หุบเขาคนโฉด ไม่ใช่ไอศครีม ไม่ต้องเข้ามาเลีย หรือเชียร์จนละเหี่ยใจ แต่ขอแค่ความจริงใจ ของคนกล้าคิด ไม่ติดอยู่ในกรอบ
40108 วัดเก่าบนเขาบางทราย


"ความสุขของมาร คือการทรมานผู้คน"
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หุบเขาคนโฉด, หมู่ตึกมารสำราญ, วัดเขาบางทราย
zOOmzerO, Funny Devil, Temple on Hill

วัดเขาบางทราย







ปีใหม่นี้ขอเริ่มต้นด้วยการพาไปทำบุญ
เมื่อวานนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของครอบครัว ซึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มปีใหม่ ปี ๒๕๕๔
จึงคิดว่าน่าจะไปไหว้พระทางทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ คงจะเป็นการดี

เริ่มแรกด้วยการ นำภัตตาหารเช้าไปถวายพระสงฆ์
ซึ่งคิดว่าในชีวิตนี้ ผมได้พบพระสงฆ์ที่มีความเป็นสมณะสงฆ์มากๆอยู่ท่านหนึ่ง
จำได้ว่า เคยเอาสังฆทานกองใหญ่ไปถวาย ท่านก็ขอให้นำไปถวายที่สถานที่รับสังฆทานของวัดแทน
...อีกครั้ง ขับรถผ่านวัด เลยเข้าไปนมัสการท่าน เอาเงินใส่ซองจดหมายจะถวาย ท่านก็ให้นำปัจจัยไปบริจาคกับพระที่ดูแลเรื่องเงินบริจาคของวัด
...อีกครั้ง นำผลไม้กระเช้าใหญ่ไปถวาย ทีแรกท่านก็จะให้นำไปถวายพระอีกที่ ท่านว่าของมากเกินไป ให้นำไปถวายพระที่อยู่ตึกด้านหน้าวัด ต้องยืนกราน ท่านจึงรับประเคน และบอกว่าจะนำไปให้พระลูกวัดฉัน เพราะท่านมีอาหารเยอะแล้ว สุดท้ายท่านก็เอาไปเป็นทานอีกทีจนได้
...วันนี้ไปอีก ท่านกำลังจะไปฉันเพลในตัวเมืองชลบุรี ท่านก็บอกว่าถ้าถวายอาตมา วันนี้อาตมาก็ไม่ได้ฉัน ให้นำไปถวายพระในวัด พวกเราก็บอกท่านว่า ขับรถมาจากกรุงเทพฯ ศรัทธาท่านมาก ท่านเลยยิ้มและรับประเคน แต่ก็บอกอีกว่า เดี๋ยวอาตมาผ่านด้านหน้าวัด จะนำไปไว้รวมกับอาหารส่วนกลางของวัด
...ผมถามว่าท่านฉันน้ำชาหรือเปล่า? คราวหน้าจะนำชามาถวาย
ท่านตอบว่า "ฉันน้ำชา" แต่อย่ารบกวนเลย ที่นี่มีเยอะแล้ว
ท่านบอกว่า แค่สิบนิ้วนี่แหละ ก็มากพอแล้ว (หมายความว่า แค่ไหว้ท่าน แค่นี้ก็พอ ไม่ต้องซื้อหาอะไร)
ท่านยิ้มอยู่เสมอ พูดจาชัดเจน เสียงไม่ดังและไม่ค่อย แม้จะมีอายุถึง ๗๖ ปี พูดตรง สั้นๆ บางครั้งแฝงธรรมะ
ตัวกุฏิของท่าน ด้านบนประตูเขียนเอาไว้ว่า "หรรษา" มีต้นไม้ใหญ่อยู่ล้อมรอบ รื่นรมย์มาก
พระที่ผมเอ่ยถึง และได้นำอาหารไปถวายในวันนี้ ท่านคือ พระเทพสุทธาจารย์ (กัลยาณวัฑฒะโน)
ท่านเจ้าคุณเป็นเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย) แต่อยู่อย่างเรียบง่าย
วัดที่เอาบุญมาฝากนี้มีชื่อว่า วัดเขาบางทราย อยู่ก่อนถึงตัวเมืองชลบุรี (อยู่ติดกับค่ายทหาร)
ชาวบ้านมักจะเรียกว่า วัดเขาพระพุทธบาทบางทราย เพราะมีพระพุทธบาทอยู่บนบอดเขา
และถ้าใครได้ขึ้นไปไหว้พระบนยอดเขา จะพบพระพุทธไสยาสน์อีกด้วย

ประวัติวัดนั้นมี ๒ ภาค ต่อเนื่องกันดั่งระลอกคลื่น
วัดดั้งเดิมนั้นตั้งอยู่เชิงเขาบางทราย (อาจจะอยู่ติดถนนสุขุมวิท) และได้ผุพังไปหมดแล้ว
เพราะสร้างกันไว้ตั้งแต่ช่วงปี ๒๒๕๑-๒๒๗๕
น่าจะตรงกับสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ต่อมาวัดนี้กลายเป็นวัดร้าง โดยไม่ทราบสาเหตุ แปลกเหมือนกัน เพราะในตัวเมืองชั้นในของชลบุรีนั้น จะพบว่ามีวัดใหญ่ๆสร้างใกล้ๆกันมากมาย
จนมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ร.๓ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ไปทำการสถาปนา สร้างวัดขึ้นมาใหม่ตรงนั้น ในปี ๒๓๘๔
มาในสมัย ร.๔ ก็ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพิพากรวงษ์ (ขำบุนนาค) มาควบคุมการบูรณะวัดอีกครั้ง
และในสมัย ร.๕ ตอนนั้นผู้กำกับเมือง ชื่อ พระยาวชิตชลเขตร กับพระราชาคณะหลายองค์ ก็ได้มาทำการบูรณะครั้งใหญ่
เมื่อครั้งที่ ร.๖ ขณะทรงผนวช ก็ได้เสด็จพระราชดำเนิน มานมัสการรอยพระพุทธบาทที่วัดเขาบางทรายแห่งนี้
อีกทั้ง ในการทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ทางราชการจะมาตักน้ำในบ่อของวัด ซึ่งด้านล่างของทางน้ำไหลจากยอดเขา ไปใช้ทำน้ำศักดิ์สิทธิ์

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ น้ำไม่ได้ถ่ายเท เลยสีไม่สวย



เอารูปวิหารบูรพาจารย์ และรูปหล่อพระสงฆ์ มาฝาก





zOOmzERo2009



ไปอ่านบล๊อกต่อจากนี้
Link ไปที่ blog 40129 ไท้ส่วยเอี้ย เทพแก้ไขเคราะห์กรรม

ย้อนกลับไปอ่านของเก่า
Link ไปที่ blog 31231 สิ้นปี ๒๕๕๓ ทิ้งความทุกข์

Link ไปที่ blog 31218 ผัดหมี่โคราช
Link ไปที่ blog 31130 อยากเป็นตัวนิ่ม
Link ไปที่ blog 31021 อย่าห้ามฉันกินหอยนางรม
Link ไปที่ blog 31013 ไม่ทานเจได้ไหม?






