Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
ไปเที่ยวตลาดไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15

ไปคลอง15เมื่อวันอาทิตย์ไปดูตลาดดอกไม้
ไปไม่ยากเลย
ไปทางฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต
จากฟิวเจอร์ไม่นานก็ถึง



การรวมตัวของเกษตรกรที่นี้เพื่อทำธุรกิจการจัดสวนไม้ดอกไม่ประดับเพื่อป้อนตลาดจตุจักรและกลุ่มรีสอร์ท บ้านจัดสรร และหน่วยงานของภาครัฐที่จะได้ประหยัดเรื่องของการดูแลและความชำนาญเฉพาะทาง



ดูบรรยากาศน่ะครับ



ไปตอนเที่ยงแดดแรงมาก




แต่อากาศสดชื่นแนะนำให้เอาร่มหรือใส่เอาแขนยาวไป











Create Date : 09 สิงหาคม 2548
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 22:53:54 น. 41 comments
Counter : 1873 Pageviews.

 
หมดแล้วเหรอค๊ะ หรือแอบกั๊กไว้อ่า...


โดย: FaCtOrY cHeeSeCaKe วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:1:21:51 น.  

 
สวยจังค่ะภาพ ธรรมชาติดีมาก ฝีมือการถ่ายภาพเยี่ยมมากค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:2:38:53 น.  

 
สวยจังจ้ะ


โดย: zaesun วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:4:43:23 น.  

 
อยู่ท่ามกลางดอกไม้คงสดชื่นดีค่ะ ^^







...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:7:00:58 น.  

 
พวกห้องต้นไม้เขามาถามถึงที่นี่กันประจำเลยค่ะ น่าลองไปโพสที่นั่นมั่ง


โดย: ป้ามด วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:8:23:16 น.  

 
มีรูปน้อยจังอ่ะ.....


โดย: รู้สึกแปลก วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:11:19:51 น.  

 
แล้วซื้อต้นอะไรติดมือมามั่งค่ะ

กุหลาบงามมาก ชอบจังเลยค่ะ เราปลูกอยู่ต้นสีแดง
ไว้ว่างจะไปหาสีอื่นมาลงมั่ง

ไปซื้อคนเดียวโดนขูดเลือดซิบๆ



โดย: อยู่ไกลบ้าน วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:13:42:17 น.  

 
อยากเห็นมากกว่านี้จังเลยครับ


โดย: เงือกลม วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:15:33:34 น.  

 
เมื่อก่อนไป บ่อยค่ะ ครั้งแรกที่ไปจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก ชอบไป ค่ะ แต่ไม่เคยไปถ่ายรูปสักที่ สวยดีค่ะ


โดย: ไม่ได้ตั้งใจโสด วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:19:17:46 น.  

 
ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ แล้วชมภาพต้นไม้..สบายอารมณ์ดีแฮะ



โดย: รักบังใบ วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:21:34:38 น.  

 
สวัสดีค่ะ กุหลาบเหลืองสวย


โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:21:42:23 น.  

 
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาทักทายและให้กำลังใจรับ
ถ่ายมาเยอะเหมือนกันครับ
แต่ไม่กล้าลงหมดกลัวมันหนักจะโหลดกันช้าครับ
ดอกไม้มีหลายประเภทเมื่อนกันผมได้กล้วยไม้กับรุ้งสยามมาฝากคุณน้าน่ะครับ


โดย: zouthfern IP: 203.155.120.132 วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:0:26:26 น.  

 

ชอบดอกไม้วย ๆ ค่ะ (ช่วยลบกรอบบนด้วยค่ะ ขายหน้าจัง)





โดย: Sandsea วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:12:11:37 น.  

 
ไม่ค่อยได้ไปคลอง 15 บ่อยนักค่ะ ต้นไม้เยอะดี




โดย: ป้าแจ๋วแหวว วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:19:30:24 น.  

 
ชอบภาพสุดท้ายคับ


โดย: แ ม ง ป อ วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:13:01:00 น.  

