หุบเขาคนโฉด ไม่ใช่ไอศครีม ไม่ต้องเข้ามาเลีย หรือเชียร์จนละเหี่ยใจ แต่ขอแค่ความจริงใจ ของคนกล้าคิด ไม่ติดอยู่ในกรอบ
31218 ผัดหมี่โคราช


"ความสุขของมาร คือการทรมานผู้คน"
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หุบเขาคนโฉด, หมู่ตึกมารสำราญ, ผัดหมี่โคราช
zOOmzerO, Mansamran, Korat's Noodle


Aaliyah Dana Haughton "The One I Gave My Heart To"


ผัดหมี่โคราช





แต่ละจังหวัดในประเทศไทยล้วนมีของกินที่เลื่องชื่ออยู่มากมาย โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆมักจะมีเมนูอาหารที่เลิศรสชวนลิ้มลอง อย่างที่เมืองตรังก็ขึ้นชื่อเรื่อง หมูย่าง หรือ ปลาช่อนเผาก็ต้อง แม่ลา สิงห์บุรี ฯ บางจังหวัดไม่ได้ดังเรื่องอาหารปรุงสำเร็จ แต่ดังเรื่องวัตถุดิบ เช่น สมุทรปราการ ก็ต้องไปซื้อปลาสลิดที่นั่น

สำหรับอาหารบางอย่างก็แข่งขันกันอร่อยอย่างไม่น้อยหน้ากัน เช่น ข้าวหลาม ที่นครปฐมก็อร่อย ที่หนองมน-ชลบุรี ก็อร่อย คนไม่ชอบหวานก็ขออภัยด้วย อ้อ...กล้วยตาก ต้องที่ไหนเอ่ย....ใครตอบว่า พิษณุโลกบ้าง???
สำหรับอาหารทะเล ของแห้งของสดจากทะเล อันนี้คงอร่อยพอๆกันไม่ว่า ชลบุรี ระยอง ภูเก็ต กระบี่ ฯ

เมื่อเดือนก่อน ผมได้มีโอกาสพากิ๊กไปทานอาหารอีสาน ชื่อ ร้านไก่ย่างโคราช (น่าจะชื่อไก่ย่างหลานย่าโม จะโก้กว่านี้) ร้านนี้อยู่แถวรามอินทรา+วัชรพล+สายไหม สรุปว่าบอกไม่ถูกว่าอยู่ตรงไหนของโลก 555 เอาเป็นว่า เข้าทางรามอินทรา เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย ผ่านห้าแยก ไปสุดๆซอยวัชรพล แล้วเลี้ยวซ้าย ไปอีกนิดหน่อย
เดี๋ยวนะ ... โทรฯไปถามกิ๊กมาแล้ว เขาบอกว่า ถนนเพิ่มสิน-ออเงิน (เขตสายไหม) บอกแล้วก็ยังไปไม่ถูกกันหรอก แต่ไม่เป็นไรร้านนี้เขามีหลายสาขา ได้แก่ นวนคร, พระราม๕, พุทธมณฑลสาย๔, และโรจนะ (อยุธยา) เลือกเอาเอง

จังหวัดนครราชสีมา เขามีคำขวัญว่า เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน สาเหตุที่ไปผมไปทานอาหารร้านนั้น คงเพราะว่ากระผมมีบรรพชนเป็นคนอีสาน เลยมีความต้องการกินอาหารอีสานอยู่เรื่อยๆ 555… แหม!! ก็คือว่า บิดามารดาของผมเป็นคนอีสานนะซิ สมัยวัยเยาว์พวกท่านเติบโตที่ต่างจังหวัด ครั้นเติบใหญ่ก็เข้าเมืองหลวงมาสร้างครอบครัวกัน พอช่วงไหนว่างๆ หยุดยาวๆ ก็จะพาลูกๆไปเยี่ยมญาติที่โคราชากับบุรีรัมย์เปอร์ ขากลับก็มักจะซื้อวัตถุดิบมากลับมาด้วยเป็นประจำ ท่านแม่ของกระผม ท่านชอบหาอาหารท้องถิ่นมาให้ลูกๆได้ลิ้มลอง เช่น ไข่มดแดง อึ่งย่าง ฯ (ส่วนใหญ่จะไม่บอกว่ามันคืออะไร)
ในรายการอาหารอีสานที่มีอยู่มากมาย มีอยู่อย่างหนึ่งที่พอผมทานแล้ว ทำให้นึกถึงความหลัง (แปลว่าตอนนี้แก่แล้ว) นั่นก็คือ ผัดหมี่โคราช และร้านที่เคยทานเป็นประจำคือร้านค้าที่อยู่ในไทรงาม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ถ้าท่านแม่ของผม ไปพิมายคนเดียว ท่านก็จะซื้อหมี่พิมายกลับมาเป็นลังกระดาษใบใหญ่ๆ แล้วทยอยผัดให้คนในบ้านทานกัน เสน่ห์ของหมี่โคราช (หรือถ้าซื้อที่พิมายก็เรียกว่า หมี่พิมาย) อยู่ที่ไหนก็บอกไม่ถูก รู้แต่ว่าอร่อย เวลาผัดก็ใช่น้ำมะขามเปียกผสมกับน้ำตาลปี๊บส่งลงไปเป็นทัพหน้า ดูแล้วก็เหมือนผัดไทย แต่ไม่ใช่นะครับ คือเขาไม่ใส่เต้าหู้ กุ้งแห้ง หัวไชโป้ ...ฯ. จริงๆของเดิมๆก็ไม่ใส่ไข่กันหรอกเพราะมันสิ้นเปลือง แต่เดี๋ยวนี้นิยมใส่ไข่กัน และมักจะแปลงสูตรให้เป็นผัดไทยไปซะเลย แย่จัง

ที่บ้านผมชอบใช้เนื้อหมูติดมันมากกว่าเนื้อหมูแห้งๆ เพราะอร่อยกว่า ความจริงแล้วไม่ใช่ประเด็นนั้นหรอก แต่พิมพ์ให้อ่านเปลืองเวลาต่างหาก อิอิ … คือว่า สูตรดั้งเดิมสมัยตายาย ท่านจะใช้น้ำมันหมูไงครับ แต่เดี๋ยวนี้เราใช้น้ำมันพืชกัน ดังนั้นจึงต้องหาวิธีเรียกกลิ่นน้ำมันหมูจากหมูติดมันหรือหมูสามชั้นกัน แม่จะใช้หมูสามชั้นหรือมีมันมากๆ ใส่กระทะที่กันการติดก้น หรือไม่ก็ใส่น้ำมันพืชเป็นตัวล่อนิดหน่อย แล้วก็เสกให้น้ำมันพรายไหลเยิ้มออกมา จากนั้นก็แยกเอาหมูออกจากกระทะ แต่หมูนี้ไม่ได้ทิ้งนะ! เพราะมันจะไปอยู่กับเมนูหมูผัดถั่วฝักยาวพริกแกง หรือคะน้าหมูมันๆ แล้วแต่อารมณ์ของท่านแม่

ท่านแม่ได้บอกเคล็ดลับกับผม ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าทำไมต้องเป็นผมที่รับรู้เคล็ดวิชานี้เอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ทั้งๆที่ผมก็ทำกับข้าวไม่เป็นสับปะรดเลย แม่บอกเคล็ดวิชาไหมฟ้าเอาไว้ 3 ข้อ คือ ต้องเจียวกระเทียมกับหอมแดงด้วยไฟอ่อนๆ (ต้องมีหอมแดงด้วย อย่าให้ขาด)
ข้อสอง อย่าได้เอาหมี่ไปแช่น้ำร้อน น้ำอุ่น หรือลวกก่อนเป็นอันขาด แค่ล้างน้ำเปล่าๆเพื่อเอาฝุ่นผงออกก็พอ มิเช่นนั้นมันจะเละ
แล้วข้อสาม ข้อนี้เป็นทีเด็ด หรือเคล็ดลับขั้นที่เก้า ว่าเอาไว้ว่า ต้องใช้ "ไข่เป็ด" ถึงจะหอมอร่อยกว่าไข่ไก่ สำหรับผมเองมีเคล็ดลับขั้นที่สิบซึ่งเป็นสุดยอดของเคล็ดวิชา (รู้มากกว่าอาจารย์นะนี่) แต่จะบอกพวกคุณเอาไว้ตรงนี้เลยว่า อย่าได้คิดไปทำผัดหมีโคราชทานกันเองในช่วงที่มะนาวแพง เพราะถ้ามันไม่เปรี้ยว ไม่หวาน ไม่เผ็ด มันจะไม่อร่อย จงอยู่อย่างพอเพียง....สมัยก่อนหมี่โคราชจะมีผักสดมาให้อีกจานใหญ่ๆ ประกอบด้วยถั่วงอกและหัวปลีสด แต่หัวปลีคนไม่ชอบทาน ตอนนี้เลยใช้ใบกุยช่ายแทน

มาดูอาหารรายการอื่นๆกันบ้าง



เริ่มต้นด้วยส้มตำแบบไม่เผ็ด
สาเหตุที่ไม่เผ็ด เพราะคู่แด... เอ้ย คู่เดท ของผมที่ไปด้วยในวันนั้นดันเป็นคนทานเผ็ดไม่ได้ ทำให้ส้มตำจานนี้กลายเป็นสลัดมะละกอ (น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง) ครั้นจะสั่งอีกจานก็ไม่ยอมอีกด้วย เซ็งเปร็ต

เมนูส้มตำของร้านนี้ก็มีมากมาย ได้แก่ ตำไทย ตำปู ตำปลาร้า ตำซั้ว ตำโคราช ตำแตง ตำถั่วฝักยาว ตำแครอท ตำแมงดา ตำปลากรอบ ตำไข่เค็ม ตำยอดมะพร้าว ตำหอยดอง ตำกุ้งสด ฯ คำว่า "ส้มตำโคราช" จะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เพราะจะใส่ปลาป่น (ใช้ปลาฉลาดตากแห้ง นำไปย่าง แล้วใส่ครกตำให้แหลก) แถมยังใส่ขิงและน้ำปลาร้า ซึ่งมักจะเป็นปลากระดี่หรือปลาตัวเล็ก (บางตำหรับใช้น้ำปูนาดอง)

มีคนให้นิยาม ส้มตำ เอาไว้น่าสนใจว่า
ส้มตำไทย ใส่ถั่วลิสงกับกุ้งแห้ง มีมะนาว จะไม่ออกรสเปรี้ยวนำ
ส้มตำลาว ใส่ปลาร้า ลูกมะกอกสุก จะไม่ออกหวานนำ
สมตำไทยใส่ปูดอง จะออกทางเค็ม
ส่วนส้มตำโคราช จะมีทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม
แต่ไม่ว่าตำหรับไหน ถ้าไม่เผ็ด ไม่จัดจ้าน ก็ไม่น่าจะเรียกว่า ส้มตำ

เรื่องปูนานั้นมีเกล็ดมาเล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ ผมคิดว่า ปูนา คือ ปูดำ เลยเรียกจนติดปาก แต่พอโตมาถึงทราบว่า ปูดำ นั้นฝรั่งหมายถึงคือ ปูทะเล ส่วนปูนา นั้นมีทั้ง ปูนาโอโม่ กับ ปูนาดำ (อย่าเชื่อมากนักเลย) ตอนเด็ก ผมได้ทานลาบปูนาดำบ่อยๆ ก็ตอนช่วงเข้าพรรษา เพราะชาวนาจะปักดำต้นกล้ากัน พระก็เข้าค่ายพักแรมที่วัดสามเดือน (เอ้..เอาพระมาล้อเล่น จะตกนรกอีกครั้งหรือไม่นะ??) พ่อจะพาลูกๆไปเยี่ยมคุณย่า (ปู่ตายไปก่อนพวกผมเกิดเสียอีก) เราจะไปดูพวกป้าๆอาๆเขาปลูกข้าว แต่ช่วงที่เราไปเยี่ยมนั้น ต้นกล้าได้เป็นต้นข้าวเกือบหมดแล้ว จะมีก็แต่ศัตรูของข้าว คือ ปูนา จำนวนมากที่ขยายเผ่าพันธุ์กันสนุกสนาน เพราะมันจะชอบกินต้นข้าวอ่อนๆ ดังนั้นพวกชาวนาจะเอาปี๊บไปฝังตามมุมคันนา ข้างในจะใส่ปลาร้าดิบกลิ่นหอมฉุ๋ยดุ๋ย ล่อพวกปูให้มากินเหยื่อ แต่จะขึ้นจากปี๊บไม่ได้ ช่วงที่ปูนาออกไข่และระบาดมันจะใช้เวลาช่วงสั้นมากๆ ปูพวกนี้โตเร็ว และอัตราการทำลายข้าวก็เร็วมากด้วย สมัยก่อนไม่นิยมใช่สารเคมีฆ่าพวกศัตรูพืชแต่เขาเปลี่ยนเป็นเอามันมากิน หรือใช้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแทน คนรุ่นใหม่แก้ปัญหาง่ายคือใช่ยาฆ่าย่า ฆ่าแมลง ฆ่าศัตรูพืช ตัวชาวนาเองก็ได้รับสารพิษก่อนใครเสียอีก


รายการที่สองคือ ผัดหมี่โคราช (นี่แหละพระเอกของงานนี้)




เส้นหมี่ผัดได้นุ่มละมุนลิ้นมากๆ แค่บีบมะนาว โรยน้ำตาลทราย ใส่พริกป่น ยิ่งอร่อยจนลืมสติ ร้านนี้ความคิดดีนะครับ เขาใส่พริกป่น มะนาว ถั่วป่น มาข้างจานเลย เราก็แค่ปรุงรสแล้วทานได้เลย ผักก็สดมาก โดยเฉพาะถั่วงอกนี่ กรอบได้ใจพระเดชพระคุณจริงๆ ผมชอบที่เขาเอาใบตองมารองอีกชั้น ทำให้สัมผัสความเป็นไทยได้ดีมาก ดูเหมือนจะซับน้ำมันได้ด้วยนะ แหม...น่าถ่ายรูปเก็บเอาไว้จริงๆ เลยถ่ายซะเลย



อันดับต่อมา เป็นของประเภทต้มๆ ร้อนๆ รสแซ็บ แต่คล่องคอดี คนโคราชจะมีสูตรอาหารท้องถิ่นอยู่อย่างหนึ่งชื่อว่า ต้มยำเห็ดโคนป่า

เห็ดโคนตามท้องไร่ท้องนาป่าเขาหัวของมันจะมีสีน้ำตาลเข้มๆ เมื่อก่อนหาง่าย แต่ต้องระวังเห็ดเมาเพราะกินแล้วตายได้ ตามท้องตลาด ผมเห็นเห็ดโคนจะดูออกขาวๆ กำลังสงสัยว่าเป็นเห็ดเลี้ยงหรือเปล่า? เท่าที่ทราบ เขาว่าเห็ดโคนที่เมืองกาญจนบุรี รสชาดอร่อยที่สุด ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่? แต่ลูกหลานคนอีสานขอไม่เชื่อเอาไว้ก่อน ของสดๆ ก็อร่อยทั้งนั้นแหละ หุหุ

สำหรับภาษาถิ่น เรียกเห็ดชนิดนี้ว่า "เห็ดปลวก" เพราะชอบขึ้นตามจอมปลวก แต่ที่อื่นก็งอกงามได้นะยะ จำได้ว่าตอนที่ไปเยี่ยมญาติที่โคราช พวกป้าๆเขาทำต้มยำเห็ดโคน แต่เขาเรียกว่า ต้มเปรี้ยวเห็ดโคน เออไม่ใช่ซิ เขาเรียกว่า ต้มส้มเห็ดโคน คนอีสานเรียกอาหารที่เปรี้ยวๆว่า ส้ม ทั้งๆที่อีสานไม่ได้ปลูกส้มกินกันเลย คำว่าส้มเลยแปลว่าเปรี้ยวเฉยๆ

ตอนเด็กๆคิดว่าเห็ดเป็นเนื้อไก่เสียอีก ทั้งที่เนื้อมันอร่อยต่างกัน แต่ลิ้นเด็กน้อยก็แบบนี้แหละ ไม่รู้เดียงสา ปัจจุบันนี้เขาว่าเห็ดโคนเป็นของหาทานยาก และมีราคาค่อนข้างแพงอีกด้วย คนทานเป็นก็มีน้อย ดีไปอย่างคู่แข่งจะได้น้อยลงไป คนขายเห็ดที่เป็นทายาทคนโฉดนั้น จะมีวิธีเพิ่มรายได้อีกนิดหน่อย โดยการเอาดินมาพอกให้น้ำหนักมากๆ และดูว่ามาจากป่าจริงๆ ต้องยอมรับว่าเก่งมาก เรื่องชั่วๆเอาเปรียบคนแบบนี้ พอเอาไปขูดเนื้อดินออก อาจจะหายไปเป็นสี่ห้าขีด แต่ก็มารู้ตัวเมื่อถึงกรุงเทพฯเสียแล้ว


(เนื่องจากเห็ดแพง เลยต้องใส่พวกอาหารทะเลลงไปเสริม กุ้งกับปลาหมึกเลยมาเสนอหน้า)

ถ้าเป็นต้มแบบโคราชแท้ๆ มักจะไม่มีเนื้อสัตว์ครับ จะเน้นเห็ดมากกว่า เพราะอาหารแบบนี้จะเกิดในเหตุการณ์ที่ชาวไร่ชาวนาเดินทางไปทำนา แล้วเก็บเห็ดโคนตามเส้นทางจราจรมาทำอาหารเห็ดโคนเป็นวัตถุดิบที่เสียเวลาทำความสะอาดมาก เพราะต้องขูดเอาดินออกก่อน แล้วก็ต้องล้างน้ำเบาๆไม่ให้เละ เวลานำไปทำอาหารก็แค่ต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องต้มยำลงไป น้ำปลาก็ไม่ต้องใส่ ปรุงด้วยเกลือแทน นี่แหละอร่อยแบบอีสาน


สุดท้าย เป็นไก่ย่างโคราช



เนื้อไก่จะค่อนข้างแห้ง ไม่ค่อยฉ่ำ หนังก็บางๆ ไก่ก็หุ่นยังกับนางแบบ บางคนเขาไม่ชอบ เขาชอบแบบไก่ห้าดาวมากกว่า ก็ไม่ว่ากัน ทานไก่ย่างสูตรนี้ไม่ค่อยอ้วนหรอก และยิ่งได้น้ำจิ้มแจ่วแบบอีสานแท้ๆ ไก่ร้อนๆ อร่อยจนลิ้นแทบพองเลยหละ สำหรับที่โคราช เขามีตำหรับไก่ย่าง ชื่อว่า ไก่ย่างท่าช้าง แต่กิ่งอำเภอท่าช้างเปลี่ยนเป็นอำเภอจักราชมานานแล้ว เลยต้องเรียกว่า ไก่ย่างจักราช แทน ดังนั้นไก่ย่างท่าช้าง หรือ ไก่ย่างจักราช ก็คือสูตรเดียวกัน ไม่ต้องงง ผมไม่ได้โม้.... เดี๋ยวนะ จำได้ว่า พวกไก่ย่างนี่ ที่อื่นเขาก็มีดังๆด้วยนะ เช่น ไก่ย่างวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์, ไก่ย่างเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น (ซึ่งจริงเขาเคยขายที่นั่นแต่ไม่ดัง พอลูกมาทำใหม่ในกรุงเทพฯ ถึงดัง แถมมีแฟรนไชส์อีกด้วย)

