Review : รักสุดใจเซรั่มปั๊มผิวให้อิ่มเด้งฟู Hydro-Plumping Re-Texturizing Serum Concentrate
พูดถึงการเลือกสกินแคร์คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงประเภทของการแก้ปัญหาผิว
ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มลดเลือนริ้วรอย กลุ่มไวท์เทนนิ่งเพื่อความกระจ่างใส
กลุ่มลดปัญหาการเกิดสิว กลุ่มสำหรับผิวแพ้ง่าย

แต่น้อยคนที่จะมองหา "กลุ่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื่น"
เพราะส่วนนึงเค้าว่าเราคาดหวังที่ผลลัพธ์จากชื่อประเภทของสกินแคร์มากไป
เลยรู้สึกอ่าเนอะว่าก็แค่เติมความชุ่มชื่นมันดูไม่น่าลงทุนเท่าไหร่

ซึ่งสิ่งที่เค้าพยายามเน้นย้ำมาให้ตล๊อด ตลอด ในเวลาหลายปีนี้
ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ผิวเราต้องการมีแค่ 3 อย่างเท่านั้นเอง คือ
1. การรักษาความสะอาด
2. การเติมความชุ่มชื่น
3. การปกป้องจากแสงแดด

การรักษาความสะอาดก็รู้กันอยู่แล้วว่าปัญหาการอุดตัน ปัญหาสิว
ล้วนเกิดจากมีสิ่งสกปรกลงไปอุดตันอยู่แล้ว ถ้าเคลียร์สิ่งอุดตันได้สิวก็ลดลด
ส่วนการปกป้องจากแสงแดดแน่นอนว่าช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหมองคล้ำ
ไม่ให้มีฝ้ากระ รวมถึงช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยจากการทำลายของรังสียูวีด้วย



ทีนี้มาว่ากันเรื่อง ความชุ่มชื่นว่าสำคัญอย่างไร?

อยากจะบอกว่าปัญหาที่ทุกคนกังวลคือ "ริ้วรอย" แก้ได้ง่ายสุดที่ต้นเหตุ
นั่นก็คือการเติมความชุ่มชื่นให้กับผิว! เพราะผิวที่เหี่ยวย่นเกิดจากการที่ผิวขาดความยืดหยุ่น
ซึ่งความยืดหยุ่นในผิวนั้นเกิดจากเซลล์มีความชุ่มชื่นจึงเต่งตึงสวยงาม
แม้จะมีการแสดงอารมณ์หรือสีหน้าแต่ผิวก็ยังสามารถฟื้นคืนสู่สภาพเดิมได้
แต่ถ้าผิวที่ไม่ชุ่มชื่นขาดความยืดหยุ่นพอย่นแล้วมันย่นเลยกู้คืนไม่รอดนะฮะ

ลองจินตนาการกันง่ายๆสมมติว่าผิวเราเป็นลูกโป่ง
ถ้าใส่น้ำจนเต็มลูกโป่งก็จะเต่งตึงดูสวยงาม แต่ถ้าเอาน้ำออกผิวที่เคยเต่งก็จะเหี่ยว
เห็นภาพชัดเจนเนอะ ดังนั้นเลยบอกว่าความชุ่มชื่นเนี่ยสำคัญที่สุดดดดด!!!
ถ้าดูแลผิวให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอผิวก็จะเกิดริ้วรอยก่อนวัยช้ากว่าคนอื่นค่ะ
บอกเลยนะว่าริ้วรอยเป็นสิ่งที่ควรป้องกันไม่ใช่มาแก้ไข
เพราะริ้วรอยที่เกิดแล้วมันจัดการยากมากและกลับไปเนียนเรียบเท่าเดิมไม่ได้ 100%
คิดดูสิฉีดฟิลเลอร์เอายังไม่รอดเลยอยู่ได้แค่ปีเดียวแล้วครีมอะไรจะทาเพื่อเติมร่องได้ถาวร
ยืนยันคำเดิมว่าสำหรับริ้วรอยแล้ว กันไว้ดีกว่าแก้ นะจ๊ะ