 
รุ้งสยามเป็นยังไงคะ เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อก็คราวนี้หละ
ที่บ้านก็ชอบปลูกต้นไม้เหมือนกันคะ กุหลาบก็เคยปลูกกันนะ แต่ทำไมไม่รู้ปลูกไปปลูกมามันกลายเป็นกุหลาบหนูไปซะงั้น (ดอกเล็กลงเรื่อยๆๆๆ) 5555

คุณเอกถ่ายรูปได้สวยทุกทีเลย ขอสมัครเป็นลูกศิษย์สักคนน๊า . . .


โดย: The White Rider วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:14:55:14 น.  

 
ขอดอกนึงได้ปะ แต่เอาสีแดงๆนะ
ซ้อบอะตัวเอ้ง


โดย: yusiit IP: 203.49.135.57 วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:22:51:48 น.  

 
ขอบคุณเพื่นๆที่เข้ามาเยี่ยมเยือน
ภาพสุดท้ายเป็นต้นรุ้งสย่ม
ส่วนดอกสีแดงคือกุหลาบเถาปลูกใส่กระถางห้อยๆได้สวยงามอ่อนช้อยดีครับสะอาดไม่รก
ดอกเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ1-2cm.ครับ


โดย: zouthfern (fern_south ) วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:23:01:42 น.  

 
สวัสดีครับ รูปสวยๆทั้งนั้นเลยนะครับ วันแม่ผมก็อยู่บ้านละครับ แต่แม่ไปออกงานของหมู่บ้านอะดิครับ วันนี้ผมยังมะเจอเลยครับ (เพิ่งมาจากบ้านเพื่อน เหอ เหอ )


โดย: หัวหน้าแก้งค์ ความโ(สด) (note-d ) วันที่: 12 สิงหาคม 2548 เวลา:16:32:40 น.  

 
สวยนะท่านขออีกนะมีไหม


โดย: มะโด่งศรี IP: 203.155.120.133 วันที่: 12 สิงหาคม 2548 เวลา:23:24:30 น.  

 
สวยจัง ชอบๆ


โดย: คนขี้เหงาคนหนึ่ง วันที่: 13 สิงหาคม 2548 เวลา:15:25:41 น.  

 
คลอง 15 นี่ บรรยากาศดูสวยสดชื่น
น่าไปจังเลยนะคะ

ชอบบล็อกของคุณ fern_south
สวยคลาสสิคมากค่ะ


โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 13 สิงหาคม 2548 เวลา:19:31:27 น.  

 
..เห็นด้วยกับป้าติ๋วค่ะ บีจี คลาสสิคแปลกตาค่ะ..ขอบคุณค่ะที่พาไปเที่ยว..และก็ สาธุ ๆ ๆ..ที่แวะไปอ่านธรรมะด้วยกันนะคะ..


โดย: ป่ามืด วันที่: 13 สิงหาคม 2548 เวลา:21:16:42 น.  

 
รุ้งสยาม กับเพชรสายรุ้งใช่ต้นเดียวกันมั้ยสงสัย


โดย: onmo IP: 222.123.219.20 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:04:58 น.  

 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าพระราชหฤทัยในความเป็นไปของเมืองไทยและคนไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างไกล ได้ทรงวางรากฐานในการพัฒนาชนบท และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งตนเองได้มีความ " พออยู่พอกิน" และมีความอิสระที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องติดยึดอยู่กับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ ทรงวิเคราะห์ว่าหากประชาชนพึ่งตนเองได้แล้วก็จะมีส่วนช่วยเหลือเสริมสร้างประเทศชาติโดยส่วนรวมได้ในที่สุด พระราชดำรัสที่สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ในการสร้างความเข้มแข็งในตนเองของประชาชนและสามารถทำมาหากินให้พออยู่พอกินได้ ดังนี้


"….ในการสร้างถนน สร้างชลประทานให้ประชาชนใช้นั้น จะต้องช่วยประชาชนในทางบุคคลหรือพัฒนาให้บุคคลมีความรู้และอนามัยแข็งแรง ด้วยการให้การศึกษาและการรักษาอนามัย เพื่อให้ประชาชนในท้องที่สามารถทำการเกษตรได้ และค้าขายได้…"


ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงขึ้นนี้จึงทำให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจนในแนวพระราชดำริของ "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งได้ทรงคิดและตระหนักมาช้านาน เพราะหากเราไม่ไปพี่งพา ยึดติดอยู่กับกระแสจากภายนอกมากเกินไป จนได้ครอบงำความคิดในลักษณะดั้งเดิมแบบไทยๆไปหมด มีแต่ความทะเยอทะยานบนรากฐานที่ไม่มั่นคงเหมือนลักษณะฟองสบู่ วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้น หรือไม่หนักหนาสาหัสจนเกิดความเดือดร้อนกันถ้วนทั่วเช่นนี้ ดังนั้น "เศรษฐกิจพอเพียง" จึงได้สื่อความหมาย ความสำคัญในฐานะเป็นหลักการสังคมที่พึงยึดถือ


ในทางปฏิบัติจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงคือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น เศรษฐกิจพอเพียงเป็นทั้งหลักการและกระบวนการทางสังคม ตั้งแต่ขั้นฟื้นฟูและขยายเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและบริโภคอย่างพออยู่พอกินขึ้นไปถึงขั้นแปรรูปอุตสาหกรรมครัวเรือน สร้างอาชีพและทักษะวิชาการที่หลากหลายเกิดตลาดซื้อขาย สะสมทุน ฯลฯ บนพื้นฐานเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนนี้ เศรษฐกิจของ 3 ชาติ จะพัฒนาขึ้นมาอย่างมั่นคงทั้งในด้านกำลังทุนและตลาดภายในประเทศ รวมทั้งเทคโนโลยีซึ่งจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาจากฐานทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ภายในชาติ และทั้งที่จะพึงคัดสรรเรียนรู้จากโลกภายนอก


เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจที่พอเพียงกับตัวเอง ทำให้อยู่ได้ ไม่ต้องเดือดร้อน มีสิ่งจำเป็นที่ทำได้โดยตัวเองไม่ต้องแข่งขันกับใคร และมีเหลือเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่มี อันนำไปสู่การแลกเปลี่ยนในชุมชน และขยายไปจนสามารถที่จะเป็นสินค้าส่งออก เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจระบบเปิดที่เริ่มจากตนเองและความร่วมมือ วิธีการเช่นนี้จะดึงศักยภาพของ ประชากรออกมาสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ซึ่งมีความผู้พันกับ “จิตวิญญาณ” คือ “คุณค่า” มากกว่า “มูลค่า”

ในระบบเศรษฐกิจพอเพียงจะจัดลำดับความสำคัญของ “คุณค่า” มากกว่า “มูลค่า” มูลค่านั้นขาดจิตวิญญาณ เพราะเป็นเศรษฐกิจภาคการเงิน ที่เน้นที่จะตอบสนองต่อความต้องการที่ไม่จำกัดซึ่งไร้ขอบเขต ถ้าไม่สามารถควบคุมได้การใช้ทรัพยากรอย่างทำลายล้างจะรวดเร็วขึ้นและปัญหาจะตามมา เป็นการบริโภคที่ก่อให้เกิดความทุกข์หรือพาไปหาความทุกข์ และจะไม่มีโอกาสบรรลุวัตถุประสงค์ในการบริโภค ที่จะก่อให้ความพอใจและความสุข (Maximization of Satisfaction) ผู้บริโภคต้องใช้หลักขาดทุนคือกำไร (Our loss is our gain) อย่างนี้จะควบคุมความต้องการที่ไม่จำกัดได้ และสามารถจะลดความต้องการลงมาได้ ก่อให้เกิดความพอใจและความสุขเท่ากับได้ตระหนักในเรื่อง “คุณค่า” จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ ไม่ต้องไปหาวิธีทำลายทรัพยากรเพื่อให้เกิดรายได้มาจัดสรรสิ่งที่เป็น “ความอยากที่ไม่มีที่สิ้นสุด” และขจัดความสำคัญของ “เงิน” ในรูปรายได้ที่เป็นตัวกำหนดการบริโภคลงได้ระดับหนึ่ง แล้วยังเป็นตัวแปรที่ไปลดภาระของกลไกของตลาดและการพึ่งพิงกลไกของตลาด ซึ่งบุคคลโดยทั่วไปไม่สามารถจะควบคุมได้ รวมทั้งได้มีส่วนในการป้องกันการบริโภคเลียนแบบ (Demonstration Effects) จะไม่ทำให้เกิดการสูญเสีย จะทำให้ไม่เกิดการบริโภคเกิน (Over Consumption) ซึ่งก่อให้เกิดสภาพเศรษฐกิจดี สังคมไม่มีปัญหา การพัฒนายั่งยืน

