย อาจจะมองเห็นจากด้านนอกได้ ไม่มีสายชำระตรงชักโครก
- ด้วยความที่เป็นธรรมชาติมาก อาจจะมีแมลงรบกวนในวิลล่าบ้าง ทั้งยุง มด และแมลงอื่นๆ
- อยากให้แม่บ้านดูแลให้ดีกว่านี้ หวานใจผมบังคับให้ใส่รองเท้า slippers ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องเพราะว่าเดินเท้าเปล่าแล้วเท้าดำมากๆ ส่วน Shower Gel กับ Shampoo Conditioner ผมไม่แน่ใจว่ามันเหมือนกันได้ขนาดนั้นเลยหรอ
- ทะเลหน้ารีสอร์ทไม่เหมาะจะลงเล่นน้ำเพราะว่ามีหินอยู่ใต้น้ำจำนวนมาก
ผมติเยอะกว่าไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ผมยังประทับใจ วิจิตร รีสอร์ท มากๆมีโอกาสน่าจะได้กลับไปพักอีกครั้ง นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้จะไปเที่ยวภูเก็ตที่ผมอยากจะแนะนำครับ
ถ้าอยากเยี่ยมชมและรู้จัก วิจิตร รีสอร์ทให้มากกว่านี้เชิญที่ //www.vijittresort.com ครับ
ตอนต่อไป ..
ผมไม่ได้มาภูเก็ตแค่ 3 วันครับ ยังเหลืออีก 2 คืนที่ยังอยู่ในโปรแกรมเที่ยวครั้งนี้ ติดตามตอนต่อไปได้กับ Sri panwa Phuket ครับ( ออกตัวไว้ก่อนว่าคงแค่พาเยี่ยมชม ได้รูปน้อยมาก เพราะเวลาส่วนใหญ่เอาไปให้หวานใจครับ )
ปล. ขอบคุณสำหรับรูปถ่ายหลายๆรูปที่หวานใจเป็นคนถ่ายให้ บางรูปถ่ายสวยกว่าผมอีกครับ
ลาก่อน ... The Vijitt Resort Phuket ...

ฝากติดตามแฟนเพจผมได้ที่ https://www.facebook.com/travelholicbigboy นะครับ

หลังจากเมื่อคืนอิ่มหมีพลีมันไปกับ Sizzler ที่เซ็นทรัล เฟสฯมาแล้ว ตอนเช้าเลยตั้งใจว่าจะออกไปเดินย่อย แล้วก็ดูพระอาทิตย์ขึ้นซะหน่อย (อยู่กรุงเทพฯตื่น 10โมงทุกวัน เหอๆ)
อากาศเช้าๆเย็นกำลังดีครับ ไปหนาวไม่ร้อน แต่ลมก็ไม่พัดนะ

เดินถ่ายรูปลงมาเพลินๆ เช้าๆนี่เงียบเหงาดีจัง

ด้วยความที่รีสอร์ทนี้ วิลล่าแต่ละหลังอยู่ติดๆกันการจะเดินไปไหนเลยอาจจะต้องใช้แผนที่นี้ช่วยเหมือนกัน (แผนที่นี้จะมีอยู่หลายจุดเหมือนกันในรีสอร์ทครับ)

หันกลับไปมองทางที่เดินลงมาตะกี๊หน่อย ....... ตอนเดินขึ้นนี่เหนื่อยแน่ๆ


เดินต่อไปเรื่อยๆ นานๆตื่นเช้าทีอากาศดีจัง มองห้องพักติดๆกันนี่มันก็เพลินนะครับ

การจัดวางวิลล่าลงมาตามเนินเขามองแล้วเพลินตา มันก็ไม่ได้รกมากอย่างที่คิดนะครับ เสียตรงวิลล่าที่มี pool อยู่หน้าห้องบางหลังมันจะขาดความเป็นส่วนตัวไปบ้างครับ เพราะเห็นบางหลังสระอยู่ติดทางเดินเลยครับ