แต่เค้ารู้สึกดีนะว่าช่วงหลังๆคนเริ่มหันมาสนใจเรื่องความชุ่มชื่นมากขึ้น
เราจะคุ้นคำว่า "เติมน้ำให้ผิว" กันบ่อยขึ้น เพราะกระแสโลกกำลังเปลี่ยน
โอ้วดูยิ่งใหญ่เนอะ555 แต่นี่คือเรื่องจริงจากหลายการวิจัย
ไม่ว่าเชื้อชาติไหน เพศไหน ก็อยากมี ผิวเต่งตึง อิ่มเอิบ กระจ่างใสแบบผิวเด็ก (Baby Skin)
ซึ่งสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดก็คือการบำรุงโดยเน้นในเรื่องการให้ความชุ่มชื่นผิวนั่นเอง

แถมให้อีกนิดใครที่มีปัญหาผิวมันมากบอกเลยว่าความชุ่มชื่นก็ช่วยคุณได้
กลไกร่างกายเราสร้างน้ำมันออกมาเคลือบผิวเพื่อกันความชุ่มชื่นระเหยออก
เมื่อผิวขาดความชุ่มชื่นน้ำในผิวน้อย ร่างกายก็จะยิ่งผลิตน้ำมันเยอะขึ้นๆๆๆ
เพื่อเคลือบผิวป้องกันความชุ่มชื่นที่เหลือน้อยนั้นไม่ให้ระเหยออกไป
ซึ่งจะสังเกตได้ว่าผิวมันเยิ้มแบบทอดไข่ได้ แต่ผิวจะดูกร้านๆไม่เต่งตึงไม่สดใส
ดังนั้นถ้าเราบาลานซ์ระดับความชุ่มชื่นผิวได้ดี ปริมาณน้ำมันส่วนเกินก็จะลดลดนั่นเอง
และสุดท้ายสำหรับใครที่มีปัญหาผิวอ่อนแอ แพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย
บอกเลยความชุ่มชื่นนี่ห้ามลืมเด็ดขาด เพราะผิวเราจะไวต่อสิ่งเร้ามากขึ้นเมื่อผิวขาดความชุ่มชื่น!

----------------------------------------------------------------------------------------------

ร่ายมาซะยาวเพราะอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจกลไกง่ายๆของผิวกันก่อน
จะได้หันมาเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวได้มากขึ้นเนอะ
ซึ่งในบล็อคนี้จะมารีวิวสกินแคร์ตัวนึงที่เป็นกลุ่มเติมความชุ่มชื่นนี่แหละ
ขอบอกเลยว่าเค้าปลาบปลื้มมาก เป็นคนอินเลิฟกับอะไรที่เติมน้ำให้ผิวอยู่แล้ว
เพราะเป็นคนผิวแห้ง สกินแคร์ที่ใช้จะต้องมีตัวที่เน้นเรื่องความชุ่มชื่นอย่างน้อยหนึ่งตัว
พอเจอตัวที่ตอบโจทย์มันก็ฟินนะ เกริ่นซะอลังเอาว่าดียังไงไปดูกัน!



KIEHL'S
Hydro-Plumping
Re-Texturizing Serum Concentrate

---------------------------------------------------------

ขนาด 50 มล. ราคา 2,500 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Dermatologist Solutions ของคีลส์ที่มุ่งตรงเข้าแก้ไข
*ปัญหาผิวแห้งขาดน้ำสาเหตุหนึ่งจากอายุที่มากขึ้น (Age-Related Dehydration)
หนึ่งในสาเหตุประการสำคัญที่ทำให้ผิวดูร่วงโรย เมื่อใช้ต่อเนื่องเพียง 7 วัน
จะเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึง 7 ประการ
ทั้งผิว “Plump” ฟู ดูอิ่มเอิบ, ริ้วรอยดูลดเลือนลง, ผิวดูเรียบเนียน,
ผิวแลดูอ่อนเยาว์, ผิวดูชุ่มชื่น, ผิวดูเปล่งปลั่ง และผิวรู้สึกนุ่ม
และเมื่อใช้ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์จะให้ผิวที่ “Plump” อิ่มเอิบ เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ราว baby face
โดยผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเสริมความชุ่มชื้นที่คงอยู่ต่อเนื่องได้นานถึง 72 ชั่วโมง
และการทดสอบ **การซึมผ่านผิวสูงสุด 10 ระดับ ในผิวชั้นนอกสุด (Stratum Corneum) 