การบริโภคที่ฉลาดดังกล่าวจะช่วยป้องกันการขาดแคลน แม้จะไม่ร่ำรวยรวดเร็ว แต่ในยามปกติก็จะทำให้ร่ำรวยมากขึ้น ในยามทุกข์ภัยก็ไม่ขาดแคลน และสามารถจะฟื้นตัวได้เร็วกว่า โดยไม่ต้องหวังความช่วยเหลือจากผู้อื่นมากเกินไป เพราะฉะนั้นความพอมีพอกินจะสามารถอุ้มชูตัวได้ ทำให้เกิดความเข้มแข็ง และความพอเพียงนั้นไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวต้องผลิตอาหารของตัวเอง จะต้องทอผ้าใส่เอง แต่มีการแลกเปลี่ยนกันได้ระหว่างหมู่บ้าน เมือง และแม้กระทั่งระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือการบริโภคนั้นจะทำให้เกิดความรู้ที่จะอยู่ร่วมกับระบบ รักธรรมชาติ ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง เพราะไม่ต้องทิ้งถิ่นไปหางานทำ เพื่อหารายได้มาเพื่อการบริโภคที่ไม่เพียงพอ

ประเทศไทยอุดมไปด้วยทรัพยากรและยังมีพอสำหรับประชาชนไทยถ้ามีการจัดสรรที่ดี โดยยึด " คุณค่า " มากกว่า " มูลค่า " ยึดความสัมพันธ์ของ “บุคคล” กับ “ระบบ” และปรับความต้องการที่ไม่จำกัดลงมาให้ได้ตามหลักขาดทุนเพื่อกำไร และอาศัยความร่วมมือเพื่อให้เกิดครอบครัวที่เข้มแข็งอันเป็นรากฐานที่สำคัญของระบบสังคม

การผลิตจะเสียค่าใช้จ่ายลดลงถ้ารู้จักนำเอาสิ่งที่มีอยู่ในขบวนการธรรมชาติมาปรุงแต่ง ตามแนวพระราชดำริในเรื่องต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วซึ่งสรุปเป็นคำพูดที่เหมาะสมตามที่ ฯพณฯ พลเอกเปรม ตินณสูลานนท์ ที่ว่า “…ทรงปลูกแผ่นดิน ปลูกความสุข ปลดความทุกข์ของราษฎร” ในการผลิตนั้นจะต้องทำด้วยความรอบคอบไม่เห็นแก่ได้ จะต้องคิดถึงปัจจัยที่มีและประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้อง มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาอย่างเช่นบางคนมีโอกาสทำโครงการแต่ไม่ได้คำนึงว่าปัจจัยต่าง ๆ ไม่ครบ ปัจจัยหนึ่งคือขนาดของโรงงาน หรือเครื่องจักรที่สามารถที่จะปฏิบัติได้ แต่ข้อสำคัญที่สุด คือวัตถุดิบ ถ้าไม่สามารถที่จะให้ค่าตอบแทนวัตถุดิบแก่เกษตรกรที่เหมาะสม เกษตรกรก็จะไม่ผลิต ยิ่งถ้าใช้วัตถุดิบสำหรับใช้ในโรงงานั้น เป็นวัตถุดิบที่จะต้องนำมาจากระยะไกล หรือนำเข้าก็จะยิ่งยาก เพราะว่าวัตถุดิบที่นำเข้านั้นราคายิ่งแพง บางปีวัตถุดิบมีบริบูรณ์ ราคาอาจจะต่ำลงมา แต่เวลาจะขายสิ่งของที่ผลิตจากโรงงานก็ขายยากเหมือนกัน เพราะมีมากจึงทำให้ราคาตก หรือกรณีใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร เกษตรกรรู้ดีว่าเทคโนโลยีทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และผลผลิตที่เพิ่มนั้นจะล้นตลาด ขายได้ในราคาที่ลดลง ทำให้ขาดทุน ต้องเป็นหนี้สิน