Create Date : 08 มกราคม 2554
Last Update : 17 มิถุนายน 2554 19:08:03 น. 53 comments
Counter : 2210 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะพี่ชาย ตื่นเช้ามาวันนี้ ได้เข้ามาอ่านบล็อคใหม่แล้วรู้สึกสดชื่นแจ่มใสจังเลยค่ะ ได้อ่านเรื่องวัด เรื่องทำบุญ โมทนาบุญด้วยนะคะ

อ่านแล้วอยากไปวัดบ้างจังแฮะ ตอนนี้อยู่ลาดพร้าว เดี๋ยวและไปวัดบึงทองหลางดีกว่า งุงิ ^_^

สองวันที่ผ่านมาไปเดินพันธุ์ทิพย์มาค่ะ เหนื่อยมากมาย ซื้อ notebook ใหม่ไปวันแรกจะเอาเรียบร้อยบอกมีของ พอจะจ่ายเงินจริง ๆ กลับบอกของหมดสต๊อกพรุ่งนี้มาใหม่ เง้อ รมณ์เสียบ่นไปรอบนึงว่าไหนว่ามีของเลยไง ทำไมแบบนี้ พวก sales นี่ร้ายจิง ๆ เรย *_* สรุปก็เลยได้มาสองวัน มาพันธุ์ทิพย์มันไม่ค่อยเหนื่อยหรือลำบากเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ที่ลำบากก็อิตรงเวลากลับตอนเย็นแล้วหาเรียกรถกลับบ้านยากเย็นมากม๊ากก นี่สิ คนก็แย่งกันเรียกแถวยาวเหยียดริมถนน แท็กซี่ก็เปิดไฟว่างกันทุกคน รถก็ติดตลอด แต่ไม่เข้าใจว่าไม่รับผู้โดยสารกันแล้ว แล้วคุณจะขับแท็กซี่ทำไมกันเนี่ยะ *_* เรียกหลายชม.มากก จนเหนื่อย เรียกไป ก้อเดินออกถนนเส้นใกล้เคียงไปด้วย แต่ก็ไม่เป็นผล สรุปโมโห ก็เลยเดินไปเที่ยวเวิร์ดเทรด ดูหนังรอบสามทุ่มครึ่งต่อซะเลย ดึกจัด อิอิ

ไปดูเรื่อง Tron มาค่ะ ชื่อเรื่องทรอน แต่ขอโทษนะคะ ตัวหลักที่เป็นชื่อว่าทรอน โผล่มาจริง ๆ แค่สองฉาก แถมเป็นฉากแบบว่าแทบจะไม่ได้มีความสำคัญอะไรเล้ยย อิอิ แต่สถานที่ในหนังก็ชื่อทรอนนั่นแหล่ะ

พี่ชายเป็นอย่างไรบ้างคะสบายดีรึเปล่า รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

คิดถึงเสมอค่ะ จุ๊บ ๆ ๆ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ IP: 124.120.99.12 วันที่: 8 มกราคม 2554 เวลา:10:26:43 น.  

 
เราอยู่ชลบุรีมาตั้งแต่เด็ก ๆ แถมเรียนป. 5-6 ที่โรงเรียนวัดเขาบางทรายด้วย และไปตักบาตรเทโวเกือบทุกปี แต่ไม่เคยรู้รายละเอียดเท่านี้เลย นี่แหละน่า เค้าเรียกใกล้เกลือกินด่างจริง ๆ แต่ทราบถึงความกรุณาและความเรียบง่ายของท่านมาตลอด ทุก ๆ คน ในเมืองชลล้วนนับถือ นั่งรถผ่านวัด ยกมือไหว้ขอพรเสมอค่ะ


โดย: magic-women วันที่: 8 มกราคม 2554 เวลา:13:53:22 น.  

 
สวัสดีครับคุณ magic-women

วัดเขาบางทรายนั้นมีสิ่งก่อสร้างน่าสนใจหลายอย่างนะครับ
เสียดายที่เราไม่ได้เป็นเด็กเมืองชล
มิเช่นนั้นจะไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมที่หอสมุดของเมืองชล มาเขียนเพิ่ม
หนังสือที่ว่านั้นชื่อว่า

หนังสือภาพและจดหมายเหตุ วัดเขาบางทราย ชลบุรี
รวบรวมโดย อธึก สวัสดีมงคล (เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐)
เก็บไว้ที่ หอสมุดแห่งชาติจังหวัดชลบุรี ถนนวชิรปราการ (๐๓๘ ๒๘๖๓๓๙)
หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมภาพที่สำคัญและจดหมายเหตุฉบับที่มีความสำคัญเกี่ยวกับวัดเขาบางทราย ชลบุรี และจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์ในงานสมโภช 120 ปี วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ชลบุรี ภายในเล่มได้ประมวลภาพปูชนียสถานของวัดเขาบางทราย ชลบุรี ซึ่งมีดังนี้
1. พระพุทธรูป พระประธานในพระอุโบสถ
2. มณฑปพระพุทธบาท
3. พระเจดีย์โพรง
4. พระเจดีย์ตัน
5. พระเจดีย์ศรีมหาโพธิ์
6. หอระฆัง
7. พระเจดีย์หลังพระอุโบสถ
8. พระป่าเลไลย์
พร้อมทั้งปูชนียบุคคลของวัดเขาบางทรายชลบุรี และในท้ายเล่ม ประกอบด้วยสำเนาลิขิตประวัดวัดเขาบางทราย ซึ่งเป็นคำถวายพระพรของปฐมเจ้าอาวาสวัดเขาบางทรายชลบุรี รวมทั้งจดหมายเหตุรัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินทรงถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน วัดเขาบางทราย พ.ศ. 2430 และจดหมายเหตุยกวัดเขาบางทรายเป็นพระอารามหลวง

ที่นี่เขามีประเพณีหรืองานใหญ่ๆอยู่อย่างน้อย ๒ งาน
คือ ประเพณีเดินขึ้นบันไดเพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ในวันสิ้นเดือน ๔ จนถึงวันขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๕ เอาไว้จะไปดูอีกที่ว่าปี ๒๕๕๔ นี้จะตรงกับวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร
ส่วนอีกงานคือ ประเพณีตักบาตรเทโว ในวันออกพรรษา สำหรับที่วัดเขาบางทรายนั้น แต่ละปีก็มีผู้คนมางานนี้มากมาย

ref: coral magic-women


โดย: zoomzero วันที่: 8 มกราคม 2554 เวลา:18:56:51 น.  

 
BeeeBUสวัสดีปีใหม่ครับ น้องบีเดอะสตาร์
ปีใหม่แล้ว ก็เริ่มต้นด้วยการสะสมบุญกันหน่อย เดี๋ยวพอผ่านไปเดือนสามสัปดาห์ พี่ก็คงออกลาย กลายเป็นคนโฉดเหมือนเดิมนั่นแหละ

ปีนี้ก็ขอให้น้องบี ร่ำรวยเงินทอง อุดมไปด้วยทรัพย์ และขอให้มีสุขภาพแข็งแรงนะครับ เมื่อวานได้ไปวัดบึงหรือเปล่า แต่พี่ว่าวัดลาดพร้าวก็น่าไปไหว้พระนะ ชั้นบนมีพระพุทธรูปเยอะดี เดินทางเข้าออกก็ไม่ยาก(ถ้ามีรถส่วนตัวนะ 555) แถมในซอยนั้น มีร้านอาหารอร่อยอยู่หลายร้าน

เรื่อง Notebook
พี่ว่านะ เดี๋ยวนี้ซื้อโน้ตบุ๊ก ก็ต้องซื้อแผ่นรองที่ติดพัดลมด้วยนะ เพราะเครื่องมันใช้ๆไปมันจะร้อน สำหรับโน้ตบุ๊ก คงแบ่งเป็น 3 ระดับ ย่อมเยา ปานกลาง และราคาสูง พวกที่ราคาสูงมักจะมีพัดลมตัวเล็กๆติดตั้งมาใต้ท้องเครื่อง เวลาใช้อย่างไรก็ต้องมีแผ่นรองเพื่อยกให้มันลอยสูงกว่าพื้นเล็กน้อย อากาศจะได้ถ่ายเทได้ ระวังอย่างใช้โน้ตบุ๊กบนเตียงนอนนานๆ เพราะอากาศจะไม่ระบาย แถมพวกสายไฟอาจจะมีวันที่ขาดหรือช๊อต งานนี้หละถ้าไฟไหม้ที่นอนตอนหลับ ตื่นเช้ามากลายเป็นไก่อบฟางเลยหละ

ที่เดอะมอลล์บ้านพี่ มีรถแท็กซี่จอดเรียงกันมากมาย ทำไมที่พันธุ์ทิพย์ถึงหารถไม่ได้ แปลกจังนะ พี่ชายก็เคยเจอปัญหาแบบนั้นเหมือนกัน เพราะดันอยากจะได้แท็กซี่ตอนสี่โมงเย็นกว่าๆ รถมันวิ่งไปเติมแก๊ส เขาไม่สนใจเราเลย ซึ่งตามกฎหมาย เขาบอกว่าถ้าคุณเอารถแท็กซี่ออกมาขับบนถนน ห้ามปฏิเสธการรับผู้โดยสาร แต่เอาเข้าจริงๆใครจะมานั่งจดเลขทะเบียนแล้วเอาไปแจ้งความ ทุกวันนี้ขนาดคนโดนกระชากกระชากสร้อย ยังไม่อยากจะไปโรงพักเลย เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงสร้อยก็ถูกขายหรือเอาไปจำนำที่ไหนก็ไม่รู้แล้ว แถมเมื่อโดนสอบถามจากตำรวจ ก็ต้องมานั่งนึกว่า คนกระชากเป็นใคร สูงต่ำดำขาวขาดไหน ใส่เสื้อผ้าอย่างไร หนีไปทางไหน ใช้ยานพาหนะอะไร เหมือนซวยสองต่อ สู้คิดว่าแล้วก็แล้วกันไปดีกว่า

หนังฝรั่งเรื่อง Tron
สงสัยว่าเป็นเรื่องที่ Disney ลงทุนสร้างหรือเปล่า เห็นเขาว่าออกทุนกันเป็นร้อยล้านพันล้านบาทเลยนะ ส่วนชื่อเรื่องที่เป็นโลโก้ อ่านไม่ออกเลยในทีแรก สงสัยไอคิวของพี่ชายจะน้อยไปหน่อย ส่วนตัวละครที่ชื่อทรอน เกิดมาไม่เคยได้ยินเลย แต่ทราบว่าที่เมืองนอก มีแฟนคลับของเจ้าทรอนนี้อยู่คนหนึ่ง แต่งตัวเป็นแบบเรื่องแสงเลยนะ ได้ออกรายการทีวีมาหลายรายการ แต่...เฮ้ย...ทำไมมันออกแค่ 2 ฉาก อ้าว...งั๊นสรุปว่าทรอน คือชื่อ เมือง ป๊าดโธ่

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:15:29:18 น.  

 
แวะมาสวัสดีค่ะ ขอบคุณข้อมูลที่ให้นะคะ ต้องลองไปหามาอ่านมาดูบ้างแล้ว


โดย: magic-women วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:9:22:50 น.  

 


ข่าวคนโฉด : ขโมยออมสิน
เมื่อเวลาประมาณ 10 โมงเช้าของวันที่ 10 มกราคมนี้
คุณครูนงเยาว์ ครูประจำชั้น ป.2 โรงเรียนไพรสรฑ์ จ.ตรัง
ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองตรัง
ว่า มีคนร้ายงัดห้องเรียน และได้ขโมยของและเงินสดในกระปุกออมสินของนักเรียนชั้น ป.1 และ ป.2
และยังมีกระปุกออมสินพร้อมเงินหายไปอีก 20 กระปุก
คนร้ายยังได้นำเครื่อเล่นDVD ไปอีก แถมยังเขียนจดข้อความทิ้งไว้ว่า "สวัสดีคุณครูนงเยาว์"
และบนกระดานดำห้องอื่นๆก็ยังมี ข้อความเขียนด่าครูนงเยาว์ด้วยข้อความหยาบคาย
จากการสืบสวนเบื้องต้น คนร้ายน่าจะเป็นวัยรุ่นแถวๆนั้น
ที่แปลกคือ การเขียนด่าครูผู้นี้เหมือนจะสร้างประเด็นว่า
เพราะเกลียดคุณครูจึงเข้ามาขโมยของ
คาดว่าคงดูหนังซีรี่ย์มากไป เพราะคงอยากให้เด็กๆและผู้ปกครองเกลียดครูตามไปด้วย
เวรกรรมจริงๆ


โดย: zoomzero วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:13:59:06 น.  

 
ขออนุโมทนาบุญ สาธุ ด้วยน่ะคะ พี่ซูม ตั้งแต่ปีใหม่
แอนก็มีโอกาสได้ไปทำบุญ ที่วัดมาแค่ครั้งเดียว ถ้ามีโอกาสอยากจะหาวัด ที่ไม่เคยไป ไปบ้างค่ะ ก็รู้สึกอยากทำบุญไปเรื่อยๆน่ะคะ ทุกวันนี้ถ้าไม่มีโอกาสได้ไปทำบุญก็ทำทานกันไปก่อน

ง่วงนอนแล้วล่ะคะพี่ ตอนนี้ที่ลอนดอน หิมะไม่ตกแล้วค่ะ แต่อากาศก็ยังหนาวอยู่ค่ะ

มีรักษาสุขภาพด้วยน่ะคะ
รักและเคารพพี่ซูมเสมอน่ะ
รักน่ะ จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟ (คนสวยจุ๊ฟน่ะ ก๊ากๆๆ)


โดย: นกสีขาว IP: 188.28.212.176 วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:8:04:57 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

เคยแอบคิดนะคะว่าคุณซูมเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนมากมาย
ในการบริหารจัดการสิ่งต่างๆในชีวิต แล้วยังเหลือไว้ไปทำบุญตามวัดต่างๆอีก

หรือ...เพราะแรงบุญ !