*เมื่ออายุมากขึ้น ความเข้มข้นของโมเลกุลยึดเหนี่ยวความชุ่มชื้นภายในผิวลดลงเรื่อยๆ
เปิดโอกาสให้ความชุ่มชื้นที่จำเป็นเล็ดลอดจากผิว ผิวจึงมีแนวโน้ม
แสดงสัญญาณของภาวะผิวขาดน้ำเนื่องจากอายุที่มากขึ้นให้เห็น

**ผิวชั้นนอกระดับบนสุด (stratum corneum) ที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพ
ควรอุ้มน้ำไว้ร้อยละ 10-15 หากต่ำกว่าร้อยละ 10 ผิวจะแห้ง
เมื่อผิวชั้นนอกระดับบนสุดแห้งขาดน้ำ น้ำในผิวที่อยู่ลึกลงไป
จะเคลื่อนตัวขึ้นไปทดแทนส่งผลให้ความชุ่มชื้นภายในผิวเสียสมดุล
ภาวะเสียสมดุลนี้ทำให้ผิวดูหยาบ อิดโรย หมองคล้ำ
มองเห็นริ้วรอยชัดขึ้น ไวต่อความร่วงโรย และดูแก่กว่าอายุผิวจริง




ลักษณะเป็นขวดพลาสติกสีขาวทึบแสงมีหัวปั๊ม
เป็นบรรจุภัณฑ์ในอุดมคติเลย คือป้องกันการเสื่อม
จากแสง อากาศ และจากมือในการควักป้ายได้ดี
ขวดน้ำหนักเบาด้วยพกพาง่าย แต่ข้อเสียอย่างนึง
คือขวดเป็นแบบเปิดไม่ได้น่าเป็นขวดหัวปั๊มแบบสุญญากาศ
ทำให้มองไม่เห็นว่าใช้หมดแบบเกลี้ยงจริงรึเปล่า
แม้หัวปั๊มจะทำมาในลักษณะที่ปั๊มได้หมดขวด
แต่มันเป็นความรู้สึกทางใจอ่านะ ว่าอยากปาดในขวดให้เกลี้ยงจริง555



ว่ากันด้วยเรื่องของส่วนผสม.....

จากข้อมูลเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์กล่าวว่ามีส่วนผสมของ
โมเลกุลน้ำอยู่มากที่สุดถึง 85%
ของเนื้อผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
ซึ่งส่วนผสมต่อมาที่มีมากเป็นอันดับสองคือ Glycerin โดยเค้าเคลมว่า
เป็น กลีเซอรินจากพืช (Plant-based glycerin)
ที่สกัดจาก ผลปาล์ม เรปซีด (rapeseed) และมะพร้าว ที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น
เสมือนเป็น“แม่เหล็กดูดความชุ่มชื้น”  คือนอกจากจะให้ความชุ่มชื่นและกักเก็บได้ดีแล้ว
ยังมีคุณสมบัติในการช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิว ทำให้ผิวอุ้มน้ำได้ดีความยืดหยุ่นผิวจึงมีมากขึ้น
รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการลำเลียงน้ำให้กระจายไปยังยังเซลล์ผิวชั้นนอกได้ดีขึ้น

สารอื่นๆที่ใส่มาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นก็มี
Propanediol
ที่สกัดจากข้าวโพด, Butylene Glycol

