หุบเขาคนโฉด ไม่ใช่ไอศครีม ไม่ต้องเข้ามาเลีย หรือเชียร์จนละเหี่ยใจ แต่ขอแค่ความจริงใจ ของคนกล้าคิด ไม่ติดอยู่ในกรอบ
31130 อยากเป็นตัวนิ่ม


ห้องขว้างไข่ใต้ตึกขวาง
00ขัดใจก็อยากขวาง.....ขวางไม่ได้ก็ขว้างไข่
หุบเขาคนโฉด, ห้องขว้างไข่ใต้ตึกขวาง, ตัวนิ่ม
zOOmzerO, Violent Valley, Pangolin

อยากเป็นตัวนิ่ม


ตัวอะไรมีเกล็ดเหมือนปลา แต่อยู่บนบก? เฮ้ย...ไม่ใช่ หมูฉึกฉึก ซะกะหน่อย


pangolin

ตัวนิ่ม

เคยเห็นตัวอะไรที่เหมือนรถหุ้มเกราะ
เดินๆคลานๆ ด้วยความรวดเร็วว่องไว บางทีก็ปีนต้นไม้
แต่อยู่ดีๆ พอตกใจ ก็ม้วนตัวเป็นก้อนกลมๆ มองไม่เห็นหน้าตา

ธรรมดาชายโฉดมักจะชอบสาวๆที่เนื้อตัวนุ่มนิ่ม
เวลาที่ผู้หญิงทำตัวนิ่ม(นวล) มักจะเรียกว่า "อ่อนระทวย" ง่ายต่อการถูกรุกราน
แต่ตัวนิ่มที่ว่านี้หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่สูงไม่เกินเอวของพวกเราๆท่านๆ
(ยกเว้นท่านจะเป็นคนแคระนะครับ)
ตัวนิ่มนี้ เป็นสัตว์ที่มีรูปร่างแตกต่างจากสัตว์อื่นๆมาก

ตัวนิ่ม มีชื่อเรียกอีกแบบว่า ลิ่น (Pangalin)
เชื่อหรือไม่ว่า....ลิ่น คือ สัตว์พวกเดียวกับเรา
เฮ้ย...จริงๆ ครับ
ลิ่น เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ลิ่นมีวิวัฒนาการแปลเปลี่ยน ขน ให้กลายเป็นเกล็ด (ทำได้อย่างไร อยากทำได้บ้างจัง)

ปากของนิ่มไม่มีขากรรไกร แปลว่าอะไร? เข้าใจยาก
เพราะลิ่นมีลิ้นที่ยาวมาก ยาวถึง ๑ ฟุต หรืออย่างน้อยๆก็ ๒๕ เซนติเมตร
อาหารของลิ่น คือ มดและปลวก
ลิ่นมีขาและอุ้งเล็บที่แข็งแรง ใช้ตะกุยและเจาะเปลือกไม้หรือจอมปลวก
ภาษามาเลย์ peng-goling แปลว่า ตัวขด

ศัตรูของลิ่น ในโลกนี้ก็มีอยู่ ๓ อย่าง ที่น่ากลัวมาก ได้แก่
๑. งูเหลือม
๒. เสือดาว (และเสือดำ)
๓. มนุษย์
พวกแรกพอเห็นว่าลิ่นไม่หนี ก็เลยกลืนทั้งตัว ไม่ต้องรัด ไม่ต้องฉก
พวกที่สอง เสือดำมีมากในภาคใต้และมาเลเซีย มักอาศัยอยู่ในถิ่นเดียวกับตัวลิ่น
พวกสุดท้าย โฉดที่สุด น่ากลัวที่สุด เพราะมนุษย์พวกหนึ่งคิดว่าเนื้อและเกล็ดของลิ่นเป็นยาอายุวัฒนะ
ซึ่งมักจะมีการฆ่าเอาลิ่นไปเป็นยาดอง และเชื่อว่ามีสรรพคุณดีกว่าไวอากร้าเสียอีก
แต่น้อยคนนักจะรู้ว่ากวาวเครือของไทยนั้นก็ไม่เป็นรองใคร (ลองมาแล้ว หุหุ)

ลิ่น เป็น สัตว์ป่าคุ้มครองนะครับ อันนี้ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๔
มีอยู่ ๒ ชนิด คือ ลิ่นพันธุ์จีน และ ลิ่นพันธุ์มลายู
โทษของการค้านิ่มคือ ปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท จำคุกไม่เกิน ๔ ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
โดยมีตัวอย่างหรือตัวเลขบันทึกการจับกุม ดังนี้
ปี ๒๕๔๔ มี ๕ คดี จำนวนลิ่นที่ยึดได้ ๗๙๗ ตัว
ปี ๒๕๔๕ เฉพาะเดือน มกราคม ถึง มิถุนายน จับกุมได้ ๒๒ ราย จำนวนตัวลิ่น ๕,๕๖๔ ตัว
ปี ๒๕๕๓ ในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ที่ผ่านมา กรมศุลกากร ได้แถลงข่าวการจับกุมสัตว์ป่าคุ้มครอง
ประเภทลิ่นชวา ซึ่งลักลอบบรรทุกมาในรถกระบะจำนวน ๙๐ ตัว มูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาท
ผู้ต้องหาชื่อ นายวิญญู.... ให้การสารภาพว่าได้รับจ้างนำตัวลิ่นจากหาดใหญ่
เพื่อนำไปส่งชายแดนทางจังหวัดหนองคาย
จากนั้นก็คงเข้าลาว ผ่านเวียดนาม และไปยังจีน
พวกนี้จะขายตามน้ำหนัก จึงมีวิธีการโกงโดยเอาน้ำแป้งข้นๆฉีดเข้าทางปากตัวลิ่น
เพื่อให้ในท้องมีน้ำหนักมากขึ้น ผลก็คือ ทำให้ตัวลิ่นอ่อนแอและตายในที่สุด
โหดร้ายสุดๆ นี่หรือสิ่งมีชีวิตที่แสนฉลาด ที่เรียกว่า คน

อนาคตของพวกนิ่มจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้
แต่วันนี้รู้แต่ว่า อยากทำตัวให้เหมือนเจ้าตัวนิ่ม
ใช้ขนที่เปลี่ยนเป็นเกล็ดน่าเกลียด เอาไว้ป้องกันตนเอง
ใครจะไม่อยากจับเนื้อต้องตัวเราก็ช่างเขา เรามีเกล็ดนี่แหละเป็นเกราะป้องกันตัว
ยามมีภัย เราก็จะไม่หนีไปไหน แต่จะขดตัว ม้วนเป็นก้อนกลม แน่นิ่งอยู่ตรงนั้น
ใครจะตี จะต่อย ก็จะทน ทนมันต่อไป อดทนขดตัวอยู่นานแสนนาน
ยามเมื่อภัยร้ายผ่านพ้นไปแล้ว ก็ยืดตัวออก
คลานสี่เท้าต้วมเตี่ยม ตามดิน หรือไม่ก็ปีนต้นไม้
ว่ายน้ำใส ปีนเขาเขียว สัมผัสดินอุ่น สูดกลิ่นดอกไม้ไพร
หากินตามป่าตามเขา เที่ยวกินมด กินปลวก
ไม่วุ่นวายหรือเบียดเบียนชีวิตสัตว์ใหญ่
ถ้าทำได้...คงจะดี

อยากเป็นเหมือนตัวนิ่ม ไม่ยอมทำตัวนุ่มนิ่มให้ใครเห็น



zOOmzERo2009
Michael Jackson - Earth Song
(Live In Munich 1997)


วิ่งฉิวไปอันใหม่
Link ไปที่ blog 31218 ผัดหมี่โคราช

ย้อนกลับไปอ่านของเก่า
Link ไปที่ blog 31021 อย่าห้ามฉันกินหอยนางรม
Link ไปที่ blog 31013 ไม่ทานเจได้ไหม?
Link ไปที่ blog 30929 แอนนี่
Link ไปที่ blog 30916 True AF ปีที่ 7
Link ไปที่ blog 30831 การ์ตูนญี่ปุ่น
Link ไปที่ blog 30809 ไม่ยอมยกธงขาว
Link ไปที่ blog 30714 เรื่องหมาหมา ตอน สุนัขจรจัด
Link ไปที่ blog 30613 วากา วาก้า
Link ไปที่ blog 30414 Pattaya ตอนที่ 3
Link ไปที่ blog 30402 Pattaya ตอนที่ 2
Link ไปที่ blog 30319 Pattaya ตอนที่ 1

Link ไปที่ blog 30226 ช้างน้อยของฉัน
Link ไปที่ blog 30212 (เยื่อ)พรหมจรรย์สำคัญด้วยหรือ?
Link ไปที่ blog 30127 ดอกไม้หายไปไหน?



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 17 มิถุนายน 2554 19:34:47 น. 41 comments
Counter : 1865 Pageviews.

 
อิอิ แวะมาเจิมค่ะพี่ชาย กับมาฟังเพลงไมเคิล ด้วย ^_^

แต่เนื้อหา ขี้เกียจอ่านเหมือนเดิม 555 แต่ตัวนิ่มน่ารักเน๊อะ ^_^

อ้อ ช่วงนี้อยู่แถวลาดพร้าว ว่างมาเจอน้องนุ่งมั่งมั่งเนี่ยะ งิงิ

คิดถึงนะคะพี่ชาย จุ๊ฟ ๆ ๆ


โดย: นู๋ Beee น้องสาวจอมแก่น IP: 115.87.109.191 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:55:31 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย
เคยได้ยินเหมือนกันค่ะ ตัวนิ่มอ่ะ
เพิ่งจะได้เห็นหน้าตามันก็วันนี้เองอ่ะ
ทำไมเอาเรื่องตัวนิ่มมาเล่าให้ฟังคะ

มินกลับนั่งดูคลิปไมเคิลด้วยความสนใจจนจบ
อ้ะ มีของแถม น้ำตาตื้นแต่เช้าเลยค่ะ
เพราะอินกับเอ็มวีมากไปหน่อยมั๊ง ฮ่า ๆ ๆ
ดูแล้วทำให้คิดถึงไมเคิลและชีวิตของเค้าอ่ะค่ะ

วันนี้หลังประชุมเสร็จตอน 11 โมง
มินไม่อยู่นะคะ ไปเที่ยวอุบลค่ะ อิอิ
ไปกัน 5 คน อาจเลยไปเที่ยวปากเซด้วยค่ะ
แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังนะคะ

ปล. ไม่ฝากบ้านหรอกค่ะ เพราะรู้ว่ถึงฝาก
ก็คงไม่ไปดูให้หรอกเน๊อะ ฮ่า ๆ ๆ
มีความสุขมาก ๆ นะคะเฮียมิน อิอิ


โดย: มินทิวา วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:4:49:27 น.  

 
Earth Song
by Michael Jackson


What about sunrise
What about rain
What about all the things
That you said we were to gain.. .
What about killing fields
Is there a time
What about all the things
That you said was yours and mine...
Did you ever stop to notice
All the blood we've shed before
Did you ever stop to notice
The crying Earth the weeping shores?

Aaaaaaaaaah Aaaaaaaaaah

What have we done to the world
Look what we've done
What about all the peace
That you pledge your only son...
What about flowering fields
Is there a time
What about all the dreams
That you said was yours and mine...
Did you ever stop to notice
All the children dead from war
Did you ever stop to notice
The crying Earth the weeping shores

Aaaaaaaaaaah Aaaaaaaaaaah

I used to dream
I used to glance beyond the stars
Now I don't know where we are
Although I know we've drifted far

Aaaaaaaaaaah Aaaaaaaaaaaah
Aaaaaaaaaaah Aaaaaaaaaaaah

Hey, what about yesterday
(What about us)
What about the seas
(What about us)
The heavens are falling down
(What about us)
I can't even breathe
(What about us)
What about the bleeding Earth
(What about us)
Can't we feel its wounds
(What about us)
What about nature's worth
(ooo,ooo)
It's our planet's womb
(What about us)
What about animals
(What about it)
We've turned kingdoms to dust
(What about us)
What about elephants
(What about us)
Have we lost their trust
(What about us)
What about crying whales
(What about us)
We're ravaging the seas
(What about us)
What about forest trails
(ooo, ooo)
Burnt despite our pleas
(What about us)
What about the holy land
(What about it)
Torn apart by creed
(What about us)
What about the common man
(What about us)
Can't we set him free
(What about us)
What about children dying
(What about us)
Can't you hear them cry
(What about us)
Where did we go wrong
(ooo, ooo)
Someone tell me why
(What about us)
What about babies
(What about it)
What about the days
(What about us)
What about all their joy
(What about us)
What about the man
(What about us)
What about the crying man
(What about us)
What about Abraham
(What was us)
What about death again
(ooo, ooo)
Do we give a damn


โดย: จอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด (zoomzero ) วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:12:47:12 น.  

 
Mint

หาเพลงเกี่ยวกับ สัตว์ และ ธรรมชาติ
อยู่ก็นึกได้ว่าพี่ไมค์มีเพลงที่ร้องแบบลากเสียงยาวๆอยู่เพลงหนึ่ง
จำได้ว่า MV น่าดูมาก
เพลง Earth Song ชื่อก็เพราะดีนะ
เลยไปหา you tube มาดู
สำหรับ MV เพลงนี้ของที่เป็น Official เอาลง blog ไม่ได้
ภาพประกอบสวยงามดีมาก แต่ก็ไม่เป็นไร link ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
อันนี้เป็นการแสดงสด ก็ได้เห็นไมเคิล
เหมือนเห็นเขาอยู่ตรงหน้าเราเลย

ในชีวิตของเฮีย
เฮียคิดว่า Michael Jackson เป็น king of POP ที่ไม่มีใครเทียบได้
และเสียใจเหลือเกินที่เขาต้องจากไปก่อนวัยอันควร
ฟังและดู YouTube นี้ก็เกิดความรู้สึกเดียวกันครับ
และคิดว่าต้องมีคนที่ออกอาการเหมือนตัวเราเอง

ไปเที่ยวทริปนี้
ขอให้เดินทางปลอดภัย อย่าประมาท
ห่วงใยเหมือนเดิม

มีต่อ...
Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: จอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด (zoomzero ) วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:23:11:26 น.  

 
Mint


กับคำถามว่าทำไมเขียนเรื่องตัวนิ่ม

เรื่องตัวนิ่ม(ลิ่น)

ความจริงแล้ว ตอนที่จะมาเล่น Bloggang ได้วางลักษณะของเรื่องต่างๆ ที่จะเขียนว่า น่าจะเป็นแนว เกี่ยวกับประเด็นความโหดร้ายของมนุษย์โลก ซึ่งก็ได้มีการคิดหัวเรื่องเลวๆ ของพรรคพวกคนโฉดเอาไว้หลายเรื่อง ครั้นพอมาหัดเขียน blog จริงๆ ก็มีอาการเพี้ยนไปเพี้ยนมา เฉโกออกทะเล ลงมหาสมุทร ล่องลอยเรื่อยเปื่อยจนออกแนวสิ้นสาระไปเลย

มาเมื่อวันวาน เฮียก็ไปเอาหัวข้อเก่าๆที่เลือกเอาไว้ เอามาปัดฝุ่น พบว่าเรื่อง “ตัวนิ่มหรือลิ่น” นั้น เป็นอะไรที่ได้อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ หรือดูข่าวทีวีแล้ว ก็อดสงสารพวกมันไม่ได้ ทำไมคนเราต้องไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของสัตว์ ที่กินมดกินปลวกเป็นอาหาร และเฮียเองก็เคยมีเรื่องเกี่ยวกับตัวนิ่ม ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ก็นับหลายสิบปี (ไม่กล้าบอกว่ากี่ปี) มาเล่าให้ฟัง รับรองว่าน้ำหมากกระจายเป็นฝอย

เฮียจำได้ว่าเมื่อคราวเรียนจบมัธยมปลาย ทุกคนต่างก็มุ่งมั่นกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่มีใครนัดเจอใครเลย ต่างคนก็เอาแต่อ่านทบทวนตำรา และก็สอบกันอย่างเต็มความสามารถ บางคนก็ถึงกับอดนอนเป็นสัปดาห์ หลังจากนั้นระหว่างที่รอผลสอบ ก็มีการนัดหมายกันว่า น่าจะมีการท่องเที่ยวแบบทิ้งทวน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเรียนตามสถาบันที่สอบเขาได้ หรือสมัครเรียนได้ โชคดีว่าได้มีเพื่อนคนหนึ่ง คุณพ่อของเขา(ในช่วงนั้น)เป็นผู้พิพากษา (ระดับศาลใหญ่ของประเทศ) ท่านเป็นคนจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ดีเก่า หรืออาจจะเรียกว่าคหบดีก็ได้กระมัง (เรียกว่าอะไรก็ช่างเถอะ) ตอนนั้นพวกเฮียกับเพื่อนก็รับทราบมาว่า ตระกูลของเขานี้ถึงจะร่ำรวยไม่มาก แต่เครือญาติเขากว้างขวางมาก เพื่อนคนนี้ได้ชวนเพื่อนฝูงในชั้นเรียนเดียวกันไปเที่ยวบ้านของเขา ที่จังหวัดจันทบุรี มีคนตอบรับว่าจะไปถึงสามสิบคน (ห้องเรียนมีนักเรียนสี่สิบคน) นับว่าเป็นการเที่ยวอย่างอิสระของเด็กมัธยมปลายครั้งแรกของหลายๆคน

การนัดไปเที่ยวคราวนี้ บางส่วนก็ไปรวมตัวกันที่สถานีขนส่งเอกมัย บางส่วนก็เหมารถตู้ ซึ่งก็มาจากฝีมือพ่อแม่ของพวกคนมีสตางค์ สำหรับพวกยากจนแต่รสนิยมสูงอย่างเฮียก็นั่งรถทัวร์ติดแอร์ งานนี้ทุกคนเตรียมเงินแค่ค่ายานพาหนะอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายอื่นๆมีคนออกให้

พอไปถึงที่สถานีขนส่งที่จันทบุรี เราก็โทรศัพท์หาเพื่อน ตามเบอร์ที่เพื่อนบอกเอาไว้ เพราะเรื่องที่พัก ก็ยังไม่ได้กำหนดเอาไว้ก่อนเลยว่าจะเป็นที่ไหน ก็เล่นแห่กันไปตั้งสามสิบคน ทางโน้นเขาเลยต้องหาทีให้อยู่ให้นอนแบบว่า อยากให้ทุกคนได้นอนที่เดียวกันด้วย ปรากฏว่าได้พักในสถานที่ใหญ่โตและมีแต่ความสนุกมาก คำตอบคือ โรงเรียนอนุบาล เป็นโรงเรียนของญาติของเพื่อนเจ้าถิ่น ดังนั้นค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ไม่ต้องจ่าย

พอดีเป็นช่วงปิดเทอม โรงเรียนนี้ก็เลยว่าง เฮียจำไม่ได้เสียแล้วว่า ทำไมถึงได้ไปนอนที่โรงเรียน ทำไมไม่ได้ไปนอนในป่ากางเต็นท์ และโรงเรียนนั้นชื่ออะไรก็จำไม่ได้ รู้แต่ว่าหมอน เบาะนอน ผ้าห่ม อ่างล้างหน้า แม้แต่โถในห้องน้ำ ขนาดมันเล็กมากๆ และห้องอาบน้ำก็เป็นแบบห้องโถงใหญ่ๆ พวกผู้ชายก็ได้เห็นสัดส่วนที่ซ่อนเร้นของกันและกัน บางคนก็ซ่อนรูป บางคนก็แม่เจ้า...พระเจ้าให้มามากมายก่ายกอง (อิจฉาบางคนจริงๆ)

ส่วนพวกสาวๆ เขานอนที่โรงเรียนเดียวกันนี้ก็จริง แต่พวกเขาอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวที่บ้านพักครูกัน มีหลายห้อง สะดวกสบาย เลยไม่มีโอกาสได้เห็นสัดส่วนของกันและกันเหมือนพวกหนุ่มๆ พวกหนุ่มๆแอบคิดว่าถ้าสาวๆกับหนุ่มๆได้มีโอกาสอาบน้ำห้องโล่งๆ ห้องเดียวกัน เรื่องราวคง.....โอ้ย...ความดันขึ้น!!! สวรรค์ไม่เห็นใจคนลามกอย่างพวกเราเลย

ตอนบ่ายวันแรกที่เราไปพัก ก็มีคนเอารถสองแถวมารับพวกเราไปเที่ยว เขาพาไปพายเรือในคลอง หรืออาจจะเป็นแม่น้ำก็ได้ ตอนนั้นเอาแต่เที่ยวโดยไม่สนใจที่จะถามเลยว่า มันเป็นที่ไหน จากนั้นก็พาไปเที่ยวส่วนผลไม้ สวนชื่ออะไรก็ไม่ได้จำ รู้ว่าเป็นของญาติของเพื่อนเท่านั้น ทานอาหารเย็นก็ทานในสวนหรือในไร่นี่แหละ อาหารมื้อนั้นก็จำได้ว่าอร่อยมาก มีทั้งผัดผักต่างๆ ต้มยำก็มี พวกปิ้งๆย่างๆก็ ได้แก่ กุ้ง หอย ปลา ฯ นับเป็นครั้งแรกที่เฮียและเพื่อนอีกหลายคนได้ทราบว่า อาหารอร่อย ถ้ามันมาจากสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ตายแล้วเราฆ่ามันปุ๊บ จากนั้นก็เอามาทำอาหารปั๊บ รสชาติมันจะอร่อยมาก อาหารทุกมื้อจะไม่มีเหล้าเบียร์ ของมีนเมา เพราะพ่อของเพื่อนท่านเป็นคนเข้มงวดเรื่องนี้มาก ถ้าเป็นสมัยนี้คงให้คนรับใช้รีบไปหอบเบียร์เป็นลังๆ เอามาแจกเพื่อนลูกๆไปแล้ว