การผลิตตามทฤษฎีใหม่สามารถเป็นต้นแบบการคิดในการผลิตที่ดีได้ ดังนี้

1. การผลิตนั้นมุ่งใช้เป็นอาหารประจำวันของครอบครัว เพื่อให้มีพอเพียงในการบริโภคตลอดปี เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวันและเพื่อจำหน่าย
2. การผลิตต้องอาศัยปัจจัยในการผลิต ซึ่งจะต้องเตรียมให้พร้อม เช่น การเกษตรต้องมีน้ำ การจัดให้มีและดูแหล่งน้ำ จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งการผลิต และประโยชน์ใช้สอยอื่น ๆ
3. ปัจจัยประกอบอื่น ๆ ที่จะอำนวยให้การผลิตดำเนินไปด้วยดี และเกิดประโยชน์เชื่อมโยง (Linkage) ที่จะไปเสริมให้เกิดความยั่งยืนในการผลิต จะต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายทั้ง เกษตรกร ธุรกิจ ภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับเศรษฐกิจการค้า และให้ดำเนินกิจการควบคู่ไปด้วยกันได้

การผลิตจะต้องตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “บุคคล” กับ “ระบบ” การผลิตนั้นต้องยึดมั่นในเรื่องของ “คุณค่า” ให้มากกว่า “มูลค่า” ดังพระราชดำรัส ซึ่งได้นำเสนอมาก่อนหน้านี้ที่ว่า

“…บารมีนั้น คือ ทำความดี เปรียบเทียบกับธนาคาร …ถ้าเราสะสมเงินให้มากเราก็สามารถที่จะใช้ดอกเบี้ย ใช้เงินที่เป็นดอกเบี้ย โดยไม่แตะต้องทุนแต่ถ้าเราใช้มากเกิดไป หรือเราไม่ระวัง เรากิน เข้าไปในทุน ทุนมันก็น้อยลง ๆ จนหมด …ไปเบิกเกินบัญชีเขาก็ต้องเอาเรื่อง ฟ้องเราให้ล้มละลาย เราอย่าไปเบิกเกินบารมีที่บ้านเมือง ที่ประเทศได้สร้างสมเอาไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษของเราให้เกินไป เราต้องทำบ้าง หรือเพิ่มพูนให้ประเทศของเราปกติมีอนาคตที่มั่นคง บรรพบุรุษของเราแต่โบราณกาล ได้สร้างบ้านเมืองมาจนถึงเราแล้ว ในสมัยนี้ที่เรากำลังเสียขวัญ กลัว จะได้ไม่ต้องกลัว ถ้าเราไม่รักษาไว้…”

การจัดสรรทรัพยากรมาใช้เพื่อการผลิตที่คำนึงถึง “คุณค่า” มากกว่า “มูลค่า” จะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่าง “บุคคล” กับ “ระบบ” เป็นไปอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายทั้งทุนสังคมและทุนเศรษฐกิจ นอกจากนี้จะต้องไม่ติดตำรา สร้างความรู้ รัก สามัคคี และความร่วมมือร่วมแรงใจ มองกาลไกลและมีระบบสนับสนุนที่เป็นไปได้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลูกฝังแนวพระราชดำริให้ประชาชนยอมรับไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยให้วงจรการพัฒนาดำเนินไปตามครรลองธรรมชาติ กล่าวคือ