ส่วนผสมอื่นๆที่ตามมาก็มีกลุ่มซิลิโคน Dimethicone
ที่ใช้เป็นเบสของสกินแคร์เกือบทุกตัว ไม่มีอันตรายใดๆค่าการอุดตันต่ำมาก
รวมถึง Polymethylsilsesquioxane เป็นซิลิโคนเกรดสูง
ช่วยให้ผิวเรียบเนียนลื่นเป็นฟิลม์เคลือบผิวกักเก็บความชุ่มชื่นไว้

อีกหนึ่งตัวชูโรงคือ สารสกัดจากใบชิโสะ (Shiso Leaf Extract)
ชื่อในส่วนผสมคือ
Perilla Ocymoides Extract / Perilla Ocymoides Leaf Extract
ทำหน้าที่ช่วยตรึงความชุ่มชื้นไว้กับผิว เปรียบง่ายๆเหมือนเป็นสมอเรือ
ที่ช่วยยึดความชุ่มชื่นให้อยู่กับผิวได้นานขึ้น ซึ่งความชุ่มชื่นหลักที่มีในผิวอย่าที่เรารู้กันคือ
ไฮยาลูรอนึกแอซิด โดยเมื่ออายุมากขึ้นสารนี้ในผิวจะน้อยลง
สารสกัดจากใบชิโสะจึงไปช่วยยึดเจ้าไฮย่านี้ให้ตรึงอยู่กับผิวเราได้มากขึ้น
นอกจากนี้หลายงานวิจัยยังพบว่าสารสกัดจากใบชิโสะ
ช่วยต้านการระคายเคือง ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระได้ด้วย
และส่วนผสมใกล้ๆกันคือ Adenosine ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยลดเลือนริ้วรอย
แต่ทั้งสองเป็นส่วนผสมที่ใส่มาในอันดับท้ายๆ จึงจัดว่ามีปริมาณน้อยมาก
อาจจะคาดหวังผลในเชิงของผลลัพธ์ต่างๆที่กล่าวมากไม่ได้เท่าใดนัก

สารกันเสียคือ
Phenoxyethanol, Chlorphenesin
และมี Disodium EDTA ที่ช่วยจับโลหะหนักเพื่อไม่ให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมเร็ว
เป็นการช่วยเสริมการทำงานของสารกันเสีย   

***ข้อดีข้อเด่นมากๆคือ ไม่มี แอลกอฮอล์ , น้ำหอม , มิเนอรัลออย และพาราเบน
ใครผิวระคายเคืองง่ายสบายใจได้เลยค่ะมีความเสี่ยงที่จะแพ้ค่อนข้างต่ำมากจ้า




ลักษณะเนื้อและกลิ่น

ตามส่วนผสมอย่างที่ทราบแล้วว่าไม่มีน้ำหอมดังนั้นจึงไม่มีกลิ่นนะฮะ
ส่วนเนื้อเป็นสีขาวขุ่น กดออกมาลักษณะจะเป็นเนื้อแบบซิลิโคนเจล
แต่ พอเกลี่ยจะแตกตัวบนผิวกลายเป็นน้ำ เลย
ตอนที่เกลี่ยไปบนผิวจะรู้สึกเย็นๆสดชื่นๆ ที่สำคัญซึมไวมากกกก!!!
ใครกังวลว่าใส่กลีเซรินมาเยอะจะข้นเกินไปหรือทำให้รู้สึกเหนอะหนะไหม
ตอบให้เลยว่าไม่ พอซึมแล้วไม่มีความเหนอะเหลือแม้แต่น้อย

และรู้สึกว่าเหมือนมีฟิลม์บางๆเคลือบผิวอยู่โดยไม่รู้สึกหนักหน้า
หลังทาสัมผัสได้ว่าผิวจะนุ่มๆหยุ่นๆขึ้น รู้สึกเลยว่าผิวได้รับความชุ่มชื่นจริงๆ
แต่อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนบุคคลนะ เค้าเองผิวแห้งถ้าเนื้อมันชุ่มผิวจะดูอิ่มขึ้นทันตาเลย