ต้นไม้ส่วนใหญ่กำลังรอการเติบโตครับ ผมว่าอีกซัก 2 ปีรีสอร์ทนี้จะร่มรื่นมากๆ

อย่างวิลล่าที่เห็น ถ้าเล่นๆน้ำอยู่อาจจะตกใจคนที่เดินมาตามถนนได้ แต่ว่าวิวสวยๆอาจจะทำให้เราลืมข้อนี้ไปได้ครับ

เดินลงมาถึงหน้าห้องอาหาร The Savoury ที่เดี๋ยวเราต้องมาทานมื้อเช้ากัน ข้างๆต้นนี้จะมีร้าน The Wine Cellar แต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยอ่ะครับ เพราะผมไม่ทานแอลกอฮอล์
พาข้ามห้องอาหารมาก่อนเพราะว่ายังไม่เปิดบริการ เดินเลยมาที่ชายหาดก่อนครับ

หันไปมองอีกฝั่งก็จะเป็นวิลล่าด้านหน้าที่ติดทะเล ราคาก็จะเพิ่มจากปกติทั่วไปครับ

ฟ้าสวยแต่เช้าเลยครับ อากาศดี๊ดี ..

รอเวลาพระอาทิตย์ขึ้นก็เลยถ่ายนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย

สำหรับกรุ๊ปใหญ่ๆมาหลายคนก็มีลานวอลเลย์บอลไว้ให้ออกกำลังกายกันด้วยครับ ขึงเน็ตกะต้นมะพร้าวเลยทีเดียว

กลับไปมองห้องอาหาร The Savoury เดี๋ยวจะมากินมื้อเช้ากัน ตอนนี้เริ่มมีพนักงานมาเตรียมบริการแล้วครับ

เดินลงมาที่ชายหาด ไม่รู้ว่าเรียกว่าหาดอะไร แต่เป็นส่วนหนึ่งของอ่าวฉลองครับ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นหาดราไวย์แต่ก็ยังไม่ถึงครับ หาดนี้ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำนะครับ เพราะมีหินใต้น้ำเยอะมาก เลยได้แต่ดูอย่างเดียว

เห็นต้นไม่ใหญ่ๆบนภูเขาต้นนั้นแล้วทำไมนึกถึงหนังเกาหลีไม่รู้ครับ เอาไว้ให้พระเอกกับนางเอกนัดเจอกัน ..


แล้วก็ได้เจอกับเจ้าถิ่นครับ เห็นผมเดินลงมาก็รีบวิ่งมาโชว์ตัวกันใหญ่ เล่นน้ำกันสนุกสนาน

โดยมีเจ้าตัวนี้กระโดดขึ้นมาเต๊ะท่ามองดูลูกน้อง บอกให้เรารู้ว่า "ข้าเป็นจ่าฝูงนะเฟ๊ยยยย"

เริ่มนอกเรื่องมากไป กลับมาอีกทีแสงแรกของวันก็มาแล้วครับ

เสียดายที่ชายหาดนี้ทรายเป็นเม็ดใหญ่ แต่ยังไงวิวก็สวยอยู่ดีนะผมว่า

นั่งเล่นอยู่ซักพักก็ได้เวลาเดินไปดูส่วนอื่นๆกันต่อครับ

ก่อนจะไปเดินกันต่อผมเอาแผนที่ของรีสอร์ทมาให้ดูคราวๆจะได้นึกภาพกันออกครับ
ห้องผมอยู่ในรูปดาว ไกลสุดเลยอ่ะครับ (จริงๆไม่ไกลจากทะเลมาก แต่เดินกลับห้องเหนื่อยมาก 555)

กลับมาที่สระว่ายน้ำที่อยู่ข้างๆ The Savoury ครับ

เห็นเช้าๆแบบนี้อย่าคิดว่าไม่มีคนว่ายนะครับ เมื่อตอนเดินผ่านไปรอบแรกเห็นญี่ปุ่นหรือเกาหลีเนี่ยล่ะมาว่ายอยู่ครับ

เดินเก็บภาพไปเรื่อยๆ

อยากจะกระโดดลงไปเองเหมือนกันนะครับ

แต่อยู่หลังเลนส์ก็มีความสุขมาเหมือนกัน เดินเก็บภาพต่อดีกว่า ..