โดย: ดราก้อนวี วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:12:29:50 น.  

 


ตั้งแต่เช้ามาถึงตอนนี้ยังไม่หยุดทานอาหารเลย ทั้งข้าวเช้า และขนม
ก็...เมื่อวานคุณนายหนีไปเที่ยวมวกเหล็ก และวังน้ำเขียวฟลอร่าแฟนตาเซีย
เล่นเลือกวันที่เราติดภาระกิจมากมาย เลยไม่ได้ไปซื้อขนมชมวิวทิวทัศน์งามตาเลย ใจร้ายจริงๆ
ขากลับคุณเธอก็ซื้อของกลับมาบ้านเพียบ ทำยังกับว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯเป็นเดือน ตุนของเยอะแยะไปหมด
ที่ถูกใจผมก็เห็นจะเป็น หมูสวรรค์ฟาร์มโชคชัย กระหลี่ปั๊บเจ้หมวย ไส้กรอกแบบหม่ำ(เอามาย่างอร่อยดีกว่าทอด) ...
สวนเจ้าตัวคนซื้อหนะเขาซื้อพวกพืชผักสดๆมาเพียบ วันนี้ก็เป็นเมนูเห็ดต่างๆมากมาย และคงตามด้วยมะระขี้นก
ก็แหม...ในตู้เย็น วันนี้ก็ยังมีอาหารเหลือมาจากงานไหว้บรรพบุรุษต้นปี มีแกงส้มปลาช่อน ต้มหน่อไม้เม่งซุ่น หมูอบ กระเพาะปลาต้ม ไก่ต้มอีกตัว ฯ
แถมเมื่อวานพวกญาติฝ่ายพระมารดาก็แวะมาเยี่ยมอีก ซื้อไก่ย่างสถานีรถไฟจีระ และเส้นหมี่พิมายมาฝากแบบใจดีมากๆ
และก็ยังทำขนมมาฝากหลายอย่างด้วย บ้านโน้นเขาทำขนมไทยๆโบราณเก่ง เขาไม่ต้องไปซื้อใคร
อย่างขนมเทียนนี่ ก็ทำเป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำ และก็ยังมีขนมตาล ขนมฝักบัว ข้าวต้มมัดแบบจืด ฯ
ขนมฝักบัวนี่เวลาทอดแล้วจะมีรูปร่างเหมือนไข่ดาว ทำมาจากแป้งสาลีผสมแป้งข้าวเจ้า รสออกหวานๆ
เป็นขนมที่พวกญาติทางพิมายและโคราช ชอบทำรับประทานกัน ผมก็ชอบทาน ชอบที่กลิ่นหอมของน้ำใบเตย
และพวกคนต่างจังหวัดนี่นะ มีน้ำใจเสมอ ชอบขนผักและผลไม้มาฝากแบบน่ากลัวจริง กล้วยน้ำว้าเป็นเครือๆ
มะรุมเป็นกระสอบ ขนุนเป็นลูกๆ ค่าน้ำมันรถก็แพง (แต่ค่าของไม่ค่อยแพง เพราะปลูกเอาเอง) แต่ก็มาหาทุกปี
สาเหตุก็เพราะเมื่อก่อนบ้านผม เป็นศูนย์เยาวชน เอ้ย..บ้านพักญาติที่จะมาสอบเรียนใน กทม
ใครสอบไม่ได้ก็เรียนรามฯ ไม่ต้องเช่าหอพัก พักบ้านใหญ่ได้เลยเพราะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย เรียนสี่ปีเสร็จ ก็เชิญออกนอกบ้าน
อีกพวก็คือพวกที่ทำอาชีพขายประกัน เวลาเขากรุงเทพฯก็จะมาขอนอนที่บ้านเรา มาทีหลายคน
แต่เดี๋ยวนี้เขากลายเป็นพวกระดับสูงๆกันหมดแล้ว เวลามาประชุมก็นอนโรงแรมหรูๆ
บางคนแกล้งลืมพวกเราไปเลย ไปเจอกันที่ตลาดแถวๆปราสาทหินพิมาย
ไม่ทักไม่ทายกัน เดินผ่านเฉย หมดผลประโยชน์แล้วลืมกันไปเลย แหม...ญาตินะญาติ มีหลายแบบจริงๆ

ท่านแม่หนะชอบพวกปลาร้าใหม่ๆ พริกแห้ง หอม กระเทียม เขาว่าต้องของทางบ้านเขาถึงจะอร่อย
เฮ้อ...ตั้งแต่ท่านพ่อไปเป็นเทวดาบนสวรรค์ พวกเราทางนี้ก็ไม่ได้ไปบุรีรัมย์อีกเลย
สงสัยจะตัดญาติขาดมิตรกันไปแล้ว พวกน้องๆรุ่นเดียวกันกับผมก็แยกเรือนมีครอบครัวกันไปหมด
เหลือแต่คนแก่อายุเลยหกสิบไปหมดทุกคน พวกหลานก็ดูจะไม่สนิทกัน จำหน้า จำชื่อ กันก็ไม่ได้
เวลาเราไปหาก็วุ่นวายหาโน่นหานี่ทำอะไรต่อมิอะไรให้ทาน
กลัวว่าจะเดินๆแล้วก็ล้มเพราะทำของให้พวกเราทางกรุงเทพกินนี่แหละ เลยเกรงใจไม่อยากไปหา
ครั้นเดี๋ยวนี้เวลาไปหาก็อยากจะพักโรงแรมเพราะแอร์เย็นสบาย น่ำท่าสะดวกกว่า
แต่ญาติทางพ่อนี่ "ดุ" น่าดู ไม่ยอมให้นอนที่อื่น แต่บ้านพวกเขานี้พอสี่ทุมปิดไฟนอน เงียบกริ๊บ ทีวีก็ไม่ดูกัน เฮ้อ..
ว๊าว....หมีพิมายร้อนๆมาเสิร์ฟแล้ว นี่หยุดทานได้แค่ชั่วโมงกว่าๆ ต้องอ้าปากรับประทานอาหารอีกแล้ว 555


โดย: zoomzero วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:13:54:21 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ซูม วันนี้แวะมาแล้วรู้สึกอิ่่มบุญ สบายใจดีจังค่ะ

ท่านเจ้าคุณเป็นพระที่หายากนะคะ มีวัตรปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ ฟังคุณพี่เล่าให้ฟังแล้ว นึกอยากไปกราบท่่านมากเลยค่ะ ต้องจำชื่อวัดไว้ วันไหนไปเที่ยวเมืองชล จะแวะที่วัดขอพรจากท่าน

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ขนาดบอกว่าเป็นนำ้นิ่ง ไม่มีการถ่ายเท ถึงสีจะไม่สวยแต่ก็ดูสะอาดดีจัง แล้วชาวบ้านมาตักไปใช้ได้หรือเปล่าคะ

เพลงเติ้งลี่จวินเดี่ยวนี้มีดีวีดีออกมาหลายชุด คุณพี่ลองซื้อมาดูจะติดใจ ได้เห็นหน้าสวย ๆ ฟังเสียงหวาน ๆ ของเธอ เพลินกว่าฟังซีดีค่ะ


โดย: haiku วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:15:48:13 น.  