ขั้นตอนการใช้


อันนี้สำคัญมากหลายคนจะงงๆว่าสกินแคร์แต่ละอันควรใช้อันไหนก่อนหลัง
ซึ่งถ้าเรียงการใช้ไม่ถูกต้องก็จะทำให้เราได้ประสิทธิภาพไม่เต็มที่ด้วยนะ!
วิธีการเรียงง่ายๆแบบกันงงของเค้าคือดูตามความเข้มข้น อันไหนเหลวกว่าทาก่อน
สำหรับตัวนี้เค้าแนะนำให้ใช้เป็น เซรั่มในขั้นตอนแรกสุด ก่อนใช้สกินแคร์อื่นๆ
ปริมาณการใช้แล้วแต่ขนาดใบหน้าและความพอใจ
เค้าเองใช้อยู่ที่ 2-3 ปั๊มทาหน้าแล้วลูบมาที่คอด้วยจ้า
ห้ามลืมเด็ดขาดนะเพราะคอเป็นจุดที่เหี่ยวไวเหี่ยวชัดยิ่งกว่าหน้าอีกนะเออ



สมมติปกติเค้าล้างหน้า ตามด้วยเอสเซนส์น้ำๆแบบตบๆ
ตัวนี้ก็จะใช้หลังเอสเซนส์โดยทาก่อนลงเซรั่มตัวอื่นนั่นเอง
ซึ่งเนื้อตัวนี้บางเบาและซึมไวมากไม่ต้องกลัวฮะ
เค้าเองใช้สกินแคร์เป็นสิบสเต็ปทาหลังตัวนี้ก็ซึมได้หมด

-------------------------------------------------------------------------------------

จะบอกว่ามันดีมันชุ่มด้วยปากเปล่าก็กระไรเลยทำการทดลองมาฝากกัน
ด้วยการวัดผิวด้วยเครื่องวัดความชุ่มชื่น โดยทดลอง 2 แบบ
ระหว่างใช้ 
KIEHL'S Hydro-Plumping Re-Texturizing
Serum Concentrate
ทาเดี่ยวๆ กับ ใช้ร่วมกับสกินแคร์อื่นๆที่ใช้อยู่
โดยจะวัดหลังทาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนเข้านอน
ซึ่งเค้านอนห้องแอร์ที่จะทำให้ผิวเสียความชุ่มชื่นได้มาก
และวัดอีกครั้งนึงตอนตื่นนอน จุดที่วัดคือบริเวณแก้มที่แห้งง่าย

ค่าความชุ่มชื่นของผิวบริเวณแก้มที่มีความชุ่มชื่นดี
ควรมีค่าประมาณ 40% ขึ้นไป

ผลการทดลองจะเป็นอย่างไรไปดูชมกันค่ะ



ทา
KIEHL'S Hydro-Plumping Re-Texturizing
Serum Concentrate
เพียงอย่างเดียว

ก่อนเข้านอน 47.0%
หลังตื่นนอน 41.8%
ค่าความชุ่มชื่นลดลง 5.2%




ทา
KIEHL'S Hydro-Plumping Re-Texturizing
Serum Concentrate
ร่วมกับสกินแคร์ปกติที่ใช้อยู่


ก่อนเข้านอน 51.7%
หลังตื่นนอน 47.4%
ค่าความชุ่มชื่นลดลง 4.3%




สรุปจากผลการทดลองด้านบนจะเห็นได้ว่าเมื่อใช้
KIEHL'S Hydro-Plumping Re-Texturizing
Serum Concentrate
ควบคู่กับสกินแคร์อื่นๆ
ค่าความชุ่มชื่นจะลดลงในเปอร์เซ็นต์ที่ใช้น้อยกว่าการใช้เซรั่มตัวนี้เดี่ยวๆ

