ในวันที่ผมน้ำหนักเหลือเพียงสองหลัก
จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ตัวเลขบนตาช่างน้ำหนักของผมอยู่ที่เลขสองหลัก

100+ กิโลกรัม เป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมานาน
ผมแทบลืมช่วงเวลาที่น้ำหนักตัวเหลือเลขสองหลักไม่ได้แล้วเหมือนกัน

ถามว่าอยากลดน้ำหนักมั้ย
ร้อยทั้งร้อยก็บอกว่าอยากลด
ยิ่งคนน้ำหนักร้อยโลฯ อย่างผมแล้ว ยิ่งมีความอยากมากกว่าคนธรรมแน่นอน

เพื่อนหลายคนบอกว่า
มึงลดสิวะ ลดแล้วมึงหล่อแน่นอน รับรองหญิงติดตรึม
ผมก็รู้ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่ก็ดูเหมือนความหวังดีนั้นลอยผ่านหูไป
สุดท้ายก็จบลงที่อ้วนเหมือนเดิม (หรือกว่าเดิม)

พ่อถึงขนาดยื่นข้อเสนอให้ว่า
เอาไปเลยกิโลฯ ละพัน ถ้าลดได้
ผมก็ยังไม่สนใจ เพราะตอนนั้นพอหาเลี้ยงตัวเองได้บ้างแล้ว(
(ตอนนี้อยากจะบอกพ่อเหลือเกินว่าช่วยโอนมาให้สักสองพันก่อนได้มั้ย ใช้ไม่พอแล้ว)

ผมยังคงใช้ชีวิตแบบอ้วนๆ มาจนอายุ 23
จนมีความรู้สึก (ที่ถูกกระตุ้น) ว่าผมควรจะลดน้ำหนักอย่างจริงจังกับเขาแล้วล่ะ
“มึงมาพนันกับกู ถ้ามึงลดได้ กูเลี้ยงเบียร์มึง ถ้าลดไม่ได้ มึงเลี้ยงเบียร์กู”
พี่ที่สนิทกันคนหนึ่งชวนผมอย่างนี้
และดูเหมือนว่ามันจะเป็นการเริ่มต้นการลดน้ำหนักที่จริงจัง (มากที่สุดในชีวิต)ของผม

เดือนแรก ผมทำไม่ได้ตามเป้า แต่น้ำหนักก็ค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ
ไม่ได้ตามเป้าก็ไม่เป็นไร เราทำงานมีเงินเดือนเบียร์แค่สามร้อยกว่าบาทจ่ายได้สบายอยู่แล้ว
แต่แล้วผมก็ลาออกจากงานประจำ มาบุกตะลุยความฝันกับการเป็นฟรีแลนซ์
ช่วงแรกๆ ที่มีเงินเก็บ ค่าเบียร์ยังไม่ใช่ปัญหาที่สำคัญคือความพ่ายแพ้เสียมากกว่าที่ผมรับไม่ได้

ช่วงเวลาที่เดิมพัน
ผมออกกำลังกายอย่างหนัก
ทั้งเตะบอลทุกสัปดาห์ ปั่นจักรยาน ซิตอัป วิดพื้น
ควบคุมอาหาร (เคยกินข้าวมื้อละสิบคำมาแล้ว)
แต่ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับความไม่เอาจริง ที่กินอาหารเกิน หรือกินบุฟเฟต์ รวมไปถึงการไม่ออกกำลังกายอยู่

จนมาถึงวันที่เงินในบัญชีเริ่มน้อยลงไป
แต่เงื่อนไขในการเดิมพันกลับยิ่งสูงขึ้น
จากเบียร์ เป็นหนังสือ ซึ่งนับวันจะมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ

เดิมพันของเดือนที่แล้ว
ผมต้องลดน้ำหนักให้ได้
4.5 เพราะเดิมพันของเราคือหนังสือมูลค่า 450 บาท
ถ้าชนะ ผมจะได้หนังสือเล่มนั้น แต่ถ้าแพ้ ผมต้องจ่ายเงิน
450 ซื้อหนังสือให้แก่ผู้ชนะ
แต่ถ้าแพ้ หมายถึงเงินที่จะใช้ดำรงชีวิตของผมจะหายไปเยอะพอสมควร
450 บาทสำหรับฟรีแลนซ์จนๆ อย่างผมถือว่าเยอะมากนะครับกินข้าวได้เกือบอาทิตย์เลยทีเดียว

แต่เงื่อนไขของเดือนนี้มีความพิเศษก็คือ
ถ้าผมน้ำหนักน้อยกว่า
100 ได้ ถือว่าเจ๊า ไม่ได้ ไม่เสีย พอเห็นกติกาก็โล่งใจอย่างน้อยก็ต้องลุยกันหน่อย
ทุกอย่างดีมาก น้ำหนักค่อยๆ ลดจนเห็นตัวเลขที่น่าพอใจ แต่ด้วยความประมาททำให้ผมละเลยวินัย
กินข้าวเย็น ไม่ออกกำลังกาย กินบุฟเฟ่ต์
จนน้ำหนักมากขึ้นกว่าตอนที่เริ่มแข่งในเดือนนี้เสียอีก

เหลือเวลาอีกเพียง 10 กว่าวันเท่านั้น 10 วันกับการลดน้ำหนัก3.5 กิโลกรัม
ผมวางแผนใหม่ บอกกับตัวเองว่าต้องซื่อสัตย์แล้ว
ต้องออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ต้องไม่ทานข้าวเย็น ต้องดูแลตัวเองมากกว่านี้
10 วันนั้นผมปั่นจักรยานวันละ 30 นาที เล่นโยคะกับแม่ เล่นฮูลาฮูปและควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ
มันเหนื่อย มันหิว มันล้า
แต่ผมแพ้ไม่ได้อีกแล้ว

ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนหมาจนตรอก
ที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองรอด
เงิน
450 บาทสำหรับผมในตอนนั้นมีค่ามากกว่าความหิว และความเหนื่อยล้าเสียอีก
ผมต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียเงินตรงนี้ไป

และผมก็ทำได้
แม้จะไม่ชนะ แต่ก็ไม่แพ้ แค่เสมอ
แต่อย่างน้อย เราก็ไม่ต้องเสียเงิน แถมน้ำหนักยังลดลงมาเหลือแค่สองหลักอีก
แทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะมีวันนี้
จากวันนั้นที่น้ำหนักเกือบ
120 โลฯ จะกลับมาเหลือแค่สองหลักได้

แม้น้ำหนักจะเหลือสองหลักอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว
แต่นี่เพิ่งจะเริ่มต้น ผมยังอ้วนอยู่ ยังน้ำหนักมากอยู่
ตอนนี้การลดน้ำหนักเพื่อกลับสู่ความเป็นปกติเพื่อบอกลาความอ้วนของผมได้เริ่มขึ้นแล้ว
และมันเป็นนิมิตหมายที่ดีในการลดน้ำหนักต่อไป

ขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ไปกลางคัน
และขอบคุณความจนที่ทำให้ผมรู้ว่าค่าของเงินนั้นสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้น
หวังว่าหลังจากนี้คงจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นตามมานะ
: )




Create Date : 04 กันยายน 2558
Last Update : 4 กันยายน 2558 18:23:38 น.
Counter : 341 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 735183
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กันยายน 2558

 
 
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog