หุบเขาคนโฉด ไม่ใช่ไอศครีม ไม่ต้องเข้ามาเลีย หรือเชียร์จนละเหี่ยใจ แต่ขอแค่ความจริงใจ ของคนกล้าคิด ไม่ติดอยู่ในกรอบ
40417 ผู้หญิงขับรถ (ทำไมต้องว่า?)


"ความสุขของมาร คือการทรมานผู้คน"
ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบล็อกของคนโฉด
ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆนะครับ

หุบเขาคนโฉด, หมู่ตึกมารสำราญ, ผู้หญิง นะ ผู้หญิง
zOOmzerO, Funny, A woman and a car

ผู้หญิงขับรถ (ทำไมชอบว่า?)





Blog Issue นี้ เป็นแนว น่ารัก (แบบคนโฉด)
เป็นเรื่องที่ต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น ถึงจะสามารถทำได้
ไม่ขอเล่าอะไรมา ดูกันเอาเอง



ผมพบเห็นสุภาพสตรีขับรถมาหลายท่าน
มีหลายคนที่ทำให้ผมงงว่า ขับรถมาเป็นสิบปีได้อย่างไร เพราะ
- เปิดฝากระโปรงหน้าไม่เป็น
- เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อรถต้องซ่อมเท่านั้น ไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนกันที่กี่กิโล
- ฺBattery ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ทำไมต้องเติมน้ำกลั่น เอาน้ำเปล่าซื้อในเซเว่นเติมได้หรือเปล่า
- ฉีดน้ำล้างกระจกไม่เป็น
- ไม่รู้ว่าที่ปัดน้ำฝนมีแบบตั้งหน่วงเวลาช้าเร็วได้
- เปิดไฟผ่าหมาก (กระพริบรอบคัน) ไม่เป็น
- เอากุญแจใส่ช่องสตาร์ทไม่ได้เพราะคอพวงมาลัยหมุนมาอยู่ในตำแหน่งล๊อค
- จอดรถเกียร์ออโต้แบบให้คนอื่นเข็นได้ ทำไม่เป็น ไม่รู้จัก Shift Lock คืออะไร
- ถอดลูกกุญแจออกมาไม่ได้หลังดับเครื่อง (เพราะไม่ได้ใส่เกียร์ P)
- ไม่เคยเติมลมยางด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าต้องใช้แรงอัดกี่ปอนด์ ยางแบนมาสามเดือนก็วิ่งได้
- ถอยรถในที่คับแคบคับขัน ไม่ยอมลดกระจกลง เพื่อชะโงกหน้าออกมามอง
- ไม่รู้ว่าท้ายรถมีแม่แรงกับเครื่องมือถอดล้อ แล้วแม่แรงนี่เขาเอาไว้ทำอะไรก็ไม่รู้
- ยางอะไหล่อยู่ตรงไหน ใครเอามาใส่ให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เคยเอามาเติมลมเลย
ฯลฯ

zOOmzERo2009

ย้ายไปอ่านของใหม่
Link ไปที่ blog 40513 [เพลง] มาร่วมฝันกันในโลกคอมพิวเตอร์

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ย้อนกลับไปอ่านของเก่า
Link ไปที่ blog 40403 เช็งเม้ง 2554
Link ไปที่ blog 40314 ไปดวงจันทร์
Link ไปที่ blog 40301 Broken Bed ...
Link ไปที่ blog 40214 ความรักในวันแห่งความรัก
Link ไปที่ blog 40129 ไท้ส่วยเอี้ย เทพแก้ไขเคราะห์กรรม
Link ไปที่ blog 40108 วัดเก่าบนเขาบางทราย
Link ไปที่ blog 31231 สิ้นปี ๒๕๕๓ ทิ้งความทุกข์






Create Date : 17 เมษายน 2554
Last Update : 6 กรกฎาคม 2554 21:09:31 น. 89 comments
Counter : 3019 Pageviews.

 
แหม..ผมเสียทรง ต้องไปร้านทำผมอีกแล้ว



คุณตำรวจขา พวกโน้นต่างหากที่ขับสวนเลนของดิ๊ชั้น


ลิปสติ๊กอันใหม่นี่สีเข้ากับรองเท้าที่เราใส่วันนี้เลย


ดีนะ!! ที่บีเอ็มรุ่นนี้มีซันรูฟ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะออกจากรถยังไง


แหวนชั้น แหวนเพชรของชั้น อยู่ไหนหละเนี๊ยะ!!!


คุณป้าครับ! ปั๊มน้ำมันเขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า ช่วยเอาหัวจ่ายน้ำมันกลับไปคืนเขาด้วยครับ


อ้อ...มารอแฟนคะ เขาเป็นพนักงานขับรถไฟ


เฮ้ญ!!! ตัวเอง!!! นั่นมันสิบแปดล้อนี่หว่า!!!



โดย: zoomzero วันที่: 17 เมษายน 2554 เวลา:16:20:17 น.  

 




good evening ค่ะเฮีย
หายศรีษะไปหลายวันเลยมิน
ยุ่งมากกับภารกิจลับอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มาเล่าเรื่องกระเป๋าฉีกต่ออ่ะนะ
วันนั้น พอข้ามกลับมาหาคุณนายแม่แล้ว
ตอนแรกก็แค่มายืนเชียร์คอยบอกเค้าเฉย ๆ ข้าง ๆ อ่ะค่ะ
หมายถึงว่า เวลาเค้าได้ฟรีสปินหรือได้เล่นโบนัสอ่ะ
มินก็จะคอยบอกเค้าว่า เกมส์ให้แม่ทำอาไร เลือกอาไรอ่ะค่ะ
แม่กดเลือกมั่วไปมั่วมา ทำไมมันได้จังเลยอ่ะนะ
อย่ากระนั้นเลย มินเอามั่งดีกว่า เสียบแบ็งค์พันเข้าไป แวบ..ตู้ใกล้ ๆ กันนั่นแหละค่ะ
แต่ ของมินเนี่ย กดหาย กดหาย อ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ตอนแรกก็ยังไม่รู้ อาไรคือ 10 ลาย 20 ลาย 30 ลาย
ต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาอธิบายอ่ะค่ะ
พันนึงเนี่ย ไม่ถึง 20 นาที เรียบร้อยไอ้โจรแขนเดียวไปซะแล้ว
แต่ จะเรียกว่าโจรแขนเดียวก็ไม่ได้นะคะ เพราะตู้ที่นี่มันไม่เห็นมีที่โยกข้าง ๆ เลยอ่ะนะ

โดนไปเนียน ๆ เลยลุกขึ้นมาเชียร์คุณนายแม่เหมือนเดิมค่ะ
แม่มินเค้าอยากค้าง แต่เนื่องจากเราไม่ได้จองห้องไว้
มินก็เลยต้องเดินไปถามเคาน์เตอร์ว่ามีห้องไม๊
โชคดีที่มีห้อง เพราะวันนั้นเป็นวันที่ 12 ยังไม่ใช่วันสงกรานต์
ค่าห้องก็ถูกจัง 800 แล้วมีชิพตายคืนให้ 400 เท่ากับค่าห้องแค่ 400 เองค่ะ
ตอนแรกมินว่าจะเปิด 2 ห้องแล้ว แต่กลัวผีเขมรอ่ะค่ะ
เลยนอนรวมกันก็ได้อ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

ต้องมัดจำ 1000 จ่ายค่าห้องล่วงหน้าด้วย ไปที่นี่อย่าหวังว่าจะได้ใช้บัตรเครดิตนะคะ
เค้าบอกไม่มีสัญญาน ขนาดซื้อของดิวตี้ฟรี ต้อง 2 พันขึ้นถึงจะรูดบัตรได้อ่ะค่ะ
บ่ายนั้น ถึงเย็น ๆ รู้สึกว่าแม่มินจะเฮงอยู่คนเดียวอ่ะ
มินอ่ะ เดินไปเดินมา โดนตู้นั้นตู้นี้ไป 5-6 พันแล้วอ่ะ
จริง ๆ ไม่ใช่ว่ามันจะไม่ได้นะคะ มันก็มีได้มั่ง แต่มินก็นั่งกดเล่นไปเรื่อย ๆ มันก็คืนกลับไปหมดอ่ะ

พอค่ำ ๆ เลยไปที่อื่นมั่ง คือไปที่ฮอลิเดย์ปอยเปต อยู่ปากทางใกล้ ๆ ตม.ค่ะ
ไปทานอาหารญี่ปุ่นกัน ที่นี่เป็นบุฟเฟ่ต์ หัวนึง 4 ร้อยกว่า
ขอบอกว่าอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ
เนื้อเค้านุ่มมาก แซลมอนก็สด มินยังเสียดายเลย
เพราะเดี๋ยวนี้ตัวเองทานได้น้อย ไม่เหมือนเมื่อก่อน ทานจน....ฮ่า ๆ ๆ

ตอนนี้ มินก็ชักกังวลเหมือนกัน เพราะพกเงินสดมาไม่ถึงหมื่นอ่ะนะ
เพราะไม่ได้กะว่าจะมาแบบนี้ กะว่าอยู่กับเพื่อน แล้วข้ามมารับแม่ ไม่ได้คิดจะค้างด้วยซ้ำ
บัตรเครดิตก็ใช้ไม่ได้ และไม่กล้าบอกแม่ด้วยว่า โดนไปหลายแล้ว
เพราะบอกแล้วว่า ไม่ได้เล่น เสียแค่ตู้นั้นไปพันเดียว
พอกลับมาที่สตาร์ ให้แม่ไปนั่งเล่นสล๊อตต่อมินก็สะกิดลุง
เล่าให้ลุงฟัง ลุงก็เลยให้มา 5 พัน
มินเลยออกมาถามที่เคาน์เตอร์ว่า มีตู้เอทีเอ็มไม๊
ไอ้พนักงานมันก็ชี้ไปที่เคาน์เตอร์ เดินไปดันพบว่าเป็นเคาน์เตอร์รับจำนำของอะ..เฮ๊ย..
มินก็ไปถามเค้าว่า ตู้เอทีเอ็ม มันอยู่ตรงไหนเหรอ
เค้าก็บอก อ๋อ เดี๋ยวผมข้ามไปกดฝั่งไทยให้ ผมคิดค่าบริการหมื่นละ 300 ครับ
เฮียดูจิ เงินก็ของเรา มันคิดแบบเงินกู้เลย แล้วถามหน่อยเหอะ ใครจะกล้าเอาบัตรเอทีเอ็มให้เค้าไปกดอ่ะ มันจะมีเหรอ
ไม่เอาหรอกค่ะ มินแกล้งถาม ด่านปิดแล้วไม่ใช่เหรอคะ ออกไปได้เหรอ
เค้าบอกออกได้ครับ ผมออกได้ทั้งคืน ...เฮ๊ย..ใหญ่ซะด้วยสิ ฮ่า ๆ ๆ

สรุปเหลือเงินติดตัวอยู่ 6-7 พัน รวมที่เอาที่ลุงมาแล้วนะคะ
ก็เลยคิดว่า คอยเชียร์แม่อย่างเดียวดีกว่า ไม่รู้ว่าแม่พกเงินมาเท่าไร
แต่ คงไม่น้อยหรอก เพราะเค้ารู้อยู่แล้วว่าจะมาเล่นอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ระหว่างนั้น มินก็เดินดูคนโน๊น คนนี้ไปเรื่อย ๆ
บางคนก็ท่าทางสนุก ๆ สดชื่น หัวเราะ เริงร่าสุด ๆ
แต่ บางคนก็หน้าดำคร่ำเครียด ขนาดทุบตู้ยังมีเลยค่ะ จริง ๆ นะ เฮ๊อ...
เดินกลับมานัดกับแม่ บอก 5 ทุ่มกลับห้องนะ มินง่วงมาก ๆ เลย แม่บอกกลับเลยก็ได้
มินเห็นแม่ยังสนุก ก็เลยบอกไม่เป็นไร มินเดินดูไรเล่นก่อน

เดินมาหยุดดู ตู้นึงเป็นแผ่นเสียง เล่นดนตรี
เกมส์มันน่ารักมาก ๆ ตลกดีด้วยเวลาที่มันเรียงกันอ่ะ
มันจะร้องเป็นเพลงฝรั่ง แบบประสานเสียง
พอคนที่เค้าเล่นอยู่ก่อน ลุกไป มินก็เอาวะ ลองดูอีกซักพันซิ
ก็ใส่เงินไปเล่นทีละ 36 บาท กดไม่ถึง 10 ที ได้โบนัสค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แบบเครื่องมันสปินเองอ่ะ มินได้แผ่นเสียงสีเขียวหมดเลยทั้ง 5 ช่องค่ะ
ตานั้นตาเดียวได้ 5 พันกว่าบาทอ่ะ ถ้าเป็นแผ่นสีเหลืองนะ คนที่มายืนดู บอกได้มากกว่านี้อีกอ่ะ
เลิกเลยค่ะ มินเลิกเลยอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ กดเงินออก เงินในตู้มันไม่พอ ต้องรอเจ้าหน้าที่ นานมากเลย...
พอได้เงินแล้ว มินก็รีบปรี่มาหาคุณนายแม่ ถามเป็นไงมั่ง โอเคมั๊ย แม่บอก ก็โอเค
แต่ แม่ลูกคู่นี้เชื่อไม่ได้หรอกค่ะเฮีย มินเสีย มินก็บอกไม่เสีย
ถ้าแม่มินเสีย แม่ก็บอกว่าไม่เสีย เหมือนกันเปี๊ยบเลยอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
คืนนั้น กลับห้องด้วยความแฮปปี้ เพราะที่มินเสียก็ได้คืนมาเกือบหมด
แอบเอาเงินคืนลุง ลุงก็บอกให้เก็บไว้ก่อน เลยถามตกลงแม่ได้หรือเสีย
ลุงก็ไม่รู้ เพราะเค้าบอกว่าไม่เสียอ่ะค่ะ ..เชื่อได้ป่าวก็ไม่รู้อ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

เดี๋ยวพรุ่งนี้ ค่อยเล่าเรื่องตอนเช้านะคะ อีทีนี้ กระเป๋าฉีกของจริงค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

ปล. นอนหลับฝันดีนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 18 เมษายน 2554 เวลา:18:30:40 น.  

 
ฟันดี....เอ้ย...ฝันดี เช่นกาน


โดย: zoomzero วันที่: 18 เมษายน 2554 เวลา:19:44:35 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ชาย

แวะไปอ่านที่ตอบเมเนเก่าแล้ว พร้อมเรื่องสุสานทั้งหล่ย มีเรื่องให้คุยเยอะจิงๆ ค่ะ
น่าสนใจทุกอันเลย สุสานจิ๋นซี สุส่นพันธมิตรที่กาญ สุสานคริสต์ หรือแม้แต่ทัชมาฮาล แหมถ้ายังไม่ขึ้นบ้อกใหม่นะ คงได้อีกยาว

คราวนี้แปลกใจทำไมพี่ชายลงเรื่องเนื้อหาสั้น 555 ไม่ใช่วิสัยนะเนี่ยะ

เพิ่งกลับจากวัดมาเมื่อวันอาทิตย์เย็นค่ะ ส่วนเมื่อวานก็ชักชวนกับกับเจ้าเบลล์ นวดสลายไขมันกัน เหอะๆ วันนี้เจ่ะขามั่ก แง้ คนเรานี่นะ อยุ่ดีไม่ว่าดี ไปเสียเงินให้คนอื่นมาทำร้ายตัวเอง โรคจิตเน๊อะ *_*

แหม ๆ มาว่านู๋เป็นดาวหางฮัลเล่ย์ ชิ ก้อกิจกรรมนู๋มันเยอะนี่คเ ช้อปปื้งทุกวัน บางทีก้อต้องไปนวดหน้า นวดตัวตามประสา หาเรื่องไม่ให้ว่างไปเรื่อย อิอิ แต่ไม่ลืมพี่ชายน้า อ่านตลอดแหล่พ แต่บางทีคุยเยแะกลายอย่างมานก้อต้องลืมกานม่างเน๊อะ นู๋ยิ่งความจำสั้นอยุ่อ่า ถึงจะรุ้ว่าบ้านก่อนรถดีกว่า แต่มันเลือกยากกว่านี่นา ต้องเลือกมั้งราคา สถานที่ ทำเลให้ถูกใจ เหอะๆ เดี๋ยวนี้ในกรุงเทพฯ มีแต่คอนโดแล้ว แถมราคาเป็นล้านอีกต่างหาก จากาบ้านเดี่ยวแต่เอาทำเลดี ๆ กลางกรุงม่ายมีง่ะ สร้างกันแต่รอบนอก ปริมณฑล ในซอยในซอยที่นู๋ไม่รุ้จักหรือไม่คุ้ยเคยทั้งนั้นแต่ละโครงการ เกอะๆ เลือกมากและเรื่องมากแบบนู๋สงสัยต้องเล็งหาไปอีกหลายปี ส่วนรถตอนนี้ถูดใจตัวมิตซูบิชิ ex อ่า ที่อนันดาโฆณา ^^ (รถนี่ก็เล็งนานแล้วนะนี่ แห่ะๆ ยังไม่ได้ฤกษ์ซื้อซะที)

พอคิดไม่ออก ก็เลยเอาเงินไปฝากแบ้งค์เรื่อยค่ะ เพราะสงสัยว่าจะคิดนาน เป็นคนโลเลตัวสินใจยาก แฟนยังเลือกไม่ได้อยุ่นี่เลย 555 รวมๆฝากไปสามสี่แสนแล้ว กระจายฝากแบ้งค์ละแสน อันที่เป็นแบบดิเศ๋ได้ดอกเยอะก็ให้ฝ่กสูงสุดได้ไม่เยอะ ให้แค่เดือนละสองหมื่นห้า ชิ เซงรุย นี่ฝากกสิกร scb tmb ไปแล้ว ว่าจะไปเปิดกสิกรอีกซักอันเห็นออกตัวใหม่มา ดอกพอใช้ได้ ^^ ตอนนี้เปิดบัญชีเยแะจนเล่มใส่สมุดบัญชีเต็มเล่มแล้ว เดี๋ยวต้องไปหาซื้อสมุดใส่สมุดบัญชีเพิ่มอีกซักเล่ม :)

ตอนนี้กิจการที่ทำอยู่ตัวแล้ว เวปขายเหรียญก็มีลูกค้าประจำและแนะนำต่อกันไปเรื่อยๆแล้ว เรียกว่ารวยแล้วหยิ่ง อิอิ ตอนนี้ก็เริ่มจดมองธุรกิจตัวใหม่ที่จะเป็นลู่ทางเดิ่มเติมอีกตัวอยู่ค่ะ ไม่รู้จะดีรึเป่าเหมือนกัน แต่เริ่มเขียนเวป จดโดเมนแล้ว กำลังจัดทำส่วนข้อมูล ด้องานในเน็ตอีกแหล่ะค่ะ :)


คิดถึงพี่ชายเสมอนะคะ อยากเจอจังเลยอ่าค่ะ ไม่ได้เจอกันนานแล้วน้า รักษาสุขภาพด้วยนะคะ จุ๊บ ๆ ๆ


โดย: นู๋ Beee น้องสาวจอมแก่น IP: 124.121.213.14 วันที่: 19 เมษายน 2554 เวลา:9:58:49 น.  

 
BeeeBU

หวัดดีน้องบีบู

โห...อธิบายซะยาวเลยนะว่าอ่านอะไรบ้าง
อ่านแล้วไม่ได้คุยกัน มันก็เหมือนอยู่กันคนละโลกนั่นแหละ
แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะที่เอามาลงๆไว้ ก็ไม่ได้ทำเพื่อใครที่ไหน
ทำเพื่อตัวพี่ชายเองนี่แหละ วันไหนว่างๆก็จะได้กลับมาอ่าน blog ตัวเอง
ส่วนเรื่องคุยสัพเพเหระนั้นเป็นความสุขที่พลอยฟ้าพลอยฝนที่เกิดจากมิตรภาพบนโลกไซเบอร์

เรื่องรถ นึกว่าจะเอารถ Eco ซะอีก
Mitsu Lancer ex 2011 ตัวนี้หน้าตาดุดันแหวกตลาดน่าดู
กระจังหน้านี่ เหมาะกับเมืองร้อนมากๆ ช่องลมใหญ่ดีแท้
เป็นรถแนววัยรุ่น วัยสปอร์ต หนะ
น่าจะมี 2 รุ่น คือ 2.0 GT ราคาล้านกับอีกห้าหมื่นหนึ่งพัน (สีขาว แพงกว่าอีกหนึ่งหมื่น)
กับอีกรุ่นคือ 1.8 GLS กับ GLX ราคาเริ่มที่เจ็ดแสนเก้ากว่าๆ ไปจนถึง แปดแสนเจ็ดหมื่นเก้า
งบประมาณการซื้อนี้จะแตกต่างจากพวกรถขนาดเล็ก เช่น
Ford Fiesta ราคาเริ่มจาก ห้าแสนสามหมื่นเก้าไปจบที่รุ่นท๊อปคือ หกแสนเก้าหมื่นเก้าพัน
ซึ่งจะเป็นรถเครื่องยนต์ 1,600 cc หรือ 1.6 ลิตร
สำหรับมิตซูแลนเซอร์จะได้เปรียบที่เครื่องแรงกว่า ขนาดใหญ่กว่า แต่ไม่เทอะทะ ยังขับจอดที่แคบๆได้อยู่
ส่วนรถที่น่ามองอีกคันก็คือ Toyota Prius เพราะเป็นรถ Hybrid
ประหยัดน้ำมันมาก ไม่ต้องเอาไปดัดแปลงใส่แก็สให้รถช้ำ
อัตราการกินน้ำมัน น่าจะอยู่ที่ 24 กม. ต่อลิตร
ถ้าคิดว่าน้ำมันจะราคาลิตรละ 48 บาท ก็เท่ากับว่า กม.ละ 2 บาท
ตอนนี้ราคาน้ำมันโซฮอล95 ก็อยูแถวๆ 38-39 บาท
แต่ถ้าได้รถที่เติมน้ำมันโซฮอล95 ชนิด E85 อันนี้ ราคาแค่ 22-23 บาทต่อลิตรเอง
ราคา Prius มีแต่ 1.8L เริ่มจาก 1,190,000 - 1,270,000
พี่ชายเชียร์ Prius เพราะเป็นของโตโยต้า มีศูนย์ซ่อมมากที่สุดในสยามประเทศ
อะไหล่ก็ไม่เคยขาดมือหรือต้องรอนานเหมือนรถยุโรปหรือรถญี่ปุ่นรุ่นใหม่ๆ
แต่พี่เชื่อบีไม่ซื้อบ้านหรอก เพราะซื้อไปบีก็ไม่ได้อยู่
คงต้องออกมาเป็นเรื่องซื้อรถมากกว่า หุหุ
เรื่องบ้านน่าจะเป็นเรื่องของว่าที่สามีในอนาคตมากกว่านะ

เรื่องงานนี้ เก่งบวกเฮงจริงๆเลยนะ
เอาความที่มีเพื่อนมากๆ บวกกับ การชอบคุยกับชาวบ้านเป็นวันๆ
(เอ้..นี่ใช่นิสัยที่ควรชมหรือเปล่า)
555 พี่ว่าบีเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีต่างหาก ใครก็อยากทำกิจกรรมร่วมด้วย
ดีแล้วหละมีเงินก็เอาไปเก็บไปฝากธนาคารเอาไว้ก่อน

คิดถึงเสมอ หวังว่าคงจะมีโอกาสได้เจอหน้ากันอีกในเร็ววันนี้

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 19 เมษายน 2554 เวลา:11:54:35 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ซูม

ดูคลิปแล้ว ฮาอย่างแรงเลย เคยเห็นในรายการตีสิบไปแล้ว แต่ดูก็ยังฮาได้อีก

อ่านบล็อคแล้ว น้องว่าผู้หญิงหลายคนเก่งเรื่องรถกว่าพี่ซูมอีกนะเนี่ย

ที่จริงน้องก็ดีแต่ขับเหมือนกันแหละค่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องรถเท่าไหร่ แต่ก็ขับรถดีพอตัว ไม่เคยโดนรถคันหลังบีบแตรไล่ (ยกเว้นตอนรถเสีย) แล้วก็ไม่ขับรถเร็ว (ก็จะเร็วได้ไง ใช้รถโฟลค์เต่า อายุเกือบจะครึ่งศตวรรษแล้ว (แต่เครื่องยังแจ๋วนะฮ้า )

สุดท้ายเอากลอนเกี่ยวกับรถเสียแบบฮา ๆ มาฝาก อ่านกีที่ก็ขำกลิ้ง ใครเจอรถแบบนี้แล้วขับได้อีกละก็ กราบเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เบรคสะบัด คลัทช์เสีย เกียร์หลุด
เฟืองไม่ฉุด เพลาหัก สลักหาย
หัวเทียนห่าง ยางแฟบ แหนบกระจาย
ไฟไม่จ่าย ไดฯไม่ชาร์จ สตาร์ทพัง
น้ำมันแห้ง ลูกปืนแตก กำลังตก
แกนกระดก วาล์วกระเดิด ระเบิดสวน
ก้ามปูแยก ข้อเหวี่ยงแยก กล่องไฟรวน
ลูกลอยป่วน น้ำมันตัน สามวันพัง ..

อากาศช่วงนี้สะบัดร้อน สะบัดฝน คุณพี่รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: haiku วันที่: 19 เมษายน 2554 เวลา:17:36:17 น.  

 
haiku

สวัสดีค่ะน้องไฮก์
ความจริงเรื่องรถนี่ ผู้ชายหรือผู้หญิงก็มีที่เปิ่นๆเหมือนๆกัน
แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นเรื่องน่ารักน่าชังก็เห็นจะมีแต่เรื่องที่คุณผู้หญิงทำนี่แหละ
จนเกิดเป็นคำสบประมาทว่า เฮ้ย...ผู้หญิงขับรถคันนั่นแน่ๆ
เรื่องนี้แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเองก็ยังมีแอบว่ากันเลย
แต่ใช้รถใช้ถนนควรจะมีความเมตตากันบ้าง
และที่สำคัญก็อย่าประมาท เราอยู่ในรถเราอาจจะตายยากหน่อย
แต่สำหรับพวกสองล้อหรือคนเดินถนน เขาโดนรถปะทะ มีแต่เจ็บตัวและอาจจะถึงตาย
ถ้าไม่ได้เป็นดาราระดับซุปตาร์ การชนคนตายเป็นเรื่องใหญ่มาก ใช่หรือเปล่า?
พวกดาราดังๆ มักจะได้อภิสิทธิ์แปลกๆ ขนาดเมาแล้วชนคนตายก็ยังให้รอลงอาญาก็มี
ส่วนลูก(สาว)พวกไฮโซ อันนี้เป็นเรื่อง อันทัชเชเบิ้ล หรือ อิมพอสสิเบิ้ล ที่จะเอาตัวมาลงโทษ

ขอบคุณสำหรับกลอน
คนแต่ง แต่งได้ครอบคลุมชิ้นส่วนรถได้ทั่วคันจริงๆ 555

ขอให้คุณน้องไฮก์มีความสุขมากๆครับ

haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 20 เมษายน 2554 เวลา:19:09:45 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย
เวลาไม่ได้แวะมาบ้านนี้
เหมือนจากกันไปนานจังเลยนะคะ
มินทั้งฟันดีและก็ฝันดีค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เกิดมาไม่เคยถอนฟันเลย
มีแต่อุดบ้าง สมัยก่อนเคยทำเขี้ยวด้วยนะ ฮ่า ๆ ๆ
ส่วนฝันอ่ะ ถึงฝันไม่ดีก็ไม่กลัวค่ะ
เพราะเวลาฝัน มินจะรู้ตัวว่าฝัน ไม่ใช่เรื่องจริง...
สดชื่นวันพะหัส นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:9:17:14 น.  

 

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ จอมมารได้สร้างวีรกรรมเอาไว้ที่โรงพยาบาลแถวบ้าน
จะเป็นกรรมดีหรือกรรมไม่ดีก็ไม่ทราบนะ แต่ว่ามันทำไปแล้วมีความสุขจริงๆ

วันนั้นตื่นเช้ามาก็พบมาเมื่อคืนวาน ฝนตกได้น้ำกำลังดี พื้นดินชุ่มฉ่ำ
เลยออกกวาดใบไม้ที่ร่วง พรวนดิน ถอนหญ้า ย้ายกระถางต้นไม้ที่ล้ม
พอเจ็ดโมงครึ่งนิดๆ คุณนายแม่ก็เดินมาบอกว่าให้พาไปส่งที่โรงพยาบาลให้หน่อย
ผมเลยถามว่า แม่จะไปทำไม?
ก็ได้คำตอบมาว่า หมอนัด
ตามปกติก็จะเป็นหน้าที่ของน้องสาว น้องเขย หรือน้องชายที่เขาจะต้องลางานแล้วพาแม่ไป
ที่เป็นสองสามคนนี้ เพราะว่าพวกเขานอนเรือนใหญ่และเรือนเล็ก เป็นครัวเรือนเดียวกับของท่านแม่
ส่วนผมนั้นนอนที่กระท่อมปลายนากับนางรจนา และหนูน้อยสังข์ทอง ถือว่าเป็นพวกนอกเขตความเจริญ
พอแม่บอกว่า หมอนัด ผมก็มองข้ามทุ่งหญ้าไปที่บ้านใหญ่ทันที
อ้อ...รถยนต์หายเกลี้ยง แปลว่า ลูกเลิว์ฟแอนด์เวรี่เลิว์ฟหายตัวไปหมดนะซิ
(ขี้เกียจบอกแม่ว่า ลูกชังต้องอยู่ข้างหน้าเสมอ หุหุ)
เลยไม่ได้ถามกวนประสาทแม่ว่า ลูกๆของคุณแม่ไม่อยู่หรือขอรับ? พร้อมใจกันรีบไปทำงานกันแต่เช้าจัง
ผมเพียงแต่ได้แต่ถามสวนไปว่า จะไปกี่โมง
ท่านก็ตอบว่า แปดโมง

จากนั้นแม่ก็เดินเข้าบ้านใหญ่ไปด้วยท่ากระเผกกระโดกกระเดก (เพราะหัวเข่าบวมมาก)
ผมก็กำลังเอาปุ๋ยคอกเทเล่นอยู่บนพื้นดินพอดี เลยต้องรีบโกยไปใส่ต้นไม้อย่างเร็ว
พอเก็บอุปกรณ์ทำสวนเสร็จ ล้างมือด้วยสบู่เด็ดต๊อลเสร็จ แม่ก็ออกมาเร่ง ตะโกนว่า แม่แต่งตัวเสร็จแล้วนะ
อ้าว...จวนจะแปดโมงแล้ว แย่แล้ว...อาบน้ำอาบท่าก็คงไม่ทัน
เลยเอาแค่ล้างหน้า ล้างเท้า คว้ากางเกงวอร์มที่ตากข้างบ้านมาใส่
กางเกงในไม่ต้อง เอาบ๊อกเซอร์แทนกางเกงในก็แล้วกัน ไม่มีใครรู้หรอกน่า
เดินไปหยิบกุญแจรถกับกระเป๋าตังค์แล้วก็เอารถออกไปรับแม่ที่บ้านใหญ่

พอไปถึงโรงพยาบาล แม่ก็บอกว่า เดี๋ยวแม่ขึ้นไปทำบัตรคิวคนเดียวก็ได้ (แม่จะเรียกรถเข็นเอง)
ส่วนแกจะไปหาข้าวกินหรือกลับบ้านก่อนก็ได้ เอาไว้สิบเอ็ดโมงกว่าๆค่อยมารับแม่
อ้าว..แม่ ตกลงหมอมากี่โมงกันแน่
แม่บอกว่าหมอมาสิบโมง แต่คนมาหาหมอคนนี้เยอะ (เป็นหมอประกันสังคมด้วย) กว่าจะได้ตรวจได้ยาก็เที่ยงๆ
เออ...นะ...เจ้าน้องพวกนี้ แค่เอาแม่มาดร๊อบเอาไว้ก่อนก็ไม่ได้ เล่นหนีไปหมดเลย
เราเลยต้องขับรถ 2 รอบ แต่ไม่เป็นไร ไหนๆออกมาแล้วก็หาอาหารอร่อยๆนอกบ้านทานดีกว่า
วันนี้เลยได้ไปทานที่ฟูดแลนด์ และได้ทานเบร็คฟาส ไข่ดาวไม่สุก ราคาเซ็ทละ 49 บาทซะด้วย
คนก็น้อย โต๊ะก็ว่างเยอะ อาหารมาเร็วมาก เลยสั่งขนมปังโฮลวีดปิ้งมาอีกจาน (พร้อมเนยกับแยม ราคาเพียง 20 บาท)
ทานไปเรื่อยๆ เคี้ยวตุ้ยๆๆๆๆ พอจิบชาร้อนใส่นมเสร็จ ก็ได้กลิ่นอะไรตุๆ
อ้อ...กลิ่นตัวเรานี่เอง ก็เพราะไม่ได้เปลี่ยนเสื้อ เลยมีทั้งกลิ่นเหงื่อ กลิ่นดิน กลิ่นปุ๋ยคอก
อี้...นิ้วก็ล้างไม่สะอาด แล้ววันนี้ทานขนมปังปิ้งใช้มือบิกินซะด้วย แหวะ...
กลิ่นมันผสมปนเปกันจนกลายเป็นกลิ่นที่น่ารักน่าชังซะเหลือเกิน
เฮ้อ...ทำไมยิ่งแก่ ตัวยิ่งเหม็น สงสัยข้างในใกล้จะเน่า
ดีนะที่ไม่ได้ไปนั่งทานที่เค้าน์เตอร์หน้าครัว มิเช่นนั้นคนที่เคาน์เตอร์คงอ้วกแตกแน่ๆเลย

ครั้นทานอาหารอิ่ม ทานยาประจำวันเสร็จ ก็เดินกลับมาเพื่อเอารถที่จอดอยู่
ขณะเดินๆอยู่นั้นก็เจ็บบริเวณใต้ข้อศอกด้านขวาทันที พร้อมมีเสียงดังตึก
ผ่านไป 2 วินาทีถึงรู้ว่าโดนรถชนแขนขวา
มองเห็นกระจกมองข้างด้านซ้ายของรถที่แล่นผ่านในทิศทางเดียวกับที่ผมเดิน เห็นว่าไปพับเลย
รถคันนั้นเป็นรถโตโยต้า วีออส ป้ายแดง ลงท้ายด้วยเลข x718
รถคันนั้นแล่นผ่านไปข้างหน้าจากจุดที่ชนแขนผมประมาณ 3 เมตร ก็หยุดจอด
เขาเอากระจกด้านหน้าด้านซ้ายลง แล้วมีมือมาจัดกระจกมองข้าง ผลักให้เข้าที่
จากนั้นก็ขับต่อไปเลย >>>>>>>>>>

เฮ้ย...มันไม่ลงมาดูคนเลยเหรอฟระ Eพวกซื้อรถใหม่ใจสุนัข
ความจริงไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอก แค่ตกใจ และก็มีการเซๆ
ผมเป็นคนตัวสูง กระจกเลยชนบริเวณใต้ข้อศอกลงไปหน่อย
เป็นเพราะซอยตรงนั้นค่อนข้างแคบ และไม่มีฟุตบาทให้เดิน
ผมต้องเดินบนผิวจราจร แต่รถคันนั้นแล่นค่อนข้างเร็วนะ
ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ คงล้ม และอาจจะโดนล้อหลังแล่นทับกระโหลกก็ได้

ทีแรกก็คิดว่า ช่างมัน พวกป้ายแดงหัดขับก็ผิดพลาดกันได้
รถก็แค่วีออส คงไม่ใช่ลูกสาวไฮโซที่ชอบเล่นบีบีตอนรถชนคนก็ได้
หรืออาจจะเป็นเด็กวัยรุ่นขับ พอชนคนก็ตกใจ เลยหนีดีกว่า ไม่กล้าลงมาดู
แต่รถคันนั้น ผมมองเห็นว่าเลี้ยวเข้าไปจอดในที่จอดรถของโรงพยาบาลนี่หน่า

ผมเองก็เดินผ่านช่องทางเข้าที่จอดรถพอดีเลยได้ยินเสียงยามตะโกนบอกคนขับรถ
ยามโบกให้รถคั้นนั้นแล่นอ้อมมาด้านถนนที่เป็นทางออก เพราะมีรถเพิ่งจะออกไปพอดี
ผมเลยคิดอะไรบ้าๆ ลองเดินมาดักดูหน้าไอ้พวกที่ชนแล้วเฉยพวกนี้ดีกว่า
ในใจก็คิดว่า อาจจะโดนสหบาทาก็วันนี้แหละ
แต่แค่มอง ไม่ได้หาเรื่องเขานี่หว่า และเขาก็เป็นฝ่ายชนแล้วหนีอีกด้วย
เลยเดินมาทางด้านช่องรถออก

วันนั้นผมแต่งตัวดีมาก บนหัวมีหมวกแก็บเก่าๆเอาไว้ปิดหัวล้าน ตอนทำสวน
สวมแว่นตาดำ เพราะลืมเอาออกตอนจอดรถเมื่อช่วงเช้า เดินไปฟูดแลนด์ด้วยแว่นดำนี่แหละ
ใส่เสื้อยืดสีเทากระดำกระด่างเพราะมันเคยเป็นสีดำ แต่มันผ่านการซักและตากแดดมาหลายปี สีเลยเพี้ยน
ตรงคอก็ด้ายลอกร่อนออกเลยกลายเป็นทรงย้วยๆ ไม่ใช่คอกลมตามปกติ
กางเกงวอร์มสีน้ำเงิน(ตัวนี้ยังสีเข้มดี แต่ผ้าห่วยๆเหมือนผ้าขี้ริ้ว หรือกางเกงมือสอง)
ส่วนรองเท้า ว๊าย...คนละสี เพราะลืมเปลี่ยนจากตอนที่ทำสวน
คือมันเป็นรองเท้าที่มาจากสองตระกูล
ตระกูลแรกเพื่อนข้างซ้ายของมันหูหลุด เลยโยนทิ้งไปเหลือข้างขวา ซึ่งยังใหม่มาก
ส่วนอีกข้างเพื่อนมัน คือ เจ้าข้างขวา ดันโดนสุนัขคาบเอาไปเคี้ยวกินแทนอาหารว่าง ทิ้งให้ข้างซ้ายเดียวดาย
ทีนี้เลยไม่อยากทิ้งทั้งหมด ขนาดเบอร์ของมันก็เท่ากัน ยี่ห้อ รุ่นเดียวกัน จะต่างกันที่สีดำกับแดง
เลยเอามาใส่เดินย่ำดินในสนามหญ้า
ผมหันไปมองที่กระจกร้านทำผมที่อยู่ใกล้ๆ เออ...เหมือนโจรโรคจิต มากๆ

พอดีพวกที่ลงจากรถวีออส ลงมา 4 คน
เป็นชายหญิงวัยหกสิบ 1 คู่ เป็นวัยรุ่นหญิงชายอีก 1 คู่
คนขับรถเป็นหญิงวัยหกสิบ ผทขาวไม่ได้ย้อม
เออ...อายุก็เยอะ มากับลูกหรือหลานก็ไม่รู้ แต่ไม่สร้างตัวอย่างดีๆให้เยาวชนเลยยายป้าคนนี้

ผมเลยเดินไปดักทางด้านทางเดินที่จะเข้าตึกของโรงพยาบาล ดูซิว่า พวกมันจะทำหน้ากันอย่างไร
คนเป็นเด็กผู้ชายวัยรุ่นมองเห็นผม ก็คงจำได้ว่า คนแก่ๆที่ยืนดักอยู่ เป็นไอ้บ้าที่เพิ่งชนแขนมันมาเมื่อตะกี้นี่หน่า
เขาเลยกระซิบบอกผู้ชายอีกคน พวกเขาหยุดเดิน แล้วก็เดินย้อนกลับไปทางช่องทางด้านรถเข้า
คงไม่อยากเดินผ่านหน้าผม แต่เดินแบบนั้นมันอ้อมไปไกล แดดก็แรงด้วย คงกลัวคนบ้ามากกว่าแดด

ผมก็เล่นไม่เลิก เพราะอะไรๆมันเข้าทางไปหมด
การแต่งตัว รูปร่างสาระรูปของเราวันนี้ ก็ดูถ่อยเถื่อนได้ระดับอีกด้วย
เขาต้องคิดว่าเราจะมาดักขอเงินค่าทำขวัญแหงมๆ
นี่ถ้าพวกเขา ได้เข้ามาใกล้ๆ ก็จะเจอกับกลิ่นเหงื่อผสมขี้วัวขี้ควาย ได้ความหวาดหวั่นเต็มๆ

ผมเลยรีบเดินตัดถนนไปตรงประตูเข้าตัวตึกของโรงพยาบาลด้านที่พวกนั้นจะต้องเดินผ่านแน่ๆ
พอพวกนั้นเลี้ยวตัดข้ามมุมตึกอีกอันก็ถึงกับผงะ เพราะมองเห็นผมยืนกอดอกอยู่ริมฟุตบาทห่างไป 20 เมตรกว่าๆ
พวกเขาก็รีบจูงมือกันเดินข้ามถนนไปอีกทาง คือไปคนละทางกับโรงพยาบาลเลย
พวกเขาตัดสินใจเดินเข้าไปในโรงอาหาร(ศูนย์อาหาร)ที่ตั้งอยู่นอกบริเวณโรงพยาบาล
สรุปว่าไม่เข้าโรงพยาบาลตอนนี้แน่ๆ หาอะไรกินก่อน เผื่อไอ้คนหิวเงินคนนี้มันจะไปที่อื่น

ผมก็ไม่ยอมจบเสียที เพราะนิสัยส่วนตัวมันชอบแกล้งคน โดยเฉพาะพวกคนโฉดด้วยกันแบบนี้ ชอบมาก
ผมก็เดินข้ามถนนไปที่ฟูดเซ็นเตอร์เหมือนกัน แต่ยืนอยู่ด้านนอก มองว่าพวกนั้นทำอะไร หาที่นั่งตรงไหน
แต่ก็ไว้ฟอร์มเพราะกลัวพวกแม่ค้าจะจับผิดสังเกต เห็นว่าเป็นขอทาน เลยจะพาลมาไล่ผมกันพอดี

อ้า...พวกเขาเลือกที่นั่งโซนทางด้านซ้ายเกือบในสุด ซึ่งมีรั้วลวดหนามกันเป็นกำแพงกับซอยอีกซอยหนึ่ง
พอดีคน 3 คน เดินไปซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มห่างไปไกลเลย
วัยรุ่นสองคนนั้นน่าจะเป็นแฟนกันเพราะเดินตัวติดกันตลอดเวลา
ที่โต๊ะเหลือแต่ยายป้าที่ขับรถชนผมเมื่อตะกี้ นั่งกุมกระเป๋าอยู่คนเดียว
ผมเลยเดินอ้อมไปด้านข้างๆโรงอาหาร
พอดี ก่อนหน้านั้น ยายป้าหันมาเห็นว่าผมมายืนดูแกอยู่นอกโรงอาหาร
แกก็เลยรีบเปลี่ยนที่นั่ง หันหลังให้ทางเข้า หันหน้าไปทางรั่วลวดหนาม จะได้ไม่เห็นหน้าผม
ผมก็เดินไปโผล่ตรงหน้าแก ระยะห่างไม่เกิน 5 เมตร มีรั่วลวดหนามขวางกันความรักของสองเราเท่านั้น
แกตกใจเพราะรู้ว่าผมเป็นใคร (แต่ไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไร) แกสะดุ้งเฮือกเลย
เออ...ถ้าแกหัวใจวาย ผมจะติดคุกหัวโตมั๊ยนี่?

แกมองผม หันซ้าย หันขวา คนที่มาด้วยกับแกกำลังซื้ออาหารอยู่คนละด้านกับแกเลย
ผมก็เอามือขวาล้วงกระเป๋ากางเกงวอร์มด้วยท่าทางกวนสุดๆ
เอาเหรียญสิบบาทออกมา คีบด้วยนิ้วโป้งกับนิ้วชี้
มือซ้ายชี้บอกทางไปทิศที่เป็นลานจอดรถ
เอาสองมือทำท่าเหมือนคนจับพวงมาลัยขับรถ โยกแบบว่าเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา
เอามือซ้ายชี้ที่ข้อศอกขวาของตัวเอง ทำว่าว่าเจ็บ
แล้วก็เอาเหรียญสิบบาทในมือขวาโชว์ให้แกดู
จากนั้นก็เอามากรีดตามแขนซ้าย ให้แกเดาว่า เอ้...ผมจะขูดตัวเองทำไม
แล้วก็ทำท่าขับรถอีกที
แล้วก็ชี้ไปทางลานจอดรถ (เพื่อให้แก่สื่อว่าเกิดอะไรแล้วผมจะไปทำอะไรกับรถใหม่ของแก)
แล้วก็เดินไปทางนั้นอย่างเร็ว
วันนี้รถผมไม่ได้จอดที่ลานจอดรถ เพราะส่งท่านแม่เสร็จ ก็คิดว่าถ้าเข้าที่จอดรถ
ก็ต้องเดินเอาบัตรมาให้ประชาสัมพันธ์แสตมป์อีก เสียเวลาเดิน
เลยจอดรถในซอยที่ติดกับโรงพยาบาล เพราะช่วงเช้าร้านค้ายังไม่เปิด
ผมก็เข้ากระโดเข้ารถปั๊บ ถอดหมวก ถอดแว่น รีบซี่งรถกลับบ้านไปเลย

พอสิบเอ็ดโมง ผมก็ไปโรงพยาบาลอีกรอบ
คราวนี้อาบน้ำแล้ว โกนหนวดโกนเครา หวีผม ผัดแป้ง ฉีดน้ำหอมโปโลแบล็ค
ทาครีมไวท์แทนนิ่ง ใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน(พับแขน) กางเกงสแล็กน้ำตาล
เข็มขัดหนังยี่ห้อแอร์โรว์ รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลจากอิตาลี(ยี่ห้ออาร์โมนี่)
นาฬิกาเรือนสีทอง(ไม่ใช่ทองคำ)สายสีดำ
นิ้วมือก็มีแหวนทองหัวเป็นแป้นสี่เหลี่ยมมีเพชรกระจอกๆวางเรียงสองแถวๆละสี่เม็ด รวมเป็น 8
เดินตัวตรงๆ ช้าๆ มาดผู้ดีอังกฤษ เดินไปแอบมองรถป้ายแดงคันนั้น
อ้าว....ยังอยู่ อิอิ สงสัย เล่นไม่แรงพอ ไม่อย่างนั้นคงต้องมาย้ายที่จอดรถแล้วหละ 555

จากนั้นก็นั่งดื่มชาเย็นอยู่ที่ร้านกาแฟ "แคนคะย่อน" ด้านล่างของตึก
ที่ต้องนั่งจิบเครื่องดื่มเพราะจะได้แสตมป์บัตรจอดรถ
และไม่อยากไปเจอกับสี่คนนั้น เดี๋ยวจะเกิดอารมณ์อยากแกล้งพวกเขาอีก
ผมรอจนคุณนายแม่โทรศัพท์มาบอกว่า แม่ลงมาหน้าตึก ตรงจุดส่งคนไข้แล้ว
แล้วผมก็ขับรถไปรับคุณท่าน จากนั้นก็กลับบ้าน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
สุนัขเห่า ก็เห่าตอบ
งูกัด ก็กัดตอบ
ทำอะไรไร้ความคิดอันรอบคอบ
ได้ความสนุกแต่อาจจะทุกข์สาหัสก็ได้ อิอิ


โดย: zoomzero วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:15:56:47 น.  

 
Mintiva

ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันว่า นานจัง
ระวังนะจะคุยเรื่องเก่าๆที่ค้างไว้ไม่ต่อเนื่อง
แต่ก็ไม่ได้อยากกดดันหรอกนะคุณน้อง คุยๆค้างๆ บ่เป็นหยังดอก
คุยอะไรก็ได้ ไม่คุยก็ได้ ขอแค่คิดถึงกันก็พอ 555

คนอะไรเกิดมาไม่เคยถอนฟัน
แล้วฟันด้านในสุดทั้ง 4 ซีก มันไม่ก่อความวุ่นวายเลยเหรอจ๊ะ
เพื่อนของเฮียที่เป็นหมอฟัน เขาโทรศัพท์มาตามเฮียไปลองวิชาเมื่อตอนที่เรียนจบใหม่ๆ
เฮียก็บ่ายเบี่ยงอยู่หลายปี เพราะเพื่อนคนนี้เป็นผู้หญิงซะด้วย
เลยต้องแอบไปหาหมอฟันก่อน ให้เขาทำความสะอาด ขูดหินปูน ขัดฟันขาว
แล้วค่อยไปหาเพื่อนคนนี้ (ก็ว่า จะได้ไม่ต้องไปรบกวนอะไรเขา)
ก็โดนจับขูดหินปูนจนได้ แต่ไม่คิดเงิน แถมยังพาไปเลี้ยงข้าว เธอเป็นคุณหมอที่ใจดีมากๆ
เสียดายมีแฟนแล้ว ตอนนี้ก็ลูกสองคนแล้ว โตเป็นหนุ่มเป็นสาวหมดแล้วด้วย
เพื่อนคนนี้บอกว่าต้องถอนฟันด้านในให้หมด เพราะว่ามันเป็นส่วนเกิน
เออ...เพิ่งจะรู้ว่าคนเรามีฟันแค่ 28 ซี่ก็พอแล้ว
เฮียก็เชื่อคุณหมอ แต่ไปเอาฟันออกที่โรงพยาบาลอื่น ไม่ยอมให้เพื่อนเห็นน้ำตาชายหนุ่มอย่างเฮียหรอกน่า
ก็แหม ถอนฟันโดยที่มันไม่ปวด ไม่ผุ มันไม่ใช่เรื่องที่ทำใจกันได้ง่ายๆ
เมื่อเอาฟันทั้งสี่ออกไปแล้ว (ต้องไป 2 ครั้งๆละด้านๆละ 2 ซี่ คือ บนและล่าง)
ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยปวดเหงือกหรือเป็นโรคฟันคุด ฟันเก
ทำความสะอาดก็ง่าย ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงเล็กจิ๋วหัวกรวยถูๆก็สะอาด
แต่เมื่อไปแนะนำใคร เขาก็หาว่าบ้า เอ้า...ทำไมมีแต่คนว่าเราบ้าไปซะทุกเรื่อง

ดีนะที่คิดว่าฝันไม่ใช่เรื่องจริง
แต่ของเฮียนี่ซิแย่ ถ้าฝันร้ายทีไร ไม่นานก็เกิดเรื่องทุกที
ขนาดว่าฝันเห็นแม่ค้าขายของร้านปากซอย ซึ่งร้านนี้ไม่ค่อยได้ไปซื้อของเขาเลย
ฝันว่าเขาเดินขาเดี้ยง พออีกเดือน ชีก็เดินตกบันได เข้าเฝือก นั่งหน้าจ๋อยอยู่หน้าร้าน
หรือฝันว่ามีคนมาตัดต้นไม้ในบ้าน พอสิ้นปีมันก็แห้งตายซากไปเลยทั้งต้น
มีแต่ฝันเรื่องหวยนี่แหละไม่เคยแม่น

อ้อ...วันนี้มีแต่คนพูดอยู่ 2 เรื่อง คือ ศพเอเลี่ยนที่รัสเซีย
กับเรื่อง UFO ที่ญี่ปุ่นในวันที่เกิดสึนามิ
ดูแล้วก็ออกแนวแหกตาประมาณ 70-80 %
เพราะคนที่ถ่ายเอาไว้ก็แค่ถ่ายเดี๋ยวเดียว
แต่หากจะบอกว่าไม่เชื่อเลย ก็คงไม่ได้ เพราะมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า มันมีจริง
ซึ่งในวันนี้เรายังไม่ทราบว่ามันคืออะไร

พอตกเย็นก็มีอีกเรื่องคือ ดาวเทียมไทยคม5 เดี่ยง
สงสัยจะมีการปฏิวัติ โห...ช่างคิดได้นะคนไทย
ทั้งๆที่รู้ว่ามันทำไม่ได้ง่ายๆเหมือนสมัยนายกทักษิณอีกแล้ว
ตอนนี้การเมืองแตกขั้วมากมายเสียยิ่งกว่าแง่งต้นกล้วยตานีเสียอีก
มีคนมาอธิบายแล้วว่าดาวเทียมมันป้องกันตัวเองโดยหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์
เพราะว่ามันเกิดปัญหาการควบคุมบางอย่าง
มันโดนโปรแกรมให้ทำแบบนั้นเพื่อที่จะได้ไม่ลอยไปชนดาวเทียมดวงอื่น
นี่อะไรกัน ดูทีวีไม่ได้ ก็หาว่าปฏิวัติ
ทำยังกับว่าจะมีบัฟฟาโล่เอ้ยฮีโร่คนไหนมาแก้ไขเรื่องของแพงกับคอรัปชั่นได้อย่างนั้น

ส่วนเฮียเองอยากคุยเรื่องหนัง 3D ที่เข้าฉายเมื่อสัปดาห์ก่อนในฮ่องกง
เป็นหนังสามมิติเรื่องแรกที่เป็นแนวอีโรติค สร้างด้วยทุนร้อยกว่าล้านบาท
แต่แค่สัปดาห์เดียวเฉพาะที่ฮ่องกงที่เดียวแท้ๆ ได้เงินไปแล้วหกสิบกว่าล้านบาท
วันแรกที่ฉาย โกยเงินไป 2.78 ล้านเหรียญฮ่องกง
สามารถเอาชนะหนัง Avatar ที่เคยมาเปิดตัววันแรกที่ฮ่องกงด้วยตัวเลข 2.63 ล้านเหรียญฮ่องกง
แหม...หนังโป้เดี๋ยวนี้ ผู้หญิงก็ชอบดู คนชาติไหนๆก็ชอบดู เฮียก็ชอบดู
อาหมวยลองหาดูตัวอย่างได้โดยค้นที่คำว่า 3D Sex and Zen : Extreme Ecstasy
ไม่มีฉากแบบนั้นหรอก แต่เป็นฉากที่ให้เห็นว่าทำไมต้องทำเป็น 3D
สาวๆในเรื่องไม่อึ๋มเท่าไหร่ แต่แต่งกายได้น่าดูมาก
เสน่ห์สาวเอเชียไม่ได้อยู่ที่โชว์อก หรือโชว์ช่วงล่าง
แต่อยู่ที่รอยยิ้มและกิริยามากกว่า ชิมิ๊ ชิมิ๊

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:23:57:11 น.  

 



หวัดดีตอนเย็นค่ะ
เรียกว่าเย็นได้หรือยัง แดดยังเปรี้ยงอยู่เลยน๊อ..
มินไม่ได้ลืมเรื่องที่จะเล่าต่อหรอกค่ะ แต่กลัวว่ามันจะยาวอ่ะ
เพราะเวลาคุยไรทีเนี่ย ยิ่งกว่าหนังบุญชูสระระอูอีกอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ก็ มันจริง ๆ นี่ พูดแล้วยังขำไม่หาย เช้ามาเตรียมตัวจะกลับกันแล้วด้วยซ้ำ
ตอนแรกมินก็ไม่ได้เข้าไปหรอก ไปเดินดูของในดิวตี้ฟรีอ่ะ
ซื้อเสร็จแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน เข้าไปหาคุณนายแม่ในนั้น
เลยเรียบร้อยไปอีกเกือบหมดภายในเวลาไม่ถึง 2 ชม.ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

ขำเรื่องที่เฮียทำเหมือนคนสติไม่ดี พวกกล้าแบบบ้าบิ่นอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
กำลังจะถามว่า เค้าจะรู้ไม๊ว่าชนเฮียอ่ะ
หรือว่า เค้าจะซุบซิบ ๆ เพราะเห็นแบบท่าทางไม่น่าไว้วางใจหรือป่าว
โดยธรรมชาติของคนที่ ถ้าขับรถเฉี่ยวคนอ่ะ เค้าไม่น่าจะเลยเราไปแค่นิดเดียว
แล้วเปิดกระจกเอามือมาปรับกระจกนะมินว่า
ถ้าเค้ารู้ว่าชนคน คงรีบเผ่นไปปรับกระจกไกล ๆ มั๊ง
แต่ ก็งงว่า รถป้ายแดง มันต้องมีประกันสิ จะเดือดร้อนอาไรนักหนา ก็เรียกประกันมาก็ได้
ดีนะเป็นเฮีย ถ้าเป็นมิน มาทำให้โมโห ฉุน ๆ แบบนี้ มีหวังเดินเข้าไปทุบหลังกระโปรงรถ
หรือไม่ก็ ไปเคาะกระจกเรียกถามแล้ว แบบนี้

เมื่อก่อน ก็ชอบแกล้งคนเหมือนกันค่ะ มินอ่ะ
แต่หลัง ๆ มานี่ ไม่รู้เป็นเพราะ สว. ขึ้นหรือป่าว
รู้สึกสงสาร แล้วก็ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวเกิดเค้าช๊อคตายขึ้นมา
หรือไม่ก็อารมณ์ชั่ววูบ หยิบปืนยิงเปรี้ยงเราเข้าให้ เป็นเรื่องอีกอ่ะ..
2 วันมานี่ มินไปฟังสวดมาอีกแล้วค่ะ
คราวนี้เป็นเจ้าของบริษัทฯ ที่บริษัทฯ มินไปติดตั้งแก๊สพวก ngv กับ lpg อ่ะค่ะ
เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มินยังเจอเค้ามาเก็บเช็คที่บริษัทฯ อยู่เลย
เค้ามาแวะสวัสดีมินที่ห้อง มินยังถามเลยว่า เอารถมาส่งเหรอ เค้าบอกเปล่าครับพี่ มารับเช็ค
มินยังแซวเลยว่า อ๊ะ..วันนี้ก็รวยแล้วสิ เลี้ยงข้าวพี่ได้สิ
ยังคุยเรื่องนั้น เรื่องนี้กันแบบสนุกสนานอ่ะ
ไม่คิดเลยว่า ผ่านมาแค่อาทิตย์เดียว จันทร์ที่ 18 เค้าก็ไปแล้ว
เห็นลูกน้องเค้าเล่าให้ฟังว่า อากาศมันร้อนมาก ๆ เค้าบ่นปวดหัว
แฟนเค้าก็บอกให้เข้าไปนอนพักใน office อาบน้ำเปิดแอร์เย็น ๆ
เห็นว่าพอนั่งที่โซฟายาว ยังไม่ทันได้ล้มตัวนอนเลยก็หงายหลังไปแล้ว
ลูกสาวคนโตก็นั่งเล่นเน็ทอยู่ในนั้น แต่นึกว่าพ่อนอนหงายไปเพราะนั่งหันหลังให้อ่ะค่ะ
แค่ไม่ถึง 5 นาที ลูกหันมาดูพ่อเพราะเห็นเงียบผิดปกติ
และเห็นพ่อผิดสังเกตุ ลุกมาสะกิดเรียกพ่อก็นิ่งไปแล้ว
เด็กก็ตกใจมาก รีบวิ่งออกมาเรียกคนงาน ก็ไม่ทันกาลแล้วค่ะ
จาก 4 โมงเย็น รีบไปโรงบาล ปั๊มหัวใจกันถึง 5 ทุ่ม
จริง ๆ ไปถึงหมอ หมอก็รู้แล้วว่า ไปแล้ว แต่สงสารแฟนกับครอบครัวเค้าอ่ะค่ะ

มินก็ไปฟังสวดติด ๆ กันมา 2 คืนแล้ว เมื่อคืนบริษัทฯ ก็เป็นเจ้าภาพอ่ะ
ประกาศเรียกมินไปจุดธูป จุดเทียน มินสะดุ้งเลย
ไม่รู้ใครไปบอกเค้าไว้ สงสัยพวกช่างที่บริษัทฯ หรือป่าวก็ไม่รู้อ่ะ
นั่งฟังสวด เห็นลูกเมียเค้าแล้วสงสารสุด ๆ เลยค่ะ
ลูกชายคนเล็กเพิ่ง 5 ขวบเองอ่ะ เนี่ยแหละ...ที่พระท่านบอกไว้ ไม่มีอาไรแน่นอนนอกจากความตายอ่ะ
แต่ โหดร้ายจังสำหรับบางคนอ่ะนะมินว่า
ภรรยาเค้าก็มาคุยกับมินว่า ตอนนี้เค้าเบลอ ๆ มาก ๆ เพราะมันไม่ทันได้ตั้งตัวเลย
และยังคิดอาไรไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตอ่ะ
มินก็ว่า ตอนนี้คุณ...อย่าเพิ่งคิดอาไรเลยนะคะ
เดี๋ยวจะเครียดแล้วเกิดไม่สบายไปอีกคน เด็ก ๆ จะแย่เข้าไปอีก

อืม..เอาเรื่องอาไรมาเล่าให้เฮียฟังก็ไม่รู้
แต่ มินก็เหมือนมีเพื่อนแล้วนั่งคุยให้ฟังอ่ะค่ะ
วันอาทิตย์นี้เค้าก็เผาแล้ว แต่มินไม่อยู่ บอกเค้าไว้แล้วค่ะ
เดี๋ยวคืนนี้อาจจะไปฟังอีกคืนนึง แต่วัดนี้พระลงดึกมากเกือบ 2 ทุ่มแหนะค่ะ

ปล. หายเจ็บข้อศอกหรือยัง หายไว ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 22 เมษายน 2554 เวลา:17:42:41 น.  

 
Mintiva

คิดว่าคุณป้าที่ขับรถชนนั้น น่าจะไม่ทราบว่าชนอะไร
คงได้ยินเสียงดักตึ๊กสั้นๆมากกว่า
แกคงจดจ่อกับรถที่แล่นสวนมาด้านขวาของแกมากกว่า
คนที่นั่งมาทางซ้ายตอนหน้านี่แหละที่รู้ว่าชนคน
เพราะเห็นเขาเอาหัวออกมานอกรถนิดหน่อย
อาจจะคิดว่า เอ้ ก็ไม่เห็นเฮียเป็นอะไร คงจะงงว่าทำไมกระจกพับ
แล้วก็จัดกระจกข้างให้เข้าที่เหมือนเดิม
อาจจะมีคนในรถบอกว่า ไม่เป็นไร ไปได้กระมัง
เฮียเองก็ไม่ได้ทำท่าโอดโอยอะไร แค่หยุดเดิน
เพราะว่ากลัวว่าจะเซ แล้วล้มไป รถคันหลังมันจะคาบเอาหัวกระโหลกไปกินซะนะซี่

เดาเอาว่าคงคิดว่าไม่มีอะไรมาก
หรือไม่ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี เพราะมันไม่ใช่ขับรถชนรถ
อาจจะไม่มีประสบการณ์เลยแล่นต่อไปตามคำบอกของคนในรถ
ทีแรกก็กลัวว่าเขาจะเป็นนักเลงหรือพวกจิ๊กโก๋
แต่เห็นว่าเป็นคนแก่กับคนวัยรุ่นเลยคิดว่าไม่มีอันตราย
อีกอย่างถึงจะอันตราย แต่ไม่ชอบที่แล้งน้ำใจ เลยอยากแกล้ง

สัปดาห์นี้ เฮียก็วิ่งเล่นอยู่ในโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ทุกวัน
มีญาติทางเจ้เจ้าของบ้านเขาผ่าตัดกระดูกหัวเข่า
เรื่องนี้เกิดเมื่อเดือนก่อนโน้น เขาล้มบนทางลาดเอียง หมอบอกว่าแค่กระดูกสะบ้าเคลื่อน
ก็รักษา ใส่เผือก เอ้ย...เฝือก
ใส่ทั้งเฝือกแก่ เฝือกอ่อน
ใช้วอกเกอร์ ไม้หนีบรักแร้ และก็ไม่ค้ำแบบที่ใช้ข้อศอกกับมือยัน (ซื้อมันหมดทุกแบบ)
จนเมื่อสัปดาห์ก่อนก็สามารถเดินได้เป็นปกติ แต่เขาว่า งอขาได้ไม่สุด เลยมาหาหมออีกรอบ
ทีนี้พบว่ากระดูกสะบ้าชิ้นหนึ่งแตกเบียดเอ็นอยู่ เลยต้องเข้าห้องผ่าตัดใหญ่
คราวนี้เจ็บมาก ต้องเอากระดูกผูกกับกระดูก ซึ่งอยู่ในส่วนที่มีการเสียดสีของข้อเข่า
คนไข้ขอมอร์ฟีน ขอบ่อยยิ่งกว่าการใช้ยาของนักร้องร๊อคสตาร์สมัยยุคซิกตี้เสียอีก
ฉีดมอร์ฟีน เช้า สาย บ่าย เย็น ไม่อย่างนั้นนอนไม่ได้
พอหายป่วยคงต้องไปเข้าบำบัดยาเสพติดแน่ๆ
ตอนนี้ยังเดินไม่ได้คล่อง แต่เขย่งเก็งกอยเข้าห้องน้ำได้แล้ว

ญาติๆบอกว่าไม่ต้องกลับบ้าน รอเอาจนกว่าจะหายดีแบบชัวร์ๆ
เขามีประกันตั้งสองสามตัว เบิกได้ แต่ตลกตรงที่แต่ละเจ้าจะเอาแต่ใบเสร็จตัวจริง
ก็มันมีแค่ใบเดียวในโลก มันจะเสกให้เป็น 3 ใบได้อย่างไร
ต้องใช้กำลังภายในโทรศัพท์ไปเฉ่งคนขายประกันถึงจะบอกว่าเอาสำเนาก็ได้
ในมุมมองประกันเขามองว่า เราทำเพื่อให้วงเงินกว้างครอบคลุมเยอะๆ
เป็นการลดภาระ ไม่ได้แปลว่าสามารถเบิกซ้ำซ้อนกันได้

ซึ่งเท่าที่เฮียเคยเรียนมา เขาว่าประกันทรัพย์สิน ก็ให้กลุ่มบริษัทประกันมาช่วยกันจ่าย แบบแชร์กัน
ส่วนประกันที่เกี่ยวกับคน เป็นเรื่องของความทุกข์ของคน
ควรจะให้ค่าสินไหม แยกกันตามเงื่อนไขในกรมธรรม์แต่ละอัน ไม่ใช่เอามาแบ่งกัน
เขาก็ว่ามันหมายถึงการประกันชีวิตไม่ใช่ประกันรักษาพยาบาล เออ..ท่าจะใช่

บางคนทำประกันชีวิตอยู่ดีๆ ตัวแทนก็มาบอกว่าให้เพิ่มเงินเพื่อจะได้ค่ารักษากรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล
แบบว่านอนเดี้ยงไปทำงานไม่ได้หลายๆวัน ประกันก็จ่ายให้
แต่คนๆนั้นดันเข้าโรงพยาบาลแบบเบิกประกันสังคม เลยไม่ได้ใบเสร็จอะไรออกมาเลย
แล้วทีนี้จะเอาอะไรไปเบิกประกัน มันน่าจะมีทางออก จริงมั๊ย?
แต่พวกขายประกันบอกว่า เราต้องแจ้งว่าจะไม่เบิกประกันสังคม
แล้วขอใบเสร็จมา แบบนี้เขาถึงจะจ่ายส่วนนี้ให้
เมื่อตอบมาแบบนี้ ก็เข้าใจ แต่มันแปลกๆนะ
ในเมื่อบริษัทบังคับหักเงินเดือนเราไปทุกเดือน แต่ประกันบอกว่าไม่ต้องไปเบิกจากส่วนนี้
เฮ้อ..อย่างนี้ปีหน้า ก็คงเหลือการทำประกันกับบริษัทเอกชนแค่ที่เดียวก็พอ อีกสองแห่งคงเลิกกันไป
เพราะเคสไอพีดีนี่มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน

คนบ้านโน้น เขาไม่เดือดร้อนเรื่องค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินอะไรนี่เท่าไหร่ เขามีปัญญาจ่าย
เพราะไอ้ที่ว่าเกินๆนี่ มันก็แค่ค่าห้อง ค่าอาหารเครื่องดื่ม ค่ารถพยาบาล
ค่าพยาบาลพิเศษ และค่าอุปกรณ์อื่นๆนิดหน่อย ซึ่งเขาเองก็ยินดีจ่ายเพราะว่ามันพิเศษกว่าชาวบ้าน
คนมีตังค์ เขาไปเที่ยวเมืองนอกสามวันก็ใช้เงินเลยเงินส่วนเกินพวกนี้อยู่แล้ว
ทำไมต้องเอาเงินเบี้ยประกันเหล่านี้ไปเลี้ยงพนักงานบริษัทประกันถึง 3 แห่ง
แถมเวลาจะเบิกต้องไปขอเอกสารอะไรบ้าบอมากมาย
ทำเจ้าเดียว ที่เดียว เวลาด่าก็ด่า (เออ...ปรึกษา) ก็ลงที่คนขายคนเดียวนี่แหละ

เพื่อนเฮียอายุแค่สี่สิบกลางๆ ก็ม่องไปเมื่อสามปีก่อน
ทานข้าวเย็น นั่งดูทีวีบอกว่าตาลาย เลยเข้านอน
ภรรยาก็เข้านอนตอนสี่ทุ่มกว่า ก็ยังได้ยินสามีนอนกรนอยู่เลย
พอตอนเช้าภรรยาตื่นเข้าห้องน้ำตอนตีสี่ ไม่ได้ยินสามีกรนเลยคิดว่าตื่นแล้ว
แต่เรียกก็ไม่ตอบ เขย่าตัวก็ตัวแข็งเย็นเจี๊ยบ เลยตกใจ
โทรศัพท์ตามคนมาช่วยดู กว่าจะมีคนมาดูให้ก็เกือบชั่วโมง
กว่าจะตามรถพยาบาล ก็นานพอดู เลยไม่ทราบว่าเสียชีวิตตอนไหน
เพราะทางโรงพยาบาลก็บอกว่าได้ปั๊มหัวใจหลายทีตอนอยู่ในรถ
หมอบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตก
ตัวภรรยาก็สติแตก
ร้องไห้ ไม่อยากซักว่าตายเมื่อไหร่เวลาไหนหรืออะไร ตายคือตาย
เพื่อนคนนี้มีโปรเจคในมือหลายอย่าง ซึ่งภรรยาไม่สามารถสานงานต่อได้เลย
หลังงานศพ เฮียก็ไม่ได้ติดต่อกับภรรยาเขาเลย
เพราะคิดว่าตัวเราเองยังเอาตัวไม่รอด จะมีปัญญาอะไรไปช่วยเขาได้
แหม...เรานี้ใจดำดีแท้

วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน
พระสวดอภิธรรม มาไว สวดไว กลับไว
ใครมัวแต่รอเลิกงาน ไปแถวนั้นรถติดมาก ไปไม่ทันพระสวด

วัดที่อยู่แถวๆชานเมือง พระสวดศพตามเวลาที่เจ้าภาพอยากให้ลงสวด
หกโมงครึ่งก็ได้ ทุ่มตรงก็ได้ หรือสองทุ่มก็ได้
คนในพื้นที่ ยืดหยุ่นได้ เห็นมาหลายวัดแล้ว

เมื่อสัปดาห์ก่อนเฮียก็ไปเผาศพ
สัปดาห์โน้นก็ไปฟังสวด
แหม...วันนี้มาคุยเรื่องงานศพ
ก็โอเค คุยได้ทุกเรื่อง (ตราบใดที่ไม่คุยทำร้ายจิตใจกัน อิอิ เอ๊ะ ชักงง)

ฟังสวดแล้วก็อย่าลืม อุทิศผลบุญให้ผู้จากไปด้วยนะ
แล้วก็ ดึกๆ ขับวอลโว่เก่าๆกลับบ้านก็ขับดีๆหละ ไม่ต้องใจร้อน

ลป. (ลืมไป) ตอนแรกเจ็บข้อศอกมาก
แต่พออาหมวยถามไถ่ ก็หายเจ็บทันทีทันใด

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 22 เมษายน 2554 เวลา:19:29:30 น.  

 
ใบขับขี่

ต้นไม้ส่วนใหญ่ต้องมีใบ
จะเว้นก็แต่พวกกระบองเพชร (Cactus) กับว่านงาช้าง และพืชอีกไม่กี่ชนิด (รู้มาแค่นี่แหละ)
แล้วใบขับขี่ นี่!! มาจากต้นอะไรหนอ?
คงไม่ใช่ต้นขับขี่ (เหมือนชื่อเพลงของพี่หมู "พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ" หรอกนะ)

ใบขับขี่แบบเก่า


ถ้าอยากจะขับรถ คุณไม่ต้องมีใบขับขี่ก็ได้
ถ้าคิดว่าจะขับเล่นแค่ในบ้านหรือในท้องไร่ท้องนา (เพื่ออวดไอ้ทุย)
แต่ถ้าหากว่าจะขับรถไปบนท้องถนน อันนี้ต้องทำตามกฏหมาย คุณต้องมีใบขับขี่
ตามปกติ ต้องไปขอ ต้องไปสอบ ต้องไปจ่ายค่าทำ
กรณีไม่ปกติ ลูกคนรวยจะไม่ต้องไปให้เหนื่อย แค่เอาเงินไปให้คนเก่งคนหนึ่ง แล้วเขาจะทำให้ทุกอย่าง
สำหรับวันนี้เขามีระบบไฮเทค ซื้อเฉยๆไม่ได้ ต้องไปถ่ายรูปตรงนั้น อย่างไรก็ต้องไปทำที่สำนักงานฯ

ปัจจุบัน, ใบขับขี่ในประเทศไทยมีอยู่หลายชนิด แต่คงไม่มีใครมีใบอนุญาตครบทุกประเภท
เท่าที่ทราบก็น่าจะมีถึง 11 ชนิด เช่น
ใบอนุญาติขับรถชั่วคราว (ซึ่งแบ่งออกเป็น รถยนต์ส่วนตัว, รถสามล้อ, และรถจักรยานยนต์),
ใบอนุญาติขับรถยนต์ส่วนบุคคล,
ใบอนุญาติขับรถยนต์สาธารณะ, ฯ

แล้วใบขับขี่ใบแรกนั้นเขามีมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่ทราบ
ใครเป็นคนแรกที่ได้ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล? ไม่ทราบ
เลขใบขับขี่ใบแรก คือ เลขอะไร? ไม่ทราบ
ต้องบอกเลยว่า ไม่มีใครเขาคิดเรื่องพวกนี้ เขาว่า "ไร้สาระสิ้นดี"
เอ้...แต่ผมสงสัยนะซิ ต้องไปถามใครดีหละ????

เมื่อก่อนจำได้ว่า ถ้าอยากได้ใบขับขี่รถยนต์
ต้องไปทำกับหน่วยงานของตำรวจ น่าจะชื่อว่า กองทะเบียน
เมื่อก่อนตำรวจขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ตำรวจจราจรกับเรื่องยึดใบอนุญาตขับขี่ก็เห็นว่าเข้าคู่กันดี
และวันนี้ไม่มีกรมตำรวจอีกแล้ว ต้องเรียกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นตรงต่อสำนักนายกฯ
แล้ววันนี้ ก็ต้องไม่ได้ไปทำใบขับขี่กันที่สนง.ตำรวจ แน่ๆ
แต่ต้องไปทำที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งขึ้นกับกระทรวงคมนาคม
ทีนี้ก็แปลกดี ตำรวจเป็นหน่วยงานฝ่ายหนึ่ง แต่ทำงานยึดใบอนุญาตที่ออกจากอีกหน่วยงานหนึ่ง
แน่นอนต้องมีการแชร์ข้อมูล และสมัยนี้ก็ต้องพูดว่า ข้อมูลมันออนไลน์ถึงกันหมดแล้ว(มั๊ง)

ก่อนจะมีใบขับขี่ต้องทำอย่างไร?
อย่าตอบว่าต้องมีรถ นั่นมันเรื่องใหญ่เกินไป
คนฐานะดี พ่อแม่ก็มีรถให้ลองหัดขับ
คนจนๆจะทำอย่างไร? แฮ่...มีคำตอบ ก็ไปเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถยนต์ไงครับคุณ
ถ้าอย่างนั้นสิ่งแรกที่ต้องมี ก็คือ เงินค่าเรียน (แล้วเขาคิดอัตราค่าเรียนกันเท่าไหร่?)

เวลาจะไปเรียนขับรถยนต์นั้น ต้องคิดให้ดีก่อนว่าจะเรียนรถแบบไหน
ไม่ใช่ให้เลือกว่าจะหัดขับรถเมล์หรือรถถังหรอกนะหล่อน
แต่หมายถึง ระบบเกียร์ เพราะเดี๋ยวนี้มีอยู่แน่นอนคือ เกียร์ธรรมดา และเกียร์ออโต้
ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะเรียนขับรถแบบ เกียร์ออโต้ เพราะง่าย และไม่ต้องออกแรงมาก ไม่กังวลสับสนมากไป
และรถที่ใช้เกียร์ออโต้ก็มักจะเป็นแบบพวงมาลัยที่มีเพาว์เวอร์ คือ ไม่ต้องโยกด้วยกำลังรุนแรงอะไรหนักหนา
ดังนั้นความลงตัวจึงมาอยู่ที่ เกียร์ออโต้ พวงมาลัยเพาเวอร์
ซึ่งจะส่งผลกับการเลือกซื้อรถของพวกเธอเหล่านี้ในอนาคต
เพราะคนเรียนขับเกียร์ออโต้จะไม่สามารถขับเกียร์ธรรมดาได้ หรือได้ก็ต้องไปฝึกใหม่เสริมอีกหน่อย

แล้วโรงเรียนสอนขับรถแบบไหนถึงจะโอเค คุ้มกับการลงทุน
คำตอบนี้ตอบยาก เพราะว่า ปัจจัยผันแปรมีเยอะหลายตัว
ส่วนใหญ่ครู่ที่สอนจะเป็นพวกโหลยโท่ย ยากที่จะได้คนที่มีจรรยาบรรณอยากสอนกันจริงๆ
เรื่องครูบาอาจารย์เลยต้องวัดดวงหรือไม่ก็อาจจะสอบถามเพื่อนที่เคยไปเรียน
ส่วนคนที่หัดกันเองโดยมีคนใกล้ตัวสอน อันนี้ประหยัด ยืดหยุ่นเรื่องเวลา
แต่ปัญหาคือ คนใกล้ตัวที่ว่าถ้าเป็นคนที่นอนเอาขาเขี่ยกัน มักจะสอนกันไม่สนุกสุขใจ
เผลอๆ บ้านก็จะบรรลัยเพราะใส่อารมณ์กันตอนสอนขับรถยนต์นี่แหละ
จนมีคนเขาบอกว่า สามีภรรยาอย่าพยายามสอนขับรถให้กันเลย ไปจ้างคนอื่นเถอะ!!!
แล้วโรงเรียนสอนขับรถยนต์แบบไหนที่ดูแล้วน่าจะสอนได้เรื่องมากที่สุด
อันดับแรกก็ต้องบอกว่า เป็นโรงเรียนระดับมืออาชีพ เปิดสอนมานาน มีสนามทดลองขนาดใหญ่ คนสอนมีความรู้จริง แต่คนเรียนเยอะ ต่อคิวยาว ใจเย็นหน่อยนะ
อันดับต่อมา คือ พวกที่มีสถานที่ให้ขับรถเป็นบริเวณของตัวเอง เน้นว่าเขาต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์พื้นที่นั้น แต่แน่นอน ค่าเรียนแพง
อันดับถัดไป คือ พาไปหัดขับตามหมู่บ้านเงียบๆ ซึ่งถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่สวยผิดมนุษย์มะนา ก็คิดให้ดีก่อน เพราะเป็นผม ผมก็จะปล้ำคุณแน่นอน 555
อันดับที่ยอดฮิต คือ พาไปขับตามถนนหนทางต่างๆ ซึ่งเป็นของจริงๆนี่แหละ แต่อาจจะเป็นถนนที่รถไม่พลุกพล่าน อันนี้เป็นเร็ว แต่เหงื่อไหลเต็มมือตลอดเวลา
ไม่ว่าจะใช้สนามสอบที่ไหน การฝึกฝนบ่อยที่สุด จะเกิดความชำนาญมากที่สุด

ผมมีน้าชายที่เคยเป็นครูสอนขับรถยนต์ชื่อมงคลเซอร์วิส สมัยหนุ่มๆท่านมีกิ๊กเยอะมาก
ก็เพราะนัดไปสอนนอกสถานที่กับนักเรียนสาวๆ ไม่รู้ว่าสอนกันท่าไหน ถึงได้ไปจูบุ๊จูบ๊ะสนุกสนานกันจนเกินเลย
มันมีอยู่ยุคที่พวกภรรยาน้อย(ของคนมีสี)อยากมีบ้านและมีรถ
เพื่อเอาไว้ประดับการเป็นบ้านเล็ก จึงมีสาวที่เปรี้ยวๆมาเรียนอยู่หลายคน
มีหลายครั้งที่ดันไปยุ่งกับคนมีสามีขี้หึง เกิดการทวงคืนของรักกันบ่อยๆ ทั้งๆที่คุณน้าก็ไม่เคยคบใครจริงจัง
เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นหลายๆครั้ง เจ้านายก็บ่น คนทั้งบริษัทก็ไม่ชอบ ทำให้น้าชายต้องเปลี่ยนงานใหม่
เดี๋ยวนี้ท่านถอดเขี้ยวแล้ว มีลูกตั้ง 2 คน อายุก็ไล่ๆกับผม แถมมีครอบครัวกันแล้ว ท่านเลยกลายเป็นทั้งปู่และตาในเวลาเดียวกัน
ตัวท่านขณะนี้บวชเป็นพระอยู่ที่บ้านเกิดของท่าน ท่านคงอยากสร้างกุศลชดใช้อะไรบางอย่าง ไม่แน่ใจว่าท่านมรณภาพหรือยัง (ไม่ได้ติดต่อกันนานมาก)
ส่วนโรงเรียนสอนขับรถมงคลเซอร์วิส นั้นผู้ก่อตั้งคือ อาจารย์ ดร.ณรงค์ มงคลวนิช (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)
คนนี้คือคนๆเดียวกันกับที่เป็นคนก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคนิคสยาม หรือในอดีตชื่อว่า รร.เทคโนโลยีสยาม (ช่างกลสยาม)

จำเป็นต้องเลือกรถในการเรียนหัดขับหรือไม่?
คำตอบคือ จำเป็นต้องเลือก
รถควรอยู่ในสภาพกลางเก่า กลางผุพัง ไม่ใช่เน่าจนหนูไม่อยากมาวิ่งเล่น
เครื่องยนต์ต้องสตาร์ทติดง่าย พวงมาลัยเบามือ
กระจกมองข้างถ้าปรับด้วยไฟฟ้าก็ยิ่งดีจะได้นั่งหามุมให้ชัดที่สุด
แอร์ควรจะเย็นพอสมควร เพราะถ้าต้องให้เราเอากระจกลง เราก็ต้องการแอร์มากกว่าเดิม
ไม่เช่นนั้น เวลาเหงื่อออกมากๆ คุณจะไม่สวยไม่หล่อ ความมั่นใจจะหายไป (เกี่ยวกันมั๊ย)
ถ้าเป็นรถที่สร้างมาเพื่อสอน เขาจะดัดแปลงให้มีแป้นเบรคอีกอันอยู่ด้านครูที่สอน ถ้าเราไม่เบรค ครูจะเบรคให้เอง

โรงเรียนสอนขับรถที่ได้มาตรฐานจะพาเราไปสอบใบขับขี่
จะช่วยเรื่องเตรียมเอกสาร และตำราเพื่อเข้าสอบข้อเขียน
นอกจากนั้นก็จะแนะนำขั้นตอนในการยื่นเอกสาร
บางแห่งเอารถมาให้สอบฟรี ไม่ต้องเช่าของกรมการขนส่ง
ครูจะมาช่วยอธิบายเรื่องสนามสอบ
การถอย การจอด การขับ การหยุด จุดตรวจให้คะแนน
และถ้าสอบตก ก็จะพามาสอบใหม่ หรือพาไปทำอะไรที่ทำให้ได้ใบขับขี่ในวันนั้น
ของฟรีไม่มีในโลก!!!

อัตราค่าเรียนขับรถยนต์ จะอยู่ที่ชั่วโมงละ 300 บาท โดยส่วนใหญ่จะบอกว่า
ให้มาเรียนแค่วันละชั่วโมง เพียง 4 ครั้ง (1,200 บาท) ก็ออกถนนใหญ่ได้แล้ว
แต่จริงๆก็อาจจะเรียนกันประมาณ 10 ชั่วโมง หรืออาจจะเหมาจนสอบได้ไปเลย
ทางที่ดีเลือกเอาแบบรายชั่วโมงดีกว่า มาเมื่อไหร่ก็ได้ (ส่วนใหญ่เขาจะบังคับให้จ่าย 4 ชั่วโมงแรกก่อน)
สำหรับโรงเรียนที่ได้มาตรฐานจะมีรถสมัยใหม่ให้ขับ และมักจะเน้นคันเล็ก เช่น Jazz, City, Yaris, ...ฯ
ถ้าไปเจอรถโบราณ ก็อย่าไปเรียนที่นั้นเลย
สำหรับครูที่จะมาสอนขับรถยนต์ ปัจจุบันจะเป็นครูผู้หญิงมากกว่าครูผู้ชาย
ทั้งนี้เพราะผู้หญิงก็อยากได้ครูเพศเดียวกัน ส่วนผู้ชายก็ดันอยากได้ครูผู้หญิง
เว้นผู้ชายนิสัยแต๋วก็อาจจะอยากได้ครูผู้ชาย โอ้ยซ์ อะไรกันนักกันหนา???
ดังนั้นถ้าอยากได้ครูผู้หญิงก็ให้สอบถามให้แน่นอนก่อนจ่ายเงิน

รูปนี้ได้มาจากเว็บของโรงเรียน SR สอนขับรถยนต์ เทพารักษ์ (สมุทรปราการ)



สำหรับคนที่ไปสอบทำใบขับขี่
ถ้าเป็นมือใหม่หัดขับ เมื่อสอบผ่าน ก็จะได้ใบขับขี่ชั่วคราว หรือแบบอายุ 1 ปี
เมื่อใกล้จะครบ ก็ต้องไปทำเรื่องเปลี่ยนใบใหม่ คราวนี้จะมีอายุใช้งานนานถึง 5 ปี
สมัยก่อนเขาให้สิทธิ์เลือกว่า จะเอาแบบ ปีต่อปี หรือแบบ ตลอดชีพ
จำได้ว่าสมัยนั้นค่าทำใบขับขี่ตลอดชีพประมาณพันบาทหรืออาจจะมากกว่านั้นนิดหน่อย
เมื่อเทียบเงินในวันนั้นกับวันนี้ ก็ถือว่ามีมูลค่ามากพอประมาณ
แต่ก็คุ้ม เพราะไม่ต้องไปเสียเวลาต่อใหม่ทุกปีๆ

หน้าตาใบขับขี่แบบใหม่ เป็นแบบนี้


กรณีที่คุณมีใบขับขี่แบบเก่าที่เป็นแบบตลอดชีพ
จะเห็นว่าหน้าตาปัจจุบันของคุณนั้นสวยกว่าในอดีตชาติมากๆ
หรือในทางกลับกัน หน้าตาตอนวัยรุ่นของคุณมันดูดีจนตำรวจสงสัยว่าใครอยู่ในรูป
และมีอีกหลายคนที่ใบขับขี่เน่าหรือยับเยินเกินกว่าจะยอมรับได้ว่ามันคือตัวแทนของคุณ
ทางเลือกใหม่ คือ ไปทำใหม่
ไปทำที่ไหน คำตอบคือ ที่ๆเขาทำใบขับขี่ใหม่ ซึ่งก็คือกรมการขนส่งสาขาต่างๆ
ใครถือใบขับขี่แบบไหนก็จะได้ของใหม่เป็นแบบนั้น
เพราะระเบียบเขาให้สิทธิ์ตามสิทธิ์เดิมเท่านั้น
ไม่ใช่ว่าของเดิมเป็นแบบปีต่อปี แล้วจะมาเอาแบบตลอดชีพ
ผมเดาว่า ถ้าของเดิมเป็นแบบปีต่อปี ของใหม่ก็จะได้ปีเดียว หรืออาจจะเป็นแบบ 5 ปี (อันนี้ไม่ทราบจริงๆ)

ต้องเตรียมอะไรสำหรับกรณีเปลี่ยนใบขับขี่แบบเก่าเป็นแบบใหม่
อันนี้ต้องขอบอกว่า เราจะคุยกันในกรณี ใบขับขี่ตลอดชีพ นะครับ เพราะรู้มาแค่แบบนี้เท่านั้น
อย่างนั้นก็มาเตรียมของกัน ซึ่งได้แก่
สำเนาบัตรประชาชน กับ สำเนาใบขับขี่ของเดิม (ของจริงก็ต้องเอาไปให้หมด เผื่อต้องถ่ายเอกสารใหม่)
ไม่ต้องเตรียมรูปถ่าย เพราะเขาจะถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล เหมือนทำบัตรประชาชนแบบฝังชิ๊พ
และไม่ต้องเตรียมใบรับรองแพทย์ แต่ต้องเตรียมเงิน 205 บาท
หากว่าตอนนี้ข้อมูลของคุณกลายเป็น นาง ซึ่งเมื่อก่อนเป็น นางสาว และนามสกุลก็เปลี่ยนตามพ่อของลูก
อันนี้ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ เสียค่าธรรมเนียม 50 บาท

เห็นเขาว่าทางกรมการขนส่งจะคืนใบขับขี่แบบเก่าของเดิมของคุณให้กลับมา แต่จะเจาะให้เป็นรูโบ๋หนึ่งรู
สำหรับคนที่ต้องการเก็บใบขับขี่เก่าเอาไว้อย่างแรง และกลัวว่ากรมการขนส่งจะยึดของเก่าเอาไปทำลายทิ้ง
ก็มีทางเลี่ยงคือ ไปแจ้งว่าหาย ซึ่งเป็นความผิด แต่เป็นความคิดที่ดี และไม่ต้องไปแจ้งความให้เสียเวลา
แค่ไปบอกว่าหาย ก็ทำใหม่ได้เลย แต่ควรจะมีสำเนาของเก่าเอาไปด้วย
เรื่องนี้ถ้าใครทำ ก็นับมาเป็นสาวกของพวกคนโฉด แต่อย่าให้โดนตำรวจจับได้ว่าพก 2 ใบ มิเช่นนั้นงานเข้า



โดย: zoomzero วันที่: 22 เมษายน 2554 เวลา:22:50:42 น.  

 



ขอนอนพักก่อนนะคะ
เหนื่อยจัง 2-3 วันนี้ ตะลอน ๆ ไม่ได้หยุดเลยค่ะ
goodnight นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 24 เมษายน 2554 เวลา:18:22:48 น.  

 
วอสอง วอสาม วอสี่
รับทราบขอรับกระผม

ขอให้นอนหลับฝันดีเห็นเงินหมื่น
พอตื่นได้เห็นเงินแสน

ฝนจาตกเลี้ยว อย่าลืมปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย
เมื่อวานก็ตกหนัก ต้นกล้วยล้มไปหนึ่งต้น
ออกเครือแล้วด้วย เลยได้กินแต่หัวปลี

GoodNight Kizz Kizz


โดย: zoomzero วันที่: 24 เมษายน 2554 เวลา:18:44:30 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ในวันที่ฝนฉ่ำฟ้าแต่เช้าค่ะ
เจ๊าะแจ๊ะ มาจาก office ค่ะ
ไม่อยากออกไปไหนเลย
แต่ มันคงเป็นไปไม่ได้อ่ะนะคะ อิอิ
เพราะบ่ายมีประชุมที่ ปตท. อ่ะ
อยากเบี้ยวจังเลยค่ะ เฮ๊อ
รักษาร่างกายให้อบอุ่น นะคะ
เดี๋ยวไม่สบายจ้า kizz back จ้า..


โดย: มินทิวา วันที่: 25 เมษายน 2554 เวลา:10:20:33 น.  

 
Mintiva

เอ๊ะ! รูปข้างบนนี้ รูปอะไรเอ่ย
ฝนตกหยิมๆ ยายฉิมออกไปเก็บเห็ด หรืออย่างไร?

ฝนตกช่วงเช้าๆนี่ น่านอนต่อยาวๆจังเลย
เมื่อเช้าตื่นมาตอนหกโมง ฟ้ายังมืดตื๋ออยู่เลย
อากาศกำลังดี อยากตื่นมาห่มผ้าให้ใครบางคน
เอ้..แต่ไม่เอาดีกว่า จำได้ว่าผ้าห่มเขาราคาแพง เดี๋ยวจะไปทำของเขาเสียหาย 555

วันนี้เป็นวันที่นัดเขามาฉีดปลวก
อันดับแรกก็ต้องขับไล่ไสส่งให้สมาชิกในบ้านออกไปทำกิจกรรมข้างนอกให้หมด
แล้วก็ต้องย้ายข้าวของที่วางอยู่ริมกำแพงออกให้หมด
จากนั้นก็ต้องไปปัดกวาดฝุ่น ถูพื้นเพราะมิเช่นนั้นน้ำยามันจะผสมฝุ่นแล้วทำความสะอาดยาก
แล้วก็มานั่งรอบริษัทกำจัดปลวก
ฝนก็ลงเม็ดไม่ยอมขาดสาย
เลยเวลานัด ยังไม่โผล่มาเลยสักคน
โทรศัพท์ไปถาม เจ้าของบริษัทบอกว่าลูกน้องออกไปนานแล้ว
นั่งกินชามะลิกับคุ๊กกี้เอสแอนด์พี รออีกครึ่งชั่วโมง
มีคนโทรศัพท์มาถามว่ามีคนอยู่บ้านหรือเปล่า เขาบอกว่าจะนัดเข้ามาฉีดปลวกวันนี้ ว่างหรือเปล่า?
อ้าว...ก็เจ้านายแกบอกว่าจ่ายงานแล้ว พวกแกกำลังมา ใกล้จะถึง ยังจะมาถามอะไรอีก
นี่แปลว่าเพิ่งเสร็จจากลูกค้ารายหนึ่ง และกำลังจะมาหาเราเป็นรายต่อไป
เมื่อสัปดาห์ก่อนที่โทรศัพท์ไปนัด ก็บอกแล้วว่าขอเป็นคิวแรกของวัน ก็เห็นว่ารับปาก ครับๆๆๆ
โอ้ย...ขนาดยุคนี้มีมือถือ ยังคุยกันไม่ค่อยจะเคลียร์
เฮียเลยบอกให้พวกเขา รีบมาด่วน
กว่าจะฉีดครบทุกหลัง ต้องเดินผ่านละอองฝนอยู่นาน (ฉีดรอบๆบ้านด้วย) สงสัยคืนนี้จะเป็นหวัดแน่ๆเลย
พอมาฉีดที่ครัว ว๊าย...เจอทางเดินของปลวกเป็นทางยาวมาจากเพดานลงมาถึงพื้น
เลยต้องเจาะฝ้า (เพราะเป็นแบบติดตาย) พ่นน้ำยา
และเปิดรูสกรูที่พื้น (เจาะเอาไว้ เอาฝาเกลียวทองเหลืองอุดเอาไว้) เพื่ออัดน้ำยาลงพื้น
วันนี้เลยเหม็นกลิ่นน้ำยาฉีดปลวกมากกว่าวันอื่นๆ
นี่แหละหนา ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
จ้างเขาเอายาพิษมาให้ปลวกดม ตอนนี้เราก็ดมร่วมกับปลวกไปด้วย
กรรม!!!

รู้สึกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา อาหมวยจะเนือยๆและอ่อนล้า (จริงปะ?)
หาอะไรบำรุงร่างกายบ้างนะ
คนเรา บางที เหนื่อยข้างนอกก็ไม่เท่ากับเหนื่อยข้างใน
และการป่วยใจมันแย่กว่าป่วยกาย

คิดว่าตอนเย็นวันนี้รถคงติดน่าดู
เพราะคนไปทำงานสาย เลยอยากกลับบ้านเร็วด้วยกันทุกคน
ใช้รถใช้ถนน ใจเย็นๆนะจ๊ะ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 25 เมษายน 2554 เวลา:15:20:29 น.  

 




มาอีกรอบ ด้วยความคิดถึงค่ะ อิอิ
วันนี้ มินโดดกลับออกมาก่อนเลยค่ะ
เรื่องที่เกี่ยวกับบริษัทฯ มินประชุมเสร็จ 3 โมงกว่า ๆ
พอเห็นว่า โหมดต่อไปเป็นเรื่องของคนอื่นแล้ว
มินเลยขอโทษ และขอตัวเค้า กลับมาก่อน
อ้างว่า พอดีต้องไปที่อื่นอีก แต่ ป่าวหรอกค่ะ
เผ่นแนบ กลับบ้านเลย เพราะกลัวรถติดอ่ะนะ

หุ หุ ผิดคาดแฮะ ซิ่งขึ้นทางด่วนมา
ถึงบ้านแค่ 4 โมงยังไม่ครึ่งเลยค่ะ
ทำโน่น ทำนี่ เล่นกับไอ้เจ้าเหมียวพักนึง ขึ้นบ้าน
ตุนของมาไว้เจี๊ยะหน้าคอมพ์แล้ว
ว่าจะไม่ลงไปข้างล่างแล้ว ปิดบ้าน ปิดประตูเรียบร้อย

มินกำลังคิดว่า จะย้ายคอมพ์เข้าไปไว้ในห้องนอนเลยดีไม๊เนี่ย
จะได้ฝังตัว ล๊อคห้องอยู่ในนั้นเลยค่ะ
ทุกวันนี้ คอมพ์มันอยู่ที่ส่วนพักผ่อนชั้นบนอ่ะค่ะ
คือ มินต้องออกมาจากห้องนอน มานั่งเล่นที่โถงเนี่ย
คือ สมัยก่อน ตอนที่หลานมาเรียนธรรมศาสตร์อ่ะ เค้าก็ใช้คอมพ์ด้วย
เอาไว้ในห้องนอนมิน มันไม่สะดวก และสายโทรศัพท์ก็อยู่ข้างนอกนี่ด้วย

เอ..หรือว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ป่าวก็ไม่รู้ค่ะเฮีย
ถ้าต้องย้ายสายโทรศัพท์ หรือ เดินสายใหม่อ่ะ
แล้วอีกอย่าง มินเป็นคนไม่ชอบเอาอาไรไปทานในห้องนอนด้วย
เพราะมันเปิดแอร์ เดี๋ยวมีกลิ่นกับข้าว หรือพวกอาหารคาวอ่ะค่ะ
คอมพ์อยู่ตรงนี้ก็ดีอย่างนึง เวลาที่มินอยู่บ้านและใช้คอมพ์อ่ะ
มินขนนู่น ขนนี่ มาทานตรงหน้าคอมพ์ ทานไปด้วย เล่นไปด้วย
ทานเสร็จก็เอาลงไปล้างจานข้างล่าง ขยันก็ล้างเลย ขี้เกียจก็ใส่ซิ๊งค์แช่ไว้ก่อนอ่ะ

ช่วงนี้ เฮียว่ามินเนือย ๆ เหรอ คะ
ไม่เนือย ไม่เหนื่อยได้ไง วันเสาร์ไปพัทยา
สาย ๆ วันอาทิตย์กลับแล้ว เหนื่อยชะมัด

พูดถึงฉีดปลวก มินไม่ได้ต่อสัญญามา 2 ปีแล้วค่ะ
เพราะเบื่อแบบนี้แหละ นัดกันแล้วก็ไม่มา
มา ก็ไม่ตรงเวลา มินไม่ได้มีเวลาอยู่บ้านคอยเค้านี่นา
ต่อสัญญาทีนึงก็เกือบหมื่น บอกมาฉีดทุกเดือน
ทั้งปีมาฉีดไม่เกิน 6 ครั้ง ช่างมันเหอะ ...
แต่ มินไม่เคยเห็นปลวกที่บ้านเลยนะคะ
หรือ ไอ้พวกเนี๊ย มันไม่ออกมาให้คนเห็นคะ

ฮ่า ๆ ๆ ไม่ต้องกลัวข้าวของเสียหายหรอกค่ะ
พังก็ซื้อใหม่สิ ไม่งั๊น เดี๋ยวโรงงานเค้าก็เจ๊งสิคะ
ซื้อผ้าห่มทีนึง ใช้ไป 20 ปีเนี่ยอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ไอ้เจ้าของปีกัสโซ่มันร้อง..เจ๊ง ๆ ๆ แน่ เจอลูกค้าแบบเราอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

น้ำหนักมินขึ้นมาโลนึงแล้ว ชักเอนจอยกับเรื่องกินเหมือนเดิมแล้วค่ะ
ไม่ได้ ไม่ได้ ต้องฝืน ใจแข็งหน่อย
เมื่อวันเสาร์ก็ตบะแตกกับซีฟู๊ดไปทีนึงแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
นอนหลับฝันดีนะคะ ..