แต่ทั้งสองการทดลองแสดงให้เห็นว่าค่าความชุ่มชื่นผิว
จัดว่าลดลงน้อยมากพียง 5.2 และ 4.3 % เท่านั้น
ซึ่งค่าความชุ่มชื่นผิวในตอนเช้าพบว่า
ยังอยู่ในเปอร์เซ็นต์ของผิวที่มีความชุ่มชื่นดีอยู่
แสดงให้เห็นว่าคุณสมบัติตามคำเคลมว่า
ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นได้ยาวนานนั้นมีประสิทธิภาพดีจริง
ซึ่งโดยปกติแล้วการอยู่ในห้องแอร์นานกว่า 8 ชั่วโมง
ผิวจะเสียความชุ่มชื่นมากถึง 10-15% จนอยู่ในสภาพผิวที่แห้งขาดน้ำ

ถ้าใครไม่ได้มีปัญหาว่าผิวแห้งมาก ไม่ชอบความเหนอะหนะจะใช้ตัวนี้อย่างเดียวก็ได้
โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่ขี้เกียจหลายขั้นตอน ถือว่าตัวนี้ก็ชุ่มชื่นดี
ส่วนคนที่มีผิวผสมหรือผิวแห้งแบบเค้าแนะนำว่าใช้ควบคู่กับสกินแคร์อื่นๆ
ตัวเซรั่มจะช่วยเสริมประสิทธิภาพสกินแคร์อื่นๆทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื่นได้ดีกว่าค่ะ

เค้าลองวัดค่าความชุ่มชื่นแบบหลังเมคอัพด้วย
คือทาสกินแคร์ครบขั้นตอน แต่งหน้าแล้วไปลั้นลาทั้งวันสิริรวมกว่าสิบชั่วโมง
มาวัดค่าความชุ่มชื่นตอนกลับบ้านเทสมาสามครั้งอยู่ที่ 50% up  ทุกครั้ง
นี่ขนาดสภาพผิวเค้าเป็นคนผิวค่อนข้างแห้งนะแต่วัดค่ามาได้ค่าดีมากแบบคนผิวธรรมดา เริ่ดอ้ะ!

เทคนิคการทาเค้าไม่แนะนำให้แต้ม 5 จุด เลย
เพราะบริเวณจุดที่ผิวแห้งคือแก้ม แต่เราดันไปแต้มเยอะในจุดทีโซนที่ผิวมัน
เลยทำให้แก้มได้รับความชุ่มชื่นไม่เพียงพอแต่จุดที่มันได้รับความชุ่มชื่นมากไป
วิธีทาของเค้าคือกดเซรั่มออกมาวอร์มให้เข้ากันแล้วทาที่แก้มก่อนส่วนที่เหลือค่อยทาทีโซนจ้า



สรุปความพอใจ.......เค้าใช้ต่อเนื่องมาเดือนกว่าๆบอกเลยว่ารักมากอ้ะ
เป็นเซรั่มเน้นความชุ่มชื่นที่ยังไม่ค่อยเจอในแบรนด์อื่นๆ
ซึ่งส่วนผสมดีงามมากไม่มีสารในกลุ่มที่จะก่อให้เกิดการระคายเคือง
ใช้ได้ทุกสภาพผิว ทุกเพศ ทุกวัย อย่างที่เล่าไปแล้วว่าความชุ่มชื่นสำคัญอย่างไร
เท็กซ์เจอร์เซรั่มทำออกมาได้ดีมาก ทาแล้วแตกตัวเป็นน้ำทำให้รู้สึกเฟรชทันทีที่ทา
หลังทาให้ผิวสัมผัสที่ดีจับแล้วผิวนุ่มๆ เอิบอิ่มขึ้นชัดเจน
อันนี้ไม่แน่ใจนะแต่เหมือนรูขุมขนจะแลดูเล็กลง
คืออย่างคนผิวแห้งถ้าหน้าแห้งเมื่อไหร่ผิวจะดูกร้านๆรูขุมขนจะชัดขึ้น
แต่พอบำรุงให้ความชุ่มชื่นแบบเต็มที่ ผิวจะฟูๆทำให้รูขุมขนจางลงค่ะ
สิ่งที่สังเกตได้ชัดคือ
ลงเบสเมคอัพแล้วเซ็ตตัวได้ง่ายขึ้น เมคอัพติดทนขึ้น