วิลล่าหน้าชายหาดมีอยู่ 9 หลังครับ
เป็น Deluxe Beach Front Villas 5 หลัง
เป็น Vijitt Pool Villas 4 หลังครับ

Deluxe Beach Front Villas ครับ

ข้างในก็คงเหมือนห้องของผมผิดกันตรงอยู่หน้าหาดอ่ะครับ

เดินมาเรื่อยๆก็มาเจอกับห้องอาหาร บ้านวิจิตร ซึ่งจะเปิดเฉพาะมื้อเย็นครับ

เป็นบ้านสไตล์ Sino-Portuguese แท้ๆครับ และคิดว่าน่าจะเป็นบ้านเก่าที่เอามาทำเป็นห้องอาหารจริงๆด้วยครับ

เดินเลยไปอีกนิดจะเป็น Vijitt Pool Villas ครับแต่ต้องขอโทษด้วยเพราะผมไม่ได้เดินไปถ่ายอ่ะครับ
เลยเดินตัดขึ้นมาด้านบนบ้าง ตรงนี้ก็จะเป็น Deluxe Sea View Villa ครับ 
เดินมาถึงส่วนที่จะเดินขึ้นไปตรง Shop ของทางรีสอร์ทซึ่งจะเห็นอยู่ทั้ง2ฝั่งของบันไดครับ

ส่วนที่เห็นหลังคาทางด้านขวาก็จะเป็นส่วนที่เรียกว่า The Rotunda ครับ
จะเป็นศูนย์รวมของ The Rotunda Cafe' , Kids Krub(Kids Club) มีห้องดูภาพยนต์ ห้องเกมส์ ห้องอินเตอร์เน็ต สระว่ายน้ำสำหรับคุณหนูๆ ฟิตเนส อะไรประมาณนี้อ่ะครับ แต่ผมก็ไม่ได้เข้าไปถ่ายรูปตามเคยเพราะว่าตอนผมเดินไปยังไม่เปิดอ่ะครับ ขอโทษนะครับ

นี่ก็จะเป็นส่วนขายของที่ระลึกครับ ไปเช้ายังไม่เปิดซักที่ เหอๆ

นี่ก็อีกฝั่งอ่ะครับ

เดินมาดูมุมด้านบนอีกทีครับ ถ้าฟ้าใสๆวิวนี้สวยมากครับ

ถนนนี้เดินต่อไปเรื่อยๆก็จะขึ้นไปถึงล็อบบี้อ่ะครับ ต้นไม้เยอะเหมือนกันนะครับ

พาเดินชมรอบๆรีสอร์ทครับ

ถึงจะติดๆกันแต่ก็ยังดูน่าพักนะครับ พอเข้าไปในห้องก็เป็นโลกของเราแล้ว

แบบนี้ล่ะครับที่บอกว่าบางทีมันดูไม่เป็นส่วนตัวเท่าไหร่ pool หน้าห้องเราคนอื่นก็เห็นนะครับ

ร่มรื่นพอสมควร รอต้นไม่โตอีกหน่อยครับ

เดินถ่ายกันจนเพลินเลยล่ะครับ

ร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อน

เดินมาจนถึงวิลล่าหลังสุดท้าย วิลล่า 92 ซึ่งอยู่บนสุดใกล้กับล๊อบบี้ที่สุดครับ

มองลงไปก็จะเห็นแบบนี้

ต่อไปจะพาไปต่อที่สปาที่มีชื่อว่า The V Spa นะครับ

มีอ่างไว้ให้แช่ตัวครับ เค้าเรียกกันว่าอะไรก็ไม่รู้เพราะผมไม่ถนัดเรื่องสปาเลยครับ

แช่ไปมองวิวสวยๆไป อะไรจะมีความสุขเท่า ...

ศาลาแต่ละหลังจะไล่ละดับกันลงไป มีทั้งศาลาแช่ตัว ศาลานวดตัว

บรรยากาศสบายๆ ชมนกชมไม้ไปเรื่อยเปื่อย

จากมุมนี้จริงๆก็มองเห็นทะเลนะครับ แต่เนื่องจากผมมีเวลามาถ่ายตอนเช้าซึ่งมันจะต้องถ่ายย้อนแสงก็เลยมองฟ้าเป็นสีขาวๆสว่างไปหมด

มุมกว้างๆจาก The V Spa ครับ

นอนนวดกันได้เพลินเลยล่ะครับ

มองจากด้านล่างขึ้นไปครับ

เดินขึ้นๆลงๆจนเหนื่อย ว่าจะเดินกลับไปปลุกหวานใจอาบน้ำไปกินอาหารเช้า พอดีเจอรถบั๊กกี๊ผ่านมาพอดีเลยโบกให้ไปส่งถึงห้องประหยัดเวลาและแรงงานด้วยครับ

นอนอาบแดดหน้าห้องก็ไม่เลวนะครับ แต่คนไทยอย่างเราๆคงไม่ชอบเนอะ

วิลล่าของผมก็เห็นทะเลนะคร๊าบบบ See View เห็นป่าว ไม่ใช่ Sea View 555

เก็บภาพไปเรื่อย จนหวานใจประชดมาว่าขนาดหมามันยังถ่าย รูปแฟนมีไม่ถึงร้อย รูปวิวล่อไป 600-700 รูป


ว่าแล้วก็เดินออกไปกินกันดีกว่า พูดเรื่องถ่ายวิวเดี๋ยวยาว

อาหารที่มีให้หลากหลายเหมือนกันครับ มีทั้งข้าวต้มกุ๊ย ที่มีเครื่องเคียงเป็นพวกไข่เค็ม กุนเชียง ยำผักกาดดอง ฯลฯ มีอาหารฝรั่งทั่วๆไปตามโรงแรมที่เราคุ้นเคย มีขนมปังอันนี้เยอะมากสารพัดชนิดเลยครับ ไปดูกันดีกว่า

ต้องขอโทษบางคนที่คิดว่าจะมีรูปอาหารเยอะๆ เพราะผมเก่งกินมากกว่าถ่ายครับ เลยได้ภาพมาน้อย อย่าว่ากันนะครับ

โพสเองหิวเองซะแล้ว ...

ผัดซีอิ้วก็มีครับ แต่ผมไม่ได้สนใจแม้แต่นิดเดียว ..

เพราะผมเล็งไปที่อันนี้ไว้แล้ววววววว

แถมอันนี้อีกอัน วันแรกอร่อยมาก แต่ทำไมวันที่สองเค็มมากไม่รู้อ่ะครับ

ขนมปังเอามาให้ดูจานเดียวพอ ถ้าไปดูรูปโต๊ะวางอาหารข้างบน ด้านซ้ยที่เป็นฝาชีทั้งหมดเป็นเหลาขนมปังทั้งนั้นเลยครับ หลากหลายมากมายจริงๆครับ

รังผึ้งสดๆ เค้าเอามากินกะอะไรอ่ะครับ บอกที ... (อายจังไม่รู้อ่ะ)


เดินไปดูในห้องกันบ้าง ในนี้จะมีน้ำหลากหลายชนิด นมสด น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำองุ่น หรือจะให้พนักงานปั่นหรือคั้นน้ำผลไม้อื่นๆให้ก็ได้ครับ แต่ผมไม่ได้สนใจแล้วเพราะอาหารรอบนโต๊ะเรียบร้อย
เอาโยเกิร์ตมายั่วครับ

รูปสุดท้ายของอาหารก่อนผมจะรีบไปทานของที่รอบนโต๊ะครับ
สลัดสดๆ

เอารูปดอกไม้บนโต๊ะไปแทนนะครับ ถ้าแพนกล้องมาทางขวาก็จะเห็นอาหารเต็มโต๊ะ มันยั่ว(ผมเอง)อ่ะ 555


