ตัวอย่างหน้า blog
Bloggang.com : weblog for you and your gang

"ความรู้" คู่ "ความงาม"  

Group Blog

 

 
Latest Blog

 

 
Previous Blog

 

 
All Blog

 

 

[Deep-Review] Hada Labo : Arbutin Whitening


หลังจากพูดถึงมาแรมปี วันนี้ได้มารีวิว Hada Labo กันอย่างจริง ๆ จัง ๆ สักทีเนอะ แบรนด์นี้เป็นการจับมือกันระหว่างบริษัท Mentholatum จากอเมริกา และ Rohto จากญี่ปุ่น เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เน้นคอนเซปต์ถึงความเรียบง่าย อ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมที่เกินความจำเป็น และมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในเอเชียจะผลิตที่จีน ซึ่งยังคงผลิตภายใต้มาตรฐานเดียวกับโรงงานผลิตยาเช่นเคย (แต่ประเทศญี่ปุ่น จะผลิตในประเทศเขาเองนะ)



ไลน์ผลิตภัณฑ์ที่จะทำการรีวิวในวันนี้คือไลน์ Arbutin Whitening อันประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 5 ชิ้น (แต่ในไทยมีขายแค่ 4 ในปัจจุบัน) ซึ่งแน่นอนว่าส่วนผสมหลักก็คงจะหนีไม่พ้น Arbutin อันเป็นส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งที่คนในบ้านเราคุ้นหูกันเป็นอย่างดี

Arbutin เดิมเป็นสารที่ทางบริษัท Shiseido เป็นผู้พัฒนาขึ้นเอาไว้เมื่อปี 1989 ซึ่งสิทธิบัตรจะมีอายุประมาณ 5 ปี และหลังจากนั้นผู้ผลิตรายอื่นก็สามารถนำสารตัวนี้มาใช้ได้ ความเข้มข้นของ Arbutin ที่แนะนำคือ 5% จ้า



Hada Labo : Arbutin Whitening Face Wash (100g / 289THB)

เริ่มต้นด้วยโฟมล้างหน้ากันก่อนเลย โฟมล้างหน้าหลอดนี้ใช้สารทำความสะอาด Sodium Myristyl Glutamate กับ Sodium Methyl Cocoyl Taurate และ Sodium Lauroyl Glutamate ที่อ่อนโยนมากทีเดียว แตกต่างกับโฟมล้างหน้าทั่วไปในท้องตลาดตรงที่ล้างแล้วไม่ทำให้ผิวแห้งตึงอย่างแน่นอน Sorbitol เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ ใช้ Cocamide DEA และ Myristic Acid ในการเพิ่มฟองและเพิ่มความคงตัว

มีส่วนผสมของ น้ำมันจากพืชตระกูลลซิตัรสเพื่อแต่งกลิ่น แต่แทบไม่ได้กลิ่นออกมาเลยจึงคิดว่ามีอยู่ในปริมาณที่น้อยมากและไม่น่าจะก่อปัญหาอะไรกับผิวนัก ส่วนผสมของ Arbutin นั้นมีอยู่ในรูป Alpha-Arbutin ซึ่งแตกต่างกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นที่ใช้ Beta Arbutin จริงๆ แล้ว Alpha-Arbutin มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า Arbutin และใช้ในความเข้มข้นที่น้อยกว่า แต่ในผลิตภัณฑืที่ใช้แล้วต้องล้างออกมันจึงไม่มีประโยชน์มากสักเท่าไหร่นัก

โดยรวมถือเป็นโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนและเหมาะกับทุกสภาพผิว ล้างออกได้ง่าย แต่ไม่สามารถทำความสะอาดเมคอัพ รองพื้น หรือกันแดดที่ให้คุณสมบัติกึ่งเมคอัพได้ดีนัก เหมาะที่จะใช้หลังผลิตภัณฑืทำความสะอาดเครื่องสำอางอีกต่อหนึ่งมากกว่า ราคาไม่แรงจนเกินไปและหาซื้อได้ไม่ยาก ฟองโฟมที่ได้มีปริมาณปานกลางถึงมาก แต่ว่าตัวฟองไม่ได้ละเอียดและแน่นเท่าไหร่ ส่วนเรื่องใช้โฟมล้างหน้าและจะขาวใสขึ้นหรือไม่ ปูเป้ไม่อยากจะให้คาดหวังอะไรนอกจากประสิทธิภาพในการทำความสะอาดที่อ่อนโยนจ้า