ทรงสร้างความตระหนักแก่ประชาชนให้รับรู้ (Awareness) ในทุกคราเมื่อ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมประชาชนในทุกภูมิภาคต่าง ๆ จะทรงมีพระราชปฏิสันถารให้ประชาชนได้รับทราบถึงสิ่งที่ควรรู้ เช่น การปลูกหญ้าแฝกจะช่วยป้องกันดินพังทลาย และใช้ปุ๋ยธรรมชาติจะช่วยประหยัดและบำรุงดิน การแก้ไขดินเปรี้ยวในภาคใต้สามารถกระทำได้ การ ตัดไม้ทำลายป่าจะทำให้ฝนแล้ง เป็นต้น ตัวอย่างพระราชดำรัสที่เกี่ยวกับการสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชน ได้แก่

“….ประเทศไทยนี้เป็นที่ที่เหมาะมากในการตั้งถิ่นฐาน แต่ว่าต้องรักษาไว้ ไม่ทำให้ประเทศไทยเป็นสวนเป็นนากลายเป็นทะเลทราย ก็ป้องกัน ทำได้….”

ทรงสร้างความสนใจแก่ประชาชน (Interest) หลายท่านคงได้ยินหรือรับฟัง โครงการอันเนื่อง มาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีนามเรียกขานแปลกหู ชวนฉงน น่าสนใจติดตามอยู่เสมอ เช่น โครงการแก้มลิง โครงการแกล้งดิน โครงการเส้นทางเกลือ โครงการน้ำดีไล่น้ำเสีย หรือโครงการน้ำสามรส ฯลฯ เหล่านี้ เป็นต้น ล้วนเชิญชวนให้ ติดตามอย่างใกล้ชิด แต่พระองค์ก็จะมีพระราชาธิบายแต่ละโครงการอย่างละเอียด เป็นที่เข้าใจง่ายรวดเร็วแก่ประชาชนทั้งประเทศ

ในประการต่อมา ทรงให้เวลาในการประเมินค่าหรือประเมินผล (Evaluate) ด้วยการศึกษาหาข้อมูลต่าง ๆ ว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์นั้นเป็นอย่างไร สามารถนำไปปฏิบัติได้ในส่วนของตนเองหรือไม่ ซึ่งยังคงยึดแนวทางที่ให้ประชาชนเลือกการพัฒนาด้วยตนเอง ที่ว่า
“….ขอให้ถือว่าการงานที่จะทำนั้นต้องการเวลา เป็นงานที่มีผู้ดำเนินมาก่อนแล้ว ท่านเป็นผู้ที่จะเข้าไปเสริมกำลัง จึงต้องมีความอดทนที่จะเข้าไปร่วมมือกับผู้อื่น ต้องปรองดองกับเขาให้ได้ แม้เห็นว่ามีจุดหนึ่งจุดใดต้องแก้ไขปรับปรุงก็ต้องค่อยพยายามแก้ไขไปตามที่ถูกที่ควร….”

ในขั้นทดลอง (Trial) เพื่อทดสอบว่างานในพระราชดำริที่ทรงแนะนำนั้นจะได้ผลหรือไม่ซึ่งในบางกรณีหากมีการทดลองไม่แน่ชัดก็ทรงมักจะมิให้เผยแพร่แก่ประชาชน หากมีผลการทดลองจนแน่พระราชหฤทัยแล้วจึงจะออกไปสู่สาธารณชนได้ เช่น ทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำนั้น ได้มีการค้นคว้าหาความเหมาะสมและความเป็นไปได้จนทั่วทั้งประเทศว่าดียิ่งจึงนำออกเผยแพร่แก่ประชาชน เป็นต้น

ขั้นยอมรับ (Adoption) โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น เมื่อผ่านกระบวนการมาหลายขั้นตอน บ่ม เพาะ และมีการทดลองมาเป็นเวลานาน ตลอดจนทรงให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริและสถานที่อื่น ๆ เป็นแหล่งสาธิตที่ประชาชนสามารถเข้าไปศึกษาดูได้ถึงตัวอย่างแห่งความสำเร็จ ดังนั้น แนวพระราชดำริของพระองค์จึงเป็นสิ่งที่ราษฎรสามารถพิสูจน์ได้ว่าจะได้รับผลดีต่อชีวิต และความเป็นอยู่ของตนได้อย่างไร