โดย: มินทิวา วันที่: 25 เมษายน 2554 เวลา:17:50:08 น.  

 
Mintiva

แหม...ชิ่งกลับบ้านได้ไวปานวอกเลยนะอาหมวย
เขาว่าคนเราเริ่มแก่ ก็ตอนที่เวลาเลิกงานแล้วไม่อยากนั่งอยู่ที่ทำงานนี่แหละ
แต่ก็มีพวกหนุ่มๆสาวๆ ที่ก็รีบออกจากอ๊อฟฟิซก็มี แต่ออกไปเพื่อหาที่กินที่เที่ยวกันต่างหาก
สมัยที่เป็นหนุ่มน้อยไฟแรง พอหมด working hour ก็คือเวลาที่เฮียถึงจะได้ทำงานของตัวเองจริงๆ
เพราะตอนกลางวัน มีกิจกรรมทำโน่นทำนี่ทำนั่น เลอะเทอะเฟอะฟะไปหมด
ตกเย็นนี่แหละถึงจะเห็นว่างานเอกสารกองท่วมหัว ถ้าไม่รีบเคลียร์ พรุ่งนี้ก็จะไม่มีคนวิ่งงานให้
สิ่งที่เกลียดที่สุดคือ อยู่เย็นแล้วไม่มีแอร์ เพราะลืมทำเรื่องขอแอร์จากส่วนกลาง
พัดลมก็ไม่มี ต้องเปิดหน้าต่างเอา เปิดกว้างมากๆก็ไม่ได้กระดาษปลิวอีก ต้องแง้มนิดๆ
พอตอนเช้าก็โดนแม่บ้านมาต่อว่า เพราะตอนกลางคืนลืมปิดหน้าต่างคืนให้เขา
โอทีก็เบิกไม่ได้ ทำงานก็เกินแปดชั่วโมง ร้อนก็ร้อน แถมยังโดนแม่บ้านโวยวายอีก สนุกไปอีกแบบ

เรื่องย้ายคอมฯเข้าห้องนอน
เฮียขอแสล๋นแปร๋นออกความเห็นนิดหน่อย
เฮียว่าอาหมวยกลั้นใจออกแล้วไปหาซื้อโน๊ตบุ๊คหรือเน็ทบุ๊คอันเล็กๆมาใช้ส่วนตัวสักเครื่อง
เอาแบบผ่อนยาวๆไร้ดอกเบี้ยผ่านบัตรเครดิตก็ได้นี่หน่า หรือจะรอตอนโบนัสออก
ส่วนระบบ internet ก็ทำให้เป็น wireless ซะ โดยซื้อกล่องส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ทแบบไร้สาย
แค่เอาสายโทรศัพท์ต่อใส่กล่องนี้แล้วเอาสายLAN ต่อเข้าเครื่องคอมฯตัวเก่า
เอาแผ่น disk ใส่ กดตัวเลือก install เครื่องมันก็จะทำงานของมันเองจนจบ
ทีนี้เอาโน๊ตบุ๊คไปนั่งเล่นที่ไหนก็ได้ บนบ้านหรือชั้นล่างก็ได้ หรือในห้องส้วมก็ยังไหวเลย
ฟังดูอาจจะยากไปหน่อย แต่ถ้าทำได้แล้วมันสบายมาก
ขนาดที่ว่าเอาเครื่องคอมฯแบบตั้งโต๊ะอีกตัวมาเพิ่ม ไม่ต้องต่อสายโทรศัพท์หรือLAN ให้วุ่นวาย
เขามีการ์ด wireless LAN ขาย แค่เอามาเสียบกับช่อง USB ของคอมฯตัวใหม่ ก็เล่นเน็ทได้ทันที

ปลวกนี่ เมื่อก่อนก็ไม่ได้ใช้บริการ
แต่พอบ้านข้างๆเขาฉีดกันซ้ายขวาหน้าหลัง
ปลวกมันก็เลยบุกบ้าน แถมมันมาแบบเงียบๆ
พอวันดีคืนร้ายเห็นทางเดินของมันบนกำแพง
ก็แปลว่ามีไม้หรือกระดาษโดนพวกมันกินอร่อยไปแล้ว
สำหรับเฮียผลพลอยได้จากการฉีดปลวกก็คือ
ที่บ้านจะไม่มีแมลงสาบ มด และแมลงร้ายๆก็ไม่มี
หลังจากฉีดปลวกได้ประมาณสามสี่วัน จะมีพวกกิ้งกือ หรือตะขาบ มานอนตาย
อาจจะดูว่าทำบาปกันจังบ้านนี้ แต่พอคิดว่าตะขาบจะทำร้ายคนในบ้าน
ก็คิดว่าป้องกันเอาไว้ก่อน ยิ่งหน้าฝนแล้ว สัตว์เลื้อยคลานชอบมาแอบตรงประตูบ้าน
ปัญหาการเรื่องการตรงต่อเวลา เฮียว่าไม่ว่าบริการอะไรของคนชาติเรานี่ เหมือนกันหมด
ไม่เคยตรงเวลาเลย จะตรงก็ต่อเมื่อมีเรื่องเก็บเงินเข้ามายุ่งเกี่ยว แบบนี้บริการดีจริงๆ

ดีแล้วที่น้ำหนักขึ้น
เวลาใส่เสื้อเอวลอย จะได้มีห่วงยางให้เฮียดูไง 555

GoodNight and Smack on your cheek

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 25 เมษายน 2554 เวลา:22:43:17 น.  

 



good morning ค่ะเฮีย
fresh feeling แต่เช้าเลยค่ะวันนี้
ขนาดเมื่อคืนนอนดึกนะ
นอนไปแล้ว เพื่อนโทรมาคุย ตาสว่าง
กลับมาเปิดคอมพ์อีกรอบนึงอ่ะค่ะ อิ อิ

มินมีโน๊ตบุ๊คอยู่แล้วค่ะ
แต่ มินไม่ค่อยใช้อ่ะ ส่วนใหญ่เวลาไปต่างจังหวัดถึงใช้ค่ะ
มินไม่ค่อยถนัดกับมันเหมือนคอมพ์ตู้อ่ะ
สีสรรก็สวยกว่าตั้งเยอะ แล้วไม่ชอบใช้มือแทนเม๊าวส์ด้วยค่ะ

อืม..จริง ๆ ด้วย สมัยก่อนที่ฉีดปลวกอ่ะ
มีพวกไม่ได้รับเชิญแบบที่เฮียว่า มาปรากฏตัวอื้อเลย
ที่น่าสลดที่สุดกว่าไอ้พวกนั้นคือ
มินไม่กล้าไปเก็บกวาด dead body ของมันค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ต้องเรียกแม่บ้านข้าง ๆ มาทำความสะอาดทุกที
กลัวแม้กระทั่งเวลาที่มัน dead ไปแล้วอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 26 เมษายน 2554 เวลา:5:46:37 น.  

 
Mintiva

อะ อะ อะ ห้า ห้า ห้า 5 5 5

คนสาวมากๆมีปัญหากับเม้าส์บนแป้นโน๊ตบุ๊ค
อิอิ ไม่ต้องกังวลเลย ปัญหานี้ใครๆก็เป็นกันหมด
ทางแก้ไขคือ เม้าส์ไร้สาย (Cordless Mouse) ราคาประมาณ 600-950 บาท

มันจะมีตัวลูกเป็นก้อน USB เล็กๆ เอาไปเสียบกับช่อง USB ของโน๊ตบุ๊ค ทำงานแทนสายไฟสัญญาณ
กรณีที่ใช้โน๊ตบุ๊คเก่าๆที่ไม่ค่อยจะมีช่อง USB หลายอัน


เขาก็มีตัวพ่วงขยายพอร์ทของ USB จาก 1 เป็น 4 ราคาประมาณ 200 บาท
แค่เสียบเข้าช่อง USB มันก็จะทำงานเหมือนปลั๊กพ่วง
ส่วนเม้าส์ไร้สาย ที่ตัวเมาส์จะใส่ถ่านขนาด AA จำนวนหนึ่งก้อนบ้าง สองก้อนบ้าง
ปัจจุบันนิยมรุ่นใส่ถ่านก้อนเดียว เพราะขนาดเล็กและไม่สิ้นเปลืองค่าถ่าน
เมื่อเสียบUSB ของเม้าส์เข้ากับโน๊ตบุ๊ค (หรือคอมฯตู้) เจ้าเม้าส์ไร้สายก็ใช้งานได้เลย
มันจะเป็นเม้าส์แบบเลเซอร์ ต้องมีกระดานหรือกระดาษรอง
ของเฮียใช้ได้ทุกที่ (หมายถึงเม้าส์ อย่าอ่านแล้วคิดมาก 555)
ไม่จำเป็นต้องหาอะไรมารอง ขนาดผ้าปูที่นอนเก่าๆที่ใช้อยู่ก็เลื่อนเคอร์เซอร์ได้สบายๆ
สำหรับเรื่องราวของโน๊ตบุ๊คหนึ่งตัวนั้น มีเรื่องให้โม้อีกเยอะแยะมากมาย
เอ้าไว้ถ้าอาหมวยอยากเข้าโหมด notebook เมื่อไหร่ก็บอกกันได้ อิอิ

อือ...เรื่องซากศพสัตว์ประหลาดหลังการฉีดปลวก
นี่ก็เป็นเรื่องรบกวนทั้งร่างกายและจิตใจเหมือนกันจริงๆด้วย
คือถ้าเขาไปตายนอกบ้านก็ไม่เป็นไร ไม่เจอก็แล้วไป
ถ้าเจอก็เอาไม้กวาด กวาดใส่ที่โกยขยะ แล้วเอาไปทิ้งในถังขยะหน้าบ้าน
แต่พี่ตะขาบนี้ทรหดอดทนน่าดู ต้องมาดิ้นกระแด่วๆให้ดูในครัว ในห้องดูทีวี หรือห้องซักผ้า
เหมือนกับว่าจะมาบอกว่า ฉันขอจองเวรแกนะไอ้เหม็งพุงดำ แล้วก็ค่อยสิ้นใจ
ไม่เป็นไร ฉันแค่คนจ้างวานฆ่า แต่เจ้าบริษัทกำจัดปลวกนี่ต่างหากที่ฉันขอโบ้ยให้รับกรรมมากกว่าฉัน หุหุ

วันนี้ตื่นมาไม่ happy
เพราะเมื่อวานจอดรถใต้ต้นไม้ ต้นอะไรไม่รู้ ดอกร่วงเต็มกระจกหน้ากระจกหลัง
ต้องเอาน้ำฉีดแรงๆอยู่ตั้งนานกว่าจะไหลลอยตามน้ำออกไปหมด

อาหมวยครับ อาหมวยเคยเป็นแบบนี้มั๊ย
อยู่ๆมันก็เหมือนกับว่าโชคมันลอยมาหาเรา (เดาว่าเพราะเราเป็นคนดี)
อย่างเมื่อวาน ต้องเอารถไปจอดที่ตึกจอดรถของโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์
ซึ่งเป็นตึกที่สร้างได้ห่วยมาก ทางขึ้นชันและหักมุม ในจุดที่มืดมิดสนิทแนบ
และก็เจอกับระบบตีเส้นช่องจอดรถของคนปัญญาสูง
คือเอาไม้บรรทัดมาวัดว่ารถยนต์มันควรจะกว้างเท่าไหร่
แล้วก็บวกเข้าไปอีก 30 ซม. จากนั้นก็ตีเส้นเรียงกันไป
ในทางปฏิบัติ คนจะออกจากรถได้ต้องเปิดประตู
อย่างน้อยมุมที่เปิดออกมันต้องกินพื้นที่ประมาณ 50 ซม.
แล้วหนุ่มน้อยหุ่นคิงคองพาต้าอย่างเฮีย มีปัญหาแน่นอนตอนเข้าออกจากรถ
เลยไม่ชอบการจอดรถบนตึกนี้จริงๆ
พอมาเมื่อวาน ตอนที่แล่นรถผ่านหน้าตึก
เกิดมีรถยนต์ออกมาจากโซนจอดรถหน้าตึกพอดี 1 คัน
ซึ่งร้อยปีพันวันมันไม่มีทางมีที่วาง เพราะโซนนั้นจอดรถได้ประมาณ 40-50 คัน
และทางเข้าก็มี 2 ทาง โซนจอดรถด้านติดถนนจึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนๆละ 20 กว่าคัน
เฮียเห็นว่ามีรถออก เฮียก็แล่นเข้าไปเสียบต่อทันที
คิดเอาไว้ว่า วันนี้ตอนกลับ เดินไม่ไกล และไม่ต้องวนรถออกมาหลายๆชั้นด้วย
แต่เมื่อวานเกิดฝนตกตอนจะกลับ เข้าไปเอารถมาขับไม่ได้
ต้องรอให้พายุฝนซาเสียก่อน รอไปเหอะเกือบ 30 นาที
พอไปถึงมันก็มืดๆเลยไม่ได้ดูอะไร ก็เอารถมารับเจ้กับลูกสาวของเขา
ทีนี้เมื่อตอนเช้าถึงทราบว่า ต้นไม้ที่เอารถไปจอดเขามีดอกมีเหลืองๆเล็กๆปลิวเต็มไปหมด
ดีว่าไม่มียางเหนียวๆเหมือนกับพวกดอกมะม่วงหรือต้นก้ามปู

เป็นอย่างไรหละ คิดว่าฟ้าประทานโชคให้เราได้ที่จอดรถดีๆ
ที่ไหนได้ เป็นคราวซวยมากกว่า ต้องมาเหนื่อยล้างรถ
เรื่องล้างรถนี่ก็แปลก วันไหนล้างรถ วันนั้นฝนจะตก
เมื่อตอนสายๆไปส่งคุณหนูเรียนซัมเมอร์ ไม่เจอฝนก็จริง
แต่เจอน้ำเจิ่งนองบนพื้นถนนในซอยเข้ามหาวิทยาลัย
เด็กแอร์แบ็คนี้ก็มีแต่ยอดฝีมือในการขับรถทั้งนั้น
แล่นสวนทางมา ไม่มีเบารถกันหรอก น้ำโคลนงี้ กระจายเต็มกระจกหน้าและหลังคารถเลย
อยากจะเอาปืนไปไล่ยิงหัวกระบาลจริงๆ
วันนี้ไม่อยากล้างรถแล้วหละ พรุ่งนี้ก็ไม่อยาก แต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้เพราะเลอะเทอะมาก

ไม่คุยแล้วหละ ไม่กู๊ดไนท์ด้วย
เอ้..แล้วจะทำอะไรดีหว่า....

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 26 เมษายน 2554 เวลา:17:42:19 น.  

 



ฮ่า ๆ ๆ กำลังโมโหเรื่องรถเลอะอยู่เหรอคะ ฮ่า ๆ ๆ
ใจเย็น ๆ น๊า...แต่อย่าหวังว่ามินจะไปช่วยล้างรถให้นะคะ
รถตัวเองยังจ้างเค้าล้าง หรือไม่ก็ให้ที่บริษัทฯ ล้างให้ตลอดอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ มินชอบเช็ดทำความสะอาดภายในรถเองนะคะ
เพราะรู้สึกว่าตัวเอง ทำได้ละเอียดและสะอาดกว่าพวกล้างรถอ่ะค่ะ

เป็นปกติคร๊าบ เมื่อเวลาล้างรถสะอาด ๆ แล้วฝนตกเนี่ย
ก็เฮีย สังเกตุจิคะ วันอาทิตย์เนี่ย มินมักจะไปล้างรถเคลือบสีอ่ะ
ล้างรถเสร็จแบบสะอาดแว๊บ ๆ ขับรถกลับยังไม่ถึงบ้านเลย โดนซะแล้ว ทั้งปีอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

แล้วเรื่องดอกไม้หล่นใส่รถทั้งคันเนี่ย
มินนี่ประจำค่ะ เพราะที่มินจอดรถประจำที่ทำงานอ่ะ
มันอยู่ใต้ต้นชมพูพันทิพย์ หรือ ตาเบบูย่าอ่ะ
ปีนึง มันจะมีหน้านึงที่มีดอก ปกติมันจะมีตอนหน้าร้อนนะ
แต่ ปีนี้ มันทำไมไปบานตอนปลายปีก็ไม่รู้ค่ะ
ไอ้ดอกไม้ยี่ห้อเนี๊ยนี่ มินว่ามันบานแล้วร่วงนะเฮีย
เพราะพอตอนกลับบ้านเนี่ย ขอโทษนะคะ เว้นหน้ากระจกที่เดียวอ่ะ
ยิ่งตามซอกหน้ารถ หลังรถเนี่ย กลายเป็นพรมดอกไม้เลยค่ะ
แล้วพอเราออกตัววิ่งไปเนี่ย มันก็จะค่อย ๆ ปลิวไปเรื่อย ๆ พอถึงทางขึ้นทางด่วน
ก็จะปลิวเกือบหมดพอดี มินยังเคยเห็นคนชี้รถมินเลยอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
เพราะขับไป ๆ ๆ ดอกไม้มันก็จะปลิวว่อนไปเรื่อย ๆ อ่ะ
ถ้าคนชี้ชวนกันดูว่าสวย คนขับในรถสวยกว่านั้นอีกอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
โม้ให้เฮียหมั่นไส้เล่น ๆ อ่ะ เห็นกำลังโมโหอยู่..หัวเราะออกหรือยังคะ ฮ่า ๆ ๆ


เฮียคะ มินหน่ะ ไม่ได้ล้างรถเองก็จริงนะ
แต่ขยันซื้อค่ะ ไอ้ผ้ายี่ห้อโพลีแฟ๊บ อาไรเนี่ยอ่ะ
ผืนนึงนะ 499 บาท (ทำไมมันไม่ขาย 500 ไปซะเลยก็ไม่รู้เน๊อะ กะอีแค่บาทเดียวมันจะฟังดูดีตรงไหนฟระ)
มินซื้อที 2 ผืน ไอ้อุปกรณ์ต่าง ๆ ของบอนด์เนี่ย ขอโทษนะคะ มีเกือบหมด
บางทียังนึก ๆ ตรูจะซื้อมาทำเตี่ยอาไรวะเนี่ย
เพราะไปจ้างเค้าล้าง บางทีเด็กล้างรถมันก็เอาของเราหลังรถเนี่ยแหละมาใช้

พูดถึงล้างรถ เวลาไปห้างต่าง ๆ โดยเฉพาะเซ็นทรัลอ่ะ
เฮียอย่าโมโหเรื่องหาที่จอดรถไม่ได้ แล้วทิ่มหัว(รถ)พรืดเข้าไปที่ ๆ รับล้างรถเชียวนะคะ
มินโดนมาแล้ว ล้างสี ดูดฝุ่น ธรรมดา ๆ เนี่ย 500 บาท ค่ะ ไม่ต้องขยี้ตา มองไม่ผิดค่ะ
อันที่จริงรถก็ไม่ได้เลอะมากมาย แต่ขี้เกียจวนหาที่จอดอ่ะนะ
โดนเชือดไปซะนิ่ม ๆ เข็ดมาจนเดี๋ยวนี้เลยอ่ะ
แล้วมินว่า ที่มินล้างทุกวันนี้นะ ล้างรถ ดูดฝุ่น เคลือบสีด้วย ร้อยเดียว ยังสะอาดกว่าอีกค่ะ








ไม่ goodnight ก็ไม่เป็นไร
ยังไงมินก็คงหลับได้อยู่ดีอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ ระวังไว้นะ ถ้าไปเข้าฝันได้เมื่อไร
เฮีย อาจนอนฝันร้ายทั้งคืนก็ได้ ใครจะรู้อ่ะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 26 เมษายน 2554 เวลา:18:59:09 น.  

 
ลืมเล่าไปค่ะ
เฮียคงได้อ่านข่าวมั่งแล้วมั๊งคะ
เกี่ยวกับผลกระทบที่ทางเราได้รับ
ในเรื่องอุตสาหกรรม การผลิตรถยนต์ เนี่ยอ่ะ
ตอนนี้ทางโตโยต้าเมืองไทย ยกเลิกการให้ส่วนลดราคา รถทุกชนิด ทุกรุ่นเลยค่ะ
ลูกค้าฟลีทรายใหญ่ แบบบริษัทฯ มินก็โดนไปด้วยเต็ม ๆ
และรถทุกชนิดที่เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นเนี่ย
ต้องนั่งรอ นอนรอ กันไม่ต่ำกว่า 6 เดือนอ่ะนะคะ
เพราะติดปัญหาเรื่องกล่องอีซียู (กล่องคอมพ์ที่ควบคุมรถ) อ่ะค่ะ
คือ กล่องตัวนี้เนี่ย เกือบ 100% ผลิตอยู่ที่เซ็นไดอ่ะค่ะ
ตอนนี้ มินเหมือนคนว่างงานด้วย แล้วต้องคอยแก้ปัญหาการส่งรถล่าช้าด้วย
บางรายเข้าใจปัญหา ก็อลุ่มอล่วยให้
บางรายทั้ง ๆ ที่รู้ปัญหา ก็ไม่ยอมเข้าใจซะงั๊น
บางรายก็น่าเห็นใจ เพราะเค้าหมดสัญญากับที่เก่า และที่เก่าจะเอารถคืน
ไอ้ที่เก่าแมร่ง...มันก็บ้า ได้เงินค่าเช่าในราคาเท่าเดิมไปอีก 5-6 เดือน ไม่เอา
เสือกทำจุ๊ย จะเอารถคืน รถ 4-5 ปีแล้ว ไม่รู้จะรีบเอาซากคืนไปทำหยัง
ไม่รู้มันรู้หรือป่าวว่า สะระแหน่อ่ะ จริง ๆ แล้วยังไง เค้าก็ต้องปลูกกันในดิน
ในซากรถเก่า ๆ อ่ะ มันปลูกไม่ได้หรอก ได้แต่สนิมขึ้น และเสื่อมค่า ราคาลงไปเรื่อย ๆ อ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ...

ไปก่อนดีกว่านะคะ ขืนคุยไปเรื่อย ๆ จะยิ่งบู๊ดุเดือนเลือดพล่าน
ลูกศิษย์อาจารย์โฉด ก็งี๊แหละค่ะ ฮ่า ๆ ๆ



โดย: มินทิวา วันที่: 26 เมษายน 2554 เวลา:19:24:30 น.  

 
Mintiva

คืนนี้ ว่าจะไม่ฝอยแล้วนะ (เพราะรู้ว่าตอนตีสามจะมีคนมาแอบอ่าน)
เอาหละ จะพยายามโม้สั้นๆ

เรื่องดอกไม้หล่นใส่รถตอนจอด เวลาวิ่งบนทางด่วนมันปลิวก็ดูสวยดี
แต่นึกไม่ออกว่ามีอะไรในรถของอาหมวยที่มันสวยกว่าดอกไม้ เอ้...คิดไม่ออกเฟ้ย

ชมพูพันธุ์ทิพย์ เป็นไม้ยืนต้นที่เป็นหนึ่งในพันธ์ไม้ที่เฮียชื่นชอบมากๆ
ในชีวิตเคยไปเห็นดอกของไม้ชนิดนี้ ที่เรียกว่า หยุดลมหายใจได้เลย
นั่นก็คือที่พุทธมณฑล ตอนที่ดอกของเขาร่วงมากๆ คนงานจะยังไม่มาเก็บกวาด
เราเอารถขับเข้าไปด้านใน จอดรถริมถนน แล้วเดินไปดูได้เลย
ธรรมชาตินี่ก็แปลก แค่ดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงพื้น ไร้ค่า แต่กลับเป็นภาพที่สวยงาม

เรื่องอุปกรณ์ล้างรถ นี่ก็พอๆกันทั้งอาหมวยและอาเฮีย
ไม่รู้ว่าในโรงรถของเฮีย ในลังพลาสติกขนาดใหญ่ 3 ลัง
มันมีอะไรต่อมิอะไรมากมายซะจริงๆ แต่มันไม่ได้ใช้ และคิดว่าจะไม่มีวันได้ใช้
แชมพูล้างรถมีอยู่ประมาณ 4 ยี่ห้อ น้ำยาทายางดำอีก 3 กระบอกฟอกกี้ หมดอายุการใช้งานไปนานหลายปีแล้ว
ฟองน้ำสาระพัดขนาด ผ้าเช็ดรถหลากหลายยี่ห้อมีทั้งของดี ของห่วย ของแหกตา
เฮียมีหนังชามัวร์ยีห้ออะไรก็จำไม่ได้ ราคาผืนละ 1,000 บาท (เมื่อสิบกว่าปีก่อน)
เนื้อนิ่ม ซับน้ำแห้งสนิท เช็ดกระจกแล้วใสแจ๋ว แต่เก่าแล้ว
ส่วนชามัวร์ยี่ห้ออื่นๆ ราคา 900 ก็มี 500 ก็มี เป็นของแหกตาทั้งหมด (ซื้อมาจากโลตัสและคาร์ฟู)
ผ้าไมโครไฟเบอร์ก็ไม่เห็นจะดีเลย
ตอนนี้ผ้าเช็ดจานแบบเนื้อนิ่มๆ ราคาถูกๆ กลับเหมาะกับงานเช็ดภายในรถมาก
ส่วนสิ่งหนึ่งที่ซื้อมาแพงมาก (จำราคาไม่ได้หรอก) เป็นถังน้ำทำจากผ้าพลาสติกแบบเหนียวพิเศษ
เวลาไม่ใช้ก็พับแบนเป็นกระดาษ แต่พอดึงขึ้นมาเอาน้ำใส่ได้เกือบยี่สิบลิตร
อันนี้ซื้อมานานแล้ว แต่ไม่เคยใช้ เพราะไม่รู้จะเอามาใช้ตอนไหน
ทุกวันนี้ใช้น้ำยาล้างขวดนมเด็กยี่ห้อทีโพลผสมน้ำ ล้างรถสะอาดกว่าน้ำยายี่ห้อแพงๆเสียอีก

เห็นใจนะ คิดเอาไว้แล้วว่าเรื่องญี่ปุ่นนี้จะต้องกระทบกับเรื่องธุรกิจรถยนต์
ตอนนี้เห็นรถยี่ห้อโปรตอน (ต้นตำรับเป็นของมาเลเซีย) ที่มาเปิดบริษัทในไทย ขายดีเหลือเกิน
คาดว่า จังหวะที่ญี่ปุ่นเซเสียหลักในช่วงนี้ รถมาเลย์อาจจะพุ่งมายืนแถวหน้าในตลาดรถก็ได้
ตอนนี้ตลาดรถในมาเลย์แข่งกันรุนแรงมาก เมื่อก่อนโปรตอนเคยได้ส่วนแบ่งถึง 60% ตอนนี้ 30% ยังทำไม่ได้เลย
นักธุรกิจของมาเลย์คงเห็นช่องจังหวะแล้วว่า ต้องลุยแน่นอน ตลาดรถเมืองไทยใครว่าแน่น คอยดูม้ามืดก็แล้วกัน
ความจริงแล้วเฮียคิดว่ายังมีอุตสาหกรรมอีกหลายตัวที่จะต้องมีปัญหาเพราะว่าบริษัทแม่ในญี่ปุ่นยังกลับมาทำงานแบบเดิมไม่ได้
เช่น โรงงานแอร์บ้านในไทยก็ต้องสะเทือน รวมไปถึงพวกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
สิ้นปีนี้ เศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องน่าคุยเลย คงจะมีบริษัทใหญ่ๆที่บริหารงานแบบโบราณๆล้มหรือเจ้งหลายราย ก็ยังไม่รู้เลย
อาหมวยเองก็ต้องตรวจดูลูกค้าให้ดี เพราะว่าถ้าเขาเจ้ง เราก็โดนผลกระทบด้วย
สิ้นปีนี้ได้วิ่งเก็บหนี้ลูกค้าจนรองเท้าพังแน่ๆ อิอิ

วิเคราะห์ว่า ที่เขาอยากจะเอารถกลับ โดยไม่สนใจค่าเช่าอีก 5-6 เดือน
ถ้ามองโลกอย่างคนโฉด เฮียคิดว่ารถปลดระวางตัดค่าเสื่อมแล้วมูลค่าเป็นศูนย์นี่แหละ
เหมาะแก่การเอามาทำเรื่องไม่ขาวสะอาด เหมาะกับการเอามาหารายได้นอกระบบ
สมัยก่อนธนาคารแห่งหนึ่งเปลี่ยนนโยบายมาเป็น เช่ารถยนต์ให้ผู้จัดการแบงค์และผู้บริหารอื่นๆ
ซึ่งเมื่อก่อนเขาทำแบบเช่าซื้อเอาไว้ ทีนี้พอรถใหม่มาจากบริษัทรับให้เช่ารถ
รถเก่าที่เป็นทรัพย์สินของธนาคารก็ถูกนำออกมาขายทิ้ง
เรียกว่าโละทิ้ง ซึ่งก็ไม่ขายให้ผู้บริหารที่ใช้รถคันนั้นอยู่ก่อนหน้านั้น
งานนั้นมาเฟียร์เดินชนกันเขาขวิดกันวุ่นไปหมดเลย
เพราะเบื้องบนบอกว่าให้รีบขายๆรถพวกนี้ไป มันเป็นค่าใช้จ่าย เบื้องล่างจะทำอะไรก็ได้ขอให้กำจัดของเก่าออกไปโดยเร็ว
ยุคนั้นเขากำลังบ้าเรื่อง "รีเอ็นจิเนียริ่ง" เขาอยากเปลี่ยนระบบใหม่ เขาอยากจะโล๊ะของเก่าๆ
รูปร่างของเฟอร์นิเจอร์ของธนาคารก็โดนเปลี่ยนใหม่หมด โต๊ะ เก้าอี้ ของดีๆ โดนขายทิ้งหมด
งานนี้มีคนกลายเป็นเศรษฐีใหม่เยอะเลย

เรื่องขายรถธนาคาร กับ เรื่องรถเก่าของอาหมวย อาจจะเป็นคนละเรื่อง ไม่เหมือนกัน
แต่ก็อยากจะออกความเห็นว่าบางทีสิ่งที่แปลกๆที่เราเห็นนั้น
เขาอาจจะไม่ได้โง่ ไม่ได้บ้า แต่เป็นเพราะเขาเห็นผลประโยชน์ส่วนตัวก็ได้
นี่แหละ ทำไมพวกโกงกินถึงได้รวยกว่าพวกเรา เพราะเขาคิดได้เก่งแบบเฮียยังไงหละ

เฮ้อ...เห็นข่าวหลวงพ่อคูณอาพาธแล้ว
สงสารท่านมาก เมื่อไหร่จะปลดเกษียณให้ท่าน
เมื่อไหร่จะงดกิจนิมนต์
เมื่อไหร่จะเลิกลากท่านไปทรมานในงานปลุกเสกเครื่องรางของขลัง
ท่านเป็นอริยะสงฆ์ ท่านทำความดีมากมาย ร่างกายท่านมันไม่ใช่พระหนุ่มๆ
เมื่อไหร่คนพุทธจะมีสมองอย่างชาวพุทธเสียที พุทธะ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น
ไม่ใช่ไอ้คนเมาศาสนา เมาไสยศาสตร์ เมาของขลัง
แต่มีสมองเท่าไข่มดแดง

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 26 เมษายน 2554 เวลา:23:26:33 น.  

 
ส่วนมากจะตัดสินใจไม่ึค่อยได้อะครับ



โดย: LoveOnly วันที่: 27 เมษายน 2554 เวลา:15:02:27 น.  

 
เขาไปสอบใบขับขี่กันที่ไหน?

เมื่ออยากขับรถ ก็ต้องมีใบขับขี่ (และรถดีๆซักคัน)
เมื่ออยากได้ใบขับขี่ ก็ต้องไปสอบใบขับขี่
เมื่ออยากไปสอบใบขับขี่(รถยนต์) ก็ต้องไปที่กรมการขนส่งทางบก

ผมเชื่อว่าในประเทศไทยมีสำนักงานของกรมการขนส่งทางบกอยู่ทุกจังหวัด
แต่อาจจะไม่ทุกอำเภอ คงจะมีตามอำเภอใหญ่ๆ เช่น อำเภอเมือง ฯ
แน่นอน...กระทรวงคมนาคมต้องเร่งรีบให้มีสำนักงานกรมขนส่งทั่วประเทศในเร็ววันนี้

เมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้ข่าวว่ากรมขนส่งมีการออกหน่วยบริการ(รถ)เคลื่อนที่
เพื่อให้บริการประชาชนในเรื่องใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
นโยบายนี้คงไม่ใช้ ไปสร้างสนามสอบชั่วคราวตามพื้นที่ห่างไกล
แต่น่าจะเป็นเรื่องของเอกสารมากกกว่า
เช่น การทำใบขับขี่ใหม่ การต่ออายุใบขับขี่ การเสียภาษีรถยนต์ ฯ

ปัจจุบันมีคนที่อยากเปลี่ยนใบขับขี่จากแบบเก่าซึ่งเป็นกระดาษ
มาเป็นบัตรพลาสติก เพราะมีความสวยงาม คงทนกว่า และทันสมัย
แต่การที่จะต้องเสียเวลาเดินทางมาทำบัตรใหม่ มารอคิว บางคนก็ต้องลางาน
และยังจะต้องเสียเงินอีก (ประมาณ 205 บาท)
หลายคนเปลี่ยนใจ "เอาไว้คราวหน้าดีกว่า"

สำหรับคนที่มีความจำเป็นต้องขับรถ ซึ่งผมเห็นว่ามีเหตุผลใหญ่ๆอยู่ 2 ประการ คือ
อยากมีใบขับขี่เหมือนชาวบ้าน เป็นความอยากมีตามเขา อันนี่เรียกว่า มีโดยไร้ความจำเป็น
กับอีกเหตุผลก็คือ ต้องการใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการเดินทาง หรือใช้ประกอบอาชีพ อันนี้คือความจำเป็นจริงๆ
สำหรับผม, ผมทำใบขับขี่ครั้งแรกนั้น เพราะครอบครัวอยากได้ใครสักคนขับรถเป็นบ้าง
เพื่อที่จะได้ซื้อรถ และพากันไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน โดยเฉพาะมีแต่คนอยากไปเที่ยวทะเล

ปัจจุบัน คุณสามารถไปสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ ที่สาขาหรือพื้นที่ไหนก็ได้
ไม่ได้ขึ้นอยู่ หรือควบคุมภูมิลำเนาของคุณ หรือตามข้อมูลในทะเบียนบ้าน
เท่าที่ผมทราบ ในกรุงเทพฯ เราสามารถไปสอบทำใบขับขี่ได้ที่
สำนักงานกรมขนส่งทางบก กทม พื้นที่ 1 อยู่ที่ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ท่าข้าม บางขุนเทียน (02 4157337)
สำนักงานกรมขนส่งทางบก กทม พื้นที่ 2 อยู่ที่ ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน (02 8821620)
สำนักงานกรมขนส่งทางบก กทม พื้นที่ 3 อยู่ที่ ถนนสุขุมวิท บางจาก พระโขนง (02 3329688)
สำนักงานกรมขนส่งทางบก กทม พื้นที่ 4 อยู่ที่ ถนนร่วมพัฒนา หนองจอก มีนบุรี (02 5435500)
สำนักงานกรมขนส่งทางบก กทม พื้นที่ 5 อยู่ที่ พหลโยธิน จตุจักร (02 2723100)
และในต่างจังหวัด อย่างน้อยก็ต้องมีในตัวเมือง
จังหวัดไหนไม่มี แสดงว่า เป็นจังหวัดที่เล็กมากๆ 555

ใบอนุญาตขับยานพาหนะรุ่นแรกๆของไทย ไม่ใช่ทางบก แต่เป็นทางน้ำ
เพราะเมืองไทยเป็นเมืองน้ำ เราใช้แม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางคมนาคม
ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดเกล้าฯให้ เจ้าพระยายมราช (ครุฑ บ่วงราบ) เป็นแม่กองสร้างถนนในกรุงเทพฯ
ถนนยุคแรกเป็นถนนดินอัดแน่น เช่น ถนนรอบพระบรมมหาราชวัง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของงานด้านการขนส่งทางบกของไทย
ต่อมามีการตัดถนนแบบฝรั่ง ชื่อว่า ถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นถนนสายแรกของไทย

ในสมัยรัชกาลที่ ๖ (ประมาณ พ.ศ. ๒๔๒๕) ได้โปรดเกล้าฯจัดตั้งกระทรวงคมนาคม
จึงมีการรวมเอางานด้านขนส่งต่าง เช่น ทางน้ำ ทางอากาศ ทางบก ทางรถไฟ ฯ เข้ามาไว้กับกระทรวงคมนาคม
แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานด้านการขนส่งทางบกแบบเป็นทางการเสียที (พ.ศ. ๒๔๗๕ ก็ยังไม่มี)
จนในปลายปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีการตั้งกรมขนส่งขึ้นมา
แต่ไปอยู่ใต้ปกครองของกระทรวงเศรษฐการ (ดูแลเศรษฐกิจ เพราะค้าขายต้องใช้ยานพาหนะขนสินค้า)
จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๘๔ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ประกาศสถาปนา กรมการขนส่ง ขึ้นมา
และให้เข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงคมนาคม
ตอนนี้แหละถึงมีการจัดระบบ ระเบียบ ให้ทันสมัยกันเสียที
การขนส่งทางบกกับทางอากาศก็เริ่มเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจของประเทศไทย

แต่ก่อนที่จะออกจากบ้านไปทำใบขับขี่นั้น คุณจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- ต้องมีอายุครบ 15 ปี กรณีทำใบขับขี่จักรยานยนต์
- ต้องมีอายุครบ 18 ปี กรณีทำใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล
และจะต้องไม่ใช่คนที่มีใบขับขี่อยู่ก่อนแล้ว เอ๊ะ...แล้วเขาจะมาทำอีกใบทำไม?
เรื่องนี้อาจจะเป็นเพราะใบขับขี่ตัวจริงโดนตำรวจหัวปิงปองยึด
หรือเจ้าของใบขับขี่มีคดีความ เลยอยากจะทำใบใหม่
ซึ่งไม่กล้าไปทำใหม่หรอกครับ สมัยก่อนก็หาคนทำของปลอมให้ สมัยนี้คงทำยากหน่อย

บุคคลที่ต้องห้าม มิให้ไปทำใบขับขี่
- แขนขาดข้างใดข้างหนึ่ง (ถ้าขาดสองข้าง ก็ไม่ทราบว่าจะมาทำไม)
- ขาขาดข้างเดียว
- ตาบอดข้างเดียว
- ลำตัวพิการ
- หูหนวก

เมื่อรู้สถานที่สอบใบขับขี่แล้ว
ได้ตรวจสอบว่าตัวเองว่ามีคุณสมบัติพร้อมแล้ว
ได้เรียนขับรถมาแล้ว
ก็ไปสอบใบขับขี่กันเถอะครับ


โดย: zoomzero วันที่: 27 เมษายน 2554 เวลา:23:16:46 น.  

 



เมื่อกี๊ ตอนตี 3 มินย่องลงไปดู ไอ้พวกเหมียวมาค่ะ
แหม..รู้สึกว่ามันจะนอนกันเงียบหลับสบายเลยอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ไม่รู้ ไอ้พวกนี้มันตื่นกันกี่โมงเหมือนกันค่ะ
แต่พอใกล้ ๆ 6 โมงมาแง๊ว ๆ ๆ กันแล้วอ่ะ
วันนี้ให้ร้องไปจนแสบคอเหอะนะ
เพราะเดี๋ยว ใกล้ ๆ 6 โมงจะกลับไปนอนต่อค่ะ ฮ่า ๆ ๆ








ไป ๆ มา ๆ อาจไม่ต้องรอถึง 6 โมงมั๊งเนี่ย
ชักจะง่วงแล้วจิคะเฮีย จริง ๆ ว่าจะรอดูซีรี่ส์
เรื่องนึงก่อน กำลังติดเลยค่ะ มาตอนตี 5 จบ 6 โมง
แต่ สงสัยกลับมาดูตอนรีรัน บ่าย 3 โมงวันนี้ดีกว่าอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

มินกำลังหนาว ๆ อยู่ว่า อาจต้องไปเชียงใหม่วันศุกร์นี้อ่ะค่ะ
เซ็งเลย ถ้าต้องไปจริง ๆ อ่ะ ความจริงเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกคนขับซะเป็นส่วนมากนะ
แต่ถ้า HRM ไป ลูกค้าเกิด question หรือต่อรองเกี่ยวกับเรื่องรถ
นายมินเค้ากลัวว่าทางนั้น จะเยสหรือโนไม่ได้ทันทีอ่ะค่ะ
แต่ถ้าเป็นเบ๊มินไป ได้ทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องคนหรือเรื่องรถอ่ะนะ (นั่นคือเค้าคิด)
แต่ มินคิดว่า ถ้ามีปัญหาเรื่องรถ ก็ให้ HRM ต่อสายมาให้คุยกับมินก็ได้นี่นา..นิ... เฮ๊อ

แต่ ก็นั่นแหละ ถ้าเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบแล้ว
มินก็ไม่เคยเกี่ยงนะ ต้องไป แต่ ครั้งนี้เห็นว่า
มันหนักไปทางไปทำความเข้าใจ กฏ ระเบียบปฏิบัติของพวก driver อ่ะค่ะ
เพราะเรื่องรถอ่ะ ได้ตกลงจบจนทำสัญญากันไปแล้วด้วยซ้ำอ่ะนะ
ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่า ทำไมต้องอยากให้เป็นเราไปจั๊ง...เฮ๊อ...

ฮ่า ๆ ๆ แอบมาบ่นที่นี่เพื่อรอเวลาซีรี่ส์มาค่ะ
ไม่ว่ากันนะ ...อืม...เกือบลืม..เรื่องที่ไปบอกที่บล๊อคมินอ่ะ
ถ้าคิดลึก ๆ ก็น่ากลัวเหมือนกันนะคะ
แค่เป็นหวัดคน ก็จะตายชักแล้ว เพราะมินจะเป็นคนที่เป็นหวัดแล้ว หายใจไม่ค่อยออกอ่ะ
ถ้าต้องถึงกับเป็นหวัดนก หวัดแมว มีหวังเด๊ดซะโมเร่แน่ ๆ เลยอ่ะนะ
ชีวิตนี้ กลัวอยู่ 2 อย่าง ยุง กับ ไอ้เรื่องหวัดเนี่ยแหละค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
อาทิตย์ก่อนที่ต้องไปงานศพเค้าอ่ะ
โห..โดนยุงเล่นไปซะเลือดเกือบหมดตัวเลย
แล้วมินใส่ถุงน่องดำด้วย เค้าว่าไอ้พวกยุงทะลึ่งนี่ยิ่งชอบนะ พวกสีดำ ๆ อ่ะ

อาทิตย์นี้ มินก็ต้องไปงานศพอีกแล้วค่ะ
หนนี้เป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทนายอ่ะค่ะ
เพื่อนนายคนนี้เป็น somebody ด้วยนะคะ
น้องอายุเพิ่งจะ 20 เอง แต่ก็ป่วยมา 2-3 ปีแล้ว
มินก็รับรู้มาตลอด สงสารก็สงสาร
แต่ ก็โล่งใจเพราะ let her go ดีกว่าค่ะ
เธอเป็นโรคคล้าย ๆ คุณพุ่มพวง แต่ มินว่าหนักกว่าอีก
คิดย้อนไปเมื่อ 5-6 ปีก่อนนะ สงกรานต์ยังพาน้องไปเล่นที่ข้าวสารอยู่เลย
สมัยก่อน ก็เป็นวัยรุ่นธรรมดา ๆ ที่สดใสไปตามวัยนี่แหละ
ทำไม อยู่ ๆ เป็นโรคนี้ขึ้นมาได้ก็ไม่รู้อ่ะนะคะ...เฮ๊อ
พวกดาราคงมากันเยอะแน่ ๆ งานนี้ เพราะคุณแม่น้องเป็นผู้บริหารใหญ่อยู่ค่ายใหญ่ด้วยค่ะ
เมื่อวานสวดวันแรก แต่ มินยังไม่ได้ไป เพราะติดงานค่ะ
วันนี้คงต้องไป ถ้าไม่ได้ไปเชียงใหม่วันศุกร์ก็คงต้องไปอีกครั้งค่ะ

ปล. ไปก่อนนะคะ หนังมาแย๊วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ดูหนังจบ นอนต่อค่ะ อิอิ


โดย: มินทิวา วันที่: 28 เมษายน 2554 เวลา:4:48:25 น.  

 



หายไปไหนอ่ะ ยุ่ง ๆ เหรอคะ
mizz mizz จัง ไม่มีคนตอแยด้วยอ่ะ
วันก่อนลืมบอก ...อ้าว ..
ก็คนขับในรถมันก็ต้องสวยกว่าดอกไม้อยู่วันยังค่ำ อ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
มองกระจกทุกวันยังไม่เคยเบื่อเลย
(เพราะเบื่อ ก็ไม่รู้จะทำยังไงอ่ะ ไม่กล้าศัลยกรรมซะด้วย ฮ่า ๆ ๆ)

วันนี้ มินก็ไปซอยละลายทรัพย์มาอีกแล้วค่ะ
พักนี้ชักถี่ ไม่ใช่ไรหรอก ต้องไปพบลูกค้าแถวนั้น
เลยถือโอกาสเดินสำรวจข้อมูลการตลาดซะหน่อย
ไปกับน้องที่ทำงาน 2 คน พอกันทั้ง 3 ตัว
ไม่มีใครดึงใครเลย เห็นอาไรว่าสวย เห็นอาไรว่าดี น่ารัก ก็ผ่าคิดเหมือนกันทั้ง 3 คน
แบบนี้ คงเดาต่อไปได้เลยว่า ...ฮ่า ๆ ๆ

ลืมเล่าค่ะ โห...วาว ทอดมันเนี่ย คงต้องเข้าคิวแบบซื้อตั๋วเลยค่ะเฮีย
แต่ ผิดหวังจัง มินว่าไม่เห็นอร่อยเหมือนสมัยก่อนเลยค่ะ
แต่ มินชอบเนื้อทอดกับตับเนื้อทอดตรงนั้นที่ใกล้ ๆ กันมากกว่าค่ะ
ทานเผื่อเฮียแล้วนะ และยังซื้อกลับมาตุนไว้ที่บ้านอีกด้วยค่ะ อิอิ

ปล. นอนหลับฝันดี นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 28 เมษายน 2554 เวลา:19:02:20 น.  

 
Mintiva

อือ...ต้องเม้าท์ตอบย้อนไปตั้งแต่ตอนตีสามเลยนะเนี๊ยะ

อ๋อ...ที่ตื่นเช้ามืดนี่ก็เพื่อดูซีรี่ส์นี่เอง
เฮียกำลังนึกภาพว่าถ้าอาหมวยแต่งงาน มีทายาทสัก 2 คน
แล้วตื่นตีสามมานั่งดูซี่รี่ส์อย่างนี้ จ๊ากส์!!! ฝาละมีจะว่ายังไงนะ
คงหนีไปหานังเรยาทุกคืนแน่ๆ (รู้จัก "เรยา" หรือเปล่านี่)

จะไปเชียงใหม่???
วันศุกร์นี่ที่ว่า คือ วันที่ 29 ใช่หรือเปล่า
อ้าว...นึกว่าบ่ายนี้จะขึ้นเครื่องไปอังกฤษ
ไปดูเจ้าชายวิลเลี่ยมสละโสดเสียอีก
เอ้...แล้วตกลงจะไปเชียงใหม่วันพรุ่งนี้หรือเปล่า?