สำหรับไก่ย่างจีระพันธ์ ของแท้มีที่เดียวอยู่ถนนพระราม9 ใกล้ๆเส้นผ่านด้านหลัง ABAC หัวหมาก มุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าของร้านเป็นคนอิสลาม ตอนนี้เป็นรุ่นที่ 3 ชื่อ "เฮีย" เอ้ยซ์!! "บัง" มนัส อาดำ (คนแรกคือ ไซนับ จีระพันธ์) เคยไปทานร้านนี้กับยายแม่ชีน้อยมาครั้งหนึ่ง มีซุปหางวัว มะตะบะ ข้าวหมกไก่ สะเต๊ะเนื้อ สะเต๊ะไก่ ให้ลองทานอีกด้วย จำไม่ได้แล้วว่ามีข้าวหมกแพะด้วยหรือเปล่า เพราะไม่ชอบทานเนื้อแพะครับ ร้านไก่ย่างจีระพันธ์นี้ ก็เป็นร้านชอบไปทานบ่อยๆ แต่ไม่มีแอร์นะ อากาศตอนเที่ยงจะร้อน สาวๆถ้าจะไปต้องนุ่งกระโปรงสั้นๆนะ เป็นห่วง (เอ๊ะ..ยังไงนะ เถอะน่า เชื่อป๋าเหอะ)
ส่วนไก่ต้ม ซึ่งไม่ควรจะน่าสนใจเพราะไหว้เจ้าก็เห็นไก่จนเบื่อ ที่ไหนได้ ไก่หุบบอน ศรีราชา ชลบุรี คนติดกันตรึม แต่เขาขายดีเพราะเขามีเมนูไก่หลากหลายด้วยครับ

วันที่ไปทานอาหาร ลืมสั่งอาหารอีกอย่างซึ่งเป็นของดีเมืองโคราชเหมือนกัน นั่นก็คือ "ขนมจีน" ต้นตำหรับเขาอยู่ที่ บ้านประโดก เส้นจะเหนียวนุ่ม ทั้งนี้เพราะแป้งข้าวเจ้าก็มาจากเมืองโคราชนั่นเอง ขนมจีนของโคราชต้องทานกับแกงเผ็ด(แกงแดง) ที่ใส่ไก่ไม่เน้นเนื้อไก่ แต่กลับเน้นเลือดไก่ก้อนโตๆ ปีกไก่ บาทา(ตีน)ไก่ และอุดมไปด้วยเครื่องในไก่ แบบครบอัตราศึก เช่น ตับ กึ๋น ไส้ และที่สุดยอดคือ ไข่อ่อนเป็นพวงๆ ถ้าผ่านไปทางโคราช-พิมาย เส้นไปออกทางจอหอ ก็อย่าลืมแวะไปทานกันด้วย มีร้านขายขนมจีนเป็นสิบล้าน เอ้ย...สิบร้าน คุยเรื่องขนมจีนแล้วมีเรื่องโม้ยาวเลย เก็บเอาไว้เขียนเป็นอีก kratoo ดีกว่า ชิมิ๊

อยากจะบอกว่า ขนมจีน ไม่ใช่ขนม และไม่ได้มาจากเมืองจีน แต่ต้นตำหรับเขาเป็นอาหารของมอญ ในประเทศไทยของเรา ก็มีขนมจีนขายทุกจังหวัด และมีชื่อเรียกต่างกันออกไป เช่น ข้าวปุ้น ฯ ยิ่งไปกว่านั้นต่างประเทศก็มีขนมจีนรับประทานกัน เคยได้ยินกันหรือเปล่า "บุ๋นบ่อเหว"

zOOmzERo2009





ย้อนกลับไปอ่านของเก่า
Link ไปที่ blog 31130 อยากเป็นตัวนิ่ม
Link ไปที่ blog 31021 อย่าห้ามฉันกินหอยนางรม
Link ไปที่ blog 31013 ไม่ทานเจได้ไหม?
Link ไปที่ blog 30929 แอนนี่
Link ไปที่ blog 30916 True AF ปีที่ 7
Link ไปที่ blog 30831 การ์ตูนญี่ปุ่น
Link ไปที่ blog 30809 ไม่ยอมยกธงขาว
Link ไปที่ blog 30714 เรื่องหมาหมา ตอน สุนัขจรจัด
Link ไปที่ blog 30613 วากา วาก้า
Link ไปที่ blog 30414 Pattaya ตอนที่ 3
Link ไปที่ blog 30402 Pattaya ตอนที่ 2
Link ไปที่ blog 30319 Pattaya ตอนที่ 1

Link ไปที่ blog 30226 ช้างน้อยของฉัน
Link ไปที่ blog 30212 (เยื่อ)พรหมจรรย์สำคัญด้วยหรือ?
Link ไปที่ blog 30127 ดอกไม้หายไปไหน?





Create Date : 18 ธันวาคม 2553
Last Update : 17 มิถุนายน 2554 19:09:29 น. 40 comments
Counter : 1071 Pageviews.

 
ซาหวัดดีคร้าพี่ชาย แหม ๆ คราวนี้มาเน้นเรื่องของกินเยอะแยะเลยนะคะ สัญญาว่าจะมาอ่านแบบละเอียดอีกทีแน่นอน แต่จะว่าไป บีนี่กินยากกินเย็นจริง ๆ ไม่ค่อยกินอะไรแปลก ๆ กับเขา ก็เลยไม่ค่อยได้ชิม หรือกินอาหารอะไรแปลกใหม่เอาซะเลย อย่างผัดหมี่โคราชก็ยังไม่เคยกินเลย มันต่างกันหมี่ซั่ว หรือผัดไทย ตรงไหนนะ อิอิ ดูหน้าตาเหมือนผัดไทย เลยง่ะ

อ้อ ไปแอบเม้นท์ยาว ๆ ไว้ที่บล็อคหน้าเก่านะคะ ไปอ่านด้วยค่ะ ^_^ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาใหม่ค่ะ

เพิ่งกลับจากวัดเมื่อวาน สรุปว่า วันก่อนสุดท้ายที่วัดฝนตกหนักเลย พวกที่อยู่ป่า ปักกลด กับพระธุดงค์ 4-5ร้อยกว่าชีวิต ลำบากและวุ่นวายกันการหนีน้ำกันน่าดู จะย้ายเต็น ย้ายกลดก็ไม่ได้ ผิดกฎธุดงค์อีก ที่ว่าปักตรงไหนแล้วห้ามย้าย ได้แต่เก็บของหนีน้ำกันไป ดีนะที่มาท่วมคืนสุดท้ายแล้ว เช้าวันสุดท้ายก็เลยอากาศหนาวค่ะ ตื่นมาตีสี่นั่งกรรมฐาน หนาวสั่น จนเป็นหวัดเลย ถึงจะมีผ้าคลุมไหล่พันต้วก็ยังไม่วายน้ำมูลไหล เป็นหวัดจนได้ *_* กลับมาถึงกรุงเทพ ก็อากาศเย็นแล้วเหมือนกัน หนาวตามกันมาเลย จริง ๆ แล้วชอบอากาศเย็น ๆ แบบนี้เหมือนกันนะคะ เพราะร้อนทั้งปีเบื่อจะแย่ แต่เปลี่ยนแปลงกระทันหันแบบนี้ ปรับตัวไม่ทันเลย แห่ะ ๆ กลับมาก็เลยไข้ขึ้น เมื่อคืนนอนแปะแผ่นเจลลดไข้ ไข้หายแล้ว แต่วันนี้ยังไอ เสียงแหบ และมีน้ำมูลบ้างนิดหน่อยค่ะ

งานก็เยอะแยะมากมายเลย กลับมา ยังเคลียร์บัญชีร้านกับเลขาฯ ไม่เรียบร้อยขอตัวพักก่อน หมดแรง งานอื่น ๆ อีกเพียบไปหมดเลย แถมยังดันคิดไอเดียจะส่งของขวัญปีใหม่ให้ดาวไลน์ 110 คน ขอชื่อ ที่อยู่แต่ละคนมาครบเรียบร้อย ต้องนั่งเขียน นั่งส่งอีกต่างหาก ดีนะที่ของขวัญไปเดินเหมาซื้อมาแล้วสิบโหลจากสำเพ็ง ^_^ เหลือแต่เขียนกับส่งก้อเหมือนแล้ว นึกถึงตอนพี่ชายเขียนไปรษณียบัตรส่งทายผลบอลโลก กับชิงโชคหลิงปิง ประมาณนั้นเลย คริ คริ เดี๋ยวว่า ง ๆ ต้องลุยเขียนซะแล้ว แต่งานทั้งหลายที่พูดมา ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะแค่งานนั่งเช็คอีเมล์ ที่กลับมาแล้วโอ้ มี 300 กว่าอีเมล์แล้ว วันนี้นั่งเช็คทั้งวันยังไม่หมดเลย แง๊ว ตะกี้เผลอหลับหน้าจอไปรอบแล้ว ตื่นมาเช็คเมล์ต่อ เลยเห็นว่ามีอีเมล์แจ้งว่าพี่ชายอัพบล็อคใหม่ แวะมาทักทายซะหน่อยค่ะ เดี๋ยวคงไปนอนพักต่อแล้ว

คิดถึงนะคะพี่ชาย จุ๊บ ๆ ๆ


โดย: นู๋ Beee งานตรึม IP: 124.121.184.227 วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:2:32:30 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ วันอาทิตย์ค่ะเฮีย
แหม...ชอบสีของกล่องเม๊นท์ที่สุดเลยค่ะ อิอิ
จำไม่ได้ว่าเคยทานผัดหมี่โคราชหรือป่าว
แต่ หน้าตาเหมือนผัดไทยเลยนิ
เฮียลองสั่งผัดหมี่ของร้านครัวเจ๊ง๊อ มาทานดูจิคะ
มินว่า อร่อยดีนะ มีแซมด้วยก้านผักกระเฉดอ่อน ๆ ด้วย
สมัยที่มินยังเด็ก ๆ อาเคยทำผัดหมี่แบบนึงให้ทาน
มินว่าอร่อยมากค่ะ คือเค้าจะแช่พริกแห้งซัก 2-3 เม็ด
แล้วเอามาโขลกหยาบ ๆ กับหัวหอมแดง ใส่เกลือ
แต่ มินจำไม่ได้ว่าเค้าใส่กระปิหรือป่าว แต่ คิดว่าไม่มั๊งคะ
แล้วเอามาผัดกับน้ำมัน ใส่กุ้ง ใส่ซอสแดงที่ใช้กับเย็นตาโฟด้วยนะ
มีมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาล แล้วก็ใส่เส้นหมี่ไว ๆ ที่แช่น้ำแล้วเนี่ยแหละค่ะ
พอผัดเสร็จแล้ว เค้าก็จะตักขึ้นไว้ส่วนนึงให้เด็ก ๆ ไว้ก่อน
เหลือในกระทะส่วนนึงเพื่อใส่ผักต้นหอม(มั๊ง) ถั่วงอก สำหรับพวกผู้ใหญ่อ่ะ

จำได้ว่า เย็นวันศุกร์กลับบ้านมาทีไร
เช้า ๆ วันเสาร์ ต้องได้ทานหมี่ผัดแบบนี้ทุกทีค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เล่าให้ฟังแล้ว ก็คล้าย ๆ หมี่ผัดโคราชอยู่เหมือนกันนะคะ
แต่ อันนี้ตำราของพวกทางนครชัยศรีมั๊ง มินก็ไม่รู้ค่ะ อิอิ

ว่าจะถามเฮียหลายครั้งแล้ว ลืมทุกทีค่ะ
คือการเปลี่ยนบีจีอ่ะ มินอยากทำเป็นเหมือนเฮียมั่งอ่ะ
คือเปลี่ยนบีจีบล๊อคใหม่แล้ว บีจีบล๊อคเก่าก็ขอให้เป็นรูปเดิมอ่ะค่ะ
แต่ ที่มินเป็นทุกวันนี้คือ พอเปลี่ยนบีจีอันใหม่ ทุก ๆ บล๊อคที่มีอยู่ มันเปลี่ยนเป็นอันใหม่หมดเลยอ่ะ
ไม่ทราบว่าเฮียวางโค๊ตยังไง และวางไว้ที่ไหนคะ ในสคริปเรีย หรือที่ไหนคะ บอกมินมั่งจิ อิอิ

ปล. จากบล๊อคก่อน นั่นแหละค่ะ คือเหตุผลที่มินต้องนอนคนเดียวหล่ะ
คือ อยากจะตื่น ตี 2 ตี 3 ลุกขึ้นมาจัดห้อง ฟังเพลง เล่นคอมพ์
ทุกวันนี้ ก็ทำได้โดยอิสระเสรีสุด ๆ คงต้องอึดอัด แปลก ๆ แน่ ถ้าต้องเกรงใจใคร
แต่ ก็ไม่แน่ค่ะ ถึงตอนนั้น มินอาจไม่ต้องตื่นขึ้นมาตี 2 ตี 3 ก็ได้
อาจจะอุ่นจนนอนแล้ว ไม่อยากลุกในตอนเช้าเลยก็ได้ ใครจะไปรู้เน๊อะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:6:34:40 น.  

 
เล่าเรื่องได้ดีจัง...เขียนยาวๆ ก็ทำให้สนใจตามอ่านจนจบได้แห่ะ!!
..อ่านสนุกด้วย ^^

ปล.ชอบอ่านยาวๆ...แต่ไม่ถนัดเม้มยาวๆ น๊าาาา 555+


โดย: Blue wide or narrow Way IP: 125.26.13.133 วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:19:53:36 น.  

 
การเปลี่ยน background แต่ละ blog_entry

เท่าที่รู้มาก็ใช้คำสั่งข้างล่างนี้ ใส่ไว้ในช่องที่เราเขียน blog นั่นแหละ ไม่ต้องไปใส่ที่อื่น
เวลาขึ้นอันใหม่ก็เอามาใส่ใหม่ เปลี่ยนชื่อไฟล์รูปbackground ไปเรื่อยๆ
คำสั่งเปลี่ยน background ที่ให้มานี้ ให้เอาไปใส่ช่วงเริ่มต้นคำสั่งของ Blog code ของเราเลย
โดยเรียงกันไป ไม่ต้องเว้นบรรทัด คือเขียนข้อความหรือคำสั่งปกติตามมาได้เลย
แต่เนื่องจากไม่สามารถเขียนคำสั่งให้เห็นตรงๆในช่อง comment
เพราะโปรแกรมมันจะออกมาตะหวาด เอ้ย...เตือน ว่า
code พวกนี้สามารถทำให้ blog ของคนอื่นเพี้ยนได้

ดังนั้นขอเอาแบบนี้นะ เฮียจะแยกคำสั่งออกเป็นหลายๆบรรทัด
คือ แยกร่าง แล้วหนูมินค่อยเอามารวมร่างอีกทีนะ
เวลาจะใช้ก็เอามารวมเป็นบรรทัดเดียว ไม่ต้องมีช่องว่าง
ส่วนข้อความที่ตั้งใจเขียนหรือคำสั่งอื่นๆก็เอามาต่อท้ายได้เลย
จำไว้นะ ไม่ต้องเว้นวรรค ไม่ต้องขึ้นบรรทัดใหม่


<
STY
LE>BO
DY{BACKGR
OUND-IMAG
E:URL(
htt
p://img683.
imageshack.
us/img683/6585
/th1lov36a.gif
);}
<
/STY
LE>

สำหรับตัวอย่างนี้ ได้ทำการฝากไฟล์รูปภาพเอาไว้ที่ imageshack
เราจะเอาไปฝากที่ไหนก็ได้ แค่เอา link ของมันมาใส่แทนตำแหน่งนี้ก็ใช้ได้แล้ว
ไฟล์รูปภาพนี้อนุญาตให้ลองใช้ทดลองกับ Kratoo อันใหม่ได้นะครับ

เออ...ตกลงเขาเรียกว่า entry หรือ kratoo กันแน่ ชักงง



โดย: zoomzero วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:21:57:27 น.  

 




อรุณสวัสดิ์วันจันทร์ ค่ะเฮีย
อิอิ อ่านแล้วก็แบบว่า ยัง งง ๆ นิดหน่อย
ตามประสาพวกสมองน้อยค่ะ แต่ ก็จะพยามทำดู
ปกติ การตกแต่งบล๊อค มินจะไปตกแต่งใน สคริปแอเรีย อ่ะค่ะ
ไม่เคย จะแต่งบล๊อคในโหมดการเขียนบล๊อคเลยอ่ะนะ
เสาร์ อาทิตย์ ไปเที่ยว ไปทาน ที่ไหน มาบ้างคะ อิอิ
ปล. สดชื่นกับวันแรกของสัปดาห์ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:5:36:28 น.  

 
Mint

เรื่อง แก้ background
ลองทำดูนะ คำสั่งมันก็ประมาณ style body background image url ชื่อเว็บที่เราฝากไฟล์ แล้วก็ปิดด้วยคำสั่ง / style
รูปที่เอามาทำ BG ควรจะเป็นรูปเล็กๆที่ต่อด้านบนล่างซ้ายขวาได้สมมาตรกัน ก็ประมาณพื้นปาเก้ หรือลายกระเบื้องห้องน้ำนั่นแล

เรื่อง เสาร์-อาทิตย์
วันเสาร์คุณหนูสอบ(ย่อย) เฮียเลยต้องไปรับไปส่งที่มหาวิทยาลัย เลยไม่ได้ไปไหน
ส่วนวันอาทิตย์ นอนตื่นสาย ตื่นมาก็ทำโน่นทำนี่
สิบโมงกว่าๆก็ไปหาขาหมู คากิ มันๆเหนียวๆหวานๆ รับประทาน ที่ร้านขาหมูตรอกซุง สาขาเหม่งจ๋าย
แล้วบ่ายๆก็ไปบ้านคุณยายของคุณหนูแถวยานนาวา เลยไม่ได้ทำอะไรสนุกสนานครับ
ส่วนคุณนายเจ้าแม่ขาช๊อป แว็บไปงานของพระองค์โสมอีกรอบ คราวนี้กลับมาบ่นว่าคนเยอะมาก
ก็คงเพราะว่าเป็นวันสุดท้าย และเป็นวันหยุด สรุปว่าซื้อได้แต่ของกินกลับมาเท่านั้น

เรื่องหมี่เช้าวันเสาร์
เมื่อตอนเย็นเดินไปบ้านใหญ่ ไปถามพระมารดามารศรีมาเรื่องหมี่แดงๆ
เรื่องหมี่ที่ว่านี้ คงต้องเรียกว่าผัดหมี่โบราณ และก็มีหลากหลายสูตรในการทำ
แม่บอกว่ามันเป็นตระกูลเดียวกับหมี่กะทิ ที่ใช้เส้นหมี่ หมูสับ กุ้งสับ ซอสแดง กุยช่าย เต้าหู้ และไข่เจียวหั่นเป็นเส้นๆ
ที่บ้านจะทำหมี่แบบนี้ ในกรณีที่ไม่อยากหุงข้าว หรือหุงข้าวไม่ทัน เพราะสมัยก่อนยังไม่ทีหม้อหุงข้าวไฟฟ้า
ก็ขนาดเตาแก๊สนี่ ก็งงๆว่าชาวบ้านเขาใช้กันนานแล้ว แต่แม่เรายังชอบทำกับข้าวเตาถ่าน
เพราะมีหลายอย่างที่ต้องปิ้ง ต้องเผา แม่บอกว่าสมัยก่อนกลัวเตาแก๊สมาก กลัวมันรั่ว กลัวมันระเบิด เฮ้อ...แม่ใครหว่า?
ไม่อยากจะโม้ว่า บ้านเราก็ทำผัดหมี่เป็น 2 เวอร์ชั่นเหมือนกัน
คือเขาจะทำเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกทำง่ายๆ ไม่เผ็ด เอาไว้ให้เด็กเล็กทาน
ส่วนที่เผ็ดๆก็ต้องของพวกวัยทอง เอ้ย...วัยผู้ใหญ่