ในเช้าวันรุ่งขึ้น เมนูอาหารก็เป็นข้าวต้มไก่ เป็นข้าวต้มที่อร่อยมาก พวกอวดรู้ก็ออกความเห็นว่า สงสัยจะเป็นไก่ที่เขาสังหารตอนเช้ามืดแบบสดๆแน่ๆ เพราะมันอร่อยจังเลย สงสัยจะเป็นแม่ไก่ที่เห็นเมื่อตอนเย็นๆ พวกผู้หญิงก็ร้องโวยวาย ดุว่าพวกผู้ชายชอบพูดจาน่ากลัว จากนั้นเราก็ไปเที่ยวน้ำตกกัน อาหารมื้อกลางวันก็เป็นพวกข้าวเหนียว ไก่ยาง ส้มตำ เนื้อเค็ม และอาหารที่เขาแนะนำให้พวกเราลิ้มลองคือ ผัดเผ็ดนก แต่นกอะไรก็จำไม่ได้แล้วหละ วัยรุ่นสมัยไหนๆก็คงเหมือนกัน เอาแต่เที่ยวๆไม่สนใจว่าโลกรอบตัวเขาจะเป็นอย่างไร ใครจะทำอะไรที่ไหน ขอให้ตัวเองมีความสุขก็พอ น้ำตกชื่ออะไรก็ไม่ได้สนใจ ส่วนมื้อเย็นก็เป็นอาหารง่ายๆ พวกแกงจืด ไข่เจียว ผัดอะไรซักอย่าง ให้สำหรับพวกที่ทานอาหารยาก และจะมีเมนูแปลกๆมาให้ลิ้มลองอีกแล้ว จำได้ว่า เป็น หมูป่าผัดเผ็ด กับต้มยำปลาช่อนหรือปลาอะไรก็ไม่รู้ ตัวใหญ่มาก เนื้อหวานๆนุ่มๆ

ตอนกลางคืน ก็มีคนเอาใบไม้แข็งๆ มาให้พวกเราคนละใบ ขนาดกว้างยาวประมาณ 1 นิ้ว คูณ 1 นิ้ว แต่มีคนบอกว่ามันน่าจะเป็นเกล็ดปลาช่อนยักษ์มากกว่า (ตอนนั้นคิดว่า เป็นปลาช่อนตัวใหญ่ๆที่หน้าตาคล้ายจระเข้) แต่ดูกันให้ดีๆ มันมีลายแปลกๆ และมีขนอ่อนเป็นฝอยๆด้วย เอ้...ใบอะไรเอ่ย หรือว่ามันเป็นเกล็ดไดโนเสาร์ล้านปี

พวกเราเลยไปถามพี่ที่เขาเอามาให้ ก็ได้คำตอบมาว่า เกล็ดของตัวนิ่ม
เลยมีคำถามอีกว่า แล้วพวกพี่ไปเอามาจากไหน เขาก็ตอบว่า จับได้เมื่อวาน 2 ตัว
คราวนี้ ยังไม่ได้ถาม
แต่พี่เขาชิงบอกว่า ก็ข้าวต้มเมื่อเช้า ที่พวกน้องได้กินกันไง อร่อยใช่มั๊ย?
พวกเราก็หันมามองหน้ากันแล้วพูดเกือบพร้อมกันว่า “ข้าวต้มตัวนิ่ม”
พี่คนนั้นยังบอกว่า พวกน้องโชคดีมากเพราะกำนัน...จุดจุดจุด.... บอกว่าให้เอามาทำอาหารให้พวกน้อง ธรรมดาถ้าจับตัวนิ่มได้รับรองไม่มีใครบอกใครหรอก เขาเก็บไว้กินเอง
คนที่เอามันมาทำอาหารให้เราทาน ก็คงคิดว่า เป็นสุดยอดอาหาร เพราะเชื่อว่า เนื้อของนิ่มเป็นยาบำรุงร่างกายและสมอง คงคิดว่าเจ้านายให้รับรองพวกเด็กพวกนี้ให้ดีๆ ก็เลยปลื้มใจที่ได้มอบอาหารดีๆให้พวกเรา ส่วนพวกเรา คนที่รับได้ หรือคนที่ทานอาหารป่าได้ ก็คงมีความสุข ส่วนคนที่ได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรก บางคนก็ดีใจที่ได้ชิมของแปลก บางคนก็ตกใจและกลัวสิ่งที่ได้กินเข้าไป ทำอย่างไรได้หละ ก็กินเขาเข้าไปแล้วนี่

สรุปว่าพวกเราก็ได้ทานเมนูอาหารป่า เป็นอาหารที่ทำมาจาก เจ้าตัวอะไรก็ไม่รู้ที่บางคนก็ยังนึกหน้าตาของมันไม่ออกเลย ถึงจะบอกว่าตัวนิ่มๆ ก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร ยิ่งมีคนบอกว่ามันกินมด ก็ดันไปนึกถึงตัวกินมดที่เหมือนหมีที่มีปากแหลมๆยาวๆ ยิ่งไปกันใหญ่ เฮียต้องขอบอกว่า เนื้อของมันสีขาวคล้ายๆเนื้อหน้าอกไก่ รสชาติก็อร่อย แต่เหนียวกว่า เฮียคิดว่าเป็นพวกไก่ป่า หรือไก่ชน แต่ไม่นึกว่ามันจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน (เดาว่าเลื้อยคลานเพราะมันเดินตามพื้นดินแบบนั้น) ซึ่งหลายคนที่ทานเข้าไปแล้ว พอทราบเรื่อง ก็ถึงกับทำหน้าตาเหมือนคนป่วย จนมีพวกเรียนชีววิทยาได้ 4.0 มันมาบอกว่า นิ่มเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่พวกเลื้อยคลาน มันเหมือนตัวตุ่น (แล้วตัวตุ่นเป็นอย่างไร ยิ่งงงไปใหญ่) ทำให้มีคนคลายกังวลไปได้มาก มีคนที่อาเจียนด้วยนะ เพราะคิดว่า นิ่มคือพวกเดียวกับตัวตะกวด เจ้าคนที่อาเจียนยิ่งกว่าคนแพ้ท้องนั้น เขาบอกว่าเขาคิดไปมากกว่าตัวตะกวดเสียอีกเขาคิดถึงตัวที่มีชื่อ เอาไว้ด่ากัน ว่า ไอ้เห.... พอมันอธิบายเสร็จ ก็มีคนฟังวิ่งไปอาเจียนอีกสองคน เวรกรรม

นับว่าเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวในวัยรุ่นของพวกเรา เป็นเรื่องที่มีทั้งความสนุก ตื่นเต้น ประทับใจมิรู้ลืม เวลาที่เจอหน้ากันอีกครั้ง เช่น งานคืนสู่เหย้า งานแต่งงาน งานศพ ฯ มักจะพวกตัวแสบ ถามว่าวันนี้มีข้าวต้มตัวนิ่มหรือเปล่า? เมื่อก่อนก็ขำบ้าง เคืองบ้าง แต่มาถึงวันนี้ ก็คงมีแต่คนหัวเราะ และขำว่าพวกเราไม่น่าโดนพี่คนนั้นหลอกเราให้กินเลย

เรื่องตัวนิ่ม สำหรับพวกเรา อดีตนักเรียนมอปลายสายรุ้ง จบจากโรงเรียนเล็กๆในป่าดงพงไพรกลางใจเมืองหลวง คงเป็นเรื่องที่คนอื่นๆ เห็นว่าไม่น่าสนใจอะไร แต่สำหรับคนที่เดินผ่านกาลเวลาและเหตุการณ์แบบนี้ คงไม่มีวันได้เจอเรื่องแบบนี้อีกแล้ว เพราะวันนี้นิ่มเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไปแล้ว

กับคำถามว่า เขียนเรื่องนี้ทำไม?
คงเป็นเพราะคิดถึงเพื่อน อ้อ...ต้องบอกว่า เหงา ซินะ
ไม่กระมัง มันไม่เศร้าเลย มันเป็นความรู้สึกมีความสุขมากกว่าที่สมองยังจำอดีตได้ดี
แต่อยากให้ใครที่บังเอิญได้อ่านเรื่องนี้ อยากให้มีมุมมองแตกต่างออกไป

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1




โดย: จอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด (zoomzero ) วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:23:15:26 น.  

 
เอาเพลงอะไรมาเปิด



“Earth Song” เป็นเพลงหนึ่งใน album ชื่อ HIStory ของศิลปินอเมริกัน Michael Jackson เป็นเพลงที่เรียกว่า Ballad ซึ่งก่อนหน้านั้น ไมเคิลได้ออกผลงานในแนวอนุรักษ์สร้างสรรค์แบบนี้มาแล้วหลายเพลง ได้แก่ “We Are The World”, “Man in the Mirror” และ “Heal the World”

“Earth Song” เป็นเพลงแรก ที่แสดงเจตนาอย่างชัดเจนให้เห็นว่าไมเคิลนั้นห่วงใย ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าในธรรมชาติ ผมคิดว่าเขาน่าจะได้พูดคุยกับพวกองค์กร หรือมูลนิธิ ที่ทำ
งานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นับว่าเป็นศิลปินรุ่นแรกๆที่มองเห็นว่า ในอนาคตโลกเรานี้ ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็จะต้องประสบภัยพิบัติที่แสนน่ากลัว อันเกิดจากการทำลายโลกทั้งรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ผลงานเพลงนี้ยังมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ได้แก่ David Foster และ Bill Bottrell

“Earth Song” เป็นเพลงที่โด่งดังมาก ในปี 1997 ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy เพราะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยม และขึ้นอันดับเพลงฮิต Top Five ในภูมิภาคยุโรป สำหรับในปี 1995 เพลงนี้ก็ได้เป็นเพลงอันดับหนึ่งหรือ best-selling single ในอังกฤษ และได้รับการยอมรับให้เป็น UK’s 1995 Christmas number-one single อีกด้วย จากข้อมูลยอดขายในประเทศเยอรมัน เพลงนี้มียอดขายมากกว่าหนึ่งล้านแผ่น

คุณอาจจะคิดว่าไม่ได้เป็นเพลงที่ไพเราะอะไรก็ได้ แต่ต้องขอบอกว่า เพลงนี้เคยขึ้นถึงอันดับที่ 1 ใน chart ต่างๆ ในปี 1995 เช่น Eurochart Hot 100 Singles, Spanish Single Chart, Swiss Singles Chart และ UK Singles Chart

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Michael Jackson ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายหรือสาธยายอย่างไรดี เพียงแต่จะขอเล่าเรื่องราวบางเรื่องของเขา ชีวิตของไมเคิลนั้นมีหลากหลายเรื่องราว อย่างเช่นในช่วงวัยหนุ่มของเขา ไมเคิลได้ร่วมงานกับ Lionel Richie ในปี 1985 แต่งเพลงชื่อ We Are The World ซึ่งพวกเขาตั้งใจหาเงินทุนมาช่วยคนจนที่อดอยากในแอฟริกาและสหรัฐฯ ในตอนนั้นเพลง We Are The World สามารถขายได้มากกว่า 20 ล้านแผ่น ได้เงินทำการกุศลมากมาย


โดย: zoomzero วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:21:11:51 น.  

 
Beee_BU

อ้าว...ลืมตอบคอมเม้นท์คนชอบเจิม
ไม่ทราบว่าจะดีใจหรือเจ็บใจดี แหมเล่นเจิมด้วยคำว่า "ขี้เกียจอ่าน"
คนอ่านอยากจะตอบว่า "ก็ใครไปใช้ให้ #@%@^&^&&&%!#5#5325%@...หละ?"

ตัวนิ่มนี่ เขาทั้งน่ารักและน่าสงสาร คนโฉดอย่างพี่ชายก็เคยหม่ำมาแล้วนะ
แต่ทานโดยไม่รู้ตัว คงจะไม่บาปกระมัง สำหรับอาหารป่านี่ นักวิทยาศาสตร์เขาบอกว่า
สัตว์ตามธรรมชาติมักจะมีพยาธิ หรือเชื้อโรค ที่มนุษย์อย่างเราคาดคิดไม่ถึง
ยิ่งพยาธิบางชนิดชอบมากที่จะวิ่งปรื๊ดไปอยู่ในสมอง และขยายพันธุ์มากมาย
สมัยก่อนพอเข้าป่าแล้วจู่ๆก็มีคนตายโดยฉับพลัน ก็จะโทษเจ้าป่าเจ้าเขา
หาว่าท่านมาเอาชีวิต โดยไม่คิดว่าอาหารป่า หรือน้ำ ที่นำมาทานนั้นมันสะอาดแค่ไหน
เจ้าป่าเจ้าเขาท่านนั่งสมาธิอยู่ดีๆ ก็ไปจุดธูปเรียกท่านมากล่าวโทษว่าฆ่าคนตาย
ดีแล้วหละที่ท่านโกรธเพราะโดนมนุษย์โมเมใส่ความท่าน
ท่านเลยบันดาลให้ฝนตก น้ำป่าไหล หรือไม่ก็ฟ้าผ่าไฟไหม้วอดวายราบเรียบเสียเลย

โอ๊ะ โอ๋ ทำมายมาอยู่แถวลาดพร้าว ลาดปลาเค้า อะไรนี่หละ
ทำงานอะไรแถวนี้เหรอ หรือว่าบ้านของใครคนไหนเหยอ?
ว้า...เดี๋ยวนี้ไม่ได้อัพเดทข่าวคราวใหม่ๆเลย อิอิ
พี่ชายคงติดภาระกิจ ขับรถรับใช้เจ้านายทุกวัน
เฮ้อ...อยากมีวันว่างๆเหมือนกัน ทำไมชีวิตช่วงนี้เหมือน 7-11
อยากบอกว่า เหนื่อยจังเลย
เหนื่อยแล้วมีเพื่อนนี่ดีนะ เหนื่อยแล้วโดดเดี่ยวนี่เศร้าจัง

ปล. พี่ชายก็คิดถึงนู๋บีเหมือนกันครับ
และก็เป็นห่วงเจ้าน้องเบลล์ด้วย ขอให้เขาแข็งแรงทั้งกายและใจ

ธันวาคมแล้ว
จะหมดปีอีกแล้ว

Ref: นู๋ Beee Fuchsia FF 00 FF


โดย: zoomzero วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:22:03:07 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ซูม

เข้าบล็อคมาแล้วถูกใจมากเลยค่ะ ชอบไมเคิลมาก ๆ ติดใจตั้งแต่เพลง Ben นู้นแน่ะ ฟังแล้วเศร้า ๆ เหงา ๆ ชอบไมเคิลร้องเพลงช้า ๆ ค่ะ เพราะทุกเพลงเลย เสียดายที่จากโลกนี้ไปเร็วเกิน

ยังไม่เคยเห็นตัวจริงของเจ้าตัวนิ่มสักทีค่ะ หน้าตามันน่าเกลียดพิลึก แต่ก็น่ารักที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ได้แต่เป็นเหยื่อของคนอื่น น่าสงสารเหมือนกันเนาะ แล้วตัวนิ่มนี่ขยายพันธุ์ง่ายหรือเปล่าคะ ถ้ายาก อีกไม่นานคงสูญพันธ์ในไม่ช้า

โหวตให้คุณพี่สาขาTopicalค่ะ สุขสันต์วันหยุดยาว พี่ซูมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ



โดย: haiku วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:18:59:37 น.  

 
ข้าวต้มตัวนิ่ม...ฟังไปพร้อมๆกับขนลุกไปเชียว ^^
ชอบ MJ. มากๆ เสียดายมากๆ
...รู้จักและฟังตามพี่มาตั้งแต่เด็กๆ



โดย: Blue wide IP: 125.26.1.179 วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:20:54:21 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย
แหม...กว่าจะติดต่อได้ คิดถึงแทบตายอ่ะ
สัญญานเน็ทที่ทอแสงโขงเจียมเนี่ย ขาด ๆ หาย ๆ ค่ะ
ยิ่งเอามาใช้บนห้องเนี่ยไม่ได้เลยค่ะดิสคอนเน็กตลอด
ใช้ได้แต่ตรงแค่ล๊อบบี้ ก็ยังหลุดตลอดอ่ะนะ
ถ้าใช้อินเตอร์เน์ทของโรงแรม ชั่วโมงละ 100 ค่ะ ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ โห..โหดจังนิ...
แล้วไว้ค่อยคุยยาว ๆ ให้ฟังนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 4 ธันวาคม 2553 เวลา:6:45:30 น.  

 
น้องไฮ(กุ)

เน๊อะ...ใครฟังเพลงของไมเคิลแล้วไม่ซาบซึ้ง ก็ใจจีดน่าดู
เสียดายเขามากๆ ป่านนี้ในสวรรค์คงมีคอนเสิร์ตดีๆดูกันแทบทุกวัน
ดั่งสำนวนฝรั่งว่า "All the good die young" คนดีๆมักอายุสั้น
ก็ท่านยมบาลเล่นเอาคนเก่งๆไปหลายคน เช่น จอห์น เลนนอน, เอลวิล เพรสลีย์,
บัดดี้ ฮอลลี่, ริทชี่ วาเลนส์, แนต คิง โคล, จิมมี่ เฮนดริกซ์,
จิม มอร์ริสัน (เออ...คนดีเสพเฮโรอินจนตาย), ...

ตัวนิ่มขยายพันธุ์ง่ายหรือเปล่า?
อันนี้ไม่แน่ใจครับ
ทราบแต่ว่าคุณแม่นิ่มจะออกลูกคราวละ 1-2 ตัว
เขาเลี้ยงลูกด้วยนม โดยให้ลูกเกาะอยู่ที่โคนหางเวลาออกไปช๊อปปิ้ง
ลูกนิ่มเกิดมาก็มีเกล็ดแล้วนะแต่ตัวเขาเล็กนิดเดียว
เมื่อมีภัย คุณแม่จะม้วนตัวเป็นก้อนกลม โดยเอาลูกซ่อนเอาไว้ข้างใน คล้ายแม่กอดลูกแล้วนั่งงอตัว
น้องไฮกุก็คงทราบดีแล้วว่า นิ่มเขากินมดกับปลวกเป็นอาหาร
และเขาก็เป็นอาหารของงูกับเสือ
เวลาเขามีลูกเขาจึงขุดรูลึกมากๆ แล้วพาลูกนอนตอนกลางวัน เอาดินอุดปากรูแน่นหนา
พอตกกลางคืน ค่อยออกมาหากิน
แล้วอยากรู้หรือเปล่าว่าตอนนอน ตัวนิ่มเขานอนท่าไหน? 555

เวลาเขาจับตัวนิ่ม ถ้าเป็นตัวเมีย มักจะได้แม่กับลูกติดมาด้วย
แสดงว่าพวกมันก็ขยันแพร่พันธุ์เก่งเหมือนกัน
นิ่มตัวเต็มวัยจะมีน้ำหนัก 4-5 กิโลกรัม ราคาขายอยู่ที่ กก.ละ 1,500 บาท
พวกพรานล่าสัตว์ป่ามักจะไม่อยากเลี้ยงลูกของนิ่ม
คนซื้อนิ่มเอาไปเปิบพิสดารก็มักจะซื้อแค่ตัวแม่ไปทำอาหาร
แล้วลูกนิ่มหละ ส่วนใหญ่ก็จะมีลูกหลานคนมีสตางค์เอาไปเลี้ยง
เพราะมันน่ารักน่าเอ็นดู แต่มันต้องการทานนมแม่ แล้วคุณจะเลี้ยงอย่างไร
เรื่องนี้พอมีคำตอบ แต่คนที่รวยเงินแต่จนปัญญาอาจจะไม่รู้อะไรเลย
สัตว์แพทย์ท่านหนึ่งเคยให้คำแนะนำว่า ต้องหานมที่เขาให้พวกลูกสุนัขหรือแมวทาน
น่าจะเป็นนม เอสบิแลค หรือ KML ให้กินอย่างน้อย 10% ของน้ำหนักตัว ต่อมื้อหรือต่อวันก็ไม่จำไม่ได้แล้ว
ถ้ามันไม่ยอมกินอะไรเลย ต้องเอาไปหาสัตว์แพทย์ให้เขาให้น้ำเกลือมัน
สุดท้ายถ้าไม่ยกให้แพทย์ก็คงเอากลับมาเลี้ยงอีก 2-3 วัน มันก็ตาย ได้บุญดีพิลึก

พี่เคยเก็บลูกนกได้ เพราะจ้างเขาตัดต้นไม้ใหญ่ในบ้าน
เลี้ยงอยู่ 2 วัน ไม่รู้ว่าจะให้มันกินอะไร เพราะมันยังเล็กมาก
เอาน้ำใส่หลอดกาแฟมาหยอดไปเรื่อยๆ ท่าทางมันก็อ่อนแรงลงเรื่อยๆ
ในที่สุดต้องเอามันไปหาสัตว์แพทย์ หมอเขาแนะนำให้ไปร้านขายอาหารนก
บอกคนขายว่าขอซื้ออาหารลูกไก่หรือลูกนก เอามาชงละลายน้ำ
และขอซื้อเข็มฉีดยาพลาสติกกับสายยางเล็กๆนิ่มๆแบบที่อยู่ตรงข้อต่อสายน้ำเกลือ
ที่คลินิกหมอเขาก็มีนะ แต่เขาบอกว่าให้ไปซื้อที่ตลาดจะได้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ
หมอคนนี้ก็แปลก หมูมาถึงเขียง ไม่ยอมเอาปังตอฟันหัวเรา ใจดีจริงๆ
แต่พี่เองก็ไม่เคยเลี้ยงลูกนก กลัวไปซื้อของไม่ถูก
เลยต้องเอาให้ลูกนกเป็นคนไข้ของคุณหมอ ได้จ่ายเงินตามความตั้งใจ
เลี้ยงจนตัวโต ต้องไปหากรงมาใส่ กลายเป็นนกเขาเล็ก
พอดีมีโรคไข้หวัดนก เลยเอาเขาไปปล่อยแถวๆชานเมือง
ปล่อยแล้วก็คิดว่าคงไม่ได้บุญ เพราะเขาคงบินไม่เก่ง หาอาหารกินเองไม่เป็น
เฮ้อ...ไม่น่าไปยุ่งกับธรรมชาติเลย ทำร้ายพวกเขาแท้ๆ

Ref: ไฮกุ haiku DarkGreen 006400



โดย: zoomzero วันที่: 4 ธันวาคม 2553 เวลา:22:37:29 น.  