เฮียว่าถ้าอาหมวยไปแล้วงานมันเดินเงินมันมาก็ไปเถอะ
สังคมคนไทยแถวภูมิภาคนี่ เฮียว่าเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาอยู่นะ
คนต่างจังหวัดยุคไหนๆ ก็ยังคงใช้ระบบซีเนียร์ลิตี้ (seniority) และศักดินา (หมายถึงเจ้าขุนมูลนาย) ในชีวิตประจำวัน
แค่เป็นนายก อบต นี่ก็ใหญ่คับฟ้าแล้ว ได้เป็นประธานทำกิจกรรมมากมาย โดยเขาจะบอกว่า บารมีท่านถึง
บางเรื่องนะ ชาวบ้านก็ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่พอคนมีสี หรือคนระดับบิ๊ก เข้าไปเจรจา เรื่องก็จบง่าย
ใครจะไปคิดว่า อาหมวยเป็นเบ้ เขาก็ต้องคิดว่า คนของนายใหญ่ ต่างหาก
คนที่โน่นคงคิดว่า วาจาของอาหมวยก็เฉกเช่นวาจาของบิ๊กบอส เรื่องจะได้ไหลลื่นไง

สำหรับเฮีย เหตุการณ์แบบนี้ บางทีมันก็ไม่ได้เป็นเพราะเขาให้เกียรติเรา
แต่กลายเป็นการโยน "ความรับผิดชอบ" ให้เราต่างหาก
คนบางคนเลือกที่จะรับ "ชอบ" มากกว่าที่จะรับ "ผิด"
บางคนอายุมากกว่าเรา ประสบการณ์มากกว่าเรา ความรู้ความสามารถก็มากกว่าเรา
แต่พอเจอเรื่องเจรจา การตกลงยอมรับกฏหรือข้อกำหนดต่างๆ กลับให้เรามารับหน้าเสื่อแทน
พอมันเกิดความผิดพลาด เขาก็ลอยตัว ก็เขาไม่ได้เป็นคนไปสัญญากับลูกค้านี่ครับ
คนพวกนี้จะโยนเรื่องปวดหัวให้เราทันที เพราะเขาจะอ้างว่าเราเป็นคนรับปากลูกค้าในเคสนั้นๆเอง
แต่ก็เอาเถอะ เป็นลูกจ้างเขาด้วยกันทั้งนั้น สิ้นเดือนก็แบมือรับเงินของบริษัทเหมือนๆกัน
ก็ต้องทำงาน ต้องรับผิดชอบ ต้องเสียสละให้องค์กร แต่จะเซ็งหรือไม่ มันก็อีกเรื่อง จริงม๊ะ
เรื่องของงานให้บริการนี่ จุดเกิดจุดดับมันอยู่ที่ "คน" นี่แหละ
แถมคุณสมบัติผู้ให้บริการของเรา มักจะเกือบๆได้มาตรฐานกันซะด้วยซิ 555
เอ้...แต่ว่า HRM คนนี้ ผู้ชายหรือเปล่าน้า!!! ชักหวง เอ้ย!ห่วง ตะหงิดๆแล้วหละ

เรื่องแมวเหมียวที่ไปเม้นท์เอาไว้
555 ป่านนี้แฟนคลับของอาหมวยคงสะดุ้งกันหมดแล้วหละ
พวกเขาคงงงว่าใครฟระ เขากำลังอารมณ์หวานๆกับความน่ารักของแมวน้อยอยู่ดีๆ
เจ้าหมอนี่ดันจะมาตัดหัวแมวซะแล้ว โฉดจริงๆ
เผลอๆอาจจะคิดว่า อาหมวยนี่ มีอีกคาแรกเตอร์หนึ่งที่โฉดหรือเปล่า อิอิ

เรื่องต่างๆ มันก็ย่อมมีมุมมองนอกกรอบได้เสมอ
อย่างหมาแมวที่เราเห็นว่าน่ารัก เราไปเจอตามวัดตามถนน
นึกเอ็นดูมัน เราเข้าไปให้อาหารมัน เกิดดวงซวยโดนมันกัด
แล้วมาพบว่ามันเป็นโรคพิษสุนัขบ้า งานนี้ก็จะพลิกเป็นงานโหดไปทันที
ต้องไปตามล่าเพื่อตัดหัวหมาเอาไปส่งให้สัตวแพทย์ที่เสาวภาเขาตรวจ
แล้วก็...อย่างตอนนั้นเฮียเล่าว่า เฮียชอบนอนเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่ในบ้าน
อาหมวยยังบอกเลยว่า กลัวงู
นี่ไง มุมงดงาม พอมองอีกแง่ กลายเป็นมุมน่ากลัว
เอ้...หรือว่า พวกเราจะเป็นตาแก่ยายแก่ที่วันๆเอาแต่คิดมาก 555

ถ้าไปงานศพแล้วกลัวยุงกินเลือด, กลัวเป็นไข้เลือดออก, หรือกลัวขาลาย
คงต้องพกสเปรย์ฉีดกันยุงบ้างแล้วหละ
อย่างราคาถูกๆก็ต้อง กย15 แต่ไม่หอม
เมื่อก่อนตอนคุณหนูไปเข้าค่าย เฮียก็ซื้อสเปรย์ให้เขา กลิ่นหอมดี แต่จำไม่ได้ว่ายี่ห้ออะไร

เสียใจด้วยนะสำหรับคนที่เสียชีวิตแล้วเขาเป็นคนที่มินสนิทด้วย
ชีวิตคนก็แบบนี้แหละ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
บางคนมันก็มาเป็นลำดับ แต่บางคนมันเกิดแล้วไม่ทันได้ แก่ แต่ต้องมาเจ็บ แล้วก็ตาย
คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอย่างประมาท พอแก่ตัว เริ่มเจ็บป่วย ก็เริ่มกลัวตาย
บางคนยังไม่ทันแก่เลย พอเป็นหนุ่มเป็นสาวดันเกิดป่วยหนัก ทำให้ใจเสียคิดว่าเป็นเวรกรรมจากชาติก่อน
ทีนี้วิ่งเข้าวัดฝุ่นตลบ แล้วก็เป็นกรรมเวรแท้ๆ พระอริยสงฆ์ดีๆก็ดันไม่ไปหา ไม่ได้นั่งสมาธิปฏิบัติธรรม
ดันไปเป็นสาวกพวกพระหิวเงิน หรือพระติงต๊อง บุญไม่ได้ ได้แต่เสียเงินไปกับเรื่องไร้สาระ

ว๊าวววว ไปซอยละลายทรัพย์อีกแล้ว
เฮียว่าวันนี้มันน่าจะเรียกว่า ละลายไขมัน นะ เพราะอากาศร้อนมากๆ
เออ...มีคนเขามาบอกเหมือนกันว่า ทอดมันร้านอร่อยตอนนี้รสชาดเปลี่ยนไป
ไม่ทราบว่าเพราะว่าของแพงเลยลดต้นทุนหรือว่าโอนให้ญาติมารับช่วงหรือเปล่า (คิดไปโน่น)
แต่เห็นมั๊ย ขนาดว่าอร่อยน้อยลง ชิ้นก็เล็กๆ คนยังเข้าแถวซื้อไปฝากเพื่อนฝูงและคนอื่นๆแบบนั้น

สำหรับเนื้อทอด อันนี้เคยซื้อที่นั่นมาทาน ก็โอเค ของใหม่ๆก็น่าทาน
แต่ตับเนื้อทอด หาทานยากมาก ไม่ทราบว่ามีขายที่ร้านนี้ เฮียไม่เคยลองทานเลย
อุ้ย...พรุ่งนี้ไปหาซื้อตับไก่ย่างดีกว่า (เกี่ยวกันมั๊ย)

เอ๊ะ...ตอนทุ่มกว่าๆยังมาโพสต์คอมเมนท์ได้
แปลว่าไม่ได้ไปงานศพนะซินะ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 28 เมษายน 2554 เวลา:22:09:19 น.  

 
หวัดดีค่าพี่ซูม ไม่ได้แวะมาซะนานเลย คุณพี่สบายดีนะคะ

ตอนนี้กำลังนั่งดูถ่ายทอดสดพระราชพิธีอภิเษกสมรสอยู่ค่ะ บรรยากาศอลังการงานสร้างมาก เป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริง ๆ เคทกับเจ้าหญิงไดอานาเป็นสามัญชนเหมือนกัน แต่คิดว่าเคทคงมีชีิวิตแต่งงานที่มีความสุขและยาวนานกว่าไดอานา เพราะเจ้าชายกับเคทรักกันมาก แล้วก็รู้จักกันมานานเกือบสิบปี

ชุดเจ้าสาวสวยมาก ดูแล้วคล้ายชุดของนางเอกเรื่อง The Sound of Music ที่จูลี่ แอนดรูส์แต่งในงานแต่งงานเลยค่ะ

เห็นคุณพี่ชอบดูละคร เพิ่งอัพบล็อคเคหาสน์สีแดงไป เลยแวะมาชวนไปเม้าท์กันค่ะ

แต่สงสัยว่าคุณพี่จะติดเรื่องดอกส้มสีทองมากกว่า สองเรื่องนี้คนละโทนกันเลย แต่ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าคนเขียนบทคนเดียวกัน

ขอตัวไปหม่ำข้าวก่อนละค่า


โดย: haiku วันที่: 29 เมษายน 2554 เวลา:17:15:48 น.  

 
haiku

สวัสดีพะยะคะน้องไฮก์
อ้าว...ขอโทษ กำลังอินกับพิธีเสกสมรสของ Duke และ Duchess แห่ง Cambridge
วันนี้ก็พี่ซูมก็นั่งและนอนเฝ้าจอทีวีมาตั้งแต่บ่ายโมงยันทุ่มครึ่ง

ความจริงก็ไม่ได้อินเลิว์ฟกับทั้งสองพระองค์หรอกนะ
เพราะทราบดีว่าทรงอยู่ด้วยกันมาเป็นปีๆแล้ว
ทรงผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการรุมทึ้งของปาปารัสซี่ และผ่านแรงกดดันมามากมาย
จนวันนี้ต่างก็ทราบดีว่า ขาดกันและกันไม่ได้
แต่ที่สนใจมากคือพิธีแต่งงานและความอลังการของมหาวิหาร Westminster Cathedral
และรถม้าในพระราชพิธี คิดว่าคงไม่ได้เห็นอีกแล้ว อ้อ...ต้องรอเจ้าชายแฮรี่อีกพระองค์
พระโอรสของเจ้าหญิงไดอาน่าคนน้องคนนี้ น่าสงสารมากกว่าท่านแม่ของเขาเสียอีก
เจ้าชายแฮรีโดนคนหลายคนพูดเข้าหูว่า หล่อน้อยกว่าพี่ชาย เรียนแย่กว่าพี่ชาย
การวางตัวก็แย่ ไม่เหมือนเจ้าชายคนพี่ โดยเฉพาะเรื่องสาวๆ พี่ชายนั้นได้รับคำชมว่ารักเดียวใจเดียว
ตอนนี้พวกปาปารัสซี่ตั้งฉายาให้เป็น แฮรี่ พ๊อตตี้ เพราะทรงใจร้อน จุดเดือดต่ำ
มีนักข่าวปาปารัสซี่เคยโดนชกปากแตกมาแล้ว (เพราะดันพลาดเอากล้องไปกระแทกจมูกเจ้าชายแฮรี่)
ดังนั้นสาวๆอาจจะผ่านเข้ามาในชีวิตของเจ้าชายแฮรี่หลายคนก็จริง
แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนที่เหมาะสมที่จะเข้าวัง

น้องไฮกุนี่สมกับเป็นกูรูเรื่องเสื้อผ้าเลยนะครับ
มองชุดเจ้าสาวปั๊บก็สามารถอธิบายความเหมือนของอีกชุดได้เลย
ว่าแต่ว่าหนังเรื่องนี้ ต้องคนรุ่นไหนถึงจะจำได้นะ
จูลี่ ปีนี้ก็คงจะเป็นคุณยายคุณย่าได้แล้วกระมัง
เอ้ย...น้ำหมากของใครมาหยดแหมะแถวนี้ อิอิ๊

ตอนนี้พี่ก็กำลังนั่งชำเลืองดูแอนดริวพูดกัดฟันอยู่ในเคหาสน์สีแดงอยู่ครับ
เคหาสน์สีแดงเวอร์ชั่นนี้เหมือนกับว่าสร้างมาเพื่อเอาใจคนวัย อารอง เค้ามูลคดี เป็นพิเศษ
เพราะมีฉากคนแก่คุยกันเยอะมาก
แล้วจะแวะไปคอมเม้นท์ให้ครับ

ส่วนดอกทองสีส้ม เอ้ย!! ดอกส้มสีทอง
ดูแล้วเหมือนเห็นชีวิตคนแถวๆบ้าน
ทุกวันนี้ไม่แปลกเลยที่สาวๆจะหาทางรวยลัดด้วยการเป็นภรรยาน้อย
และก็เห็นว่าลูกๆในวันนี้ก็ไม่ค่อยจะเคารพพ่อแม่เอาเสียเลย
เรื่องนี้สะท้อนปัญหาสังคมไทยได้ชัดเจนมาก
เรื่องนี้ชอบที่ คุณหลี เอ้ย...ดี๋ ภรรยาหลวงที่ดี ดีกว่าดอกเตอร์วิกานดาในเรื่องเมียหลวงเสียอีก
โดนัท นี่น่าจะได้รางวัลอะไรๆดีๆกับเขาบ้าง
เล่นบทร้ายก็ร้ายจนน่ากลัว จำได้ดีจากเรื่อง ดงผู้ดี
พอเล่นบทคนดี ก็เล่นได้ดี แบบว่าอยากได้ภรรยาแบบนี้สัก 3 คน 555

หวังว่าคงจะหม่ำอาหารเย็นอร่อยนะครับ
เพราะว่าพี่ซูมตอนนี้เริ่มหิวข้าวเย็นรอบสองอีกแล้ว หุหุ

haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 29 เมษายน 2554 เวลา:21:25:57 น.  

 
ขั้นตอนการสอบใบขับขี่

เมื่อตั้งใจที่จะมาขอทำใบขับขี่แล้วก็ต้องเตรียมตัว ดังนี้
- ตรวจดูว่าตนเองเข้าหลักคนที่จะมีสิทธิ์ไปสอบได้หรือยัง เช่น อายุต้องครบ 18 ปี
- ไปหัดเรียนขับรถให้คล่องๆ ซึ่งส่วนใหญ่เรียนยังไม่คล่องก็จ้องจะไปสอบให้ได้ไวๆด้วยกันทั้งนั้น
- เลือกหาสถานที่ หมายถึงสำนักงานขนส่ง ในพื้นที่ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงาน
- เตรียมเอกสารต่างๆ ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัว (อย่าลืมนำของจริงไปด้วย), ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
- อ้อ...ส่วนใหญ่ ผู้ไปสอบทำใบขับขี่จะไม่พกปากกาไป ซึ่งน่าขำเพราะทางโน้นเขาก็มักจะไม่มีปากกาให้ยืมใช้หรอกครับ ดังนั้นหัดพกปากกาไปด้วย
- คนที่เป็นวัยรุ่น สายตาสั้นนิดหน่อยก็มักจะไม่เอาแว่นไป และมักจะเป็นพวกใช้คอนแทคเลนส์ แต่วันนั้นลืมใส่ไป อย่าลืมว่าเขาจะตรวจสอบความสามารถในการใช้สายตา

ขั้นตอนต่างๆที่ควรวางแผนและเตรียมความพร้อม
- ตื่นนอนแต่เช้า ไปทานอาหารที่สำนักงานดีกว่า เผื่อเวลารถติดเอาไว้ด้วย ถ้าไปสายอาจจะต้องไปสอบภาคปฏิบัติตอนบ่าย
- ไปรอเข้าแถวรับบัตรคิว และยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
- รอเขาเรียกตัวไปทดสอบความพร้อม เช่น ตาบอดสี การใช้สายตาทางกว้าง-ทางลึก และการเหยียบเบรค (ถ้าไม่ผ่าน สามารถแก้ตัวใหม่ได้ในวันนั้น หรือมาใหม่วันพรุ่งนี้)
- ไปนั่งฟังการอบรมเกี่ยวกับระเบียบและความรู้ด้านจราจร (ประมาณ 2 ชั่วโมง) ซึ่งจะเป็นเรื่องที่จะใช้ในการสอบภาคทฤษฎี
- จากนั้นก็ไปสอบข้อเขียน ซึ่งถ้าไม่โดนคิวแรกๆ ก็คงจะพอมีเวลามาเล่นเครื่องคอมฯที่เขาใช้ฝึกทำข้อสอบ ในการสอบจะต้องทำให้ได้อย่างน้อย 23 ข้อ จาก 30 ข้อ
- เมื่อทราบผลสอบว่าทำได้แล้ว ก็ต้องหารถ ถ้ายังไม่มีรถ ก็สามารถติดต่อขอเช่ารถของกรมขนส่งได้ คันละ 100 บาท มีทั้งเกียร์ธรรมดาและออโต้ ปัญหาก็คือ รถของเขาส่วนมากจะห่วยมาก มีปัญหาเรื่องกระจกมองข้าง จะเปลี่ยนก็ไม่ได้ ได้คันไหนก็ต้องเอาคันนั้น ส่วนพวกที่ให้โรงเรียนสอนขับรถยนต์มาช่วยดูแล ก็จะได้รถที่มีความพร้อมกว่า

ต่อไปก็จะต้องรอให้ผ่านเที่ยงวันไปก่อน ดังนั้นไปหาข้าวกลางวันทานได้เลย แต่อย่าทานเพลินจนลืมเวลาหละ

- ขั้นตอนต่อจากนี้ ก็คือสอบขับรถ เขาจะให้ดูวีดีโอประมาณ 10 นาที เพื่อให้เรารู้ว่าต้องขับแบบไหน และจะมีคนขับรถในสนามจริงให้ดูอีกรอบ

ในการสอบภาคปฏิบัติ เราจะต้องสอบให้ผ่านด่านต่างดังนี้ (ปัจจุบันจะมีด่านให้สอบประมาณ 3 สถานี จาก 7)
- ขับเข้าซองหรือช่องตรง ให้พยายามตั้งแนวในระยะไกลๆให้ได้ก่อน แล้วแล่นตรงๆ เข้าไปจนหน้ารถถึงเส้นให้หยุด
- จากนั้นก็ต้องถอยออกตรงๆ ส่วนใหญ่สอบตก เพราะมองกระจกข้างแล้วเห็นภาพเฉียง เนื่องจากกระจกเป็นภาพซูม ไม่ใช่กระจกส่องหน้า พวกมือใหม่เลยหักพวงมาลัยเพื่อแก้ทาง ซึ่งรถจะเฉทันที ถ้าเหยียบกรวยสีส้ม ก็ตก ทางที่ดีให้เอาศีรษะยื่นออกมาดูนอกรถ แล้วค่อยถอยช้าๆ
- ต่อไปก็ให้ขับไปตามเส้นทางบังคับ ดูป้ายบังคับเลี้ยวดีๆ ต้องระวังทางแยก ถ้าเห็นป้ายหยุด ต้องหยุดจริงๆ หยุดมัน 10 วินาทีเลย อย่าหยุดแค่ 3 วินาที เวลาขับ ก็ไม่ต้องขับเร็ว ถ้ามีใครตามหลังมาก็ไม่ต้องสนใจ ให้มันแซงไปเลย หรือก็ให้มันชนท้ายก็ได้ (ถ้าเขาใจร้อนมากก็ปล่อยเขาเถอะ)
- บางสนามสอบ จะมีที่ให้ถอยเอาท้ายเข้าตรงๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่เห็นมีการทดสอบแบบนี้
- บางสนามสอบ จะให้เราจอดบนสะพาน แล้วดับเครื่อง จากนั้นค่อยออกรถ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นจะมีสอบแบบนี้เหมือนกัน
- ต่อไปก็คือ การจอดเทียบชิดขอบทางด้านซ้าย ต้องห่างไม่เกิน 25 ซม. จอดเบียดได้ ถ้าเป็นรถเช่าก็ไม่ต้องกลัวล้อพัง ให้เอาล้อซ้ายหน้าแถไปจนโดนขอบทาง พอมันครูด ก็หักขวานิดหน่อย รถก็จะจอดชิดเอง ถ้ามีกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า ก็เอามันมองกดลงไปเยอะๆเลย จะได้เห็นขอบทางด้านซ้าย จุดนี้คนมักจะคิดว่าจะตกเพราะจอดห่าง แต่จริงๆมักจะโดนว่าจอดไม่ตรงจุด เช่นจอดก่อนหรือไม่ก็เลยเส้นให้จอด
- ด่านสุดท้ายให้ถอยจอดเข้าช่องด้านซ้าย สมมติว่ามีรถจอดริมถนนอยู่ 2 คัน แล้วมีช่องว่างตรงกลางให้เราจอด เราจะต้องขับมาให้เลยไปนิดหน่อย แล้วถอยเฉียงๆเข้าด้านซ้าย ด่านนี้จะยอมให้เปลี่ยนเกียร์ได้แค่ 7 ครั้งเท่านั้น ผู้เข้าสอบจะต้องฝึกฝนมาให้คล่อง โดยเฉพาะเรื่องการมองกระจกข้าง หลักการสอบให้ผ่านคือ ต้องหักพวงมาลัย ถอยตรงๆให้ล้อหลังซ้ายใกล้ๆแตะขอบทางด้านซ้าย แล้วก็ค่อยๆถอย คอยหักพวงมาลัยให้ล้อแนบแนวฟุตบาท แล้วก็เดินหน้านิดหน่อย คืนล้อให้ตรง แค่นี้ก็ผ่าน

- เมื่อสอบภาคทฤษฎีผ่าน ก็เหลือแค่กลับไปถ่ายรูป จ่ายเงิน (105 บาท) และรอรับใบขับขี่ ซึ่งจะได้ตอนบ่ายๆ (หมดไป 1 วัน)

ใบขับขี่ใบแรกจะมีอายุ 1 ปี สามารถต่ออายุก่อนวันหมดได้ล่วงหน้า 60 วัน
ใบต่อไป จะเป็นแบบ 5 ปี
รุ่นใหม่ทำเป็นสมาร์ทการ์ด จะไม่มีแบบตลอดชีพเหมือนแบบสมัยทำด้วยกระดาษ



โดย: zoomzero วันที่: 30 เมษายน 2554 เวลา:23:39:45 น.  

 
ทำไมผู้หญิงถึงถูกมองว่าขับรถแย่

มาถึงช่วงสำคัญที่จะคุย(คนเดียว)กันเสียที

ผู้หญิงกับผู้ชายมีความแตกต่างกันมากมายจนสุดที่จะพรรณา
เริ่มตั้งแต่รูปร่างและความแข็งแรง
ซึ่งเป็นสาเหตุปัจจัยที่ในสมัยก่อนแทบจะไม่มีผู้หญิงขับรถยนต์เลย
รถยนต์เมื่อห้าสิบปีก่อน พวงมาลัยและระบบกลไกบังคับเลี้ยวในสมัยก่อนไม่มีการผ่อนแรง
จึงทำให้ผู้หญิงควบคุมรถได้ไม่ดีเท่าผู้ชาย ยิ่งพวกล้อยางหน้ากว้างๆ ต้องโหนพวงมาลัยเวลาจะจอดเลยนะ
สรุปว่า นี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่พวกผู้ชายมักจะดูหมิ่นว่าผู้หญิงขับรถไม่เก่ง

ต่อมาหลังจากมนุษย์บินขึ้นไปฉี่บนทองฟ้าและดวงจันทร์ได้แล้ว
รถก็ได้มีการพัฒนาด้วยการมีพวงมาลัยแบบเพาเวอร์ผ่อนแรง
ระบบกลไกช่วงล่างก็มีความนุ่มนวล
ยางรถยนต์มีการเกาะถนน รีดน้ำยามฝนตก ทำให้การบังคับรถทำได้ง่ายดาย
อีกทั้งเครื่องยนต์ก็สามารถเร่งได้ ตอบสนองความต้องการให้ไปเร็วช้า แบบว่า สั่งได้ดั่งใจ
รวมทั้งระบบเบรคก็มีหม้อลมและระบบการล๊อคล้อ(ABS) ช่วยทำให้ชลอหรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัย
แต่ ผู้หญิงก็ยังคนโดนตำหนิว่า ขับรถไม่ได้เรื่องอยู่ดี

นักวิทยาศาสตร์พบว่ากลไกการเคลื่อนไหวและการกระทำต่างๆของผู้หญิงและผู้ชายมีความแตกต่างกัน
ตัวปัจจัยหลักก็คือ สมอง

ผู้หญิงสามารถทำสิ่งต่างๆหลายๆอย่างได้พร้อมๆกัน แต่ผู้ชาย(มัก)จะทำไม่ได้
เช่นผู้หญิงสามารถซักผ้า ด่าสามี และฟังคนข้างบ้านคุยกันได้ในเวลาเดียวกัน
เฮ้ย...ยกตัวอย่างผิด
ผู้หญิงสามารถทำอาหารหลายๆอย่างพร้อมกันได้
แถมยังสามารถเล่าเรื่องหรือคุยได้พร้อมๆกันอีกด้วย
แต่ผู้ชายไม่สามารถดูทีวีและคุยโทรศัพท์ไปพร้อมๆกันได้
ยิ่งถ้าสั่งให้ไปหยิบของและพูดกับให้ไปบอกอีกคนใครตรงนั้น ผู้ชายจะ "ลืม"

ถ้าเอาแบบทฤษฎีก็ต้องบอกว่า ผู้หญิงมีกลุ่มเส้นประสาทในสมองที่เรียกว่า Corpus Callosum หนากว่าผู้ชาย 10%
เจ้า Corpus นี้เป็นตัวเชื่อมสมองซีกซ้ายและขวา ดังนั้นผู้หญิงจึงสามารถคิดและมีอารมณ์พร้อมกันได้มากมายในเวลาเดียวกัน
ความสามารถของ Corpus จะยิ่งทวีความเร็วและแม่นยำมากขึ้นด้วยอิทธพลของฮอร์โมนเอสโตรเจน
เอสโตรเจนมีมากเฉพาะในผู้หญิงและ...ผู้ชายจิตใจผู้หญิง

จากการที่ผู้หญิงสามารถคิดได้หลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน จึงมีผลต่อการตัดสินใจกับปัญหาเฉพาะหน้า
ซึ่งต้องขอบอกว่า ส่วนใหญ่เมื่อเกิดภาวะคับขันขณะขับรถ สมองเธอจะคิดมากกว่าทำ เลยเกิดการขับรถแบบนั้น

นักวิจัยในประเทศอังกฤษได้อธิบายเอาไว้ว่า
ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีความสามารถในการเรียนรู้ภารกิจ จดจำ และทำซ้ำได้ดีกว่าผู้ชาย
แต่ติดตรงที่ว่า ทุกอย่างต้องเป็นเงื่อนไขเดิม
ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเลคโทรนิคจึงนิยมจ้างแรงงานผู้หญิงมากกว่า
ส่วนผู้ชายจะเรียนรู้แบบลวกๆไปก่อน คือ ขาดความละเอียด
แต่จะสามารถคิดหาทางออกหรือทำกิจกรรมนั้นต่อได้เอง
เรียกว่า เรียนแค่ 50 ก็พอ เดี๋ยวผู้ชายก็ทำเต็มร้อยได้

ในเรื่องการขับรถ ผู้ชายมีความโดดเด่นกว่าผู้หญิงในเรื่องการจินตนาการมิติต่างๆ
ผลก็คือทำให้ผู้ชายสามารถถอยรถเข้าที่จอดต่างๆได้แม่นยำ คิดเป็นคะแนน 82 หน่วย
ในขณะที่ผู้เข้าทดลองที่เป็นผู้หญิงทำได้แค่ 22 คะแนน
เนื่องจากในการถอยรถยนต์เข้าที่จอด จะต้องจินตนาการว่า ล้อไหนอยู่ตรงไหน พวงมาลัยต้องหมุ่นไปทางไหน
ความกว้างยาวของรถเป็นอย่างไร ความกว้างยาวของช่องที่จอดเป็นอย่างไร เรื่องแบบนี้ผู้หญิงทำได้ แต่ไม่ดีเท่าผู้ชาย
เมื่ออยู่บนท้องถนน ทุกสิ่งเป็นสถานการณ์และมิติในการเคลื่อนที่ใหม่ ตลอดเวลา ผู้หญิงจึงคิดเรื่องนี้เร็วๆไม่ได้
และผู้หญิงมักจะขับรถหลงเส้นทาง หรือเข้าช่องทางผิดบ่อยๆ

เรื่องที่เป็นที่จำเป็นต้องยอมรับก็คือ ผู้หญิงจำซ้ายขวาไม่ได้
ถึงจำได้ก็พูดไม่ได้ ทั้งนี้เพราะสมองของผู้หญิงสามารถช่วยกันทำงานได้ทั้งซีกซ้ายและขวา
เรื่องนี้อธิบายยากว่าทำไม ก็ผู้หญิงมีสมองที่ทำงานถึง 2 ส่วน ก็ย่อมดีกว่าส่วนเดียว
แต่นี่แหละเพราะมันช่วยกันทำงาน เลยมีปัญหาเรื่องมิติและทิศทาง
อ้อ...ผู้หญิงคนไหนเป็นตากล้องมืออาชีพได้ ต้องเรียกว่า เหนือธรรมชาติ ต้องชื่นชม
ทั้งนี้เพราะจะต้องเป็นคนที่สามารถเข้าใจทั้งเรื่องกลไก เทคนิค จินตนาการ การคาดเดา ฯ โอ้ย....เยอะ

มีเรื่องหนึ่งที่ได้ทำการทดลองและพิสูจน์มากหลายต่อหลายตัวอย่าง
พบว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่มีสัมผัสพิเศษ หรือเรียกว่า สัมผัสที่หก
ผู้หญิงสามารถคาดเดาเรื่องบางอย่าง ซึ่งอาจจะได้จากมีความละเอียดหรือเป็นคนช่างสังเกตุ
แต่หลายๆครั้งพบว่า ผู้หญิงเดาเรื่องหรือคาดเดาได้โดยที่เธอไม่มีข้อมูล
เมื่อใดที่สามีคิดนอกใจ แค่คิด ภรรยาก็ใช้สัมผัสพิเศษนี้จับผิดได้แล้ว
ผู้หญิงจึงได้ชื่อว่า เป็นเพศที่มีความหวาดระแวงอันตรายมากกว่าผู้ชาย
คนเป็นแม่ มักจะห่วงและดูแลลูกของตนด้วยความรักและหวงแหนมากกว่าที่จะวัดคำนวนกันได้
ดังนั้นจึงมีผู้หญิงหลายคนที่ขับรถด้วยความหวาดระแวง ขี้ตกใจ
แต่ส่วนที่สร้างปัญหาคือ ความกลัวๆกล้าๆนี่แหละ

เรื่องนี้มีหลายประเด็น แต่ด้วยว่าผู้เขียนเป็นกระทาชาย มิใช่เพศหญิง จึงไม่อยากโม้มากมาย
เอาอีกประเด็นก็แล้วกัน
ผู้หญิงเมื่อตกใจ เมื่อโกรธ เมื่ออาย เธอจะทำเรื่องที่ไม่มีคาดเดาได้
ดังนั้นเมือผู้หญิงรู้ตัวว่าตัวเองขับรถไปอยู่ในสถานการณ์ต่างๆที่กล่าวมาแล้ว
ยิ่งมีคนมาจ้องมองเธอมากเท่าไหร่ สิ่งที่เธอจะกระทำก็ยิ่งแปลกมากขึ้นไปเป็นทวี
ผู้หญิงจะแก้ปัญหาด้วยการไม่ไตร่ตรอง ไม่ตรวจสอบสิ่งแวดล้อม และโดยมากจะไม่หยุดตัวเอง
เช่น ถ้าเธอขับรถชนถังหรือไพล่อน(กรวยจราจร) เธอจะแล่นทับมันไป หรือไม่ก็ลากมันติดใต้ท้องรถกลับไปบ้าน
หรือถ้ามีควันพวยพุ่งออกมาจากฝากระโปรงขณะขับรถอยู่ เธอก็จะแล่นมันต่อไปโดยไม่ยอมหยุด
เมื่อเรียกกันมาสอบถามเธอจะบอกว่า เห็น รู้ แต่จะเอารถไปให้ถึงที่หมายก่อน

เรื่องการตัดสินใจและการกระทำของผู้หญิง ไม่มีวันที่จะเรียนรู้ได้หมด

สิ่งดีๆสิ่งหนึ่งในการขับรถของผู้หญิงก็คือ ผู้หญิงจะไม่ขับรถเร็ว(มากๆ)
แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีผู้หญิงหลายคนที่ขับรถเร็วมาก โดยเฉพาะบนทางด่วนหรือโทล์เวย์
ซึ่งหากว่าเธอได้ประสบอุบัติเหตุสักครั้ง เธอก็จะเข็ดและไม่ขับแบบนั้น
ผู้หญิงที่มีลูกตัวเล็กๆ เธอจะไม่ขับรถเร็ว เพราะกลัวไม่ได้เห็นหน้าลูก
หลายครั้งที่ผู้หญิงที่ขับรถเร็วและถูกเตือนด้วยคำพูดหนึ่ง พวกเธอจะหยุดการขับเร็วไประยะหนึ่งเลย
คำเตือนนั้นก็คือ ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วเสียโฉม อย่าหาว่าไม่เตือนนะ
อันนี้ ทำให้เธอกลัว แต่ไม่ได้กลัวตายนะ เป็นการกลัวไม่สวย กลัวหาสามีไม่ได้ 555



โดย: zoomzero วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:00:37 น.  

 



Good morning kha Hear...
Do u see my mail yet?
why your blog is often like that..
I'm frustrated that I can't talk to you...
just kidding kha....hahahah...
mizz u when u disappear naka...


โดย: มินทิวา วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:26:36 น.  

 
โอ้...มีฝรั่งมาคอมเม้นท์
อ้อ...ฝรั่งเลี้ยงแมวนี่เอง

blog โดนแบน เพราะนิสัย จขบ ไม่ดี
ชีวิตจริงก็โดนตำรวจโบกมือให้หยุด(รถ)
ชีวิตบนไซเบอร์ก็โดนกำจัดการใช้งาน
นี่แหละชีวิตของคนใจโฉด

ตกลงก็ไม่ได้บินไปหม่ำแกงฮังเลที่โน่นแล้วนะซิ 555


โดย: zoomzero วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:13:51:57 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ชาย อิอิ ช่วงหลายวันนี้ว่าง หลังจากใช้งานเลขาฯ ทำเวปไซด์ธุรกิจใหม่เสร็จไปแล้วเวปนึง เหลือีกเวปนึง (จะทำอะไรกันหลายอย่างเหลือเกิน อิอิ)

วันนี้เข้ามาได้ดูคลิปวีดีโอเต็ม ๆ เพราะตอนแรกที่มาเม้นท์ใช้ galaxy tab เข้าเลยไม่ได้ดูคลิป ^^ 555 ขำอ่ะ ไม่ใช่ผู้หญิงทำแบบนี้ไม่ได้จิง ๆ เหรอเนี่ยะ แปลว่าผู้ชายนี่แย่เน๊อะ ทำอะไรขำ ๆ ก้อไม่เป็น อิ อิ

นั่งอ่านเรื่องที่ไปส่งแม่ไปรพ. แล้วเจอชนศอก แล้วตามแกล้ง อิอิ ทำไปได้เน๊อะพี่ชายเนี่ยะ จิง ๆ เข้าประชิดตัวได้แล้วก็น่าจะแกล้งหาเรื่องหรือโวยวายไปซะเลยอ่ะ อิอิ

เขียนเพิ่มเติมเรื่องใบขับขี่ด้วย กำลังอยากรู้เลยค่ะ ละเอียดเชียวทั้งวิธีทำ ทั้งไปสอบเขาสอบอะไรบ้าง ยังไม่ได้เรียนซะทีอ่ะ เหอะ ๆ

ว่าแต่ว่าใบขับขี่เดี๋ยวนี้เขาไม่มีระบบตลอดชีพแล้วใช่ม้า บีว่าก้อดีนะคะ ต้องมาอัพเดทรูปให้ตรงกับหน้าตาอยู่ตลอด แล้วก็เผื่ออนาคตไปคนนั้นอาจไม่สามารถขับรถได้แล้วก็เป็นได้ แต่พอเราจะทำเองกลับแอบบ่นว่าทำไมไม่มีแบบตลอดชีพฟระ งี้ก้อต้องมาทำบ่อย ๆ ดิ อิอิ

ก่อนสงกรานต์เพิ่งไปทำพาสปอร์ตเล่มใหม่มาเรียบร้อยแล้วค่ะ งิงิ รูปใหม่หน้าบ้าน บานมาก ยิ่งซื้อที่หนีบผมด้วยเพชรจากเลอซาช่ามาหัดม้วนผมเอง กะว่าม้วนผมไปถ่ายรูปแล้วจะเป็นคุณนายกะเขา ที่ไหนนาย ถ่ายออกมาหน้าบานกว่าเดิม 555 ตลกมากมาย พาสปอร์ตแบบใหม่มีตั้ง 50 หน้าแน่ะ พอเอามาเทียบกับของตาลุงที่บ้านมีประมาณ 28 หน้าเอง หนาขึ้นเยอะ จะได้ไม่ต้องมาต่อกันบ่อย ๆ มั๊งคะ แต่แหมว่าไปพาสปอร์ตเล่มเก่าที่ไม่ได้เปลี่ยนชื่อก้อขาวสะอาดทุกหน้าเลย 555

ยังไม่มั่งใจตัวเองเล้ย ว่าจะสามารถเป็นผู้ขับรถบนท้องถนนที่มีคนใจร้อนและเห็นแก่ตัวมากมายในกรุงเทพฯ กับเขาไหวรึเปล่า ถึงเราจะขับดี แต่เวลานั่งรถแล้วเห็นคันอื่น ๆ มันขับไม่ดี เสี่ยงกับการจะมาพุ่งชน ปาด แซง เราได้ตลอดเวลาแล้วกลุ้มใจ *_*

แหมพอบีจะเอามิตซู พี่ชายก้อมาเชียร์พรีอุส อีตอนแรกบีว่าจะเอาพรีอุส พี่ชายก้อเป็นคนปรามเองมิใช่หรือคะ ว่ารถ hybrid อย่าเพิ่งใช้เลยรอให้ระบบมันดี มันเสถียรก่อนอารัยเนี่ยะ ก้อเลยมามองรุ่นอื่น พอจะเอารุ่นอื่น กลับมาว่าพรีอุสดีกว่า เง้อ คนเรา *_*

เห็นเม้นท์ข้างบนมีรูปงานพระราชพิธีอภิเษกของราชวงศ์อังกฤษ บีนะนั่งเปิดช่องเก้าดูตั้งแต่บ่าย กว่าจะแต่งตอนเย็น อุอุ สรุปว่าดูทั้งวัน งานช่างยิ่งใหญ่อลังการจริง ๆ เน๊อะ ^^ จะว่าไปเกิดมาบีก้อยังไม่เคยได้ดูงานแต่งงานของเจ้าอะไรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้เลยอ่ะค่ะ เพราะเจ้าแต่งงาน คงไม่ได้มีกันบ่อย ๆ เน๊อะ ตอนเจ้าฟ้าชายชาร์ลกับเลดี้ไดฯ แต่ง ก้อยังไม่เกิด ตอนในหลวงกับพระราชินีของเราเองนี่ยังเกิดไม่ทันแน่นอน หรือตอนฟ้าชาย ก้อไม่เกิดอีกอ่ะ เรียกว่าเกิดมาเพิ่งได้ดูงานแรกจริง ๆ เลยนะเนี่ยะ

ดูแล้วประทับใจมาก งานแต่งแบบคริสต์นี่ก็มีสเน่ห์ดีจังเลยนะคะ ทั้งดูศักดิ์สิทธิ์และยังแฝงไว้ด้วยการเทศน์ทางศาสนาไว้ด้วยกัน กับเพลงเพราะ ๆ แต่ก็แฝงไว้ด้วยศาสนาได้กลมกลืมและลงตัว ชอบตอนที่ให้สัตย์สาบานต่อกันว่าจะรักและดูแลกันทั้งในยามสุขและยามทุกข์ จะมีเพียงคนเดียว อุอุ แหมทำไมศาสนาพุทธไม่มีพิธีแต่งงานอะไรแบบนี้บ้างน้า ที่เวลาแต่งงานต้องให้สัตย์สาบานกันอะไรแบบนี้อ่ะ ดูขลังดีออก

ชอบประโยคหลังจากที่สาบานตนกันแล้ว บาทหลวงเอาผ้ามาพันมือขวาของทั้งคู่แล้วพูดว่า "ผู้ที่พระเจ้ารวมไว้แล้ว ขอจงอย่าให้ใครได้แยกเขาออกจากกัน" โอ้ ชอบมั่กม๊ากกก แต่ว่า...ในความเป็นจริง อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปก็ไม่มีใครรู้ได้อยู่ดี ^^ รอดูกันต่อไป

ว่าแล้ว เดี๋ยวนู๋ต้องไปส่องหาเจ้าชายประเทศไหนยังโสด หล่อ ๆ เป็นราชวงศ์ยิ่งใหญ่ ๆ มาแต่งม่างแล้วอ่ะคร้า คริ คริ

อ้อ อีกเรื่อง ตอนนี้ที่เมืองทองตรงทะเลสาปเมืองทองด้านหน้า มีงาน Super Giant นะคะ เครื่องเล่นสวนสนุกระดับโลกอารัยเนี่ยะ ว่าง ๆ แวะมาเที่ยวสิคะ เปิด 4 โมงเย็นถึง 5 ทุ่มแค่เดือนเดียวนะคะ รายละเอียดที่ไปหาในเน็ตมา ประมาณนี้เลย http://www.thai3dworld.com/thread-238-1-1.html

บีกับตาลุงแอบเข้าไปเดินเที่ยวงานมาแล้ว เพราะมันเดินเข้าฟรีวันธรรมดา แต่ยังไม่ได้เล่นอารัยเลย เดี๋ยวว่าง ๆ ไปใหม่ อิอิ แต่ว่าไปราคาตั๋วเครื่องเล่นเหมาไม่รู้ว่าแพงไปรึเปล่านะ เพราะพอเข้าไปแล้วเครื่อเล่นจริง ๆ มีไม่กี่อย่างที่เล่นได้ เป็นเครื่องเล่นเด็กก็ครึ่งนึงเข้าไปแล้ว ส่วนเครื่องเล่นผู้ใหญ่ที่น่าเล่น ก้อหวาดเสียวจนไม่รู้จะกล้าขึ้นรึเปล่า เหอะ ๆ อย่างไอ่ tower ที่ยกขึ้นไปสูง ๆ ประมาณตึกห้าหกชั้นแล้วปล่อยหล่นลงมาอ่ะ แค่ยืนดูข้างล่างยังหวาดเสียวแทน คนเรานี่อยู่ดีไม่ว่าดี อยากจะรู้สึกความรู้สึกคนกระโดดตึกห้าหกชั้นล่ะมั๊งถึงสร้างขึ้นมา เหอะ ๆ หรือทีเปงหนังสติ๊กเด้งไปเด้งมา ก้อน่ากลัว ไม่รู้ไปแล้วจะกล้าเล่นจริง ๆ กี่อย่างเลยอ่ะ 555 คงจะได้เข้าแค่บ้านผีสิง กับที่เปงเหมือนล่องแก่ง กับรถไฟเหาะ กับชิงช้าสวรรค์ล่ะมั๊ง อิอิ แต่เกมส์ตามซุ้มเยอะ และคนเล่นกันมากเลยค่ะ ดูไปเหมือนเกมส์งานวัดแต่ทำซุ้มให้ดูดีหน่อย ใช้แลกเหรียญ token เล่น token ละ 25 บาท เกมส์นึงก้อประมาณ 4-6 token อ่ะ มีตั้งแต่ปาลูกบอลลงถัง โยนห่วงลงคล้อยคอขวด อะไรประมาณนี้เลย แต่ที่คนเล่นเยอะที่สุดก็คือ ตู้หยอดเหรียญตาละ 2 token ตู้หนีบตุ๊กตานั่นเอง แต่เป็นตุ๊กตายักษ์นะคะ ตัวใหญ่ยักษ์เลย ที่หนีบก็เลยอันยักษ์ไปด้วย อุอุ ดูแล้วทำให้อยากได้มาก หนีบกันใหญ่ แต่ก็รู้ ๆ กันว่ามันไม่ได้หนีบกันง่าย ๆ แต่คนก็เล่นกันจับอ่ะ หนีบติดแล้วก้อหลุด ๆ กันตล๊อด ตล๊อด แต่รวม ๆ ไปดูบรรยากาศในงานก้อสนุกดีค่ะ :)

โม้ซะเยอะเลยวันนี้ แหม นาน ๆ ว่างงานซะทีเน๊อะ สงกรานต์ปีนี้ลุงว่าง เลยไปพักผ่อนตากอากาศที่วัดท่าซุงกันมาสามวัน เหมือนได้ไปเที่ยวพักผ่อนด้วย ไปวัดทำบุญด้วยพร้อมกัน ไปกันสี่คนกับตาลุง กับแม่ กับเบลล์ค่ะ นั่งรถตู้กันไป (ถ้ามีรถคงได้ขับไปวัดซักทีนี้ แต่ไม่ขับเองหรอก ให้คนขับเป็นขับไปจิ อิอิ) มีพิธีสะเดาะห์เคราะห์ด้วยพอดีเลยค่ะ แล้วก็อยากไปก่อกองทราย ไม่เคยได้ก่อกับเขาซักที คราวนี้ไปเห็นก่อกองทรายประดิษฐ์กันสวยงามเลย เราก็เข้าเน็ตในกาแลคซี่ แทป หารูปวัดกันกับเบลล์นะ ว่าจะก่อเป็นทัชมาฮาล หรือวัดพระแก้วดี แล้วก็ตกลงจะก่อเป็นวัดพระแก้ว รั้วยาว ๆ แต่.... ที่ไหนได้ พอถึงเวลาจะไปก่อจริง ๆ... โหย อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าอ่ะ ตั้งใจเตรียมหมวก เตรียมร่มไปเต็มที่ ไปถึง กองทรายเก็บไปเรียบหมดแระ กำ เลยว่า 555 แง้ อดก่อเลย อุตส่าห์จะทำปฏิมากรรมสวย ๆ ให้ชาวโลกดูซะหน่อยเชียว อิอิ ชิ เดี๋ยวไปก่อแถวชายหาดชายทะเลแทนแระกานอ่ะ งอล

ช่วงอาทิตย์ก่อน ที่หลังสงกรานต์ก็ไปตระเวณทัวร์เกราะเกร็ด กับวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ทำบุญไหว้พระกับเจ้าเบลล์มาค่ะ อิอิ ไปรอบที่ 3 แล้ว ^^ แต่ก็ยังชอบอยู่ดี สวยอลังการมากจริง ๆ ไปถ่ายรูปกันเพลินเลยเชียว หลังจากนั้นวันอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็ไปเดินห้าง ช๊อปปิ้งค่ะ อิอิ ช๊อปกระจายทุกวันเลยเชียว ก้อเรยาเบื่อ เรยาเหงา นี่คะ :P ทำไงได้ คนเกษียณแร้วเงินเหลือกินเหลือใช้ก้องี้แหล่ะ แต่เรียกไปช๊อปก้อไม่ถูก ไม่ค่อยซื้ออะไร เดินเที่ยวตากแอร์ซะมากกว่า อิอิ

อ้อ พี่ชาย ไม่เห็นเข้า fb บ้างเลย หรือแอบ ๆ อ่านอยู่น้า คนเขามา fb กันหมดแล้วนะคะ แม้แต่ตาลุงที่ไม่เล่น เล่นไม่เป็น เดี๋ยวนี้เข้า fb ทุกวันเลย เห็นบอกว่าเกมส์เยอะดี แก้เบื่อ ซะงั้นอ่ะ 555 ยัยเบลล์นี่ก้อทำอะไร ยังไง ที่ไหน ก็อัพรูปจาก bb ขึ้นเฟสฯ ตลอด บ้ามาก คิดอะไร ทำอะไร เหงา เศร้าอะไร ก้อมาบ่นในเฟสฯ หมดเลย เหอะ ๆ วัยรุ่นเปงอย่างนี้กันนี่เอง *_* อาการหนัก

อ้าว ว่าจะจบก้อไม่จบซะที ซะงั้น อิอิ ไปแล้วจริง ๆ ค่ะ คิดถึงนะคะพี่ชาย เดี๋ยวช่วงอาทิตย์หน้าจะเริ่มไปสิง เที่ยว ช๊อปปิ้ง นวดหน้า ขัดผิว สปาแถวเดอะมอลล์ บางกะปิแทนแล้ว ว่าง ๆ แวะมาเจอกันบ้างนะคะ จุ๊บ ๆ ๆ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ IP: 124.122.208.38 วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:15:06:23 น.  