 
อ้า...คุณเมจิกวีมมิ่น แวะมาเยี่ยมอีกแล้ว อิอิ

มีเรื่อง เรื่องหนึ่งที่จะไม่กล่าวเลยนั้นไม่ได้จริงๆ
คือ เรืองโรงเรียนของหนู เอ้ย...คุณ Magic-Women โรงเรียนวัดเขาบางทราย นี่แหละค่ะ

โรงเรียนนี้มีประวัติและความโดดเด่นไม่ธรรมดา
เมื่อปีที่แล้วมีนักเรียนของโรงเรียนนี้ก็ได้รางวัลเยาวชนต้นแบบ ในฅนค้นฅน อวอร์ด ครั้งที่ ๒ เชียวนะ



เมื่อวันที่ไปเยี่ยมวัดเขาบางทรายนั้น ผมได้ขับรถเข้าประตูวัดไป พบว่ามีถนนแยกออกเป็น 2 เส้นทาง คือซ้ายกับขวา
ถ้าไปทางขวา จะไปเจอโรงเรียนเด็กเล็ก กำลังจัดงานวันเด็กเสียงดังแจ๋วๆๆๆ
ส่วนถ้าไปทางซ้าย จะไปเจอวิหาร โบสถ์ เจดีย์ สระน้ำ และ โรงเรียนเด็กโต มีการแสดงที่สนามกลางโรงเรียน
พวกที่ซนๆหน่อยก็มาโยนก้อนหินเล่นในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ สงสัยว่าคนรุ่นใหม่คนจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้แล้วกระมัง

สำหรับโรงเรียนเด็กเล็ก ปัจจุบันมีชื่อว่า โรงเรียนอนุบาลพุทธยาคม(วัดเขาบางทราย)
ส่วนโรงเรียนของเด็กโต มีชื่อว่า โรงเรียนชลบุรี สุขบท
เด็กนักเรียนจะปักชื่อย่อโรงเรียนว่า "ช.ส.บ."
โรงเรียนนี้เพิ่งจะมี ผอ. เป็นผู้หญิงคนแรก ซึ่งเป็นคนที่ 20 (เมื่อก่อนมีแต่ผอ.ผู้ชาย นะครับ)
ผอ.ท่านนี้ ท่านชื่อ กมนพรรธน์ ทิพยไกรศรโชติ (มีคนบอกว่า เดิมท่านชื่อ สมทรง เป็น ผอ. เก่าของรร.บ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา)
แถมยังมีคนกระซิบบอกมาอีกว่า ท่านมีลูกสาวเป็นถึงรองนางสาวไทยอีกด้วย (จริงหรือโม้...ไม่กล้ายืนยัน)
ผอ.กมนพรรธน์ มาเป็น ผู้อำนวยการต่อจาก ผอ.อำนาจ เวียงพล (พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๕๒) ครับ
คุณ Magic-woman เป็นนักเรียน ตอนนั้น ผอ.คงจะเป็น ผอ.วิลาศ หรือ ผอ.เผดิม กระมัง?

ก่อนจะเล่าเรื่องประวัติของโรงเรียน ช.ส.บ. ให้เพื่อนได้ทราบกัน ผมขอมาที่เรื่องนี้ก่อน
คำว่า "สุขบท" นั้นมาจากนามสกุลของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถระ) วัดเทพศิรินทราวาส
นามเดิมของท่าน คือ เจริญ สุขบท (พ.ศ. ๒๔๑๕-๒๔๙๑) ซึ่งท่านเป็นคนเมืองชลบุรี ตัวจริงๆเลยครับ




สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถระ)
ท่านเป็นศิษย์ของท่านเจ้าคุณชลโธปมคุณมุณี (พุฒ ปุณณกเร) ผู้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของเขาบางทราย (เขาเรียกว่า ปฐมบูรพาจารย์)
โดยเป็นทั้งศิษย์แบบฆราวาสและสามเณร ครั้นอายุได้ 14 ปีได้เข้ามาเรียนพระปริยัติในพระนคร (กรุงเทพฯ)
และเมื่ออายุได้ 20 ปี ก็เข้าอุปสมบทที่เขาบางทราย โดยมีท่านเจ้าคุณชลโธปมคุณมุนีเป็นพระอุปัชฌายะ
พ.ศ. ๒๔๔๑ บวชพระภิกษุได้ ๗ พรรษา ก็ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส (เป็นสมัยรัชกาลที่ ๕ พอดี)
และเป็นเจ้าอาวาสนานถึง 50 ปีเศษ สร้างและบูรณะสิ่งต่างๆในวัดเทพศิรินฯ มากมาย

กว่าจะมาเป็น โรงเรียนชลบุรีสุขบท นั้น เรื่องราวยิ่งกว่านิยายสี่แผ่นดิน
ก็เพราะตอนนี้โรงเรียนมีอายุเกิน 100 ปีแล้วนะซิ

เริ่มแรกนั้น ชื่อจริง ชื่อเดิม คือ โรงเรียนบรรพตพิทยาคารวัดเขา
สร้างเมื่อใดไม่ทราบ
ทราบครั้งแรกว่ามีโรงเรียนนี้แล้ว เมื่อกรมหมื่นวชิรญาณวโรรสทรงตรวจงานการศึกษา ในมณฑลปราจีนบุรี (ตอนนั้นปี ๒๔๔๓)
แล้วสำรวจพบว่า มีโรงเรียนตรงเชิงเขา เปิดสอนหนังสืออยู่แล้ว และยังเป็น โรงเรียนแรก และแห่งเดียว ในจังหวัดชลบุรี

พอปี ๒๔๔๘ โรงเรียนปิด ไม่มีการสอน เพราะท่านเจ้าคุณเฒ่าไม่ค่อยแข็งแรง
ในปี ๒๔๔๙ ท่านเจ้าคุณพระชลโธปมคุณมุนี ได้มรณภาพ
ร่มโพธิ์ร่มไทรได้ล้มลงแล้ว