 
คุณฟ้ากว้าง

ดีใจที่หาเพลงมาได้ถูกใจสาวก MJ

เรื่องข้าวต้มตัวนิ่ม
อย่าว่าแต่คุณขนจะลุกเลย
ผมหนะ ยังต้องทำบุญให้เขาอยู่บ่อยๆเลย
ไม่รู้กรรมเวรอะไรต้องไปเที่ยวที่นั่น ต้องไปทานอาหารที่นั่น
แถมคนพวกนั้นก็คิดว่ามันเป็นอาหารต้อนรับที่เลิศมากๆ

แต่เมื่อวานผมได้ดูละครทีวีช่อง 3 เรื่องปฐพีเล่ห์รัก
มีตอนที่พวกนักท่องเที่ยวไปถามเรื่องอาหารป่ากับรีสอร์ตแห่งหนึ่ง
เจ้าของรีสอร์ตก็มีร้านอาหารป่าในรีสอร์ต เลยอธิบายเมนู่ต่างๆ
พอเห็นว่าเขาจะพูดเรื่องอาหารเปิบพิสดาร ก็นึกถึงตัวนิ่ม
ก็ใช่จริงๆ คนในทีวีก็พูดเรื่องเอานิ่มมาทำอาหารต่างๆ บอกว่าอร่อยมาก
ความจริงมันก็ไม่ได้อร่อยมากขนาดติดอกติดใจหรอกครับ
ค่านิยมของมันอยู่ที่ว่า มีคนบอกว่า มันมีสรรพคุณมากมาย
มากมายจนคนเราจินตนาการไปต่างๆนาๆ

อย่างที่เล่าให้ฟังไปแล้ว
คนเรา บางคนก็ชอบทานอาหารป่าและต้องเป็นสัตว์หายาก
ยิ่งรู้ว่ามันเป็นของต้องห้าม มันกำลังจะสูญพันธุ์ ก็ยิ่งอยากกิน
บรรพบุรุษเรายิ่งเก่งใหญ่ วันไหนอยากกินเนื้อช้างแมมมอธก็ชวนกันออกไปล่ากัน
ได้ช้างมาหนึ่งตัว คงทำอาหารเลี้ยงกันได้ทั้งหมู่บ้าน หุหุ
พวกไวรัสและพยาธิในสัตว์ป่านั้นน่ากลัวมาก อย่าลองไปทานกันเลยครับ
เขาว่า เอดส์ก็มาจากลิง ก็ไม่รู้ว่าคนเราติดมาจากการไปกินลิงกันมาหรือเปล่า
พวกคนป่าแอฟริกันเขาคงล่าอะไรมาก็หม่ำไปหมด ขนาดลิงจ๋อยังโดนเจี๊ยะเลย
พวกเรา เอาแค่ผัดเผ็ดหมูป่ากับพริกไทยอ่อนก็พอแล้วหละ
เพราะหมู่ป่าเดี๋ยวนี้ มันกลายเป็นหมูป่าฟาร์มไปแล้ว

Ref: Bluewide MediumBlue 00 00 CD



โดย: zoomzero วันที่: 4 ธันวาคม 2553 เวลา:22:55:36 น.  

 
Mint

อากาศหนาวมากมั๊ย
อยากเอาผ้าห่มไปให้จัง
....
ที่บ้านของเฮียมีกระสอบเก่าๆอยู่เยอะ 555

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1



โดย: zoomzero วันที่: 4 ธันวาคม 2553 เวลา:22:58:06 น.  

 



good evening ค่ะเฮีย
กลับมารายงานตัวตามปกติแล้วค่ะ
พูดจริง ๆ ว่า ไปเที่ยวหนนี้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไรค่ะ
เพราะคุณลุง(พ่อเลี้ยง) ไม่สบายด้วย
ตอนแรกลุงก็นึกว่าเค้าเป็น..ขอโทษนะคะ ริดสีดวงอ่ะค่ะ
เพราะเค้าเคยเป็น แกก็ทนนั่งเจ็บอยู่ไม่กล้าบอกพวกมิน
กลัวจะเที่ยวกันไม่สนุก เพราะมินมีเพื่อนไปอีก 2 คนด้วย
เมื่อเช้าคงทนไม่ไหวไปโรงพยาบาล หมอแอดมิทไว้เลยค่ะ
เพราะไม่ใช่ริดสีดวงหรอก แต่เป็นฝีค่ะ เป็นที่ไหนไม่เป็น ดันไปเป็นที่....ซะด้วยจิคะ
สงสารแกมาก ๆ เลย แกไม่ฉี่มา 2 วันเพราะฉี่ไม่ออกเนื่องจากปวดก้นมาก ๆ อ่ะค่ะ
เพิ่งผ่าตัดหัวฝีไปเมื่อตอนบ่ายสองนี่เอง มินก็เพิ่งกลับมาจาก รพ.เหมือนกันค่ะ
หมอถามว่า โอ้โฮ ทำไมปล่อยไว้ถึงขนาดนี้นี่ มันอักเสบมากจนถึงขั้นรุนแรงเลยค่ะ
ก่อนจะเข้าห้องผ่าตัดจิคะ ทั้งสวนฟลอเร่ (สวนสายปัสสาวะ)
ทั้งสวนเพื่อให้ถ่าย แล้วคนกำลังเจ็บปวด ๆ สุด ๆ อยู่อ่ะค่ะ ขนาดแกเป็นทหารนะยังร้องโอ๊ยเลยค่ะ
โห..มินยืนฟังไม่ได้เลย สงสารมาก ๆ เลยอ่ะค่ะ
แต่ พอผ่าตัดฟื้นขึ้นมาแล้ว เหมือนคนละคนเลย หน้าตาสดชื่น ค่อยมีสีเลือดขึ้นมานิดนึง
ตอนก่อนไปโรงพยาบาลนี่ หน้าซีดแบบไม่มีเลือดเลยค่ะ
ดีนะที่มินขู่บังคับให้ไป เพราะลุงแกจะรอไป รพ.พระมงกุฏ ของแกอ่ะ
มินบอกไม่ต้องเลยค่ะ เลยพาเข้า รพ.เอกชน ใกล้ ๆ บ้านเค้า
เจอหมอน่ารักมาก ๆ เลย พยาบาลก็น่ารักทุกคนเลย
ชักติดใจที่นี่แล้วค่ะ ต่อไปถ้าคิดจะทำศัลยกรรมอาไร มาทำที่นี่ดีกว่า เพราะเค้ามีชื่อเสียงนะมินว่า อิอิ...

โห..จะให้มินห่มกระสอบเหรอคะ ไม่เอาด้วยนะ มันคันอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ผ้าห่มมินที่ห่มอยู่ทุกวันนี้ ปิกัสโซ่ ทอ 360 เส้นด้ายนะคร๊า...ฮ่า ๆ ๆ
พูดให้หมั่นไส้เล่นอ่ะ จะทำไมคะ..แต่ จริง ๆ นะ มันนิ่มมาก ๆ เลย ใช้มา 10 กว่าปีแล้วค่ะ อิอิ
อยากมีผ้าห่มตราคนไว้กับเค้ามั่งเหมือนกันค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ ไม่อาวดีกว่า มินเป็นคนขี้รำคาญอ่ะ ทุกวันนี้ก็ยึดพื้นที่คนเดียวเต็มเตียงเลย
ขนาดมีเพื่อนมาค้างมานอนคุยด้วย พูดจริง ๆ นะ มินยังอึดอัดเลยค่ะ
นอนก็รู้สึกว่า ขยับตัวแล้วจะไปโดนเพื่อนมันตื่นอ่ะ เราเองก็รู้สึกว่ามันอึดอัดอ่ะค่ะ แปลกคนไม๊คะ ฮ่า ๆ ๆ

พรุ่งนี้ สาย ๆ คงต้องไป รพ. อ่ะค่ะ เอาเสื้อผ้าไปให้แม่ด้วย
ลุงอยากทานโดนัทด้วยค่ะ ออเดอร์ไว้แล้วว่า พรุ่งนี้อยากทานโดนัทกับน้ำเขียวอ่ะ
มาโหวตให้เฮียมินด้วย เอา 3 สาขาเต็มอัตราเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
จะทายถูกไม๊อ่ะเนี่ย ว่ามินโหวตให้สาขาไหนมั่งอ่ะคะ ฮ่า ๆ ๆ ลองทายดูเล่น ๆ นะ ถ้าถูกมีรางวัลนะคร๊า ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 5 ธันวาคม 2553 เวลา:19:11:48 น.  

 
Mint


เย้...ดีใจจัง อาหมวยกลับสู่ภาคกลางแล้ว
แสดงว่าหนุ่มๆอีสานไม่สามารถละลายหัวใจน้องของเราได้ อิอิ

วันนี้เฮียก็ไปทำกิจกรรมและเจอเรื่องราวแปลกใหม่ เล่าย่อเลยนะ

ตอนเช้าเจอคุณหนูย่องมากอดทางด้านหลัง
แล้วกระซิบว่า สุขสันต์วันพ่อนะเฮียอ้วน แล้วก็วิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป
ทีแรกก็ดีใจ แต่ต่อมาก็แปลกใจ เพราะในทะเบียนบ้านของเรา
ทั้งบ้าน(หลัง)ใหญ่ บ้าน(หลัง)เล็ก และบ้านของเฮีย ไม่มีคนชื่อ “อ้วน” นี่หว่า
แล้วใครชื่อนี้หละ สงสัยต้องเรียกสมาชิกทุกคนมาตรวจ DNA เสียแล้ว
จะได้รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กคนนี้เสียที ป๊าดโถ่

ตอนสายไปทานขาหมูเหม่งจ๋าย (มีหลายสาขานะจ๊ะ)
เจอป้ายว่า ห้ามนำอาหารนอกร้านเข้ามาทาน
และเจอเจ้ เจ้าของร้านพอดี เลยสอบถาม
ก็ได้คำตอบว่า เบื่อเก็บขยะและเศษอาหารให้แผงลอยพวกนั้น
คือลูกค้าชอบแวะซื้อแล้วเอามาทานในร้าน พอทานเสร็จก็ทิ้งถุง ทิ้งใบตอง เอาไว้บนโต๊ะ
และที่สำคัญคือพวกนั้น ไม่เคยทำความสะอาดพื้นที่บริเวณที่เขาขายของเลย
บอกให้ไปหาน้ำมาล้างก็ไม่ทำ สาเหตุเพราะพวกนี้จ่ายเงินให้เทศกิจไปแล้ว
เลยไม่สนใจใยดีอะไรกับเรื่องความสะอาด แถมไม่แคร์เจ้เจ้าของร้านอีกด้วย
เจ้เลยขอแอนตี้ซะเลย เฮ้อ...คนไทย ปรองดองกันยากเย็นเข้าไปเรื่อยๆแล้วนะ

ตอนกลางวันไม่ได้ไปไหน ต้องอยู่ดูทีวี ดูถ่ายทอดในหลวงเสด็จไปพระบรมมหาราชวัง
และเสด็จกลับโรงพยาบาลศิริราช ดูแล้วก็แอบเปล่งเสียงในใจว่า ทรงพระเจริญๆๆๆ
แล้วก็แอบน้ำตาไหลอีกตามเคย ดีว่าไม่มีใครมาเห็น เดี๋ยวนี้ทำไมบ่อน้ำตาตื้นก็ไม่รู้

พอตอนบ่ายก็ได้ไปร่วมงานยกช่อฟ้าวัดแห่งหนึ่งมา เป็นวัดใน กอ ทอ มอ นี่แหละ
แปลกนะที่ท่านเจ้าคุณ (หมายถึง เจ้าอาวาส) จัดงานในวันนี้ นี่วันพ่อนะครับ
เพราะว่าจะไม่มีผู้ใหญ่ว่างเลย มีแต่ชาวบ้านธรรมดาๆ และข้าราชการบางท่าน
เลยได้บรรยากาศติดดิน มีแต่โดดเด่นตรงที่มีอาซ้ออาซิ้มที่มีฐานะร่ำรวยมากันมากมาย
ทีแรกแดดแรงมาก พอเริ่มพิธีเมฆก็มาบังแสงเอาไว้จนถึงหกโมงเย็น
ช่อฟ้าที่นี่ ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เพราะมีทั้งทองและเพชร
ไว้จะเอารูปและรายละเอียดมาเล่าให้ฟัง

ขากลับ ต้องตกใจแทบล้ม ไฟตัดหมอก 2 อัน โดนขโมยงัดไป
เหลือแต่สายไฟห้อยร่องแร่งเอาไว้ นี่เฮียจอดรถหน้าวัด ติดถนนใหญ่
ติดสถานีรถเมล์ BRT เชียวนะ คนมาวัดเป็นหมื่นๆคน แต่ขโมยมันยังสามารถเอาไปได้
ดูแล้วไม่ยาก แค่เอาไขควงงัด แล้วกระชากสายไฟไปเลย
ไอ้จอมโฉด นายแน่มาก

ตกมืด ไปแจ้งความ หาที่จอดรถไม่ได้
เพราะตำรวจท่านกำลังจะถวายพระพรในหลวง
คนเต็มสถานีตำรวจเลย ดีที่เขายังมีตำรวจเหลือให้รับแจ้งความ
แต่นายร้อยเวรท่านต้องถ่ายรูปรถของเฮีย เพื่อใช้ประกอบคดี
ซึ่งรถเจ้าปัญหาคันนี้ได้จอดห่างจากส.น.ไปไกลตั้งเกือบกิโล
เฮียเลยต้องวิ่งไปเอารถขับมาจอดหน้าสถานี เหนื่อยมาก

พรุ่งนี้ต้องไปศูนย์ฮอนด้า นัดประกันเอาไว้
เดี๋ยวนี้ไปเคลมที่ศูนย์ซ่อมรถ ต้องโทรฯไปนัดเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย
เมื่อก่อนเขาจ้างคนมากินมานอนที่ศูนย์ฯ ตอนนี้เปลี่ยนไป เพราะว่าลดค่าใช้จ่าย
ปัญหาคือ รถโดนขโมยชิ้นส่วน จะเคลมได้ฟรีหรือเปล่า หรือต้องจ่ายบางส่วน
ทำไมต้องมาซวยในวันอันเป็นมงคลแบบนี้
ปีนี้เป็นขาลงของชีวิตจริงๆ ไม่ว่าเรื่องงาน ความรัก เงินทอง

เอ้า...กลับมาที่เรื่องของอาหมวย
เสียใจด้วยนะที่เที่ยวไม่สนุก
น้องเจ็บ(ใจ) พี่ชายก็เจ็บ(ใจ)กว่า 555
คราวหน้าถ้าจะเล่าอ้างอิงถึงคุณพ่อเลี้ยง ก็ใช้คำว่า คุณลุงบ้านแม่ ก็ได้จ๊ะ
จะได้ไม่ต้องวงเล็บอธิบายอะไรมาก
เรื่องฝีนี่ เฮียไม่ค่อยเจอเคสใหญ่ๆ แต่เคยเจอคนที่เขาเจอเคสแบบว่า แรงมั๊กมาก
อย่างสุภาพสตรีท่านหนึ่ง เป็นฝีที่ทรวงอกอันอวบอิ่ม เธอก็อาย ปล่อยให้ฝีระเบิดระเบ้อ
กว่าจะไปถึงมือหมอ ก็โดนดุว่า ถ้ามันลุกลามไปตามต่อมต่างๆ อาจจะตายได้นะ
งานนั้นเธอต้องนอนโรงพยาบาลเป็นสัปดาห์ บอกที่ทำงานว่าป่วยติดเชื้อห้ามเยี่ยม
คนที่ทำงานก็เดามั่วไปหมดว่า เป็นเอดส์ เป็นมะเร็ง หรือเป็นหวัดนก ก็นินทาว่ากล่าวกันไป
อีกรายเป็นหลวงพ่อ วันๆก็เอาแต่นั่งรับสังฆทาน พรมน้ำมนต์ แล้วก็เป็นฝีที่ก้น
รายนี้ท่านเคยผ่าริดสีดวงมาสมัยหนุ่มๆ ท่านบอกว่าเจ็บปวดมาก
เลยคราวหลังก็พยายามหายามากินมาทาเอาเอง มันก็พอจะรักษาได้นะ
แต่คราวล่าสุด มันไม่ใช่ริดสีดวง แต่มันเป็นฝี พอหัวมันแตก มันก็อาละวาด
คนเป็นก็ไม่ยอมไปหาหมอ และดูแลเรื่องความสะอาดไม่ดี แถมยังนั่งกดทับให้มันช้ำอีก
คราวนี้มันเลยทำลายเนื้อเยื่อรอบๆนั้น ต้องหาหมอศัลยกรรมถึง 2 โรงพยาบาล
เพราะติดเชื้อมาก ต้องตัดเนื้อทิ้งมาก มากจนต้องไปเอาเนื้อทีส่วนอื่นของร่างกายมาแปะเสริม
ฟังอาการแล้ว คนไม่เป็นได้ยินก็แทบเป็นลมตายแทนคนป่วย

เรื่องฝีนี่น่ากลัวมากๆเลยนะ คนที่โบราณว่า น้ำเหลืองไม่ดี
ต้องระวังตัวให้มาก บางคนแค่ยุงกัด มดกัด ก็เป็นแผล เป็นฝี น่ากลัวมาก
อย่างไรก็ขอให้คุณลุงบ้านแม่ท่านนี้ ขอให้หายป่วยและแข็งแรงในเร็ววันนะครับ

คนแก่กับการไม่ยอมบอกว่าป่วย ไม่ยอมไปหาหมอ เสี่ยงอันตรายมาก
และคนแก่ชอบคิดว่า อยู่อีกไม่นานก็ตาย หาหมอก็เปลืองเงินลูกหลาน
เลยชอบไม่บอกว่าป่วย อีกกลุ่มก็ชอบซื้อยามาทานเอง
อย่างคุณพ่อของเฮียก็ซื้อยามาทานเองจนตับพังพินาศ

เรื่องนอนคนเดียวเต็มเตียง
ทำเป็นบอกว่าเคยตัว อิอิ เมื่อวันนั้นมาถึง ก็นอนสองคนได้เองแหละ
นี่ไม่ได้ทะลึ่งนะ คนอีกคนที่สามารถทำให้เราอบอุ่นใจได้นั้นเป็นของล้ำค่าจริงๆ
และแน่นอนมันเป็นของหายาก แถมเป็นของไม่เที่ยงเพราะคนเรามันเปลี่ยนนิสัยได้
แต่คนสองคนที่ไม่มีเยื่อใยต่อกันแล้วต้องมาอยู่บนเตียงเดียวกันนั้น มันทรมานมาก
สู้อยู่เป็นโสด มีอิสระที่จะนอนคิดถึงคนดีๆคนน่ารัก แบบนี้น่าจะมีความสุขกว่า

เออ...เรื่องโหวตนี่ คุณน้องไฮกุ กับ อาหมวย ก็มาคอมเมนท์
ต้องกราบขอบพระคุณที่ปกเสื้อของน้องทั้งสองท่าน แล้วแอบหอมแก้มฟอดใหญ่อีกที หุหุ
ทายไม่ถูกหรอกครับ น่าจะเป็น the worst หรือ ยอดแย่ มากกว่า 555
ถ้ามาปรึกษากันก่อน จะบอกว่า อย่าโหวตเลย อายชาวบ้านเขาหนะ
ดูแค่แฟนคลับของเฮียก็น้อยนิด แถมไปเอาชื่อเขามา add โชว์ซะด้วย
บาง blog เจ้าของเขาเลิกเล่นไปนานเป็นปีแล้วก็มี แต่ไม่กล้า delete ชื่อเขาออก

เฮียอยากจะบอกว่า เฮียเป็นพวกนอกกฎหมาย ไม่สามารถให้คะแนนโหวตกับใครได้
เพิ่งได้ทราบว่าเขามีนโยบายจะกำจัดหรือทำให้เล่นยากขึ้นสำหรับพวกสมัครสมาชิกทางมือถือ
แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังมานานเพราะเขายึด log in อันเก่าไป
เฮียเขียน eMail ไปคุยเป็นสิบๆครั้ง เขาก็ไม่ตอบว่า จะต้องทำอย่างไร
สมัครใหม่ ใช้ชื่อเก่า ใช้บัตรประชาชนอันเก่ากับชื่อใหม่ อย่างไร ยังไง ปวดหัวจัง
ชื่อ zoomzero นี่ก็ชักเบื่อ ดูมันไม่เข้มขลัง อยากเปลี่ยนเป็น ธาราหิมาลัย หรือ ดวงใจอัคนี แบบนี้แหละ
อย่างไร ถ้าได้ตำแหน่งแบบเท่ห์ จะนัดเลี้ยงข้าวขาหมู
เอาแบบปิดร้านทานกัน ทั้งเนื้อ หนัง ไส้ คากิ ฯ เอาให้อ้วนไปเลย

ไปนอนดีกว่า
เดี๋ยวจะแวะไปนอนด้วยนะที่บ้านโน้น

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 6 ธันวาคม 2553 เวลา:0:29:28 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮียอ้วน อิอิ ฮ่า ๆ ๆ
น่ารักจังเลย ลูกสาวอ่ะค่ะ จริง ๆ นะ
หายากนะที่เด็กสมัยนี้จะกล้าแสดงออกกับพ่อแม่เหมือนคุุณหนูอ่ะ
หลาน ๆ มินเนี่ย วันแม่โอเค แต่ วันพ่อไม่รู้พวกเค้าทำไรกันมั่งหรือป่าว
ที่ว่า วันแม่โอเคเพราะ เวลาวันแม่ บ้านมินจะต้องรวมญาติทานข้าวค่ะ
พวกการ์ดหรือของขวัญต่าง ๆ พวกเค้าก็จะเอาไปอวดกันที่โต๊ะอยู่แล้ว
น้ามิน ป้ามิน ก็จะพลอยได้รับการ์ดจากหลานสาวไปด้วยค่ะ
แต่ พวกหลานชายเนี่ยอย่าหวังซะให้ยากเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