ส่วนรับประทานอาหารจะมี 2 แบบทั้งแบบในห้องแอร์ และแบบ Open Air ครับ อันนี้ในห้องแอร์

มีเก้าอี้สำหรับคุณหนูๆบริการด้วยครับ

ทานกันเพลินจนหมดเวลาอาหารเช้า เค้าก็เริ่มมาจัดโต๊ะสำหรับอาหารกลางวันครับ

สีแก้วได้ใจมากมาย เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ทานอาหารมื้ออื่นในรีสอร์ทนอกจากมื้อเช้าทั้ง 2 วัน

ถัดออกมาจาก The Savoury ที่เรานั่งทานอาหารเช้ากัน ก็จะเป็น The Beach Bar ครับ แค่เห็นผมก็เดินเซแล้วอ่ะ


เอาไปอีกรูป ตอนนี้ตี 2 เผยแพร่ได้ไม่โดนแบน หุหุ

บรรยากาศสำหรับนั่งกึ่ม เอ๊ย!!! สำหรับนั่งจิบไปชมวิวไปครับ

อีกมุมครับ

ถ่ายเรื่อยเปื่อย

มองออกไปก็จะเห็นสระน้ำ ยังไม่ค่อยมีฝรั่งออกมาอาบแดดเท่าไหร่

เป็นปาปารัสซี่ซะหน่อย

ในสระมีฟองอากาศพุ่งออกมานวดตัวซะด้วย เสียดายไม่ได้ลงไปเล่นเลย

เสียดายที่ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะหินเยอะจริงๆ ลงไปคงได้เลือดแน่ๆ