 
BeeeBU

อ้า...ดาวหางบีบูแห่งกาแล็คซี่ ClubAsteria โคจรย้อนมาอีกครั้งจนได้ อิอิ

แหม...เขียนซะยังกับทหารที่กลับมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เลย
เล่าย้อนยาวววว แต่ก็น่ารักจัง ทำให้พี่ชายคนนี้นั่งอ่านไปน้ำตาซึมไปเลย
ก็คิดถึงน้องสาวคนนี้นะซิ แต่ก็ทำใจได้แล้วเพราะน้องเราตอนนี้เป็นเศรษฐีไปซะแล้ว 555

เรื่องโดนรถชนข้อศอก
ว่าไปแล้วถ้าเกิดเขาเป็นพวกมาเฟียหรือพวกขายยา ก็อาจจะดวงกุดก็ได้นะ
พี่ชายก็หาเรื่องเพื่อบั่นทอนความยาวของอายุไปอย่างนั้นเอง อิอิ

เรื่องใบชับขี่
เออ...มีน้องสาวนี่แหละที่มีคอมเม้นท์เรื่องนี้มากกว่าคนอื่น
คนรุ่นเก่าก็ยังมีใบขับขี่แบบตลอดชีพอยู่นะ ของพี่ไปทำใหม่ก็ได้แบบตลอดชีพ
ส่วนของคนรุ่นใหม่นี่ก็มีแค่แบบ 1 ปีและ 5 ปีต่ออายุกันที
การต่ออายุแบบ 5 ปีก็ยังต้องมีใบรับรองแพทย์และทดสอบการมองเห็นอีกรอบด้วย
พี่ชายว่ารีบๆไปทำใบขับขี่เถอะ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนวิธีสอบให้ยากกว่าเดิม
ทั้งนี้เพราะอุบัติเหตุมันเกิดมากขึ้นและรุนแรง ซึ่งเขาก็ว่าเป็นเพราะว่า ประมาท มากกว่าไม่ชำนาญ
พี่ว่าบีคงเป็นคนขับรถที่ดีเพราะบีเป็นคนคิดอะไรรอบคอบ ทำบัญชียังละเอียดยิบเลยนี่หน่า

เรื่องพาสปอร์ตใหม่
ทำเสร็จแล้วก็รีบๆใช้ก่อนที่แผ่นดินมันจะไหวไปทั่วโลก
เดี๋ยวจะไม่ได้ไปประเทศไหนได้เลย ซิบอกไห่

เรื่องรถ
555 แหม...ก็มันคนละประเด็นกัน
ตอนแรกว่ากันเรื่องพวกรถไฮบริด นั่นก็บอกตรงๆว่าไม่ค่อยชอบ กลัวมันจะทำงานไม่สมบูรณ์
แต่ถ้าจะเป็นรถที่อยากให้บีใช้จริงๆ นาทีนี้ก็เห็นว่า prius มาแรงที่สุด
แต่ไม่ไหวแล้วหละ เพราะโรงงานที่เชนได ประเทศญี่ปุ่น เกิดแผ่นดินไหว
ทำให้ไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนอิเลคโทรนิคได้เลย
ที่เมืองนี้ ดันเป็นเมืองอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มากมายหลายยี่ห้อเสียด้วย
ทำให้ประเทศไทย ต้องรอชิ้นส่วนพวกนี้ และก็แปลว่ากว่าจะมีรถญี่ปุ่นรุ่นใหม่ๆ
ก็คงจะเลยเดือนพฤศจิกายน 2554 ไปแล้วหละ
สำหรับมิตซู เขาว่าอะไหล่แพง และศูนย์บริการไม่ค่อยประทับใจ ครับ (เขาว่านะ แต่เราไม่ได้ว่า)
ส่วนโตโยต้า มีศูนย์เยอะมาก บริการได้มาตรฐาน ราคาอะไหล่สมเหตุสมผล อะไหล่มีของแน่ๆ
จริงๆต้องลองขับดู ไม่ว่ารถคันไหนๆ ถ้ามันโดนใจได้อารมณ์ก็ซื้อเลย
พี่ชายก็เป้นพวกเชียร์ก็เชียร์เรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้น
ถ้าจะให้ซื้อรถใหม่จริงๆ ก็คงหนีไม่พ้น Honda หุหุ

เรื่องงานแต่งดยุคและดัชเชสแห่งแคมบริดจ์
โอ่ละหนอ ใครๆก็ปลื้มด้วยกันทั้งนั้นแหละ
เฮียได้เขียนคอมเมนท์เอาไว้ด้านบนแล้วว่า ชอบความเป็นยุโรปมากๆ
เอ้...เลือดรักชาติมันจืดจางไปหมดแล้วหละ
โอ้ย...จะไม่ให้หมดได้อย่างไร ก็เห็นในทีวีมีแต่คนรักชาติทั้งนั้น
สีนั้นก็รักชาติ สีนี้ก็รักชาติ รักกันเข้าไปเหอะ

เรื่องสวนสนุก
ลืมไปหมดแล้วเรื่องราวแบบนี้
ตอนนี้แค่เห็นชิงช้าสวรรค์ก็เวียนหัวแล้ว ยังไม่ต้องขึ้นไปบนนั้นหรอกน้องจ๋า
ถ้าให้ไปดรีมเวิลด์ คงได้แต่เดินเล่น หรือไม่ก็เข้าห้องหิมะ
พวกล่องแก่งหรือรถไฟอย่างที่บีเล่ามา เฮียคงไม่มีคุณสมบัติที่จะเล่นแล้วหละ
แล้วอะไรหนอ token
อิอิ พี่ชายเคยได้ยินคำนี้ตอนที่ใช้บริการเหรียญรถไฟใต้ดิน
แปลกดีเขาไม่เรียกเหรียญขึ้นรถไฟว่า chip
คนไทยเรียก ชิบ คนฝรั่งเรียก Casino Tokens

วัดเล่งเน่ยยี่ 2 เคยไปมาแล้ว 2 ครั้ง อยากไปอีก แต่ไกลบ้านเหลือเกิน
ส่วนเกาะเกร็ด ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้ไปเมื่อไหร่ มันก็ปัญหาเหมือนๆกัน คือ ไกล
แต่ขนาดวัดที่อยู่ไกลกว่านี้ก็ยังเคยไปมาแล้ว
คงต้องหาวัดที่มีร้านอาหารอร่อยๆ เพื่อให้คนที่พี่ชายไปชวน เขาจะได้อยากไปด้วย

fb ???
จำไม่ได้แล้วว่าใช้ชื่อหรือพาสเวิร์ดอะไร
ต้องไปค้นหาก่อนนะ
พี่ชายไม่ได้เข้าไปอ่านอะไรเลย
หมู่นี้ไม่อยากรับข้อมูลข่าวสารของมิตรสหายคนไหนบนโลกไซเบอร์เลย
คงจะใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้วกระมัง
ใครๆเขาก็หากิ๊กกันได้ทางไซเบอร์
ขนาดน้องสาวของพี่ชายคนนี้ยังทำได้เลย (หลายคนซะด้วย)
ทำไมเทวดาไม่ส่งสาวสวย รวย เซ่อ โง่ จิตใจงดงาม มาให้สักคนนะ 555

เอ้...ทำไม ต้องไปทำสปาที่เดอะมอลล์ บางกะปิด้วย
อ้อ...บ้านใคร? จำได้แล้ว อ้อ...อ้อ....อ้อ...
วันไหนไปทานไอติมเสว็นเส้น ก็ทานเผื่อพี่ชายด้วยนะจ๊ะ

ขอให้น้องบีมีความสุขเรื่อยๆแบบนี้ตลอดไปนะครับ

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:19:49 น.  

 



เช้านี้ ตื่นขึ้นมาบรรยากาศเป็นแบบนี้ค่ะ
เลยส่งผ่านมาให้เฮียสัมผัสด้วยอ่ะ
ชอบนึกว่า วันนี้ วันอาทิตย์ทุกที
เมื่อกี๊หน้าแตกไปทีแล้วบน fb อ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

เรื่องที่คุยกันทางเมล์ เดี๋ยวตอบกลับทางเมล์ดีกว่านะคะ อิอิ
ตอนนี้ ผีขนุน ได้จากมินไปแล้วอ่ะ
อาจเป็นเพราะหลัง ๆ ซื้อมาทานแล้วมันไม่อร่อยเหมือนช่วงก่อนแล้วมั๊ง
ตอนนี้ ผีข้าวโพดเข้าสิงแทนค่ะ
อาทิตย์ก่อนโน๊น น้องคนนึงซื้อมาฝากจากบอง(มาเช่)อ่ะ
โห..มันอร่อยจัง ตอนนี้เลยหันมาหาข้าวโพดคั่งแทนแล้วจ้า ฮ่า ๆ ๆ








ป่าวค่ะ มินไม่ได้มีความเศร้าในใจ อาไรมากนักหรอก เป็นช่วง ๆ ค่ะ
เวลาไปงานศพเนี่ย มินว่า ทุก ๆ คนก็คงเศร้าเหมือนกัน
เพียงแต่ ที่ผ่านมาอาทิตย์กว่า ๆ เจอคนรู้จักใกล้ชิดถึง 3 คน
มันแปลก ๆ ใจ ปนกับความปลงในเรื่องของชีวิตที่มันไม่แน่นอน
มีแต่เรื่อง ความตาย อ่ะ ที่แน่นอน และไม่มีวันตายนะมินว่า....







whether you're a cruel man,
but you're my partner....
not in the Cyber's games...


โดย: มินทิวา วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:25:34 น.  

 
Mintiva

WoW วันนี้วันหยุดชดเชยวันแรงงาน
อาหมวยส่งรูปมาให้ดูตั้ง 3 รูปเชียว

เรื่องข้าวโพดนี่นะ
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เฮียบ้าน้ำข้าวโพดมาก รู้สึกเขาจะเรียกว่า น้ำนมข้าวโพด

แทบทุกเดือนหรือสองเดือน ก็จะต้องหาเรื่องไปปากช่อง เพื่อไปซื้อน้ำนมข้าวโพด
ร้านที่ไปซื้อจะเป็นเหมือนสหกรณ์ เห็นเขาบอกว่าเป็น ไร่สุวรรณ
แต่เท่าที่ถามๆคนอื่นๆมาเขาบอกว่าเป็นของศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวโพดและข้าวฟ่าง (ก็ไม่รู้ว่าจะใช่หรือเปล่า?)
อยู่ในพื้นที่ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดโคราชบ้านเอ๋ง
นักวิชาการด้านโภชนาเขาว่าทานน้ำนมข้าวโพด ทานแล้วช่วยล้างสารพิษได้
มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันและลดความเสี่ยงเรื่องมะเร็ง
แคลลอรี่ก็ต่ำ ไม่มีโคเลสเตอรอล แถมยังมีวิตามินมากมายหลายตัว
นอกจากนี้ ยังทำให้ดวงตาแจ่มใส ป้องกันการเสื่อมของน้ำในลูกตา
ซึ่งประโยชน์นี้ไม่ใช่แบบเดี่ยวกับข้าวโพดฝักต้มนะครับ
เขาบอกว่าต้องรอให้ข้าวโพดของเขาตั้งท้องอ่อนๆก่อน (ประมาณ 68 วัน)
เอ้...ชักจะวิชาการมากไปกระมัง แต่ก็อ่านเจอมาแบบนั้นจริงๆ
คือเขาต้องวางแผนการปลูก วางแผนการเก็บ และวางแผนการผลิต

ตอนนั้นไปทีไร ต้องรอเข้าคิวนาน
เว้นแต่ว่า จะไปวันทำงาน (จันทร์-ศุกร์) คนจะน้อยหน่อย
ทีแรกก็ต้องซื้อกล่องโฟมเพื่อใส่น้ำแข็งแล้วทำให้มันใหม่สด
พอเที่ยวต่อไปก็ขนกล่องโฟมไปแพ็คที่โน่นเลย ประหยัดค่ากล่องได้
ทำแบบนี้จนเกือบปี สุดท้ายก็เลิกเห่อ เลิกกลัวมะเร็ง
ถ้าจะถามว่าแล้วในกรุงเทพฯไม่มีขายหรืออย่างไร
คำตอบคือ มี แต่เพราะรู้มากไป
เลยคิดว่าเขาใช้ข้าวโพดธรรมดา ไม่ได้ควบคุมอายุการเก็บ เลยไม่ยอมซื้อของเขามาทาน

ทุกวันนี้ เด็กๆในครอบครัว (รวมทั้งคนแก่ด้วยนะ)
กำลังติดข้าวโพดคั่วที่ใส่ในเตาไมโครเวฟประมาณ 3-4 นาที
มีเนยเค็มใส่ไว้ในถุงมาพร้อมเลย
แค่เอาใส่เตา ตั้งไฟ ตั้งเวลา รอฟังเสียง เป๊าะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ถ้าเสียงเงียบเมื่อไหร่ ก็กด STOP ได้เลย
ไม่ต้องรอให้ครบเวลาที่ตั้ง เพราะเวลาการแตกตัวมันไม่คงที่
จากนั้นก็ไปนั่งดูละครหลังข่าวกัน ต่างคนต่างคว้ากันหนุบๆหนับๆ
แต่ละคนก็มีเครื่องดื่มเป็นน้ำอัดลมกระป๋องประจำกาย มีทั้งแบบหวานและแบบไร้น้ำตาล
จะได้ยินเสียง กร๊วบๆๆๆ และตามด้วยการซดน้ำอัดลมดัง โฮกๆๆ
บางคนก็มีเสียงเรอแถมออกมาด้วย ช่างน่าเกลียดจริงๆ


เมื่อชีวิตของอาหมวยไม่ได้เศร้า ก็เอาเหอะ ตัวใครตัวมาร หุหุ
ถ้าไปงานศพแล้วหดหู่ ก็หางานแต่งงานเอามาบาลานซ์กันดิ๊
ถ้ารุ่นเดียวกันเขาเข้าหอไปหมดแล้ว ก็ทำตัวแบ๊วๆไปงานกับน้องๆก็ได้ 555

ว้า...ทำไมมาพูดเรื่อง ตาย ใน blog ของสุภาพชนอย่างเฮีย
เมื่อวานก็ได้ยินข่าวว่าลูกชายคนสุดท้องของ กัดดาฟี ตาย
วันนี้ก็ได้ยินข่าวว่า ท่านบินลาดิน ตาย
เอ้...ก็เมื่อวานยังได้คุยกันเรื่องสั่งอาวุธสงครามมาแก้แค้นกับพวกนักรบชาติ ขมุ ขมอมดำดิน อยู่เลย
ตกลงจริงหรือเปล่า แบบนี้หุ้นคงขึ้นกันแบบปรอทแตกนะซิ
คงต้องไปหลังบ้าน ค้นใบหุ้นเก่าๆเอามาปั่นใหม่ได้แล้ว
ไชโย...เราจะรวยแล้ว


ที่หน้าหุบเขาคนโฉด มีต้นไม้
ใต้ต้นไม้มีป้ายหิน
ด้านหน้าป้ายหินมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า

I used to be an evil-minded Mara.
I don't like both worlds, neither real nor cyber.
Yesterday, someone dared to touch my harsh heart,
Now, poison will hurt that person.


RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:33:37 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ชาย วันนี้อาทิตย์ต้นเดือน เพิ่งซ้อมมอซาย ไปทำสังฆทานที่ซอยสายลมค่ะ เอาบุญมาฝากกันเหมือนเดิมค่ะพี่ชาย

แอบอ่านเม้นข้างบน เรื่องบินลาเดนตายนี่ ชิ มะอยากจะเชื่อ ก่อนหน้านี้หลายปี มานก้อว่าตามไปรอบแล้วนิ เหอะๆ ก่อนที่จะหนีไปแอบใต้ซอยภูเขาแระซักพักก้อว่าตาม แล้วคราวนี้ก้อตามอีก ไม่รุ้ทำศัลยกรรมหน้าเหมือนมากี่สิบคน อุอุ

กำลังนั่งกินสเต๊กร้านสเต๊กลาวอยุ่เซ็นฯ แจ้ง ค่ะ (ภาษาวัยรุ่นงี้ เข้าใจเป่าเนี่ยะ อิอิ) กินเสดจาไปนั่งกินไอติมเกร็ดหิมะ เพื่อสุขภาพ (เขาว่าง้าน แต่จิงเป่ามะรุ้) ที่ร้าน Sfree อ่านว่าสฟรี ไปกินทีแล้วติดใจ เดี๋ยวนี้เบื่อสเวนเซ่นแล้วค่ะ เพราะร้านไอติมเพื่อสุขภาพ ไอติมเกร็ดหิมะ ไอติมผัด ไอติมทอด แปลกใหม่มีให้กินมากมาย งืงิ ร้านไอติมพอรวยแล้วเริ่มหันมากินไฮเกนดาส ลูกละร้อย เอิ๊ก แต่นานๆกินทีนะคะ ส่วนใหญ่กินไอติมแมคโดนัล เคเแฟซี โคนละ 7-9 บาทแก้อยาก หรือไม่ที่กินบ่อยสุดคือไอติมบลิซซาร์ด แดรี่ควีน กินไอติมทุกวันไม่เคยขาดเลย กินข้าวแล้วไม่ได้กินของหวานเหมือนขาดอะไรไปอย่าง งิงิ ขาดไม่ำด้รุย แระแบบนี้จะผอมกะเขามั้ยเนี่ยะ

อ้อโทรสั่งซื้อโอนามิมาใส่ด้วยแหล่ะ ราคาล่าสุด 3900 แน่ะค่ะ แต่สั่งแล้วใช้แีโทรมั่งให้ยายเบลล์อีกตัวเขาก้อลดมห้อยู่น้า ^^

แล้วก้อไปสมัครคอร์สนวดสลายไขมันกะเจ้าเบลนั่นแหล่ะคอร์ส 10 ครั้ง 3000 ต่อคน *_*

แล้วก้อไปเข้าคอร์สประทินผิวพวกขัดหน้าอะไรพวกนี้ง่ะ จิงๆไม่ได้บ้าเสริมสวยแต่เจ้าเบลอยากไปลดต้นแขนต้นขา หรือเลเซอร์แก้หลุมสิวบนหน้าไรงร้ คอร์สเลเซอร์แพงมากหลายหมื่น สามสี่หมื่น (นี่แบบลดราคาโปรโมชั่นพิเศษแล้วนะนี่ปรกติเห็นว่า 7-8 หมื่น หรือพวกคอร์สฉีดคาบอยไดออกไซลดไขมันอะไรนั่นที่เรียกคาบแกซี่ แพงมั่กเหมือนกัน แหมแระใครจ่ายก้อเจ๊พี่สาวมันไง *_* บีก้อไปด้วยระหว่างนั่งรอทำก้อเลยซื้อคอร์สนวดหน้าจำๆ คอร์สละสามพันกว่าไปสองคอร์ส จะได้ไปทำระหว่างนั่งรอด้วย ^^ ช๊อปปิ้งก็เริ่มซื้อเสื้อผ้าแยรนด์เนมมั่งแแล้ว ตอนนี้รายได้จากแค่ค่าสายงานตันถึงจุดสูงสุดแล้วค่ะคือ คลับจ่ายค่าสายงานสูงสุดแค่เดือนละ 25,000$ แมก่อนหน้านี้ไม่กำหนดเพดาน อัพไลน์บีได้ไปเดือนเดียว 70,000$ กันเลยทีเดียว ตอนนี้เลยอั้นแล้ว บีลยได้แค่นี้ แต่แค่นี้ก้อใช้ไม่ทันแล้วอ่ะ ยังไม่รวมค่าแนะนำ กับเงินปันผลรายสัปดาห์อีกต่างหากนะคะ ^^
ไม่โม้มากแล้วดีกว่าเดี๋ยวพวกแฮกเกอร์มาอ่านเจอ แฮกกันใหญ่แย่เลย

ช่วงนี่พวกแฮกเกอร์ระบาดค่ะ ทำงานออนไลน์ งานในเน็ตข้อมูล พาสเวิร์ดอะไรก็ต้องรักษาให้ดี ล่าสุดมีทีมงานมาแจ้งว่าโดนแฮคเงินในบัญชีกันไป 500$คนนึง อ้กคนโดนไป 1,000$ กำลังตามล่าโจรกันอยุ่ ไม่รุ้จะตามเจอเอาเงินคืนได้มั้ยเลยค่ะ แต่ก็อย่างที่พี่ชายเคยพูดค่ะบางทีคนร้ายที่น่าสงสัยก็ไม่น่าใช่คนอื่นคนไกล อาจเป็นคนที่รุ้จักกันดี อย่างอัรไลน์เองที่คอยสอน คอยแนะนำหนือสมัครให้นี่แหล่ะ ไม่ก็ญาติพี่น้องกันเอง ก็นะรุ้ทั้ง ligin, passware แถมรหัสพินหรือรหัสลับในการโอนเงินอีก เหอะๆ

สันๆ นั่งสืบคดีกับจับโจรก้อหมดเวลาแล้วค่ะ

พุดแล้วเครียดสั่งไอติม มินิ พาเฟ่ต์ ช๊อกโกแล็ต ร้าน Sfree ปินอีกแก้วดีกว่า พิมนานจนกินหมดไปแก้วแระเนี่ยะ อิอิ

คิดถึงนะคะพี่ชาย รักนะ จุ๊บๆ


โดย: นู๋ Beee น้องสาวจอมแก่น IP: 182.232.242.198 วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:20:07 น.  

 
แก้คำพิม ประโยคก่อนสุดท้ายจาพิมว่า วันๆ มะใช่สันๆ งิงิ พิมจากกาแลคซี่ไปกินติมไปก้อเงี๊ยะ เดาๆเอานะคะ อิอิ


โดย: Beee IP: 182.232.242.198 วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:31:15 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ซูม

พระราชพิธียิ่งใหญ่อลังการมากจริง ๆ ค่ะ แล้วมุมกล้องก็สวยมาก ตอนที่ถ่ายจากมุมสูง ดูแล้วนะจังงังเลย สวยจริง ๆ ชุดของท่านดัชเชสก็สวยสุด ๆ เมื่อเช้าดูข่าว เขาบอกว่าคล้ายชุดของเจ้าหญิงเกรซ เลยรู้ว่าจำผิด ไม่เหมือนชุดของจูลี่ แอนดรูส์ เอารูปมาฝากค่ะ





ขอบคุณมากนะคะที่แวะไปแจมที่บล็อค พักนี้เข้าพันทิพบ่อย เพราะตามอ่านกระทู้เคหาสน์สีแดง ละครจบไปแล้ว แต่ยังอินไม่เลิก เหล่าแฟนคลับตั้งกระทู้ถี่ยิบ จิ้นกระจาย เม้าท์กันมันส์พ่ะยะค่ะ

พอดีเจอคนตอบข้อสงสัยเรื่องพ่อของอารยา เลยcopyมาให้คุณพี่อ่านค่ะ

"แม่ของน้อย เดินทางไปท่องเที่ยวกับญาติ มีหนุ่มชาวบ้านมาหลงรัก
แต่เธอไม่สนใจ หนุ่มคนนั้นจึงปีนเข้าหา แล้วข่มเหงเธอค่ะ
แม่ของน้อยตั้งท้อง คลอดลูก แล้วยกลูกให้ชายคนนั้นไป
เพราะไม่อยากสนใจในเด็กที่เกิดบนความเจ็บของเธออีก
ต่อมาก็ได้พบกับ พ่อของน้อย ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อหมอรุจ
แต่งงานกัน แล้วมีน้อย ก่อนที่พ่อของน้อยจะเสียชีวิตลง"

เรื่องดอกส้มสีทองไปกันใหญ่แล้ว จะโดนแบนไม่ให้ฉาย ไม่ก็ตัดให้สั้นลง น้องไม่ค่อยได้ตามดูเท่าไหร่ แต่คิดว่าไม่น่าหรอก คนมันจะเลว คงไม่ใช่เพราะดูละครหรอก แล้วละครก็มีบทสรุปให้เห็นว่าคนเลวต้องได้รับผลกรรมยังไง

เฮ้อ เซ็งเป็ด พล่ามมากเกิน ไปแล้วค่ะ พี่ซูมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: haiku วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:56:51 น.  

 
BeeeBU

โอย...ภาษาเขียนจากเครื่อง Galaxy นี่อ่านแล้วป่วนจิตน่าดู
แต่ก็เข้าใจหมดนะ เพราะพี่เป็นพวกชอบเดา 555

แหม...อิจฉาจัง ทำรายได้จนเขาต้องขออั้นเลยหรือนี่
ดวงคนเรานี่บทจะรุ่งก็พุ่งแรงน่าดูเลยนิ๊
เชื่อแล้วหละว่า คนเราสะสมบุญและทำอย่างตั้งใจแรงกล้าจริงในวันนี้
บุญก็ตามมาทันชาตินี้ ชั่วโมงนี้ได้เลย
แต่พี่ชายก็คิดว่า หนูบีก็คงต้องแลกกับการเสียเวลาวันละหลายๆสิบชั่วโมงกับการเจรจากับลูกค้าและลูกทีม
เงินที่ได้ ถ้าเรารีบเอาออกนอกระบบไซเบอร์เร็วๆ ก็ไม่ต้องไปกลัวพวก hacker นี่หน่า
แต่อย่างว่า ผู้ร้ายมันก็คือผู้ร้าย มันคอยจ้องเล่นงานเราอยู่ตลอดเวลา
ทางที่ดีก็อย่าไว้ใจใครง่ายๆจะดีที่สุด
คราวหน้าไม่ต้องเล่าเรื่องรายได้แล้วหละ หุหุ

น้องบีโชคดีจังได้ลิ้มรสไอติมหลากหลายยี่ห้อ
แต่พี่ชาย เกือบปีแล้วนะที่ไม่ได้ทานไอติมเลย
บัตรสามชิกสเว็นเซ็นส์ก็หมดอายุไปแล้วเปล่าๆ ปีนี้เลยยังไม่ได้ทำใหม่

ปกติ เจ้าเบลล์ก็สวยจนใจพี่ชายจะละลายอยู่แล้ว
ตอนนี้ขยันเสริมสวยลดหุ่นกัน แบบนี้จะสวยไปอีกกี่ดีกรีนี่
พี่ชายก็คิดเหมือนกันนะว่า ถ้าเจ้าเบลล์หุ่นบางลงเหมือนชมพู่หรือแพนเค้ก
หนุ่มๆจะเดินตามขนาดไหน และยิ่งถ้าบำรุงซะผิวเป็นสีชมพูเนียนๆด้วยนะ
เดี๋ยวพี่เอาแหวนไปขอจองตัวเลย 555

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:09:56 น.  

 
haiku

ขอบคุณมากครับ
อุตส่าห์ทำการบ้านเรื่อง อารยาเป็นลูกใคร
พี่ซูมก็เดาเอาแบบนั้นเหมือนกันว่า แม่อัมพาน่าจะมีสามี 3 คน
เพราะไม่อย่างนั้น คุณน้อย ต้องมีปมปัญหาชีวิตแน่ๆ
ยิ่งเธอกลัวว่าจะทำให้ตระกูลของหมอรุจน์เสียหาย
เดี๋ยวก็พาลไม่ยอมแต่งงานกันอีก
ทีนี้หมอรุจน์คงจะยืนกัดฟันกร๊อดๆเป็นปลวกปี 2011 แน่เลย (ว๊าว...แรงไปมั๊ย)

โอเคครับสำหรับชุดเจ้าหญิงแคทเธอรีน
พี่ชอบชุดแต่งงานของเจ้าหญิงเกรซมากกว่านะ
คือว่า ขอบอกในฐานะผู้ชายนะ ชุดของเจ้าหญิงแคทฯนี่เป็นแบบผ่าอกลึกเป็นคอตัววี (V)
ดูเป็นสมัยใหม่ และออกแนวสปอร์ต ตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าหญิงที่ทรงเก่งเรื่องกีฬามาก
แต่ดูแล้วไม่อ่อนหวาน และทรงลดน้ำหนักจนดูผอมมากไปหน่อย
เมื่อเปรียบเทียบกับชุดของเจ้าหญิงเกรซ แบบนี้ ผ้าลูกไม้ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่
ชุดนี้เหมือนการหุ้มห่อตัวเจ้าสาวอันล้ำค่า
อ้อ...เทียร่า ของเจ้าหญิงแคทเธอรีน พี่ซูมคิดว่าเล็กไปนิด แต่ก็สวยงามดี

สำหรับ เรยา ดอกส้มสีทอง
พี่ซูมก็ว่า ไปกันใหญ่
เหมือนกับว่านักการเมืองและคนบางคนจะอยากออกมาชิงพื้นที่บนสื่อในช่วงนี้มากไปหน่อย
ใครๆก็รู้ว่า ละครออนแอร์ไปกว่าครึ่งทางแล้ว กองถ่ายก็ปิดกล้องเลี้ยงฉลองกันไปแล้ว
ไม่มีทางแก้ไขบทหรืออะไรได้อย่างที่เขาออกมาโวยวายกันหรอก
เหตุใดเมื่อคุณหน่อย เล่นเรื่อง แรมพิศวาส ทำไมท่านผู้หลักผู้ใหญ่เงียบ
ทำไมเมื่อคุณแคทรียา อิงลิช เล่นเรื่อง ดวงตาสวรรค์ นั่นก็ไม่มีใครว่าเป็นการชี้นำในทางไม่ดี
หรืออย่างเรื่อง ชิงชัง ทำไมไม่มีใครตำหนิบทละครที่เขียนให้ ยงชัย (บอล-วิทวัส) ว่าแม่อุ่น (พิม-พิมพ์มาดา)
ว่าเป็นโสเภณี และเขาไม่อยากให้เข้าใกล้ บทนี้ทำให้แม่ที่เสียสละอย่างแม่อุ่นต้องร้องไห้แทบสิ้นสติ

มีอีกเรื่องที่พี่ซูมแปลกใจว่า ทำไม ไม่มีคนคิดว่า คุณเจี๊ยบ ปวีณา ชารีฟสกุล
ควรจะได้รางวัลนักแสดงสมทบดีเด่นหรือยอดเยี่ยมแห่งปี
เธอเล่นได้สมจริงมาก ใครไม่เคยเห็นแม่ที่เอาใจลูกสาวคนเดียวคงไม่ทราบว่ามีแบบนี้จริงๆ
ยิ่งถ้าเป็นครอบครัวที่มีแค่แม่ลูก และลูกสาวเป็นคนหาเงินแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าจะมีลูกสาวแย่ๆแบบเรยาอย่างเรื่องนี้
บางคนบอกว่าทำไมเป็นแม่ต้องกลัวลูกหงอแบบนั้น อันนี้ก็ต้องดูแม่ของเรยาเรียนจบอะไรมา ทำอาชีพอะไรมา
แม่ของเรยาไม่ได้เรียนปริญญาโท ไม่ได้นั่งทำงานเป็นเจ้าของบริษัทข้ามชาติ ซะที่ไหน
แต่เธอเป็นแม่ที่ห่วงลูกมาก ยิ่งเห็นว่าลูกทำตัวแย่ เธอก็ยิ่งหวงมาก
เออ...ทำไมไม่มีใครชื่นชมบทบาทของคุณปวีณา ในเรื่องนี้กันเลย

ทำไมพวกคอละครหรือเซียนวิพากษ์วิจารณ์ไม่กล่าวถึง คนที่รับบทเป็นแม่ของเรยากันบ้าง
ทำไมโฟกัสที่เรื่องต่ำๆมากกว่าหัวใจของแม่ที่ยอมเพื่อลูกได้ทุกอย่างแบบที่ผู้ประพันธ์ได้แต่งเรื่องนี้เอาไว้
ตอนนี้เรื่องของเรยาก็มีคนเอามารวมกับครอบครัวของธัญญา เลยเม้าท์มอยกันสนั่นเมืองไปอีก
สงสารลูกของเรยาในละคร และลูกของธัญญาในชีวิตจริง ซะเหลือเกิน

haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:49:04 น.  

 
แหม ๆ พี่ชายอ่า เงิน e-currency บีก้อรีบขาย รีบแปลงเป็นเงินไทยเข้ามารอในบัญชีอยู่แล้วแหล่ะค่ะ ถ้ามีเยอะจริง ๆ ก็โอนกลับไทยได้ นี่เพิ่งขายเหรียญของที่ได้เดือนก่อนหมด ของเดือนนี้มาใหม่อีกแล้ว ขายไม่ทัน อุอุ

กำไรร้านแลกเหรียญตอนนี้ก็พุ่งจนน่าแปลกใจ ตอนแรกทำขำ ๆ เพราะเปิดขึ้นมาเพราะว่าจะได้ช่วยเหลือทีมงานที่หาซื้อขายเหรียญลำบาก เราก็บริการเองซะเลย จะได้สะดวก จากยอดรายได้นับเฉพาะกำไรเดือนแรก ๆ เดือนละหมื่นกว่าบาท เป็นสองหมื่น เดือนล่าสุดนี่ คิดปันผลกำไรแค่ครึ่งเดือนล่อไป 4-5 หมื่นแล้ว กำ บวกเลขกันจนตาลาย *_* แต่เดือนสองเดือนหลังนี่กำไรลดลง ไม่ใช่เพราะขายไม่ดีหรอกนะคะ แต่เน้นขายเหรียญตัวเอง ได้มาซะเยอะ เหรียญร้านเลยขายน้อย กำไรเลยลดลง อิอิ เอาเหรียญตัวเองให้หมดก่อนอันดับแรกว่างั้น :D

โอ้ย ๆ ดอกส้มสีทอง หนังเรื่องโปรดนู๋เรยน้า ตอนนี้ดังจนมีคนเอารูปเรยา มาทำเป็น Avatar MSN พร้อมข้อความประกอบด้วยว่า "ระวังผัวมึงให้ดี ๆ เพราะกูมีเรยาเป็นไอดอล" 555 ทำไปได้ บีเองก้อยังขึ้นหัวเอ็มเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น เรยา เองค่ะ ไปแล้ว อิอิ มีทีมงานผู้ชายมาแชตถามบีหลายคนเลย ว่าทำไมคนถึงชอบเป็นเรยา กันนักเนี่ยะ *_* บีก็เลยตอบไปว่า อ๋อ ก็เป็นอีกมุมที่ผู้หญิงอยากจะทำ อยากจะเป็น อยากจะแรงแบบนั้นบ้างไง แต่ชีวิตจริงทำไม่ได้ เลยชอบ อิอิ อะไรประมาณนั้น ถ้าทำได้แบบเรยา คงไม่มีคนเก็บกดกันอย่างทุกวันนี้ แต่ทุกอย่างมันก้อมีสองมุมมองนะคะ คนบางส่วนว่าไม่ดี แต่อีกส่วนกลับชอบมากมาย อิอิ

อ้อ ปวีณา นี่คนชมเยอะนะคะ พี่ชาย ต้องไปตามดูคลิปหนังเรื่องนี้ใน youtube คนคอมเม้นท์สงสารแม่เรยา กันมากมาย ส่วนเรยา คนก็ด่าลง fb กันเพียบ ว่าเป็นลูกที่เลวมาก พูดกับแม่แบบนี้ได้ยังไง โทรทัศน์มาฉายได้ไง อารัยแบบนี้ รับไม่ได้ หุหุ (แต่พูดจริง ๆ นะ คนเรามันก้อต้องมีเถียง มีทะเลาะกับแม่มาบ้างแหล่ะ หรือใครไม่เคย จิงมิ) ส่วนเรยา นี่ใน youtube ชอบกันมาก อย่างฉากที่เพื่อนห้องข้าง ๆ แอบเดินซุบซิบนินทาให้ได้ยินกันจะ ๆ เรยาก็หันไปด่าทันที อุอุ เพราะคนปรกติทั่วไปจะก้มหน้า หรือรีบเดินหนีไป หรือทำเป็นไม่ได้ยิน แต่แอบด่า หรือขัดเคืองในใจ ไม่ค่อยกล้าจะมีเรื่อง คนก็เลยสะใจกับฉากอะไรแบบนี้กัน ว่าไปการดูละครย้อนหลังใน youtube ก็ได้อารมณ์อีกแบบนะคะ อารมณ์ที่ได้อ่านที่คนเม้นท์กันนี่แหล่ะ อย่างล่าสุดคืนก่อน มาหา youtube ย้อนหลังดู thailand got talent ของอาทิตย์ที่ไม่ได้ดู เพราะไปเรียนสอนทำผมด้วยที่หนีบผมเลอซาช่า เลยพลาดไป โอ้โห ด่ากันกระจาย เถียงกันน่าดูใน youtube ประมาณว่าทีมนี่เข้ารอบไปได้ไง ทำไมทีมนั้นเก่งจังไม่ได้เข้ารอบ เถียงกันเป็นสิบ ๆ หน้า เหอะ ๆ แหมนะคนเรา ดีแต่คอมเม้นท์ แล้วถ้าชอบทำไมไม่โหวตให้กระจายให้เข้ารอบกันไปซะเลยล่ะ มาบ่นในเน็ตทำไมกันเนี่ยะ - - ขำ ๆ ดีค่ะ โลกไซเบอร์ก้องี้แหล่ะค่ะ ทำให้ผู้คนกล้าแสดงออกทางความคิด เพราะไม่ต้องแคร์ใคร และไม่มีใครรู้ว่าคนเม้นท์เป็นใคร เลยด่ากันมันส์มาก เหอะ ๆ

sms ดัง มีคนโอนเงินมาอีกแว๊ว ไปขายเหรียญก่อนนะคะ จุ๊บ ๆ ๆ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:55:53 น.  

 



หวัดดีตอนเย็นค่ะเฮีย
หยุดนาน ๆ ชัก lazy ไปทำงานค่ะ
ทำงานพรุ่งนี้อีกวัน พะหัสหยุด ศุกร์ไป เสาร์ อาทิตย์หยุดอ่ะ
มินเนี่ย เป็นคนเดียวในบริษัทฯ นะคะ
ที่ไม่ได้เข้ากฏเกณฑ์เหมือนพนักงานคนอื่น ๆ อ่ะ
ไม่ต้องตอกบัตร อ่ะ เดี๋ยวนี้เค้าเป็น finger scan แล้วอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ไม่มีพักร้อน ไม่มีลากิจ ไม่มีลาป่วย เพราะไม่เคยเขียนลาค่ะ
ไม่ได้จะคุยว่าใหญ่นะ แต่จะบอกว่า เบ๊ของจริงอ่ะค่ะ

ตอน HRM คนนี้มาใหม่ ๆ ตอนแรกก็เกือบจะรบกับมินแล้ว
เพราะเค้าจะให้พนักงานทุกคนเข้ากฏเกณฑ์บริษัทฯ ให้หมด
และมีการทำประเมินพนักงานทุก ๆ 3 เดือน
สมัยนั้น ยังไม่มีไอ้เครื่องสแกนนิ้วไรเนี่ย มีแต่บัตรตอก
ทำบัตรชื่อมิน เดือนทั้งเดือนไม่เคยตอกค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มินบอก ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานที่นี่
จนถึงเดี๋ยวนี้ ไม่เคยตอกบัตรเลย และไม่เคยมีไอ้เพอร์ซันแนลคนไหนเรียกมาคุยเรื่องตอกบัตรด้วย
ที่คุณฟิตเรื่องงานอ่ะ ฉันเห็นด้วย แต่ช่วยไปฟิตกับคนอื่น อย่ามายุ่งกับฉัน ฮ่า ๆ ๆ


พออยู่ ๆ ไป คงได้ยินเรื่องราวของมินว่า
มินเป็นยังไง เป็นแบบไหน ทำงานยังไงอ่ะ
พอรู้เนเจอร์ของมินแล้ว เดี๋ยวนี้ซี้กันมากอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เรื่องไรที่เค้าจะขอ หรือริเริ่มใหม่ บางเรื่องเค้าไม่กล้าพูด
ยังต้องมาขอให้มินช่วยพูดเลยอ่ะนะ
แต่ มีเค้ามาก็ดี มินก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวเรื่องคนอีก เหนื่อยค่ะ...

คุยถึงเรื่องหุ้น 10 ปีก่อน ตอนแรก ๆ
แมงเม่ามินก็รวยหลายเหมือนกันช่วงนั้น
ตอนหลัง ๆ ก็เรียบร้อยตามระเบียบ
เคยรวยมาเท่าไร มันเรียกกลับไปอีก 2 เท่าค่ะ ฮ่า ๆ ๆ (เข็ดแล้วจ้า)

อาจจะเป็นเพราะไม่เคยมองป้ายที่หน้าหุบเขาก็ได้...
แต่ ก็ไม่เป็นไรค่ะ คน ๆ นั้นเขาคงถือคติว่า
"ถึงฟ้าห้าม ก็จะฝ่า เพราะบ้ารัก
สุดจะหัก ห้ามใจ มิให้ฝัน
รู้ทั้งรู้ ว่าไม่ใช่ คนสำคัญ
ไม่มีวัน ที่จะได้ หัวใจเธอ"

แล้วเค้าคงไม่กลัวหรอกมั๊งคะ
กับพิษ(รักร้าย ๆ )เนี่ย
สมัยนี้เค้าดีท๊อกซ์กันเยอะแยะไปอ่ะนะ
ถ้าได้รับพิษเยอะ ๆ ก็ดีท๊อกซ์ไปสิคะ
จาไปกลัวอาไรกันนักหนาอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:14:40 น.  

 
Mintiva

สัปดาห์นี้แปลกดีนะ ทำๆ หยุดๆ สงสัยจะมีหลายคนที่ลาพักร้อนยาวทั้งสัปดาห์
แต่ดูเหมือนว่า รถราบนท้องถนนจะหายไปส่วนหนึ่ง เพราะไม่ค่อยติดมาก

เรื่องระบบบันทึกการเข้าออกที่ทำงาน
เมื่อก่อนก็เคยไปยุ่งเกี่ยวกับโปรเจคแบบนี้เหมือนกัน
เขาเรียกว่า accessing system ตอนนั้นใช้เป็น key card
เจ้านายเขาโดนนายใหญ่(ยักษ์)สั่งมาให้ไปร่วมธุรกิจกับบริษัทเพื่อนของท่าน
ซึ่งเปิดบริษัทนำเข้าเจ้าเครื่องรูดบัตรเพื่อเปิดปิดประตู
และจากการศึกษาอุปกรณ์และระบบการใช้งาน ฝ่ายขายก็คิดว่าน่าจะโอเค
แต่พอขายไปกับลูกค้ารายแรกปัญหามันก็วิ่งเข้ามาไม่หยุด
ตั้งแต่เครื่องมันไม่ยอมอ่านบัตร, ข้อมูลบันทึกการเข้าออกหายไปจากฮาร์ดดิส, ฯ
อันนี้ปัญหาทางเรานะ ส่วนปัญหาทางเขานั้นก็มีแปลกๆ เช่น คนหนึ่งคนดันทำบัตรสองสามใบ
เวลาเข้าใช้บัตรใบที่หนึ่ง แล้วตอนจะออกดันเอาบัตรใบทีสองมารูด ซึ่งเครื่องจะต้องไม่ยอมทำงาน
แต่มันดันทำงาน คือเปิดประตูได้ คนๆนั้นก็เลยใช้บัตรมั่วไปหมด
จากรายงานที่พิมพ์ออกมา กลายเป็นมีคนเข้าแต่ไม่ได้ออกไป และมีคนออกไปโดยไม่เคยเข้ามา
พนักงานบางคนก็เหมือนมีอาถรรพ์ เพราะทำบัตรกี่ใบกี่ใบเครื่องมันก็ไม่ยอมทำงาน พิลึกดีแท้
และที่ซวยหนักกว่านั้นก็คือ นาฬิกาของเครื่องอ่านบัตรมันดันไม่ตรงกับนาฬิกาของมนุษย์โลก
ไม่รู้ว่ามีคนไปเปลี่ยนหรือว่ามันเพี้ยนอะไรกันนักกันหนา
ในรายงานดันบอกว่า มีคนเข้ามาในอ๊อฟฟิซตอนตีสาม และคนๆนั้นก็คือ ผู้จัดการท่านหนึ่ง
ซึ่งท่านก็เข้าออกตามเวลาทำงานปกติ คนก็เอาไปนินทาว่าเรื่องมีคนเข้ามาในบริษัทตอนตีสาม
(สงสัยยายเลขาฯจะเชื่อเป็นตุเป็นตะ เลยโทรศัพท์ไปฟ้องภรรยาเจ้านายคนนั้นแหงมๆ)
ยาม(รปภ) ก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง ไม่เคยมีใครเข้ามาที่บริษัทตอนตีสองตีสาม
เจ้ายามก็เลยโดนเฉ่ง ยามก็โวยกลับว่าเขาไม่ได้ทำผิด เครื่องของเรานี่แหละที่ผิด
โอ้ย...โดนด่า และก็ด่าๆๆๆ จนต้องไปถอดไอ้เครื่องห่วยๆนี้ออกไป
ย้อนไปสมัยนั้น เจ้าเครื่องพวกนี้ยี่ห้อดีๆก็มีขาย ของญี่ปุ่นหรืออเมริกาก็มี
แต่เจ้านายดันไปหาเครื่องจากจีนแดง (หรือเอธิโอเปียก็ไม่รู้) เอามาขายเขา
พอเวลาผ่านไป ก็มานั่งคิดๆ ก็พบว่ามันเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้เพราะอะไร
ปัญหานั้นอยู่ที่เครื่อง ปัญหานี้อยู่ที่คน แต่ก็สายเกินแก้ไปแล้ว
ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่แสนสาหัสดี
แต่เฮียนะแค่แว็บๆเข้าไปในคดีนั้นแบบเฉียดๆ เลยแอบลอยตัวไปได้
พวกที่ชอบเล่นกับเทคโนโลยี่ใหม่ ก็อาจจะเจอเรื่องแบบนี้แหละ

สมัยนี้เล่นสแกนนิ้วมือ ทำเหมือน ตม. ที่สนามบินเลยนิ๊
บริษัทอาหมวยนี่ช่างทันสมัยดีแท้
เรื่องระบบควบคุมการเข้าออกอาคารหรือสำนักงานนั้น
บางคนคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ และมีบางคนคิดว่าเอาไว้จับผิดกัน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เดี๋ยวนี้มีคนแปลกหน้าแอบเข้าไปในบริษัทตอนเที่ยงบ่อยๆ
ยิ่งในตึกใหญ่ๆ พวกนี้แต่งตัวเป็นพวกพนักงานทำความสะอาด เดินเข้าออกไม่มีใครสนใจเลย
พอของหาย ก็จับมือใครดมไม่ได้ คาดเดากันไปต่างๆนาๆว่า เป็นคนในบริษัทตัวเองหรือเปล่า
ต้องไปพึ่งกล้องวงจรปิดถึงจะรู้ว่ามีมิจฉาชีพเข้ามาขโมยของ
นี่ไม่อยากจะคิดเลยนะว่า ถ้ามีพวกหื่นกามอย่างอาเฮียแอบเข้าไป จะเกิดอะไรขึ้น???
HRM ของบริษัทอาหมวยคนนี้ท่าทางจะทันสมัย ว่าแต่ว่าเป็นผู้หญิงใช่หรือเปล่า? อิอิ

เรื่องหุ้น
เฮียมีเพื่อนหลายคน เมื่อสิบกว่าปีก่อน เรื่องหุ้นนี้บูมมาก พวกเขาลาออกจากงานกันเลย
มานั่งจ้องหน้าจอคอมฯตามห้องค้าหุ้น แถมยังชวนเพื่อนคนอื่นให้ลาออกมาเล่นหุ้นกับเขาอีก
เวลามีทติ้งกันก็ต้องอิจฉาพวกเขาเหล่านั้น เพราะร่ำรวยเร็วมาก สามารถซื้อรถ ผ่อนบ้าน ...
บางคนนะ ทำงานอยู่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เงินเดือนหลายหมื่น โบนัสตั้ง 12 เดือน (ไม่รู้ว่าสมัยนั้นเขาให้กันได้อย่างไร)
แทนที่จะนั่งทำงานกินเงินเดือนกับโบนัสไป ดันออกมานั่งเฝ้ากระดานหุ้นอีกคน
แต่เจ้าคนนี้ก็นับว่าโชคดีเพราะพอออกมาไม่นาน รัฐบาลก็ประกาศปิดบริษัทหลักทรัพย์ 32 แห่ง
ตอนนั้นเป็นยุควิกฤติสถาบันการเงินในปี 2540
พวกเล่นหุ้นก็เลยกลายเป็นหุ่นกระบอกได้แต่ตัวแข็งทือไปตามๆกัน
ปี 40 นั้นทำให้เฮียสูญเสียเพื่อนๆไปหลายคน
พอพวกเขาพลาดพลั้งเรื่องการลงทุน พวกเขาก็หายตัวไปเลย
เฮ้อ...คิดถึงเพื่อนจัง

พิษรัก???
จ๊ากส์!!! เดี๋ยวนี้คนอกหักรักเป็นพิษ
เขาทำดีท๊อกซ์กันได้แล้วหรือคะ?

กลอนอันข้างบน ช่างแซ็บจริงๆ
ว่าจะเขียนกลอนโต้กลับ
แต่ขอเวลาให้หายอึ้งกิมกี่ซะก่อน

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:01:42 น.  

 
BeeeBU

โอ้...แม่เจ้า...ทำไมตอบคอมเม้นท์ไวจัง
แถมมีเวลามาเม้าท์กันแบบยาวด้วย
แหม...รู้สึกเกรงใจ เหมือนว่าพี่ชายจะรบกวนเวลาใช้เงินของคุณน้องจัง 555

เรื่องดอกส้มสีทอง
อันนี้คงเป็น talk of the town
ใครไม่คุยไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นคนตกยุคไป
สำหรับเรื่องที่คนทำท่าทางเหมือนอยากจะเป็น เรยา อันนี้มันเป็นเรื่องขำๆมากกว่า
ใครๆก็รู้ว่า เรยา เป็นตัวละครในฝ่ายคนไม่ดี ชอบแย่งสามีชาวบ้าน
อีกไม่กี่ตอนเรยาก็จะคลอดลูก แล้วก็ไม่รักลูก ขนาดให้นมลูกยังไม่ยอมให้เลยนะ
คิดดูซิจะมีใครเลวได้กว่าเรยา เธอบอกว่าไม่มีอารมณ์ให้นมลูก ปล่อยให้มันร้องไปก่อน
แถมพอมาเจอ CK (น้องชายคุณใหญ่) เธอก็เร่งให้สามีเอาลูกกลับเมืองไทย (คลอดลูกที่โอ๊กแลนด์)
เพื่อที่เธอจะได้มีห้องเอาไว้สำหรับมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายคนใหม่ (เยี่ยมยอด)
ถ้าถามว่า ผู้หญิงแบบนี้มีแต่ในละครหรือเปล่า?
พี่ชายว่า พี่ชายเคยเห็นคนแบบนี้มาแล้วนะ แค่ไม่ร้ายเท่า (และไม่รวยเท่า) เรยา
แต่นิสัยเจ้าชู้ ชอบแย่งสามีคนอื่น อันนี้แน่ใจเลยว่า เจ้าหล่อนเป็นคนแบบนั้นจริงๆ
ละครเรื่องนี้สะท้อนสังคม เตือนสังคม ไม่ใช่ชี้นำเยาวชน
ทุกวันนี้มีสาวๆกล้าถอดเสื้อ เต้นโชว์ให้หนุ่มๆดู ทำกันมานานแล้ว นี่ยังไม่มีละครเอามาสร้างกันเลย

บรรยากาศด่ากันในเว็บ ในบอร์ด
อันนี้พวกเราพี่น้องก็เคยผ่านมาแล้วนี่หน่า
มันคงจะเป็นแบบนี้ต่อไป ไชโยโชไยไทยแลนด์
ก็อย่างที่น้องบีว่า มันไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ก็ด่ากันได้แรงๆ
พวกที่เข้าข้างอีกฝ่าย ก็มักจะมีอะไรแอบแฝง
อย่างคนที่คาดว่าเป็นผู้หญิง ก็จะมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทำเป็นมาช่วยด่า
อิอิ ทำเหมือนพี่ชายทำในสมัยก่อนเลย แต่ของพี่ชายแย่ตรงผู้หญิงเขารู้ทัน
ก็จะไม่รู้ทันได้ยังไง ก็มีน้องสาวจอมป่วนคอยแฉพี่ชายทั้งวันแบบนั้น หุหุ

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:21:56 น.  