วันพ่อปีนี้ มินก็โกลาหลพอสมควร เพราะเรื่องของคุณลุง
เชื่อไม๊คะ ไม่ได้ดูถ่ายทอดอาไรเลย เพราะเมื่อวานเหนื่อยมาก
กลับถึงบ้านก็รีบเข้ามาคุยกับใครบางคนในนี้ แล้วก็นอนเลยค่ะ
เมื่อ 6 โมงเช้าโทรไปหาแม่แล้ว ก็โอเค ทุกอย่างกำลังดีขึ้นค่ะ ยกเว้นเจ็บแผลมาก เอาสายน้ำเกลือออกแล้ว แต่สายปัสสาวะยังค่ะ
แม่เล่าเรื่องตลกให้ฟังว่า เมื่อคืนหมอเจ้าของไข้มาเยี่ยม คุยกันถูกคอ
หมอแอบนินทาพวกผู้ชายว่าใจเสาะ ไม่เหมือนพวกผู้หญิงเรา นี่ถ้าผู้ชายต้องเป็นฝ่ายคลอดลูกนะ
จะต้องตายก่อน 50 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ทันได้คลอดลูกออกมาหรอก แม่บอกขำกันใหญ่ ฮ่า ๆ ๆ

ภาพทอแสงโขงเจียมรีสอร์ท ที่เฮียเอามาลงอ่ะ
โต๊ะมุมสุดนั่น มินไปนั่งทานมาแล้วค่ะ แต่ ต้องเอาโต๊ะมาต่ออีกตัวนึง เพราะ 5 ที่ค่ะ
ถามมินนะ อาหารที่นี่ so so ค่ะ ไม่รู้โรงแรมเค้ามาเห็นจะว่าไรหรือป่าวอ่ะนะ
ก็มันจริง ๆ นี่คะ วันนั้นสั่ง เอ้า..เอาอีกแล้ว เป็นโรคจำชื่อไม่ได้ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
อาไรนะ ตระกร้าทอแสง หลนบักนัตถ์ ปลาเนื้อ่อนทอด
ต้มยำปลาคัง ผัดผักรวม ไส้กรอกอีสาน
ตอนไปถึงเช็คอินตอนแรกอ่ะ มินต้องส่งเมล์ด่วนมากถึงลูกค้าค่ะ
ไอ้อินเตอร์เน็ทของเค้าอ่ะ มันไวไฟร์แบบไหนก็ไม่รู้ เดี๋ยวหลุด ๆ ๆ ๆ ตลอด
หงุดหงิดมากเลยค่ะ ถามว่ามีบริการอินเตอร์เน็ทไม๊ เค้าบอกมีครับ ชม.ละ 100
หา..มินตาเหลือกเลย บอกทำไมโหดจังเลยน้อง แขกพักโรงแรมเนี่ยนะ เค้าบอกก็มีไวไฟร์ให้ใช้ฟรีแล้วครับ
อ้าว น้องมาแหกตาดูสิว่า มันใช้ได้ไม๊ แปล๊บเดียวหลุด ๆ เค้าก็บอกสัญญานมันไม่ค่อยดี
ผลที่สุด มินต้องใช้คอมพ์ของ รร. บอกพี่ส่งเมล์แค่ไม่เกิน 5 นาทีคิดเท่าไร เค้าบอกต้องคิดครึ่ง ชม. 60 บาท.เอ้า ทำไงได้คะ ต้องเอาสิ เพราะงานด่วน
โมโหไอ้คุณลูกค้าด้วย ช๊านสรุปทุกอย่างกับคุณไปหมดแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ไปพรีเซ๊นท์ ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
เลขาบอกของพี่แพงกว่าที่อื่น นายไม่เอา นายเอาที่อื่น
เออ...เรื่องของเมิง...อยู่ ๆ โทรมาเร่งขอคอนเฟริมเอกสารสัญญาอีกที ตกลงนายจะเอาที่นี่
เพราะไม่กล้าเสี่ยงที่ถูกกว่า กลัวมีปัญหาแล้วเพื่อนเค้าใช้ที่นี่อยู่แล้วถึง 2 คน ไม่เคยมีปัญหา
มินอุตส่าห์ถาม ที่ไหนเหรอคะ บอกพี่ได้ไม๊ เดี๋ยวพี่จะคอมเม๊นท์ให้ว่าที่นั่นดีหรือไม่ ควรเช่าได้หรือไม่ อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมหรือป่าว แบบแฟร์ ๆ เลยค่ะ
ไม่ยอมบอกค่ะ ฮ่า ๆ ๆ นายสั่งมาแล้วว่าจะเอาที่นี่ แหม..อยากเล่นตัวจัง..พี่ก็ไม่เอานายคุณแล้วอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ เซลล์ที่ดีไม่ควรทำแบบนั้นนะคะ เดี๋ยวคอมมิชชั่นมันจะหลุดมือไป เอ๊ย..ไม่ใช่ลูกค้าจะหลุดมือไปค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
อ้าว..ยังไม่ได้เล่าเลยว่า วันนั้นเพื่อนมันเห็นมินหงุดหงิด มันเลยดอดไปสั่งไอติมที่วางวัฟเฟิ้ลมาด้วย
เอามาล่อให้อารมณ์ดี
ฮ่า ๆ ๆ ได้ผลค่ะ บ่นไปด้วย อ้ำ ๆ ๆ ไปด้วย ตอนหลัง อ้ำ ๆ ๆ อย่างเดียว แถมกวาดของแม่อีกถ้วย เพราะแม่ไม่ชอบอ่ะ
แต่ ตอนเช็คบิลจิคะ ไอติมถ้วยละ 90++ ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ ทุั้งหมด 5 ถ้วย อินเตอร์เน็ทด้วย 600 กว่าบาทค่ะ ฮ่า ๆ ๆ อีกรอบนึง ...

เรื่อง โรงแรมช่างมันดีกว่าค่ะ
เย๊..ได้ไปไหว้หลวงปู่คำคนิง วัดถ้ำคูหาสวรรค์ด้วย
แล้วก็หลวงปู่พระอาจารย์เสาร์ ซึ่งวัดอยู่ใกล้ ๆ กันค่ะ
ผาแต้ม สามพันโบก มินเฉย ๆ ค่ะ
ไอ้เพื่อนมิน 2 คนสามีภรรยานั่นมันบ้าถ่ายรูป เจอตออันนึงโผล่ขึ้นมา มันก็กระโดดใส่ถ่ายแล้วอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
รวม ๆ กันที่ไป 4 วันเนี่ย มินว่า 2 คนนี่ ถ่ายรูปไปไม่ต่ำกว่า 200 ช๊อตมั๊งคะ ฮ่า ๆ ๆ
มินเหรอ ถ่ายในโทรศัพท์มือถือไม่เกิน 20 รูปมั๊งคะ ฮ่า ๆ ๆ แต่รูปอาจจะไปอยู่ในกล้องโน๊นเยอะหน่อยอ่ะ อิอิ
เฮียรู้ป่าว หมูยออ่ะ เค้าห่อใบตองไว้เป็นมัด ๆ มัดละ 70 บาท แต่พอลอกใบตองออกมานะ
เหลือหมูยอจริง ๆ อันนิดเดียวเองค่ะ ฮ่า ๆ ๆ เอาเปลือกใบตองหมูยอ มากองรวมกันนะ แล้วเอาเนื้อที่ได้มากองไว้ข้าง ๆ ถ่ายรูปไว้นะคะ มันจี้มากเลยอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

จ๊าก...คุยไม่ได้ดูนาฬิกาเลยค่ะ เข้ามาคุยกับเฮียตั้งแต่หกโมงเช้าแล้วนะ
แต่ คุยไปด้วย คั่นเวลาไปชงกาแฟ ไปเปลี่ยนน้ำพระ ทำนู่น ทำนี่ จะ 2 ชั่วโมงแล้ว ไปก่อนนะคะเฮียอ้วน ฮ่า ๆ ๆ
ปล. วันพ่อ อยากฝากเพลง child ของ Anak นักร้องฟิลิปปินส์ เวอร์ชั่น English ให้ฟังจังค่ะคุณพ่อ...


โดย: มินทิวา วันที่: 6 ธันวาคม 2553 เวลา:7:46:07 น.  

 
Mint

เรื่องวันพ่อ
ว่าแต่คนอื่นเขา ตัวเฮียเองก็ไม่เคยได้ทำอะไรให้พ่อเลย
อย่างมากก็พาไปทานข้าวและก็เพิ่งจะพาไปทานมาแค่ 7-8 ปีก่อนท่านจะเสีย
เพราะเมื่อก่อนแม้กระทั่งวันพ่อ งานก็เข้ามา เพราะเราเป็นพวกเข้าไปสางปัญหาหฤโหด
เลยต้องไปตอนวันหยุดของคนทำงาน ชีวิตเลยแปลกแยก
พอช่วงที่ไม่ได้ทำตัวแบบสมัยหนุ่มน้อยไฟแรงก็ดันเกิดอาการไม่กล้า
แต่คุณพ่อของเฮียท่านเป็นคนดุมาก ไม่รู้เคยเหลา เอ้ย...เล่าให้ฟังหรือยัง
ดุขนาดว่า พ่ออยู่ในบ้านลูกๆอยู่นอกบ้าน พ่ออยู่ชั้นล่างลูกๆหนีไปอยู่ชั้นบน
พ่ออยู่หน้าบ้านลูกหลบคุยกันอยู่ในครัว พ่อทานข้าวลูกแว็บไปดูหนังทีวีกัน
ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้พ่อ เพราะคำถามของพ่อน่ากลัวมาก เช่น ทำการบ้านเสร็จหรือยัง?
อ่านหนังสือหรือยัง?(ต้องอ่านวันละ 2 ชั่วโมงทุกวัน) ทำความสะอาดห้องหรือยัง?
สอบเลขได้คะแนนเท่าไหร่? ...ไปตัดหญ้าหรือยัง? ....
พอตอบว่า "ยัง" ก็โดนสวดห้าร้อยจบ บางเคสโดยหวดด้วยไม้เรียวก็มีนะ เพราะดื้อไม่ยอมทำคำสั่งท่าน
พ่อชอบพูดว่า เหงือของ กรู ที่พวก เมิง ได้กินได้อยู่สบายกันทุกวันนี้ อ้ายพวกขี้เกียจ ...
ฟังทีไรอายแทบแทรกแผ่นดินเพราะไม่เคยเป็นคนที่สมบูรณ์ในสายตาของท่านเลย ฮือ ฮือ

เรื่องเน็ทแพง
ใช่ มันแพงเกินไปจริงๆ
เมื่อก่อนยอมรับว่า ราคาสมน้ำสมเนื้อ เพราะเขาต้องมี server ต้องมี PC
ต้องมีเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ห้องแอร์ ต้องติดตั้งระบบ network ต้องมี HUB เอาไว้แยกสายสัญญาณ
ต้องมีสายLAN บางทีต้องเดินท่อร้อยสายไฟเสียงดงาม อันนี้เห็นใจว่าลงทุนมากมาย
แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็น WiFi เน็ทไร้สาย ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย
PC ก็ราคาแสนถูก เอาของเก่าใน office มาโบ้ยให้เราใช้ก็ได้ แถมยังใช้แบบ AirCard ไม่ต้องเดินสาย
แล้วเขาจ่ายเดือนละเท่าไหร่ค่าสัญญาณเน็ท เขาจ่ายแค่ ห้าหกร้อย แถมไม่ใช่ 6 เมก เพราะราคานี้ได้แค่ 1 เมก ก็บุญแล้ว
เวลาโฆษณาแหมบอกว่า หกเม็ด หกเม็ด พอทดสอบจริงๆ speed ไม่ถึงครึ่งเมก ไม่รู้จะไปฟ้องใครดี
มันเหมือนเรื่องน้ำส้มแก้วละร้อยสองร้อยที่เคยเล่าให้ฟังนั่นแหละ
ร้านเน็ทข้างถนนคิดชั่วโมงละ 10-20 บาท ทำไมเขาอยู่ได้
แต่พอเป็นรีสอร์ท โรงแรม ค่าเน็ทกลายเป็น 150-300 บาท เออ...เราอยู่ในประเทศอะไรนี่

เรื่องภาพทอแสงโขงเจียม
อยากให้คิดว่าเป็นเลือกรูปแบบ random เพราะใน profile เขามีรูปให้เลือกมากมาย
แต่รูปนี้เป็นรูปที่ชอบมากนะ บังเอิญจังนะที่อาหมวยก็ชอบมุมนี้
คงไม่คิดว่าเกิดการอ่านใจกันได้นะ นั่นมันเรื่องเหนือพลังธรรมชาติเชียวนะ วู้

ไม่แปลกใจเลยว่าทานวัฟเฟิ้ลแบบมีไอศกรีมราดข้างบนได้
ถ้าเป็นราดด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำหวาน คงร้องยี้ไปแล้ว
สำหรับเมนู อาหารอ่านแล้วปวดหัวมากกว่าเกิดความโหยหิวด้วยชิวหา
อะไรนะ หลนบักนัตถ์ ฟังแล้วป่วยทางหลอดอาหารทันที 555
เฮียนีกว่าจะเป็นเมนูอาหาร อีสาน+ญวน เสียอีก เพราะน่าจะเข้ากับบรรยากาศริมน้ำ

หมูยอ
เมื่อก่อนไปเหนือ ต้องหิ้วหมอยู เอ้ย...หมูยอ กลับมาฝากญาติพี่น้องเสมอๆ
หลังมามีแต่คนบ่นว่าทำไมซื้อ หมูย่อ มาหละ มันไม่ใช่ หมูยอ
เพราะมันย่อขนาดเหลือแค่ถ่านไฟฉายก้อนใหญ่ ทั้งๆที่หอมันใหญ่กว่าขาเด็กทารกเสียอีก
พี่น้องครับ จะเอาเปรียบกันไปถึงไหน ราคาก็แพงกว่าเดิม ขนาดกลับลดลง
คนพวกนี่เกิดชาติหน้าคงจะได้เป็นหอย เพราะต้องหดตัวอยู่ในเปลือกเล็กๆเป็นการลงโทษตามกรรม

พวกลูกค้าที่ทำเป็นเร่งขอเอกสาร แล้วบอกว่าของเราแพง
พวกนี้ก็เล่นเกม เพราะหวังว่าเราจะรีบแก้ราคาให้ต่ำลง
พวกมานไม่รู้เลยว่า ยอดขายลด ยอดคอมมิชชั่นก็ลด ด้วยนะเฟ้ย 555
เจ้านายของเฮียท่านหนึ่งแสบมาก ท่านบอกว่าเวลาเสนอราคาให้เพื่อนของเขาให้ใช้ราคา "ข้างบน"
หมายความว่า ไม่มีการลด ไม่มีการประหยัดงบ ไม่มีของแถม
เพราะพอเขาได้ quotation เขาก็จะเอามาขอลดกับเจ้านายอีกทีจนได้
ดังนั้นใส่เต็มๆไปเลย
เฮียว่าสมัยนี้มันอยู่ที่คุณภาพงานและการตามงานมากกว่า
เพราะขนาดรถเบนซ์มันก็ต้องซ่อม ไม่ใช่มันไม่มีวันพังหรือบกพร่อง
อาหมวยนิสัยคล้ายๆเฮียเพราะ เวลาที่ลูกค้าบอกว่ามีที่อื่นถูกกว่า
เฮียก็จะถามว่าที่ไหน เพราะในวงการมันมีทีมงานดีๆไม่มากหรอก
ถ้าเขากล้าบอกชื่อบริษัท เฮียก็สามารถเดาชื่อเซลล์ที่ขายให้เขาได้เลยว่าชื่ออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร
แต่ส่วนใหญ่เขาไม่ยอมบอกหรอก ต้องรอให้ผ่านไปหนึ่งปี ค่อยซมซานมาหาเฮีย
คราวนี้มีปัญหามากกว่าเมื่อปีก่อนเสียอีก เพราะอย่างน้อยๆลูกน้องต้องชิงหนีลาออกไปแล้วถึงได้คิดถึงเรา
บริษัทของเฮียเองก็เก็บตกพวกที่ไม่ยอมซื้อเครื่องพวก IBM มาหลายราย
สุดท้ายถ้าเป็นบริษัทฝรั่งมีสตางค์ก็จะกลับไปซื้อ IBM และด่าเราเสียย่อยยับ
แต่วันนี้ไม่ใช่ว่า IBM จะสุดยอดเหมือนเมื่อก่อนแล้วหละ เวลาเปลี่ยน อะไรๆก็เปลี่ยนได้
อีกอย่างภาษาการตลาดในใบเสนอราคามันเขียนกันแบบศรีธนญชัยด้วยกันทั้งนั้น
อย่างเช่น ฝ่ายบริการหลังการขายจะมาภายใน 24 ชั่วโมง
พอเอาเข้าจริงๆ เขานับชั่วโมงแรกเมื่อทางบริษัทโทรกลับมาคอนเฟิร์มว่า
จะมาดูแล เพราะอยู่ในคอนแทรค ไม่ใช่เมื่อลูกค้าโทรไปแจ้ง
หรือไม่ถ้าเป็นพวกพนักงานระดับล่างๆของลูกค้าโทรมา
พวกช่างก็จะให้บริการโดยสอนให้ลูกค้าซ่อมเสียเอง ยิ่งทำยิ่งเจ้ง
ก็๋ขนาดสมัยก่อนโน้น บอกให้ลูกค้ากดเอ็นเทอร์ ลูกค้าก็พิมพ์คำว่า enter
กว่าจะเข้าใจว่ามีปุ่มที่ชื่อ enter แทบจะหมดเวลาไปเป็ยนชั่วโมง
เรื่องนี้ไม่ได้โม้นะ เพราะคนที่ไปอบรมเขาดันสอนว่า มันชื่อ ปุ่ม return
ดังนั้นถ้าเขาอยากจ่ายถูกๆ แล้วคิดว่าคุณภาพบริการมันเหมือนกัน ก็เชิญตามสบาย

วันนี้เล่นเน็ทอยู่ร้านทรู ในมหาวิทยาลัย
คุณหนูเลิกเรียนแล้วหละ
ไปเอารถก่อนนะ

แล้วจะไปหาเพลง child มาฟัง

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero (zoomzero ) วันที่: 6 ธันวาคม 2553 เวลา:16:32:34 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย
มาเซย์ ไฮ...สั้น ๆ ก่อนค่ะ
ไว้ค่อยมาคุยใหม่ ไม่อยากเจอรถติดอ่ะ
หยุดหนนี้ 6 วัน มันเหมือนไม่ได้หยุดเลยค่ะ
เหนื่อยมาตั้งแต่วันแรกแล้วอ่ะ
ปล. ทาอาหารเช้าให้อร่อย นะคะ
ลืมบอกไปว่าประกันชั้น 1 นั้น
ส่วนมากถ้าเป็นรถส่วนตัว จะคุ้มครอง
ทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับรถ 2-5 หมื่นบาท
ขึ้นอยู่กับเบี้ยประกันที่เราซื้อค่ะ
แต่ กรณีที่เป็นไฟหน้ารถนี่ ไม่แน่ใจเหมือนกัน
เพราะเงื่อนไขของประกันนั้น
เค้าจะยอมจ่ายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ และเราเป็นฝ่ายผิดเท่านั้น
นี่คือ สัญญา ของกรมธรรม์ที่เหมือนกันทุกที่ค่ะ
แต่ เอาเข้าจริง ๆ เค้าก็อะลุ่มอะหล่วยให้เราซะเป็นส่วนใหญ่อ่ะนะมินว่า
เคส ไฟของเฮียมินว่าเค้าจ่ายนะ แต่ถ้าโชคไม่ดีอาจจ่ายแค่ครึ่งเดียว เพราะมันไม่ใช่อุบัติเหตุ
แต่เป็นการลักทรัพย์อ่ะค่ะ ลองดูนะคะ ผิดถูกยังไง เล่าให้ฟังมั่งนะ จะได้เป็นอีกเคส study นึงของมินอ่ะค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:5:58:03 น.  

 
เรื่องไฟตัดหมอก


"ไฟตัดหมอกหาย Civic 2000cc ปี 2008"

ไม่นาเชื่อว่าขับรถมาก็หลายสิบปี
ใช้รถมากก็หลายคัน (นับไปนับมาไม่เกิน 5 คัน 555)
ไม่เคยมีเรื่องรถหาย รถถูกทุบ หรือถูกขโมย เพิ่งจะดวงซวยหนักก็คราวนี้

วันนี้ตอนสายๆก็จะไปคุยกับประกันที่ศูนย์(นัดกันเอาไว้ ไม่รู้ว่าจะเบี้ยวหรือเปล่า)
คราวนี้คงจะเคลมเรื่องที่โดนชนประตูแล้วคู่กรณีซิ่งรถหายไปตรงสี่แยกไฟแดงด้วยอีกเคส
ก่อนหน้านี้ก็มีลางบอกเหตุมาเรื่อยๆ
อันดับแรกคือปลอกเกียร์ที่จับโยกไปมาในรถหนะ อยู่มันก็แตก ยังไม่ได้ซื้อใหม่เลย
แล้วต่อมารถก็ถูกชน
อันดับถัดมาเกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวา แล่นไปทับน๊อตตัวใหญ่มาก เวลาวิ่งรถกระตุกกึกๆๆๆๆ
พอเอาน๊อตออก ยางแบนทันที ตอนแรกคิดว่าลูกปืนล้อ พอเอาเข้าศูนย์ช่างตาไว มองเห็นว่าเป็นน๊อต
เลยเอาไปปะร้านยาง ทีแรกก็ว่าปะฟรี เพราะซื้อยางแบบมี service card แถมเป็น promotion
แต่เอาเข้าจริงๆเงื่อนไขเยอะจัด ต้องมีสำเนาโน้นนี่นั้น เลยจ่ายสดไป 250 บาท
แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยเอาเอกสารมาขอคืนเงิน เท่ากับขับรถไปมาอีกรอบหมดน้ำมันไป 50 บาทเล่นๆ เซ็ง...
และแล้วก็มาโดนแกะไฟหน้าออกก็เมื่อวันที่ 5 ธันวา

เอาไว้จะมาเล่าต่อ


โดย: zoomzero วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:7:46:32 น.  