Ingredients : Water, Butylene Glycol, Sodium Myristyl Glutamate, Sorbitol, Sodium Methyl Cocoyl Taurate, Sodium Lauroyl Glutamate, Cocamide DEA, Myristic Acid, Sodium Chloride, Lauric Acid, PEG-40 Hydrogenated Castor Oil, Methylparaben, Citrus Grandis (Grapefruit) Peel Oil, Citrus Auratium Dulcis (Orange) oil, Glycerin / Angelica Archangeilica Root Extract / Morus Alba Bark Extract / Syringa Vulgaris (Lilac) Extract / Paeonia Aibiflora Root Extract / Capsicum Frutescens Fruit Extract / Bletilla Striata Root Extract / Ampelopsis Grossedentata Extract / Poria Cocos Root Extract / Atractylodes Macrocephala Root Extract, Alpha-Arbutin, Sodium Acetylated Hyaluronate.



Hada Labo : Arbutin Whitening Lotion (170ml /495THB)
[สำหรับขนาด 100 ml 299 บาท และ 30 ml 109 บาท มีขายเฉพาะที่ Watson]

โลชั่นน้ำของญี่ปุ่นนั้น แม้จะถูกจัดเป็นขั้นตอนที่อยู่ในลำดับเดียวกับ Toner แต่โลชั่นน้ำของญี่ปุ่นนั้นไม่ได้เน้นเรื่องการทำความสะอาด (เพราะถ้าใช้ทั้งที่ล้างเครื่องสำอาง และโฟมล้างหน้าเป็น Double Cleansing มาก็ควรจะสะอาดแล้วป่ะ...) โลชั่นน้ำของญี่ปุ่นจะเน้นการบำรุง เติมความชุ่มชื้น เตรียมผิวให้พร้อมกับการใช้ Essence / Serum ในขั้นตอนต่อไป และโลชั่นน้ำตัวนี้ได้รับตำแหน่งขายดีที่สุดในญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 ในกลุ่มไวท์เทนนิ่งโลชั่นด้วย

ส่วนประกอบไม่มีความซับซ้อนอะไรมากนัก มีเพียงน้ำ ตัวเสริมการดูดซึม ตัวให้ความชุ่มชื้น Arbutin สารก่อฟิลม์ สารกันเสีย และวิตามินอีกนิดหน่อย จากข้อมูลที่ทางแรนด์ให้มาระบุว่า Arbutin ที่ใส่ลงไปมีความเข้มข้นอยู่ที่ 3% ซึ่งก็ถือว่าไม่เลวทีเดียว แต่ยังไม่ถึงระดับ 5% ที่แนะนำเอาไว้ จึงควรใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนอื่นที่มี Arbutin เพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด

แม้สูตรนี้จะมี Sodium Hyaluronate แค่เพียงรูปแบบเดียว (ไม่เหมือนรุ่นสีขาวที่มีไฮยาลูรอน 3 รูปแบบ) แต่โลชั่นขวดนี้มีส่วนผสมของ Tremella Fuciformis Polysaccharide หรือ Tremoist™-TP จากบริษัท Nippon Fine Chemical เป็นสารสกัดโพลีแซคคาไรด์จากเห็ดหูหนูขาว โดยสารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์เป็นตัวให้ความชุ่มชื้นที่ดีอยู่แล้ว Tremoist™-TPยังมีคุณสมบัติในการสร้างฟิลม์บนพื้นผิวที่ยืดหยุ่น แต่ไม่เหนอะหนะและคงความชุ่มชื้นบนผิวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เนื้อโลชั่นน้ำจะค่อนข้างเหลวและมีสีออกขาวขุ่นเล็กน้อย ปริมาณในการใช้ที่แนะนำคือประมาณเหรียญ 5 บาท แต่ในรายที่มีผิวมันหรือใช้ในตอนกลางวันอาจจะลดลงมาเหลือขนาดเหรียญ 1 บาทก็ได้ กระจายให้ทั่วฝ่ามือและประคบลงบนผิวให้ทั่วใบหน้า ลำคอ จนกระทั่งตัวผลิตภัณฑืแห้งดี ในช่วงที่ใกล้จะแห้งจะสัมผัสถึงความหนึบได้บ้าง แต่เมื่อแห้งสนิทแล้วสัมผัสเหล่านั้นจะหายไป หลังจากนั้นก็ลงบำรุงได้ตามปกติ