แนวพระราชดำริทั้งหลายดังกล่าวข้างต้นนี้ แสดงถึงพระวิริยะอุตสาหะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระสติปัญญา ตรากตรำพระวรกาย เพื่อค้นคว้าหาแนวทางการพัฒนาให้พสกนิกรทั้งหลายได้มีความร่มเย็นเป็นสุขสถาพรยั่งยืนนาน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ได้พระราชทานแก่ปวงไทยตลอดเวลามากกว่า 50 ปี จึงกล่าวได้ว่าพระราชกรณียกิจของพระองค์นั้นสมควรอย่งยิ่งที่ทวยราษฎรจักได้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ตามที่ทรงแนะนำ สั่งสอน อบรมและวางแนวทางไว้เพื่อให้เกิดการอยู่ดีมีสุขโดยถ้วนเช่นกัน โดยการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขึ้นตอนต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตาหลักวิชาการ เพื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริม ความเจริญ และฐานะทางเศรษฐกิจขึ้นที่สูงขึ้นไปตามลำดับ จะก่อให้เกิดความยั่งยืนและจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของครอบครัว ชุมชน และสังคม สุดท้ายเศรษฐกิจดี สังคมไม่มีปัญหา การพัฒนายั่งยืน

ประการที่สำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง

1. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน 2-3 ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน เหลือจึงขายไป
2. พออยู่พอใช้ ทำให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็น ใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ำถูพื้นบ้าน จะสะอาดกว่าใช้น้ำยาเคมี) รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล)
3. พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกับวัตถุ ปัญญาจะไม่เกิด

" การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง "


"เศรษฐกิจพอเพียง" จะสำเร็จได้ด้วย "ความพอดีของตน"


โดย: คนบ้า IP: 125.25.137.131 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:20:18 น.  

 


โดย: กล้วยไม้ป่า IP: 125.26.42.92 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:22:33 น.  

 


โดย: 555+ IP: 125.26.42.92 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:35:29 น.  

 
มีดาวเรืองกล้าถุงพร้อมส่งขายประมาณ 5000 ต้น พันธ์อมเริกันสนใจติดต่อ 086-2520119


โดย: หนุ่มเกษตร IP: 125.27.45.95 วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:14:42:57 น.  

 
มีดาวเรืองกล้าถุงพร้อมส่งขายประมาณ 5000 ต้น พันธ์อมเริกันสนใจติดต่อ 086-2520119


โดย: หนุ่มเกษตร IP: 125.27.45.95 วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:14:43:41 น.  

 
ชอบดอกไม้มากๆ


โดย: นาตาลี IP: 202.149.25.225 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:12:55:51 น.  

 
อยากปลูกต้นรักกับใครสักคน


โดย: น้อง IP: 118.175.151.7 วันที่: 13 มิถุนายน 2551 เวลา:14:06:06 น.  

 
ขอบมากอบากไป


โดย: นา IP: 124.121.181.45 วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:44:32 น.  

 
ผลิตจากเศษซากพืชอินทรียวัตถุต่างๆจากมูลสัตว์อาธิเช่น วัวนม นกกระทา สุกร แพะ ปลอดสารเคมี รวมทั้งดินและจุลินทรีย์ที่ไส้เดือนดินกินเข้าไปแล้วผ่านกระบวนการย่อยสลายในลำไส้ของไส้เดือนดิน แล้วจึงขับถ่ายออกมา ซึ่งมูลที่ได้จะมีธาตุอาหารในรูปที่พร้อมเป็นประโยชน์ต่อพืช มีค่า pH เป็นกลาง ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชและดิน ลักษณะโครงสร้างทางกายภาพของมูลเป็นผง ร่วน เบา สีดำออกน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนระบายน้ำและอากาศได้ดี ปลอดสารพิษ มีส่วนผสมของอินทรีย์วัตถุสูงถึง 95% ลดการชะล้างธาตุอาหารพืชจากดิน เมื่อใช้เป็นประจำโครงสร้างของดินจะดีขึ้นเรื่อยๆ ต้นพืชจะเติบโตอย่างแข็งแรง ทนทานต่อโรคและแมลง ใบเขียวสด ออกดอกผลต่อเนื่องตามฤดูกาล เหมาะสำหรับสวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนครัว สนามหญ้า ไม้ผลไม้ยืนต้น ฯลฯ ไม่เป็นพิษภัยกับ พืช ดินและการนำไปใช้งาน