ดังนั้นจานแรก หมี่พิ๊งค์กี้-สาวิกา เอ้ย...หมี่สีชมพู
ประกอบด้วย หมี่ขาว ซอสแดงที่ใส่เย็นตาโฟ หมูสับ ไข่เจียวหั่นฝอย เท่านี้ จบ
วิธีทำก็ทำไข่เจียว แม่จะใช้ไข่ไก่ ตีๆๆ แล้วใส่แป้งข้าวโพดนิดหน่อย ใส่กระทะร่อน เอียงไปมา ได้แผ่นบางๆ
เอาไข่ออกมาพักไว้ก่อน ถ้าใจร้อนก็เอามาหั่นเป็นฝอยๆได้เลย ถ้าไม่กลัวมือพอง
สูตรที่บ้านเรา แม่จะเจียวหอมแดง ให้หอมๆๆๆ ยิ่งกว่าหอม แล้วจึงใส่ซอสแดง
ใส่กุ้ง หรือ ไก่ ปรุงด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาหรือซีอิ้วขาว น้ำซุป(น้ำเปล่าก็ได้) แล้วก็ใส่หมี่ลงไป ผัดๆๆๆ
อาหารของเด็กก็เอาแค่นี้แหละยะ ยกไปเสิร์ฟได้เลย ผักเผิ๊กไม่ต้องใส่หรอก เด็กๆไม่มีใครยอมกินผักหรอกยะ
อ้อ..อย่าลืมเอาไข่ฝอยมาโรยหน้าด้วยนะ เด็กๆหนะชอบไข่ฝอย พริบตาเกลี้ยงกะละมัง เอ้ย...จาน

ผัดหมี่สูตรของคุณแม่น้องมินคงจะเป็นแบบที่ใช้น้ำพริกแกงเผ็ด(แดง)
เพราะใช้พริกแห้งแช่น้ำแล้วนำมาโขลกกับเกลือ ซึ่งควรจะมี หอมแดง และกะปิ แน่ๆ
อย่างที่บอกไว้ จริงๆมันมีสูตรหลากหลายมากมาย สำหรับผัดหมี่ขาวอมชมพูแบบนี้
เอาเป็นว่า ขอโม้เรื่องผัดหมี่สูตรของท่านแม่ของเฮียก็แล้วกัน
บ้านเฮียจะเอาพริกแกงเผ็ดลงไปผัดก่อน แล้วใส่หมูสับกับกุ้งสับมาผัดให้สุก
ใส่น้ำตาลปี๊บ ซีอิ้วขาว ซอสแดง แล้วก็ใส่หมี่ที่แช่น้ำจนนิ่มลงไปผัด ผัดๆๆๆ
ใส่ถั่วงอกเด็ดหาง ใบกุ่ยช่ายหั่นสั้นๆ แม่มักจะใส่พริกป่นลงไปเลยในกระทะ (เพื่อทำให้เผ็ดถึงสวรรค์ชั้นที่สิบแปด)
สำหรับผัก ส่วนใหญ่แม่จะใช้ผักคะน้า เพราะบ้านเราไม่ชอบทานถั่วงอกกับใบกุ่ยช่ายผัด
แต่แปลกนะ ถั่วงอกดิบกลับชอบทาน และ ขนมแป้งทอดไส้กุ่ยช่าย ทำไมทานได้ทานดี??
ส่วนหมี่โคราช ก็ประมาณนี้เหมือนกัน ต่างกันที่ไม่ใส่ซอสแดง แต่ใช้น้ำมะขามเปียก

พูดถึงผัดหมี่แล้ว ที่บ้านยังมีผัดหมี่อีกอย่างที่พวกลูกๆชอบทานกันมาก แต่เป็นสมัยที่โตๆกันแล้วนะ
ผัดหมี่ที่ว่าก็คือ ผัดหมี่ซั้ว แม่จะผัดทีเป็นกะละมังใหญ่ๆ ทานกันทั้งวัน (และทั้งคืน)
ผัดหมี่ซั้ว นี่ดูแล้วทำง่ายดีนะ เสียเวลาลวกหมี่ให้เกือบๆสุก แล้วใส่กระชอนเอาน้ำเย็นราดให้อยู่ตัว
จากนั้นก็ผัดเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ ส่วนใหญ่จะเข้ากันกับหมูชิ้น
งานนี้ก็มีการเปลี่ยนเอาต้นหอมมาผัดแทนใบกุ่ยช่าย ไม่ใส่ถั่วงอกก็ยังทานได้
ส่วนที่ทำให้อร่อยและน่าทาน คงจะมาจากเห็ดหอมที่แช่น้ำแล้วนำมาหั่นเป็นเส้นๆ
บางทีลูกๆอยากทานมากๆ แม่ก็ผัดหมี่ซั้วกับต้นหอม ไม่มีหมู ไม่มีอย่างอื่น เออ...ก็ยังแย่งกันกินเหมือนเดิม
สมัยก่อนแม่บอกว่า ไม่รู้จักน้ำมันหอย เลยใส่แต่ผงชูรส ลูกๆเลยผมบางมั๊กมาก
พอมาปัจจุบันที่บ้านไม่ยอมใช้ผงชูรสหรือผงปรุงอะไรเลย
จะใช้ก็แต่น้ำมันหอย กับพวกซุปไก่ก้อนตอนทำแกงจืด
อ้าว...กลายเป็นกระทู้อาหารไปแล้ว

เรื่องนอนตื่นเช้า
จำได้ว่า ถ้าจะเป็นภรรยาที่ดี ก็ต้องตื่นก่อน นอนทีหลัง ผู้เป็นสามี
ถ้าสามีตื่นมาแปรงฟันอาบน้ำตอนตีห้า เพื่อเตรียมตัวไปทำงาน
ภรรยาที่ดีก็ต้องตื่นตีสี่ มาเตรียมโน่นนี่นั่นให้เขา จริงมั๊ย?
ถ้าภรรยาเอาแต่นอนหลับปุ๋ย ระวังเหอะ สามีจะมีหลายบ้าน อิอิ

เมื่อเช้า ขับรถบนทางด่วนยกระดับกรุงเทพฯ-ชลบุรี
เจอรถติดหนักมากตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ากว่าๆ
กว่าจะผ่านจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ประมาณ กม. 11 - 15
เห็นรถซีวิคสีขาว ปีนข้ามไปฝั่งโน้นครึ่งคัน ดีว่าล้อหลังคาอยู่ฝั่งด้านขาออกเมือง
ถ้าข้ามไปฝั่งโน้นคงมีคนตายเป็นสิบๆชีวิต
ฝั่งด้านขาออกนั้นมีการชนกันประมาณสิบกว่าคัน
แถมมี 2 จุด ซึ่งคิดว่าพอจุดแรกชนกัน รถคงจอดกระจายเต็ม 3 ช่องทาง
พวกที่ขับตามมาเลยต้องชะลอความเร็ว
ไอ้พวกที่วิ่ง 130-140 กม./ชม. (ซึ่งเขาแนะนำให้วิ่งแค่ 90) คงเสยท้ายกันแบบลืมเบรก
เพราะจุดแรกที่เจอนั้น รถปิ๊กอัพแบบแวน มีสภาพเละเหมือนกระดาษโดนขยำ
มีเพื่อนๆร่วมเหตุการณ์จอดเป็นคู่ๆ อยู่ 3 กลุ่มย่อย
รถซีวิคที่ปีนข้ามแผงกันขอบถนน เป็นรถป้ายแดง เจ้าของเป็นนักศึกษาชาย (ใส่เสือสีขาวแขนยาว)
ไม่รู้ว่าพอพ่อแม่ได้ทราบข่าวว่ารถพังจะว่าอย่างไร
สงสัยคงจะบอกว่า ไม่เป็นไรหรอกลูก โชคดีที่ยังไม่ตาย เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปถอยใหม่อีกคัน

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:20:50:02 น.  

 
Mint

พี่ชายได้กลับไปอ่าน Comment no. 41 จากกระทู้อันเก่าแล้วนะ
แหม...แฉพี่ชายซะเละเป็นโจ๊กเลยนะ
ความจริงพี่ชายมองเรื่อยเปื่อย ไม่ใช่ตรงชายกระโปรงสั้นๆของน้องๆเค้าหรอกน่า 555

เรื่อง Galaxy
ว๊ายซ์ เอ้ย...ว๊าว แม่คุณเอ๋ย อธิบายยังกับคนขายโทรศัพท์เลยนะ
สงสัยติวกันเข้มข้น ไขมันละลายกันเลยซินะ ถึงใช้เป็นทุกฟังชั่น
แต่พี่ชายเป็นพวกชอบของมือสอง คงไม่มีปัญหาซื้อมาใช้หรอก
ชีวิตคนเรานี่ก็แปลกแต่จริงนะ พี่ชายหนะขนาดรักใคร ก็ล้วนแต่คนมีเจ้าของทั้งนั้น ฮือ ฮือ

เรื่องน้องเบลล์
ที่พี่ว่าไว้อย่างนั้น ก็เพราะอยากให้น้องบี เดินสายกลาง
ชีวิตที่ถูกลิขิตมาแบบนั้น ไม่มีใครแก้ไขให้เขาได้หรอก
เขาอยากเดินเส้นทางแบบนั้นเอง แต่เราเป็นพี่สาว ก็ต้องดูแลน้องของเราตลอดไป โอเค!!!

เรื่อง บวชชี(พราหมณ์)
พี่ชายก็ยังสงสัยไม่หายว่า พราหมณ์ที่ถือศีล เขามีผู้หญิงด้วยหรือ? ไม่เห็นในประวัติศาสตร์กล่าวถึงเลย
ยิ่งมาฟังว่าไปบวชแล้ว ต้องตากฝน ต้องทนหนาว ต้องเป็นหวัด นี่ไปทำบุญหรือทำบาปให้ตัวเองกันแน่
คนอะไร ฝนตก น้ำท่วม ไม่ยอมหาที่หลบ นี่มันศรัทธาแบบไหนกันแน่
สำหรับพี่ พี่ก็ยังคงนิยามศาสนิกชนว่า ต้องมีศรัทธา มีความรู้ มีความเพียร มีสติ และเดินสายกลาง
ขนาดฝนตก ทนนั่งหนาวสั่นกัน แบบนี้ไม่น่าจะเรียกว่า สายกลางเลยนะ นี่ถ้าป้าแก่เกิดช๊อคหรือหนาวตายจะว่ากันอย่างไร
พี่ก็ขอให้อานิสงส์ในการบวชชีครั้งนี้จงช่วยให้หนูบีหายป่วยในเร็ววัน และก็ขอให้ประสบความสำเร็จในเรื่องงานนะจ๊ะ

ช่วงสิ้นปี
นักวิเคราะห์การตลาดมือโปรฯอย่างพี่ ได้ข้อมูลมาว่า สัปดาห์ที่ผ่านมานี้คนเดินซื้อของแน่นเยาวราช สำเพ็ง ฯ
ถ้าเรียงอันดับสินค้าขายดีก็เห็นจะเป็น พวกสิ้นค้ากิ๊ฟ(gift) ของกระจุ๊กกระจิ๊ก มาอันดับหนึ่ง
อันดับสอง คือ ผลไม้ เพื่อเอาไปจัดชุดกระเช้าของขวัญ
และอันดับสาม คือ ทองคำ

สำหรับทองคำนั้นปีหน้า ราคาก็คงจะขึ้นไปอีก นี่ขนาดบาทละจะสองหมื่นแล้วนะ
ปีหน้าขอพยากรณ์ว่าจะถึง วันแก้ผ้า แต่ไม่ได้แก้ผ้าอาบน้ำนะ แต่จะเป็นแก้ผ้าไม่มีอะไรจะใส่กัน
เพราะมีเรื่องร้ายรอพวกเราอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ภัยธรรมชาติที่น่าจะโหดกว่าปีนี้ เพราะปัญหาโลกร้อน
ส่วนเรื่องที่สองคือ สงครามโลกครั้งที่สามอาจจะเกิด (มีคนอยากรวยด้วยการขายอาวุธสงครามมาก)
คนเขากลัวกันว่า ปีหน้าเรื่องเกาหลีจะมาแรง แต่ไม่ใช่หนังเกาหลีนะ เพราะพวกมันจะยิงปืนยิงจรวดใส่กันให้ได้
ส่วนพวกอัลไกด้า เขารอมานานหลายปี ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ปีนี้เขาน่าจะทำอะไรน่ากลัวอีกครั้ง
ดังนั้นตื่นเช้ามาก็หัดตรวจสอบเงินในกระเป๋าให้ดี
คนเอาเงินฝากไว้กับธนาคารเยอะๆ ถ้าเขาประกาศระงับการทำธุระกรรม มันน่ากลัวนะ
พวกสังหาริมทรัพย์นี้ เช่น ที่ดิน ตึก อาจจะขายไม่ออก แต่อย่างน้อยก็ควรมีที่ซุกหัวนอนเป็นกรรมสิทธิ์ชื่อเรา
ส่วนพี่ชาย จะขอหนีเข้าป่า ไปบวชกับต้นไม้ แล้วนั่งสมาธิ ไม่กินข้าวกินปลา อยู่จนกว่าจะบรรลุ...

Ref: นู๋ Beee Fuchsia FF 00 FF


โดย: zoomzero วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:21:39:26 น.  

 
Blue wide

คำชม สั้นๆ แต่จริงใจ มีค่ามากยิ่งนัก

เขียนคอมเม้นท์ยาวๆไม่เก่ง
ก็ลองคิดว่าคุยกับนก กับปลา ที่เลี้ยงไว้ซิครับ
หรือเห็นอะไรแล้วคิดว่ามันแปลกดี ก็เอามาถามกัน
ถามสั้นๆ แต่รับรองได้คำตอบยาวจุใจ

Ref: Bluewide MediumBlue 00 00 CD


โดย: zoomzero วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:21:48:16 น.  

 
อยากจะบอกว่า
นักร้องใน youtube คนนี้ ไม่ธรรมดา
นอกจากสวยระดับนางแบบ ยังร้องเพลงเพราะอีกด้วย
และยังจะ.....(ไม่บอกหรอก)

ส่วนเนื้อร้องของเพลงนี้

(To whom it may concern)
ถ้ามีใครซักคนทีทำให้คนหลงรัก
อาจจะตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ
แต่ภายหลังกลับทำเป็นไม่สนใจกัน
แบบบางคนอ้างว่า อายุต่างกัน แบบนั้นหนะ
น่าจะลองฟังดู


How Could The One I Gave My Heart To, Break My Heart So Bad?
How Could The One Who Made Me Happy, Make Me Feel So Sad?




โดย: zoomzero วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:21:56:34 น.  

 



วันนี้ ตื่นเร็วมาก ๆ เลยค่ะ ตั้งแต่ ตีหนึ่งครึ่งเอง
เมื่อกี๊ ก็ทานไอติมข๊อคไปถ้วยนึงแล้วอ่ะ อิอิ
ไม่รู้ทำไร เลยมาเปิดคอมพ์ป่วนคนบ้านนี้อ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เมื่อคืนมินหลับตั้งแต่ทุ่มนึงมั๊งคะ ทีวี ก็ไม่ได้ปิด
เพิ่งมาปิดเมื่อกี๊เองอ่ะ อิ อิ ...

อ่าน to whom it may concern ของเฮีย แล้ว
สะดุ้งนิด ๆ เพราะมันอาจมาตรงกับมินบางส่วน
ถึง อาจจะไม่ได้เขียนถึงมินก็ตามเหอะ
แต่ หนุ่มคนนั้น ไม่ได้เป็น the one that I will give my heart to...นี่นา
สงสาร กับ ความรัก สำหรับมินอ่ะ คนละเรื่องค่ะ
ที่ใคร ๆ พากันพูดว่า ความรักกับความสงสารเนี่ยมาด้วยกัน
นั่น อาจเป็นเพราะว่า เค้ารักก่อนแล้ว ถึงได้มีความสงสารหรือป่าวคะ
ไม่รู้เหมือนกันจิ ไว้ให้มีความรู้สึกแบบนั้นก่อน แล้วค่อยมาคิดอีกทีดีกว่านะ ฮ่า ๆ ๆ
เฮียคิดจริง ๆ หรือว่า ผู้หญิงแก่กว่าผู้ชายเกือบ 10 ปีเนี่ย
พอเลยช่วงนึงไปแล้ว มันจะไปด้วยกันได้อ่ะค่ะ มินว่าไม่น่า..นะ

พรุ่งนี้ ว่าจะไปเดินท่อม ๆ หาของขวัญให้ลูกค้าค่ะ
ยังไม่รู้ว่าจะไปห้างไหนดีเลย แต่ เมื่อวานได้จากโรบินสันมา 2 ชิ้น
ไม่ชอบกระดาษห่อของขวัญเลย มินว่ามันไม่สวยมันจืด ๆ ไปค่ะ
ส่วนกระเช้าปีนี้ให้ไม่เยอะ ไม่เหมือนปีที่แล้ว ปีนี้ต้องประหยัด ๆ
แหม..เป็นโชคของบริษัทฯ ไปนะคะ ที่เดี๋ยวนี้เค้ารณรงค์ไม่ให้เหล้ากันแล้วอ่ะ
ไม่งั๊น บริษัทฯ มินโดนอีกจมเลย ขวดนึงเดี๋ยวนี้มีระดับหน่อยก็เกือบ 2 พันแล้วนะคะ อิอิ
มินไม่รู้ว่าเฮียดื่มหรือป่าว แต่ รักษาสุขภาพมั่งนะคะ ช่วงก่อนหน้านี้ที่ลุงป่วย
ไปเดินเข้าออก รพ. มา 4-5 วัน เนี่ย บอกตรง ๆ เข้าใจถึงคำว่า การไม่มีโรคเนี่ย เป็นลาภอันประเสริฐที่สุดแล้ว
ว๊าย...ลืมเล่าให้ฟังไปได้ไงเนี่ย มินถูกล๊อตเตอรี่ 2 ใบ เลขท้าย 24 ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ตอนที่ไปโขงเจียมได้ห้องพัก 2224 แถม ตอนที่มาพักโคราชก็ได้พักห้อง 1024 อีก
แหม มันน่าจะถูกมากกว่านี้นะคะ แต่ เพราะไม่ได้สนใจไง
ช่างมันเถอะ ถูกแค่นี้ก็ดีแล้ว เพราะปกติเป็นคนไม่มีโชคทางนี้หรอกค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

ปล. เฮียดูผู้หญิงในรูปเค้ายืนอ่านจดหมายจิคะ
ขอเติมคำว่า Sweet ลงไปให้เฮีย ด้วยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เดี๋ยวตี 4 กลับไปนอนใหม่อีกรอบนึงค่ะ อิอิ


โดย: มินทิวา วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:2:49:51 น.  

 



เพิ่งตื่นรอบสองค่ะ
เดี๋ยว 9 โมง ค่อยออกไปทำงาน
ทานกาแฟยังคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:8:44:24 น.  

 
หวัดดีจ้า



โดย: ดราก้อนวี วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:15:43:24 น.  

 
ใช้เทคนิคลองคิดว่าคุยกับนก กับปลา ช่วยให้คุยได้ยาวขึ้นจริงๆ ด้วย
แต่จะคุยกันรู้เรื่องหรือเปล่า..ก็เป็นอีกเรื่องเน๊าะ 555+
..อ่ะนะ!! นอกจากเล่าเรื่องดีแล้ว Mr.zoom ยังจิตวิทยาได้ครีเอทมั่กมาก
ขอบคุณสำหรับการแนะนำ ^ ^ ดี ดี


ปล.ไว้นึกเรื่องที่จะถามได้แล้วจะโฉบมาหาความรู้จาก Mr.zoom


โดย: Blue wide IP: 125.26.11.138 วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:18:52:41 น.  

 
ผู้หญิงอายุมากกว่าผู้ชายเป็นสิบปี
อยู่กันได้นะ ไม่ได้โม้
ถ้าผู้หญิงมีเงินมากพอๆกับอายุ (คูณด้วยหนึ่งล้านบาท)
เป็นเฮีย เฮียยังทำได้เลย (ว๊าว...สี่สิบล้านบาท)
แต่อย่าเผลอนะ งานแรกจะต้องย่องไปห้องเด็กรับใช้ก่อนเลย 555

เอาใหม่ หรือที่เรียกว่าขอกดปุ่ม reset

ลองฟังเพลงนี้แล้วคิดว่า คนที่ร้องคือผู้ชายซิ
ถ้าเป็นเคสของเฮียนะ
เฮียจะ write เพลงนี้ใส่ cd แล้วส่งให้สาวคนนั้นในวันปีใหม่
ดูซิว่า จะใจอ่อนสงสารผู้ชายคนนี้บ้างหรือยัง?
เฮียขออยู่ฝ่ายที่เชื่อว่า ทำให้ผู้หญิงสงสารให้ได้ก่อน
แล้วเดี๋ยวก็ต้องรักเราเอง หุหุ

เฮ้ย...ความรักเป็นแค่อารมณ์ ไม่ใช่เหตุผลหรอกกระมัง


โดย: zoomzero วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:22:34:20 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ ตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ค่ะเฮีย ฮ่า ๆ ๆ
เรื่องผู้หญิง อายุมากกว่าผู้ชายเนี่ย
เห็นตัวอย่างมาเยอะค่ะ เอาใกล้ตัวก็คุณแม่มินเอง
ลุงอ่อนกว่าแม่มิน 5 ปี แต่ คู่นี้ขอยกเว้น เพราะ
คิดว่า เค้าเป็นเนื้อคู่กันมากกว่าค่ะ
เพราะพ่อกับแม่มินจริง ๆ อยู่ด้วยกันไม่ถึง 5 ปี
แต่ลุงกับแม่มินอ่ะอยู่กันมา 30 กว่าปีแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ไม่มีลูกด้วยกัน ลุงต้องมีพวกมิน 3 คนเป็นลูกอีกด้วย
นอกนั้นนะ มินเห็นว่ามีปัญหา มากกว่าไม่มีค่ะ

เค้าถึงได้ว่า นะ...คนเราเนี่ยก็แปลก
คนที่มาชอบเรา ถ้าเราไม่ชอบ มันก็ฝืนกันไม่ได้
ไม่ว่าเค้าคนนั้นจะทำอาไร เราก็ไม่...ไปหมด
หนัก ๆ เข้า ก็ถึงขั้นระแวงไปเลยว่า
เฮ๊ย..ไอ้นี่มันสติดีหรือป่าว มันจะทำไรบ้าไปมากกว่านี้หรือป่าว

แต่ พอเป็นคนที่เรามีความรู้สึกพิเศษ ชอบเนี่ย
แหม...ดีไปหมด เท่ห์ไปหมดเลย คนนั้นอ่ะ
แต่ การแสดงออกของผู้หญิงกับผู้ชาย มันไม่เหมือนกันนะ
ชอบยังไงก็ต้องเก็บไว้ในใจค่ะ แสดงออกไปไม่ได้
ยิ่งกับคนที่ไม่มีสิทธิ์ แม้จะคิดก็ตามเหอะ ยิ่งต้องเอาไว้ให้ลึกที่สุด ฮ่า ๆ ๆ
เอานี้เข้าข่ายกรรมสนองไหมคะ ฮ่า ๆ ๆ

เมื่อวานไปทานบุฟเฟ่ต์หม้อร้อนคล้าย ๆ ชาบู ๆ
ที่ร้านซากุระ โรบินสันรัชดา มาค่ะเฮีย
อืม...มินว่าน้ำซุปเค้าใช้ได้นะคะ
มารู้ทีหลังว่า มันเป็นน้ำซุปปลาอาไรซักอย่างนึงอ่ะ
แปลกใจว่า ทำไมมันไม่คาวเลย เพราะมินกินได้อ่ะ
เฮียลองไปทานดูนะคะ อาหารก็มีให้เลือกเยอะเลย
ไป ๆ มา ๆ มินพูดอาไรเนี่ย ไม่พ้นเรื่องของกินอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
พูดแล้ว ก็ให้นึกอยากทานผัดหมี่แบบตอนเด็ก ๆ จัง
ไว้ต้องโทรไปถามอาค่ะ ว่าใส่ไรมั่ง แล้วทำยังไง
ได้ผลลัพธ์เป็นยังไง แล้วจะมาเล่ายั่วน้ำลายเล่นนะคะ ฮ่า ๆ ๆ

ปล. ตื่น ๆ ๆ ๆ ได้แล้ว มินจะทานกาแฟแล้ว
มานั่งเป็นเพื่อนหน่อย เดี๋ยวชงโอวัลตินให้ค่ะ อิอิ


โดย: มินทิวา วันที่: 22 ธันวาคม 2553 เวลา:5:02:29 น.  

 
Mint

ว้า....กว่าจะเข้าหุบเขาฯ ก็มืดตืดตื๋อซะแล้ว 555
ป่านนี้โอลิงตินคงเย็นหมดแล้ว

อุเหม่...สาธยายเรื่องความร๊ากได้ลึกซึ้งจิงจิ๋ง
อย่างว่าหละนะ เขาถึงบอกว่า นิยามความรักนั้นยากที่จะหาคำจำกัดความที่เหมาะสมได้
เรื่องที่ผู้หญิงเกิดอาการพึงพอใจผู้ชายนั้น
คน "ธามะดำ" ธรรมดา อาจจะมองไม่ค่อยออก
หมา....เอ้ย...เสือผู้ยิ๋ง อย่างเฮีย มองปร๊าดเดียวก็รู้
แต่ก็ใช่ว่าจะดูออกหมดทุกคนนะ แค่อยากจะบอกว่าส่วนใหญ่ดูออก
ก็ผู้หญิงนั้นทิ้งนิสัยงอนและใจน้อยไม่ได้หรอก
ปิดบังอย่างไรก็ต้องทำทางงอนๆให้เห็นจนได้ อิอิ

เมื่อก่อนสมัยเป็นวันทีนเอจ เคยคิดว่าเราต้องหา "รักแท้" ให้เจอจนได้
ทุกวันนี้กลับคิดใหม่ (แต่ไม่ได้ทำใหม่) คือคิดได้ว่า "รักเป็น" ต่างหากที่สำคัญที่สุด
เฮียว่าคนเรานะ ต่อให้เจอรักแท้รักเทียมเป็นสิบๆครั้ง แต่ถ้ารักไม่เป็น มันก็มีแต่ความทุกข์

โรบินสันรัดชะดา
ไม่ได้ไปตั้งนานแล้ว
เมื่อก่อนเคยไปรับจ๊อบบริษัทของพี่ชายเพื่อนอยู่แถวนั้น
เคยได้ยินเครื่อง SOS หรือเปล่า?
สมัยก่อน ก่อนที่มือถือจะราคาถูกนั้น พวกร้านทองเขาอยากได้อุปกรณ์เรียกตำรวจ
ที่ไฮเทค เพราะโทรศัพท์ธรรมดาก็อาจจะโดนตัดสาย มือถือก็เครื่องเหยียบแสนแถมสัญญาณแสนห่วย
และเขาก็อยากได้หน่วยงานหรือใครสักคนที่เรียกตำรวจให้เขาได้เร็วๆจริง
เลยเกิดมีคนไอเดียนิวไอคิวเนี๊ยบ เห็นช่องทำมาหากิน เลยไปเอาเครื่องส่งวิทยุมาใช้
แล้วก็สั่งสอนให้มันเชื่อมสัญญาณไปทั้งตำรวจและบริษัทที่ขาย
เครื่องแบบนี้สามารถช่วยเหลือบ้านคนรวยๆที่อยู่ชานเมืองได้ดียิ่งกว่าร้านทองในกรุงเสียอีก
คงไม่ต้องอธิบายนะว่าทำไมตำรวจถึงมาได้เร็วเหมือนในหนังฝรั่ง อะไรที่เป็นธุรกิจเอกชนนี้มันเวิร์กดีจริงๆ
แต่เจ้าเครื่องนี้ก็หมดหนทางทำมาหากิน หรือที่เรียกว่า อ๊อฟโซหลีด
ปัญหาใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง ไม่ได้อยู่ที่ระบบการสื่อสาร ไม่ได้อยู่ที่ซอฟแวร์ ฯ
แต่เป็นเพราะว่า มีเจ้า Beep Beep หรือ pager ออกมาขาย
ตำรวจก็มีเพจเจอร์ใช้ บริษัท รปภ. ก็ใช้เพจเจอร์ คนมีอำนาจก็มีเพจเจอร์ใช้
แถมตอนหลังๆมันส่งเป็นข้อความหรือ text SMS ได้ แถมเป็นคำยาวๆ พวกโอเปอเรเตอร์ก็ยอมคีย์ข้อมูลให้
เจ้าเครื่อง SOS เลยต้องร้องช่วยด้วยๆๆๆ จนหายไปจากวงการ
และเมื่อโทรศัพท์มือถือลดราคาลง มีคนเข้ามาให้บริการมากรายขึ้น
เจ้าเครื่องส่งสัญญาณนี้เลยไม่มีวันได้กลับมาอีก
แต่เชื่อหรือไม่ว่า โลกเรานี้มันไม่เที่ยงจริง อะไรๆมันก็พลิกเปลี่ยนได้
ตอนนี้มีนักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นเครื่องมือขอความช่วยเหลือมาขายอีกแล้ว
โดยเขามองว่า ปัจจุบันคนเรามีอายุเฉลี่ยมากขึ้น คือตายช้าลง (นี่ขนาดว่าเจอมะเร็งพรากชีวิตไปเยอะแล้วนะ)
คนเรามักจะชอบใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในวัยชรามากขึ้น (อาจจะเพราะว่าคู่ครองตาย ลูกๆมีครอบครัว หรือว่าโสด)
ทีนี้ถ้าผู้สูงวัยที่อยู่บ้านคนเดียวเกิดหกล้ม แล้วลุกเดินไม่ได้ หยิบโทรศัพท์ก็ไม่ได้
บางคนอาจจะสลบไป แล้วฟื้นขึ้นมา ไฟฟ้าก็ไม่ได้เปิด เครื่องทำความร้อนก็ไม่ได้เปิด ฯ
มีรายงานทางการแพทย์ว่า มีฝรั่งแก่ๆ นอนเสียชีวิตเพราะอดอาหารและยาประจำตัว
เพียงแค่การล้มเล็กๆน้อยๆ แต่ไม่สามารถเรียกใครได้
แล้วเขาคิดหาวิธีช่วยเหลือกันอย่างไร?
เรื่องนี้ต้องปรบมือ เพราะว่าเขาช่างคิด ช่างประดิษฐ์กันจริง
เขาเอาเครื่องส่งสัญญาณฝังไว้ที่ไม้เท้าที่คนแก่ใช้ คือไม้เท่ากายสิทธิ์ประจำตัว
หากวันใดที่ไม่เท้าล้มลง หรืออยู่ในแนวนอนเกินกว่าชั่วโมง
มันจะส่งสัญญาณไปยังโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่ดูแลผู้สูงอายุ
เจ้าหน้าที่ก็จะโทรศัพท์มาสอบถาม หรือโทรฯไปถามคนใกล้ชิดให้เข้าไปดู
เห็นว่าเขาเริ่มนำมาใช้แล้วในอเมริกากับยุโรป
พวกฝรั่งนี่ใจถึงนะ ถ้าเขารู้ว่ามีคนต้องการความช่วยเหลือแบบซีเรียส
เขากล้าส่ง ฮ. ขึ้นบินไปรับกันเลยนะ
ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ ประเทศเราจะห่วงใยชีวิตมนุษย์ได้เหมือนประเทศที่เจริญๆแบบเขาบ้าง อาเมน

เรื่องผัดหมีสีแดง
บอกตรงๆนะ ไม่ได้อิจฉาอะไรเลย
เพราะทราบดีว่า การได้สูตรมาก็ไม่ได้แปลว่าจะได้เห็นอาหารอาหย่อย
ป่านนี้หมี่คงติดกระทะเป็นก้อนแล้วกระมัง 555
เออ...ไม่เอาๆ อย่าทำหน้าบึ้ง
ผัดมาเลย จะไหม้ จะดำแค่ไหน ก็ทานจนหมดชามนะจ๊ะ

เออ...จะสามทุ่มแล้ว หลับหรือยัง?
เอ้าๆๆ ขยับไปทางซ้ายเลย เดี๋ยวจะไปลดอุณหภูมิแอร์เป็นเบอร์22

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 22 ธันวาคม 2553 เวลา:20:30:50 น.  

 
ป้าวี

สวัสดีปีเก่าครับป้าวี
ผมว่าจะโทรศัพท์ไปเจ๊าะแจ๊ะกับป้าวีอยู่เมื่อเช้า ไปๆมาๆหมดวันจนได้
เอาเป็นว่าคุยทางระบบสื่อสารบนโลกไซเบอร์ก็แล้วกัน

จะสิ้นปีแล้ว ปีนี้กำไรดีไหมครับ ได้ไปกี่สิบล้าน?
ถ้าเงินเหลือๆก็นัดหลานๆไปทานอาหารเหลาบ้างก็ได้นะครับ
แต่ผมมานั่งวิเคราะห์แล้วค่าเงินบาทเป็นแบบนี้
พวกธุรกิจส่งออกน่าจะหงุดหงิดนะครับ

ป้าวี!! ป้าวีเชื่อเรื่อง สึนามิในอ่าวไทยหรือเปล่า?
ไอ้คนไม่เชื่อก็ออกทีวีว่าอย่าไปสนใจ
อ้ายคนที่เชื่อก็ออกทีวีว่าถ้าไม่ระวัง ไม่หาทางหนีทีไล่ ก็จะเดือดร้อน
พวกที่ภูเก็ตก็ตื่นผวาในวันที่ 24 กลัวจะเหมือนเมื่อปีนั้นอีก
ธุรกิจท่องเที่ยวนี่มีแต่ซบกับเศร้ามาโดยตลอดจริงๆ
ปีนี้เรื่องน้ำ สร้างหายนะ ได้น่ากลัวมากๆ
แต่ประเทศไทยไม่เคยมีแผ่นดินไหวในทะเลอ่าวไทยเลย คงไม่มีทางเกิดหรอกครับ ผมว่าอย่างนั้นนะ
เขาว่าถ้าคลื่นมาจริงๆ สนามบินสุวรรณภูมิอาจจะเป็นท่าเรือไปเลยก็ได้ หุหุ

อากาศหนาวหลายวัน
ป้าวีต้องดูแลตัวเองด้วยนะครับ
ถ้าไอบ่อยๆ ถี่ๆ อย่านิ่งนอนใจ ต้องไปหาคุณหมอ
อย่าเอาแต่ทำงานปิดบัญชีสิ้นปีนะกั๊บ

ด้วยความนับถือ 555

Ref: ดราก้อนวี DarkGoldenRod B8 86 0B


โดย: zoomzero วันที่: 22 ธันวาคม 2553 เวลา:20:58:10 น.  

 
Bluewide

เรื่องคุยกับนก คุยกับปลา
ไม่ทราบว่าเข้าใจตรงกันหรือเปล่า? แต่น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
เพราะชมว่า มีจิตวิทยาครีเอท

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สัมผัสมากับตัวเอง
คือเมื่อก่อนที่บ้านผม มีคน ๒ คนที่ตื่นเช้ามาแล้ว แตกต่างทางด้านอารมณ์กันมากเลย
คนแรกคือ คุณพ่อ ไม่ทราบว่าท่านหงุดหงิดอะไรนักหนา ตื่นเช้ามาก็บ่นโน่นบ่นนี้
นั่งสูบบุหรี่ควันโขมง ซดกาแฟเสียงดังโฮกๆ แล้วก็ออกไปทำงาน
ส่วนคนที่สองคือ คุณแม่ ตื่นมาก็มาเดินทักทายนกที่เลี้ยงไว้ แล้วแวะไปให้อาหารปลาในบ่อปูนข้างบ้าน
แม่จะคุยโน่น คุยนี่ กับนก กับปลา แถมหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปเรื่อย
สมัยที่เป็นเด็ก(โขง) ผมไม่ได้ทันฟังว่าแม่คุยอะไรกับพวกมัน
แต่ตอนนี้ถ้าฟังดีๆ ก็จะได้อะไรเยอะ อย่างเช่น ถ้าเมื่อวานแม่ทำน้ำพริกกะปิเป็นอาหารเย็น
ตอนเช้าแม่ก็จะมาถามมันว่า กินน้ำพริกกะปิมั๊ยเจ้าทอง ฉันมีอย่างเผ็ดเลยนะ อย่าเลยกินแล้วเดี๋ยวปวดท้องแบบชั้น
แบบนี้ถึงแม้ว่าเมื่อวานผมจะไม่ได้แวะไปหาแม่ตอนเย็น
แต่ตอนเช้าก็สามารถเรียบเรียงเรื่องราวได้ว่า ที่บ้านใหญ่ต้องตำน้ำพริกกะปิแสนอร่อยแน่ๆ
คุณเชื่อหรือไม่ว่า ขนาดแก๊สในครัวหมด ปลาในอ่างมันยังได้รับรู้ข่าวสารก่อนคนในบ้านเลย
ผมมานั่งนึกดูว่าถ้าวันนั้นแม่ทานน้ำพริก พอตื่นเช้ามาปวดท้อง แล้วไม่ได้บ่นออกมา ท่านก็คงต้องหงุดหงิด
อย่างวันไหน ตื่นเช้ามาแก๊สหมด ต้มน้ำ ทำอาหารไม่ได้ แม่คงเซ็งแต่เช้า แต่ท่านก็เลือกที่จะคุยกับนกกับปลา
แน่นอน นกกับปลา มันไม่ได้คุยตอบมา แต่แม่ผมก็คงจินตนาการว่ามันคงพยักหน้า อือ...อือ...

นี่เราสองคนเป็นคน เป็นสายพันธุ์สปีชี่เดียวกัน เขียนภาษาไทยได้เหมือนกัน
เราก็น่าจะคุยกันได้ แต่ถ้าคุยกันไม่ได้ เราก็มาทะเลาะกันก็ได้ อย่างน้อยก็ได้คุยกันแบบหนึงไง 555

เพิ่งมาเห็นคอมเมนท์อันก่อนว่า Blue wide or narrow Way
คำว่า ฟ้ากว้างและทางแคบ นั้น ได้ฟังแล้ว ไม่มีความสุขเลย
ทีแรก คิดว่า ฟ้ากว้าง เฉยๆ ฟังแล้ว ดูเป็นบวก ดูดี
ครั้นเอาอีกคำมารวม ทำให้รู้สึกเศร้าๆ
แต่จอมมารใจโฉดอย่างผม ต้องขอคิดนอกกรอบให้ได้ ว่ามันจะมีทางบวกให้คิดหรือไม่?
อืม...ถ้าโลกนี้เราต้องเดินไปบนเส้นทางแคบๆ เรียกว่าอยู่ในกรอบ คงอึดอัดน่าดู
แต่เมื่อมองขึ้นไปบนฟ้า กลับทำให้หายใจได้โล่ง เพราะท้องฟ้าช่างกว้างใหญ่
ชวนให้อยากจะเป็นนกเสียจริง จะได้ไม่ต้องใช้คำว่า narrow Way

นี่ขนาดคุณไม่ได้ถามอะไรเลยนะ ผมยังว่าไปได้เรื่อย

Ref: Bluewide MediumBlue 00 00 CD


โดย: zoomzero วันที่: 22 ธันวาคม 2553 เวลา:21:46:48 น.  

 
ซาหวัดดีค่ะพี่ชาย หาแร้ว แต่เสียงยังแหบกับไออยู่ค่ะ ^_^

เรื่องที่เขาไปธุดงค์อยู่ป่ากัน บีไม่ได้ไปอยู่ด้วยอ่ะ อยู่ตึกขาวห้องพี่กบเอา อิอิ เขาจะหลบฝนหนีน้ำกันยังไงก้อไม่รุ๊แฮะ ได้ยินแต่ว่าวุ่นวายกันน่าดูคืนนั้น *_*

ป่าวน้า กาแลคซี่ ก้อหัดกด ๆ เล่น ๆ เองก้อเก่งแร้ว ไม่ยากหรอกค่ะ เรื่องทองคำ เพิ่งนึกขึ้นมาได้ ว่าคิดเอาไว้ว่าจะซื้อทองเก็บสะสมเดือนละบาทเปงอย่างต่ำ แต่นี่ไม่ได้ซื้อเลยแฮะ ลืมไปรุย ซื้อแต่อารัยก้อไม่รุ๊เนี่ยะ แง๊ว *_* ตอนนี้ล่าสุดทองบาทละหมื่นเก้ากว่าจะเหยียบสองหมื่นแล้ว เอิ๊ก

ค่ะ สำเพ็ง และเยาวราชคนเยอะมากมาย ส่วนบีก็ซื้อของกิ๊ฟช๊อปไว้แจกเป็นของขวัญปีใหม่ดาวไลน์ ร้อยกว่าคนไว้เรียบร้อยแร้วซื้อมา 10 โหล ตั้งแต่ก่อนไปวัด กลับมานี่ซื้อซองร้อยกว่าซองนั่งเขียนจ่าหน้าจนหลับคาคอมฯ เมื่อคืน เพิ่งได้ไม่กี่สิบคนเอง แง๊ว งานหนักเหมือนกันนะนี่ คิดว่าแค่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ ซะงั้น *_*

อือ ปีหน้าบีก็คิดเหมือนพี่ชายเหมือนกันค่ะ เรื่องภัยธรรมชาติที่นับวันก็ยิ่งร้ายแรงขึ้นทุกวัน กับสงครามโลกครั้งที่สาม นี่มีคำทำนาย หรือคนพูดถึงกันเยอะขึ้นทุกวัน เหอะ ๆ อีกอันก้อเรื่อง 2012 โลกจาแตกอารัยเนี่ยะ พูดกันมาปีสองปีแระ ปีหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างน้า ปีนี้บ้านเมืองเราก้อวุ่นวายกันมาซะเยอะ ปีหน้าจะเป็นยังไงน้า ก็รอดูกันต่อไปค่ะ ^_^

อือ เรื่องนี้ลืมพูดไม่ได้ เรื่องกำลังดัง กลับมาจากวัดก้อได้ข่าวนี้ในโทรทัศน์รุย F1 ถนนประวัติศาสตร์ราชดำเนิน อุอุ อยากไปดูมากมาย เขาดริฟรถได้สุดยอดมั่กม๊ากก แต่พอดูข่าวเส็ด อีกวันว่าจาไป ก้อเหนื่อย นอนตื่นซะเกือบเที่ยง กรี๊ดดด เลยม่ายได้ไปเกาะของถนนกะเค้ารุย อิอิ แอบดูตอนข่าวภาคค่ำแทน เห็นแล้วนึกถึงเกมส์ need for speed ที่เคยเล่นในคอมฯ รุย เกมส์นี้ดังม๊าก แระมีหลายภาค ดริฟในเกมส์ยังยากมากมาย แถมคนขับคนนี้หล่ออีกต่างหากเน๊อะ อิอิ

คริสมาสต์ ปีใหม่นี้ ม.ฝรั่งเขาหยุดยาวอ่าจิ พี่ชายมีโปรแกรมไปเที่ยวไหนรึเปล่าคะปีนี้ เห็นมีโปรแกรมทุกปี บีก้อกะว่าจะเริ่มหาโปรแกรมไปเมืองนอกบ้างแล้วแหล่ะ แต่ก่อนอื่นใด ต้องไปทำพาสปอร์ตก่อน งิงิ ^^ จะไปเที่ยวไหนดีน้า แล้วไปเมืองนอกที ต้องมีตังค์ซักเท่าไหร่ง่ะคะพี่ชาย ถ้านับรวมทั้งค่าตั๋ว ทั้งค่าที่พัก ที่กินอยู่ pocket money อารัยแบบนี้ด้วยอ่ะ ตกทริปต่อคนทะไหร่กันน้า กะว่าคงเที่ยวใกล้ ๆ พวกสิงคโปร์ ฮ่องกงก่อง แร้วค่อยไปไกล ๆ อีกที อิอิ ส่วนคนไปเที่ยวด้วย เดี๋ยวหาเอาข้างหน้าตามข้างทางหน้า airport เอาอีกที 555


โดย: นู๋ Beee แหบเสน่ห์ IP: 124.122.5.238 วันที่: 22 ธันวาคม 2553 เวลา:22:44:52 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย อิอิ
อุณหภูมิ 22 อ่ะ มันหนาวไปค่ะ ถ้านอนสบาย ๆ ต้อง 23 นะมินว่า ฮ่า ๆ ๆ

เมื่อวาน เหนื่อยทั้งวันเลยค่ะ ว่าจะเอาของไปแจก ๆ ๆ ลูกค้าให้ได้หลาย ๆ ที่
ไป ๆ มา ๆ ทั้งวันไปได้ 4 รายเอง เพราะมัวแต่ไปเดินดูของที่พารากอนซะครึ่งวันอ่ะนะคะ ฮ่า ๆ ๆ
โห...ห้างเค้าตกแต่งจัดของได้น่าซื้อมาก ๆ เลย
ขนาดเมื่อวาน ท่องคาถา ไม่ซื้อ ๆ ๆ ๆ ๆ ไว้ แล้ว ยังเอาไม่อยู่เลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ ก็ไม่ได้ของแพงอาไรมาหรอก คิ ๆ ขุ ๆ ตามสไตล์มินมา 3-4 อย่าง
กลับมาเหนื่อย ๆ อาบน้ำแล้วเอาของมานั่งดู นั่งชื่นชม หายเหนื่อยได้เหมือนกันค่ะ
อันนึงนะ มันเป็นไดอารี่ดอกไม้ค่ะ คือเป็นลายดอกไม้แบบต่าง ๆ ไม่ซ้ำกันเลย ทั้งเล่มเลยค่ะ น่ารักมาก ๆ
แต่ สงสัยว่า อาจไม่ได้ใช้ เพราะถ้าเราเขียนไรลงไปเนี่ย
มันก็ทับภาพดอกไม้นั้นหมดซีคะ ฮ่า ๆ ๆ
ถ้าเฮียพาคุณหนูไปแผนกกิ๊ฟช๊อฟนะ โดนแน่ ๆ ค่ะ เพราะข้าวของแต่ละอย่างเนี่ย มันน่ารักไปหมดเลยอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ เมื่อวานแอบเซ็งนิดนึง คือ มันจะมีร้านขนมปังหวานที่มินชอบอ่ะค่ะ
เค้าปิดกิจการไม่ได้ขายไปแล้ว ร้านนี้จะอยู่ตรงข้าม คาเฟ่บายดาวอ่ะ เป็นสิงค์โปรเบรดค่ะ
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ปิดทำไม เพราะเค้าขายดีนะมินว่า
เห็นเด็กบอกว่า ต้องปิดตัวไปตอนช่วงชุมนุมราชประสงค์ตอนนั้นอ่ะค่ะ

เมื่อวานทานโรตีแกงเนื้อเผื่อเฮียด้วยนะคะ อิอิ
ซื้อเค๊กส้มกับเค๊กช๊อคกลับบ้านมาอย่างละชิ้นด้วย
มินชอบเค๊กร้านกัลป์พฤกษ์ค่ะ มินว่าอร่อยดี (อร่อยอีกแล้วเพื่อนหลินปิงเนี่ย มีไรไม่อร่อยมั่งเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ )
เมื่อคืนเล่นเค๊กช๊อคหน้านิ่มไปแล้ว เช้านี้เป็นคิวเค๊กส้มค่ะ
พูดแล้วก็ขอไปเอาออกมาจากตู้เย็น ให้มันหายเย็นก่อนนะคะ อิอิ

ปีใหม่นี้ ว่าจะเลิกนิสัย ทานกาแฟวันละหลาย ๆ ครั้ง อ่ะค่ะ
ตี 3 แก้วนึง บางทีตี 5 อีกแก้วนึง ไปถึงที่ทำงาน
9-10 โมง บางทีอีกแก้วนึง บ่าย ๆ เผลอ ๆ อีกแก้วนึงอีก
อันนี้ไม่พูดถึงนอกรอบ เวลาไปข้างนอกแล้ว
ต้องเข้าร้านกาแฟนะคะ บางทีเป็นมอคค่าเย็น บางทีคาปูเย็นอีก เฮ๊อ...
เค้าว่า ผู้หญิงทานกาแฟมาก ๆ ผิวมันจะเหี่ยวเร็วอ่ะ แต่ มินมันยังไม่เหี่ยวนะ ก็ไม่รู้ว่า ถ้ามันเริ่มเหี่ยวเนี่ย
มันจะมาแบบพรวดพราดเหี่ยวหรือป่าวก็ไม่รู้นะคะ ว๊าย....น่ากลัวเน๊อะ ฮ่า ๆ ๆ

ปีใหม่ วางแผนไปเที่ยวไหนคะ มินยังไม่มีโปรแกรมเลยค่ะ
ก็ คงอาจจะรวมตัวทานข้าวกันทั้งกับเพื่อน ๆ และครอบครัว
คิด ๆ ไว้ ก็ว่าจะไปทานที่ร้าน เกาะลันตา เหมือนกันนะคะ
ไม่รู้ว่า กลางวันเค้าเปิดขายหรือยัง มันไกลจากมินมาก
ไม่ค่อยสะดวกไปทานมื้อเย็น ๆ ค่ำ ๆ ค่ะ เพราะคิดถึงตอนขับรถกลับเนี่ย...โห..

ปล. สดชื่นวันพะหัสค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:4:06:07 น.  

 


More Christmas Greetings at GoodLightscraps





โดย: มินทิวา วันที่: 24 ธันวาคม 2553 เวลา:8:35:10 น.  

 

Xmas Glitter Graphics
Christmas Glitter Graphics, xmas scraps, comments, animate gif images

GoodLightscraps.com



Merry Christmas แต่เช้า อีกวันค่ะเฮีย


โดย: มินทิวา วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:5:55:03 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ซูม

ว้าว เปิดบล็อคชวนชิมแบบนี้ เข้ามาแล้วหิวเลย

เรื่องกล้วยตากตอบเหมือนคุณพี่ ที่รู้เพราะแม่เป็นคนพิษณุโลกค่ะ
กล้วยเขาอร่อยจริง ๆ รสกลมกล่อม ไม่หวานเจื้อย
ขนาดไม่ค่อยชอบกินกล้วยตากก็ยังกินได้เลยค่ะ

คู่เดทของคุณพี่เหมือนน้องเลย กินเผ็ดไม่ค่อยได้
ขอนุญาตเพิ่มเมนูส้มตำเจอีกสักอย่างค่ะ
ปกติก็ชอบกินส้มตำอยู่แล้ว พอกินเจก็เลยต้องหาวิธีปรุงให้อร่อย
ใช้กระเทียมไม่ได้ ก็เปลี่ยนมาใช้เกลือทะเลตำกับพริกไทยได้รสเผ็ดคล้ายกัน
ใส่พริกขี้หนูเม็ดนึง(ก็บอกแล้วว่ากินเผ็ดไม่ได้
)
ใส่ถั่วลิสง น้ำตาลปี๊บ ถั่วฝักยาว มะละกอ มะเขือเทศ
จากนั้นก็ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว น้ำจิ้มไก่เจ มะนาว น้ำมะขามเปียก
แล้วก็ตำ ตำ ตำ ออกมาอร่อยโลดดดด

คริสต์มาสและปีใหม่นี้ ขอให้อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ช่วยดลบันดาลให้คุณพี่และครอบครัวมีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรง ได้พบแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิต และโชคดีตลอดไปค่ะ





โดย: haiku วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:11:50:51 น.  

 
...เราเข้าใจเรื่องคุยกับนก คุยกับปลา ในความหมายเดียวกันชัวร์ป้าบ!!
เราตีความแบบนี้ :
คุณใช้สัญลักษณ์ในการเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด...ว่าการที่เราจะพูดคุย
ได้เก่งหรือคิดสรรหาเรื่องที่จะพูดคุยได้มาก ต้องเริ่มจากการหาสิ่งที่ชื่นหูชื่นตามาจุดประกายให้สดชื่นในการจะพูดคุยก่อน เมื่อเริ่มจากการได้คุยอย่าง
เบิกบานแจ่มใสแล้ว ก็จะเกิดความรู้สึกที่ อยากจะพูดคุย โดยคุณยกตัวอย่าง
การคุยกับนกกับปลา...ถึงมันจะโต้ตอบสนทนากับเราไม่ได้ ต้องให้เราจิ้นเอง
แต่มันทำให้สมองเราคิดสรรหาเรื่องนู่นนี่ขึ้นมาคุยเรื่อยๆ ฝึกเข้าบ่อยๆ ก็จะ
เกิดติดเป็นนิสัยทำให้พูดคุยได้คล่องขึ้น รู้จักมีไอเดียว่าจะหยิบนู้นนี่ขึ้นมา
เป็นหัวข้อพูดได้เอง

ปล.1 พิมพ์เยอะขึ้นแล้วน๊าาาาาาาา ^^
ปล.2 ชื่อล็อคอิน นี้ทำให้ชวนสงสัยจริงๆ 555+ เพราะก็มีพี่ๆ และเพื่อนๆบางคน(ในโลกไซเบอร์) ก็สะดุดหูกับความหมายของคำนี้&ทักแบบมิสเตอร์ซูมฯ เหมือนกัน...อยากจะบอกตรงๆ ว่าตัวจริง...ไม่ได้ narrow way อ่ะ ^^




โดย: Blue wide or narrow Way IP: 125.26.13.75 วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:20:05:13 น.  

 
สวัสดีครับ คุณน้องบี
สวัสดีครับ คุณไฮกุ
สวัสดีครับ คุณบลูไวด์
และสวัสดีหลายๆครั้งนะอาหมวย

ช่วงนี้วุ่นวาย ตัวเป็นเกลียว เขี้ยวเป็นมันวาว
เมื่อเย็นนี้ก็จัดงานแมรี่คิสซามัดกันมาที่บ้านคุณยาย
ผมจับฉลากได้เมนทอสกระบอกยักษ์แถมเงินอีกหนึ่งพันซ่อนอยู่ข้างใน
พวกเด็กๆบอกว่า ให้จับใหม่
เรื่องอะไรจะไปยอม อ้อยเข้าปากหมูแล้ว เสียใจยะ!!



เอาไว้จะตอบคอมเหม็นให้ทุกคนขอรับ

เออ...เครื่องคอมฯที่บ้านมันมองเห็นว่ามีคนมาวิวที่กระทู้นี้ตั้ง 280 pageviews
แหม...กระทู้ของเราก็มีคนอ่านเหมือนกันเน๊อะ

อ้าว...เห็นเขาว่าระบบนับมันรวน ตัวเลขไม่ใช่ความจริง
โธ่...ฟรายเอ้ย...ฮือ ฮือ


โดย: zoomzero วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:22:26:44 น.  

 
Beee_BU

555 ขนาดคนไปนั่งกรรมถ่าน เอ้ย...กรรมฐาน ยังมีระดับ
คนมีห้องพักก็ดีแบบนี้ซินะ เหมือนเทวดามีวิมานชั้นสามชั้นสี่เลย
ไม่ต้องไปตากฝนทนหนาวกับพวกที่ปักกลดกลางแจ้ง
ว่าไปแล้ว พี่กบนี่ก็คิดล่วงหน้าเอาไว้ได้ดีมาก ลงทุนในเรื่องสังหาริมทรัพย์
อย่าลืมหลอกให้พีกบขายตอนที่ราคามันดีๆนะ (แล้วเม็มค่านายหน้าเอามาแบ่งพี่ชายด้วยหละ หุหุ)

เรื่องภัยธรรมชาติ
พรุ่งนี้ก็จะครบรอบวันสึนามิของไทยแล้วนะ
ทีแรกพี่ก็คิดว่าเขาลือว่ามันจะมาแค่วันที่ 26
ไปๆมาๆก็ดันลือกันยาวตั้งแต่ 25 - 30 ธันวาคม
แบบนี้พวกภูเก็ต กระบี่ เลยเงียบเหงา
พี่ชายเคยถามรีเซ็พชั่นของเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ (ความจริงแกล้งจีบเขาต่างหาก)
ว่า พวกฝรั่งที่มาพักนี่หอบถุงเซเว่นกันแบบนี้เลยหรือ
เขาก็บอกว่า ฝรั่งเดี๋ยวนี้เก่ง มาพักแล้วก็ออกไปเที่ยว ทานอาหารข้างนอก
แถมยังหิ้วของที่ร้านสะดวกซื้อมาทุกวัน ไม่มีใครโทรฯสั่งอาหารจากครัวเลย
ไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อน ฝรั่งไม่ไปไหน เอาแต่ว่ายน้ำ อาบแดด สั่งอาหารมาทานในห้อง
พูดไปแล้ว ธุรกิจท่องเทียวนี่เป็นงานที่เหนื่อยเอาเรื่องเลยนะ
นี่ก็ตั้งใจลงทุนเรื่องหอพัก หรือห้องเช่า ก็ชักจะถอดใจ
เพราะมีคนเข้ามาทำแข่งกันเปิดอพาร์ทเม้นท์เต็มไปหมด
ที่ปากซอยก็มีหอพักเปิดใหม่ ทีแรกคนก็แห่มาอยู่กันเต็ม
แต่มันอยู่ใกล้ถนนใหญ่มากไป เสียงมันก็ดัง จอดรถก็ไม่ได้
ใกล้สิ้นปีแทบมองไม่เห็นแสงไฟตามห้องเลย สงสัยจะเจ๊ง

เรื่อง F1
งานนี้อยากไปมาก คิดว่าถ้าไม่ได้ไปดู อาจจะตายไปโดยไม่มีวันได้ดู
แต่ไม่ว่าจะพูดจาหว่านล้อมด้วยเหตุผลใด เจ้าแม่ก็ไม่ทรงพระอนุญาตให้ไป
ทีแรกก็บอกว่าไม่ว่าง ต่อมาก็บอกว่าไม่อยากไป สุดท้ายก็บอกว่าไม่ให้ไป
เขาน่ารักมาก เขาบอกว่าไปยืนๆตากแดดเดี๋ยวความดันขึ้น หัวใจวายคาถนนหรอก
แหม...คนเขาแช่ง เอ้ย...ห่วงใยแบบนี้ ใครจะกล้าไป
แต่ก็ดีแล้วที่ไม่ได้ไป เพราะเขาให้เวลาโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์

เรื่องวัดกู้ (พระนางเรื่อล่ม)
เมื่อเช้ามีข่าวว่าเกิดโบสถ์ทรุดด้านหนึ่ง หลังคาและประตูพังลงมา
ถ้าจะไปไหว้พระนางเรือล่มก็ไม่ต้องไปแล้วนะ
ต้องรอให้เขาสอบสวนและซ่อมแซมกันอีกนาน

คริสมาสต์และปีใหม่คงไม่ไปไหนหรอกค่ะ
เพราะเด็กน้อยที่บ้านมีสอบมิดเทอมวันที่ 4 มกราคม
สอบกันทั้งมหาวิทยาลัยเลย ประมาณสัปดาห์กว่าๆ
ดังนั้นเลยต้องจับตัวมานั่งอ่านหนังสือ
ไม่รู้ว่าลูกใคร พ่อชอบการอ่านมากๆ กระดาษถุงกล้วยแขกก็อ่าน
กระดาษที่ปลิวตามถนนหรือที่เขาแจกๆฟรี พ่อก็อ่าน
แต่เจ้าลูกสาวนี่ซิ วันๆเอาแต่อ่านบีบี เล่นเฟดบุ๊ก เล่นเอ็ม
เอาหนังสือมาให้อ่าน แค่ห้านาที หลับปุ๋ยไปแล้ว เรียกก็ไม่ยอมตื่น แสบมั๊กมาก
สงสัยต้องจับไปตรวจดีเอ็นเอแบบเต็มเหนี่ยวให้ได้ซักวันซะแล้ว

เรื่องอยากไปเที่ยวเมืองนอก
เดี๋ยวนี้ไม่ยาก ขั้นแรกต้องมีพาสปอร์ตก่อน
แล้วก็เขาเน็ทหาทัวร์ จากนั้นก็โทรฯไปจองได้เลย
เอาแบบใกล้ๆ ไม่ต้องใช้วีซ่า ประเทศเจริญๆ มีส้วมเยอะ ร้านอาหารเยอะๆ
และพลเมืองเคารพกฎหมายกันพอสมควร
ตัวเลือกเห็นจะมีแค่สิงคโปร์ เพราะฮ่องกงก็ออกเหมาะสำหรับพวกช๊อบปิ้ง
ถ้างบน้อย ต้องไปนี่แหละ ไปเครื่องบินแบบโลว์คอส์ทนั่นแหละ
อย่างเมืองจีน ก็น่าไป แต่มีปัญหาเรื่องห้องน้ำ กับเรื่องการซื้อยาถ้าเกิดเจ็บป่วย
มีเงินสองถึงสามหมื่น นี่ก็เที่ยวแบบกวนมึนโฮได้แล้ว แต่หมื่นห้าก็ไปได้เหมือนกัน

Ref: นู๋ Beee Fuchsia FF 00 FF


โดย: zoomzero วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:23:24:24 น.  

 



Sunday morning ค่ะ เฮีย


โดย: มินทิวา วันที่: 26 ธันวาคม 2553 เวลา:4:34:13 น.  

 
คุณน้องไฮ(กุ)

ขอบคุณมากสำหรับคำอวยพรวันคริสมาสต์และปีใหม่
ขอให้พรเดียวกันนี้จงบังเกิดกับคุณน้องไฮกุเช่นกันครับ

และขอบคุณที่แชร์สูตรเมนูส้มต้ม(จำ)เจ ที่ทานแล้วไม่เบียดเบียนสัตว์ มาให้ทราบ
เมื่อวานนี้พี่ก็เพิ่งจัดงานปาร์ตี้ปีใหม่กันที่บ้านของแม่ของแม่ของลูกสาวของพี่
(ไม่รู้จะเขียนให้มันเข้าใจยากทำไมเหมือนกัน)
มีพวกปิ้งๆ ย่างๆ อบๆ เพราะปีนี้มีคอนเซ็บว่าจะไม่หุงข้าว และจะไม่ทำกับข้าว
แต่ก็มีเมนูพิเศษ เช่น ยำวุ้นเส้น กับส้มตำเป็นอาหารเสริมสำหรับคนที่คิดว่าไม่อิ่มท้องเสียที
ไก่อบเดี๋ยวนี้ทำไม่ยาก แค่หมักซีอิ้ว ยัดใส่ตู้เย็น แล้วเอาเข้าฝาอบไฟฟ้า
ไข่ตุ๋นก็ง่าย ใช้ไมโครเวฟตั้งไฟอ่อนๆ นานๆ ก็นุ่มน่ารับประทาน
พวกอาหารทะเล เช่น กุ้ง ปลาหมึก ก็ย่างแค่แป๊บเดียว ปีนี้งดปูทะเล เพราะหาซื้อสดๆยากมาก
ทีเด็ดของอาหารอยู่ทีน้ำจิ้มซีฟูด ต้องตำกระเทียม ตำพริก กันใหม่ๆ ทีละครก บีบมะนาวกันเดี๋ยวนั้น (อ)ร่อยจังหู
งานนี้เหมาเอางานปีใหม่มาจัดเลย เพราะปีนี้หลานๆโตกันแล้วหลายคน
ก็เริ่มที่จะต้องการไปเที่ยวกับเพื่อนๆในเทศกาลหยุดยาว
สังคมครอบครัวเริ่มโดนสังคมภายนอกรุกราน
ขนาดคนในบ้านไม่ได้ออกไปไหน แต่พวกคนภายนอกก็ยังสามารถเข้ามาแย่งเวลาของครอบครัวไปได้
ก็พวกโทรศัพท์มือถือ พวกบีบี พวกคอมฯที่แช็ตกันได้ทุกที่ทุกเวลา นี่แหละตัวดี
นึกถึงสมัยที่ตัวเองเป็นวัยรุ่น ก็เข้าใจว่า บางทีคนเราก็เห็นคนนอกดีกว่าคนใน
ทั้งๆที่เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ยากดีมีจน ก็มีแต่คนใน(ครอบครัว)นี่แหละที่เป็นห่วงเป็นใยกันมากที่สุด

Ref: ไฮกุ haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 26 ธันวาคม 2553 เวลา:17:09:24 น.  

 
Mint

ขอบคุณมากสำหรับคำอวยพรต่างๆ

วันนี้เอาบุญมาฝากด้วยนะ
ช่วงเช้าไปถวายสังฆทานวัดแถวบ้าน
พาแม่ไปด้วย เพราะคิดว่าปีนี้คงไม่พาท่านไปใส่บาตรอาหารแห้งที่ไหน
หลายปีมานี้ พาท่านไปแล้ว ไปมาหลายวัด และกลายเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อยมากกว่าอิ่มใจ
วัดนั้นวัดนี้ ล้วนทำรูปแบบกันแบบลวกๆ การใส่บาตรก็เหมือนการก่อจราจล
ไม่มีการรอคอย มีแต่การแย่งกันยัดของใส่บาตรพระ
เด็กวัดก็ลากกระสอบมาถ่ายสิ่งของจากบาตรพระไปสู่กระสอบอย่างรุนแรงรวดเร็ว
สถานที่ๆจัดให้ร่วมทำบุญก็คับแคบหรือไม่ก็สกปรก ไม่มีการปัดกวาดดูแลวัดกันเลย
พระท่านก็เหน็ดเหนื่อย ต้องรีบฉันเช้าแล้วมาเข้าแถวรับบาตรข้าวสารอาหารแห้ง
ที่แย่ก็คือ เก้าโมงกว่า ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรกันเลย แดดก็ร้อน บางคนมาคอยตั้งแต่หกโมงเช้า
เลยบอกแม่ว่า ไปวัด ไปวันธรรมดานี่แหละ สบายใจที่สุด คนไม่พลุกพล่าน(ภาษาโบราณดีจัง คำนี้)
แต่ขอบอกว่า บางแห่งที่ไปตักบาตรอาหารแห้ง เขาบริหารจัดการได้ดีมาก
คือให้เราเอาของไปประเคนกับพระสงฆ์ทีกองคลังให้เรียบร้อยก่อน ไม่ต้องแกะกล่อง แกะซอง
แล้วเราก็แค่ขอถุงข้าวสารถุงเล็กๆ จะกี่ถุงก็ได้ เอามายืนเข้าแถว คอยใส่บาตรให้พระ
พระท่านก็จะได้ไม่หนัก และไม่ต้องวุ่นวายแยกข้าวสาร แยกบะหมี่ แยกนม แยกน้ำผลไม้
แต่ให้ตายเถอะโรบิ้น!!! พวกไม่ยอมทำตามคนอื่นมีเยอะเหลือเกิน ใส่สิ่งของทุกอย่างเท่าที่ฉันอยากจะใส่
บางคนบ้าขนาดเอาผลไม้สดๆมาใส่เอาตอนเขาใส่อาหารแห้ง เลยมีเหตุการณ์ส้มแตก องุ่นเละ
และที่สุดของคนไม่ฟังใคร เขาให้ใส่อาหารแห้ง พี่แกเล่นใส่ข้าวสวยกับแกงส้มเย้ยฟ้าท้าดินอยู่คนเดียว 555

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีคนที่บ้านเฮีย เขาฝันร้ายสามวันติดกัน
ตอนนอนเลยต้องเปิดไฟทั้งคืน เขาว่าเขากลัวมากๆ
แหม...ก็ยายเด็กน้อยตัวแสบนี่แหละ
คือ เขามีห้องนอนอีกห้องเป็นของเขาเอง แต่ชอบนอนดึก เอ้ย...ไม่ใช่ซิ นอนเช้ามากกว่า
พอหกโมงเช้าก็ตื่นไม่ไหว ไปมหาวิทยาลัยก็เส้นยาแดงผ่าแปด (นี่ก็ภาษาโบราณอีกคำ)
เกือบไม่ทันเช็คชื่อเข้าห้องเรียน พอโดนดุก็หน้างอ พูดอะไรก็ไม่พูดด้วย ป๊าดโถ้!!!

ท่านแม่ของเขา (หมายถึง นายหญิงของเฮีย) เลยให้มานอนห้องเดียวกันหมดครอก
ก็เลยไม่รู้ว่า เรื่องฝันร้ายนี่ เป็นแผนการอันแยบยลที่จะกลับไปนอนห้องตัวเองหรือเปล่า?
ถ้าเฮียพูดออกไปว่าหลอกกันใช่มั๊ย? มีหวัง "งอน" กันเป็นเดือน
แต่ดูแล้วถ้าจะไม่ใช่
เพราะว่าท่าทางเขาง่วงนอนเอามากๆ แปลว่าคงนอนไม่เต็มอิ่ม
เอาเป็นว่า วันนี้เลยจับตัว พาไปหาพระ
เล่าให้ท่านฟัง ท่านบอกว่า กินมากก็ฝันมาก (น่าน โดนจนได้)
แต่ทานก็สวดมนต์บทยาวเฟื้อยให้เลยนะ
ผูกสายสิญให้อีกเส้น
แจกพระองค์ขนาดเมล็ดแตงโมอีกหนึ่งองค์ เป็นเหรียญหลวงปู่ทวด
แถมยังเอาผ้าขาวมาทำพิธีส่งเคราะห์กรรมออกไป
ดังนั้นคืนนี้ต้องดูว่า จะฝันร้ายอีกหรือไม่? หุหุ

อ้อ...ลืมเล่าไป เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเมื่อวันจันทร์ อังคาร พุธ
ว่าฝันร้าย เล่าตอนเช้าทีละวันๆๆ พอวันพฤหัสมีเรียน 1 วิชาเลยขอโดดเรียน เพราะง่วงนอน
แล้วตอนบ่ายก็มาถามพ่อว่า จะปีใหม่แล้ว คิดออกหรือยังว่าจะซื้ออะไรให้หนู
พอได้ยินคำนี้ ในใจของเฮียก็รู้เลยว่า งานเข้าแล้วตรู
เลยบอกว่า อยากเปลี่ยนมือถือใช่หรือไม่? เขาก็บอกว่า ใช่
แล้วเรื่องราวก็ไปจบที่ศูนย์ให้บริการมือถือแห่งหนึ่งในห้างเดอะมอลล์
เขาว่ากันว่าเจ้าไอโฟนสี่มันขาดตลาด ช่วงนี้หาไม่ได้หรอก ต้องไปซื้อร้านที่หิ้วเข้ามาเอง
ซึ่งเฮียก็คิดว่า ไปถึงศูนย์บริการ ก็คงฟาล์ว ไม่มีของ (อิอิ จะได้ไม่ต้องซื้อ)
ที่ไหนได้ของเพิ่งเข้ามา 5 เครื่อง ตอนบ่ายพอดี เลยต้องซื้อให้ยายตัวแสบจนได้
เงินร่วงไปสองหมื่นกว่าาาาาา (เมื่อวานก่อนโน้นหมื่นเจ็ดค่าวิทยุกับลำโพงยังไม่ได้จ่ายเขาเลย)
เมื่อต้นปี ตอนที่แม่เขาซื้อไอโฟนสาม ทางศูนย์อีกแห่งบริการดีมาก ลงเพลง ลงโปรแกรมให้มากมาย
แต่เดือนนี้ พาลูกสาวไปซื้อค่ายนอีกค่าย เพราะบีบีเขาใช้ค่ายนี้อยู่ ต้องไปทำเรื่องขอยกเลิก
โห... พวกมันไม่ง้อเราเลย ไม่แถมอะไรเลย ไม่ค่อยอยากจะคุยอะไรกับเราเลย
ทั้งๆที่ข้างกำแพงของเขา ก็ติดโปสเตอร์ยั่วยวนมากมายว่า ใช่ไอโฟนค่ายของเขา ใช้เน็ทของเขา
สามารถทำโน่น นี่ นั่น ได้มากมาย แต่พอจะให้ทำอะไร มันก็บอกว่า ให้ไป โหลดเอาเอง
เลยต้องออกมาเสียเงินอีก 500 บาท ให้ร้านเล็กแถวๆนั้น ยัดเยียดเกมส์และเพลงให้เต็มเม็มโมรี่
อ้อ...ไอโฟนสี่ ต้องใส่ปลอก เพราะเขาว่าเครื่องมันจะเพี้ยน
เอ้า...เพื่อความปลอดภัยก็ต้องซื้อปลอกใส่อีกหกร้อยบาท
วันนั้นพอกลับมาบ้าน คุณหนูตัวแสบ...เฮ้อ...
หนังสือหนังหาไม่ยอมอ่านเลย นั่งกดโทรศัพท์เล่นเกมส์เป็นชั่วโมงๆ กรรม!!!
ส่วนบีบี ตอนนี้โยนลงกล่องไปแล้ว

เรื่องกาแฟ
ปีใหม่แล้ว อยากให้อาหมวยทานกาแฟให้น้อยลง
ไม่อยากให้หัวใจดวงน้อยๆ ต้องทำงานหนักเพราะสารคาเฟอีน
แต่เฮียเป็นใครฟระ จะมาสั่งอาหมวยสวยแสบคนนี้ได้เน๊อะ
อยากจะแนะนำให้ดื่มอย่างอื่นก็ไม่รู้จะแนะนำอะไร เพราะมีแต่ของที่ออกแนวหวานๆทั้งนั้น

เรื่องปีใหม่
ไม่ได้วางแผนไปเที่ยวไหนเลยครับ ไม่มีเวลา และไม่มีเงินด้วย
คาดว่าจะลองดูว่าถ้าถนนโล่งๆ ก็อาจจะเข้าเมืองหาวัดที่อยู่แถวรถติดๆ
จะได้มีที่จอดรถ และเดินไปไหว้พระได้สะดวก
สำหรับคุณนายเจ้าของบ้าน พรุ่งนี้เขาจะไปสระแก้ว ตลาดโรงเกลือ
เขาจะไปซื้อพวกเสื้อผ้าเก่าๆ เอามาร่วมบริจาคกับบริษัทน้องสาวเขา
เฮียไม่ได้ไป เพราะต้องขับรถรับส่งคุณหนูที่บางนา
ว่าแล้ว ปีหน้า สงสัยต้องหากิ๊กที่มีอ๊อฟฟิซอยู่แถวบางพลีสักคนสองคนดีกว่า

มีเรื่องอยากจะเล่าเป็นสิบๆเรื่อง (ทำไมเรื่องมันเยอะจัง)
ค่อยๆทะยอยเล่ากันไปก็แล้วกันนะ ยังมีวันว่างให้เล่าอีกเยอะ

อย่างวันนี้ เมื่อตอนสิบโมงกว่าๆ ก็ออกไปนมัสการพระอาจารย์ มิสซูโอะ คเวสโก
ที่ถนนกรุงเทพกรีฑา ใกล้ๆสนามกอล์ฟยูนิโก้กับสนามกรุงเทพกรีฑา (เข้าทางมอเตอร์เวย์ก็ได้อีกทาง)
คนไปเยอะแยะกันตั้งแต่เช้า เพราะมีตักบาตรอาหารแห้ง พระ 99 รูปจากกลุ่มวัดหนองป่าพง
แต่ปีนี้ไม่อยากพาใครไปยืนเข้าแถวทรมานแบบนั้นอีกแล้ว เลยขอไปตอนสายๆ
วันนี้เขามีการถวายผ้าป่า 2 กอง ตอนเช้าเป็นกองของมูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะกับมูลนิธิมายาโคตมี
ตอนบ่ายเป็นกองของหลวงพ่อเลี่ยม เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง อันนี้เข้าศูนย์มรดกธรรมหลวงปู่ชา
และช่วงเที่ยงมีพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปอีกด้วย ไปงานเดียวได้ทำบุญหลายกิจกรรมเลย

เอาเป็นว่าตอนเขาเททองหล่อพระ
ก็ภาวนา ขอให้ผลบุญวิ่งจู๊ดๆๆๆไปหาอาหมวย
(ถ้ารู้ ชื่อ แซ่ กันก็คงจะเขียนใส่แผ่นทอง(เหลืองบางๆ) ให้เขาเอาไปร่วมหลอมไปแล้วหละ)

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 26 ธันวาคม 2553 เวลา:21:16:56 น.  

 
รายงานด้วยภาพ

งานทำบุญตักบาตรและทอดผ้าป่าสามัคคี วันอาทิตย์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๓
- ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง
- ทอดผ้าป่ามูลนิธิมายา โคตมี และมูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
- เปิดอาคารมูลนิธิฯ และอาคารปฏิบัติธรรม วัดสุนันทวนาราม
- เททองหล่อพระประธานและพระพุทธรูป
- ทอดผ้าป่าถวายหลวงพ่อเลี่ยม เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง เพื่อศูนย์เผยแผ่มรดกธรรม หลวงปู่ชา สุภัทโท


อาคารปฏิบัติธรรม


พิธีเปิดอาคาร, พระอาจารย์มิตซูโอะ


ตอนที่มีผ้าปิดป้ายเอาไว้ มองไม่เห็นโลโก้


เอาผ้าออกแล้ว


พิธีเททอง




ญาติโยมนั่งฟังธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อเลี่ยม แล้วก็ถวายผ้าป่า






โดย: zoomzero วันที่: 26 ธันวาคม 2553 เวลา:22:18:40 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย ..ตื่นยังน๊อ...อิ อิ
อืม..เหมือนกันเลยค่ะ เรื่องกาแฟอ่ะ
มินก็คิดของมินไว้แล้วเหมือนกัน ว่า
จะให้เหลือแค่วันละ ไม่เกิน 2 แก้ว
คือ ทานแต่เช้า ตี 4 ตี 5 ที่บ้านแล้ว
ถ้าถึง office ก็จะไม่ทานอีก รวมพวกกาแฟปั่นต่าง ๆ
ก็ต้องอยู่ในโควต้า คือ ไม่เกิน 2 แก้วต่อวัน
แต่ พูดตรง ๆ นะ อย่างมินเนี่ย มันประเภทตามใจตัวเองอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
กฏ ระเบียบ อาไร ไม่ค่อยมีความหมายเท่าไรหรอก
ตั้งไว้อย่างดิบดี แต่ ถึงเวลา ไม่เอาแล้ว ไม่สนหน้าตาเฉยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
อีกเรื่องนึงคือ ต่อไป จะพยามทานผัก ทานปลาให้มาก ๆ
เริ่มจากพวกผักที่พอทานได้ก่อน แล้วค่อย ๆ คืบไปยังผักที่ทานยาก ๆ
ปลา ก็นอกจากพวกปลาทอดแล้ว ก็ จะพยามทานพวกปลานึ่งดูบ้าง จะได้ไม่มีน้ำมันค่ะ อิอิ

เรื่องพระอาจารย์เควสโก นั้น มินศรัทธาและทึ่ง ท่านอยู่เหมือนกันค่ะ
มีหนังสือธรรมะของท่านแบบเล่มเล็ก ๆ อ่านง่าย ๆ เต็มไปหมดเลยค่ะ

ส่วนเรื่อง ไอโฟน 4 ของคุณหนูนั้น
ถ้า ถามมินนะคะ ลูกเราไม่แปลกหรอกค่ะ
เพราะ เด็กสมัยนี้ เป็นแบบนี้กันเกือบทุกคน เรื่องปกติ
แต่ ที่น่าจะเป็นห่วงคือ เราไม่รู้ว่าเค้าคบเพื่อนยังไง แบบไหน
เพราะที่พามาให้พ่อ แม่ เห็นที่บ้านเนี่ย ส่วนมาก
เป็นเพื่อนที่พ่อ แม่ รู้จักอยู่แล้ว เป็นเพื่อนสนิท
เพื่อนใหม่ ๆ ประเภทเพื่อนของเพื่อน หรือแชทไปเจอกันนี่สิ
อันนี้ น่าเป็นห่วงมากกว่า ...น้องอยู่เอแบค คำนวนอายุคงราว ๆ 19-20 ใช่ป่าวคะ ยังพอโอเค
แต่ หลานสาวมินคนเล็กนี่สิ อยู่เกรด 9 เอง ร้องจะเอาไอโฟนเหมือนกันแล้วค่ะ
พ่อเค้า (น้องชายมิน) ก็กลุ้ม ๆ เพราะไม่ค่อยมีเวลาดูแลใกล้ชิดลูก
ส่วนแม่เค้า ก็เอาลูกไม่อยู่ เพราะตามใจสุด ๆ มาตั้งแต่เล็ก ๆ
เลยทำให้มิน กลายเป็นป้าใจร้าย ต้องคอยปราม ๆ คอยเบรค ๆ ไว้อยู่เรื่อย
สมัยก่อน ตอนเค้ายังเด็ก ๆ เจอปุ๊ป วิ่งมานั่งตักปั๊ป ไม่ยอมไปไหน วนเวียนอยู่กับป้าเนี่ยแหละ
เดี๋ยวนี้เจอกัน พอหวัดดีแล้ว หายต๋อมเข้าห้องไปเฉย หรือ พอไปทานข้าวเจอกันเนี่ย
ไม่ยอมมานั่งใกล้ ๆ เลยค่ะ นั่งกันคนละมุมไปเลย ฮ่า ๆ ๆ

พูดถึงปีใหม่ มินก็ยังไม่มีโปรแกรม เหมือนกันค่ะ
อืม..น่าจะพาแม่ไปเล่นสล๊อตที่ปอยเปตเหมือนกันนะคะ
แต่ สงสัยคนจะเยอะมาก ๆ เดี๋ยวเป็นลมไป เดือดร้อนมินอีกอ่ะ
แต่ ของชอบของเค้าเลยค่ะ ปีที่แล้วพาไปเกนติ้งมา
คุณนายแม่ชอบมาก ๆ อากาศดี๊ดี พูดแล้วก็นึกขึ้นได้
ชาจากบนยอดเขาที่เกนติ้งโน่นอ่ะ ป่านนี้ยังแจกไม่หมดเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ที่เวลาทำบุญแล้วนึกถึงมินอ่ะค่ะ
มินเองก็เช่นกัน แม้ จะไม่รู้จักชื่อแซ่ แต่ มินว่า
แค่หลับตา ตั้งใจนึกถึงนะ เจตนาจิตที่เป็นกุศล เนี่ย
มันวิ่งมาถึงกันแล้วค่ะ นะ มินคิดแบบนี้ ว่ายังงี๊ค่ะ..
เอ..แต่ชื่อล๊อคอินมินอ่ะ เป็นชื่อจริง ๆ ตามบัตรนี่คะ
ไม่เหมือน zoomzero หรอกนะ ไม่รู้จะไปตามหาได้ที่ไหนอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ...

ปล. ไปดีกว่า เดี๋ยวอาจจะโดน มิใช่น้อยมั๊ง ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 27 ธันวาคม 2553 เวลา:4:55:13 น.  

 
อนุโมทนาด้วยค่ะพี่บี โอ้โห ไปทั้งทีไประดับงานใหญ่เลยนะคะเนี่ยะ ^_^

เรื่องลูกสาวติดบีบีเหรอคะ บีก้อปวดหัวกะคุณน้องสาวที่ติดบีบีเหมือนกัน เดินไปไหนด้วยกันมันไม่คุยกับเราซักคำ แต่ไปแชตกับเพื่อนในบีบีตลอดเวลา แถมยังไม่พอ มันพกบีบีสองเครื่องอีกต่างหาก ก็ไม่เข้าใจถามมันว่า แกจะมีบีบีทำไมวะตั้งสองเครื่อง ก็ได้คำตอบกลับมาว่า เครื่องนึงไว้คุยกับแฟน อีกเครื่องนึงไว้คุยกับกิ๊ก เง้อ *_* อารัยของมานหว่า

เด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่อายุต่างกัน 8 ปี หรือสิบปีขึ้นไปก็มีความแตกต่างของวัยแล้วจนเรารู้สึกเหมือนเข้าไม่ถึง แทบจะเป็นรุ่นลูกได้เลยนะเนี่ยะ *_*

ปีใหม่บีก็คงไม่ได้ไปไหนเหมือนกันค่ะ แต่คงไปถวายสังฆทานที่ซอยสายลมต้อนรับปีใหม่เหมือนเดิม :)

มี Merry Christmas ย้อนหลังด้วยค่ะ คิดถึงพี่ชายเสมอนะคะ จุ๊ฟ ๆ ๆ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ IP: 124.122.32.205 วันที่: 27 ธันวาคม 2553 เวลา:12:28:23 น.  

 



goodnight นะคะเฮีย


โดย: มินทิวา วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:3:35:14 น.  

 
ขอคอมเม้นท์กลับเรื่องของน้องบีกับอาหมวย ที่เขียนประเด็นเดียวกัน

เรื่องเด็กวัยรุ่นกับโทรศัพท์มือถือ

พี่ว่าเครื่องโทรศัพท์มือถือในวันนี้มันเป็นมหันตภัยที่น่ากลัวที่สุด ร้ายกว่า H5N1 เสียอีก
คือว่า มันแยกพวกเขาออกจากสังคมรอบตัวโดยที่ทำให้พวกเขาไม่แยแสใครๆเลย
เมื่อก่อน มือถือมันยอมแพ้พวกตึกหนาๆ ชั้นใต้ดิน หรือในลิพท์ เรียกว่าเป็นมุมสงบเพราะอับสัญญาณ
แต่วันนี้ที่ไหนๆมันก็ทำงานได้ แม้แต่ในห้องส้วม เจ้ามือถือมันก็ยังทำงาน ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด
บ่อยครั้งที่ได้ยินเสียงคุณหนูน้อยของพี่ที่แอบคุยกับเพื่อนในห้องน้ำตอนตีหนึ่งตีสอง
คงมีแต่บนดวงจันทร์กระมังที่สัญญาณ 3G ยังไปไม่ถึง

เราจะเห็นภาพบ่อยๆว่า เด็กวัยรุ่นยืนซื้อสินค้าและคุยโทรศัพท์ไปพร้อมๆกันในร้านสะดวกซื้อ
คนขายถามอะไรก็ไม่ยอมฟัง ก้มหน้าก้มตาเมาท์กันมันหยดติ๋งๆ
บางคนก็ยืนขวางคิวซื้ออาหารโดยไม่ยอมสั่งอะไรเพราะเอาแต่กดบีบี คนต่อคิวจากพวกเธอก็เกิดอาการโมโห
หลายคนเดินข้ามถนนโดยใช้ smalltalk หรือ หูฟังบลูทูธ ปากก็พูดๆๆๆ แต่สายตาไม่ได้มองทางเดินเลย รถจะชนเอาได้
และคนที่โทรศัพท์ไปขับรถไป นอกจากอาจจะพาตัวเองไปตายแล้ว ยังจะพาคนในรถตายตามไปด้วย
หรือไม่ก็ลากเอาคนข้างถนนไปเป็นเพื่อนในยมโลก พี่หละ คนหนึ่งที่ต้องจอดรถคุย หรือไม่ก็ไม่รับโทรศัพท์ขณะขับรถ

การเปลี่ยนมือถือเป็นอีกกิจกรรมทียอดฮิตในหมู่ลูกๆหลานๆของพี่ชาย
เมื่อก่อนอย่างน้อยก็สองปีถึงจะเปลี่ยนเครื่องใหม่
แต่ทุกวันนี้ แค่ห้าหกเดือน พวกวัยรุ่นพวกนี้ก็มองหาเครื่องใหม่กันแล้ว
ตลาดเครื่องโทรศัพท์มือถือแบบมือสอง กำลังเติบโต
บีบีของใหม่ราคาหมื่นกว่าๆถึงสองหมื่นมั๊ง ใช้ไปประมาณหนึ่งปีขายทิ้งได้เงินประมาณ 7 พัน
ก็ยังอยากจะขาย โทรศัพท์ยังอยู่ในสภาพใหม่อยู่เลย อ้างว่าเสียงไม่ชัดเฉยเลย

ทีแรกพี่ก็เห็นว่า พวกวัยรุ่นหรือวัยทำงานใหม่ๆ ก็เห่อเรื่องโทรศัพท์มีกล้องถ่ายรูป
ต่อมาก็มาสะใจเรื่องโปรโมชั่นลดกระหน่ำค่าโทรฯ เลยโทรฯกับแบบไร้สาระได้เป็นชั่วโมงๆ
ต่อมาก็เรื่องที่มันสื่อสารผ่านบลูทูธได้ ไม่ต้องเสียเงิน กดส่ง sms กันใหญ่
แล้วมาเป็นยุค บีบี เสียค่าบริการนิดหน่อย แต่เล่นกันได้ทั้งวันทั้งคืน
ปัจจุบัน มือถือกลายเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาไปแล้ว เล่นเน็ทก็ได้ มีแผนที่ มีGPS ในตัว

สำหรับต่างประเทศ เขาเอามือถือมาเป็นหนังสืออิเลคโทรนิค เช่นใช้อ่านเป็นหนังสือพิมพ์ ไม่ต้องใช้กระดาษ
แต่เด็กไทย คงไม่รับรู้กระแสแบบนี้ (เด็กไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ มันทำให้เสียสายตาและเวลา)
คุณหนูของผม ได้เครื่องมาปั๊บ ก็วิ่งหาคนทำ JailBreak แถวหน้าศูนย์บริการเลย
แล้วให้เขายัดโปรแกรมเกมส์ละเมิดลิขสิทธิ์ลงเป็นร้อยเกมส์ทันที เสียไป ห้าร้อยบาท
สามัญสำนึกเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นไม่แยแสเลย พ่อเตือน ลูกก็หน้าหงิกหน้างอ
ในวันนี้มือถือสามารถดูหนังฟังเพลงได้ สามารถขโมยโหลดหนังเรื่องใหม่ๆมาเก็บไว้ดูได้เลย
ราคาเมมโมรี่ก็ไม่แพง 16GB หรือ 32GB ไม่ใช่ปัญหา คนทำหนังคงปวดหัวตัวร้อน
เออ...อยากขโมยผลงานคนอื่น ระวังกรรมตามสนองจะโดนคนอื่นมาขโมยผลงานของตัวเองไปบ้าง

ทุกวันนี้เราพบปัญหาใหม่ เป็นข่าวน่ารำคาญในหนังสือพิมพ์ นั่นคือเรื่อง คลิ๊ปฉาว หรือ คลิ๊ปหลุด
เพราะเจ้ามือถือมันมีขนาดเล็ก และสามารถถ่ายภาพได้ชัดเจน เสียงก็คม เหมือนถ่ายด้วยกล้องVDO ยี่ห้อดีๆ
คนรุ่นใหม่ก็ใจร้ายจัง ยามรักกันก็ถ่ายรูปกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ทั้งแบบในที่แจ้ง และที่ลับ(บน.....)
พอทะเลาะกัน เลิกกัน โกรธกัน หรือทำให้เพื่อนหมั่นไส้ มันก็เอาคลิ๊ปมาปล่อยลง Internet ทำลายชื่อเสียง ใจทรามมาก
พ่อแม่ที่เห็นรูปลูกสาวเปลื้องผ้าท้าลม(แอร์) อยู่กับเพื่อนผู้ชายคนไหนก็ไม่รู้ ต้องอับอายกันทั้งครอบครัว
ในกรณีสามีภรรยา ก็บ้านแตกได้ สามีแอบมีกิ๊กหรือภรรยาแอบมีชู้ เจอคลิ๊ปจากผู้ไม่หวังดี บ้านก็ร้อน สังคมวุ่นวายแค่ในช่วงเวลาข้ามคืน
ขนาดดาราสาวๆจะแต่งงาน ยังเจอมรสุมคลิ๊ปสวีทหวานกับแฟนเก่า หรือชายนิรนาม ปลิวว่อนในโลกไซเบอร์
แต่ที่น่าห่วงใยมากที่สุดคือ เด็กนักเรียนต้องออกจากสถานศึกษากลางคัน
เพราะเรื่องคลิ๊ปฉาวคาวสวาททีพลาดท่าปล่อยให้เพื่อนถ่ายเก็บเอาไว้ และเรื่องนี้มักจะเป็นเด็กนักเรียนหญิงที่ซวย

อย่างที่น้องบีบอกว่า เห็นคนหนึ่งคนพกโทรศัพท์มือถือมากกว่าหนึ่งเครื่อง (ในเวลาเดียวกัน)
คนที่พกโทรศัพท์แค่เครื่องเดียวเห็นภาพแบบนี้ก็คิดว่า มันจะบ้าไปถึงไหน มันจะพูดสองเครื่องพร้อมกันหรืออย่างไร?
แต่เดี๋ยวก่อนนะ คนที่เขาทำธุรกิจใหญ่ๆนี่ มีหลายคนที่ต้องใช้โทรศัพท์หลายเครื่องนะครับ
เพราะอาจจะต้องพึ่งโปรโมชั่นโทรฯฟรีกลางวัน โทรฯฟรีกลางคืน โทรฯไม่อั้นในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน ฯ
บางคนต้องมีสายว่าง แบบว่า hotline สำรองเอาไว้ตลอดเวลา เพราะพ่อแม่พี่น้องเขาอาจจะเจ็บป่วยอยู่ก็ได้ อย่างนี้เขามีเหตุผลนะ
ส่วนคนที่ไม่ทำธุรกิจใดๆ แต่พกโทรศัพท์หลายเครื่อง น่าจะเป็นเรื่องมีกิ๊กมากกว่าหนึ่งคน เลยต้องแยกเครื่องใช้กับแต่ละคน
สำหรับพี่ชาย ตอนนี้ มีมือถืออยู่ในการครอบครองถึง 5 เครื่อง เป็นของเก่ามากๆ แต่มี 1 ซิมปกติ และซิมที่ยังไม่ได้เปิดใช้อีกหนึ่งอัน
อีกอันเป็นซิมฉุกเฉิน ก็กะว่าถ้าตำรวจตามล่าพี่ พี่ก็จะได้ใช้อีกเบอร์โทรฯหาเหล่ากิ๊กๆทั้งหลายไง

เมื่อวันวานที่ไปซื้อ iPhone4 พี่ได้มองเห็นป้ายประกาศข้างกำแพงเขียนเอาไว้ว่า สามารถย้ายค่ายแต่ยังคงรักษาเบอร์เดิมเอาไว้ได้
แบบนี้ก็โยกย้ายกันสนุกสนานกันแน่ๆ ดีเหมือนกัน เปลี่ยนค่ายโดยไม่ต้องโทรฯไปบอกเพื่อนว่าเปลี่ยนเบอร์ใหม่
คนเพื่อนเยอะ คนค้าขาย จะได้ไม่เดือดร้อน D D D

ปัจจุบันนี้ ถ้าจะส่งสัญญาณภาพและเสียงจากมือถือไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ จะต้องใช้สายสัญญาณยาววววววเป็นเมตร
ซึ่งนับว่าไม่ค่อยเวิร์คสำหรับบางคน แต่อีกหน่อยมันคงจะต้องมีระบบ wireless ผ่านระบบสื่อสารไร้สาย
คราวนี้หละ ไม่ต้องต่อสายอะไรให้รกรุงรัง โทรศัพท์มันจะคุยกับจอโมนิเตอร์ และมันคงเชื่อมกับอุปกรณ์ต่าง
แม้แต่ไฟในห้องน้ำ ห้องนอน มันก็คงเปิดปิดให้เราได้

สำหรับที่น้องมินเอ่ยว่าเราไม่มีทางรู้ว่าเด็กของเราจะไปติดต่อกับใคร คนดีหรือคนร้าย
เฮียเองได้พบมาแล้ว วันดีคืนดีลูกสาวของเพื่อน พาคนแปลกหน้ามาที่บ้าน เป็นผู้หญิงเหมือนกัน
ทีแรกนึกว่าเพื่อนที่โรงเรียน ที่ไหนได้เป็นเพื่อนที่แช็ทคุยกันในเน็ท
เขาเล่าว่า ลูกพากันขึ้นห้องนอน มุดหัวอยู่ด้วยกันครึ่งวัน
ลูกสาววิ่งขึ้นวิ่งลง ขนขนม น้ำอัดลม สั่งพิซซ่ามาทานกลางวัน เข้าไปทานกันในห้อง
ซึ่งคนในบ้านนั้นเขาไม่เคยมีใครทานอาหารในห้องนอนเลย
คนเป็นแม่เป็นคนดุ ร้ายได้กับคนทั้งโลก แต่กับลูกเขาตามใจมาก ไม่ได้ว่าอะไรลูกเลย กลัวลูกโกรธ กลัวคิดสั้น
คนเป็นพ่อถามแม่ว่า เราจะไม่เรียกลูกมาตำหนิสั่งสอนเลยหรือ แม่บอกว่าอย่าเลยเดี๋ยวลูกจะทำให้ลูกเตลิด อาจจะทำอะไรที่เราคาดไม่ถึง
"เขาพานังนั่นมาที่นี้ ย่อมดีกว่าการที่ลูกเราไปบ้านของมัน" เมื่อคนเป็นแม่คิดได้แบบนี้ คนเป็นพ่อก็งงเป็นเป็ดไปเลย
เพื่อนจากโลกไซเบอร์มาบ้านเขาแค่คนเดียวและหนเดียว นับว่าโชคดี หรือไม่เด็กก็คงพบกันที่อื่นนอกบ้าน
เด็กๆทุกวันนี้ เขารักเพื่อนมาก แบบว่า เพื่อนข้าใครอย่าแตะ พ่อแม่ก็อย่ามาแตะ ยายคุณหนูก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
เหตุการณ์แบบนี้ มีมุมมองมากมาย อดคิดไม่ได้ว่า ลูกๆกำลังเล่นเกมส์ท้าทายอำนาจกับพ่อแม่อยู่หรือไม่?
เพราะห้ามเขาไปเที่ยวนอกบ้าน ห้ามไปค้างอ้างแรมค่ำคืนบ้านเพื่อน เขาก็เลยเอาเพื่อนเข้าบ้านแทน
เรื่องความเหนื่อยยากในการเลี้ยงเด็กวัยรุ่นไทยในวันนี้
อยากจะบอกว่า คนไม่มีลูกนั้น เป็นลาภอันประเสริฐ กระมังครับ

มีเรื่องดีอยู่เรื่องหนึ่งของโทรศัพท์มือถือ คือ
สามารถสื่อสารได้เกือบตลอดเวลาที่ลูกหลานหรือญาติๆที่อยู่นอกบ้าน และอยู่ในที่เสี่ยงอันตราย
บ่อยครั้งที่เห็นพ่อแม่มายืนรอลูกที่หน้าปากซอย โดยที่พ่อแม่มารอก่อน ลูกไม่ต้องเดินเข้าบ้านคนเดียวในซอยเปลี่ยว

ร่ายยาวเลยเรื่องโทรศัพท์


โดย: zoomzero วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:20:18:49 น.  