แล้วก็เหมือนพระมาโปรด
ในปี ๒๔๕๐ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) ขณะนั้นทำหน้าที่พระอมราภิรักขิต
รับบัญชาจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ให้นำการศึกษามาสู่จังหวัดชลบุรี
อันเป็นพระราชประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่ ๕ เป็นการขยายการศึกษาสู่หัวเมืองต่างๆ
มีผลทำให้โรงเรียนได้พลิกฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีก (เชื่อว่า สมัยนั้นน่าจะใช้อาคารของวัดเป็นที่เรียน จึงเปิดเรียนได้ง่าย)
ครั้งนั้น ชื่อโรงเรียนได้เปลี่ยนเป็น "โรงเรียนพุฒยาคม" (ท่านเจ้าคุณเฒ่าที่มรณภาพไปนั้น มีนามเดิมว่า พุฒ)
การสอนหนังสือ ก็ทำได้แค่เพียง วิชาภาษาไทย เท่านั้น

ขอแทรก เรื่องสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส
สมเด็จฯพระองค์นี้ ทรงเป็น สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้รับพระราชทานนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ
ร.๖ ทรงมีพระราชดำริว่า ในอดีตมีประมุขแห่งสังฆมณฑล ที่เรียกตามพระอิสริยยศ ไม่ได้เรียกตามสมณศักดิ์ทางสงฆ์
จึงทรงประกาศให้ใช้พระนามของพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นประมุขสงฆ์ ให้นำหน้าด้วย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า
ซึ่งการเรียกพระนามแบบนี้เป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นสมเด็จพระองค์แรกของประเทศไทยที่เรียกนำหน้าว่า มีคำว่า "สมณเจ้า"


ต่อมาเมื่อมีการปรับจัดการเรียนการสอนใหม่ตามแบบแผนการศึกษาของหลวง
ชื่อโรงเรียนได้ถูกเปลี่ยนเป็น "พุทธยาคม" (อาจจะมาจากภาษาพูดของชาวบ้านแล้วแผลงเป็นภาษาเขียนอีกอย่าง)

ประมาณปี ๒๔๕๒-๒๔๕๕ โรงเรียนก็เปิดสอนชั้นมัธยม มีทั้งสายสามัญและสายวิสามัญ(เฉพาะทาง)
สำหรับส่วนที่สอนเด็กชั้นประถมก็ยังใช้สถานที่เรียนร่วมกัน ยังใช้ครูใหญ่ร่วมกัน ครูใหญ่คนแรกชื่อว่า "เปลี่ยน"
ต่อมามีการแยกโรงเรียนประถมออกไป ใช้ชื่อว่า โรงเรียนประชาบาลวัดเขาบางทราย (มีคนใหญ่คนโตจบไปจากที่นี่หลายคน)
ส่วนโรงเรียนมัธยมทีแรกก็ยังชื่อ พุทธยาคม แล้วต่อมาได้ชื่อใหม่เป็น โรงเรียนประจำอำเภอเมืองชลบุรี "สุขบท"
ทั้งสองโรงเรียนก็ยังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ปี ๒๔๙๒ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น โรงเรียนชลบุรี "สุขบท"
ตอนนั้นระบบมัธยมของเดิมเป็นแบบ ม.๑ ถึง ม.๖ (คำว่า ม.๖ ไม่ได้เป็นอย่างในปัจจุบันนี้นะครับ)
ในปี ๒๕๐๘ มีการสร้างอาคาร ญาณวรวิทยา ให้กับโรงเรียนประถม ซึ่งตอนนั้นเรียกว่า โรงเรียนวัดเขาบางทราย (พุทยาคม) ไปแล้ว
ปี ๒๕๑๗ โรงเรียนมัธยมก็มีชั้น ม.ศ. ๔ และ ม.ศ. ๕ มีแผนกวิทยาศาสตร์ด้วยนะ ทันสมัยมาก
ปี ๒๕๓๕ ได้รับรางวัลพระราชทาน โรงเรียนมัธยมศึกษาดีเด่นขนาดใหญ่ (เรียกว่าเป็นโรงเรียนที่เจริญเติบโตและมีคุณภาพ)
พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้รับโล่์เกียรติยศพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติดีเด่นระดับประเทศ อันดับ 2 เรื่อง โครงงานรักษ์สัตว์รักษ์สังคม
พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับโล่เกียรติยศพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงงานคุณะธรรมเฉลิมพระเกียรติกิติมศักดิ์ "ประโยชน์สุขแห่งมหาชน" โครงงานรักษ์สังคม
พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับโล่เกียรติยศพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติดีเด่นระดับประเทศ เรื่อง โครงงานแมลงปอคุณธรรม
นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลต่างๆอีกมากมาย

ref: coral magic-women


โดย: zoomzero วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:22:08:50 น.  

 
WhiteBird

ฮาโหล...น้องแอน
เห็นใจนะ เมืองนอกไม่ค่อยมีวัดไทยให้ทำบุญ
ถึงมีก็ไปมาลำบาก แถมบางทีพระถูกนิมนต์ไปนอกวัด เราไปก็จะไม่เจอใครอีก
เอาแบบนี้ ง่ายที่สุด คือ "สวดมนต์" ไหว้พระ
ไม่ต้องถึงขั้นนั่งสมาธิ หรือทำกรรมฐาน อะไรพรรณนั้นหรอก
บทสวดก็เอาแบบง่ายๆ อะระหังสัมมา...พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ถ้าว่างกว่านั้นก็หาบทอิติปิโสมาสวด นี่ก็เป็นแนวพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เหมือนเดิม
ส่วนประเภทคาถาหรือคำบาลีย่อๆ ไม่อยากให้ไปท่อง
พี่เห็นบางคนท่อง มะ มะ ยะ ยะ ชิ มิ ชิ มิ ...
ถามว่าแปลว่าอะไร เขาบอกว่าไม่รู้ โถ่...ศรัทธาแต่ไร้สมอง ศาสนาอะไรกันนี่
และก็บทสวดที่ยาววววววเฟื่อย ขอโน้นขอนี่ เอาโน่นเอานี่มาไว้ตรงนั้นตรงนี้
คนไทยก็สวดกันมากมาย แต่พอเอาเนื้อมาแปล โห...เป็นการรบกวนพระอรหันต์วุ่นวายไปหมด
บทสวดแบบนั้นก็ขอแอนตี้ แต่ถ้าเป็นพิธีใหญ่ๆก็ร่วมสวดกับเขาได้ ชิมิ ชิมิ
อ้อ....สวดมนต์เสร็จแล้ว ก็ขอกุศลที่เกิดในครั้งนี้
แผ่ไปยังพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ญาติพี่น้อง ผู้มีพระคุณ และเจ้ากรรมนายเวรของเรา
เหลือจากนั้นก็เอ่ยชื่อแฟน ชื่อกิ๊ก ต่อไปเรื่อยๆๆไม่ว่ากัน

ที่ลอนดอน อากาศยังหนาว ก็ระวังสุขภาพด้วย
หลังปีใหม่แล้ว งานคงน้อยลงบ้างนะ
ขอใหน้องแอนมีความสุขทุกรูปแบบนะ เอ้...อวยพรแบบสมัยใหม่มากไปหรือเปล่า?
เอาเป็นว่ารักพี่ซูมมากแค่ไหน ก็ขอให้แฮปปี้มากเท่านั้น 555

ซู๊ดดดด (เสียงคนหล่อหอมแก้ม)

นกสีขาว AnnEng DeepPink FF1493


โดย: zoomzero วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:22:32:36 น.  