 
เรื่องรถเป็นไงมั่ง โอเคป่าวคะ
goodnight นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:19:33:51 น.  

 



Wednesday morning ค่ะ
ยังยุ่ง ๆ อยู่ใช่ไม๊คะ...
ค่อย ๆ ทำไปทีละเรื่องนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:6:15:12 น.  

 
Mint

เรื่องรถ
เคลมไฟตัดหมอกได้แล้ว
แต่เนื่องจากไปเคลมทำสีด้วยเลยต้องรอคิว ซึ่งจะว่างหลังปีใหม่
ทุกอย่างก็นัดกับศูนย์ฮอนด้าเรียบร้อย
พอกลับมาถึงบ้าน เจ้ซูสีไทยเฮ้าส์ดันโทรฯไปเม้าท์กับเพื่อน
แล้วบังเอิญว่าเราไปเคลมว่าโดนชนแล้วคนชนหนีไป
ก็เลยโดนค่าทำโทษที่ละเลย ไม่กระโดดออกไปนอนขวางรถคันนั้น เป็นเงินหนึ่งพันบาท
เจ้แกโดนยุว่า ไม่ควรจ่ายเพราะเป็นเหตุสุดวิสัย เลยโทรไปโล้งเล้งกับบริษัทประกัน
บริษัทหนะเขาไม่ยอมยกให้อยู่แล้ว ก็เราไปเซ็นชื่อว่า จะจ่ายไปแล้วนี่
เขาก็แกล้งให้เรากลับไปที่ศูนย์รถ ไปเอาเอกสารมาถ่ายเอกสาร ให้ศูนย์เขียนใบอะไรก็ไม่รู้
แล้วส่ง fax ให้พนักงานของประกัน รายละเอียดไปทราบ เพราะเจ้แกบึ่งรถไปเคลียร์ของแกเอง
เรื่องยังไม่จบ เราต้องนอนเอาเท้าขวาแช่น้ำไปก่อนสองสามวัน ทางโน้นถึงจะแหกตาอ่านเอกสารของเรา
ดังนั้นเจ้เขาก็นั่งทำใจลุ้นว่าจะไม่ต้องจ่ายหนึ่งพันบาท
ซึ่งเฮียเคยจำได้ว่าเพื่อนคนหนึ่งก็เคยทำแบบนี้แล้วก็ไม่ได้เรื่องอะไร เป็นการซื้อเวลา
เจ้เขาเคืองที่ว่าเราทำประกันกับเจ้านี้มาเกือบ 20 ปี ไม่เคยมีเคลมกรณีไร้คู่ต่อสู้ เอ้ย..คู่กรณี
คิดดูนะปีหนึ่งๆจ่ายค่าประกันรถ 2 คันๆละสามหมื่น ยี่สิบปีมันเป็นเงินเท่าไหร่
ซื้อรถใหม่ก็ทำกับเขาตลอด บ้านน้องสาวมีรถอีก 3 คันก็ทำประกันกับมัน เอ้ย...เขา
พอมีเรื่องแบบนี้ เจ้าคนถ่ายรูปทำประกัน มันพูดว่า ค่าเอ็กเซ็บ ช่วยๆกันจ่ายนิดหน่อย
แล้วตอนที่เราจ่ายเบี้ยประกัน ทำไมมันไม่เอาลูกเมียมันมาช่วยเราจ่ายฟระ (เสียเงินแล้วพาล หุหุ)

พอกลับมาบ้านตอนบ่ายออกไปซื้อของ ก็พบว่าที่ฉีดน้ำล้างกระจกไม่มีน้ำ
ก็ไปทำธุระกลับจนมืด ต้องรอตอนเช้ามาดูอีกที คิดว่าน้ำคงหมดก็เอาน้ำมาเติม
แต่มันก็ไม่มีน้ำฉีดออกมา เลยสงสัยว่า ที่ขโมยมันกระชากสายไฟตรงไฟตัดหมอกเสียกระจุย
มันจะไปดึงเอาปลั๊กเสียบไฟเลี้ยงมอเตอร์เครื่องฉีดน้ำยาเช็ดกระจกหรือเปล่า
แบบนี้ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร
ต้องเอารถไปถามศูนย์ก่อน หรือ
ต้องโทรตามคนเคลมประกันมาเพิ่มรายการ หรือ
เอาเข้าซ่อมแล้วให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฮอนด้าทำเรื่องซ่อมต่อเนื่องให้เรา
ไม่อยากพูดไม่อยากคิดเรื่องนี้ เพราะเหนื่อยใจมากๆ ไม่อยากโทรไปคุยกับศูนย์อีกด้วย
ตอนจ่ายเงินค่าเบี้ยประกัน ดูเหมือนกับว่ามีคนมาพูดดีๆกับเราหลายคน
แต่พอตอนเคลมทำไมแต่ละคนทำท่าเหมือนเป็นโรคเอ๋อ
ถามอะไรก็โบ้ยให้ไปถามอีกคน อีกฝ่าย โยนกันไปโยนกันมา

เมื่อวันจันทร์ก็มีอีกเรื่อง คือ พ่อของเพื่อนของคุณหนูเกิดเสียชีวิต
คุณหนูต้องไปงานศพ จะพาไปที่วัดเลยก็ไม่เอา จะนัดเพื่อนๆมาที่บ้านตัวเองก่อน
ตอนบ่ายก็ต้องเก็บกวาดบ้านกันโกลาหล แล้วก็จะไปกันเองอีก ไม่ยอมให้ไปส่ง
ขากลับบอกจะกลับเอง แต่ดันนั่งรถเมล์มาลงปากซอย แล้วโทรเรียกให้พ่อไปรับ
รถเพื่อนก็จอดขวางในที่จอดรถของบ้าน ดีว่าเอารถของเฮียไปจอดนอกบ้านเอาไว้ก่อน
แต่พอจะออกไป พวกคุณเธอเกิดใจร้อน เรียกtaxi เข้ามาในซอยกันเอง ปวดหัวจริงๆ

วันนี้ก็ได้ข่าวคนเสียชีวิตอีกคน เป็นเพื่อนสนิทกับหลานชาย พวกเขาเคยไปเรียนเมืองนอกด้วยกัน
คนนี้เขากลับมาก่อน ไปเรียนแค่ทำกับข้าว ไม่มีเงินเรียนปริญญาโท
กลับมาก็มาเป็น dancer เคยออกรายการที่มีคอนเสิร์ทที่ธันเดอร์โดมบ่อยๆ
เขาได้เต้นที่ไร เขาก็จะโทรมาคุยกับหลานๆคนอื่น เพราะเด็กๆที่บ้านรู้จักเขาดีมาก
เฮียกับครอบครัวก็ชอบดูคอนเสิร์ทฟรี เลยได้ไปดูเขาบ่อยๆ
แล้วอยู่ๆวันหนึ่งเขาก็หมดสติ ล้มลง ตอนซ้อมเต้นในงานอีเว้นท์งานหนึ่ง หามส่งโรงพยาบาล
ตอนแรกพ่อแม่เขาก็บอกว่า ป่วยไม่ทราบสาเหตุ อาจจะไปทำผิดเจ้าที่เจ้าทาง
ก็จะพยายามแก้กันทางไสยศาสตร์ให้ได้
แต่พอป่วยหลายเดือน เลยพาไปสแกนสมอง หมอบอกว่าเส้นเลือดฝอยในสมองแตก
คราวนี้นอนป่วยเป็นปี ไปๆกลับๆโรงพยาบาลกับบ้าน
เมื่อวานแม่เขาก็โทรมาบอกว่า เสียแล้ว
สัปดาห์นี้พวกหลานๆคงไปงานศพกัน

แต่ที่สองวันมานี้วุ่นมาก มากจนทำอะไรไม่ถูก
เพราะน้องสาวสุดเลิว์ฟของเจ้เขาเกิดลืมตาไม่ขึ้นข้างหนึ่ง
เลยพามาหาหมอ หมอบอกว่าต้องเช็คสมอง
ผลออกมาก็อย่างที่เดากันไว้ เส้นเลือดในสมองตีบ เป็นอาการของคนครอบครัวนี้หลายคน
สมัยนี้เขาทำสแกนกันเก่งมาก เขาแยกวิธีอ่านค่าหลายๆแบบ
มีทีน่าสนใจ 2 แบบ แบบแรกมันจะอ่านเส้นเลือดที่ตีบและฝ่อไปแล้ว
อีกแบบมันจะอ่านเฉพาะเส้นเลือดที่กำลังจะแข็งและเซลล์ตรงนั้นก็จะตายเหมือนกัน
สรุปว่าหมอสามารถบอกได้ว่าเป็นมานาน และเพิ่งเป็น ตรงไหนของสมองได้เลย
สองวันมานี่ก็วิ่งรถไปโรงพยาบาล บ้าน มหาวิทยาลัย เข้าออกออกเข้าเฝ้ารอ
ตอนนี้หมอให้ยาบำรุง เพราะส่วนที่เสียหายไปแล้วซ่อมไม่ได้
ของใหม่ที่กำลังจะเสียหายก็ซ่อมไม่ได้
ร่างกายจะไปสร้างเส้นเลือดฝอยเส้นอื่นๆให้แข็งแรงแล้วก็จะเอาเลือดไปเลี้ยงสมอง
หมอบอกว่าสมองคนมันซับซ้อน มันซ่อมตัวมันเองได้
แต่รายนี้เส้นเลือดฝอยที่อุดตันนั้นอยู่ตรงก้านสมองแนวเดียวกับดวงตาเป๊ะ
แปลว่ามันเป็นศูนย์รวมของสารพัดระบบประสาทและการสั่งงานของสมอง
หมอพูดเหมือนว่าไม่ซีเรียส แต่กลับขอดูอาการสี่ห้าวัน ไม่ไล่กลับไปนอนดูหลินปิงที่บ้าน
คนไข้ก็ทำเป็นอารมณ์ดีเพราะคิดว่าได้นอนพักผ่อนหลายวัน
เจ้เขาก็ดีใจว่าน้องไม่ต้องผ่าตัด แถมยังได้มาเยี่ยมทุกวัน ได้คุยกันเต็มที่
น้องคนนี้เขาทำงานราวๆวันละสิบแปดชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
ไปช่วยงานโรงงานของเพื่อนรักของเขาตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ
จากธุรกิจเล็กๆ ตอนนี้บอกไม่ถูกว่ามันเป็นสิบล้านหรือร้อยล้านก็ไม่รู้
คนคิดมากอย่างเฮียคิดว่า ที่ไม่มีอะไร มันเหมือนทะเลก่อนมีพายุมากกว่า

เหนือยกายไม่ว่า เหนือยใจนี่ซิ สงสัยจะหุ่นดีกันคราวนี้


โดย: zoomzero วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:23:43:35 น.  

 



อ้ะ...อ่านเรื่องราวต่าง ๆ แล้ว
ต้องแอบถอนหายใจตามไปด้วยหลายเรื่องค่ะ
แต่ ยังข้องใจประกันอ่ะค่ะ ทำไม ประกันชั้นหนึ่งแล้ว
ต้องมาเก็บค่า accept ด้วย ถึงจะไม่มีคู่กรณี ก็ตามเถอะ
เฮีย ลองไปอ่านกรมธรรม์ดี ๆ นะคะ มันจะมีบรรทัดที่ว่า
ความรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรก
ถ้ามันเป็นขีด - แบบนี้ แปลว่า ไมีมีนะ เราไม่ต้องจ่ายค่ะ
ขนาดรถบริษัทฯ มินเป็นรถเช่าแท้ ๆ ยังไม่ต้องจ่ายเลยอ่ะ
อัตราเสี่ยงสูงกว่าเฮียไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร

มีเรื่องจริงจะเล่าให้ฟังนะคะ เอาไว้เป็นประสบการณ์ค่ะ
ไอ้พวกเซอร์เวย์เอ๊าท์ซ๊อสเนี่ย ไปเจอบางคนแสบ ๆ นะคะ
มันเขียนกลับตาลปัดได้หมดค่ะ ผิด หรือ ถูก ประมาทหรือไม่ หรือเป็นประมาทร่วม
แค่ได้หยอด ๆ ไปแค่ 500 หรือ 1000 เท่านั้น รายงานได้ตามใจสั่งค่ะ
ที่มินรู้ เพราะบริษัทฯ ลูกค้าเนี่ย เค้าก็มีกฏระเบียบเกี่ยวกับการที่พนักงานเอารถออกไปใช้เหมือนกัน
บางที่ เค้าก็จะสตริคมาก พนักงานเวลาฝ่าฝืนแล้วเกิดอุบัติเหตุก็กลัวสิคะ ก็ต้องมาเซ่นไอ้พวกนี้แหละ
ยิ่งถ้าไม่มีคู่กรณีที่จะต้องเคลียร์กันเรื่องค่าเสียหายนะ
เช่นเอารถไปชนเหล็กกั้นข้างทาง หรือ ขับตกข้างทางไปเลย ตอนดึก ๆ เพราะเมาเนี่ย
เค้าแก้รายงานหมดค่ะ กลายมาเป็นเกิดเหตุตอนเช้า ในเวลาทำงาน หมา แมว วัว ควาย ตัดหน้า ก็ว่าไปตามเกมส์
ไอ้พวกเนี๊ย ไม่สนใจหรอกค่ะ เพราะไง ๆ ประกันก็ต้องซ่อมรถให้อยู่แล้ว

เรื่องน้ำฉีดกระจก คงต้องเช็คกับอู่หรือศูนย์อีกอ่ะค่ะ
ว่ามันเกี่ยวกันไม๊ แต่ ปกติพวกนี้มันจะใช้สายไฟคนละเส้นนะ ลองดูนะคะ สวิทซ์มอเตอร์มันเสียหรือป่าว

เมื่อวานก็เพิ่งไปรับลุงออกจากโรงพยาบาล
ตอนแรกจะออกตั้งแต่วันอังคารแล้ว แต่อยู่อีกวันดีกวา
แกก็ดีขึ้นมากเลยค่ะ แต่ยังเจ็บ ๆ แผลอยู่
สรุปคือ แกไม่ใช่เจ็บเรื่องริดสีดวงหรอก ไม่ได้เป็น ไม่เกี่ยวกันเลย
เป็นฝีคัณฑสูตรค่ะ โห...น่ากลัวมากเลย
มินไม่เคยรู้เกี่ยวกับไอ้ฝีบ้าเนี่ย ลองค้นหาข้อมูลจากเน็ทดูแล้ว ขนหัวลุกเลยค่ะ
อย่าได้ไปเป็นเชียวนะคะ สาธุ...เฮ๊อ..น่ากลัวมาก ๆ เลยนะมินว่า
คิด ๆ ก็สงสารลุงนะ ที่แกเป็นตั้งแต่วันอังคารแล้ว แกก็คิดว่าแกเป็นอีกโรคนึง ทนปวดมาจนได้ผ่าวันอาทิตย์อ่ะ...

วันนี้ มินก็งานตรึมเลยค่ะ เพราะทำงานวันนี้อีกวันเดียว หยุดอีก 3 วันอีกแล้ว ทุกอย่างมันเลยเร่งไปหมดอ่ะนะ
ต้องเอาสัญญาไปเซ็นต์ถึง 3 ที่เลยค่ะวันนี้อ่ะ
เฮ๊อ..แค่คิดก็เหนื่อยแล้วค่ะ เพราะรถก็ติดจังช่วงนี้อ่ะ

ปล. ทานเช้าให้อร่อย ๆ นะคะ ไม่ว่าทุกเรื่องมันจะยุ่งยังไง
แต่ เดี๋ยว ๆ มัน ก็จะผ่านไปแล้วค่ะ ...Heavenly Thursday ค่า...


โดย: มินทิวา วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:4:46:45 น.  

 
Mint

เรื่องฝีคัณฑสูตร
ก็เรื่องเดียวกับที่เฮียเคยเล่าเมื่อวันที่ 6 ธันวา
หลวงพ่อที่เฮียนับถือเกือบได้ไปเกิดเป็นรุกขเทวดาอยู่ตามต้นไม้ไปแล้ว
เล่นนั่งปวดก้นเป็นเดือน ไม่กล้าบอกญาติโยม กลัวคนจะเข้าใจผิดว่า
เป็นพระแล้วเป็นโรคในร่มผ้า ขนาดพระบวชมาสามสิบกว่าปี ยังกลัวปากฆราวาสเลยนะ

ขอเรียกว่า ฝีคัน ณ ตูด ก็แล้วกัน
เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้อีกแล้ว มีแต่หมอกับคนโบราณที่พูดและรู้จักกันดี
ถ้าอาหมวยรู้จัก ก็แปลว่าอาหมวยต้องอยู่ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นแน่ๆ
เขาว่าผู้ชายจะเป็นโรคนี้มากกว่าสตรีเพศ และจะเป็นกันมากในคนอายุทะลุ 30 ปีขึ้นไป

โรคนี้เท่าทีทราบ ภาษาปะกิตเขาว่า Fistula-in-ano
มันเกิดจากต่อมในช่องอึของเรานี่แหละ
อย่าเพิ่งอวกนะ มันเป็นของดีนะ มันทำหน้าที่สร้างเมือกออกมาตอนเราอืออึ๊
ส่วนพวกเกย์อย่างเฮีย มันมีประโยชน์หล๊ายหลาย ตอนติ๊ดชึ่งจี๋งดื๋ยกัน
ทีนี้วันดีคืนร้ายมันก็จะอักเสบ และจะหัวฝีแตกเอง หายเอง แต่บางคนมันไม่เป็นเยี่ยงนั้น
เมื่อมันอักเสบ มันจะเลือกว่าแตกหรือไม่แตก ถ้าไปหาหมอทันหมอจะบอกว่าเป็น
โรคฝีทวารหนัก (Anorectal Abscess) ซึ่งเรียกว่าเป็นรุ่นเบบี้ของฝีคันที่ตูด
หมอจะกรีดให้ถ้ามันไม่แตก แล้วก็ทายา กินยา เป่ากระหม่อมเพี้ยงเดียวหาย เดินไปจ่ายเงินได้เลย
ฝี คัน ณ ตูด ของจริง มันจะต้องระเบิดระเบ้อ
คนป่วยจะลุกนั่งแสนลำบาก ระบบขับถ่ายพังพินาศ ทั้งของแข็งและของเหลว
เนื่องจากชัยภูมิมันไม่ค่อยสะอาด มันจึงอันตรายเพราะง่ายต่อการลุกลาม
พวกแพทย์เขาจะรู้ทันทีที่เห็นแผล เพราะมันจะไม่แตกในช่องถ่ายท้องของเรา
มันจะมีท่อมุดอยู่ในเนื้อ แล้วออกมาโผล่ด้านรอบนอก
ดังนั้นคนป่วย ถ้ามีความรู้บ้างจะรู้ว่ามันไม่ใช่ ริดสีดวงทวาร มาตั้งแต่ทีแรก

หลวงพ่อที่เฮียอ้างอิงถึง ท่านปล่อยให้ติดเชื้อถึงขั้นเกือบสุดขีด maximum
ก็ถึงกับต้องตัดเนื้อทิ้งไปเยอะ แต่สมัยนี้หมอเขาเก่ง
เขาปะเนื้อก็ได้ เสกเรียกเนื้อเรียกปลาอย่างพระสังข์ก็ยังได้
หมอโรงพยาบาลแรกนั้นเอาไม่อยู่
ต้องย้ายไปอีกโรงพยาบาลเพราะเป็นระดับอาจารย์หมอ
สอบถามผู้รู้ ถึงทราบว่า การผ่าตัดนั้นสำคัญมาก ใครได้หมอไม่เก่ง อาจจะตาย
ได้หมอระดับมือกลางๆ อาจจะมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อหูรูด
ฃมิเช่นนั้นต่อไปจะกลั้นอุจจาระไม่ได้ เกิดความทุกข์ในการดำรงชีวิต
ถ้าเป็นคนแก่อยู่บ้านนั่งรถทูวีล(แชร์)อย่างเฮียก็จะรู้สึกเฉยๆ
แต่คนที่ยังแข็งแรง และต้องออกไปทำธุระนอกบ้านเป็นประจำ
จะเกิดความทรมาน กลายเป็นโรคซึมเศร้า อาจจะคว้าปืนยาวมายิงกรอกปากตัวเอง
ดังนั้นต้องถามไถ่ให้ดีว่าหลังผ่าตัดทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่ ไม่ใช่คิดว่าหาย ก็เลิกสนใจกัน
ส่วนใหญ่หมอจะบอกรายละเอียดให้คนป่วยทราบ
แต่มักจะเกิดเหตุการณ์รู้กันแค่หมอกับคนป่วยเพียงสองคนเท่านั้น
และคนป่วยก็ไม่กล้าคุยกับใคร
เรื่องของคนขี้อาย ขี้เกรงใจ คนแก่เสียดายเงิน ก็น่าปวดหัวเหมือนกัน
เว้นแต่เราจะคิดว่า ชีวิตของมรึง ตรูไม่ได้เอาปอดยูมาหายใจนี่หว่า
ก็อย่าไปแคร์ใคร แบบเฮียนี่ไง

เรื่อง accept
เรื่องนี้ไม่เคยโดน มีแต่เคลมอุบัติเหตุธรรมดาๆ
แต่คนอื่นเขาโดนกัน เวลาบอกว่าไม่มีคู่กรณี
หรือเจ้าของรถขับชนขอบทางหรือรั้วกั้น
เขาว่าเจ้าเคลมเมอร์มันทำท่างอแงงุ้งงิ้ง เรียกร้องค่า accept
พวกเขาเลยต้องยอมๆมันไป และก็จ่ายเงินสดให้กันหรือไงนี่แหละ
และถ้าได้ถามก็คงจะเป็นเคสที่ซ่อมสีรอบคัน ซึ่งต้องเขียนสร้างเรื่องปลอมๆมากมายก็ได้
มันก็น่าคิดนะ ว่าเงินนี้ไปอยู่ที่ไหน เพราะไม่ได้ถามคนที่คุยด้วยว่าเขามีใบเสร็จกันหรือเปล่า
แต่เคสของเจ้ซูสีไทยเฮ้าส์นี่ เพราะเพื่อนเขาบอกว่าไม่ต้องจ่าย เขาถึงต้องกลับไปโวย บ.ประกัน
จริงๆเงินแค่นี้เขาซื้อล๊อตเตอรี่พรวดเดียวก็หมดแล้ว มันเป็นเรื่องของคนโดนยุ แล้วยุขึ้น
ตอนโทรศัพท์ก็รู้สึกว่า คนทำผิดนี่คือ เฮีย ทั้งๆที่ไปด้วยกันแท้ๆ