แต่ในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงของผิวเค้าอาจจะเทียบ Before & After ให้ไม่ได้
เพราะโดยปกติเป็นคนดูแลผิวตัวเองต่อเนื่องสม่ำเสมออยู่แล้ว
ผิวก่อนใช้ไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นผิวแห้งค่อนไปทางธรรมดาเพราะโบกสกินแคร์จัดเต็ม
ไม่มีวันไหนที่ไม่ทาครีมบำรุงเพราะรู้ว่าตัวเองผิวแห้งถ้าไม่บำรุงนี่ริ้วรอยมาไวเลย
ก็อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น การดูแลผิวที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ใช่การแก้ไข
ดังนั้นสิ่งที่เค้าทำคือการบำรุงผิวที่ไม่มีปัญหาให้คงสภาพนี้ไปได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ

ถ้าจะหักคะแนนความพอใจอาจจะเป็นตรงราคาที่จัดว่าค่อนข้างสูงนิดนึง
สำหรับคนวัยทำงานมันก็ราคาปกติอ่าเนอะ แต่ถ้าน้องๆนักศึกษาอาจจะต้องเก็บออมกันหน่อย
แต่เค้าเองใช้มาเดือนกว่าก็ยังไม่หมดนะปั๊มใช้ที 2-3 ปั๊มเช้าเย็น
จัดเป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่ยกให้ขึ้นหิ้งละกันว่าใช้แล้วปลาบปลื้มควรค่าแก่การซื้อใช้ต่อ
ส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนสกินแคร์คือไม่ใช่ไม่ชอบแล้วแต่มันอยากลองของใหม่มากกว่า 555

----------------------------------------------------------------------------

บล็อคนี้ยาวมากแต่ตั้งใจเขียนจริงๆ
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะค้า Smiley

ขอบคุณ KIEHL'S ที่เชิญไปงานเปิดตัวและมอบผลิตภัณฑ์มาให้ทดลอง
ทำให้ได้เจอเซรั่มอีกหนึ่งตัวที่รู้สึกว่ามันใช่! ขอบคุณมากๆค่ะ Smiley
รายละเอียดสามารถเข้าไปชมหรือสอบถาม
เพิ่มเติมได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่า

http://www.kiehls.co.th/th/index.php/
hydro-plumping-re-texturizing-serum-concentrate.html/

https://www.facebook.com/KiehlsThailand

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่ะ

Smiley XOXO
Smiley




Create Date : 17 กันยายน 2557
Last Update : 18 กันยายน 2557 22:21:03 น.
Counter : 11468 Pageviews.

1 comments
Oasis Spa Package : Oasis Pampering @ Oasis Spa สุขุมวิท 31 บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน
(29 มี.ค. 2560 12:32:53 น.)
เรื่องคิ้วเรื่องใหญ่ของสกาว คิ้วต้องสวยถึงมั่นใจ peepoobakub
(20 มี.ค. 2560 11:50:11 น.)
Oasis Spa Package : Sabai Stone Massage @ Oasis Spa สุขุมวิท 51 บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน
(12 ก.ค. 2560 08:02:59 น.)
Food For Fun : Hot Wok Return #11 : เมนูนึ่ง “ผักกาดขาวนึ่งหมูสับ” Gorjai Writer
(14 พ.ค. 2560 08:35:38 น.)
  
เครื่องวิเคราะห์ผิวนี้ ซื้อที่ไหนค่ะ คุณหมูน้อย อยากได้บ้างจัง
โดย: เจี๊ยบ IP: 122.155.86.252 วันที่: 10 มีนาคม 2559 เวลา:16:32:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Mhunoiii.BlogGang.com

SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 530 คน [?]

บทความทั้งหมด