โดยรวมแล้วถือเป็นโลชั่นน้ำบำรุงผิวคุณภาพดี ที่ค่อนข้างที่จะปลอดภัยในการใช้ แต่เรื่องอาการแพ้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ส่วนการอุดตันนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวโดยรวมของแต่ละคนด้วยจ้า



Tip : เราสามารถนำโลชั่นน้ำแบบนี้มาใส่เม็ดมาส์ก หรือสำลีเพื่อพอกเป็นมาส์กหน้าได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ดูวิธีการทำได้ในวีดีโอด้านบนเลยจ้า

Ingredients : Water, Dipropylene Glycol, Glycerin, Arbutin, Betaine, PPG-10 Methyl Glucose Ether, Styrene/VP Copolymer, Disodium Succinate, Methylparaben, Tremella Fuciformis Polysaccharide, Succinic Acid, Sodium Hyaluronate, Magnesium Ascorbyl Phosphate.



Hada Labo : Arbutin Whitening Essence (30 ml / 690THB)

ตามปกติแล้ว Serum/Essence ควรจพเป็ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร Actives ในปริมาณที่เข้มข้นที่สุด (จริงมะ?) แต่ปูเป้ก็แอบแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมเอสเซ้นซ์ขวดนี้ถึงมี ปริมาณ Arbutin อยู่ 3% เทียบเท่ากับกับโลชั่นเลยก็ไม่ทราบ

ในแง่ของการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้วก็เป็นอีกคอนเซปต์ที่จะให้ผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ครบขั้นตอนเพื่อให้ได้ปริมาณสาร Active ที่พอเหมาะในการหวังผลเรื่องประสิทธิภาพ แต่ความเห็นส่วนตัวก็มองว่า ถึงเอสเซ้นซ์ขวดนี้จะมีส่วนผสมที่อ่อนโยน ปลอดภัย ให้สัมผัสที่ดี แต่เมื่อเทียบราคากับปริมาณแล้ว ก็คิดว่าเราน่าจะได้ Arbutn ที่มากกว่า 3% นะ...

เนื้อเอสเซ้นซ์เป็นเจลสีขาวขุ่นจาง ๆ แห้งไปกับผิวได้อย่างไวเมื่อใช้เดี่ยว ๆ แต่เมื่อใช้หลังจาก Hada Labo : Arbutin Whitening Lotion ปริมาณที่แนะนำให้ใช้ต่อหนึ่งครั้งคือ 1 ปั้มพอดี เพราะถ้าเยอะไปก็รู้สึกหนึบผิวมากขึ้น ซึ่งเป้นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวไทยไม่ชอบ แต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่เขาชอบเพราะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นดี



อ้อ... Essence ที่เห็นในรูปเป็นแพคเกจแบบใหม่ล่าสุดนะครับ (คิดว่าจะเริ่มวางแผงประมาณเดือนสิงหา 2012 นี้แหล่ะ) แต่ส่วนผสมยังคงเหมือนเดิม ขอบคุณทางแบรนด์ที่ส่งมาอัพเดทให้ด้วยครับ

Ingredients : Water, Dipropylene Glycol, Glycerin, Arbutin, Triethylhexanoin, Isopropyl Myristate, PEG-20 Sorbitan Isostearate, Cetyl Alcohol, Carbomer, Triethanolamine, Glyceryl Stearate, Hydroxyethylcellulose, Methylparaben, Disodium EDTA, Magnesium Ascorbyl Phosphate.