จำหน่ายปู๋ยอินทรีย์มูลไส้เดือนดิน ราคากิโลกรัมละ 30 บาท จัดส่งทั่วประเทศ
จำหน่ายปู๋ยอินทรีย์นำหมักมูลไส้เดือนดิน ราคาขวดละ 20 บาท จัดส่งทั่วประเทศ
จำหน่ายชุดเลี้ยงไส้เดือนดิน+ไส้เดือนดินสายพันธุ์แอฟริกาไนล์ คลอเลอร์+เอกสารการเลี้ยง ราคาชุดละ 1,500 บาท มารับเอง ที่ ราชบุรี
ถ้าใช้จำนวนมากราคาต่อรองกันได้และรับเป็นตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คุณ วัฒน์ 083-617-8678


โดย: วัฒน์ IP: 119.42.95.78 วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:14:12:08 น.  

 
ได้ดูภาพดอกไม้สวยๆของป้าอยู่บ่อยๆเลยแวะเข้ามาทักทาย


โดย: กุ๊กไก่ IP: 158.108.201.67 วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:15:43:58 น.  

 
ก็ดีครับ ถ้าสนใจจะจัดสวน โทร0895034308


โดย: คุณโหน่ง IP: 58.9.132.189 วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:12:16 น.  

 
อยากปลูกไม้ขายใบบ้างจังเลยพอดีพอจะมีที่ทางอยู่บ้าง
แต่ไม่ทราบจะเริ่มต้นอย่างไร พอจะมีคำแนะนำ สำหรับมือใหม่หัดขับบ้างไหมคะ


โดย: ป้าเอียด IP: 118.173.160.234 วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:12:59:44 น.  

 
จำหน่ายไส้เดือนพันธุ์ AF พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เลี้ยงง่ายโตเร็ว ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ราคากิโลกรัมละ 600-700 บาท สนใจเลี้ยงแนะนำวิธีการเลี้ยงให้ฟรี
จำหน่ายปุ๋ยมูลไส้เดือน รับประกันแท้ 100% สอบถามราคาได้
สนใจติดต่อได้ที่ 086-3936542


โดย: คุณนก IP: 10.22.24.101, 125.27.144.36 วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:15:23:42 น.  

 
พวกเราชาวคลอง 15 ยินดีต้อนรับ นักท่องเที่ยว เสมอ ครับ

ตอนนี้ ถนนดีขึ้น กว่าเดิมแล้ว

แต่มี จุดเดียวที่ ทรุดลงไป

ก็ มากันเยอะๆ นะครับ

อิอิ


โดย: เด็กคลอง15เด็กสวน กฤษฎา การ์เด้น IP: 183.89.53.208 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:19:10:06 น.  

 
ปลูกดอกมัม เรแกน (คีโม) หน้าตัน คัตเตอร์ และเบญจามาศ จากสวนเชียงใหม่ ราคาส่งคะปลูกเองสนใจสั่งได้คะ 0884038259 บริการส่งทั้งทางนิ่ม ทางรถทัวร์ เครื่องบินคะ


โดย: นิ IP: 223.207.0.106 วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:15:34:23 น.  

 
ปลูกดอกมัม เรแกน (คีโม) หน้าตัน คัตเตอร์ และเบญจามาศ จากสวนเชียงใหม่ ราคาส่งคะปลูกเองสนใจสั่งได้คะ 0884038259 บริการส่งทั้งทางนิ่ม ทางรถทัวร์ เครื่องบินคะ


โดย: นิ IP: 223.207.0.106 วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:15:35:33 น.  

 
สนใจทำธุรกิจนี้ครับ เบอร์โทร 0908317081


โดย: โอม IP: 182.53.75.205 วันที่: 31 พฤษภาคม 2555 เวลา:13:16:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

fern_south
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add fern_south's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.