 
Mint

วันนี้ก็เอาบุญมาฝากอีกแล้วครับท่าน
คือว่า วันนี้คุณเจ้เจ้าของบ้านเขาอารมณ์ดีเลยตื่นแต่เช้าไปซื้อกระเพาะปลามาต้ม
ทำซะหม้อใหญ่เลย พอทำเสร็จก็ตักใส่ถุงเพื่อจะเอาไปถวายเพลแด่พระสงฆ์วัดใกล้ๆบ้าน (มีหลายวัดจ๊ะ)
แล้วก็ตักแบ่งชามใหญ่ๆให้ป้ากับแม่ เฮียเป็นคนเดินเอาไปให้ที่บ้านใหญ่
แล้วก็บอกเอาหน้าว่า ตั้งใจทำมาให้ท่านทั้งสอง (โดยไม่บอกว่าเจ้เขาเป็นคนสั่งให้เอามาให้ อิอิ)

จากนั้นก็รีบเอาของไปถวายพระให้ทันเพล
เอ้า...มาไหว้พระกันก่อน

รูปปั้นอดีตเจ้าอาวาส



ถวายของเสร็จก็นั่งดูพระท่านฉันภัตตาหาร
มีแมวมานั่งเป็นเพื่อนพระด้วย



ออกจากวัดก็แวะซื้อของที่แมคโคร เพราะต้องการซื้อของยกลังยกกล่อง
คนเยอะมาก ต้องวนหาที่จอดรถอยู่หลายรอบ



เจ้าตัวนี้ไม่ได้อยู่ในรายการที่ตั้งใจมาซื้อ
แต่เห็นแล้วอดใจไม่ซื้อไม่ได้ อยากเอาไปให้อาหมวยจัง 555



รีบกลับบ้านมาทานต้มกระเพาะปลา
หม้อนี้มีเลือด ปีกไก่ท่อนบน น่อง และตีนไก่(อันนี้ของเฮียจองไว้คนเดียว)


ตอนเย็นไปรับคุณหนู ถนนโล่งดี
เออ..วันนี้ไม่เก็บทางด่วน ทั้งเส้นบางนา-บางปะอิน หรือ โทลเวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี
มาถึงก่อนเวลาเลยแวะวัดปากซอยมหาวิทยาลัย
ชื่อวัด ศิริเสาธง




เรื่อง พระและงานทำบุญ
หลายคนต้องเดินทางลำบากยากเย็นเพื่อที่จะไปนมัสการพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียง
แต่ความจริงแล้วพวกท่านนั้นได้เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯอยู่บ่อยๆ
ถ้าเราหัดเข้าไปตรวจสอบข่าวกิจนิมนต์ของพวกท่านบ่อยๆ
ก็มีหลายเคสที่พวกท่านรับกิจนิมนต์ไปในสถานที่ส่วนตัว แบบนี้ก็คงไปพบท่านไม่ได้ง่ายๆ
แต่ส่วนใหญ่งานบุญ งานกิจกรรมธรรมะ ต้องมีพระดีๆมาโปรดสัตว์ในกรุงเทพกรุงเทวดานี่แหละ
อาศัยว่าพอทราบก็ไปเลย ส่วนใหญ่เฮียจะทำมั่วนิ่ม แต่งตัวดีหน่อย รถคันใหญ่หน่อย
พวกแว่นตากันแดด นาฬิกา แหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ใช้แนวโลหะสีทองๆ ระยิบระยับ
พวก รปภ. ก็มักจะให้เข้างาน เผลอๆได้เข้าไปจอดด้านในด้วยหละ อิอิ
อ้อ...พวกเสื้อสีขาว กางเกงสีขาว นี่ก็เป็นใบเบิกทางที่ดีเหมือนกัน ไม่ต้องแต่งซะเว่อร์หรอกน่า
เรื่องแบบนี้ อาจจะเป็นเรื่องของดวงก็ว่าได้
เพราะน้องสาวของเฮียขนาดขับรถครึ่งค่อนวันไปไหว้พระอาจารย์ดังๆ ยังไปเก้อ ไม่พบท่านเลยก็หลายครั้ง

สำหรับท่านมิตซูโอะ ท่านมีหนังสือน่าอ่านเยอะมาก
ทีมงานลูกศิษย์ของท่านก็เก่ง ฉลาด ทำพิธีกรรมอะไรก็ค่อนข้างรวดเร็ว เรียบง่าย
ตัวพระอาจารย์มิตซูโอะ ก็ใจดี ยิ้ม ถามอะไรก็คุยด้วย ไม่เคยเดินหนี(เหมือนพระสงฆ์ดังๆบางรูป)
อย่างเมื่อเร็วๆนี้ เฮียเจอตู้หนังสือ ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน แถวๆจุดรับยาและชำระเงิน
ใครจะหยิบฟรีก็ได้ แต่เขาเขียนราคาเอาไว้
และเห็นทุกคนก็หยอดเงินทำบุญที่ตู้นั้น
มีบางคนหยิบไปอ่าน อ่านแล้วก็เอามาคืน ไม่ได้เอาไป และไม่ได้จ่ายเงิน แบบนี้ก็โอเค
หนังสือธรรมะ น่าจะมีคนเอาไปวางตามจุดต่างๆที่มีคนจิตใจดีๆเดินผ่านไปมา
อย่างปากซอยบ้านเฮีย ขืนเอาตู้หนังสือไปวาง พวกซาเล้งมันคงยกไปชั่งกิโลขายหมดตู้ หุหุ

เรื่อง วันปีใหม่
เฮียคงไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน เพราะคุณหนูจะสอบวันที่ 4 มกราคม
ความจริงปีนี้ก็ไม่อยากไปไหน เพราะหลายเดือนมานี่ ขับรถเดือนละสี่หรือห้าพันกิโล
แต่คงจะแว็บเข้าไปไหว้พระในเมืองบางวัน
ช่วงนี้เห็นข่าวอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้ว ใจคอไม่ดีเลย
อย่างทุกวันนี้ไปส่งลูก วิ่งรถบนทางด่วน เขาเขียนว่าให้วิ่งไม่เกิน 120 มีกล้องแอบถ่ายด้วย
แต่แทบจะไม่เคยเห็นรถเก๋ง รถตู้ วิ่งเท่านี้เลย น่าจะเหยียบกัน 140 มากกว่า
เราเหยียบ 120 แต่พวกมันวิ่งผ่านท้ายรถเราเหมือนกับว่าเราจอดรถอยู่เฉยๆ

อาหมวยพาคุณแม่ไปเที่ยวที่ไหนก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดีภาพ
ที่มาเลเซีย ความจริงน่าเที่ยวนะ แต่เขาว่าคนขับรถที่ไร้ใบอนุญาตมีเกลื่อนถนน บ้าจริงๆ

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:21:40:43 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
วาว เห็นเพาะปลาแล้วน่าทานค่ะ อิอิ
เมื่อวานมินก็ไปหาเพื่อนแถว ๆ สุริวงศ์
มันชวนไปซื้อเบเกอรี่ที่ ตวันนารามาด้า
เพราะที่นี่ พอ 6 โมงเย็นไปแล้วลดครึ่งราคาเลยค่ะ
มินก็บ้าซื้อตามเค้าไปด้วย ซื้อมาตั้งเยอะแค่ 100 กว่าบาท
สงสัยว่า วันนี้ ต้องเอาไปแจก ๆ ที่อ๊อฟฟิซอ่ะ
เมื่อวานเลยทานข้าวเย็นที่ รร.ด้วยค่ะ
เป็นบุพเฟ่ต์ หัวนึงแค่ 499 แต่ ขอบอกว่าคุณภาพเพียบ
เป็นอาหารนานาชาติ มีทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป อิตาเลี่ยน
มีพวกซีฟู๊ดด้วย แถมมีพวกข้าวต้มเครื่องอีกด้วย อืม ก๋วยเตี๋ยวก็มีนะคะ
พวกเครื่องดื่มก็เยอะแยะไปหมด มีพวกน้ำปั่นต่าง ๆ ด้วยค่ะ
แหม..ถ้าคนทานได้เยอะ ๆ นะ คุ้มสุด ๆ มินว่า
กุ้ง ก็เป็นกุ้งลายเสือตัวใหญ่ ๆ หอยแมงภู่นิวซีแลนด์ หอยหวาน ปลาหมึกตัวใหญ่ ๆ
มินหน่ะเหรอ ทานแต่พวกอาหารญี่ปุ่นซะเป็นส่วนมากค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ขับรถกลับบ้านมาแบบจุก แล้วก็บ่นตัวเองว่า ชั๊นทำไมเล่นมาซะคุ้มแบบนี้..
ทีหลังไม่ทานแบบนี้แล้ว เพราะมันแน่นไปหมดค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ นิสัยอ่ะนะ มันก็จะจำได้ตอนที่อิ่มมาก ๆ เท่านั้นเองแหละค่ะ
เพราะพอหิว ๆ สั่งแหลก ลุยแหลก เหมือนเดิมทู๊กทีสิคะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ ถ้าเราทานอิ่ม ๆ เนี่ย มินเห็นข้อดีอย่างนึงแน่ ๆ คือ
มันจะง่วงนอนมาก ๆ กลับถึงบ้านรีบอาบน้ำนอนแบบหลับสนิทไม่ต้องคิดมากเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แหม..แต่พอตี 3 เป๊ะ ตื่นทุกที ยิ่งกว่านาฬิกาปลุกอีกอ่ะมินหน่ะ ฮ่า ๆ ๆ
อ้าว เจ๊ย..เผลอคุยแต่เรื่องของกินตลอดทุกทีสิเอ้า ฮ่า ๆ ๆ
ตุ๊กตาที่อยู่ในรถเข็นอ่ะ ใส่ช๊อคโกแลตไว้ใช่ป่าวคะ อิอิ...

นั่น สิคะ ทำไม ช่วงนี้อุบัติเหตุ มันถึงได้รุนแรงจัง ก็ไม่รู้
ได้ยิน ได้ฟัง แล้ว บางครั้ง ก็เสียว ๆ เหมือนกันเน๊อะ
เพราะเราก็ขับรถใช้ทางด่วนทุกวันเหมือนกันค่ะ
อุบัติเหตุรถตู้อ่ะ น่าสลดและน่าเสียดายมาก ๆ
เพราะเกือบครึ่งในนั้นเนี่ย ถือเป็นทรัพยากรบุคคลระดับ เลยนะคะเฮีย
แล้วเอ็มเทคกับธรรมศาสตร์เนี่ย เป็นลูกค้ามินทั้ง 2 เจ้าเลยค่ะ
เมื่อวานเลขา ดร.คนนึง (แต่ ไม่ใช่คนที่ RIP นะคะ)
โทรมาคุยบอกตอนนี้ที่เอ็มเทคเนี่ย บรรยากาศเศร้าสลดมาก ๆ
จริง ๆ ข่าวไม่ได้ลงนะคะ ยังมี ดร.อนาคตไกลอีกคนนึงยังอยู่ใน ไอซียู เลย แล้วอาการก็ไม่ดีด้วย
ส่วนเรื่องคนขับรถเก๋งอ่ะ เห็นว่าคนน้องที่อายุ 15 กว่า ๆ ยังไม่ถึง 16 เป็นคนขับด้วยนะ
แต่ เปลี่ยนให้เป็นพี่สาวซึ่งอายุก็แค่ 18 เป็นคนขับแทน
แต่ มินก็ฟังเค้าเล่ามาอีกที เท็จจริงไม่ยืนยันดีกว่า เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์อ่ะค่ะ
ก็ได้แต่ขอ คุณพระคุณเจ้า ช่วยคุ้มครองผู้ใช้รถใช้ถนน อย่าให้มีเรื่องไรที่มันแรง ๆ ร้าย ๆ เล๊ย ขอเถอะค่ะ ...

พรุ่งนี้ บริษัทฯ มีเลี้ยง แต่ วัน 2 วันนี้ก็ไม่ค่อยได้ทำไรกันแล้วค่ะ
เฮีย รู้ป่าว กระเช้าของขวัญปีนี้ที่บริษัทฯ ได้มา มินจัดการเอานามบัตรออก แล้วใส่นามบัตรตัวเองไปหน้าตาเฉยค่ะ
เพื่อ เอาไปให้พวกลูกค้าใหญ่ ๆ ผู้มีพระคุณอีกต่อนึงอ่ะนะคะถึงไม่ได้จบบริหารการจัดการมา แต่ ยุคที่ต้องประหยัดมันก็ต้องแบบนี้หล่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แหม..ทำให้บริษัทฯ ประหยัดไปอีกอื้อเลยค่ะแบบนี้อ่ะ ฮ่า ๆ ๆ

ปล. วันนี้ จะเดินสายไปทำบุญที่ไหนอีกคะ อิอิ
บุญรักษา พระคุ้มครอง ทั้งครอบครัว นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 29 ธันวาคม 2553 เวลา:4:15:41 น.  

 



good morning ค่ะเฮีย
นาฬิกาปลุกมาแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ไปไหนมา ถึง เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ
เจอรถติดสุด ๆ ใช่ป่าวคะ มินก็เหมือนกัน
ทนวันนี้อีกวันเดียว กรุงเทพโล่งแล้วค่ะ นิ..

เฮีย เมื่อวานตอนเช้ามืดนะ เกือบ 6 โมงแล้วหล่ะ
แต่ มันยังไม่สว่าง มินไปเปิดประตูใหญ่หน้าบ้าน
เพื่อจะเอารถออก หันหลังกลับมาเห็นดาวตกด้วยค่ะ
แสงวูบชัดมาก เห็นตกหายไปตรงหลังคาหลังบ้านมินเนี่ยแหละ
ตอนแรกใจหายเลยค่ะ เพราะตกใจ ไม่เคยเห็นดาวตกมานานมาก ๆ
พอแป๊ปนึง ตั้งสติได้เลยอธิษฐานขอพรซะเลยค่ะ อิอิ
เค้ามีกันแต่ ขอพรกับพระจันทร์ แต่ นี่ดันขอกับดาว
แถมเป็นดาวตกอีกต่างหากอ่ะนะ เฮ๊อ...มิน ฮ่า ๆ ๆ

ปล. วันนี้ผจญเวรกับรถติดอีกวัน เหลือต้องเอาของไปให้
ลูกค้าอีกท่านนึง ต้องเอาไปให้ที่บ้านด้วยค่ะ
เพราะบริษัทฯ เค้าหยุดแล้ว แถว ๆ ร่มเกล้า ตรงไหนก็ไม่รู้อ่ะ
แต่ มีเบอร์โทร กำลังคิดว่า จะไปแต่เช้าให้มันจบ ๆ ไปเลยดีกว่าไปตอนบ่าย ๆ
เพราะวันนี้ บริษัทฯ มินเค้ามีเลี้ยงกันด้วย...
มีความสุขมาก ๆ นะคะเฮียมิน..
ใครนะ มาทำให้เฮียมินเหนื่อยเนี่ย
ถ้าเป็นลูก เป็นคุณนาย ก็เปลี่ยนความเหนื่อยมาเป็นความสุขดีกว่าค่ะ เชื่อมินจิ...


โดย: มินทิวา วันที่: 30 ธันวาคม 2553 เวลา:3:34:20 น.  

 
พี่ซูมจ๋าๆๆๆๆๆๆ คิดถึงน่ะคะ ห่างหายไปนานแต่หัวใจยังรักและเคารพ อยู่ทุกเมื่อน่ะ
ส่งท้ายปีเก่าและสวัสดี ต้อนรับปีใหม่น่ะคะ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกนี้ จงดลบันดาลให้พี่ชายและครอบครัว จงประสพแด่ความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดสมดังใจปรารถนา ร่ำรวยเงิน ทอง สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ตลอดไปค่ะ

แหะ แหะ! อยากหม่ำมะหมี่โคราชจัง พิมพ์ในขณะช่วงเวลา เที่ยงคืนครึ่งกำลังได้อารมณ์หิวๆอีกแร่ะ!
แต่สามสี่วันนี้ ต้องควบคุมน้ำหนักน่าดู กลัวใส่ชุดโชว์ ชุดรำไม่สวย อิอิ แล้วจะอีเมลไปหาน่ะคะ รับรองไม่ส่งชุดว่ายน้ำไปให้ดูหรอก
สวัสดีงามๆอ่อนช้อยอย่างไทยๆ ไว้พบกันใหม่คร๊า!

ด้วยรักและคิดถึงส่งผ่านความรู้สึกเป็นตัวอักษร โปรดรับรู้ด้วยใจปรารถนาดี ทุกเมื่อเชื่อวัน


โดย: นกสีขาว IP: 188.28.33.178 วันที่: 30 ธันวาคม 2553 เวลา:8:36:24 น.  

 
สวัสดีอาหมวย และน้องนกสีขาว

อยากเปลี่ยนเรื่องใหม่ แต่ยังเขียนไม่เสร็จเลย หุหุ
จะลาทีปีเก่ากันแล้ว

อาหมวยมาถึงร่มเกล้า
ถ้าเป็นช่วงเย็น จะชวนมานั่งดูเรือบินที่ร้านเกาะลันตากันเน๊อะ

น้องนกสีขาว หนาวหรือเปล่า
เห็นว่าอากาศไม่ดีเลย หิมะตกมากมาย
น่าจะเก็บเอามาขายเมืองไทยบ้างนะ



โดย: zoomzero วันที่: 30 ธันวาคม 2553 เวลา:15:01:44 น.  

 



Happy New Year 2011 ค่ะเฮีย


โดย: มินทิวา วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:8:15:14 น.  

zoomzero
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ของทุกอย่างในโลกมี 2 ด้าน ถ้าเริ่มต้นก็คิดแต่ว่า สิ่งนั้นมีแต่ด้านดีด้านเดียว หรือเลวสุดขีด ต่อให้ศึกษาสิ่งนั้นไปอีกพันๆปี ก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่ถ้าเปิดใจมองให้เห็นทั้งสองด้าน และหาความพอดีกับการอยู่กับสิ่งนั้นได้
...
ความสุขย่อมมาคู่กับความทุกข์ เพราะสุขเป็นของไม่เที่ยง เมื่อติดสุข แล้วไม่มีสุขมาให้ชื่นใจ จิตก็จะเป็นทุกข์ ความสงบจึงเป็นของที่เราท่านควรปฏิบัติ
...
การตั้งตัวเป็นจอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด จึงไม่หวังให้ผู้ใดมีสุข ไม่อยากให้คนยึดติดกับสุข หากแต่อยากให้พ้นทุกข์ และได้พบกับธรรมมะของจริง ดั่งคำว่า "ไม่มีมาร อรหันต์ไม่เกิด" 555
...
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
18 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add zoomzero's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.