Hada Labo : Arbutin Whitening Milk (140ml / 559 THB)

Milk หรือ Emulsion ในแบบฉบับของญี่ปุ่นทำขึ้นมาเพื่อเคลือบ เก็บกัก ซีล ให้ความชุ่มชื้นและสารบำรุงที่ทาลงไปก่อนหน้านั้นอยู่กับผิวให้นานที่สุดและซึมลงได้ลึกยิ่งขึ้น น้ำนมบำรุงผิวนี้ยังคงมีส่วนผสมของ Arbutin เช่นเคย ในความเข้มข้นที่ไม่ได้ระบุเอาไว้ (ถ้าถามข้อมูลมาได้จะมาอัพเดทกันอีกที) แม้เนื้อน้ำนมจะมีความเหลวแต่คุณสมบัติในการเคลือบผิวและให้ความชุ่มชื้นก็ไม่ได้น้อยเลย ถ้าใช้มากไปอาจทำให้รู้สึกหนึบหนับเกินไปเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นปูเป้มักจะแนะนำให้ใช้ Milk อันนี้ในตอนกลางคืนสำหรับคนผิวธรรมดาถึงผิวมัน ส่วนผิวแห้งจะใช้ตอนกลางวันด้วยก็ได้

ปริมาณที่แนะนำให้ใช้คือประมาณ 1 เหรียญบาท ทาได้ทั่วใบหน้าและลำคอ ผู้ที่มีผิวแห้งสามารถเพิ่มปริมาณในการใช้ได้ตามต้องการจ้า

Tip : ถ้าจะลงทุนสักหน่อย สามารถใช้ Hada Labo : Arbutin Whitening Lotion คู่กับ Hada Labo : Arbutin Whitening Milk ทาผิวกายในส่วนที่หมองคล้ำหรือส่วนที่อยู่นอกเสื้อผ้าในตอนกลางคืน และใช้กันแดดในตอนกลางวันเป็นประจำ สีผิวจะสม่ำเสมอขึ้นในประมาณ 1 - 2 เดือน และผิวจะนุ่ม ชุ่มชื้นขึ้นมาก ๆ ล่ะ

Ingredients : Water, Dipropylene Glycol, Triethylhexanoin, Isopropyl Palmitate, Arbutin, Glycerin, Glyceryl Stearate, Pentylene Glycol, PEG-20 Sorbitan Isostearate, Limnanthes Alba (Meadowfoam) Seed Oil, Cetyl Alcohol, Methylparaben, Hydroxyethylcellulose, Xanthan Gum, Carbomer, Disodium EDTA, Triethanolamine, Sodium Hyaluronate, Magnesium Ascorbyl Phosphate.



Hada Labo : Arbutin Whitening Mask (20ml per 1 Sheet /

มาส์กอันนี้ยังไม่วางจำหน่ายในไทย แต่ไปสอยมาตั้งแต่ตอนไปเที่ยวมาเลย์เมื่อปลายปีก่อน ขอบอกว่าใช้ดีอยู่นะ ส่วนผสมเบสิคมาก เพราะไม่มีอะไรมากไปกว่า น้ำ + ตัวเสริมการดูดซึม + Arbutin + ตัวให้ความชุ่มชื้น + ตัวก่อเนื้อเจลนิดหน่อย และสารกันเสีย มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ไม่มาก ซึ่งทำให้เนื้อสัมผัสของมาส์กไม่เหนอะหนะผิว

แนะนำให้ใช้มาศืกในตอนกลางคืนหลังจากทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จ พอกไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นก็ลอกมาสืกออก ใช้มือประคบผิวให้ซึบลงผิวจนหมด ตามด้วยการลงเอสเซ้นซ์หรือ Milk แล้วก็เข้านอนได้เลย ตัวแผ่นมาส์กที่ลอกออกมายังเอามาเช็ดผิวบริเวณคอและลำตัวเพื่อความคุ้มค่าได้อีกต่อด้วย

แผ่นหนึ่งเฉลี่ยมาแล้วไม่ถึง 100 บาท สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการอีกด้วย อันนี้เราชอบมากเลย อยากให้วางขายในไทยเร็ว ๆ จัง

Ingredients : Water, Butylene Glycol, Arbutin, Diglycerin, Alcohol, Disodium Succinate, PEG-40 Hydrogenated Castor Oil, Xanthan Gum, Styrene/VP Copolymer, Methylparaben, Ethylparaben, Succinic Acid, Magnesium Ascorbyl Phosphate.



โดยรวมแล้ว Hada Labo : Arbutin Whitening เป็นชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ เหมาะกับทุกสภาพผิว เพียงแต่การจะหวังผลเรื่องการเป็นไวท์เทนนิ่งนั้นจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์อย่างบต่ำ 2 ชิ้นขึ้นไปเพื่อให้ได้ปริมาณ Arbutin ที่เหมาะสมพอที่จะเห็นผลได้ชัดขึ้น (Lotion + Essence หรือ Essence + Milk หรือ Lotion + Milk ก็ได้)

เนื้อผลิตภัณฑ์และความรู้สึกหลังใช้อาจจะขัดใจผู้ใช้ชาวไทยบางส่วนที่นิยมอะไรก็ตามที่ทาแล้วแห้งสนิทหายวับไปกับตา แต่ก็อย่าลืมว่าผลิตภัณฑ์เหล้านั้นอาจให้ความชุ่มชื้นได้ไม่มากพอเช่นกัน สำหรับใครที่กังวลเรื่องความหนึบของผลิตภัณฑ์ ปูเป้คงจะแนะนำให้ใช้ชุดนี้ในตอนกลางคืนมากกว่า เพราะในตอนกลางคืนเราไม่ต้องแต่งหน้า และส่วนใหญ่ก็นอนในห้องแอร์กัน ซึ่งเป็นช่วงที่เราต้องเน้นเติมความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ

สำหรับคำถามว่า "จะแพ้มั้ย" "ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?" เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้ง

ข้อดี

- มีส่วนผสมที่อ่อนโยน ค่อนข้างปลอดภัยที่จะใช้ แม้ผิว Sensitive
- ให้ความชุ่มชื้นสูง ผิวไม่แห้ง ไม่ระคายเคือง
- เมื่อใช้ผลิตภัณฑืสองชิ้นขึ้นในไปในกลุ่มบำรุงผิว ก็จะได้ Arbutin ในปริมาณที่หวังผลได้
- ราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่าย
- ใช้ได้กับเกือบทุกสภาพผิว

ข้อเสีย

- เนื้อสัมผัสหลังใช้อาจไม่ถูกใจผู้ใช้ชาวไทยอยู่บ้าง
- เอสเซ้นซ์มีราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์อื่นแต่กลับไมได้มี Arbutin ที่เข้มข้นมากกว่า

***Self-Buy Item***

- Hada Labo : Arbutin Whitening Face Wash
- Hada Labo : Arbutin Whitening Lotion
- Hada Labo : Arbutin Whitening Mask
- Hada Labo : Arbutin Whitening Milk

***Sponsored Item***

- Hada Labo : Arbutin Whitening Essence

 

Last Update : 31 กรกฎาคม 2555
19:19:09 น.

Your name

Location :

Advertisement


About Pupe_so_Sweet
Pupe_so_Sweet on facebook
Pupe_so_Sweet on Youtube
vr AHA project


หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา
สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่หน้า Wall ของ Facebook ครับ



Web Counter


Counter Start on 29 September 2008


Search by Google

ค้นหาข้อมูลและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ต้องการภายในBlog ของปูเป้ได้ไม่ยากด้วย Google Search Box ด้านล่างนี้เลยขอรับ

Custom Search


 
Friends' blogs
 
Links
 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.