ฝักบัวอาบน้ำข้างสระ

จะมีทางเดินลงไปที่ชายหาดครับ

มีศาลาไว้สำหรับนวดครับ แล้วยังมีเรือคยักให้บริการด้วยครับ

สรุป ...
The Vijitt Resort Phuket เป็นรีสอร์ทเก่าแก่แห่งนึงครับ น่าจะเปิดมาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่ก่อนชื่อวิจิตร บังกะโล ก่อนจะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่และเปิดให้บริการได้ไม่นานครับ
การเดินทางจากตัวเมืองก็สะดวกสบายน่าจะใช้เวลาจากตัวเมืองประมาณ 15-20 นาทีลงมาทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต ขับรถผ่านวงเวียน 5 แยกฉลองผ่านวัดฉลอง มาทางเดียวกับทางไปแหลมพรหมเทพ ทางเข้ารีสอร์ทจะอยู่บนเนินเขาก่อนถึงหาดราไวย์ซักเกือบๆ 2 กิโลเมตร ถึงแม้จะมีป้ายบอกข้างทางก่อนถึงผมก็ขับรถเลยอยู่หลายรอบเหมือนกัน
ส่วนตัวผมประทับใจตั้งแต่เห็นครั้งแรกทางอินเตอร์เน็ต พอมาเจอราคาตอนงานไทยเที่ยวไทยก็รีบซื้อเลยครับ แพ็คเกจที่ซื้อตอนนั้นคือ 3 วัน 2 คืนห้อง Deluxe Villas ราคา 5990 บาทแล้วยังได้ลดอีก 10%จากการใช้บัตร HSBC รูดอีกด้วย สำหรับผมถือว่าคุ้มค่าครับ ส่วนพนักงานยิ้มแย้มแจ่มใสดี เราสามารถเรียกรถบั๊กกี๊ให้มารับไปส่งส่วนไหนภายในรีสอร์ทก็ได้ตลอดเวลาครับ
มาดู"ข้อดี"ของรีสอร์ทนี้กัน
- ถ้าต้องการห้องพักแบบวิลล่า ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งครับเพราะห้องพักที่นี่เป็นวิลล่าสวนตัวทุกหลัง
- ราคาถูกถ้าเที่ยบกับบ้านพักแบบวิลล่าที่ได้
- อาหารเช้ามีมาให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะผู้ที่ชอบอาหารฝรั่ง
- เงียบสงบ วิวทะเลหน้าชายหาดของรีสอร์ทสวยงาม เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆครับ
- เป็นรีสอร์ทที่ถือว่าร่มรื่นครับ ต้นไม้แม้จะยังโตไม่เต็มที่แต่ก็ดูแล้วสบายตา
- ให้จอดรถด้านหน้ารีสอร์ท ไม่สามารถเอารถเข้ามาถึงวิลล่าได้ทำให้มีความเงียบสงบอย่างมากครับ
ส่วน "ข้อเสีย"
- วิลล่ามีมากถึง 92 หลัง ทำให้อาจจะดูแออัดไปบ้าง
- ถ้าใช้การเดินไปยังจุดต่างๆในรีสอร์ท อาจจะไม่สะดวกนักโดยเฉพาะคนชรา เพราะต้องเดินขึ้นๆ ลงๆเนินครับ
- วิลล่าแต่ละหลังอาจจะขาดความเป็นส่วนตัวไปบ้างเพราะความที่อยู่ติดกันมากและทางเดินตัดผ่านด้านหน้า-หลังวิลล่า
- ส่วนของห้องน้ำ น้ำไหลอ่อย(ไม่รู้เป็นเฉพาะวิลล่าผมหรือเปล่า) ที่อาบน้ำด้านนอกดูไม่ค่อยปลอดภัย อาจจะมองเห็นจากด้านนอกได้ ไม่มีสายชำระตรงชักโครก
- ด้วยความที่เป็นธรรมชาติมาก อาจจะมีแมลงรบกวนในวิลล่าบ้าง ทั้งยุง มด และแมลงอื่นๆ
- อยากให้แม่บ้านดูแลให้ดีกว่านี้ หวานใจผมบังคับให้ใส่รองเท้า slippers ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องเพราะว่าเดินเท้าเปล่าแล้วเท้าดำมากๆ ส่วน Shower Gel กับ Shampoo Conditioner ผมไม่แน่ใจว่ามันเหมือนกันได้ขนาดนั้นเลยหรอ
- ทะเลหน้ารีสอร์ทไม่เหมาะจะลงเล่นน้ำเพราะว่ามีหินอยู่ใต้น้ำจำนวนมาก
ผมติเยอะกว่าไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ผมยังประทับใจ วิจิตร รีสอร์ท มากๆมีโอกาสน่าจะได้กลับไปพักอีกครั้ง นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้จะไปเที่ยวภูเก็ตที่ผมอยากจะแนะนำครับ
ถ้าอยากเยี่ยมชมและรู้จัก วิจิตร รีสอร์ทให้มากกว่านี้เชิญที่ //www.vijittresort.com ครับ
ตอนต่อไป ..
ผมไม่ได้มาภูเก็ตแค่ 3 วันครับ ยังเหลืออีก 2 คืนที่ยังอยู่ในโปรแกรมเที่ยวครั้งนี้ ติดตามตอนต่อไปได้กับ Sri panwa Phuket ครับ( ออกตัวไว้ก่อนว่าคงแค่พาเยี่ยมชม ได้รูปน้อยมาก เพราะเวลาส่วนใหญ่เอาไปให้หวานใจครับ )
ปล. ขอบคุณสำหรับรูปถ่ายหลายๆรูปที่หวานใจเป็นคนถ่ายให้ บางรูปถ่ายสวยกว่าผมอีกครับ
ลาก่อน ... The Vijitt Resort Phuket ...

ฝากติดตามแฟนเพจผมได้ที่ https://www.facebook.com/travelholicbigboy นะครับ
Create Date :14 มกราคม 2557
Last Update :9 มิถุนายน 2557 18:32:04 น.
Counter : 1288 Pageviews.
Comments :1
- Comment
โดย: Kavanich96