เรื่องกรมธรรม์ ขอบคุณมากในคำแนะนำ แต่เฮียคงไม่ไปอ่านหรอก
เพราะงานนี้เจ้เขาอยากวุ่นวายไปเอง ขืนอ่านแล้วเอามาบอก
ก็ไม่วายโดนว๊ากว่า ตอนได้เอกสารมาทำไมไม่แหกตาอ่านให้หมด 555
เฮียเป็นคนที่ชอบเดินหนีปัญหา ไม่กล้ารบรากับมนุษย์โลก อยากอยู่เย็นเป็นสุข
เฮียชอบคิดว่า อะไรที่ยอมได้ก็ยอมมันไปเถอะ รัฐบาลไหนๆจะมาโกงกินก็ปล่อยไป
ใครจะสองหรือสามมาตราฐาน ก็เรื่องของเขา อ้าว.....ไปทางไหนกันแล้วหละนี่

เรื่องน้ำฉีดกระจก
ถ้าอาหมวยย้อนกลับไปดูรูปข้างบน ด้านไฟหน้าข้างขวาของรถ
มันจะเป็นสายไฟพวงใหญ่ ข้างในมีหลายเส้น ทั้งซ่อนอยู่ในท่อยางและมัดรวมกัน
ขโมยมันกระชากๆๆ เพราะกะจะเอาสายไฟและขั้วต่อไฟตัดหมอกไปทั้งชุด
มีสายไฟข้างในหลุดอยู่อีกนะ เมื่อวานลองล้วงดู มีปลั๊กหลุดแตกอีกอันห้อยร่องแร่ง
เรื่องนี้ยังไม่ได้รายงานเจ้ซูสีเลย ไม่อยากโดนด่าว่าตอนแรกตรวจสอบไม่ละเอียด
คิดว่าระบบไฟฟ้าคงจะเดี้ยงในส่วนอื่นๆที่เราไม่มีความรู้อีกก็ได้
นี่ก็ยังไม่ได้ลองไฟเลี้ยว ไฟสูง ไฟต่ำ บอกตามตรงไม่อยากทราบว่ามันยังมีอะไรเจ้งอีก
ที่จริงเรื่องนี้ก็ทำให้เฮียหงุดหงิดมาก เขาพยายามหาคนผิดกัน และก็มาลงที่เฮีย
ตอนแรกก็โดนว่าจอดรถไม่ดี
ต่อมาก็โดนว่าเอารถไปจอดที่อื่นแล้วไฟหายมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า
พอมาทีนี้กลายเป็นตรวจสอบความเสียหายไม่รอบคอบ บอกไม่หมด แจ้งความไม่ครบ
ตัวเฮียเองก็คิดว่าเอารถไปเข้าศูนย์ ทางโน้นมีเจ้าหน้าที่มาตรวจดู
ทาง บ.ประกัน ก็มีเคลมเมอร์เซอร์เวย์บ้าบอ ที่ทำงานนี้เป็นอาชีพ ย่อมรู้มากกว่าลูกค้า
พวกมันสองสามหัวยังไม่รู้ว่าอะไรพัง อะไรหาย วันๆเอาแต่เขียนๆๆ
เขาจะมาเชื่อคำบอกเล่าจากปากคนที่ไม่ได้มีพ่อแม่เปิดอู่ซ่อมรถได้อย่างไร อย่างนี้ถูกหรือ
เหมือนกับว่าเราแจ้งเสียหายแค่ไหน เขาก็จะจ่ายเท่านั้น
ไม่เหมือนสมัยก่อนเลย เจ้าหน้าที่เขาจะมางัด มาแซะ ฉีก ทึ้ง ดูว่าชิ้นส่วนไหนเสียหายบ้าง
แถมยังบอกว่า ถ้าวันนี้หาไม่เจอ คุณสามารถแจ้งเคลมต่อเนื่องได้ (คนรุ่นนั้นคงปลดระวางไปแล้ว)
แต่นี้กลับมีแต่คนโบ้ยเด้งไปเด้งมา
ตอนนี้จะมาอ้างว่าแจ้งความเอาไว้แค่ไหน ก็จะได้เคลมแค่เรื่องนั้น
ในวันนี้ เจ้าหัวขโมยมันยังไม่โดนด่าเท่าที่เฮียโดนเลย เจ็บใจจริงๆ
ทำไมมันไม่เอารถไปทั้งคัน จะได้แจ้งความง่ายๆว่า "รถหาย" จบ

ว่าแล้วว่าทำไมถึงอยากเขียนเรื่องตัวนิ่ม
วันนี้เองที่เข้าใจว่า ถ้าได้เกิดเป็นตัวนิ่ม
ตอนนี้คงนอนม้วนตัวเป็นวงกลมไปแล้ว
ขอบคุณมากสำหรับสิ่งที่มอบให้ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น
สัมผัสได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เชื่อหรือไม่?
หวังว่าในวันข้างหน้าคงจะมีคนมามอบสิ่งเดียวกันแบบนี้ให้กับอาหมวยเช่นกัน

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:10:49:23 น.  

 
เรื่องปั๊มฉีดน้ำยาล้างกระจก แก้ไขแล้ว
เอารถไปให้ช่างที่ศูนย์ฮอนด้าดู
เล่าอาการให้เขาดูว่าสายไฟน่าจะขาด
มองอะไรก็ไม่เห็นเลย ไม่รู้ว่าเครื่องยนต์มัน 2000 หรือ 5000 cc
สมัยก่อนใช้รถ 1400 cc เครื่องยนต์อันเท่าครกหินอ่างศิลา
ตอนนี้ทำไมอะไรต่อมิอะไรมันยัดอยู่ใต้ฝากระโปรงได้มากมาย

ช่างเขาเอาไปเปิดแผงใต้ท้องและกันแคร๊งค์ออกดู
เอาไฟฉายส่องกันเลยว่าอะไรที่มันหลุดหายไปอีกบ้าง
ช่างพบว่าสายไฟของมอร์เตอร์ปั๊มป์โดนกระชากหลุด
เขาก็ต่อให้ใหม่ ไม่คิดค่าใช้จ่าย
ที่ไม่คิดอาจจะเป็นเพราะช่างทำให้โดยไม่ได้เปิด job
หรือไม่ก็ทางศูนย์ใจดีมีเมตตา
แต่เชื่อว่าเป็นเพราะเราเอารถเข้ามาที่นี่เป็นประจำมากกว่า
อะไรที่พอช่วยๆกันคงยอมเราได้บ้าง
เรียกว่าเอาเงินมาจ่ายให้เขาบ่อยๆ
พนักงานก็จำหน้ากันได้เกือบหมดแล้ว
อีกอย่างเดือนหน้าก็ต้องเอารถเข้ามาทำสีอยู่แล้วด้วย
เลยอาจจะหยวนๆกันไป

เรื่องประกันยังเงียบ
ไม่ยอมโทรฯกลับมา
และเราก็ไม่อยากโทรฯไปถามเหมือนกัน
ไว้ปีหน้า พวกมันโทรฯมาให้ต่อประกันภัย
จะหาคำพูดเสียดสีทำลายประสาทมันให้หายแค้น
เงืนเดือนที่พวกสูได้กิน มันมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของพวกอั้วเฟ้ย
เราจ่ายเขาประกันชั้นหนึ่ง
แต่เขาให้บริการเราเหมือนประกันชั้นห้าร้อย หุหุ


โดย: zoomzero วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:22:49:07 น.  

 



แอบย่องมาดูค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ยังมีเวลานอนหลับฝันดีได้อีก 2 ชั่วโมงนะคะเนี่ย
เพราะเพิ่งตี 3 เองอ่ะ หลับฝันดีนะคะ
เมื่อกี๊ มินตื่นมา ก็จำได้ว่า ฝันถึงพระองค์ภา นะคะเฮีย
ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เคยคิดถึงท่านเล๊ย น่าแปลกแท้ ๆ

โล่งใจไปด้วย กับเรื่องที่ปัดน้ำฝนค่ะ
รถมินนะ ตั้งแต่สมัยประกันชั้น 1 มาจนเดี๋ยวนี้ต้องประกันชั้น 3 แล้วค่ะ
เพราะรถเก่าเกิน 10 ปีเค้าไม่รับประกันชั้นหนึ่งแล้วค่ะ
เชื่อไม๊ มินไม่เคยเคลมเลย เพราะไม่เคยเกิดอุบัติเหตุใด ๆ เลย
อาจมีสแครชบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ มันไม่เข้าลึกถึงตัวถังค่ะ
เพราะเวลาถึงที่ทำงาน ส่วนมากมินก็จะใช้รถของบริษัทฯ อยู่แล้วค่ะ ไม่ค่อยได้ใช้รถของตัวเองหรอก
อย่างที่บอก บางทีคิด ๆ ก็อยากเปลี่ยนรถใหม่เหมือนกันค่ะ เพราะคันนี้มันก็ 10 กว่าปีแล้วนะ
แต่ มันก็ยังขับดีแน่นมากเลยช่วงล่างอ่ะ รถญี่ปุ่นใหม่ ๆ แบบอัลติสเนี่ย ยังเกาะถนน หนักแน่น สู้รถเก่าของมินไม่ได้เลยค่ะ
แล้วก็ขี้เกียจเป็นหนี้อีกด้วย ไม่อยากมีภาระต้องมานั่งผ่อนอาไรอีก เอาสบาย ๆ แบบนี้ดีกว่าค่ะ พอเพียงกับฐานะของตัวเองดีแล้ว

เรื่องฝีคัณฑสูตรของลุงอ่ะ ก่อนหน้านี้มินก็ไม่เคยรู้หรอก ว่าไอ้โรคนี้มันเป็นยังไง
เคยได้ยินเล่น ๆ ธรรมดา เพราะไม่เคยมีใครที่รู้จักเป็นอ่ะค่ะ
ก็ลุงมินยังคิดว่าตัวเค้าเป็นริดสีดวงเลยอ่ะนะ กว่าจะรู้ว่าไม่ใช่ ก็เกือบตายแล้ว
มินก็เลยไปเสริชหาข้อมูลดูในกรูอ่ะ โห..มันน่ากลัวมากเลยค่ะ ก็อย่างที่เฮียเล่าให้ฟังอ่ะ
ตอนนี้ ลุงมินก็ออกจาก รพ.แล้ว อาการก็คงค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ แต่หมอนัดวันอาทิตย์ ต้องไปให้หมอตรวจอีกครั้ง
แอบเล่าให้ฟังนะ มินยังขำเลย เฮียคะ ตอนนี้ลุงมินเค้าต้องใส่ผ้าอนามัยแบบห่วงด้วยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แล้วเชื่อไม๊ว่า มินก็ทำไม่เป็นหรอก ต้องให้พยาบาลมาสอนให้วันนั้นอ่ะ เพราะแม่ก็ยังไม่ได้มา
ตัวลุงเองเค้าก็อายสุด ๆ เรื่องนี้เอามาแซวกันฮามาก ๆ เลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มินเองก็ไม่เคยอัพเดทในเรื่องนี้ เพราะตัวเองตัดทิ้งหมดไปแล้ว ตั้งแต่ปี 37-38 โน่น ก็เลยไม่เคยมีวันนั้นของเดือนหรอกค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

อ้อ..เรื่องประกันภัย มีทริคอีกอย่างนึงค่ะ
ไม่รู้ว่าเฮีย ต่อปีหน้าช่วงไหน เฮียไม่ต้องรอหรอก
โทรไปเลยค่ะ หาไอ้เซลล์คนที่มาขอให้ต่อประกันภัยนี่แหละ
ถ้าเป็นคนเก่า ที่เคยทำกันเป็นประจำแล้ว ยิ่งดีเลยค่ะ
อัดไปเลย แล้วบีบไปด้วยว่า ถ้าเป็นแบบนี้ปีหน้ารถที่บ้านผมและพรรคพวก จะไม่ทำประกันกับคุณแล้ว
แล้วให้เค้าช่วยเป็นธุระดูแลเรื่องต่าง ๆ ให้เราด้วย
มินว่าเค้าก็รีบโอเคกับเราแล้วค่ะ ..ลองดูนะคะ
อ๊ะ...ตี 4 แล้ว อยู่บ้านนี้ฟังไม๊ค์ไปชั่วโมงนึงแล้วเหรอเนี่ย เร็วจริง ๆ เลยค่ะ
เล่นกาแฟไปแก้วแล้วนะคะเนี่ย เฮียยังไม่ตื่นเลยอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:4:07:40 น.  

 
วันนี้ ฝนติด รถตก เหนื่อยจัง
พรุ่งนี้ไม่รู้ว่า ฝนจะตก รถจะติด หรือเปล่า?


โดย: zoomzero วันที่: 13 ธันวาคม 2553 เวลา:21:07:46 น.  

 


เมื่อวานมินก็เหนื่อยกับรถติดมากเลยค่ะ
ออกจากบ้าน 7 โมง ถึงบริษัทฯ เกือบ 11 โมงอ่ะ
เกือบ 2 ชม. รถยังวิ่งได้ไม่ถึง 10 โลเลยค่ะ
โมโหตัวเองด้วย ไม่รู้จะออกมาทำไม 7 โมง
เห็นฝนตกจั๊ก ๆ ๆ คิดว่าคงไม่ค่อยมีรถหรอกมั๊ง...
ไปเยี่ยม ไม่เห็นมีของฝากเลยอ่ะนะคะ ฮ่า ๆ ๆ
ปล. สดชื่น สบายใจ กับ วันอังคาร นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:5:02:57 น.  

 
ก็ไม่ได้ตั้งใจไปเยี่ยม
แค่ไปบอกว่า เยี่ยม 555


โดย: zoomzero วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:6:21:43 น.  

 


โดย: มินทิวา วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:11:54:01 น.  

 
Mint

มีเรื่องมาโม้

วันนี้เริ่มต้นด้วยปัญหาเครื่องเล่นซีดีในรถ Accord ไม่ยอมทำงาน
ทนฟัง AM เอ้ย...FM มาเกือบ 2 สัปดาห์
พอดีบ่ายนี้มีจังหวะเลยเอาไปให้ศูนย์ Honda ถอดไปซ่อม
เจ้าหน้าที่บอกว่าถอดไปก็ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะได้กลับคืน
อ้าว...ตอบเหมือนกวน แต่คนๆนี้สนิทกัน เขาพูดแบบตรงไปตรงมา เข้าใจง่ายดี
คือ Honda เขาเล่นเอาวิทยุโทรทัศน์พัดลมแอร์นาฬิกา ยัดไว้ที่หน้าปัดอันเดียวกัน
พวกระบบเปลี่ยนสถานี เพิ่มลดเสียงลำโพง ก็อยู่พวงมาลัย
ทำให้ร้านวิทยุทั่วไปไม่อยากซ่อม เดี๋ยวส่วนที่โยงใยมันจะรวนไปด้วย
เลยคิดว่าเอาไปให้ร้านเครื่องเสียงเปลี่ยนหัวซีดีใหม่ เผื่อจะได้พวกเล่น MP3 ได้
พอไปถึงร้านก็เจอคำตอบแบบไม่เกรงใจเลยว่า ซ่อมไปก็ไม่คุ้มหรอก
ต่อให้ล้างหัวอ่านทุกวัน มันก็เดี้ยง เพราะระบบมันรวนหมดแล้ว
สรุปว่าให้ซื้อใหม่เถอะ (นี่แหละการแก้ปัญหาของคนขายของและเป็นช่างในคนๆเดียวกัน)
แต่...เอ๊ะ...แล้วจะยัดของใหม่เอาไว้ที่ไหน? ไม่มีช่องว่างเลย ของเก่าก็ถอดทิ้งไม่ได้
เรื่องนี้ช่างเครื่องเสียงมืออาชีพเขาทำได้ เขาเอากล่องเก็บของตรงกลางออก
ตัดสายไฟที่เกี่ยวกับวิทยุและสายลำโพงออก แล้วต่อขั้วไฟใหม่ เสียงดังเช็กๆๆ แคร๊กๆๆๆ
ช่างอีกคนก็ทำหน้ากากใหม่ ซึ่งทำด้วยไม้ เจาะช่อง และมีหนังเทียมสีเดียวกับคอนโซลหุ้มห่อ
ใส่ socket ขันสกรู ยัดเครื่องเล่นซีดีอันใหม่ลงไปดังกริ๊ก
ติดตั้งแล้วดูกิ๊บเก๋มาก ฝีมือคนไทยนี้ก็ไม่เบาเลยนะ แค่สิบนาทีก็ทำได้
พอใส่ๆถอดๆกันอยู่ ช่างก็บอกว่าน่าจะเปลี่ยนลำโพงใหม่ เสียงมันไม่ดี
แหมตรงใจ เฮียเองก็อยากเปลี่ยนลำโพงแค่คู่หน้าอยู่แล้ว เพราะเสียงมันกระป๋องเหลือเกิน
แต่พอไปนั่งฟังลำโพงใหญ่ๆในห้องลองของ เอ้ย..ลองเสียง ก็เกิดความอยากได้ของใหม่อีกแล้ว
เลยต้องถอยลำโพงหลังมาอีกคู่ เสียงมันหนักแน่นเหมือนลำโพงรถบัสฉิ่งฉับทัวร์จริงๆ
ระหว่างที่รอช่างทำงาน เฮียก็มานั่งต่อรองราคากัน
ก็ยื้อยุดกันอยู่นาน ปรากฎว่าค่าเสียหายปาไปเกินหมื่นไปโน้น...จะถึงสองหมื่น
ซวยเลยตรู จะขอถอนคำพูดก็ไม่ทันแล้ว เพราะพอบอกว่าจะเปลี่ยนอะไรไป
ช่างก็รีบถอดออกมากองให้ดูว่าของที่มากับรถมันด้อยคุณภาพแค่ไหน
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า รถราคาเป็นเงินเกินสิบแสนบาท ทำไมเราถึงได้ลำโพงกรวยกระดาษแบบนี้
หรือว่าพวกเครื่องเสียงนี้ ผู้ผลิตเขาคิดว่าเป็นการทำบุญให้คนซื้อหรือเปล่าครับ?
พอใส่เสร็จสำเร็จพลัน ก็ลองเปิดฟังเสียงกัน แหม...มันกระหึ่มดีนัก (อุปาทานพาไป)
ขนาดไม่ได้มี amp มาช่วยขับเสียงตูมๆ ก็ยังสั่นไปทั้งคัน
ช่างคนเดิมที่ชอบติโน่น ตินี่ก็ เดินไปเอาลำโพงขนาดเล็กมาตัดต่อสลับสายให้ฟัง
โอ้..เสียงดีมาก แต่ต้องจ่ายอีกสองพันห้า ค่าทวีตเตอร์
เฮ้ย..พอก่อนดีกว่านะพี่ช่าง(แนะ) ขยันเชียร์ให้เสียเงินจริงๆ
วันหน้าค่อยมาอุดหนุนใหม่
ทำไมหมู่นี้อยากได้อะไรใหม่ๆ เห็นอะไรเก่าๆแล้วอยากทิ้ง อิอิ

ตอนนี้กำลังบ้าเห่อของใหม่ เพราะมันเล่นกับ mp3 และ USB ได้
อย่าเพิ่งขำว่า เครื่องเสียงอะไรเล่นmp3 ไม่ได้ ก็เครื่องเสียงมันมากับรถตั้งแต่ปีมะโว้แล้วนี่หน่า
คืนนี้เลยต้องไปหาแผ่นซีดีทั้งแบบเพลงปกติ และแผ่นmp3 (ผิดกฎหมาย)
เอามายำ เอ้ย...เอามาเรียบเรียงใหม่
ทีแรกคิดว่า เรามี thump drive เยอะแยะเต็มบ้าน
แต่ปรากฎว่ามีแต่ข้อมูลรูปกิ๊กเก่ากิ๊กใหม่เก็บซ่อนเอาไว้เต็มไปหมด ไม่อยากลบทิ้ง
ครั้นจะ write cd ก็เบื่อแล้ว เพราะว่าอยากเล่นเทคโนโลหยีแบบใหม่ๆ
พรุ่งนี้คงต้องไปเดินหาซื้อเมมโมรี่ใหม่อีกตัวดีกว่า
อ้าว..หาเรื่องเสียเงินอีกจนได้ 555

เออ...เฮียฝันเห็นอาหมวยด้วยนะ
ฝันว่านั่งกินใบไผ่กับหลินปิง 555
สงสัยกินมากไปหน่อยเลยฝันพิสดาร

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:21:20:19 น.  

 


แหม..ไม่อยากจะพูดเลยค่ะ
เดี๋ยวหาว่ามินโม้อ่ะนะ แต่ ช่วงที่ผ่านมาอาทิตย์นึงเนี่ย
วิทยุในรถมินก็เสียเหมือนกันค่ะ
พอเล่นแผ่นไปได้แป๊ปเดียวแล้วมันก็หยุด แผ่นเด้งออกมา หน้าจอขึ้นว่า error อ่ะ
มินอาทิตย์ที่แล้วก็ยุ่ง ๆ เรื่องลุง ไปแวะให้ร้านวิทยุดู เค้าก็ว่า พี่เอากลับไปให้ร้านที่ติดตั้งดูดีกว่า เฮ๊อ
สรุปคือ ต้องเอากลับไปให้ร้านที่ติดตั้งดู ปรากฏว่า หัวอ่านมันเสีย
แต่ ยังอยู่ในระยะรับประกัน เพราะเพิ่งติดมายังไม่ถึงปี
ก็เลยถอดไปซ่อมฟรีค่ะ แถมมีเครื่องเป็นอะไหล่มาให้ใช้อีกด้วยอ่ะนะ อิอิ

มินคนนึง ขึ้นรถปั๊ปเปิดเพลงฟังเลย ไม่ฟังวิทยุก็ฟังแผ่นค่ะ อิอิ
หา..รู้ได้ไงเนี่ย ว่ามินหุ่นเดียวกับหลินปิงอ่ะเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ
แหม..ฝันให้มันเป็นนางงามมั่ง ก็ไม่ได้เลยนะอาเฮียเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 15 ธันวาคม 2553 เวลา:8:29:03 น.  