 
555 แอบมาขำ นั่นสินะคะ แต่ก่อนสนุกสนานกันมาก เรื่องยุให้รำตำให้รั้ว และสร้างความร้าวฉานคืองานของเรา อิอิ

เดี๋ยวนี้ไม่มีบรรยากาศแบบนั้นแล้วเหงาไปเลยแฮะ เดี๋ยวนี้พอดีมีตำแหน่งที่ไม่ค่อยอยากจะเป็น คือ global moderator อารัยนี่ง่ะ ของเวปบอร์ดทีม แหมก้อแปลดีนะคะคนเรา ไม่รู้ว่าเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หรือเพราะตำแหน่งมันค้ำคอก็ไม่รู้ พอมีประเด็นเขาถกเถียงหรือทะเลาะกันในบอร์ด เราก็ออกมาเถียงกะเขาไม่ได้ เดี๋ยวเสียชื่อแม่ทีม 555 แต่ใจจริงนี่ออกจะพิมพ์อยากพวกนั้นย้างใจจะขาก เก็บกดมากอ่ะ อิอิ กระทู้ไหนประเด็นร้อนมาเถียงกัย ทะเลาะกันขึ้นมานะ อู้ยคนติดตามอ่านเรื่องชาวบ้านด่ากันทั้งวัน 555 บางคนแจ้งให้ลบทิ้ง แหมๆ พี่ชาย บีหรือจะลบ ลบก้อไม่หนุกดิ 555 แอบเป็นนางร้ายแอบอ่านเขาทะเลาะกันต่อไป บางทีเรื่องเกิดจากคนสองคน แต่บางปลายเพราะลูกสมุนพวกบ่างช่างยุ หรือพวกชอบกวนน้ำให้ขุ่น แทนที่จะจบ เลยยาวไปกันใหญ่ อู้ย หนุกหนาน แบบว่าเปงนางฟ้าบอร์ดโน้น มาเผยธาตุแท้นางมารร้ายบ้านนี้แล้วกัน คิคิ

มาเม้าท์กัรจำๆรแบดึก ฝันดีนะคะพี่ชาย


โดย: Beee IP: 115.87.35.92 วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:16:28 น.  

 
ประโยคสุดท้ายจาบอกว่า มาเม้าท ์กันขำๆ รอบดึกๆค่ะ อิอิ


โดย: beee IP: 115.87.35.92 วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:23:54 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
จะตกอีกไม๊คะเนี่ย วันนี้อ่ะ
เช้ามีประชุมชี้แจงแบบที่นึง
บ่ายต้องไปอีกที่นึง อันนี้น่าจะสำคัญกว่านะ
เพราะเอาเสื้อไปเปลี่ยนค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ยังไม่ทันได้ใส่เลย ซิปรูดขึ้นรูดลงหัวหลุดซะแล้วค่ะ
สงสัยเรื่องมากไป กรรมสนองค่ะ
วันนั้น เค้าจะเอาตัวที่โชว์ให้ บอกไม่เอา
มีตัวใหม่ไม๊ ขอตัวใหม่ดีกว่า เลยได้แบบนี้เลยอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ไม่รู้เค้าจะให้เปลี่ยนหรือป่าว แต่ ถ้าไม่ให้เจอมินโวยแน่ ๆ ค่ะ
ผ่านมายังไม่ถึงอาทิตย์เลย วันนั้นก็ซื้อกันทุกคน ได้ตังค์พวกมินไปหลายอยู่นะ
ถ้าไม่ให้เปลี่ยนจะโยนทิ้งมันไว้หน้าร้านนั่นแหละค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

พักนี้ไม่รู้เป็นไร เมื่อวานก่อนก็...
ไปเดินวิลล่า ซื้อขนม ซื้อนู่น ซื้อนี่
ซื้ออาหารให้พวกไอ้เจ้าเหมียวด้วย
มันก็กินยี่ห้อวิ๊สกั๊สอยู่ดี ๆ แล้ว
ดันผ่าไปเห็นยี่ห้อใหม่ รูปแมวอ้วนยิ้มน่ารักมาก ๆ
อ่าฮ๊า..เหมือนเป็นของนอก(ญี่ปุ่น) ด้วย
เอาวะ..ลูก ๆ ชั๊น วันนี้ได้กินดีมีระดับหน่อยก็ได้เว๊ย..
ทุ่มทุนซื้อเกือบ 4 ร้อย แต่เห็นว่ามันใหญ่มาก
ปกติซื้อแค่ 100 กว่าบาท ไอ้นี่ใหญ่กว่าเกือบเท่าครึ่งค่ะ..
กลับมาถึงบ้าน ยังเซ่อซ่า ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ
กำลังคิดว่าจะหาอาไรใส่อาหารพวกนี้ดี เมื่อแกะแล้ว
มองไป มองมา เฮ๊ย ทำไมอาหาร..มันเม็ดคล้าย ๆ ปุ๋ยเลย สีฟ้าอ่อน ๆ
พอพิจารณาไปเรื่อย ๆ เฮ๊ย นี่มันไม่ใช่อาหารนี่หว่า นี่มันทรายอนามัยของแมวค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
คือ เค้าคงเอาไว้ใช้สำหรับให้แมวมันไปอึมั๊งเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ
มันก็เขียนอยู่แล้วว่า CATSAN ..แซนด์ไม่มีตัว D นะคะ
สรุปแล้ว ทั้งขำ ทั้งเซ็ง แถมซวยอีกด้วย เพราะต้องขับรถไป 7/11 อีก
เพื่อไปซื้ออาหารมาให้เค้าเฉพาะหน้าก่อนค่ะ
เฮ๊อ..ใครจะติ๊งต๊องเท่ามินอีก มีไม๊เนี่ย ฮ่า ๆ ๆ
เดี๋ยวออกจากบ้านไปทำงานก่อนนะคะ
ถ้าเดี๋ยวว่างจะเข้ามาคุยอีกเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ของวันอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
บางที ก็เข้ามาแอบดูเฉย ๆ สังเกตุการณ์อ่ะ แบบโจรหน่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:5:59:59 น.  

 
BeeeBU

v.v อ้า...น้องสาวเราเดี๋ยวนี้เป็นถึง GM (Global Moderator) เชียวนะเรา
ฟามจิง เอ้ย! ความจริง ถ้าอยากจะเล่นสาดโคลนกับสมาชิกในบอร์ด
สมัยก่อนพวกโมดูเรเตอร์เขาก็ลงมาเล่นกับชาวบ้านด้วยกันทั้งนั้น
แต่เรื่องอะไรจะเปลืองตัว เอาตำแหน่งอันทรงเกียรติมาทำให้ด่างพร้อย
เขาก็สมัครอีกชื่อ เช่น สาวใสใจซ่าส์ แล้วก็โพสต์ยุยงชาวบ้านได้แล้ว

เมื่อก่อนพี่ชายก็เป็นมนุษย์ร้อยชื่อกับเขาเหมือนกันนะ
มีทั้งภาคผู้ดี และภาคผู้หาความดีไม่ได้ แปลงกายใช้ avatar แตกต่างเวลากันไป
แหม...เรื่องเมื่อปีสองปีนีเอง เล่ากันซะยังกับสามสิบกว่าปี
ยังหรอก พี่ชายคนนี้ยังไม่ถอดเขี้ยวเล็บหรอก ยังขยันปั้นน้ำเป็นตัวได้แนบเนียนเหมือนเดิม

เออ...เมื่อวานก่อนเจอคนเขาเป็นศิษย์หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง
เขาอายุมากแล้ว (ใช่ซิยะ ต้องมีคนอายุมากกว่าชั้นบ้างหรอกยะหล่อน)
เขาบอกว่าเดินทางไปไหนไม่ค่อยไหว นั่งนานๆปวดขา
เลยทำบุญแบบ online
ตอนแรกได้ยินก็คิดว่าหูฝาด แต่เขายืนยันว่า เป็นการทำบุญออนไลน์จริงๆ
เขาว่าเราสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของวัดได้ตลอดเวลา
โอนเงินแล้วก็มาเข้า internet แล้วกรอกชื่อและนามสกุล
ระบุว่าเราจะทำบุญเรื่องอะไร แถมยังมีการใส่รหัสความปลอดภัยด้วยนะ
แล้วรอไปอีกหน่อย วันที่ 15 และ 31 จะมีการนำชื่อออกมาประกาศในเว็บ
แหม...ทันสมัยจริงๆ เพื่อนกัลยาณมิตรของพี่ชายคนนี้

ว่าจะสะเหร่อเรื่องนี้มาหลายครั้งแต่ก็ลืมทุกที
คืออยากจะบอกว่า ตอนนี้ต้องหัดกักกันเงินออมเอาไว้ อย่าเอามาใช้จนหมด
เพราะว่าในอนาคตอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาค่าเจ็บไข้ได้ป่วย
เรื่องพวกนี้ ประมาทไม่ได้เชียวนะ
พี่ชายไม่ได้มาแช่ง แต่มาเตือนด้วย "นิสัยถาวรส่วนตัว" เท่านั้นเอง

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:29:56 น.  

 




นอนก่อนนะคะ ง่วงแล้วอ่ะ
goodnight sleep well ค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:36:40 น.  

 
Mintiva

คงรู้ไปแล้วซินะว่า ฝนฟ้าไม่ได้ตก แต่อากาศร้อนมาก
ไม่ใช่ซินะ ต้องบอกว่า อบอ้าว มากกว่า

เรื่องเสื้อผ้าที่ว่านี้ ก็คือชุดที่ไปซื้อวันไปละลายทรัพย์ ใช่หรือเปล่า?
อย่างไรก็อย่าไปว่าเขาแรงนักนะ เขาก็แค่ไปรับของมาขาย
ถ้าเสื้อผ้ารุ่นนี้ไม่มี ก็ขอให้เขาเอาแบบอื่นมาเปลี่ยน
คุยกันดีๆนะจ๊ะ อย่าให้เฮียต้องไปประกันตัวที่ สอนอบางรัก เลยนะ

เออเน๊อะ...ปัญหาของมือใหม่หัดเลี้ยงแมว ก็แบบนี้แหละ
ที่บ้านญาติของเฮียคนหนึ่ง เขาก็มีมุมกระบะทรายให้แมวมาอึเหมือนกัน
ถามเขาดู เขาบอกว่า ถ้าไม่สอนมัน มันจะไปถ่ายทั่วบ้าน
และอาจจะไปถ่ายในรั้วของเพื่อนบ้านก็ได้
เดี๋ยวก็ได้บาดหมางกันเปล่าๆ
ว่าแต่ว่า เลี้ยงแมวนี่มันมีความสุขเหรอจ๊ะ
เฮียว่ามันเป็นภาระที่หนักเหมือนกันนะ
ตอนนี้เฮียก็ทำได้แค่เลี้ยงปลาหางนกยูง
เลี้ยงง่ายดี ให้อาหารแบบเป็นเม็ดแค่วันละครั้ง
อ่างปลาก็นานๆล้างที ส่วนใหญ่ก็แค่ดูดเอาน้ำขุ่นๆก้นอ่างทิ้ง
เออ...ถ้าวันไหน แมวของอาหมวยไม่อยากทานอาหารก็บอกเฮียนะ
เฮียจะช้อนปลาหางนกยูงเป็นๆไปให้แมวของอาหมวยกิน หุหุ

อากาศร้อนๆ เฮียเลยทานน้ำเยอะ
ทานน้ำเยอะ ก็เข้าห้องน้ำบ่อย
เลยได้เดินออกกำลังกายบ่อยไปในตัว
อยากได้อะไรที่ดื่มแล้วแก้กระหายจัง
วันๆเปลี่ยนน้ำดื่มไปหลากหลายตำราซะเหลือเกิน
น้ำเก็กฮวย น้ำกระเจี๊ยบ น้ำขิง น้ำอัดลม น้ำชามะนาว น้ำลำไย ฯ
กระหายน้ำไม่ว่า แต่นี่ยังมีอาการกระหายรัก มาร่วมแจมด้วย 555

วันนี้นั่งลุ้นตั้งนานว่าละครดอกส้มฯจะได้ฉายหรือเปล่า
ปรากฏว่าได้ฉายไปจนถึงตอนอวสาน
แต่ต้องขึ้น น.๑๘ ที่มุมซ้ายด้านล่างของจอ
แถมยังจะมีตัวหนังสือวิ่งเตือนคนดูด้านล่างของจออีกด้วย
ว่า ที่พวกมรึงแหกตาดูอยู่นี้ มานคือละคร ไม่ใช่ชีวิตจริงของใคร
เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย
ผู้ชายไทยไม่เคยมี พันละยาน้อย
ผู้ชายไทยทุกคน รักเดียวใจเดียว ไม่เคยมีกิ๊ก
ผู้หญิงไทยไม่เคยคิดจะแย่ง ฝาละมี ของใคร
ผู้หญิงไทยไม่เคยเอาเรื่องตั้งท้องมาเป็นเครื่องมือผูกมัดผู้ชาย
ไม่เคยมีผู้ชายและผู้หญิงไทยทำผิดศีลข้อสาม
อาเมน ด้วยประการหละฉะนี้
เวรกรรมของประเทศ "สาระขัน"

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:03:24 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮียจ๋า
ป่าวหรอกค่ะ เลี้ยงแมวไม่ได้มีความสุขขนาดนั้นหรอกค่ะ
ยอมรับว่า บางครั้งก็เครียด ๆ นิด ๆ เพราะเป็นภาระอ่ะ
แต่ จะให้มินทำไง เพราะไม่รู้จะไล่มันไปไงอ่ะ
แล้วตอนนี้ ก็เริ่มผูกพันกันเล็ก ๆ แล้วด้วย
แบบที่ว่า พอมินกลับมาบ้านปั๊บ พวกนี้มารอเลย
ไม่ใช่เรื่องรออาหาร เพราะแม่บ้านข้าง ๆ เค้าจัดการให้อยู่แล้ว เวลามินยังไม่กลับอ่ะค่ะ
ที่แฮปปี้ทุกวันนี้ เพราะว่าเค้าไม่ได้อึหรือฉี่ที่บ้านมินอ่ะค่ะ
เพราะมินเดินสำรวจทั่วก็ไม่เคยเห็นหรือได้กลิ่น
เพราะถ้าพวกมันอึหรือฉี่ที่นี่ ไม่รอดจมูกมินแน่ เพราะมินเป็นคนได้กลิ่นอาไรไวมาก
คนอื่นไม่ได้กลิ่น แต่มินได้ค่ะ รับรองว่าไม่มีพลาดอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ

เมื่อวานนี้จริง ๆ ด้วย ร้อน อบอ้าวแบบสุด ๆ
เดินเหงื่อแตกยิ่งกว่าอาบน้ำอีกค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แฮปปี้เอ็นดิ้งค่ะ มินเล่าให้เค้าฟัง เอาให้เค้าดู
เค้าก็เต็มใจให้เปลี่ยนแบบไม่มีลีลาเลยอ่ะ
เพียงแต่ไม่ได้แบบเดิม สีเดิมแล้ว เพราะมันไม่มีแล้ว
เอาแบบอื่นมาแทนค่ะ แถมซื้อมาใหม่อีกตัว
เพราะความสปอรต์ของแม่ค้าเนี่ยแหละที่มินชอบอ่ะนะ อิอิ

"ให้ฉันได้จำว่ารักเธอ ว่ารักเธอเพียงใด
จะอาไรก็ยอมทั้งนั้น และจะยอมเพื่อเธอเท่านั้น...
เกิดมาเพื่อรักเธอเท่านั้น
จะรักเพียงเธอเท่านั้น
แม้ว่าคนอย่างฉัน จะไม่มีค่าอาไร
เกิดมาเพื่อรักเพียงเธอคนนี้
อย่างที่จะตายแทนได้..
ไม่มีวันเปลี่ยนใจ หนึ่งใจที่ฉันมี....
เพื่อเธอคนนี้ คนเดียว....


วาว..เพราะจังเลยค่ะ เพลงนี้อ่ะ
มินนี่ก็มือไวดีเหมือนกันนะ
กำลังฟังเพลงนี้ ฟังไป ร้องตามไป พิมพ์ไปด้วยอ่ะ
เคยได้ยินหรือป่าวคะ เพลงเพื่อเธอ เพราะดีเน๊อะ...







วันนี้ อยากกินหอยแมงภู่นึงจังค่ะ
สงสัยเดี๋ยวไปดู อตก. ดีกว่าค่ะ
มินชอบของร้านดาวซีฟู๊ดอ่ะค่ะ อิอิ
ไม่รู้มีป่าว ...อยากทานไรคะ วันนี้ จะทานเผื่ออ่ะนะ
Happy วันหยุดพักผ่อน นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 5 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:24:31 น.  

 



นอนก่อนนะคะ
เฮียก็หลับฝันดีน๊า


โดย: มินทิวา วันที่: 5 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:01:57 น.  

 
Mintiva

วันนี้มาไม่ทัน เด็กอนามัยเข้านอนไปแล้ว
เอ้าห่มผ้า(ราคาแพง),
ปรับแอร์เป็นเบอร์25องศา,
เปิดไฟหัวเตียงแค่ดวงเดียว,
คร๊อกกกกกกฟี้


เลี้ยงแมว...
นั่นแหละ ไม่ขี้ไม่ฉี่บ้านเรา แต่แมวมันต้องขับถ่ายของเสียนะจ๊ะ
แบบนี้ชาวบ้านจะเดือดร้อนกันมั๊ย อาหมวยลองวิเคราะห์ดูดิ๊
ระวังมันจะไปปล่อยของเหม็นบ้านข้างๆเข้าให้หละคุณ

เลี้ยงแล้ว...ก็ผูกพัน
เห็นมั๊ยดวงคนเราขนาดปลีกวิเวกมานอนอยู่หมู่บ้านคานทองนิเวศน์ก็ตามที
ก็มีเรื่องให้เข้าทำนอง รักลูกต้องผูกพัน กับเขาจนได้
เหลือเชื่อมั๊ยหละ ดวงชะตาของมนุษย์ ไม่มีสามี แต่ก็มีลูกได้
เขาว่านะ ความรักเป็นสิ่งที่ดีงาม
แต่ก็หัดทำใจบ้างเพราะเขาว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์
อย่างไรหัดมองโลกในแง่ร้ายอย่างเฮียบ้างนะ
เพราะของมันไม่แน่หรอกว่า เมื่อของรักมันเกิดพลัดพรากหรือจากเราไป
ก็อย่าเศร้าให้มากไปในวันๆนั้น (ในอนาคต) นะจ๊ะ

เพลง เพื่อเธอ
รู้สึกว่าจะมีคนร้องหลายคน
แต่เขาว่าเวอร์ชั่นของพี่แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จะน่าฟัง
เขาว่าเพลงนี้มาจากเรื่องรักในรอยแค้น ซึ่งเป็นละครยาวเรื่องแรกของบอย ถกลเกียรติ (เอ็กแซ็กท์)
มีการสร้าง 2 รอบ ครั้งแรก ปี พ.ศ. 2535 มี แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ เล่นกับ นุส-นุสบา
ส่วนครั้งที่สอง ปี พ.ศ. 2545 มี ป้อง-ณวัฒน์ เล่นกับ แน้ท-เอวิตรา
ในปี 2535 เอ็กแซ็กท์ เปิดตัวพระเอกนางเอกใหม่ถอดด้ามทั้งคู่เลย (ตอนนั้นแท่งก็ได้เล่นสามหนุ่มสามมุมบ้างแล้ว)
ความจริงเขาว่าเพลงประกอบละครเรื่องนี้ชื่อ รักเธอมากกว่า (ของพีเต๋อ เรวัติ พุทธินันทน์)
เอาเถอะ เอาเถอะ เพลงนีมาจากละครเรื่องอะไรก็ช่างเหอะ
ว่าแต่ว่า อาหมวยชอบเพลงนี้ระดับไหนหละ
ถ้าชอบมั๊กมาก เดี๋ยวจะเปิด new entry ให้เลย เอาหรือเปล่า
ตอนนี้ได้ลิ้งก์ youtube ของพี่แท่ง ร้องตอนงานคอนเสิร์ต ครบรอบสิบปีเอ็กแซ็กท์ แล้วด้วย

wow หอย ...
วันนี้ก็เพิ่งได้ทานหอยแมลงภู่ผัดน้ำพริกเผาเมื่อตอนกลางวัน
เป็นหอยใหญ่มากกกกก เพราะเป็นหอยนำเข้าจากนิวซีแลนด์
บ้านน้องสาวของเจ้กิมลั๊งเขาทำเอาไปไหว้อากงกับอาม่าของเขา
เลยผัดซะชามเบ่อเร่อ เฮียกลั้นใจทานเผื่ออาหมวยไปหนึ่งตัวเชียวนะ อิอิ

ว่าจะหาเนื้อเพลงไพเราะเพราะพริ้งมาประชันซะหน่อย
เกิดอาการตื้อๆอีกแล้ว นึกไม่ออกซะงั๊น
อ้า...นึกออกแล้ว เอาแนวรันทดหดหู่ดีกว่า

เหมือนกำแพง ถูกเขาปล่อยร้าง
เหมือนคนสร้าง มิได้ตั้งใจ
ทิ้งให้เราทนเหงา อยู่เรื่อยไป
ฝ่าพายุร้าย ไปตามลำพัง

เลือกทางเดิน ที่คิดและหวัง
หากแม้นต้องพัง ก็ยังยอมทน
ฝืนชะตาที่แสนมืดมน
เก็บฝันเบื้องบน จนกลายเป็นจริง

สุดแต่ใจจะไขว่คว้า .....



RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 5 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:00:23 น.  

 


ละครเรื่องเดียว
วุ่นวายกันทั้งประเทศ
ถ้าฉันได้เป็นผู้นำประเทศ
ฉันจะสั่งห้ามฉายละครทางทีวีทุกเรื่องและทุกช่อง



โดย: zoomzero วันที่: 5 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:25:34 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ชาย เงินเหลือเก็บเยอะเลยค่ะ วัน ๆ ไปห้างก็ขลุกอยู่แต่แผนกรวมธนาคาร หาโปรแกรมฝากเงินแบบฝากประจำระยะสั้น ๆ ยาว ๆ หรือพวกกองทุน หุ้นกู้ อารัยพวกนี้ ลงไปเยอะแยะไปหมด ที่ละแสน ไม่รู้รวมได้กี่แสนแล้วเหมือนกันเริ่มมึน *_*

วันนี้แวะมาเพื่อจะพูดประเด็นเม้นท์ข้างบนนี่แหล่ะพอดีเลย 555 เริ่มล่ะนะ

กรี๊ดสสส โถ ๆ ๆ น้องหลุยสุดหล่อของพี่ เล่นได้กินใจ สะเทือนอารมณ์เหลือเกิน เห็นแล้วร้องไห้ตามทั้งเรื่องเลยวันนี้ น่าสงสารจริง ๆ แม่ก็ตาย พ่อก็ไม่แสดงความรัก ทำตัวเป็นพ่อวัยรุ่น รักนะแต่ไม่แสดงออก อุอุ ลูกเลยไม่เข้าใจ มามะ มาซบอกเจ๊ดีกว่า เดี๋ยวเจ๊ปลอบให้นะจ๊ะ นี่ขนาดใส่เสื้อ ไม่ได้ถอดเสื้อนะ โอ้โห ยังเห็นกล้ามหน้าอกมันทะลุเสื้อออกมา กรี๊ดสสสสส ฉันเป็นเรยา ก้อไม่เอาหรอกย่ะ อีตาคุณชายใหญ่ซื่อบื้อ สนใจแต่ลูก ชิ ให้นมลูกเดี๋ยวหน้าอกยานหมด เสียเวลา หาปั๋วใหม่ หล่อ ล่ำ เท่ห์แบบน้องหลุยเร้าใจกว่าตั้งเยอะ คริ คริ มิแปลกใจเรย 555

ส่วนคุณนายที่สอง เยนหลิงก็ร๊ายได้ใจมั่ก เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น เป็นบ่างช่างยุให้คนเกลียดกันได้ถึงกึ๋นจริง ๆ แหมช่างน่าลอกเลียนแบบเสียจริง ๆ คนอยู่ในโลกนี้แบบมีแต่คนรักใคร ว่าฉันดีเลิศประเสริฐศรี แม่พระสุด ๆ แน่นอนเลย อิอิ ส่วนลับหลังฉันจะด่าบรรบุรุษหรือเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งใครมันก้อเรื่องของฉัน ไม่มีใครเห็นซะหน่อย ผิดตรงไหน โฮะ ๆ ๆ

แหม คาแรคเตอร์ตัวละครแต่ละตัว ช่างแต่งออกมาได้ถูกใจจอมมารหุบเขานี้ กับนางมารร้ายอย่างนู๋ยิ่งนักเน๊อะคะ งิงิ

บ่นรอบดึก ๆ เส็ดแระ ไปดีฝ่า อิอิ


โดย: นู๋ Beee น้องสาวจอมแก่น IP: 124.122.56.64 วันที่: 6 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:34:06 น.  

 



สวัสดีตอนสายค่ะ
ยังไม่ได้ออกจากบ้านเลยอ่ะ อ้อยอิ่ง ๆ อยู่นั่นแหละ มินอ่ะ
เดี๋ยว 9 โมงค่อยออกก็ได้ค่ะ ให้รถมันโฟล ๆ ๆ ก่อน
วันนี้มีภารกิจฝากลูกรุ่นพี่ ไปสมัครงาน 2 ที่ ค่ะ
สถานทูตที่นึง ทีวีอีกที่หนึ่ง แต่ ไม่ใช่ใช้เส้นก๋วยจั๊บนะคะ
แค่เป็นการเร็คคอมเมนด์เฉย ๆ ถ้าเด็กเก่งและมีคุณสมบัติผ่าน นั่นแหละ เค้าได้ด้วยตัวเค้าเอง

เห็นจะจริงนะมินว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์อ่ะ
ขนาดแค่แมว นะ ยังอดเป็นห่วงมองหาไม่ได้เลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ ก็ไม่ใช่ว่าจะทุกข์ซะถึงขนาดหรอกค่ะ
มินเป็นคนที่ใจแข็งพอสมควรนะ ไม่งั๊นจะได้อยู่คานทองนิเวศน์เร๊อะ..
ถ้า ถึงเวลาละก็ ตัดให้ขาดเลย ชั๊บ ๆ ๆ เหมือนกันค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

เพลงที่พูดถึงอ่ะ ให้มินหัดร้องหรือเฮียร้องให้มินฟังคะ ฮ่า ๆ ๆ
ถ้าให้มินหัดร้อง หัดฟังเพลงนี้ มินไม่เอานะ
เพราะมันเก่าเหลือเกิน ไม่ชอบค่ะ
ชอบเพลงแบบที่เปิดอยู่ที่บล๊อคมินตอนนี้อ่ะ
ไปฟังดูก็ได้นะคะ ถึงจะเป็นเกาหลี แต่ร้องปนอังกฤษบางตอน
พอจะเดาได้ค่ะ ว่าเค้าพูดถึงไรอ่ะ ...don't give up...ฮ่า ๆ ๆ
คนนี้ ไม่เคยคิดยอมแพ้อาไรอยู่แล้วค่ะ
เอ้อ..ลืมไป ยกเว้น งู อ่ะ ยกให้มันอย่างนึงก็ได้
แค่ พิมพ์ คำนั้น ยังบรื๋อเลยอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ...

เรื่องแมวไปอึไปฉี่ที่ไหนเนี่ย มินก็ไม่รู้เหมือนกัน
และไม่สามารถไปห้ามมันได้หรอก เพราะไม่ได้อยู่เฝ้ามัน 24 ชม.ค่ะ
แต่ ถ้าใครจะมาโวยวายในกริยามารยาทที่ไม่สุภาพกับมินอ่ะ
มินก็จะแจ้งให้เขาทราบไว้ว่า มินไม่ได้เป็นเจ้าของ
ไม่ได้เลี้ยง และไม่เคยคิดจะเลี้ยงด้วย แต่มันมาออกลูกที่นี่ จะให้ทำไง
มันก็แปลกดีเหมือนกันนะ เวลามันมากิน มันมาที่นี่ แต่เวลาที่มันจะkeeอ่ะ ทำไมมันไปบ้านคุณ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันเว๊ย
เพราะฉันพูดกับมันไม่เป็นหรอก ถ้าฉันพูดกับมันได้ รับรองว่าไม่ใช่แค่ไปkeeหรอก
ฉันจะบอกให้มันทำมากกว่านั้นอีกหย่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เป็นไงคะ ...ฮ่า ๆ ๆ เข้าข่ายแม่มดยังเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ

hrm..บริษัทฯ มินอ่ะ เป็นผู้ชายทั้งแท่งค่ะ
ที่พูดเนี่ย ไม่ได้ทะลึ่งนะ เพราะเดี๋ยวนี้มันเยอะไปหมด ไม่รู้เป็นไง
ไอ้พระเอกละครไทยนะ มินว่าเกินกว่าครึ่งเนี่ย
มันแอบกันไปหมดแล้วอ่ะนะ...

เมื่อวาน มินก็ได้กินหอยแมงภู่แบบสะใจค่ะ อิอิ
แต่ไม่ได้เผื่อนะ ก็รู้ว่าเฮียไม่ชอบหอยแมงภู่นี่นา
ไม่เคยทานที่ทำแบบผัดกับพริกเผาค่ะ
แล้วหอยแมงภู่นิวซีแลนด์เนี่ย มันตัวโตก็จริง
แต่ มินว่าอร่อยสู้บ้านเราไม่ได้นะคะเฮีย
เนื้อมันเหนียวเหมือนหนังติ๊กเลย ไม่มีรสชาดด้วยนะมินว่า

ไปแต่งตัวเตรียมไปทำงานก่อนนะคะ
สงสัยอาจต้องอาบน้ำอีกรอบแระ ร้อนแต่เช้าเลยค่ะ bye นะคะ







โดย: มินทิวา วันที่: 6 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:39:48 น.  

 




นอนก่อนนะคะ ง่วงจัง
goodnight นะ
พรุ่งนี้ฟังมินคุยเรื่องไอ้เว๊บ stawberry.net ให้ฟังนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 6 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:29:37 น.  

 
อาหมวยทั้งหลาย
ขอโทษด้วยที่วันนี้ไม่ได้เขียนอะไร
กว่าจะถึงบ้านก็ดึ๊กดึก
ไว้คุยกันทูมอร์โร่ก็แล้วกัน

จาก คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเช็ง


โดย: zoomzero วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:0:02:54 น.  

 



เมื่อวานไปไหนมาเหรอคะ
กลับซะดึกอ่ะ แต่ป่านนี้คงตื่นแล้วมั๊ง
มินไปมารอบเมืองแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ได้ขนุน ห่อหมก ปลาสลิดแบบทอดแล้ว
แกงส้ม ชมพู่ เป็ดพะโล้ ไปดอนหวายมาค่ะ อิอิ
ของทุกอย่างจัดไปบ้านคุณนายแม่กับบ้านมินคนละครึ่ง
ไปเจอเป็ดพะโล้เจ้านี้ เค้ายอมเลาะกระดูกให้ด้วยค่ะ
เคยซื้อเจ้าอื่นไม่เลาะให้ แต่เจ้านี้เค้าแล่ให้ค่ะ
2 วันนี้จะทานหมดไม๊เนี่ย ไม่หมดวันจันทร์ก็ขนไปอ๊อฟฟิซก็ได้ค่ะ อิอิ







อาทิตย์หน้าว่าจะชวนแม่ไปทะเลดีกว่าค่ะ
มินเห็นคนมาขายว๊อยเช่อร์ของซิ๊กม่าแค่พันเดียวเองอ่ะ
มันบริการเหมือนโรงแรมหรือป่าวคะ
ไม่แน่ อาจจะไปพักคอนโดนายก็ได้
แต่ ไม่ชอบค่ะ ไม่เสียค่าเช่าแต่ค่าเซอร์วิส
ทำความสะอาดทั้งก่อนและหลังแพงมาก
หรือว่าจะไปทางด้านหัวหินดี ช่วยคิดหน่อยจิคะ อิอิ







เดี๋ยวมีเวลาอีกนิด จะมาเล่าไอ้เรื่อง
strawberry เว๊บ ให้ฟังค่ะ..เฮ๊อ..เซ็งสุด
ทานกลางวันให้อร่อย ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:13:01:34 น.  

 



เข้าห้องนอนแล้วนะคะ
เฮียนอนหลับฝันดีนะ
สงสัยไปไหนมาไหน... 2 วันนี่เหนื่อยหรือป่าว
เปิดแอร์เย็น ๆ นอนให้สบายนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:26:56 น.  

 
BeeeBU

สวัสดียายบี
ดีแล้วหละที่มีตังค์เก็บกับเขา
พี่ชายนี่ซิแย่ วันๆเอาแต่จ่ายๆๆๆ ไม่ค่อยมีรายการรายรับกับเขาเลย
สงสัยคงต้องเข้าเป็นสมาชิกคลับของน้องสาวซะแล้ว

เออ...ตามธรรมดา น้องบีไม่ค่อยดูละครทีวีมิใช่เหรอ
แต่ทำไมเรื่องดอกส้มสีทอง ถึงมีเวลาดู แถมยังวิเคราะห์วิจารณ์ได้ยาววววแบบนี้
สำหรับชีวิตของตี๋เล็ก นับว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นภาพของครอบครัวหลายภรรยา
ตี๋เล็กเป็นตัวสะท้อนมุมมองของภรรยาและลูก ในกรณีที่แม่เสียชีวิต(หรือแม่หนีไป)
ในเรื่องนี้ ชอบคำว่า "หมาหัวเน่า" เพราะนี่แหละเป็นความรู้สึกของเด็กที่เป็นส่วนเกินของครอบครัว
ผู้แต่ง(ถ่ายเถา สุจริตกุล) เข้าใจเล่นงานตัวละครตัวนี้ได้เจ็บแสบมากให้คนที่เป็นโรคจิตเรียนทางด้านจิตบำบัด คิดได้อย่างไรนี่???
เสียดายว่าผู้เขียนบทโทรทัศน์(ศัลยา) น่าจะเข้าใจว่าคนดูอยากดูหลุยส์เล่นมาก
น่าจะให้ตี๋เล็กได้ออกทีวีตั้งแต่ช่วงที่เรยายังเป็นภรรยาน้อยของสินธร
คือหมายความว่าน่าจะเป็นฉากที่เจ้าสัวฝันเห็นคุณนายที่สามแล้วก็คิดถึงลูกชายคนเล็ก
เลยให้คุณชายใหญ่ไปตามตัวน้องชายกลับมา แล้วก็มาทะเลาะกับอาเตี่ย จากนั้นก็บินกลับไป
หรือตอนที่คุณชายใหญ่บินไปทำงานที่โอ๊คแลนด์ ก็น่าจะได้เจอกับตี๋เล็กบ้างก็ยังดี
นี่เล่นรอให้ละครจะจบ ตี๋เล็กค่อยออกตัวมา มันเหนื่อยใจที่ต้องรอมานานเป็นเดือน

ส่วนเรื่องที่เรยาไม่ยอมให้นมกับลูกนั้น
อันนี้พี่ชายก็เห็นด้วยกับเรยา เพราะมันจะทำให้เสียรูปทรง
บางทีข้างซ้ายขวาอาจจะไม่บาลานซ์
สู้เก็บเอาไว้ให้คุณชายใหญ่ใช้งานดีกว่า 555
ทีแรกมีหลายคนคิดว่า เมื่อก่อนเรยาร้ายกับแม่ตัวเองมาก
พอแม่ตายก็ต้องจ๋อย ต้องคิดถึงแม่
และเผลอๆอาจจะรู้สึกสำนึกในการกระทำของตนเองบ้าง
แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นความฝันไปเลย เรยาร้องไห้คิดถึงแม่ไม่กี่วัน
หล่อนก็อ้างเรื่องนี้ทำให้คุณใหญ่ใจอ่อน ต้องมานอนโอ๋กันบนเตียงแทบทุกคืน
เรยานี่เก่งนะ แกล้งบอกว่าท้อง เพื่อที่จะได้ท้อง
เพราะพอผู้ชายคิดว่าแฟนท้อง ก็มันจะเลิกใช้ถุงยางไปเลย
นับว่าต้องมีหญิงสาวจดจำเอาไปเป็นวิธีจับผู้ชายรวยๆได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับคุณนายที่สอง มีเรื่องวิจารณ์เยาะมาก แต่เบื่อแล้วหละ
เอาแค่ว่า ทำไมภาคแรกคุณนายที่สองเป็นสาวกลางคน มีลูกสาวสองคนอายุประมาณ 5-7 ขวบ
เจ้าสัวเคยพูดว่า เนื้อตัวเหลวไปหมด ก็แปลว่าหล่อนเริ่มแก่ เริ่มหย่อนยานนนนน
แต่พอมาเป็นภาคสอง หรือตอนดอกส้มสีทอง คุณนายกลับสวยกว่า สาวกว่า แน่นกว่าเก่า
ผมเผ้าไม่มีหงอก เดินเหินก็ยังแข็งแรงกระฉับกระเฉง ทั้งๆที่น่าจะวัยห้าสิบต้นๆ

นี่...แน่จริง ลองวิเคราะห์คาแร็คเตอร์คุณนายสี่ ให้ฟังหน่อยซิ
ชักจะสงสัยแล้วหละ ที่รู้เรื่องเรยา ตี๋เล็ก และคุณนายที่สอง
คงไปอ่านที่เขาด่าๆกันในบอร์ดมา
สรุปก็ไม่ได้ดูทีวี ใช่มั๊ยล่าาาาา????

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:28:01 น.  

 
Mintiva

สองสามวันมานี้วิ่งวุ่นนิดหน่อย
แต่เรื่องใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าคือต้องคุมเด็กน้อยให้อ่านหนังสือสอบ

เพลงที่ถาม เป็นเพลงของเฮียเอง
ฟังเอง ร้องเอง เศร้าเอง
เพราะบางทีก็รู้สึกว่า พระเจ้าหรืออะไรก็ตาม สร้างเรามาแบบนี้ทำไม
ทำไมไม่ดูแลให้เราเพอร์เฟ็ค ทำไมให้เราเป็นกำแพงที่ถูกปล่อยร้าง ไม่มีใครสนใจ
ขนาดนกมันยังไม่บินมาเกาะเลย (มันกลัวงูจะฉกมันเอานะซิ)
เอาหละ อาหมวยชอบเพลงใหม่ๆก็ไม่แปลก ก็อาหมวยยังยี่สิบกว่าๆนี่หน่า

ผู้ชายทุกวันนี้ มันก็ครือๆกับผู้หญิง
คือมันเป็นพวก ทูอินวัน กันไปหมด
เขาว่ากันว่าอีกห้าสิบปี ก็จะไม่มีคำนำหน้าเพศกัน
และเพศไหนจะอยู่กินกับเพศไหนก็ไม่ได้แปลกอะไร
พวกเขาจะหาวิธีเอ็นจอยเรื่องเซ็กส์กันได้เอง
ส่วนเรื่องลูก ไม่ต้องพูดถึง
เพราะคงไม่มีใครอยากมีทายาทตัวเล็กๆ เขาคงกลายเป็นวัตถุสิ้นเปลืองไปแล้วหละในวันนั้น

หอยแมลงภู่เมืองนอก ตัวใหญ่ก็จริงแต่เนื้อเหนียวอย่างที่อาหมวยว่า
สู้หอยแมลงภู่ตัวขนาดกลางของไทยไม่ได้ เนื้อนุ่มกว่ากันเยอะ
จริงๆเฮียก็ทานหอยแมลงภู่ได้อยู่นะ
แต่พอไปทานที่ร้านก็มักจะสั่งหอยแครงลวกมากกว่า
คงเป็นเพราะมันมีเลือดสดๆคาวๆ ทำให้หัวใจเฒ่าหัวงูมันคึกคักกระมัง

อุเหม่...วันนี้ไปช๊อบตลาดดอนหวายมาหรือจ๊ะ
เป็ดพะโล้ร้านนายโอ หรือเปล่า หรือว่า นายหนับ
เขาว่าอร่อยทั้งสองร้าน แต่เฮียชอบนั่งทานที่ร้านนายโอ มากกว่า
ไปดอนหวาย เขามีวัดอยู่ตรงนั้น แวะไปทำบุญถวายสังฆทานก็ดีนะ
เฮียไปทำบุญทุกครั้งที่ไป เราต้องทำบุญก่อน แล้วค่อยทานอาหาร และก็ช๊อบปิ้งของกินกลับบ้าน นะจ๊ะ

Sigma ที่พัทยา หรือครับ?
ก็เป็นแบบโรงแรมนี่แหละ แต่พวกรัสเซียมาใช้บริการเยอะ
นานๆก็มีพวกคนจีนมาเหมือนกัน
ด้านหน้ามีสระว่ายน้ำกับร้านอาหาร ข้ามถนนก็เป็นทะเล
ห้องจะดูเก่าไปหน่อยนะ แอร์เสียงดัง เพราะเปิดกิจการมานานแล้ว
ตอนเช้าๆตื่นมาแล้วเดินเล่นชายหาดได้ คนไม่วุ่นวายดี
ถ้าให้ออกความเห็นนะ ไปหัวหินดีกว่า
หลายคนบอกว่าเพราะบารมีของพระเจ้าแผ่นดิน
เมืองชายทะเลทางด้านฝั่งหัวหิน จึงไม่มีพวกบาร์เบียร์หรือผู้หญิงให้เช่า
จังหวัดประจวบฯ เลยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปราศจากความบันเทิงแนวโลกีย์
ซึ่งจริงๆเขาก็อาจจะมีบ้าง แต่ไม่เปิดเผยเท่าพัทยา
เอ้า...ช่วยคิดแล้วนะ แต่คิดว่าพวกคนหัวดื้ออย่างอาหมวย ป่านนี้ตัดสินใจเรียบร้อยไปแล้ว อิอิ


เมื่อวานนี้มีอุบัติเหตุนิดหน่อย
ขับรถหลบกันในซอยแคบๆ แล้วกระจกมองข้างด้านซ้ายไปชนเสา
พอกดให้มันพับกลับมาตำแหน่งเดิม มันก็ดื้อไม่ยอมขยับ
ทั้งๆที่กระจกมองข้างด้านขวาสามารถพับเข้าออกได้เป็นปกติ
พอจอดรถเพื่อจะออกไปใช้มือดัดมัน ก็ได้ยินเสียงมอเตอร์กระจกทำงาน
เสียงดังครื๊ดๆๆๆๆลากยาวไม่ยอมหยุด ตัวกระจกก็ล๊อกขยับไม่ได้
ต้องออกแรงดันมันอย่างแรง เสียงดังกล๊อก ตอนนี้โยกเยกคลอนไปมา
จึงต้องนำรถไปให้ศูนย์ดู เขาก็บอกว่าเฟืองข้างในมันรูด ต้องเปลี่ยนชุดหมุนของมัน
คิดเป็นค่าของและค่าแรงก็ประมาณสองพันบาท
พอกลับมาบ้าน ก็บังเอิญได้คุยกับคนที่เขาเคยเจอปัญหาแบบเดียวกัน
แต่ของเขานั้นสามารถเคลมประกันได้ เขาเลยบอกให้เราไปทำแบบเขา
ทีนี้ก็วุ่นวายเพราะต้องย้อนกลับไปที่ศูนย์ซ่อม เพื่อขอยกเลิกงานซ่อม
ตอนนั้นทิ้งรถเอาไว้ให้เขา แต่รถยังไม่ได้เข้ากระบวนการซ่อม
จริงๆมันก็โดนย้ายเข้าไปแล้ว แต่เขาไม่มีอะไหล่ ทั้งๆที่เขาว่ามีอะไหล่
คงโทรศัพท์สั่งของกันอยู่ จริงๆเขาจะไม่ยอมก็ได้ แต่เนื่องจากซ่อมกันประจำ
รถที่เอามาซ่อมก็หลายคัน และก็มาอุดหนุนกันหลายสิบปี เลยคุยกันได้
ทีนี้ก็ต้องเอารถไปให้ประกันดู ซึ่งเจ้าหน้าที่ประกันจะไม่ค่อยมาในกรณีแบบนี้
เราต้องไปหาเขา เมื่อต้องไป ก็ต้องไป เลยเอารถไปแจ้งประกันที่ศูนย์ฮอนด้าพระรามเก้า
เขาก็โอเคไม่งอแง ที่ว่าไม่งอแงเพราะมันไม่มีคู่กรณี
แต่ใครจะบ้าขับรถชนเสาเพื่อจะเอากระจกมองข้างอันใหม่
ส่วนใหญ่มันจะเป็นพวกที่ชนแบบซ่อมสีทั้งชิ้น
ประกันเลยมองว่าแกล้งครูดมาหรือเปล่า
ก็อย่างงี้แหละ ชนแบบไม่มีคู่กรณี กลายเป็นเรานิสัยเลว ไม่สมควรจะซ่อมให้ฟรี
เขาคงคิดว่าเราเอารถไปชนมั่วๆ เพื่อให้เขาทำสีให้ใหม่ (แถมลงโทษเราด้วยค่าเอ็กเซ็พ พิลึกจริงๆ)
พอได้ใบเคลมของประกันก็วิ่งกลับมาที่ศูนย์ฮอนด้าเดิม
ทำเรื่องของจองวันซ่อมกัน
และที่ต้องรีบกลับมาหาเขาก็เพราะเอารถจอดฝากไว้อีกคัน
ลุ้นอยู่ว่าจะมาไม่ทันศูนย์ปิด
จากนั้นก็เข้าบ้าน หาอาหารเย็นทานกัน
เรื่องก็ยังไม่จบ เพราะเมื่อวานคุณหนูขอไปค้างที่หอพักของเพื่อนอยู่แถวบางบ่อ
ตอนเย็นเขามีการติวหนังสือกัน มีรุ่นพี่เลิกงานแล้วมาช่วยติว
กว่าจะเรียนกันเสร็จก็สี่ห้าทุ่ม ไปรับเขาแล้วก็แวะทานอาหารแถวบ้าน
เลยเข้าบ้านดึก

ส่วนเมื่อวานก่อนก็ไปไหว้บรรพบุรุษของทางบ้านคุณนายกิมลั๊ง
ออกแต่เช้า กลับเข้าบ้านก็มืดค่ำ

ที่บ้านอาเหล่ากงอาเหล่าม่า เฮียได้คุยกันกับญาติของเจ้กิมลั๊งหลายคน
มีสาวโสดอยู่คนหนึ่งปีนี้จะเกษียณด้วยวัยหกสิบ
ทำงานเงินเดือนสามสี่หมื่นมาตลอดยี่สิบที่ผ่านมา
แต่แทบจะไม่มีเงินเหลือเก็บเลย
สมัยสาวก็เอาไปเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแถวที่ทำงาน
ส่วนพออายุมากขึ้น ก็เอาเงินไปรักษาพ่อซึ่งป่วยหลายปี และตอนนี้เสียชีวิตไปแล้ว
และก็ยังได้รับภาระส่งเสียให้หลานอีกห้าหกคนได้เรียนจนจบปริญญา
ทั้งๆที่พ่อแม่ของเด็กๆเหล่านั้นก็ยังไม่ตาย ยังทำมาหากินได้ (แต่เป็นพวกยากจนเงินเดือนน้อยนิด)
คือว่า ตัวอาเจ้เป็นพี่สาวใหญ่ เลยต้องคอยช่วยครอบครัวน้องๆ (น้องชาย 3 คน น้องสาว 1)
เมื่อห้าปีก่อน น้องชายคนเล็กทำธุรกิจเจ้ง โดนธนาคารยึดทรัพย์สินหมด
อาเจ้คนนี้เลยเอาบ้านตัวเองไปกู้เป็นเงิน แล้วเอาเงินไปซื้อบ้านให้น้องชายและครอบครัว (จ่ายเป็นเงินดาวน์)
ตัวเองก็แบ่งเงินเดือนทุกเดือนประมาณหมื่นกว่าๆผ่อนให้น้องชายและอีกหมื่นจ่ายเงินกู้ของตัวเอง
ตอนนี้หลานๆสองสามคนเรียนจบ ทำงานได้แล้ว แต่พวกเขาก็ยังแบมือขอเงินจากอาเจ้ในบางเวลา
พวกญาติๆเลยต้องเอาอาเจ้มารุมสกรัม โดยทุกคนบอกว่า เจ้ต้องตัดใจจากเรื่องพวกนี้ให้ได้
เจ้ตัวคนเดียวแท้ๆ ตอนนี้เจ้ก็เอาน้องชายคนรองมาเลี้ยงดูที่บ้าน งานเขาก็ไม่ยอมทำ วันๆก็ออกไปหาเพื่อนฝูง
และนี่ เจ้ยังไปเที่ยวจ่ายค่าบ้าน ค่าเล่าเรียน ให้ใครต่อใคร โดยไม่มองอนาคตตัวเองเลย
ตอนนี้เจ้ต้องให้พวกเขาหาเงินเลี้ยงครอบครัวของเขาเอง ต้องบอกให้พวกเขาผ่อนบ้านกันเอาเอง
นี่ยังไม่รวมเรื่องที่เจ้คนนี้ได้เอาเงินไปให้หลานที่เป็นลูกของลูกใหม่ของเตี่ยเธอกับแม่เลี้ยง (แม่ของเจ้ตายตั้งแต่เจ้ยังเอ๊าะๆเลย)
เพราะแม่เลี้ยงทะเลาะกับพ่อของเด็ก(ซึ่งคือลูกชายแท้ๆของแม่เลี้ยงเอง) และก็ตัดญาติกัน
เด็กคนนี้ก็เลยไปหาเจ้ถึงที่ทำงาน ไปร้องห่มร้องไห้ บอกว่าไม่มีเงินเรียนหนังสือ
เจ้ก็ใจอ่อน เดินไปธนาคารเบิกเงินค่าเทอมให้หลานของแม่เลี้ยง ทำกันหลายสิบรอบ จนเขาเรียนจบปริญญาไปอีกคน
(แม่เลี้ยงคนนี้ สมัยก่อนพอได้กับเตี่ยของเจ้ใหม่ แกชอบเอารองเท้าไม้(เกี๊ยะ)ตีอาเจ้จนตัวช้ำไปหมดทั้งตัว
ก็ประมาณว่าเป็นผู้หญิงหน้าตาดีแต่ใจร้ายมาก พิลึกดี ที่เมียหมายเลขสองนี่ ทำไมต้องสวยเสมอ มันเหมือนฟ้าลิขิตแบบนั้นเลย)
สรุปว่าคนที่เรียนจบไปทั้งหมด ไม่มีใครเอาเงินมาให้เจ้เลย เหมือนว่าก็อยากให้ฉันเองทำไม
และภาระผ่อนบ้านและจ่ายเงินกู้บ้านของอาเจ้เอง ก็ไม่มีใครเข้ามาช่วย
งานนี้อาเจ้โดนตำหนิ หาว่าช่วยคนไม่มองตัวเอง
และก็ไม่มีใครยอมบอกว่าจะช่วยอาเจ้หลังเกษียณในปีหน้า
มีแต่คนตำหนิ ไม่มีใครยื่นมือมาช่วย
แต่ดูท่าทางเจ้เขาก็ไม่ค่อยสนใจฟัง เขาว่าเขาทำอะไรไม่เคยหวังผลตอบแทน
เฮ้อ...เขาคงมีความสุขกับการให้
และเขาก็คงจะคิดว่าถ้าไม่มีเงินจ่ายธนาคาร เธอก็ยินดีให้ธนาคารเข้ามาฟ้องยึดเอาบ้านเธอไป
นี่เจ้ยังคิดว่าในโลกนี้จะยังมีพวกญาติๆที่จะให้ที่พักพิงกับคนแก่หลังวันเกษียณที่ยากจนอยู่อีกหรือนี่?
ใช่ว่าในหนังหรือละคร จะมีคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น
ในชีวิตก็ยังมีคนแบบนี้อยู่ให้เห็น
เฮียก็จะคอยดูว่าตอนต่อไปของละครชีวิตเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร

เดี๋ยวจะแวะไปกูดไนท์คิสในฝันนะ อิอิ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:58:48 น.  

 




อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮียจ๋า
วันนี้ มินซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนทั้งหมด ผ้าเช็ดตัว ทั้งหมด
ไม่ได้ขยันนะคะ ใส่เครื่องค่ะ ตั้งแต่เจ็ดโมงแล้ว เครื่องเพิ่งจะ stop อ่ะค่ะ
แต่ออกมาตากแป๊ปเดียวก็โอเคแล้ว เพราะมันปั่นจนเกือบแห้งแล้วค่ะ

วันนี้ยังไม่ได้มีโปรดแกรมไปไหนเลยค่ะ
เมื่อคืนแม่โทรบอก ให้ไปทานขนมจีนแกงเนื้อบ้านนู๊น
เพราะน้องชายอยากทาน เค้าโทรคุยกันให้แม่ทำ เดี๋ยววันนี้เค้าจะมา
มินสงสัยว่า เมียเค้าทำไรไม่เป็นเหรอไง เห็นอยากกินไร ต้องโทรให้แม่ทำเรื่อยเลยอ่ะ
มินไม่อยากให้แม่เหนื่อยค่ะ เพราะเวลาแม่เค้าจะทำไรเนี่ย ตั้งพิธีซะมโหฬารเลย

พูดเรื่องนี้ แล้วเดี๋ยวของขึ้นค่ะ
เพราะมินเพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เอง ว่าเค้าโทรมาเจี๊ยวกับแม่มิน
เรื่องที่น้องชายอาจไปมีกุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงไรเนี่ยอ่ะ
เรื่องตั้งแต่ตอนปีใหม่โน่น แต่แม่มินเพิ่งมาบอกมินเมื่อไม่กี่วันมานี่เอง
ช่วงนั้นทั้งลุง เพิ่งออกจาก รพ. มินเองก็ป่วยแม่เลยไม่เล่าให้ฟัง
พูดจาไม่เคารพ ไม่เห็นว่าเป็นแม่นะ ไม่ได้เป็นเพื่อนหรือใคร ๆ ที่ต้องมาพูดจาประชดประชันกันแบบนั้น
มินเลยโทรไปด่าไอ้น้องชายซะจมเขี้ยวเลยค่ะ
น้องชายก็บอกให้มินโทรไปด่าเมียมันเลย เต็มที่ ไอ้นี่ถ้าจะบ้าแล้ว...
ถ้าแกให้ชั๊นด่า แกอาจจะต้องเลิกกันไปเลยก็ได้นะ มันบอก รอคำนี้มานานแล้วอ่ะ ดูมันจิคะ ฮ่า ๆ ๆ...

มันจะไปมีกิ๊กหรือทำระยำตำบอนอาไร
แม่มินเค้าจะไปรู้เรื่อง หรือไปส่งเสริมอาไรได้เหรอ
เค้าโกรธสามีเค้า ก็มาลงที่แม่มินทุกที
ทำไม มันไม่มาลงที่มินมั่งนะ ...มาเมื่อไร เมื่อนั้นค่ะ...
พูดแล้วชักตะหงิด ๆ เดี๋ยวก็ Sunday burn แต่เช้าซะเลยดีไม๊เนี่ย...
เดี๋ยวไปเอาผ้าออกจากเครื่องไปตากก่อนนะคะ

เมื่อคืนอาจได้รับ goodnight kizz จากใครบางคนมั๊ง
ฝันว่า มีเงินเหลือในกระเป๋าอยู่ 841 บาท ตกใจค่ะ..
ว่าทำไมเงินมันเหลืออยู่แค่นี้ งวดนี้ซื้อล๊อตเตอรี่เลขนี้ดีกว่าค่ะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 8 พฤษภาคม 2554 เวลา:9:05:52 น.  

 



เจ๊ย..คุยตั้งยาวเหยียด
บล๊อคบอกว่า ต้องให้เจ้าของบล๊อคพิจารณาก่อน
สงสัยออกอารมณ์มากไปหน่อย มีคำไม่เหมาะสมหรือป่าวก็ไม่รู้ค่ะ
แต่ มินว่า ไม่มีอาไรนี่นา ธรรมดา ๆ ค่ะ ..ฮือ ฮือ...ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 8 พฤษภาคม 2554 เวลา:9:08:45 น.  

 


โดย: zoomzero วันที่: 8 พฤษภาคม 2554 เวลา:14:50:52 น.  

 




เล่นอาไรอยู่คะ ฮ่า ๆ ๆ
นาฬิกา ปฏิทิน น่ารักดีค่ะ
แต่ทำไม ไม่เอาไว้ช่องด้านขวาหล่ะคะ
บ่ายแก่ ๆ แบบนี้ ทานน้ำชาหอม ๆ ดีกว่านะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 8 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:09:11 น.  

 
Mintiva

ข้อความโดนแบน อาจจะเป็นเพราะมีคำไม่สุภาพ
ก็ช่างมันเถอะ เพราะเฮียเองก็ไม่ค่อยชอบคุยกับคนสุภาพอยู่แล้ว
(เอ้...จะรู้มั๊ยว่าโดนเราหลอกด่า อิอิ 555)

ดีนะที่เขาบอกว่าให้รอเจ้าของบล๊อคพิจารณา
ถ้าเขาแสดงข้อความว่า รอให้ภรรยาเจ้าของบล๊อคพิจารณา
ป่านนี้เฮียคงต้องรีบไปซื้อตั๋วรถทัวร์แล้วไปต่อเรือหางยาว
หนีออกทางจังหวัดตราด เข้าแคมโบเดียไปแล้ว
(เจ้เคยขู่ว่า อย่าให้จับได้นะว่าคุยกับสาวๆ มิเช่นนั้นเป็ดจะได้กินอาหารแปลกๆ)

วันนี้เฮียก็ซักผ้าเหมือนกัน แต่เอาแค่ผ้าปูเตียง
เพราะเอารถออกไปจอดริมถนน เลยมีที่ตากผ้า
ตามปกติก็จะเปลี่ยนของใหม่ยกชุด แล้วก็ซักยกชุดด้วยระดับความร้อน 60 องศา
แต่วันนี้ตื่นสาย ไปทานข้าวเช้านอกบ้าน แวะซื้อของ เลยเข้าบ้านมาเกือบเที่ยง
จึงคิดว่าเอาแค่ผ้าผืนใหญ่ผืนเดียวดีกว่า
และก็จริงด้วย วันนี้แดดไม่ค่อยมี มีแต่เมฆสีเทาจางๆคล้ายหมอกปกคลุมเต็มไปหมด
ผ้าคงจะแห้งแบบว่าไม่แห้งสนิทแน่เลย
เคยมีคนบอกว่า ฟ้าแบบนี้เรียกว่า ฟ้าหลัว
ไปเที่ยวถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าฟ้าหลัวคืออะไร
จนต้องมาค้นหาในเน็ท เขาก็บอกว่า จริงๆมันต้องเป็นฝุ่นควัน ฝุ่นละอองจากโรงงาน ฝุ่นควันจากยวดยานพาหนะ
หรือกลุ่มไอเกลือจากทะเล มันต้องเป็นอนุภาคเล็กๆ ไม่ใช่ไอน้ำ หรือเมฆ
สมัยก่อนใช้เรียกบรรยากาศตอนสายๆของวันที่อากาศร้อน แต่มองท้องฟ้าไม่แจ่มใส เรียกว่า อากาศยังหลัวๆ มองไม่ชัด
สำหรับปัจจุบัน ถ้ามองฟ้าไม่แจ่มใส ก็เหมาเอาว่า ฟ้าหลัว
ส่วนกรมอุตุฯ เขาใช้ตามหลักสากล คือ Dry Haze ใช้กับวันอากาศแห้ง
ถ้าหลังฝนตกตอนเช้า หรือวันที่มีหมอกลงยามสายๆ เจ้าหน้าที่จะไม่บอกว่า ฟ้าหลัว

เฮ้อ...ปัญหาสากลเลยนะ สำหรับคู่สามีภรรยาที่ไม่รู้ว่าความรักคืออะไร
สามีภรรยาหลายคู่ เอาความรักมาแขวนใต้สะดือ เรื่องร้อนๆก็เลยเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน
เรื่องนอกใจ นี่เป็นเรื่อง classic พวกหนังหรือละครทีวี
ทำเงิน ทำรายได้เป็นร้อยล้าน เขาอยู่กันได้ ก็ด้วยการสะท้อนเรื่องอย่างนี้แหละ
พูดแบบนี้เหมือนกับว่า เฮียจะเห็นดีเห็นงามไปกับเรื่องแนวนี้
ขอตอบว่า จริง เอ้ย...ไม่ช่ายยยย มันไม่ดี

เรื่องนี้แยกประเด็นแล้ว คุยกันยาวสามวันสองคืนก็ไม่หมดจบ
วันนี้ เฮียขอข้ามประเด็นว่าทำไมผู้ชายถึงต้องนอกใจภรรยา เพราะมันจะเข้าตัวเอง 555
เอาประเด็นที่ว่า ลูกสะใภ้ไปฟ้องแม่สามีเรื่องสามีมีกิ๊ก
แค่คิดก็บ้าแล้ว ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่เอาเสียเลย
เมื่อตัวเองรู้ว่าสามีนอกใจ ก็ทำไมไม่ลุยไปเลย
ไปฟ้องแม่สามี ตอนนี้สามีอายุเท่าไหร่
เฮียคิดว่าเขาน่าจะรู้ว่าสามีไม่ใช่เด็กวัยสิบขวบที่คิดว่าไอ้นั้นมันเอาไว้ฉี่ได้อย่างเดียว
ภรรยาบางคนนะ เขาตกลงกับสามีไปเลยว่า เราไม่ต้องหย่าให้ครอบครัวแตกแยก
แต่คุณอยากนอนกับผู้หญิงแบบนั้นก็เชิญ แต่นับจากวันนี้ไปอย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่อยากติดโรค
แบบนี้เขาเรียกว่า ปัญหาของสองคน ก็จบที่สองคน
แต่ทางที่ดี คนที่นอกใจก็น่าจะสำนึก แล้วมาขอโทษกัน สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก น่าจะดีกว่า

สะใภ้ที่เอาเรื่องไม่ดีของสามีไปฟ้องแม่ของเขา
หล่อนอยากได้อะไรนะ อยากให้แม่เขาเรียกลูกมาด่าหรือ?
ก็อย่างที่เฮียเขียนไว้ข้างบน สามีไม่ใช่เด็กสิบขวบแล้วนะ
เขาโตจนเลียก้นแมวไม่ถึงแล้ว เขาไม่ฟังแม่เขาหรอก
เขาก็ต้องบอกว่า ไม่จริง (ใครจะไปยอมรับ)
หรือบางคนอาจจะเถียงแม่ ห้ามแม่ "แม่ไม่ต้องยุ่ง" แบบนี้แม่ได้ยินแล้วก็คงต้องเสียใจ
แล้วถ้าแม่สามีเกิดสวนกลับไปว่า แล้วตัวเธอทำอะไรบกพร่องหรือเปล่า?
เดี๋ยวก็กลายเป็นศึกสะใภ้ไร้ศักดินากับแม่สามีกันจนได้
เมื่อลูกสะใภ้มาฟ้องแล้ว แม่แก้ไขอะไรไม่ได้ แม่ก็ต้องกลุ้มใจ ท่านก็จะเครียด แล้วมันดีอย่างไร
มองทางไหน ก็จะมีแต่ความวุ่นวายใจ
คนที่เอาความวุ่นวายใจไม่ให้คนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนรัก เฮียว่าทำไม่ถูกนะ
แม่สามีไม่ใช่เพื่อนตาย ท่านเป็นผู้ใหญ่
ถ้าจะไปหาท่านก็น่าจะเป็นเรื่องไปบอกว่าจะ "หย่ากัน" มากกว่า
แล้วบอกท่านแล้วก็ทำให้ได้ด้วย ไม่ใช่เอาท่านมาเป็นตัวหมากหรือตัวละคร เพื่อเล่นเกมส์กับสามี

เฮียบอกได้แค่ว่า เฮียคิดเหมือนอาหมวยว่า ไม่สมควรจะเอาเรื่องนี้ไปทำร้ายจิตใจคนแก่
ส่วนเรื่องที่น้องชายของอาหมวยบอกให้อาหมวยไปอัดภรรยาของเขา อันนี้ของดออกความเห็น
เพราะว่าถ้ายุส่งก็จะเป็นสิ่งที่ไม่น่าทำ แต่ถ้าห้ามก็เป็นการเสแสร้งมากเกินไป
เฮียคิดไม่ออกเลยว่า มันจะได้อะไรจากการด่ากันไปด่ากันมา
ด่ากันเสร็จ ผู้หญิงก็ทำตัวน่าเบื่อหน่ายเหมือนเดิม
ผู้ชายก็ออกไปหาความบันเทิงนอกบ้านเหมือนเดิม
ลูกๆก็คงเบื่อที่พ่อแม่ทะเลาะกัน
ไม่เห็นจะมีอะไรเป็นเรื่อง possitive เลย

เอาหละออกจากโหมดเครียดๆดีกว่า
มาเข้าเรื่องสำราญบานใจ
วันนี้ไปทานก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นผักหวาน ที่ร้านตรงข้าม GetIt สุขาภิบาล3
มีผักหวานทอดกรอบและอีกจานก็เห็ดเข็มทองชุบแป้งทอดด้วยนะ
ออกจากร้านมาก็เห็นรถกระบะจอดขายผลไม้ เลยแวะซื้อ
ร้านแรกได้ทุเรียนมาก รอคนขายปอกตั้งนาน สุดท้ายค่อยมาสารภาพว่าทำไม่เป็น
ออกมาช่วยพี่สาวขาย ตอนนี้พี่สาวอยู่ในบ้าน ยังไม่ออกมา
เจ้กิมลั๊งเลยลงมือกำกับการปอก แค่ห้านาทีก็เสร็จ
เลยโมโห ไม่ซื้อผลไม้อย่างอื่น
ขับออกมาอีกนิดก็ซื้อเงาะ กิโลกรัมละ 30 บาทซื้อมา 6 กิโล
จากนั้นก็ขับไปหมู่บ้านสหกรณ์ฯ ซื้อมังคุด(แพงมาก กก.ละ 65 บาท)
ตอนกลางวันไม่ทานข้าว ตอนบ่ายก็ทานผลไม้กัน วันนี้เลยเป็นลิงกันทั้งบ้าน เจี๊ยกๆ
ตอนนี้เริ่มรู้สึกร้อนในแล้วหละ
มื้อเย็นยังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรดี ขอนอนเล่นไปก่อนก็แล้วกัน

ฝันอะไรนะ จำได้ด้วยว่ามีเงิน 841 บาท
คนอะไร ละเอียดจนน่ากลัวเลย 555

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 8 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:03:30 น.  

 
แหม ๆ หาว่าเค้าไม่ได้ดู ติดตามดูทุกตอนตั้งแต่ภาคแรกมงกุฏดอกส้มเลยเชียวแหล่ะ เพลงก็ร้องได้ทุกเพลงเลย อิอิ เพราะอยู่เมืองทอง หรือลาดพร้าวมีโทรทัศน์ดูนี่คะ เดี๋ยวนี้เลยติดละคร อิอิ ตอนพี่โดมเล่นก้อดูไปกรี๊ดสสโดมไปอยู่เหมือนกันนะ อิอิ อยากโดนกัดคอซักที อุอุ แล้วถึงบางตอนจะไปช๊อปปิ้ง ไปลั่นล้า หรือกลับบ้านไม่ได้ดูบ้าง เค้าก้อมีช่องดูทีวีย้อนหลัง และ youtube ช่วยแล้ว แม้แต่คนอยู่เมืองนอกก็ยังติดตามละครไทยกันงอมแงมเลย อิอิ

กิ๊ฟซี่เรื่องนี้บทบาทภาคแรกก็ถือว่าทำได้ดีนะคะ แต่ตอนก่อนหน้านี้ที่น้ำผึ้งเล่นเป็นคุณนายที่สี่ บียังเด็กจำไม่ค่อยได้แล้ว จำได้แม่นแต่คุณนายที่สาม และคำพูดฮิตสมัยก่อนของชดาภา (ชนานา, ชุดาภา ซักชื่อ คุณเจ๊คนนี้เปลี่ยนชื่อบ่อยจนจำไม่ทัน อิอิ) ดังมากจิง ๆ บีก้อยังเด็กมาก ไม่ได้ดูบ่อยนัก และเนื้อเรื่องไม่ไ้ด้โดนใจเพราะยังเด็ก ไม่รู้เรื่องแย่งผัวแย่งเมียอะไรนี่ แต่เดี๋ยวนี้แก่แดดหรือแก่แล้วซักอย่าง 555 ตัวละครคุณนายที่สี่นี่น่าสงสารนะคะ แล้วก็เป็นตัวดำเนินเรื่องหลักในภาคแรก ชีวิตที่เป็นเด็กสาวฝันอยากแต่งงานใส่มงกุฏดอกส้ม ก็กลับต้องโดนขายมาเป็นเมียเจ้าสัวใช้หนี้ ต้องโดนเมียหนึ่งสองสามหมั่นไส้ มาพบรักก็รักกันไม่ได้ โอ๊ย อะไรจะรันทดขนาดนั้น แต่ความคิดความอ่านดูโตกว่าอายุ จนคุณชายใหญ่ยังต้องทึ่งและหลงรักทีเดียวเชียว อิอิ ในบทละครคงจะละเอียดกว่า เพราะในโทรทัศน์มาหลายคนบ่นว่า ก็ไม่ได้จะผูกพันหรือมีจุดอะไรมากมายที่ดูแล้วจะทำให้เหมือนว่ารักกันมากมายได้เลย แบบว่าตัวบทยังไม่ทำได้ลึกซึ้งพอจนคนอินไปกับมัน แต่ที่แน่ ๆ คือรู้สึกดีต่อกัน แต่มาภาคสองนี่บ่นอย่างเดียว อิอิ วัน ๆ เดินเหม่อ ๆ กรี๊ด ๆ ตอนจบน้องหลุยเค้าจารักษาได้มั๊ยเนี่ยะ

พี่ชายพูดได้ถูกใจนะคะ ก็ยังงงกับคาแรคเตอร์ตี๋เล็กอยู่ว่าจิตใจก็ยังดูอ่อนไหวเลย ทำไมเรียนจบตั้งจิตวิทยาน่าจะรับรู้หรืออะไรได้เข้าใจมากกว่านี้ แต่กลับไม่ใช่ พอพี่ชายพูดว่าเอาคนโรคจิตไปเรียนเป็นหมอโรคจิต เออ คิดได้ไงเนี่ยะ อิอิ วุฒิภาวะยังไม่ถึงขั้นจะเป็นหมอรักษาใครได้เลย ส่วนคุณชายใหญ่ก็ยังดูคาแรคเตอร์เป็นพระเอกที่สุด ตอนฉากที่พูดกับชายเล็กกับหญิงใหญ่น้องสาว กับน้องชาย ว่า เราเป็นลูก เราอาจจะโกรธ อาจจะแค้น อาจจะมีอารมณ์ได้ แต่ยังไงก็ต้องอย่าลืมพระคุณ โอ้โห ประโยคนี้โดนใจอีกแล้ว ^^

ตัวเรยา ว่าไปคล้ายบีมากนะคะ พี่ชายจะบอกว่าแม่ตายดูเสียใจไม่กี่วัน แต่บีว่า เรยาคาแรคเตอร์เป็นตัวละครที่ทะเยอทะยาน และหวังสูง หรือความก้าวหน้าใจชีวิตอยู่เสมอ ฉะนั้นเธอจะไม่มามัวนั่งกลุ้มหรือเสียใจกับเรื่องที่ผ่านไปแล้วนานนัก อาจจะเสียใจหรือร้องไห้บ้าง อยู่ข้างในลึก ๆ แต่ยังไงฉันก็จะต้องหาทางอยู่รอดให้ได้ในสังคม และทางเลือกของเธอก็คือ ฉันต้องชนะยัยเมียหลวงให้ได้นั่นเอง อุอุ แต่พอเจอหลุย ก็เปลี่ยนเป้าหมายทันที 555 แน่นอนทั้งโสด ทั้งหล่อ ทั้งรวย ไม่มีเมีย จะเปงเมียน้อยทำไม งิงิ แต่เสียใจ ที่หลุยโรคจิตกว่า หลอกให้อยากแล้วจากไม่ ไม่เอา เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือศรีธนญชัยก็ยังมีน้อยศรีธนญชัยมาเกิดแก้แค้น อ้าว ไปนิทานไทยซะงั้น งิงิ คือว่า แอบอ่านเรื่องย่อมาแว๊บ ๆ เลยรู้ตอนจบ แบบว่าชอบ สปอย อิอิ แต่รู้แล้วยังไงก็ไม่พลาดแน่นอน น้องหลุยก็หล่อ คนพี่ก้อดี อิอิ

ละเมอตอนตีหนึ่งอีกแระ อิอิ พี่ชายหายไปหลายวัน ต้องคุมกันอ่านหนังสือสอบเลยเหรอคะ เรียกว่าไม่คุมไม่อ่านกันเลยเหร๋อ เอาของรางวัลอะไรที่เขาสนใจมาล่อหน่อยดีมั๊ยคะ เผื่อจะได้ผล อย่างเพื่อนบีตอนมหาลัย ก็ไม่ได้เป็นคนเรียนเก่งอะไร แค่ระดับกลาง ๆ แต่พอผลสอบออกมาได้ที่หนึ่ง เพื่อนก็ถามกันใหญ่เลยว่าทำได้ไง ก็บอกว่าที่บ้านบอกว่า ถ้าสอบได้ที่หนึ่งจะซื้อโทรทัศน์ให้ อะไรแบบนี้ (สมัยก่อนอ่ะนะคะ คงจะแพงอยู่) อย่างของพี่ชายเขาอยากได้อะไรมั่กม๊าก ก้อลองเอามาหลอกล่อดูจิ อิอิ อย่างเช่น จะไปไหน ไม่ดุ ไม่ว่า ปลอยตามสบายซักอาทิตย์ ใช้รถได้ไม่อั้น แจกเงินใช้ซักแสน 555 (เวอร์ไปเป่า)

คิดถึงนะคะพี่ชาย ฝันดีนะคะ จุ๊ฟ ๆ
ช่วงนี้มาอยู่แถวเดอะมอลล์ บางกะปิแล้ว ถ้ามีโอกาส แวะมาเจอกันมั่งนะคะ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ IP: 124.120.144.108 วันที่: 9 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:23:55 น.  

 
BeeeBU

อ้อ...มีน้องสาวจอมปวนมาจุ๊ฟนี่เอง
เมื่อคืนถึงนอนหลับฝนดี ได้กลิ่นจมูกคนรวยนี่เอง

แหม...รายละเอียดเรื่องมงกุฏดอกส้มกับดอกส้มสีทองนี้ อิน(in)เข้าไปในกระดูกเลยนะ
สงสัยจะใกล้เคียงชีวิตจริงเต็มๆนะซิ อย่างไรก็เป็นแค่ละครอย่าย้อนเข้าตัวมากไป อิอิ

คุณหนูนี่ ความจริงหัวสมองเขาดี แต่เขาฉลาดมากจนคิดได้ว่าต้องเรียนแค่ไหนถึงจะสอบผ่าน
แต่เขาไม่ค่อยคิดว่าการเรียนระดับอุดมศึกษามันไม่ค่อยมีคะแนนพิสวาทอะไรให้เหมือนสมัยเด็กๆ
คะแนน 100 ก็แบ่งเป็นเข้าห้องเรียน 5 ทำรายงาน 15 สอบครั้งละ 40
พอสอบ midterm เสร็จ พวกที่คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก็จูงมือกันไป drop
พวกที่ยังเรียนต่อเลยต้องขยัน เพราะคนที่เก่งก็จะไปรอรับ A กับ B
แล้วพวกที่เหลือก็ต้องพยายามเหยียบบ่าเพื่อนๆเพื่อให้ตัวเองได้เกรด C หรือ B-
คุณหนูเป็นคนประเภทรู้ แต่อธิบายไม่เป็น ดังนั้นเจอข้อสอบแบบอัตนัย ก็น่วมทุกที
เช่น รู้ว่าป่าไม้ทำให้บริเวณภูเขาชุ่มชื่น แต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าทำไมฝนถึงตกตามป่าใกล้เชิงเขา
ทำไมแหล่งน้ำธรรมชาติถึงต้องอยู่ใกล้ป่าไม้
ตอนเด็กเคยสอนการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ โจทย์ถามว่าจะต้องใช้ทรายกี่คันรถเพื่อสร้างปิรามิดฐานกว้าง 100 เมตร สูง 50 เมตร
แต่ถ้าให้คำนวณปริมาตรของวัตถุทรงปิรามิด แบบนี้เขาทำได้ นี่แหละเลยต้องให้เรียนศิลปภาษา
พอดีซัมเมอร์นี้เขาลงวิชา Principle of Management คุณเธอยังไม่รู้เลยว่า ในบริษัทๆหนึ่งเขามีอะไร เขาทำมาหากินอะไร
เพราะชีวิตหล่อนมีแค่บ้าน ห้างฯ หนัง รถ โทรศัพท์มือถือ และเกมส์ออนไลน์
ขนาดเรื่องกิน ถ้าตอนนี้ไปถามว่าเย็นนี้จะกินอะไร คำตอบคือ ไม่รู้
ถ้าไปถามว่าพรุ่งนี้เช้าไปกินโจ๊กที่ตลาดกันมั๊ย ก็จะตอบว่า ขอคิดดูก่อน
แล้วแบบนี้จะไม่ให้เป็นห่วงได้อย่างไร

สำหรับรางวัลที่ใช้ล่อ เทคนิคนี้ใช้ไม่ได้
เพราะเขาเคยบอกว่า ถ้าหนูอยากได้ พ่อกับแม่ก็ต้องซื้อให้อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย
นั่นก็จริงยิ่งกว่าจริง ขนาดตอนไปสิงคโปร์เขาก็บอกว่าอยากได้บีบี
แม่ก็บอกว่าเดี๋ยวสอบไล่ได้เกิน 3.0 แม่จะซื้อให้ ซึ่งมันก็นานอีกหลายเดือน
แต่อีกสองชั่วโมง คุณเธอก็มีเครื่องบีบีมาอยู่ในมือ รวมทั้งของแถมคือ PSP อีกชิ้น (Mem 32 G)
สิ้นปีนี้เขาก็จะได้รถป้ายแดง โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
แทนที่จะรอให้เรียนจบก่อน แล้วค่อยให้รถ และบังคับให้ผ่อนจ่ายพ่อแม่
คุณนายก็รอไม่ได้ บอกว่า ฉันอาจจะตายไปก่อน ฉันไม่รอหรอก
อ้าว...เหตุผลฟังแล้ว ไม่เข้าใจเลย ฟระ

เมื่อวานเข้าไปดู facebook เจ้าน้องเบลล์ (ว่าที่กิ๊กคนสุดท้าย, ท้ายจริงๆ)
โห...เขียน กติกาเอาไว้น่ากลัวมาก "ไม่คุยกับผู้ชาย"
แถมยังด่าพวกที่ไม่ใช่เพื่อนแล้วดันมาแอ๊ดอีก หวานซะไม่มีชิ้นดี
แต่ไหงให้พินของบีบี และเมื่อวานยังบอกเบอร์มือถือของตัวเองอีกด้วย
เฮ้ย...ชอบผู้หญิงแบบนี้จริง กล้าพูด กล้าทำ ตรงๆไม่อ้อมค้อม ไม่กลัวใคร
ทำอย่างไร พี่ชายถึงจะได้เป็นว่าที่น้องเขยของหนูบีนะ
ฝากบอกเบลล์ด้วยว่า มีลุงแก่ๆ (รุ่นป๋า) เขาปลื้มมาก
จริงๆนะ พี่ชายได้ยินเรื่องเบลล์ มานาน มามาก มาหลายอย่าง (วีรกรรมเธอเยอะดีเน๊อะ)
จนเหมือนกับว่าเป็นญาติไปแล้วนะนี่ 555

เมื่อเช้าดูทีวี มีร้านบะหมีก้ามปู
อยู่พระรามสี่ แถวแยกมหานคร ใกล้หัวลำโพง เลยทางด่วนข้ามหัวไปนิดหน่อย
ขายแต่ตอนเย็นห้าโมง ไปถึงห้าทุ่ม ถ้าของหมดก็ปิดร้าน ไม่ต้องมางอแง
วันพระ กับวันจันทร์ หยุด เพราะวันพระไม่มีกระดูกหมูสด และวันจันทร์ก็อยากจะนอนพัก (มีปัญหาหรือเปล่าฟระ?)
เกี้ยวน้ำ 5 ลูก 50 บาท
บะหมี่เนื้อปู หรือ บะหมี่หมูแดง ชามละ 50 บาท
ถ้าใส่เนื้อปูเพิ่ม คิดเป็นชามละ 100
แต่ถ้าจะเอาก้ามปู ก็คิด 200 หรือ 250 หรือแม้แต่ 350 ก็ยังเคยขายมาแล้ว
น้ำซุปไม่ให้ฟรี ต้องซื้อ 20 บาท เมื่อก่อนต้องเอาหม้อหรือปิ่นโตมาใส่ ตอนนี้ใส่ถุงร้อนให้ (นี่เมตตานะนี่)
ถ้าอยากได้ขนมจีบแบบเนื้อกุ้งปนกับแห้วสับ ก็มีขาย 8 ลูก 40 บาท
เขาว่าไปทางรถใต้ดิน เดินนิดเดียวถึง
เมื่อก่อนเคยฝากเขาซื้อ แต่ตอนนี้อยากไปทานร้อนๆ
ทำอย่างไรดี ช่วยไปทานเผื่อให้หน่อยซิ เดี๋ยวนี้ทานก๋วยเตี๋ยวชามละ 200 คงไม่เป็นปัญหาแล้วนี่หน่า 555

เมื่อเช้าไปส่งแม่ที่เขตบางกะปิ
กะว่าจะเข้าห้างเดอะมอลล์เหมือนกัน
แต่คิดอีกที เอารถไปสลับยางดีกว่า
เลยเอารถไปทำ และก็ซื้อมักกะโรนีไก่(ร้านข้างถนน)กลับบ้าน
ไปทานก่อนนะ ไม่ทานเผื่อใครหรอก ของมันแพง หุหุ

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 9 พฤษภาคม 2554 เวลา:13:37:44 น.  

 
วันนี้มีเรื่องนินทามารดาตัวเองมาเล่
เมื่อเช้าออกไปทานข้าวแกงแถวซอยมหาดไทย
ขากลับแวะตลาดซื้อไข่ไก่ 10 ฟอง 45 บาท (ทำไมไม่มีใครโวยเรื่องราคาไข่กันบ้าง)
แล้วก็กลับเข้าบ้าน เอาสมาชิกในครอบครัวมาเก็บ
จากนั้นก็ออกไปอีกรอบ คราวนี้กะว่าจะเอารถ civic ไปสลับยาง
เพราะมีคูปองสลับฟรี แต่ค่าถ่วงล้อคิด 50%
ร้านยางร้านนี้เป็นศูนย์บริการของ Tyre Plus
เมื่อเดือนธันวาคมได้ไปเปลี่ยนยางใหม่ เพราะของเก่าพื้นยางแทบไม่เหลือเนื้อ ดีที่ไม่ระเบิดตอนวิ่งเร็วๆ
งานนี้ตัวล่อซื้อคือ เขาแถมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน ก็มีพวกสายพ่วงแบตฯ สายลากจูง และก็ไขควง (คุ้มจริงๆ)
อ้าว...เล่าเรื่องยางซะมากมาย

พอตอนสิบเอ็ดโมง ก็ถอยรถออกจากบ้าน
พอตั้งลำเสร็จ ก็เห็นท่านแม่กำลังเดินไปทางปากซอย
แต่งตัวอร่าม เซ็ทผมสวยงาม ถือไม้เท้าเดินกระหย่องกระแหย่ง
เลยจอดรถถามว่าจะไปไหน ก็ได้คำตอบว่า ไปรับเงินผู้สูงอายุ (500 บาท)
ก็เลยรับแม่ขึ้นรถ
วันนี้ก็ไม่อยากถามว่า ทำไมไม่บอกให้น้องไปส่ง เพราะรู้คำตอบดีว่า แม่ต้องแก้ตัวให้พวกนั้น
แต่ก็ไม่มีวันนั่งเงียบๆหรอก ผมเลยถามแม่ว่า ทำไมแม่ไม่ให้เขาโอนเงินเข้าบัญชี
น้าติ๋มบ้านตรงข้ามบ้านเราเขาก็ให้ส่งเงินโอนเข้าธนาคาร ไม่ต้องออกไปรับเงินอย่างแม่
แม่ก็บอกว่า ก็อยากจะออกมาทำอะไรบ้าง อย่างไรก็ออกมาแล้วก็แวะไปรับเงิน
แต่ผมก็แย้งแม้ว่า ถ้าเราให้เขาเอาเงินเข้าธนาคาร วันไหนอยากออกไปเที่ยว เราก็แค่กด ATM
นี่แม่ออกมารับเงินแบบนี้ทุกเดือน ก่อนออกมาวันหนึ่งก็ต้องไปทำผม หมดไปแล้วร้อยกว่าบาท
วันนี้จะออกมา ก็จะต้องจ้างเด็กในซอยไปเรียก taxi ก็เสียอีก 20 บาท
ค่า taxi อีกเกือบร้อยบาท เดี๋ยวไปโน่นก็ต้องซื้ออาหารอีกมื้อก็ประมาณร้อยบาท
ขากลับก็มีค่า taxi อีกห้าสิบหกสิบบาท สรุปแล้วแม่มาเอาเงิน 500 บาท แต่แม่มีค่าใช้จ่ายเกือบ 500
แม่ก็บอกว่า ชั้นก็กำลังจะไปแจ้งให้เขาเปลี่ยนนี่แหละ
(เรื่องนี้แม่ตอบมาหลายรอบ แม่จะอ้างว่า ลืมเอาโน่นเอานี่ไป เลยไม่ได้ทำ)
ผมก็ถามว่า แล้ววันนี้แม่เอาสมุดบัญชีมาด้วยหรือเปล่า
ท่านก็สวนมาด้วยเสียงดังว่า เอามาซิ
แล้วผมก็ไปส่งท่านที่ สำนักงานเขต
พอแม่ลงรถ ท่านก็ทักทายคนแก่ๆที่เดินอยู่แถวนั้น ส่วนใหญ่เป็นคนในละแวกบ้านเสียด้วย
แปลว่าพวกเขานัดมาวันและเวลาเดียวกัน จะได้เจอกันทุกเดือน
เออ...มันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งของท่านนะ
ถ้าเป็นเราๆก็คงอยากออกมาเจอคนวัยเดียวกัน
แต่ก็ไม่แปลกนี่ ถ้าเราให้เขาโอนเงินเข้าบัญชี แล้วเราก็ออกมาหาเพื่อนๆได้นี่
อย่างไรก็ดี การที่เหล่าคนแก่ขาแขนไม่แข็งแรง หูตาก็ไม่ดี
ต้องมาเดินทางไปยืนเข้าแถวรับเงินแบบนี้ ผมว่ามันทรมานคนแก่มากไปหน่อย
อยากให้เขาโอนเงินเข้าบัญชี หรือจ่ายเป็นรายปีไปเลย
ถ้าคนแก่จะตายก่อน เงินอาจจะให้เกินไป
แต่หน่วยงานนี้ก็แค่เสียเงินฟรีไปไม่กี่พันบาทต่อคนแก่หนึ่งท่าน
ซึ่งเงินที่หลุดไปนี้ พวกลูกหลานก็เอาไปเป็นค่าทำศพ หรือทำบุญให้ท่าน
เอาหนะ....เป็นประชาชน ก็ทน ก็อดกลั้นเอาไว้

จากนั้นผม ก็ปล่อยแม่ไว้ที่สำนักงานเขต
แล้วรีบเอารถไปสลับยาง
เสียค่าใช้จ่ายหลังหักส่วนลด ก็แค่ 80 บาท
แล้วก็รีบไปรับแม่กลับ แต่พอโทรศัพท์ไปถาม แม่ก็บอกว่าจะกลับเอง
ผมก็เลยเอารถเข้าบ้าน

เวลาผ่านไป....
แม่กลับมาแล้ว เสียง taxi แล่นเข้ามาแล้วก็ออกไป

ผมรีบเดินไปถามแม่ที่บ้านใหญ่
"แม่ทำเรื่องโอนเงินเสร็จหรือยัง?"
คุณคิดว่าแม่จะตอบว่าอย่างไร?
แน่นอนมันเป็นคำตอบที่ผมเซ็งเป็ดมากๆ

ที่ผมไม่ค่อยชอบที่แม่ต้องไปแบบนี้ทุกเดือนเพราะ
การจ่ายเงินเบี้ยคนชรามีลักษณะแปลกคือ
ถ้าเราไปช้าหรือไม่ไปรับในวันที่เขากำหนดเอาไว้
เขาจะริบเงินห้าร้อยบาทนี้ไป
แทนที่จะเอาเข้าบัญชีตั้งพัก แล้วเดือนหน้าก็จ่ายเป็นหนึ่งพันบาท
เขากลับใช้หลักการว่า ของฟรี มรึงไม่มาเอา กรูก็เอาคืน


โดย: zoomzero วันที่: 9 พฤษภาคม 2554 เวลา:15:45:34 น.  

 



คุยไม่ไหวแล้วค่ะ
กลับมา ปล้ำกับไอ้คอมพ์ตั้งแต่เย็นแล้วอ่ะ
อยู่ดี ๆ มันมี ไอ้เมล์แวร์ ไวรัส บ้าไร ไม่รู้เข้ามาค่ะ
นี่ก็ยังแค่พยามจะเข้าบล๊อคให้ได้
เพิ่งจะได้ยังไม่ถึง 15 นาทีเลยค่ะ
สงสัย พรุ่งนี้ต้องพาไปหาหมอแล้วมั๊งเนี่ย
มินทำตามที่กรูเกิ้ลบอก ทุกอย่าง
แต่ ไอ้ไวรัสบ้าเนี่ย มันฉลาดมากค่ะ
พอเราทำท่าจะแก้ได้นะ มัน shut down เครื่องเองเฉยเลยค่ะเฮีย
เนี่ย ถ้าอยู่ใกล้ ๆ นะ สงสัยไปอ้อนมาดูให้แล้วอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ปล. ไปนอนก่อนนะคะ ง่วงจัง ทานไรก็ไม่ได้
พรุ่งนี้หมอนัดเจาะเลือดแต่เช้าอีกอ่ะ goodnight จ้า


โดย: มินทิวา วันที่: 9 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:14:36 น.  

 

OK...
ขอให้พักผ่อนให้สบายใจนะ
พรุ่งนี้ก็ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง


โดย: zoomzero วันที่: 9 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:41:44 น.  

 




หวัดดีค่ะเฮียจ๋า
เมื่อวานไม่รู้ว่ามันวันไรนะคะเนี่ย
มินกลับมาก็มาปล้ำกับไอ้คอมพ์ซะเหนื่อย
ก็ ยังไม่ชนะมันค่ะ ผลที่สุดวันนี้ต้องยกไปให้
ไอที ที่ทำงานฟอร์แมทเครื่องให้ใหม่ค่ะ
ตอนนี้ ก็ใช้ กรูเกิ้ลโครม อยู่ ยังไม่ค่อยถนัดเลยอ่ะ

ไม่รู้ เกี่ยวกันป่าว เมื่อวันอาทิตย์
หลานสาว ลูกของน้องชาย มาที่บ้านกับป๊าเค้า
แล้วก็มาเล่นคอมพ์มินอ่ะ เค้าเล่นไรมินก็ไม่ได้ดูอ่ะ
เพราะมัวแต่คุยกับป๊าเค้าอยู่ อยู่ซัก 2 ชม.กว่า ๆ ก็กลับไป
แต่ หลังจากนั้น มินก็ใช้คอมพ์นี่นา ไม่เห็นมันเป็นไรเลยค่ะ

เมื่อวานพอกลับมาตอนเย็นเปิดคอมพ์แป๊ปเดียวก็เจอดีเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เมื่อคืนก็นอนดึกมากนะ สำหรับมินอ่ะ
เข้าห้องไปก็ยังไม่ได้นอน ทำนู่น ทำนี่
นอนไปเกือบ 5 ทุ่ม ตอนเที่ยงคืนกว่า ๆ
ได้ยินเสียงโทรดัง แต่มินเปิดระบบสั่นไว้ค่ะ
มินก็เอื้อมไปหยิบไม่ไหว ลืมตาไม่ขึ้นอ่ะ
มันก็ดังอืด ๆ ๆ ไม่หยุด 3 รอบ 4 รอบ
มินก็ เอ๊ แม่เป็นไรหรือป่าว หรือใครด่วนไรเนี่ย
ควานหยิบมารับ เสียงผู้หญิงเข้มเชียว
นั่นที่ไหน เบอร์ใครอ่ะ มินเลยถาม
แล้วคุณจะโทรไปไหน เค้าบอกใช่คนชื่อมินหรือมิ๊น หรือป่าว
มินบอกใช่ ทำไมเหรอ ใครพูด ...ทางนั้นก็เงียบ
มินก็ถามอีกจากไหนเนี่ย ..เงียบอีก มินเลยวางสาย
อีกแป๊ป ไม่ถึง 5 นาที โทรเข้ามาอีก ตอนนี้ถามว่า รู้จักคนชื่อไพฑูรย์ไม๊
มินบอก ไม่รู้จัก ไพฑูรย์ไหน เนี่ยมันเรื่องบ้าอาไรกันเนี่ย
เค้าบอก ไพฑูรย์ที่อยู่ระยองอ่ะ มินเลยเปิดไฟหัวเตียง
แบ๊คกลับไปดูว่าใครโทรมา อ๋อ เบอร์ไอ้เจ้าไพฑูรย์ (หน.พขร.ที่โน่น)
พอรู้ว่าอาไรเป็นอาไรที่เนี๊ย..มินโวยเลยค่ะ
ไปเรียกไอ้ไพฑูรย์มาพูดสายซิ นี่มันเรื่องบ้าอาไรเนี่ย
คือ เค้าบอกเบอร์แฟนเค้าอ่ะ โทรหาคนชื่อนี้บ่อย ๆ เลยอยากรู้ว่าเป็นใคร
พอเค้ารู้ว่าอาไรเป็นอาไร ก็รีบขอโทษมินใหญ่ แล้วไอ้ตัวดีก็ไม่อยู่บ้านด้วย

มินบอก เฮ๊ย..จะเช็ค จะอาไรกัน ก็รอให้มันเช้าซะก่อนสิ เนี่ยมันกี่โมงกี่ยามแล้ว
กว่าจะหลับไปอีกรอบ เกือบตี 2 มั๊งคะ เพราะตามันสว่างแล้วอ่ะ
ถ้าไม่ห่วงว่า วันนี้ต้องไป รพ.แต่เช้านะ สงสัยออกมานั่งเล่นคอมพ์แล้วอ่ะ

กำลังหลับ ๆ สะดุ้งตื่นอีกแล้ว เสียงโทรอีกเครื่องสั่นแบบดังลั่นกว่าโนเกียอีก
มิน ก็เฮ๊ย อาไรอีกอ่ะ ไอ้คู่นั้นมันตีกันหรือไง
ช่างมารดามันเหอะ ..ไม่สนแล้วเว๊ย..เอ๊..มันคนละเบอร์นี่หว่า ใครอีกวะเนี่ย ทีนี้อ่ะ...
ต้องตาลีตาเหลือกเปิดไฟ หยิบโทรขึ้นมาพูดอีก...
เสียงปลายทางบอก พี่ ๆ ๆ รีบมาตอนนี้เลยครับ..
อ้าว เฮ๊ย..ใครมาทะลึ่งอีกอ่ะตานี้ มินเลยถามเสียงขุ่นเลย
อาไร รีบมา นั่นจากไหน โทรผิดหรือป่าว
ไอ้นั่น บอกใช่เบอร์ของพี่ที่มาบอก หน.ผม ให้ดูบริษัท.......นี้ไว้หรือป่าวครับ..
เอ้อ..เอ้อ...นึกขึ้นมาได้..อ๋อ ๆ ใช่ค่ะ....
ทางนั้นรีบบอก..เค้าเพิ่งขับรถกลับเข้ามาเมื่อกี๊เนี๊ยครับ
มินเลยถามกี่โมงแล้วคะน้อง เค้าบอกตี 3 ครึ่งครับ
เลยต้องขอบคุณเค้า แต่ ตอนนี้พี่ยังไปไม่ได้
น้องคอยดูไว้ให้พี่ก่อนนะ เพราะถ้ากลับมาเกือบสว่างแบบนี้ เช้าคงยังไม่ตื่นหรอกพี่ว่า
ไอ้ รปภ. หมู่บ้านนี้ ก็ช่างกตัญญูดีเหลือเกินค่ะ
จดไว้ให้มินหมด แหม...ไอ้เวร ขับรถป้ายแดงซะด้วยนะคะ
เป็นหนี้บริษัทฯ อยู่ ครึ่งล้านกว่า ยังไม่จ่าย เจือกมีฮอนด้าแอคคอร์ดใหม่สีดำอยู่ในบ้าน
แล้ววันนี้ รปภ.จด กท.ไว้ให้เป็นรถโตโยต้า วีออส ป้ายแดงสีขาวอีกค่ะ

มินไปอ่อย ป้อมยามหน้าหมู่บ้านนี้ไว้แล้ว
หมายถึงอ่อยแบบเอาเงินให้นะ อย่าเข้าใจผิด
รุ่นนี้ถ้าเอาตัวไปอ่อย ไม่มีใครให้ความร่วมมือแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ...
ไปทีไร ก็ซื้อพวกกระทิงแดง และให้เงินไปที 3-4 ร้อย ให้ไปซื้อข้าวทานกันทุกที เลยซี้กับพวกนี้ไปแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มินเพิ่งตามเงินคืนมาได้แสนกว่าเอง ยังเหลืออีก 5 แสนกว่าค่ะ


เลยไม่นอนมันแล้วค่ะเฮีย 6 โมงกว่า ๆ ออกจากบ้านเลยดีกว่า
เจาะเลือด ฟังผลเลือดเสร็จ ยังไม่แปดโมงเลยค่ะ
หนังเหนียวใช้ได้ค่ะ ไม่เป็นไรซักอย่าง เบาหวาน ไขมัน อาไร ไม่มีเลย
วันนี้ แต่งตัวซะเช๊งเลย เพราะต้องไป รร.ญี่ปุ่น
เอาสัญญาไปเซ็นต์ กลางวันไปทานข้าวกับลูกค้า
ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น แถว ๆ เอกมัยซอย 6 ค่ะ
โห...อยากให้เฮียพาครอบครัวไปทานจัง อร่อยมากค่ะ (ลืมเล่า น้ำหนักขึ้นมาโลนึงแล้วอ่ะ ...)
ทานชุดสุกี้ญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ น้ำซุปแบบโซยุซอส..โห...
เป็นชุดผักเยอะ ๆ มีเต้าหู้ เห็ดต่าง ๆ ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง
ในชุดมีหมู ไก่ กระดูกหมูอ่อน ๆ เบคอน โอเด้ง
ถ้าเราจะทานพวกซูชิ ก็สั่งเพิ่มมาอีกค่ะ
พวกมินก็สั่งเพิ่มกันอีกหลายรายการ
มินเสร่อมากกว่านั้นอีก คือเค้ามีใบตองเขียว ๆ
รองโถแก้วมาด้วย มินก็ไม่รู้ว่าผักอาไร
เพราะเค้าตกแต่งมาคล้าย ๆ ใบผักชีฝรั่งอ่ะค่ะ
นึกว่าเป็นผักของญี่ปุ่น ทำเท่ห์เอาลวกต้มลงไปในหม้อด้วย
แถมต้องตักขึ้นมาทานเอง เพราะมินเป็นคนใส่หม้อไฟไปอ่ะ
โอ้โห...พอทานเข้าไปนะคะ ต้องกวักมือเรียกเด็กมาถาม น้องขา นี่มันผักไรเหรอคะ...
พนักงานบอก เป็นใบตองค่ะพี่ เค้าตกแต่งรองจานไว้....
อ้าว..เฮ๊ย...ไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหน เพราะทานแบบญี่ปุ่นเนี่ย เก้าอี้มันก็เตี้ยติดพื้นอยู่แล้วอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เฮ๊อ..ทำไมถึงได้ทำตัวขายหน้าแบบนี้ ก็ไม่รู้ค่ะเฮีย...
เลยแกล้งดื่มเหล้าบ๊วย (เหล้าแบบนึงของญี่ปุ่น) หอม ๆ หวาน ๆ รสบ๊วยปะแล่ม ๆ อ่ะ
กะให้เมา...ไปเลย จะได้ไม่ต้องเขินอีก ฮ่า ๆ ๆ
พอแยกย้ายกันกลับไปแล้ว มินก็เลยไปหาที่นอนค่ะ เลยไปที่ศาลาพักกายอ่ะ
เป็นสปาแบบนวดตัว อยู่แถว ๆ เมืองทอง
ร้านนี้ มินเป็นลูกค้าประจำเค้าตั้งแต่ยังไม่ได้ทำเป็นสปาอ่ะนะ
เมื่อก่อนเป็นร้านเสริมสวย เจ้าของเป็นคนจีนไต้หวัน เมื่อก่อนยังพูดไทยไม่ชัดเลย

ขอพักกาย ตามชื่อร้านหน่อยเถอะค่ะวันนี้
ได้ผลค่ะ ไม่รู้เผลอหลับไปตอนไหนอ่ะ
ตื่นมาอีกที 4 โมงครึ่งแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มินชอบบริการของร้านพวกเนี๊ยหลาย ๆ อย่าง
อย่างนึง ก็คือ ถ้าเกิดเราหลับนะ ถึงพนักงานจะทำเสร็จแล้ว เค้าก็จะไม่ปลุกแขกเด็ดขาด
นอกจากว่า จะหลับแบบหมดสภาพ คือนอนที 3-4 ชม.อ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ


ส่วนไอ้ health แลนด์บ้าบอไรนั่นอ่ะ มินสาบส่งไม่ญาติดีไปตั้งแต่แรกแล้ว
สมัยก่อน มาเปิดแจ้งวัฒนะใหม่ ๆ บอกโปรโมรชั่น ชมละ 250
แต่ พอเข้าไปจริง ๆ เปรียบเหมือนไอ้พวกขายประกันเลยค่ะ
เสนอให้ซื้อคอร์สโน๊น คอร์สนี้ ชม.ละ 250 จริง แต่คุณต้องนวดอย่างต่ำ 2 ชม.
แถมยังต้องจองเป็นแบบห้องส่วนตัว เสียค่าห้องอีกต่างหากนะคะ...


เอ้า..บ่นไรไม่รู้อีกแล้ว ทน ๆ ฟังหน่อยนะคะ
วันนี้ ตอนเย็นว่าจะไม่ทานไรแล้วค่ะ
เพราะกลางวันเล่นไปซะ ไปหลับยาวที่สปาเลยอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ...
เมื่อกี๊ เด็กที่อ๊อฟฟิซ โทรมาบอกมีพัสดุภัณฑ์ของพี่มาส่งที่บริษัทฯ กล่องใหญ่มาก...
เย๊...เย๊...ของที่สั่งไว้ทางเน๊ท คงส่งมาให้แล้วค่ะ
ตื่นเต๊ล...ตื่นเต๊ล...ที่จะได้แกะของ ชอบค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ ไม่ใช่ของไอ้ strawberry net อาไรนั่นหรอก เป็นอีกที่นึง
ยังไม่มีอารมณ์เล่าเรื่อง โอละพ่อให้ฟัง ก็ดีเหมือนกัน ประหยัดไปอีก 3 พันกว่าบาท
ไม่ต้องเสียเงินอ่ะค่ะ อิอิ...







goodnight dearest bro...


โดย: มินทิวา วันที่: 10 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:13:53 น.  

 
เล่ายาววววมากกกกก
เหนื่อยแทนเลย
เดี๋ยวมาคุย


โดย: zoomzero วันที่: 10 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:07:06 น.  

 
Mintiva

จะพยายามไม่ตอบยาวนะ อาหมวยจะได้มีเวลาพักผ่อนเยอะๆ

เรื่องไวรัสในคอมฯ
ก็เป็นไปได้นะครับที่หลานสาวเขาอาจจะเผลอไปเปิดภาพหรือไฟล์อันตรายใน internet
หรือไม่ก็ตัวของอาหมวยเอง อาจจะเข้าไปดูหนุ่มๆนุ่งน้อยห่มน้อยในเว็บต้องห้ามหรือเปล่า อิอิ
อุ้ย...ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจแฉ เอ้ย...ใส่ร้ายป้ายคัลเลอร์
เฮียเองเคยสังเกตุหลายทีแล้วว่า วันไหนที่เราปิดคอมฯ แล้วเครื่องมันขอเวลา update นานนนนนผิดปกติ
พอวันรุ่งขึ้นมันก็จะทำงานแปลกๆ แล้วมันก็จะใช้เวลาปิดนานนนน สุดท้ายมันก็ดับไปเอง
ทางออกก็คือ ฟอร์แมทใหม่ ถ้าคนลงวินโดว์เขาแบ่ง partition ให้เรา 2 ส่วน
แล้วเราได้เก็บข้อมูลส่วนตัวเอาไว้ในไดรฟ์ที่สอง อันนี้ก็ไม่น่าเป็นปัญหา
ทางที่ดี ควรจะหาโปรแกรม AntiVirus ของแท้ ยัดลง harddisk เอาไว้ อาจจะช่วยได้บ้าง

สงสัยเดือนนี้อาหมวยจะถูกหวยกระมัง
อยู่ๆก็มีคนโทรศัพท์มาหาว่าเป็น เรยา ตอนห้าทุ่ม
เฮียว่าถ้ามันรู้ว่าอาหมวยสวยขนาดไหน ยายคนนั้นคงจะหนาวววว
คงต้องคิดหนักว่าสามีตรูทำไมถึงมีอนุภรรยาสวยได้ขนาดนี้

เออ...เรื่องทวงหนี้ให้บริษัท
มันจะมี loyalty ต่อองค์กรมากเกินไปหรือเปล่า? เรื่องนี้มันเสี่ยงเกินไปหรือเปล่า?
เราหนะไม่ใช่ผู้ชาย ไม่ใช่สาวสตั๊นเกิร์ล ทำไมต้องไปตามล่าหาเงิน ทวงเงินขนาดนั้น
แต่เอาเถอะนะ เฮียอาจจะซื่อบื้อ ไม่เข้าใจขั้นตอนการทำงานของอาหมวย
อาหมวยอาจจะมีวิธีทำงานที่รอบคอบมากๆ
ก็ขนาดยังสามารถซื้อใจเจ้าหน้าที่ รปภ ของหมู่บ้านได้เลย 555

ร้านอาหารแถวเอกมัยซอย 6
นี่จะใช่ร้าน nami แถวๆตึกไทปิงหรือเปล่า
ย่านเอกมัยนี่มีร้านอาหารเยอะนะ เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด
บางคนเขาก็บอกว่าร้าน Kuroda ก็เป็นร้านญี่ปุ่นบุฟเฟ่ ที่ใช้ได้
สำหรับคนบ้านเฮีย พวกเขาชอบไปโออิชิบุฟเฟ่
ซึ่งเมื่อเทียบคุณภาพอาหารแล้ว คิดว่าไม่ได้ถึงครึ่งของอาหารที่ฟูจิ
แต่นั้นมันคนละแนว ฟูจิเป็นร้านอาหารจานด่วน
แต่โออิชิเป็นอาหารหยิบทานเอง หรือเอาวัตุดิบให้พ่อครัวทำให้ทาน
อย่างเนื้อปลาดิบ ขนาดไปตั้งแต่ร้านเปิดประตู ก็ยังรู้สึกว่าปลาของโออิชิไม่ค่อยอร่อย
ว่าแล้วก็ชักจะหิวปลาดิบ กับแซลม่อนย่างซีอิ้ว
โอ้ย...นี่มันสี่ทุ่มห้าทุ่ม จะไปหาอะไรทานได้ทีไหน

ดีนะ ทานอิ่ม ก็ไปสปา
ทำสปาเสร็จก็นอนในร้านเขาซะเลย

เฮียไม่สนับสนุนการซื้อสินค้าทาง Internet หรือ e-commerce
เพราะการบอกเลขบัตรเครดิต และรหัสลับหลังบัตร
โอกาสโดนขโมยข้อมูลมันง่ายนะ
แต่ชาวโลกเขาก็ซื้อขายของทางเน็ทมานานหลายปีแล้วนี่หน่า
คงจะไม่มีอะไรน่ากลัว ส่วนเฮียมันพวกมนุษย์โครมันยอง
เลยกลัวเรื่องธุรกิจผ่านทางอิเล็คโทรนิก หุหุ

Good Nine 9 9 9 9 9 ..... Ice

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 10 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:19:11 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ซูม

คุณพี่กับนู๋บีเม้าท์เรื่องดอกส้มสีทองกันกระจายเลย แรก ๆ ไม่ค่อยจะได้ดู เพราะเรื่องมันแรงจัด เพิ่งจะมาดูช่วงกลาง ๆ เรื่อง ละครเรื่องนี้ดังสุด ๆ เพราะฤทธิ์สาวเรยานี่แหละ แต่คนแสดงในเรื่องก็เล่นกันดีทุกคนเลยนะคะ

โดยเฉพาะนายหลุยส์ที่ออกมาหลังใครเลย แต่ฝีมือการแสดงเยี่ยมมาก ๆ ชอบแกเล่นฉากดราม่าค่ะ ยิ่งเป็นฉากที่ต้องเสียน้ำตาด้วยแล้ว หลุยส์เล่นดีสุด ๆ อย่างฉากที่เถียงกับอาเตีย ทำเอาน้ำตาไหลตามไปด้วย

คุยถึงเรื่องนี้แล้วนึกถึงซีรีส์เกาหลีที่ฉายทางทรู เรื่องสมาคมเมียหลวง(First Wives Club) กำลังดูแบบติดหนับเลยค่ะ เป็นเรื่องราวของเมียหลวงเมียน้อยอย่างชื่อนั่นแหละ แต่คนเขียนบทเก่ง ละครสนุกมาก ๆ ดูแล้วเหมือนดูชีวิตคนมากกว่าเป็นละคร

คุยไปคุยมา ชักจะง่วงแล้วค่ะ ขอชะแว๊บไปนอนก่อนแล้วค่า คุณพี่รักษาสุขภาพด้วย ฝันดีนะคะ


โดย: haiku วันที่: 10 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:00:22 น.  

 




หวัดดีค่ะเฮีย
อืม..ค่ะ รู้สึกว่าจะชื่อร้าน kuroda ค่ะ
อยู่ชั้น 3 มินก็ไม่รู้ว่าแถวนั้นเรียกอาไร
เพราะลูกค้าเป็นคนขับนำไปอ่ะ
รู้แต่อยู่ เอกมัย 6 มีห้างบิ๊กซีด้วย
ข้างล่างก็มี starbucks ด้วยค่ะ อิอิ

เมื่อวานได้บัตรลดเงินสดมา
สำหรับให้ไว้ใช้ในคราวหน้าด้วย
อ้ะ...แล้วเมื่อไรจะได้ไปเจี๊ยะอีกก็ไม่รู้จิคะ อิอิ

วันนี้ยังนั่งอ้อยอิ่งอยู่ที่บ้านเลยค่ะ
เมื่อ 2-3 วันมานี่ คุยกับเพื่อนที่อยู่ที่เมกา
เฮีย จำได้ไม๊ที่มินเคยเล่าให้ฟังอ่ะค่ะ
ที่เค้าเป็น liver cancer อ่ะ
ตอนนี้เค้าก็ยังรักษาตัวอยู่ตามระยะ ๆ
แต่เค้าอาการดีขึ้นอ่ะค่ะ แต่มินเห็นรูปเค้าที่ skype คุยกันนะ ตกใจมาก
เค้าผอมลงไปมาก ๆ ๆ เลยค่ะ แต่ก็ไม่น่าเกลียดไรนะคะ
เค้าสอนให้มินใส่โปรแกรม hiyo ลงไปใน msm อ่ะค่ะ
มันน่ารักมาก ๆ เลย เป็น emotions แบบสุดน่ารักเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ทีนี้มินเลยสนุกใหญ่ แต่ไม่รู้จะคุยกับใครอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ลืมถามเค้าไปว่า ระหว่าง ยะฮู กับ ฮ๊อทเมล์ เนี่ยจะใช้คุยกันได้หรือป่าวอ่ะ
ถ้าเผื่อได้ก็ดีเน๊อะ จะได้ไว้คุยกับเฮียมั่ง

เรื่องตามหนี้บริษัทฯ อ่ะ ถามว่าเสี่ยงไม๊
มินว่าแล้วแต่ดวงค่ะ แต่ ไม่น่าจะมีอาไรรุนแรงถึงขั้นนั้นนะ
เพราะส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในนาม co.,ltd. ทั้งนั้น
คือ ตอนแรกก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่หลัง ๆ ก็ค้างสะสมอ่ะ
ถึงได้เล่าให้เฮียฟังไงว่า ตอนนี้นายให้มินมาดูเรื่องการเก็บเงินของบัญชีด้วย อีกแล้ว....
ต่อไปนี้ แผนกบัญชี ต้องส่ง report มินทุก ๆ ไม่เกินวันที่ 10 ของแต่ละเดือน
เกี่ยวกับบัญชีลูกหนี้ตั้งรับอ่ะค่ะ สืบเนื่องจากเรื่องที่บริษัทฯ เก็บเงินยังไม่ได้
เสียหายเป็นหลาย ๆ ล้านเนี่ย มีคนโดนออกไป 2 คนแล้วในแผนกนี้อ่ะ
รับเข้ามาใหม่อีก 3 มินรู้สึกว่า น่าจะอยู่ไม่นาน
เพราะพอพวกเขามาเห็นบัญชีที่ยุ่งอีรุงตุงนัง
ของที่นี่แล้ว เค้าน่าจะปวดหัวและเซ็งอ่ะนะมินว่า
เด็กจบใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ 2 คน อีกคนมีประสบการณ์แล้ว
แต่ยังไม่เคยจับบัญชีทางด้านงานเกี่ยวกับแบบนี้ค่ะ

มินถึงได้บอกไงว่า มินเนี่ยมันจับฉ่ายค่ะ
เหมือนเจือกกับเค้าไปหมดทุกเรื่อง
แต่ไม่ได้อยากหรอกนะ ก้อนายสั่งอ่ะ จะทำไงได้ ชีวิตลูกจ้างก็แบบนี้แหละค่ะ

บางทีมินก็คิด ๆ ๆ นะ ว่าชั๊นทำงานเกินเงินเดือนหรือป่าวเนี่ย
พอคิดไปคิดมา อายุขนาดนี้ ได้เงินขนาดนี้ ไปหาได้ที่ไหน
พูดจริง ๆ ว่าถึงงานจะเยอะ แต่มันก็สบายใจ เพราะไม่มีใครมายุ่งกับมิน
อิสระ เสรีค่ะ จะไปไหน ทำอาไร ถ้าเรื่องงานเราเอาอยู่ ดูแลรับผิดชอบเรียบร้อย
ไม่มีใคร(กล้า)มายุ่งกับมินหรอกที่นี่อ่ะ

เคยมีที่อื่นมาจีบมินเยอะแยะไปค่ะ
แต่ ไม่เอาหรอกเพราะหน้ามินอ่ะมันมี DNA ของที่นี่
ในวงการนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่ามินอยู่ที่ไหน เป็นใครอ่ะ
บางคนไม่รู้ คิดว่ามินเป็นเจ้าของบริษัทฯ ด้วยซ้ำไปค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แล้วพูดจริง ๆ นะ ถ้าไปที่อื่น ขนาดมาเสนอรายได้ให้มากกว่าอีกเท่านึงนะ
แต่ ถามหน่อย เราก็ไปเป็นลูกจ้างเค้าอยู่ดีแหละ ไม่ได้ไปเป็นผู้ถือหุ้นซะหน่อย
แล้วเค้าจะไม่คาดหวังเรามาก ๆ ๆ เหรอ กับรายจ่ายที่เค้าต้องให้เราอ่ะ
อยู่ที่นี่ บางเดือนก็ได้เกือบที่เค้ามาเสนออยู่แล้ว ถ้าลูกค้าเยอะ
ถึงไม่ได้ ก็ไม่เดือดร้อนอาไร พอกินพอใช้ พอมีเก็บบ้าง ตามอัตตภาพค่ะ

เหมือนคุณไฮเลยค่ะ มินก็กำลังติดซีรี่ส์ สมาคมเมียหลวงสุด ๆ ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ละครเกาหลีไม่เหมือนละครไทย ตรงที่เกือบทั้งเรื่องของละครไทย
จะมีแต่เรื่องหึงหวง แย่งสามี อิจฉาริษยา กันตลอด เต้นแร้ง เต้นกา ออกอาการกันแบบเว่อร์
ของเกาหลีจะแทรกแนวคิดชีวิตจริง ๆ ที่เป็นธรรมชาติเข้าไปจนดูไม่เหมือนละคร
แต่เหมือนกำลังดูชีวิตจริงของตัวละครในบทนั้น ๆ มากกว่าอ่ะค่ะ






good day นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 เวลา:7:36:13 น.  

 




goodnight ...nice dream kha


โดย: มินทิวา วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:55:30 น.  

 
haiku

ดีจ้า น้องไฮก์

กระแสละครเรื่องดอกส้มฯ ตอนนี้เริ่มนิ่งๆ หลังจากที่ร้อนแรงและร้อนรน
สำหรับคืนนี้ก็ได้เวลา ร้อนรุ่ม กับความบ้าผู้ชายของเรยา อีกแล้วครับ
ผู้หญิงอะไร อยากได้อะไร ก็ต้องหาทางทำได้ และก็สามารถแย่งชิงสามีคนอื่นมาได้ทุกราย
โบราณสอนว่า ให้คิดว่ามันเป็นกรรมเป็นเวร ถ้าเขาไม่ได้มีกรรมที่ผูกพันกันมาแต่อดีตชาติ
พวกเขาก็คงไม่มาเจอกัน มารักกัน มาทำมอบกายมอบใจให้กัน ...
ทั้งๆที่รู้ว่ามันผิด แต่ก็ทนกิเลสอันแสนหนาหนึบในใจไม่ได้

ตอนนี้น่าสงสารคุณใหญ่ เพราะมีแต่สาวๆนอกจอ พากันเทหัวใจให้ตี๋เล็ก
ยิ่งฉากร้องไห้แล้ว เจอใครก็บอกว่า แอบเช็ดน้ำตาตอนที่ตี๋เล็กตอนที่น้อยใจอาเตีย
แล้วตอนนี้ก็มีคนที่พยายามช่วยภาวนาให้ตี๋เล็กอย่าใจอ่อน เผลอใจไปรักเรยา
ทั้งๆที่มีคนได้อ่านเนื้อเรื่องจนจบไปแล้ว ก็ยังบอกว่าเวลาอินกับละครแล้ว
มันก็อดที่จะลุ้น อดที่จะไม่แช่งให้เรยาหาโอกาสเข้าประชิดตัวตี๋เล็กไม่ได้ 555

วันนี้ก็ได้ดูข่าวทางทีวีช่อง 3 เห็นหลุยส์ สก๊อต พาดาราและผองเพื่อนช่อง 3
บินไปภาคใต้ ช่วยแจกของให้เด็กๆที่ได้รับความลำบากจากภัยธรรมชาติ ที่โรงเรียนวัดหัวเตย
แถมหลุยส์ยังลงทุนขุดหลุมเพื่อทำฐานของเสาบ้านให้พวกเขาด้วย
หะ แหม เป็นพระเอกทั้งในจอและนอกจอ

เฮ้อ...สองสาว (บวกอาหมวยอีกคน) นี่แปลกดีนะ
ตกลงชอบดูละครเกาหลีหรือเรื่องของเมียหลวงกันแน่
แหม...เดี๋ยวก็แช่งให้เป็น เมียหลวง ซะเลย
เอ้...ไม่ดี ไม่ดี เดี๋ยวต้องไปรบราฆ่าฟันกับ สมุนของนังเรยา 555

OK ครับ
พักผ่อนนอนอุ่นให้สบายกายสบายใจนะครับ

haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:56:12 น.  

 
Mintiva

ตอนเย็นฝนตก ดั่งฟ้ารั่วเลย
แต่ก็อดที่จะออกมายืนหน้าระเบียงเพื่อรับละอองฝนไม่ได้
ก็คนมันรักสายฝนอย่างแรงนี่หน่า ขอออกไปดมกลิ่นฝนซะหน่อย
ถึงไม่ได้ออกไปอยู่กลางฝน ก็ขอแค่สัมผัสสายลมเย็นๆกับละอองน้ำฝอยๆ
แปลกนะ ตอนเด็กๆไม่เคยต้องคิดมากเลย อยากเล่นน้ำฝนก็ออกไปเล่นเลย
แต่พอแก่หงำเหงือกอายุจะร้อยกว่าๆ(หุหุ) กลับไม่กล้าออกไปตากฝน
โธ่...ก็คนมันเคยสาบานให้ฟ้าผ่ามาไม่รู้กี่เรื่องกับกี่เรื่อง อู๊ยซ์ เสียวว้อยยยย

ลืมรายงานความประพฤติไป
เมื่อวานไปมาอีกแล้ว ทั้งๆที่คาดว่าจะต้องได้ทำอะไรเหมือนอาหมวย
ก็อะไรซะอีก ก็ไปงานศพนะซิ
คุณลุงบ้านท้ายซอยเสียชีวิต ด้วยโรคความดันสูง
ความจริงท่านมีภรรยาที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ และก็ป่วยกระเสาะกระแสะ
เข้าๆออกๆโรงพยาบาลไม่รู้ปีละกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
แต่คุณลุงป่วยได้แค่ไม่กี่เดือนก็จากไปเสียแล้ว
เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เฮียได้ยินเสียงพระสวดมนต์
พอออกมายืนดูหน้าบ้านก็เห็นว่าหน้าบ้านของคุณลุงมีคนมานั่งเก้าอี้พลาสติก
ทำท่าพนมมือกันหลายสิบคน คงจะนิมนต์พระมาถวายสังฆทานและสวดต่อชะตาอายุ
นี่ถ้าคุณลุงอาการดีขึ้นและอยู่ได้อีกเป็นปีหรือสองปี
ป่านนี้หลวงพ่อองค์นั้นคงดังระเบิดไปแล้ว
นี่ ตอนไปงานศพ เฮียก็แอบถามว่า วันโน้นนิมนต์พระที่ไหนมา
ญาติคนหนึ่งก็บอกว่า พระวัดนี้แหละ มีคนแนะนำว่ามีวิชาบารมีสูง แล้วเขาก็ไม่พูดอะไรต่อ
แหม...จะหาใครที่ชอบนินทาพระได้เหมือนเฮียบ้างนะ หาเพื่อนคอเดียวกันไม่ได้เลย

วันนี้หลานสาวตัวดีของอาหมวยสอบเสร็จ
เฮียเลยชวนอาเจ้ไปรับ และเขาก็อยากไปทานอาหารทะเล
เรื่องของเรื่องคือ เขาอยากจะขับรถพาพ่อแม่ไปต่างจังหวัดมากกว่า
เลยได้ไปอ่างศิลา เพราะคิดว่ามีร้านอาหารเยอะดี
ขับเลยไปจนจะถึงบางแสนโน่น
ไปทานกันที่ร้าน กุ้งสด-ปูเป็น (ร้านอยู่ติดทะเล)
ร้านนี้ดังเรื่อง หมึกไข่โปีะนึ่งมะนาว, ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน, ห่อหมกปลากระพงขาว
ได้รับรางวัลเหรียญทองระดับนานาชาติ เมื่อประมาณปี 2547-2548
ในร้านมีรูปเจ้าของร้านแต่งตัวใส่หมวกเชฟ ถ่ายโชว์เต็มไปหมด
เขาโฆษณาว่า อาหารเขาสดมาก อร่อยระดับ B+ หรือ A
พอดีวันนี้ไปแล้วอากาศร้อนมาก น้ำทะเลลด มองเห็นโคลน ไม่สวยเลย
เขามีห้องแอร์ด้วย แต่เขาเอาไว้จัดงานแต่งงาน สัมนา หรืออาจจะเปิดตอนกลางคืน

โซนที่เขาให้เรานั่งทานอาหาร หลังคาเป็นโลหะ ความสูงน้อยมาก เลยร้อน
ยิ่งเอาพัดลมเพดานมาเปิด ต้องขอบอกว่า โง่มากๆ มันดึงความร้อนข้างบนลงมาเสริมจนเหงือแตกซิกๆ
อยากจะเดินไปบอกเจ้าของร้านว่า ควรใช้พัดลมขนาดใหญ่แบบตั้งพื้น จะดีกว่า (ใช้ไล่ยุงตอนกลางคืนได้ด้วย)
หรืออีกวิธีคือเอา Springkler Irrigation ต่อท่อ PVC พ่นน้ำบนหลังคา แบบนี้ก็ทำให้เย็นได้
แต่เปลืองค่าไฟ หรือไม่ก็ค่าน้ำ(ถ้าใช้น้ำประปา)

วันนี้สั่งทอดมันกุ้ง, ปลากระพงเผาเกลือ, ยำรวมมิตรทะเล, และต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อนแบบน้ำใส
เขาทำอาหารรสไม่จัด ฝรั่งทานได้ คนจีนพอได้ แต่คนบ้านเฮียบอกว่า "แซบหลาย อร่อยจัง"
น้ำจิ้มซีฟูด รสชาดไม่ได้ดั่งใจ สงสัยมะนาวแพงเลยเปลี่ยนสูตรหรือเปล่าก็ไม่รู้

แต่ร้านนี้สุดฤทธิ์ สุดเดช ตรงที่พนักงานขอรับคุณน้อง
เริ่มจากจอดรถ มรึงต้องจอดเอาเอง ไม่มีคนมาบอก มาโบก ช่องไหน รูไหน เลือกจอดแบบเสรี
คงเห็นว่า ร้านอาหารต่างจังหวัด ไม่ต้องเทคแคร์มาก
แต่เราดันไปจอดซอกริมสุด พอดับเครื่อง ก็มีคนมาบอกว่า จอดไม่ได้ มันเป็นทางออก
ทั้งๆที่มันเป็นลานโลงๆ มีหลังคาเป็นแสลน (ตาข่าย) เอ้า...ย้ายรถให้เขาหน่อย
เด็กรับออเดอร์ก็หน้าตานิ่งๆ ไม่ร้อนไม่หนาว
เอาต้มยำมาส่ง ก็ไม่ให้ถ้วยแบ่งและทัพพี ต้องรอให้ลูกค้าแหกปากขอ
น้ำดื่มก็ไม่เติม ไม่ดูน้ำแข็ง เสริฟเสร็จก็ระเห็ดไปไหนก็ไม่รู้ ลูกค้าลงน้ำกินกันเอง
แต่เท่าที่ดูๆ คงจะเป็นเพราะว่าเขาเน้นลูกค้าตอนเย็นๆ หรือไม่ก็พวกมาวันเสาร์อาทิตย์
วันธรรมดาก็มีคนมาแค่ยี่สิบสามสิบคน เลยได้เจอเด็กเสิร์ฟคุณภาพแบบนี้ 555

เฮียจำเพื่อนของอาหมวยคนที่อยู่อเมริกาได้ครับ
แต่ไม่กล้าถาม เพราะไม่ทราบว่าเขาเป็นอย่างไร
หรืออาการหนักแค่ไหน
ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไป ก็จำทำให้อาหมวยสะเทือนใจเปล่าๆ
เอาเป็นว่าตอนนี้เขายังเรื่อยๆ ก็ขอกุศลดีๆของเฮีย ช่วยให้เขาแข็งแรงมากกว่านี้
อาหมวยก็ให้กำลังใจเขาไปเรื่อยๆ
คนเป็นโรคนี้ก็ผอมๆดำๆแบบนี้
เขาจะเริ่มเบื่ออาหาร ทานอาหารไม่ได้ ก็ยิ่งผอม ยิ่งอ่อนแอ

เฮียอยากแชทออนไลน์กับอาหมวยเหมือนกัน
เมื่อก่อนก็ได้กิ๊กมาหลายคนเพราะเล่นเอ็มฯนี่แหละ
ไม่แน่ใจว่าโลกของ ยูฮู้ กับ ฮ๊อทแมว เขาจะ msm คุยกันได้หรือเปล่า
แหมก็ไม่ยาก ก็สมัคร windowlive ใหม่อีก 1 user
จะได้มาแอบนินทาคนได้ ไม่ต้องทำเป็นมารยาทดีใน bloggang แบบนี้
ว่าแต่ตอนนี้เฮียชักจะลืมๆว่า เขาใช้ msm กันยังไง 555

เรื่องหน้าที่การงาน
ขอแขวนป้าย suspend ก็แล้วกัน
แค่ห่วง แต่ไม่ได้อยากให้ไปเปลี่ยนกระบวนการทำงาน
ทุกอย่างเขาลิขิตมา ทั้งคน ทั้งบริษัท ทั้งปัญหาต่างๆ มันต้องมาคลุกเคล้ากันตามกรรมที่ก่อเอาไว้
อาหมวยเลยต้องมาเหนื่อย เป็นหน่วยทวงหนี้แบบนี้ จริงมั๊ย
อ้อ...ไม่ใช่ๆ เป็นโกลบอลซุปเปอร์ไวเซอร์ ต่างหาก
แปลกนะ คนที่ทั้งดื้อ ทั้งขี้โมโห ทั้งชอบมีโลกส่วนตัว ดันมีคนจ้างให้ดูแลธุรกิจใหญ่ๆ 555
ชอบนะ ชอบที่บอกว่า "พอกินพอใช้ พอมีเก็บบ้าง ตามอัตตภาพ"

บางคนได้เงินมากมาย แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้เงินหมดไป แถมยังติดหนี้เขาอีกก็ยังมี
เฮียมีญาติห่างๆอยู่คนหนึ่ง อายุปาเข้าไปจะหกสิบแล้ว
ยังแบมือขอเงินแม่อยู่เลย จริงๆเขาไม่ได้แบมือหรอก แม่เขาคอยเอาเงินใส่กระเป๋าสตางค์ต่างหาก
พอเงินเดือนออก เขาก็เอาไปถวายหลวงพ่อวัดเจดีย์จานบินเกือบครึ่ง ซื้อหนังสือธรรมะเพื่อนำไปแจกวัดต่างๆ
แล้วก็ออกทัวร์นั่งสมาธิตามต่างจังหวัด ตามวัดป่าที่หน้าฉากป๊าป่า
แต่หลังฉากสุดหรูอลังการงานสร้าง

อาหมวยรู้มั๊ย มีวัดป่าที่ บ้านบึง ชลบุรี ด้านหน้ามีแต่ต้นไม้รกไปหมด ถนนก็เป็นฝุ่นลูกรังแดงแจ๋
แต่โบสถ์ ซ่อนอยู่หลังภูเขา ข้างในเป็นไม้สักผสมหินอ่อน ข้างนอกเป็นพื้นแกรนิต กว้างใหญ่มาก
เจ้าอาวาสอยู่กุฏิเหมือนรีสอร์ท อุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์เป็นของเกรดเอทั้งนั้น
อ้อ...ทุกอย่าง โยมเป็นคนสร้างถวาย พระบอกว่า ไม่เคยไปเรียกร้องกับใคร
เฮียเคยไปทำบุญกับเขามา ถึงกับอ้าปากค้างสามวินาทีเลย งดงามมาก
ญาติคนนี้ เขาก็ยังมาบ่นว่า ทำงานหนัก แต่รายได้น้อย เฮียก็ได้แต่บอกว่า อ๋อ...เหรอ

เฮียยอมรับนะว่า วงการละครหรือหนังเกาหลี นี่เข้าน่ายกย่องมาก
เฮียเคยดูสารคดีที่เขาเล่าเรื่องวิวัฒนาการของคนทำหนังในเกาหลี(ใต้)
เขาว่ากว่าจะมีวันนี้ มันยากเย็นมาก ไม่ว่าเรื่องอุปกรณ์ เรื่องความสนับสนุนของรัฐบาล
เรื่องวัฒนธรรมของคนเกาหลี และยังมีบางเรื่องที่ต้องรอเวลาให้ผ่านไป ถึงจะสามารถสร้างละครแนวนั้นๆได้
คนเขียนเรื่อง คนเขียนบท บ้านเขา แข่งขันกันมาก
แต่คงไม่ใช่เรื่องแข่งกันจนเหลือแต่ของดีๆ
น่าจะเป็นเพราะคนเกาหลีมองอะไรเป็นธรรมชาติ แบบมีสติ มีเหตุผล มากกว่าคนบางประเทศ
สำหรับละครไทย ก็มาจากบทประพันธ์ไทยเป็นส่วนใหญ่
และมันจะมียุคหนึ่งที่เขาเรียกว่า ยุคของนิยายประโลมโลก
คนที่เขาเรียนพวกนิเทศน์คนหนึ่ง เขาบอกว่า มีช่วงหนึ่ง คนเขียนหนังสือโดนจับเข้าคุกหลายคน
พอเขียนเรื่องการเมืองไม่ได้ คนไทยเลยจำต้องเขียนนิยายประโลมโลกอยู่ช่วงหนึ่ง
หลังจากนั้น พอประชาธิปไตยเบ่งบาน ก็จะมีผลงานคุณภาพออกมาเหมือนอย่างในปัจจุบัน
แต่การตลาดของวงการทีวีบ้านเรา บีบให้ต้องสร้างละครแบบนี้แหละ คนดูถึงจะชอบ เรตติ้งกระฉูด
สังเกตุหรือไม่ว่าเรื่องดังๆมักจะเป็นแนวเมียหลวงเมียน้อย หรือไม่ก็ตบจูบ พระเอกข่มขืนนางเอกจนท้อง ฯ
บางคนไม่ยอมดูละครไทยเลย เพราะบอกว่า แต่ละเรื่อง นางเอกก็แย่งผู้ชายมาเป็นของตนแทบทั้งนั้น
แต่คนแต่งบท ได้สร้างสถานการณ์ให้นางเอกดูดี นางร้ายดูเลว พอถูกพระเอกทิ้งเลยดูว่าสมควรโดน
แล้วในชีวิตจริง ถ้าน้องสาวหรือพี่สาวตัวแสบของเรา โดนแฟนทิ้งหละ
เราจะชื่นชมผู้หญิงคนใหม่ของแฟนเก่าน้องสาว/พี่สาว ของเราหรือเปล่า?

ส่วนละครเกาหลี มักจะแสดงให้เห็นด้านดีและร้ายของตัวละครทุกๆตัว
พระเอกเองก็มีด้านเลว ด้านดี
นางเอกก็มีด้านหน้าเกลียดจนกลายเป็นปมด้อย โดนนางร้ายเอามาใช้ข่มขู่
นางร้ายก็เลวเพราะมีเหตุปัจจัย
ส่วนพระรองนี่ ละครเกาหลีหลายเรื่อง ทำให้คนดูรักพระรองพอๆกับพระเอก

หลับฝันดีนะครับ มาห่มผ้าราคาแพงให้

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:10:47 น.  

 




good afternoon delight นะคะเฮีย
กุ้งสด ปูเป็น เมื่อก่อน มินทานบ่อย ๆ ค่ะ
ตอนหลัง ๆ ไม่ค่อยไปทานที่นั่น
ก็อย่างที่ว่า มินว่าบริการไม่ค่อยดี
แต่สมัยก่อนเค้าดังมากนะมินว่า
พักหลัง ๆ ถ้าไปอ่างศิลา หรือ เขาสามมุก
ก็จะไปทานแต่ร้านวังมุขอ่ะค่ะ
ไอ้ร้านนี้ รสชาดอาหารพอใช้ได้
แต่เขึ้ยวมาก พอลูกค้านั่งปั๊บนะ
เอากระดาษทิชชู่มาวางเลย
ไม่ได้ให้ใช้ฟรีนะคะ คิดตังค์ด้วย เหอะ เหอะ

ยู๊ฮู กับ ฮ๊อทแม๊วอ่ะ คุยกันได้ค่ะเฮีย
เพราะมินเป็น พวกยู๊ฮู เพื่อนบางคนเป็นพวกฮ๊อทแม๊วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่เพื่อนมินที่เมกาอ่ะ ยู๊ฮู เหมือนกันค่ะ
เลยเล่น Hiyo กันสนุกเลย หมายถึงพวกอีโม่น่ารัก ๆ ต่าง ๆ อ่ะค่ะ อิอิ

ไอ้ผ้าห่มราคาแพงของเฮียอ่ะ
ทุกวันนี้มันเป็นขุยแล้วเหมือนกันค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เหมือนตุ๊กตาที่มินต้องกอดนอนทุกคืนนี้อ่ะ
มันเหมือนหมาเน่าเราดี ๆ นี่เอง
เพียงแต่มันไม่ได้เหม็นนะ มันหอมจะตาย
เพราะมินฉีดปาโก้ให้มันอยู่เรื่อยเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
วันเสาร์ไหนอากาศดี ๆ ก็จับใส่เครื่องซักผ้าอีกด้วยอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

เฮียรู้ไม๊ มินเป็นคนที่ดื้อกับไอ้พวกไม่สุจริตชนทั้งหลายค่ะ
เป็นคนที่ขี้โมโหกับไอ้พวกชอบพูดจากลับกลอกกะล่อนไปกะล่อนมา
พูดจาแบบขอไปที ไอ้พวกเนี๊ยนะ ถ้าเกิดมินหมดความอดทนกับมันเมื่อไหร่
มันซวยเมื่อนั้นค่ะ เพราะมินจะไม่มีการยอมความให้โดยเด็ดขาด
แล้วทุกคดี ที่เมื่อไรมินส่งไปให้ทนายบริษัทฯ ฟ้องนะ ไม่เคยแพ้เลยค่ะ ชนะตลอด
ขนาดศาลเรียกไกล่เกลี่ย หลาย ๆ คดี ต้องติดต่อมาขอเจรจาชดใช้ให้บริษัทฯ มินก็เยอะอ่ะ
มันอาจเป็นคดีความทางแพ่งสำหรับการเรียกชดใช้ค่าเสียหายก็จริง
แต่ มันก็ยังมีช่องเล่นงานทางด้านคดีอาญา ออกหมายเรียก ถ้าไม่มาให้ออกหมายจับเลยค่ะ

ก็ใช่อีกนั่นแหละ ที่มินมีโลกส่วนตัวสูง
แล้วเป็นคนตามใจตัวเองสุด ๆ
กฏเกณฑ์อาไรไม่เอา ไม่ยึดปฏิบัติทั้งนั้น
ทำอาไรสบาย ๆ ไม่เครียดค่ะ
ถ้าต้องแบบแกล้ง ๆ หรืออดทนกับอาไรก็แล้วแต่ มินไม่เอาค่ะ จริง ๆ นะ
เรื่องความรู้สึกเหมือนกัน ทำไม่ได้เลยที่จะฝืน
ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ
ยกเว้นเรื่องลูกค้าอย่างเดียว ที่บางครั้งก็ต้องฝืนบ้างค่ะ
ก็เพื่อบริษัทฯ นั่นแหละ แต่ ก็ไม่ใช่ว่าจะกตัญญูซะจนจะอ๊วกนะ แบบนั้นก็ไม่เอา
อาจเป็นบุญของมินอย่างก็ได้ ที่เจอแต่ลูกค้าดี ๆ เป็นส่วนมากค่ะ

เมื่อวาน มินก็ไปเจอขนุนสีส้ม ๆ ไม่รู้เรียกพันธ์ไรอ่ะ
ไปเจอที่บองมาเช่ค่ะ แพ็คละ 100 เป็นขนุนแกะแล้ว มี 10 ยวง(เค้าเรียกยวงป่าวคะ)
วาว..หย่อยมาก หอมหวานกำลังดีค่ะ เสียดายจัง ซื้อมาแค่แพ็คเดียวอ่ะ
ไปหาหมอมาวันก่อน เจาะเลือด ไม่ยักกะเป็นไรซักอย่างนึงอ่ะ
เลยเล่นขนุนฉลองรวดเดียวหมดแพ็คเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มินนี่ก็แปลกนะ ช่วงตอนปีใหม่ที่ไม่สบายอ่ะค่ะ
มันไม่อยากทานไรเลยนะ น้ำยังไม่อยากทานเลยอ่ะ
น้ำหนักลดพรวด ๆ ๆ ๆ จนน่าตกใจ 3 เดือนลดไป 9 โลได้
พอตอนนี้ เหมือนกับว่าจะกินเรียกเนื้อเลยมั๊งคะ
เข้าสู่โหมดปกติเหมือนเดิมแล้วค่ะ อยากทานนู่น อยากทานนี่ ให้วุ่นไปหมดเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ที่น้ำหนักขึ้นมาแค่โลเดียว เพราะมินคุมอ่ะ
คือไม่ทานเป๊ปซี่เลย กาแฟก็แค่แก้วเดียวตอนเช้า เมื่อก่อนวันนึงหลายแก้วมาก
เย็น ๆ ก็หนักไปทางของทานเล่น ไม่เน้นพวกข้าว กลางวันก็ไม่เน้นข้าวเหมือนกัน


เรื่องพอกิน พอใช้ตามอัตตภาพอ่ะ ก็มันจริง ๆ นี่คะเฮีย
ไม่รู้จะไปดิ้นรนเอาอาไรให้มันมากนัก
บ้านเราก็มีแล้ว รถก็มีใช้ ถึงมันอาจจะไม่ทันสมัย
แต่มันก็ยังขับดีอยู่ ถ้าอยากขับรถใหม่ ๆ ก็ขับรถของบริษัทฯ เค้าโน่น
พูดจริง ๆ นะ ถ้ามินเป็นคนขี้เหนียว บ้าเก็บเงินเหมือนคนอื่นนะ
มินว่า ป่านนี้มินรีไทร์ได้แล้ว มินไม่ได้เป็นข้าราชการ แก่ตัวไป ก็ไม่มีบำนาญหรอก
แต่ มินรู้อย่างว่า ถ้ามินยังพอไปนั่งทำงานไหว
ที่มินอยู่ทุกวันนี้ เค้าก็ไม่มีเกษียณสำหรับพนักงานเก่า ๆ หรอกค่ะ
อันนี้เป็นอีกเหตุผลนึง ที่มินไปไหนไม่รอด ไม่ใช่เพราะไม่มีที่ไป
แต่เพราะความใจดี มีเมตตาของเจ้าของบริษัทฯ เค้าต่างหาก
ในบริษัทฯ มินอ่ะ มีคนที่อายุเกินเกษียณอยู่ 6-7 คน หมายถึงพวก office นะคะ
มีคนนึงเรียกกันว่า ป๋า ๆ ๆ อายุ 74 แล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
สมัยก่อน ป๋ามีหน้าที่ดูแลพวกคนรถ ตั้งแต่บริษัทฯ ยังไม่ได้เป็นระบบแบบทุกวันนี้
ทุกวันนี้ ป๋าแกก็ไม่ได้มีหน้าทีทำไร จะมาหรือไม่มาทำงาน ก็ไม่มีใครว่าอาไรแก
อายุขนาดนี้ เดือน ๆ นึงรับ 4 หมื่นกว่า ก็โอเคแล้วนะมินว่า
แต่ เชื่อไม๊ว่าแกต้องสแกนนิ้วมือด้วยนะ ถ้าวันไหนแกเข้าบริษัทฯ อ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ







ร้อนจังเลยเน๊อะ...ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 12 พฤษภาคม 2554 เวลา:15:01:19 น.  

 




mizz mizz mizz u..
if I could, I wish u to hear my whisper in your dreams...
even, it's all just a dream...


โดย: มินทิวา วันที่: 12 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:21:10 น.  

 
Mintiva

เรื่องร้านอาหาร
แปลกนะ เฮียว่าบ้านเรา ร้านอาหารดีๆ อร่อยๆ
สุดท้ายก็ไม่สามารถรักษาคุณภาพเอาไว้ได้
บางทีรักษารสชาดได้ แต่ไปตกม้าตายเรื่องความสะอาดและการให้บริการ
ร้านอาหารรสเลิศ มักจะอวดอ้างว่าเปิดมานานกว่ายีสิบหรือห้าสิบปี
แต่ขอโทษเถอะ ห้องส้วมโสโครกยังกับนรกแตก
พื้นถนนทางเดิน ขนาดเป็นปูนซิเมนต์ ยังแตกแยกหลุดกระเทาะ
บางร้านมีโต๊ะอาหารไว้สำหรับลูกค้าเกือบสี่สิบโต๊ะ แต่มีห้องน้ำแค่ 2 ห้อง
ร้านที่อาหมวยชอบทานนั้น เขาดังเรื่องความสด และรสชาดแสนอร่อย
เฮียเคยไปทานมาเหมือนกัน ห้อยจ้อ แกงส้มไข่ปลาริวเซียว กับ ยำไข่ปู เป็นของโปรด
ส่วนของคุณหนูจะเป็น หมึกไข่ชุบแป้งทอด กับ กั้งทอดกระเทียม
ร้านนี้จำได้ว่า แจกผ้าเย็น ใช้หรือไม่ใช้ คิดเงินหมด อันนี้คอนเฟิร์ม
แต่ถ้าเราหน้าด้านพอ เราก็ขอคืนได้หมดนะ แต่มันน่าอายเหมือนกัน
มาแดร็กอาหารเป็นพัน แต่ค่าผ้าเย็นสี่ซ้าห้าบาท ไม่ยอมจ่าย
ร้านนี้มีทีเด็ดตรงป้ายประกาศข้างฝาว่า "อาหารช้า สั่งแล้วไม่รับคืน"
ถ้ากระแดะสั่งปลาเผาหรือนึ่งซีอิ้ว ต้องจัดเข้าเมนูต้นๆ อย่ามาสั่งเป็นอาหารชุดที่สองหรือสาม
เพราะถ้าอาหารมาช้า จะต้องมีเรื่องกับแคชเชียร์เท่านั้น
เด็กเสิร์ฟจะบอกว่าเชิญไปคุยกับเจ้าของร้านเอง กรูไม่เกี่ยวเฟ้ย

ขนุนสีส้ม นี่มันพันธุ์อะไรหว่า
เฮียจำได้ว่า อาหมวยไม่ชอบทานอะไรที่หวานๆ
แล้วขนุนนี่มันไม่หวานไปเหรอครับ
เฮียว่าทำงานมาเหนื่อยแทบตัวจะขาดสองท่อน
เวลาอยากทานอะไร ก็ทานไปเลย
เอาไว้ป่วย ค่อยให้หมอเขาจัดการ
แต่เท่าที่เล่ามา ก็เห็นว่าตอนนี้ดูแลตัวเองดีอยู่แล้วนี่เน๊อะ

บริษัทของอาหมวยนี่ใจดีจัง
จ้างคุณตาอายุ 70 กว่า แถมยังให้เงินเดือนเป็นหมื่นๆอีกด้วย
เรื่องนี้ถ้าสร้างความรู้สึกจงรักภักดีองค์กรได้ ก็ถือว่าเยี่ยมนะ
แหม...อยากจะไปทำงานเป็นลูกน้องอาหมวยซะแล้วซิ

วันนี้ได้ไปทานขาหมูเหม่งจ๋ายมาอีกแล้ว
ทีแรกว่าจะไปทานก๋วยจั๊บสะท้านฟ้า
แต่พอหาที่จอดรถไม่ได้ ก็ต้องไปจอดในร้านข้าวขาหมู
แล้วก็ต้อง เปลี่ยนใจมาทานขาหมู
ซึ่งนับวันก็ยิ่งไม่ชอบร้านนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ใช่เรื่องอาหารหรือบริการ ที่นี่เขาโอเคทุกอย่าง
แต่ปริมาณของกับราคามันสวนทางกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนทานก็เอร็ดอร่อย แต่ตอนจ่ายเงิน นึกว่าทานอยู่ใจกลางกรุงปารีส

ก่อนจะกลับ มองเห็นตรงหน้าร้านมีแผงขายของ
เลยเดินไปดู ซื้อกุ้ยช่ายทอดกับยำมะม่วงมา
เออ...ของข้างถนน ก็อร่อยได้เหมือนกัน
อ้อ...ทานน้ำส้มคั้นเผื่ออาหมวยด้วยนะ ขวดหนึ่งตั้งสี่สิบบาท

มีเพลงหนึ่งอยากจะเอามาฝาก
เดี๋ยวเปลี่ยน blog ใหม่ซะเลยดีมั๊ย

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 12 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:45:37 น.  

 



มารอฟังเพลงค่ะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 13 พฤษภาคม 2554 เวลา:2:23:55 น.  

 




อรุณสวัสดิ์ศุกร์ 13 ค่ะเฮีย
ออกไปทำงานก่อนน๊า..joobs joobs..


โดย: มินทิวา วันที่: 13 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:29:15 น.  

zoomzero
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ของทุกอย่างในโลกมี 2 ด้าน ถ้าเริ่มต้นก็คิดแต่ว่า สิ่งนั้นมีแต่ด้านดีด้านเดียว หรือเลวสุดขีด ต่อให้ศึกษาสิ่งนั้นไปอีกพันๆปี ก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่ถ้าเปิดใจมองให้เห็นทั้งสองด้าน และหาความพอดีกับการอยู่กับสิ่งนั้นได้
...
ความสุขย่อมมาคู่กับความทุกข์ เพราะสุขเป็นของไม่เที่ยง เมื่อติดสุข แล้วไม่มีสุขมาให้ชื่นใจ จิตก็จะเป็นทุกข์ ความสงบจึงเป็นของที่เราท่านควรปฏิบัติ
...
การตั้งตัวเป็นจอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด จึงไม่หวังให้ผู้ใดมีสุข ไม่อยากให้คนยึดติดกับสุข หากแต่อยากให้พ้นทุกข์ และได้พบกับธรรมมะของจริง ดั่งคำว่า "ไม่มีมาร อรหันต์ไม่เกิด" 555
...
Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
17 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add zoomzero's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.