 



goodnight นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 16 ธันวาคม 2553 เวลา:3:16:16 น.  

 
Mint

โอ้...เพิ่งจะว่าง ได้เข้ามาอ่าน
ตีสาม ยังจะมากู๊ดน๊ายฮ์ท กันอีก
ตกลงนี่ ทำงานเป็น รปภ หรือเปล่านี่

เมื่อวานคุณนายไปทานอาหารกับเพื่อนๆชาวไฮโซ
กลับมาเล่าเรื่องราวมากมาย
ความจริงไม่อยากฟัง แต่ต้องนั่งทำหน้าเป็นสนใจฟังมั๊กมาก
มีอยู่ 2 เรื่องที่คิดว่า มินคงไม่ค่อยได้ยินใครเขาเล่า

เรื่องแรก เจ้เขาไปทานอาหารกับเพื่อน
มีเพื่อนคนหนึ่งมีลูกชาย 2 คน ส่งไปเรียนเมืองนอกหมด
ทั้งสองคนบินไปบินกลับมาปีละสองครั้ง (คนรวยนะ)
คนที่สองเพิ่งจะได้ไปเรียนเมื่อ 2 ปีก่อน
มีประเด็นที่เขาเอาลูกมานินทาก็คือ
ลูกคนแรกเรียนๆบินๆ ไม่มีปัญหาอะไร
ลูกคนที่สองนั้นเขานั่งเครื่องบินที่นั่งบิซิเนส
ซึ่งคุณแม่เขาไม่ยอมให้ลูกนั่งสบายแบบนั้นหรอก
ลูกคนที่สองจ่ายค่าตั๋วแบบอีโค่
แถมเพื่อนอีก 3 คนที่กลับมาพร้อมกันก็ทำแบบเดียวกัน
ถามว่า เขาทำได้อย่างไร
คำตอบคือ มีเด็กหนึ่งคนในนั้น มีพ่อเป็นนักการเมือง
ที่...ถ้าเอ่ยชื่อมา มินต้องรู้จัก
คนๆนี้ดูแล้วอายุก็มากโข แต่มีลูกคนเล็กอายุประมาณ 15 ขวบ
เขาส่งลูกไปเรียนไฮสกูลที่ประเทศในยุโรป
เจ้าเด็กเส้นใหญ่คนนี้ เขาบอกว่า เขาสามารถอัพเกรด
ที่นั่งให้เป็นบิซิเนสได้ แค่โทรฯไปบอกแม่ของเขา
เรื่องนี้ทีแรกก็คิดว่าโม้
เพราะเห็นคนเคยพูดว่า นักการเมืองนั่งเครื่องบินฟรี
แต่ไม่คิดว่าลูก ภรรยา และคนในครอบครัว จะได้สิทธิพิเศษไปด้วย
แค่ลูกนักการเมืองได้เปลี่ยนที่นั่ง ก็ฟังแล้วแย่มากๆ
ที่เขาสอนให้เด็กๆสามารถใช้อิทธิพลของพ่อแม่
แต่นี่... เขาสามารถทำให้เพื่อนฝูงได้นั่งที่นั่งดีกว่าเดิมได้อีกทุกคน
เด็กคนนี้จึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ
คงไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดี
แต่เพราะทุกคนอยากได้เพื่อนมีอำนาจบารมีมากกว่า
เรื่องแบบนี้ คนไทยในอนาคตจะน่ารักแค่ไหน???

เรื่องที่สอง
เจ้กับเพื่อนๆเขาไปซื้อสินค้าของพระองค์โสมฯกัน
โอ้ย..มีทั้งของกิน และพวกของใช้
เขาเล่าว่าได้ไปซื้อกาแฟร้านขององค์ภาด้วย
ส่วนของเฮีย เขาซื้อ ตับบดเสวย เอามาฝาก
คนเยอะมาก ของก็ขายดี
เงินทองที่จ่ายไป ก็เท่ากับได้ทำบุญช่วยเหลือผู้คน
เลยต้องบอกว่า เอาบุญมาฝาก ครับผม


โดย: zoomzero วันที่: 16 ธันวาคม 2553 เวลา:18:16:05 น.  

 



หวัดดีค่ะอาเฮีย
ฮ่า ๆ ๆ มินเนี่ย เป็นยามประจำหมู่บ้านจริง ๆ นะคะ ฮ่า ๆ ๆ
คนอื่นเค้ากำลังนอนหลับกันสนิท ในเวลาที่ขโมยมันชอบขึ้นบ้านดีนักหล่ะ เวลานี้อ่ะ
แต่มินอ่ะ นอนหัวค่ำแล้วชอบตื่นตี 2 ตี 3 ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
หันไป หันมา ไม่รู้จะทำไร ก็มาเปิดคอมพ์เนี่ยแหละ
นั่งเล่นมั่ง ตอบเมล์ลูกค้ามั่ง (มีลูกค้าหลายรายมากที่สงสัย ถึงกับถามเลยว่า ทำไม..
ได้รับเมล์ ตอนตี 2 ตี 3 คุณมินส่งตั้งแต่บ่ายหรือเย็นแล้วมันดีเลย์เหรอ)
ฮ่า ๆ ๆ ป่าวหรอกค่ะ มินตอบตอนเวลานั้นจริง ๆ ลูกค้างงกันเป็นแถวค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ทำตัวเหมือนกับว่า กลางวันเนี่ย ยุ่งซะเต็มประดา แต่ ป่าวหรอกค่ะ ขี้เกียจตอบตอนนั้น
เพราะบางเรื่อง ถ้าตอบตอนนั้น พวกก็จะมีคำถามกลับมาตอนนั้น หรือ หนักเข้าก็โทรเข้ามาเลยอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เนี่ยแหละค่ะมิน เพื่อนหลินปิงอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ

มิน ก็ชอบซื้อของร้าน golden place ค่ะ ส่วนใหญ่ซื้อพวกดอกไม้ทางเหนือ เช่นดอกกุหลาบ
เพราะมินว่า ดอกใหญ่ สวยมากค่ะ และราคาก็ไม่แพงนะมินว่า
ส่วนร้านของพระองค์โสมท่าน คือร้านอาไรคะ มินไม่รู้จักอ่ะค่ะ เชยอีกแล้วนิเรา อิอิ...

วันนี้ มินไม่อยู่นะคะเฮีย ไปทำงานที่ระยองค่ะ แต่ บ่าย ๆ แก่ ๆ ก็เสร็จแล้ว
อาจจะแวะไปนอนพัทยา คอนโดนาย เพราะต้องไปดูห้องเตรียมไว้ให้เพื่อนเค้า
จะมาคริสมาสมาพักที่นี่จนถึงหลังปีใหม่เลยค่ะ แต่ ก็อาจจะกลับกรุงเทพ ยังไม่มีไรแน่ค่ะ
เฮ๊อ คอนโดเกือบ 20 ล้าน เป็นเพ๊นท์เฮ๊าวท์ทั้งชั้นเลยค่ะ
แต่ ขอโทษนะคะ ปิดห้องไว้เฉย ๆ เดือนนึง ยังไม่มีคนไปพักเลยค่ะ
ต้องมาเสียค่าแม่บ้าน ทำความสะอาดทุก ๆ 2 อาทิตย์
มินเองไปพัทยาบ่อย ๆ ก็ไม่ได้ไปนอนที่นี่ เพราะไม่ชอบค่ะ มันวังเวง เวิ้งว้าง สุด ๆ
ไปนอนโรงแรม สะดวก สะบายกว่ากันเยอะค่ะ
เฮ๊อ...คนรวยเนี่ยนะ ทำไรก็ดูดีไปหมดเน๊อะ
ถ้ามินรวย มินจะเป็นยังไงน๊อ คิดไม่ออก แต่ มินคงไม่เสียสติซื้อแน่ ๆ ราคานี้อ่ะ...อิอิ
ปล. สดชื่น กับวันศุกร์ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 17 ธันวาคม 2553 เวลา:6:13:44 น.  

 
ซาหวัดดีค่ะพี่ชายที่เลิฟ

แวะมาทัดทายและบอกข่าว ตอนนี้บีมาบวชชีพราหมณ์ ที่วัดท่าซุง อุมัยธานี เหมือนทุกปี ปีนี้มา 8-17 ธันวาผฯ ค่ะวันนี้กำลังจะเดินทางกลับแล้ว นั่งรอฤกษ์ลาศีลธุดงค์อยู่ค่ะ ^ ^ แล้วมาเม้นได้ไงเหย๋อ อิอิ นู๋ซื้อ Galaxy Tab แล้ว เหมือนมีคอมฯ น้อยๆ พดติดตัวเลยค่ะ ดีจัง อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ว่าแต่ค่าเน็ตมือถือแบบเหมาจ่ายไม่อั้นรายเดือนแพงใช้ได้เหมือนกันนะนี่

อ้อ อย่าถามเชียวนะคัว่า Galaxy Tab คืออารัย พี่ชายรู้ใช่ม้า มันออดมาใกม่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Ipad ง่ะ แต่เล็กกว่า แต่ใหญ่กว่ามือถือ ขนาดกางฝ่ามือเดียว ถือได้พอดี ถ้า Ipad นี่ต้องโอบกันทั้งแขน วันก่อนไปดูหนังพารากอน สาวพริตตี้ถือ Ipad พรีเซนต์เวลาฉายหนัง โอบทั้งแขน จนกิ๊กเห็นแล้วบอกสงสารน่าไปช่วยถือจิง ๆ เหอะ ๆ

ขนาดกำลังน่าพกจิง ๆ ค่ะ ราคาก้อ สองหมื่นดว่าพอ ๆ กันไอแป๊ด แต่ใช้เล่นเน็ตเล่นคอมฯ โทรศัพท์ เสียบสายต่อฉายขึ้นโปรเจคเตอร์ได้ เหมาะกันนักธุรกิจมาก แถมมีกล้องหลัง ถ่ายรูปได้อีก ส่วนดล้องหน้าสำกรับรองรับวีดีโอ คอล โอ้ว จอร์ช มันสุดยอดจิงๆ ลิซ่า อิอิ ว่าแต่นู๋มาพรีเซนต์ใก้เขาทำไมเนี่ยะ

ของยังต้องสั่งจองอยู่ค่ะ คนแย่งกันเอาน่าดู แต่พอดีนู๋เส้นก๋วยจั๊บมีกื๊กอยู่ร้านขายมือถือ เลยลัดคิวเอามาก่อนล่วงหน้าได้ เห็นว่าล็อตที่เข้ามาพร้อมบีมีแค่ 50 ตัวของที่ร้านทุกสาขา กมดภายในสองสามวัน

โม้มาตั้งนานพี่ชายอย่าลืมโมทนาบุญกับบีและน้ิงสาวด้วยนะคะ ยัยเบลล์น้องสาวตัวแสบก็ให้ออกจากงานแล้วค่ะเมื่อสิ้นเดือนก่อน แต่จิตแพทย์ยังนัดทุกครึ่งเดือนเพื่อดูอาการและเอายามากินเพราะจิตยังไม่นิ่ง แหมคิดว่าเพิ่งเจออะไรแบบนี้มาแล้วจะเข็ดนะคะ ออดจาก รพ.มาไม่กี่วันก็ได้แหนทอมคนใหม่อีกแระ เหอะ ๆ บอกเพื่อนแนะนำมา แล้วตินไปรับกลับบ้าน ที่รพ.เพื่อนมาเยี่ยมกันเพียบ ไปกับพี่กบ พอกลับมาพี่กบถามบีว่า ทำไมเพื่อนเบลล์มีแต่ระเภทนี้ทั้งนั้นเลย มีแต่ทอมดี้ *_* ก้อเลยพามาวัดด้วยค่ะ ถึงจะมาแล้วปฏิบัติบ้างไม่ปฏิบัตบ้าง ตื่นตีสี่ได้บ้างไม่ได้บ้างก็เถอะค่ะ ก้อยังดีกว่าอยู่ห้องเฉย ๆ เน๊อะ ^_^

อยู่วัดเลยมีเวลาว่างนั่งอ่านเรื่องตัวนิ่ม อิอิ บีชอบมาค่ะ น่ารักน่าชัง แต่เคยเห็นข่าวโทรทัศน์เมื่อปีสองปีก่อนเหมือนกันว่าจับขบวนการค้าตัวนิ่มได้ นำเข้าจากต่างประ้ทศมาเยอะแยะมากมาย ก็ยังสงสัยอยู่เลยว่าจับมาทำอะไรกันนะ ที่แท้ก็เอามากินนี่เอง กำ คนนี่กินได้ทุกอย่างจริง ๆ ให้ตายสิโรบิ้น

ไปทำพิธีสึกก่อน งานมากมายรออยู่ มานี่ให้เลขาฯช่วยดูแลกิจการที่ร้านให้แต่ก้อต้องติดต่อแชตปรึกษาเป็นระยะ

คืดถึงเสมอนะคะพี่ชาย อ้อพิมจอทัชสกรีน อาจมีจิ้มผิดมั่งพี่ชายก้อเดา ๆ ตัวอักษรใกล้เคียงเอาแระกันนะคะ อิอิ


โดย: นู๋ Beee ชีน้อย IP: 182.232.39.137 วันที่: 17 ธันวาคม 2553 เวลา:9:42:26 น.  

 
Mint

หนูมินครับ ตอนนี้พระองค์โสมสวลีกับพระองค์ภาทรงจัดงาน เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) 2553 และสวนอัมพรเกษตรแฟร์
ตามข่าวนี้ครับ

"สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ ทรงเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก 2553 และสวนอัมพรเกษตรแฟร์” จัดโดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ พระตำหนักวังสวนกุหลาบ พระราชวังดุสิต

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการจัดงานจำนวน 120 ราย และทรงวางสัญลักษณ์เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ลงบนแท่นฐานรอง เพื่อทรงเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก 2553 และสวนอัมพรเกษตรแฟร์” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Go For Green : มุ่งมั่นสู่การรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความสมดุลของชีวิต ด้วยแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง”

ต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงนำเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าสู่ท้องพระโรงกลางวังสวนกุหลาบ เพื่อทอดพระเนตรร้านค้าส่วนพระองค์ ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีพระหัตถ์ ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ อาทิ ตับบดเสวย ไส้กรอก ผักไฮโดรออร์แกนิคที่ทรงปลูก งานหัตถกรรมต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งสินค้าของร้านต่างๆ อาทิ ร้านมูลนิธิฯ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, มูลนิธิเพ็ชรรัตน-สุวัฒนา, ร้านข้าราชบริพารวังเลอดิส, ร้านค้าภริยาทูต

จากนั้นเสด็จฯ ทอดพระเนตร “ร้านกำลังใจ คาเฟ่” ณ โซน Hi Guest ภายในบริเวณวังสวนกุหลาบ เป็นทั้งร้านขายเครื่องดื่มและร้านเบเกอรี่ ในโครงการกำลังใจ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และการออกร้านค้าผลิตภัณฑ์กำลังใจ ฝีมือผู้ต้องขังจากเรือนจำต่างๆ โดยได้นำผู้ต้องขังมาแสดงการพ่นทรายภายในงาน และยังมีดอกไม้ ต้นไม้ และต้นกล้วยไม้ที่ผู้ต้องขังปลูกมาจำหน่าย หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์โต๊ะเก้าอี้ที่ให้บริการภายในร้านก็ล้วนเป็นฝีมือของผู้ต้องขังทั้งสิ้น เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคมนี้เท่านั้น

ภายในงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก 2553 และสวนอัมพรเกษตรแฟร์” แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ได้แก่ โซน Hi-Ness เป็นร้านค้าส่วนพระองค์ จะอยู่ที่ท้องพระโรงพระตำหนักวังสวนกุหลาบ มีสินค้าและผลิตภัณฑ์ฝีพระหัตถ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ มีทั้งภาพวาดฝีพระหัตถ์ งานเดโคพาจ ลงบนกระเป๋าผักตบชวา จานแก้ว นาฬิกา หมวก รวมทั้ง ตับบดเสวย ไส้กรอก เป็นต้น อีกทั้งยังมีสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ที่นำลายกล้วยไม้โสมสวลี และไก่ฟ้ามาเพ้นท์ลงบนสินค้าต่างๆ อาทิ ร่ม, กระเป๋าผ้า, ผ้ากันเปื้อน, ถุงมือ เป็นต้น รวมถึงลายที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ประทานพระนาม “ภา” นำมาปักลงบนเสื้อและกระเป๋า พร้อมด้วยลายคลื่นน้ำที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เป็นต้น

โซน Hi-N เป็นร้านค้ากิตติมศักดิ์อยู่ในบริเวณพระตำหนักวังสวนกุหลาบ อาทิ ร้านมูลนิธิพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าฯ ร้านคณะภริยาทูต ร้านการบินไทย ร้านนักแสดงอาวุโส ร้านอัยการสูงสุด ร้านภูฟ้า ร้านจิตรลดา และบูธของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว เป็นต้น

โซน Hi-Light เป็นโซนแสดงผลผลิตด้านการเกษตรดีเด่น เช่น พืชผลขนาดยักษ์ มีการจัดโชว์ไม้ดอกไม้ประดับที่หายาก พรรณไม้ได้รับรางวัลจากการประกวดต่างๆ การจำหน่ายพืชผลเกษตรอินทรีย์ การประกวดกล้วยไม้ การประกวดการจัดสวนกล้วยไม้ รวมไปถึงพื้นที่แสดงองค์ความรู้ต่างๆ

โซน Hi-Tech และ Hi-Ed เป็นโซนถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีทางการเกษตร ได้แก่ สาธิตทำอาหารจากมะรุม สาธิตบีบน้ำมันมะรุม สาธิตการปลูกและการผลิตสมุนไพร แนะนำมาตรฐาน GMP, GHP แนะนำการเลี้ยงปลาตะเพียนและการแปรรูปปลาตะเพียน แนะนำการบำรุงพืชจากไส้เดือน เป็นต้น

โซน Hi-Fair แบ่งออกเป็น โซนจำหน่ายสินค้าบริโภค-อุปโภคชั้นนำในราคาโรงงาน และโซนเทคโนโลยีทางการเกษตรจัดแสดงนิทรรศการงานวิจัย ที่เน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงงานด้านเกษตรอินทรีย์ จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตร สินค้าแปรรูปทางการเกษตร เป็นต้น อีกทั้งยังมีโซนใหม่ Hi-Genic&Organic ที่ส่งเสริมการดำเนินงานของเกษตรอินทรีย์ไทย เพื่อช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัว มีโซนการปลูกพืชผัก การสาธิตการทำไอศกรีม เป็นต้น

งาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก 2553 และสวนอัมพรเกษตรแฟร์” เปิดให้เข้าเที่ยวชมแล้วจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ณ พระตำหนักวังสวนกุหลาบ บริเวณรอบสวนอัมพรและลานพระบรมรูปทรงม้า บัตรผ่านประตู ราคาใบละ 20 บาท ส่วนเด็กนักเรียนที่ใส่เครื่องแบบจะไม่เก็บค่าเข้าชม"

คุณนายเจ้าของบ้านเขาเห็นว่าพระองค์ภาทรงมีจัดงานออกร้าน มีผลงานของกรมราชทัณฑ์ สำนักงานอัยการสูงสุด
บ้านฟ้าใส แม่ค้าสี่เหล่าทัพ ฯ เขาก็อยากไปซื้อของและทำบุญกุศลไปในตัวด้วย
ตามข่าวทีวี (ข่าวในพระราชสำนัก) ก็เห็นว่ามูลนิธิเพื่อนพึง(ภาฯ)นั้น ได้ช่วยเหลือราษฎรที่ประสพภัยต่างๆ
ว่ากันว่าปีหนึ่งๆราวๆ 70 ล้านบาทเลยนะ แต่เห็นรถบัสที่ใช้ทำอาหารแล้ว อยากให้ทรงซื้อของใหม่จัง
เวลามีภัยธรรมชาติหนักๆเมื่อไหร่ พระองค์โสมจะเอารถบัสไปทำอาหารแจกประชาชน
ไปเร็วกว่าทางราชการบางหน่วยเสียอีก บางครั้งทรงยืนทำอาหารเป็นชั่วโมงๆ เห็นแล้วเป็นห่วงท่านมาก
วันอาทิตย์นี้เป็นวันสุดท้าย ถ้าว่างก็พาคุณแม่ไปเดินงานนี้ซิจ๊ะ

ปล. ถ้ามินรวยจริงๆ
ก็จะมีหนุ่มหล่อๆอย่างเฮียตามจีบเช้า สาย บ่าย เย็น อย่างไรหละ

ปล. อีกที
คอนโด 20 ล้าน เวลาขายต่อก็น่าจะมากกว่านี้นะ
ฝรั่งเขาคงไม่ขายคนไทยหรอก เขาก็ขายฝรั่งด้วยกัน
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็แบบนี้แหละ ดูเหมือนเอาเงินไปทิ้ง
จริงๆเขาอาจจะคิดว่ากำลังลงทุนอยู่ก็ได้
หากแต่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองยังเป็นเยี่ยงนี้
ประชาราษฎร์ยังอดอยากปากแห้ง โจรผู้ร้ายชุกชุม
แผ่นดินประหนึ่งจะเป็นทุรโยชน์โฉดเศร้าง
พวกฝรั่งวิลันดาก็คงไม่อยากลงทุนอะไรกันอีก
มาร่วมกันช่วยๆให้สยามน่าอยู่กว่านี้กันเถิด

Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 17 ธันวาคม 2553 เวลา:20:41:54 น.  

 
Beee_BU

สวัสดีครับน้องบีที่น่ารัก

ก่อนอื่นก็ต้องขอ อนุโมทนา สาธุ ด้วยนะ คุณอดีตแม่ชีสาวสวยพราวเสน่ห์
พี่ไม่ได้ไปทำบุญที่วัดบึงฯมาเป็นเดือนแล้ว เพราะอยู่คนละเส้นทางการทำมาหากิน
คิดว่าน่าจะมองหาวัดแถวบางบ่อ บางโฉลง เสียแล้ว หึหึ

เรื่อง Galaxy Tab
ตอนแรกก็ไม่รู้จักหรอก แต่พอวันนั้นเห็นบีบอกชื่อของแปลกนี้มา
เลยลองไปหาข้อมูล อ๋อ...Samsung Galaxy Tab นี่เอง
พี่ก็ว่าขนาดจอ 7 นิ้ว นี่ก็น่าใช้ดีนะ
แต่จิ้มผิดจิ้มถูกนี่ ทีแรกก็งง ที่แท้นิ้วใหญ่กว่าช่องให้กดนี่เอง 555
พวกซัมซุงนี่ทำพวกจอสัมผัสได้ก่อนพวกอื่นเลยกระมัง พวกกล้องถ่ายรูปจอสัมผัสนี่เขาออกมาก่อนใครเลย
เครื่อง Galaxy นี้ดูจาก spec แล้วก็น่าสนใจดี สองหมื่นก็ไม่แพงหรอก
ท่าจะน่าใช้ดีนะ ขนาดกล้องยังมีแฟลชแถมมาให้ ลูกสาวใช้บีบี บอกว่าไม่ดีเลยไม่มีแฟลชตอนถ่ายรูปมืดๆ
พวกคนเกาหลีและญี่ปุ่นเขาเอาไว้อ่านหนังสือพิมพ์ตอนเดินทางไปกลับระหว่างบ้านและที่ทำงาน
เรียกว่า หนังสือพิมพ์ที่เป็นกระดาษ ต้องเปลี่ยนกลยุทธในการขายหูตาเหลือก
เออ...เวลา ดูหนัง ฟังเพลง ต้องใช้หูฟังอย่างเดียวหรือเปล่า? มันมีลำโพงเสียงดีหรือเปล่า?
แล้ว google maps นี่เขาให้เราใช้ฟรีหรือเสียสตางค์เพิ่มหละ
ทีแรกว่าจะลองซื้อดู แต่มีคำถามคาใจมากมายเลยรู้สึกเฉยๆ
และอีกอย่าง กลัวว่าถ้าทำมันตกตุ๊บ แล้วจะเจ้งเลยหรือเปล่า
เพราะคงไม่มีช่างคนไหนในประเทศไทยซ่อมได้แน่ๆ หมายถึงในวันนี้นะครับ

น้องเบลล์
ฝากความห่วงใยให้เขาด้วย แต่เท่าที่เล่ามาดูเหมือนจะไม่ต้องการแล้วกระมัง
น้องบียังเชื่อเรื่องที่พี่ชายบอกบ่อยหรือเปล่าว่า ชะตาของคนเราเหมือนมีใครลิขิตมา
ไม่ว่าเราจะหนี จะเปลี่ยนวิถีทางในการดำเนินชีวิตอย่างไร
เดี๋ยวก็จะมีชายหญิงแบบพวกเดิมๆก้าวเข้ามาในชีวิตเราอีก
คนแบบนี้ผ่านมาทีไร เราก็รัก ทั้งๆที่เมื่อคราวก่อนเราก็ว่าเราเข็ดแล้ว แต่ก็เป็นแบบเดิมจนได้
คนแบบนั้นผ่านมา เราก็ต้องไปราวีกับเขา ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้เข้ามาหาเรื่องเรา
แต่ก็มีช่วงที่มันหายไปเลยก็มีนะ โบราณถึงใช้คำว่า หมดเคราห์หมดกรรม
ดังนั้นเราต้องหมั่นทำกุศลเอาไว้เรื่อยๆ เพื่อให้กรรมเวรมันผ่านๆไปให้หมด จริงหรือเปล่า?
พี่ชายว่าถ้าเจ้าเบลล์มันจะตายเพราะตัวมันเอง ก็คงต้องปล่อยไป
ช่วยไม่ได้เหมือนกันถ้าเขาจะรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง ทำอะไรกลัวก็พวกเพศที่ห้าที่หกจะเสียใจ
แต่แม่กับพี่สาว เพศเดียวกันแท้ๆ จะเสียใจแค่ไหน กลับไม่มีหัวที่จะคิด คนหนอคน?

เรื่องอาหารป่า
เมื่อวานก็จับกันได้อีกแล้ว คราวนี้เป็นงูต่างๆ
เคยได้ยินเขาว่ากินงูสิงแล้วจะฟิ๊ตปึ๋งปั๋ง เป็นเมนูที่ร้านอาหารป่าแนะนำ
งูสิง นี่เหมือนจงอางมาก มีหลายชนิดย่อยลงไปอีก ส่วนใหญ่ไม่มีพิษ
แต่ถ้าไม่รู้จักพวกมันจริงๆ โดนกัดแล้วเป็นสายพันธุ์มีพิษ ก็ตายก่อนที่จะกินพวกมัน
คนเรานี่นะ งูเขาเลื้อยอยู่ในป่าในเขาก็ไปล่าเขามากิน
แถมตอนนี้งูสิงก็เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไปแล้ว ยิ่งกลายเป็นทำให้มีคนอยากกินมากยิ่งขึ้น
สรุปว่าพอกฎหมายประกาศห้ามกินอะไร คนก็อยากจะกินมันมากกว่าเมื่อก่อน เวรกรรม
จำได้ว่าสมัยที่ไปรับจ๊อบที่สิงคโปร์ เจ้าเพื่อนร่วมงานชอบชวนไปทานซุปเต่า น่าจะเป็นพวกตะพาบน้ำ
เพื่อนคนนี้เขาชวนเป็นสิบๆเที่ยว แต่พี่ชายก็ไม่กล้าไปกิน สงสารมากพวกเต่า พวกตะพาบ นี่กินไม่ลง
ชีวิตนี้คงกินได้แค่ หมูป่าผัดเผ็ด กับ กบทอด หุหุ

คิดถึงมาก อยากเจอตัวเป็นๆ นิ่มๆ จังเลย
หิวไอติมสะเว็นเส้นมั๊ย หิวเน๊อะ

Ref: นู๋ Beee Fuchsia FF 00 FF


โดย: zoomzero วันที่: 17 ธันวาคม 2553 เวลา:21:43:16 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
ป่านนี้ คงตื่นแล้วนะ อิอิ
เมื่อวานไปทำงานที่ระยองมาค่ะ
คือไปเยี่ยมลูกค้าอ่ะ เมื่อวานได้ทั้งหมด 5 รายใหญ่ ๆ ค่ะ
โชคดี รายนึงสัญญาจะหมดสิ้นเดือนนี้แล้ว มินยังไม่รู้เลยเนี่ย
บอกตรง ๆ ว่าจำไม่ได้หรอกค่ะ ลูกค้าเยอะแยะ เลยโดนต่อว่านิดหน่อย
เมื่อวานเลยเสนอไปเลยว่า ให้ราคาเก่าเนี่ยแหละค่ะ แต่ ออกรถใหม่ป้ายแดงให้เลย สัญญา 4 ปีเหมือนเดิม
เป็นบริษัทฯ ในกลุ่มน้ำมันยักษ์ใหญ่ เจ้าของพื้นที่แถว ๆ หนองแฟบโน่นอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เลยได้งานมาอีก 6 คัน สบายบริษัทฯ มินไปอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

เมื่อวานได้ไปเยี่ยมลูกค้าใหม่รายนึง ค่ะ
เป็นบริษัทฯ ญี่ปุ่น มีอนาคตไกลนะมินว่า
เพราะเค้ารีดลิเธียมให้เป็นแผ่น ๆ แล้วส่งขายให้
พานา ซัมซุม โตขิบ้า ฮิตาชิ แล้วก็อีกหลาย ๆ ที่
เค้าขอบคุณบริษัทฯ มินมาก ที่ตอนทำพิธีเปิดโรงงาน
รถและคนขับทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมาก
มีแต่คนชมอ่ะค่ะ เมื่อวานเลยขอให้มินทำเสนอราคา
ระยะยาวให้ด้วย เพราะปีหน้าจะมีญี่ปุ่นมาเพิ่มอีก

ตกลงเมื่อวาน มินก็ไม่ได้แวะไปคอนโดที่พัทยาหรอกค่ะ
พอดี นายกับเพื่อน ๆ เค้าจะไปเอง เพราะเค้าจะไปนับเลขกันที่นั่นอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แกก็โทรตามว่า เสร็จแล้วให้ไปค้างที่นั่นนะ วันเสาร์ค่อยกลับ
มินก็เลยตีลูกชิ่งว่า งานยังไม่เสร็จเลย ไม่ไปหรอกพี่ คนรถเค้ามีงานต่อพรุ่งนี้ ต้องรีบกลับอ่ะ
แต่ 5 โมงกว่า ๆ มินอยู่มอเตอร์เวย์กลับกรุงเทพแล้วค่ะ อิอิ
เมื่อวานมีลาภปาก เพื่อนมันโทรมาชวนไปทานเนื้อโพนยางคำค่ะ
6 โมงครึ่งไปเจอกันที่ร้าน นั่งทานถึง 2 ทุ่มกว่า อืม มินว่าอร่อยดีนะคะ
สั่งมาเนี่ย ทานได้ทุกอย่างเลย ที่โต๊ะมีทั้งเตามาย่างแล้วก็มีทั้งเป็นจิ้มจุ่มหม้อร้อนมาด้วย
เมื่อวานลงรถมา เฮ๊ย ทำไมอากาศมันเย็นจังเลย ลมก็แรง ๆ ด้วย
เสื้อกันหนาวก็ไม่ได้เอาไป ดีนะที่ว่าอาหารที่ไปทานมันร้อน ๆ มีควันขึ้นตลอดอ่ะค่ะ
ทานกัน 5 คน พวกมิน 4 คน คนรถแยกไปนั่งอีกโต๊ะนึง
มิน สั่งหม้อร้อนให้เค้าด้วยค่ะ เพราะเค้าไม่กล้าสั่งไร ขอแค่ข้าวผัดจานเดียว ได้ไงคะ ไม่เอา
ต้องทานเหมือน ๆ กันให้เต็มที่เลยลุง ฮ่า ๆ ๆ คน หมดไป พันกว่าบาทเอง หัวนึงแค่ 2 ร้อยกว่า ๆ ถูกนะมินว่า
กลับถึงบ้าน 3 ทุ่มกว่า ๆ อาบน้ำ นอนเลยค่ะ อิอิ

จริง ๆ วันนี้นัดกับแม่ไว้ว่า อยากทานแกงเขียวหวานขนมจีนอ่ะค่ะ
สงสัยต้องเปลี่ยนแผน ถ้าอากาศเย็น ๆ อ่ะ นะมินว่า
แต่มานั่งเล่นคอมพ์เนี่ย มินว่าอากาศมันไม่เห็นเย็นเหมือนเมื่อตอนเย็นวานเลยอ่ะนะ
ก็ไม่รู้อีกแหละค่ะ เพราะมินมันประเภทวูบวาบ ๆ สะบัดร้อนสะบัดหนาวอยู่แล้ว เลยเอาเป็นตัววัดไม่ได้หรอกนะ ฮ่า ๆ ๆ

ปล. เสาร์ อาทิตย์ เที่ยวเผื่อ ทานเผื่อ ด้วยนะคะ
วันนี้ มินก็คงซื้อปลาตลาดไปปล่อยเหมือนเดิมค่ะ อิอิ


โดย: มินทิวา วันที่: 18 ธันวาคม 2553 เวลา:5:32:17 น.  

 
แหม...วันหยุดยังตื่นตีสี่ตีห้า
แม่คุณเอ้ย....ใครได้ไปเป็นสะใภ้ คงกลุ้มใจแย่
คนทั้งบ้านเขากำลังจะนอนตื่นสายๆกัน
แม่คนนี้ตื่นมาเข้าห้องน้ำ เสียงประตูปึงปัง
ส่วนเจ้าสามีที่เพิ่งกลับมาตอนตีสองกว่าๆ
คงกุมขมับ เฮ้ย...พันระยาตรู จาตื่นมาทำอิหยังหว่า?
อย่ามาสะกิดนะเฟ้ย เมื่อคืนตรูใช้กระสุนหมดลูกโม่ไปแล้ว
555


โดย: zoomzero วันที่: 18 ธันวาคม 2553 เวลา:9:24:23 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ชาย

แหม ๆ พูดถึงสเวนเซนแล้วก้ออยากกินจะแย่แล้วค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าพี่ชายอยากกินเพราะนึกถึงสเวเซนจริง ๆ หรือนึกถึงบรรยากาศที่กินไปนั่งมองขาอ่อนนักศึกษาสาว ๆ ไปกันแน่นะ คริ คริ นึกทีไรก้อขำทุกที ^_^

เรื่อง Galaxy Tab นี่ เสียงดีค่ะ จะโทรศัพท์ หรือเปิดเพลง เปิดคลิป เสียงกระหึ่งดีจริง ๆ ลำโพงชัดเจน แต่ถ้าไม่อยากให้คนรอบข้างรำคาญก้อเสียงหูฟังได้ ^_^ ชอบตรงที่มีกล้องหน้า แล้วเวลาโทรศัพท์เลือกได้ว่าจะเป็นโทรศัพท์ธรรมดา หรือ Video Call แบบเห็นหน้ากันเลยทีเดียว แต่ถ้าพี่ชายจะเอาไปใช้ล่ะก็ ระวังหน้าระวังหลังดี ๆ นะคะ ถ้าอยู่กับกิ๊ก แล้วเผลอกด video call คุยกับคุณนายที่บ้านขึ้นมาล่ะก็ ระวังงานเข้านะเออ อิอิ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ตอนแรกเอามาก็ใช่ไม่เป็นค่ะ แบบว่าโง่ ๆ เซ่อ ๆ กับระบบปฏิบัติการใหม่ที่เรียกว่า Andriod นี่มากเลย ถึงขนาดได้เครื่องมา แต่ปิดพักหน้าจอไม่เป็นมาสองวัน เน็ต 100 ชม. เลยหมดไป ห้าสิบกว่าชม. เหลือ 45 ชม. เพราะปิดหน้าจอ และปิดเน็ตไม่เป็น กำ แต่พอกิ๊กที่ขายมือถือมานั่งสอนแล้ว พอเข้าใจวิธีการใช้ และลูกเล่นต่าง ๆ แล้วน่าใช้ แล้วยังแถมรู้สึกว่า เราไปอยู่ที่ไหนมา ถึงได้โง่ขนาดนี้ ไม่ได้ทันยุคสมัยหรือรู้เรื่องอะไรกับเขาซะบ้างเลย *_* มันบ่นว่าสอนยากสอนเย็น ขายคนอื่น เขาซื้อแล้วไม่เห็นถามมากมายแบบนี้เลย ซะงั้น *_* แต่พอใช้เป็นแล้ว เท่าที่ได้ข้อมูลมาก็รู้ว่า ระบบปฏิบัติการ Andriod นี่พัฒนามาโดยค่ายของ google ฉะนั้นทุกอย่างก็จะผูกเข้ากับ google ไมว่าจะอีเมล์ ก้อจะเป็น gmail หรือปุ่ม search ก็จะไปเข้า google เลย ส่วนเรื่องโปรแกรมต่าง ๆ พวก GPS นี่กิ๊กบีว่าโปรแกรมต่าง ๆ ก็หาลงได้ไม่ยากเย็น ถึงจะทีว่าแพง ๆ ตามร้านก็ลงให้ได้แบบฟรี ๆ และที่ฟรีแบบแถมให้ไม่อั้นโดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยก็คือ จะมีปุ่มที่ชื่อที่ Market ที่กดเข้าไปแล้ว จะมีโปรแกรม, application, games และทุกสิ่งทุกอย่าง ที่สรรหามาโดย google นั่นแหล่ะ มาให้เราเลือกใช้กันเลย อยากได้โปรแกรม หรือข้อมูลเกี่ยวกับอะไร เหมือนที่เราค้นหาใน google นี่เราก็สามารถค้นหาโปรแกรมหรือ application และเกมส์ต่าง ๆ ที่ถูกใจได้ด้วยปุ่มนี้ จะนั่งไล่ดูรายชื่อหรือกด search โดยใช้ key word ที่สนใจก็ได้เหมือนกันค่ะ ได้มาวันแรก ๆ พอรู้ว่ามีไอ่ปุ่มนี่ นี่ก็สนุกเลยเชียว โหลดโปรแกรมที่ชอบ อยากพวกโปรแกรมดนตรี, เกมส์ต่าง ๆ หรือโปรแกรมที่ทำให้ดูไฟล์หนังได้โดยไม่ต้องแปลงไฟล์มาลงมือถือดู เพราะแปลงไฟล์ไม่เป็น ก้อง่ายแสนง่าย แค่เพียงต่อเน็ต จะต่อเน็ตจาก wifi ของเน็ตบ้านเราเองก็ได้ หรือเน็ตรายเดือน ราย ชม. ไรก็ได้หมดค่ะ ส่วนระบบ gps และ google map นี่ไม่ต้องต่อเน็ต แค่เปิด gps มันก็จะเชื่อมต่อกับดาวเทียมและค้นหาข้อมูลประมวลผลมาให้เราดูได้เลย ^_^ ต่อไปถ้าจะใช้ก้ออย่าให้คุณนายที่บ้านใช้นะคะ เดี๋ยวจะค้นหาตัวพี่ได้ง่าย ๆ เวลาแอบไปหากิ๊กล่ะแย่เลย คริ คริ ข่าวสาร หรือสภาพอากาศ อะไรพวกนี้ก็ค้นหาโปรแกรมได้ในปุ่ม market ได้เหมือนกันค่ะ หรือปุ่มคีย์บอร์ดไม่ถูกใจ ก็ค้นหาปุ่มให้ถูกใจ ใช่เลยมาเปลี่ยนได้ นาฬิกา ภาพหน้าจอ หรือโปรแกรมอะไรเท่าที่คนจะคิดออก หาได้ในนี้หมดเลย แม้แต่หาธรรมะ หรือบทสวดมนต์ก้อหาได้ แค่พิมพ์ key word ให้ถูกเท่านั้น โอ้ Andriod มันดีและแตกต่างตรงนี้นี่เอง

บีเชื่อจริง ๆ ค่ะพี่ชาย เรื่องที่พี่ชายบอกมาเรื่องชีวิตเราเหมือนถูกลิขิตมาให้เป็นแบบไหนมาแล้ว และบีก็ยังคิดเลยว่า ถ้าอะไรจะเกิดขึ้น ก็คงเป็นกรรมของคนนั้นเองที่กระทำมา ของเบลล์ หรืออย่างบีเอง จะมีสองคน ก็ต้องมีสามโผล่มาตลอด ไม่ว่าจะสลัดให้เหลือสองยังไง ก็จะมีสามใหม่ ๆ โผล่มาเรื่อย ๆ แปลกดีนะคะ *_* ว่าแล้วก็นึกถึงเรื่องพี่ชาย ที่ช่างโชคดีเหลือเกินที่หมดเคราะห์หมดกรรมกับเรื่องที่เคยเกิดขึ้นและผ่านพ้นมาได้ เรียกว่าโชคดีมากมายจริง ๆ ^_^ บีก็พยายามหมั่นทำบุญเรื่อง ๆ หวังว่าซักวันจะหมดเคราะห์หมดกรรมอย่างพี่ชายบ้างเหมือนกันค่ะ

เรื่องอาหารป่านี่ เฮ้อ คนเรานี่เหมือนเป็นโรคจิตเน๊อะ ยิ่งเป็นสัตว์คุ้มครองยิ่งอยากกินนี่กำจิง ๆ เรย ว่าแต่เวลาไปต่างจังหวัด ที่ไหน แล้วและร้านอาหาร พวกร้านตามสั่งหรือร้านข้าวต้ม จะเจอเมนูอาหารป่า หรืออาหารเมนูพิสดารเป็นประจำ บางคนในกลุ่มก็สั่งมากิน แต่เราไม่กล้ากินอะไรแปลก ๆ พิศดารหรอก จริง ๆ คนเราก็แค่กินเพื่ออยู่และเพื่อยังอัตภาพให้เป็นไปเท่านั้น ไม่เห็นจำเป็นจะต้องสรรหาอะไรพิศดารมากินให้ลำบากกันเลยเน๊อะ ^_^ แต่ยังไงก็ยังอดเลือกที่จะสรรหาเลือกร้านหรือของอร่อย ๆ กินมากกว่าร้านไม่อร่อยอยู่ดี อิอิ ก้อนะ กิเลสมันยังไม่หมดอ่าเน๊อะ แห่ะ ๆ ^_^

คิดถึงนะคะพี่ชาย จุ๊ฟ ๆ ๆ


โดย: นู๋ Beee ชีสึกแว๊ว IP: 124.121.184.227 วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:2:21:40 น.  

zoomzero
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ของทุกอย่างในโลกมี 2 ด้าน ถ้าเริ่มต้นก็คิดแต่ว่า สิ่งนั้นมีแต่ด้านดีด้านเดียว หรือเลวสุดขีด ต่อให้ศึกษาสิ่งนั้นไปอีกพันๆปี ก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่ถ้าเปิดใจมองให้เห็นทั้งสองด้าน และหาความพอดีกับการอยู่กับสิ่งนั้นได้
...
ความสุขย่อมมาคู่กับความทุกข์ เพราะสุขเป็นของไม่เที่ยง เมื่อติดสุข แล้วไม่มีสุขมาให้ชื่นใจ จิตก็จะเป็นทุกข์ ความสงบจึงเป็นของที่เราท่านควรปฏิบัติ
...
การตั้งตัวเป็นจอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด จึงไม่หวังให้ผู้ใดมีสุข ไม่อยากให้คนยึดติดกับสุข หากแต่อยากให้พ้นทุกข์ และได้พบกับธรรมมะของจริง ดั่งคำว่า "ไม่มีมาร อรหันต์ไม่เกิด" 555
...
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
30 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add zoomzero's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.