 



สวัสดีค่ะเฮีย
ขอบคุณนะคะ ที่ไปอวยพรวันเกิดให้มินอ่ะ
ชอบค่ะ ตรงที่บอกให้ ไร้ความทุกข์ ไร้ความวุ่นวายอ่ะ
3-4 วันมานี่ไม่สบายค่ะ นอนนิ่ง ๆ มา 2 วันเต็ม ๆ เบื่อจังเลย
หวังว่ายาหมดคงดีขึ้น ไม่ต้องไปเพาะเชื้ออ่ะค่ะ
ปล.มีความสุขมาก ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:8:25:58 น.  

 
Mint

โอ้ว...ป่วยฉลองวันเกิดเลยเหรอ???
ขอให้หายไวไว+มาม่า+ยำยำ เลยนะ

555 คำอวยพรของคนโฉด
ไม่รู้ว่าอาหมวยจะคิดไปในทางเดียวกันหรือเปล่านะ?
แต่ตัวคนให้เองคิดแบบนั้นจริงๆ
ชีวิตคนเราไม่ต้องมีความสุขมากมายอะไร ไม่ต้องรวยล้นฟ้า
ขอแค่ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่มีโรค ไม่มีใครมาวุ่นวายบังคับให้เราทำหรือไม่ทำอะไร แค่นี่แหละ
คงเข้ากับคำฝรั่งว่า easy easy มั่ง
ซึ่งคนไทยมักจะแปลอย่างมักง่ายว่า ง่ายๆ ซึ่งไม่ได้อยากเป็นคนง่ายๆนะยะ เฮ้ย...งง

วันนี้มารอคุณหนูสอบ mid term อยู่ที่ร้านทรูค๊อฟฟี่
ทีแรกว่าจะลองสั่งเครื่องดื่มใหม่ เป็นพวกมอคค่า แต่คนขายบอกว่า เข้มข้น เลยถอย...ดีกว่า
มันมีชื่อว่า Shamrock Shimmer Mocha ชื่อเรียกยากจัง แฌม ฌิม ...
หันกลับมาดื่ม Velvet Choc Chip Twist Cream อย่างเดิมดีกว่า
เคยมีคนถามว่า ยังคิดว่าตัวเองยังเด็กอยู่หรือไง สั่งช็อกโกแลตมากิน
เออ...แก่แต่กาย แต่ใจยังเด็ก เฟร้ย...

เป็นห่วงหาอาทรจังเยย
เดี๋ยวจะแปลงกายเป็นยุงไปตอมแขนจะดีมั๊ย
เฮียรู้ว่าคงไม่โดนตบเปี๊ยะ หรือช๊อตด้วยไม้ตียุงแน่ๆ 555


Ref: มินทิวา Mintiva RoyalBlue 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:10:53:50 น.  

 
DragonV

สวัสดีปีกระต่ายครับป้าวี
ขอให้ป้าวีมีสุขภาพแข็งแรง และก็ขอให้หลานๆเรียนหนังสือเก่งๆนะครับ

ปีใหม่ปีก่อนก็ไปไหว้พระหลายวัดเหมือนกันครับ ลองย้อนดูในบล็อกเก่าๆก็ได้ อิอิ
ส่วนปีใหม่นี้มีโปรแกรมไหว้พระอยู่อีกหลายแห่งครับ แต่ยังหาจังหวะเวลาไม่ได้เลย
ที่แน่ๆ ก็ต้องไปวัดเล่งเน่ยยี่กับวัดโพธิ์แมน เพราะไปเป็นประจำ ก็เรื่องดวงชง อะไรนี่แหละครับ
เมื่อสัปดาห์ก่อนพวกที่บ้านอาม่าของลูกสาว พวกเขาก็ไม่รอบ้านผม
เขานำสังฆทานไปถวายที่วัดปริวาส วัดดอกไม้ วัดด่าน(วัดที่มีทำบุญปล่อยวัวไงครับ)
พวกนั้นนำหน้าไปแล้ว 3 วัด (วัดปริวาสนี่ ยังเจ็บใจอยู่เลย เพราะโดนขโมยไฟตัดหมอกทั้ง 2 ข้าง)

เรื่องวัดในดวงใจที่อยากไปเยี่ยมนมัสการนั้นมีอีกหลายวัดครับ
เวลาอ่านข่าวแล้วเจอเรื่องพระที่มีชื่อเสียง ผมก็มักจะจดชื่อท่านเอาไว้
แล้วก็เข้า google ศึกษาข้อมูลต่อไปอีกที จดจำประวัติท่านและสถานที่ตั้งของวัดที่ท่านอยู่จำวัด
อยากจะบอกป้าวีว่า บางวัดก็ไปเพื่อไหว้พระพุทธรูปเท่านั้น บางวัดก็ไหว้พระสงฆ์
บางวัดก็ไปเพื่อซื้อหนังสือของวัด อย่างเช่น วัดอโศการาม (แถวที่ทำงานป้าวี)
และส่วนใหญ่เพื่อเป็นที่ระลึกว่าเคยมาก็มักจะเช่าพระเครื่องกลับมาบูชา ตอนนี้กำลังจะล้นห้องพระแล้ว

อย่างวัดเขาบางทรายนั้น ครั้งแรกที่ไปก็เพราะอ่านเรื่อง การถือน้ำพิพัฒน์สัตยา
เพราะปีก่อนๆโน้นคนพูดกันเยอะ เรื่องผู้นำทางการเมืองที่นิสัยไม่ดี ทำตัวเหลวไหล แล้วทำไมยังไม่ตายเสียที
พิธีนี้หมดไปตอนเปลี่ยนระบบการปกครอง แต่พอถึงรัชกาลในหลวงของเรามีการนำมาพิธีนี้กลับมาใช้ แต่น่าจะเพียงครั้งเดียว
จากเรื่องนี้ ก็เลยทราบว่าที่เมืองชลบุรี มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เคยใช้ในพิธีการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาจริงๆ

ส่วนเรื่องของท่านเจ้าคุณ ท่านเจ้าอาวาส
เมื่อหลายปีก่อน ครอบครัวของผมเคยไปหาท่านแบบเดินดุ่มๆ ท่านก็ต้อนรับเป็นอย่างดี
โดยมิได้วางมาดว่าเป็นระดับเจ้าคุณ อยู่เงียบๆ เรียบง่าย ลูกศิษย์ก็มีคนเดียวไม่วุ่นวายกับแขก
วัดในกรุงเทพฯ ผมเคยเจอแบบว่าไปรออยู่หน้ากุฏิ พวกลูกศิษย์กลับมาไล่ผม บอกว่าท่านไม่รับแขก แบบนี้มีนะครับ
สำหรับเรื่องพระเทพสุทธาจารย์ อันนี้มาอ่านพบข่าวบ่อยๆ ในช่วงข่าวของพระปราโมทย์ (สวนสันติธรรม ศรีราชา)
ผมยังไม่เคยไปที่สวนสันติธรรมเลย มีน้องๆเขาเป็นลูกศิษย์ ผมไม่มีโอกาสได้ไปนมัสการท่านเลย
ปีก่อนนี้ท่านปราโมทย์เกิดเป็นข่าวดัง ก็ปัญหาเรื่องเงินบริจาคกับเรื่องแนวทางที่เทศนาสอนลูกศิษย์นี่แหละ

ท่านเจ้าคุณพระเทพสุทธาจารย์ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัด ฝ่ายธรรมยุติ ท่านก็โดนสัมภาษณ์หรือเขียนข่าวบ่อย
ผมอ่านเจอหลายหน เลยนึกอยากจะไปกราบนมัสการท่านอีกครั้ง
พอดีลูกสาวเรียนแถวบางบ่อ เลยไปได้ไม่ยาก เสียค่าทางยกระดับ 30 บาท (จากหน้าเอแบค)
ลงมาถนนข้างล่าง ก็ขับไปอีกไม่นานก็พบวัดแล้ว

ที่ผมไปวัดบ่อยๆ เพราะสมัยก่อนไม่เคยเข้าวัดเลยครับ
คิดแต่ว่า มันเป็นเรื่องเสียเวลา เสียเงินทอง และพระก็คือคนธรรมดาๆ
แต่ทุกวันนี้รู้แล้วว่า เมื่อตอนที่เราหรือคนในครอบครัวล้มป่วยหรือเจ็บไข้
การระลึกถึงกุศลนี่มันช่วยให้เราสามารถเข้มแข็งผ่านวันแบบนั้นไปได้
ของแบบนี้ คนไม่เชื่ออะไรง่ายๆอย่างผม ก็ต้องเจอกับตัวเอง

Ref: ดราก้อนวี DarkGoldenRod B8 86 0B


โดย: zoomzero วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:20:41:50 น.  

 
haiku

ไฮ้...สวัสดีปี๋ม๊ายกั๊บน้องไฮกุ

วัดเขาบางทรายไปไม่ยากหรอกครับ
ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก แค่ตัวเรา เพื่อนเรา ยานพาหนะ ของถวายพระหรือไหว้พระ พอแล้วจ้า
เส้นทางที่ไป ต้องไม่วิ่งเส้นมอเตอร์เวย์ ไม่วิ่งเส้นบายพาร์ท เพราะอยู่คนละทางกัน
คุณต้องใช้เส้นทางยุคโบราณ คือ ถนนเข้าเมืองเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น
เส้นทางที่ผ่านจะเป็นช่วงถนนโลงๆรถไม่ติดมากนัก
มองทางซ้ายถ้าเห็นค่ายทหาร กองพันทหารราบที่๓ กรมทหารราบที่๒๑ รักษาพระองค์ฯ
ผมว่าน่าจะชื่อ ค่ายนวมินทร์ ซึ่งมีสมญานามว่า "ทหารเสือนวมินทรราชินี"
พอขับผ่านค่าย ก็ชะลอรถได้เลย มองซ้ายเอาไว้ จะเห็นป้ายทางเข้าวัดเขาบางไทร

การไปวัดธรรมยุติ โดยปกติ มักจะมีบรรยากาศเงียบ หรือต้องบอกว่า วังเวง
หลายคนไม่กล้าไป เพราะกลัวโดนโจรปล้น ยิ่งต่างจังหวัดไกลๆยิ่งเปลี่ยวมาก ไม่แนะนำให้ไปน้อยๆคน
แต่วัดเขาบางทรายจะมีหลายบรรยากาศ เพราะมี 2 โรงเรียนอยู่ในพื้นที่ แค่นี้ก็ครื้นเครงแล้ว
แต่บางมุมก็มีความสงบเงียบแบบธรรมชาติเพราะอยู่บนเขา มีต้นไม้ใหญ่เยอะแยะ
อีกบรรยากาศก็จะเป็นแนวของศิลปะสถาปัตยกรรม พวกตึกโบราณ อาร์ทดีมากๆ
มีสุดยอดอีกเรื่องคือ ศาสนสถานและศาสนวัตถุ เช่น เจดีย์ มณฑป ที่พักอุบาสิกา ฯ

และที่สุดของที่สุดคือ กุฏิสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) ที่อนุรักษ์ไว้ในสภาพเดิมๆ
เป็นตึกที่สวยงามและมีเอกลักษณ์มาก ไปเห็นแล้วจะบอกว่า คุ้ม


บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ในวันนี้ เขาว่าไม่ค่อยเหมือนเมื่อก่อน
เพราะประเทศเรายกเลิกการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาไปตั้งแต่สมัย ร.๗
จะมีการตักน้ำก็ในพิธีที่สำคัญๆบางครั้งเท่านั้น
ขอบอกว่าสมัยก่อนเขาทำพิธีกันปีละหลายครั้งนะครับ ไม่ใช่ครั้งเดียว
แค่ทหารจะออกรบก็ต้องถือน้ำพิพัฒน์ฯ
พวกมหาดเล็กหรือทหารที่ถืออาวุธเดินในวัง ก็ต้องดื่มนำพิพัฒน์ฯกันทุกเดือน
สระน้ำในวันนี้ได้รับการบูรณะดีมาก
มีการกั้นเป็นโซนดักพวกน้ำที่ไหลลงมาจากด้านบน โดยทำเป็นบ่อขนาดเล็กๆ
มีการเอาต้นไม้พวกที่กรองน้ำเสียได้ ต้นธูปฤาษี เขาเรียกว่า วัชพืชช่วยโลกร้อนเพราะบำบัดน้ำเสียได้
มีการนำเครื่องตีน้ำ เพิ่มอากาศลงไปในน้ำ
แต่เชื่อว่าคนเก่าคนแก่ยังเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของสระแห่งนี้
ที่มาของบ่อน้ำนี้ เพราะว่าเมืองชลบุรีเป็นเมืองชายทะเล สมัยก่อนไม่มีน้ำประปา
เวลาหน้าฝนก็ไม่มีปัญหา แต่พอหน้าร้อนกับหน้าหนาว น้ำดื่มหายาก
บ่อน้ำแห่งนี้ ท่านเจ้าอาวาสอธิบายบอกผมว่า เป็นบ่อน้ำซึมขึ้นมาจากใต้ดิน
ไม่ใช่รับน้ำที่ไหลผ่านดินบนภูเขาลงมา ดังนั้นชาวบ้านก็จะมาตักน้ำที่สะอาดไปบริโภคกันเป็นร้อยๆปี
เขาว่าคนในตัวเมืองชลบุรีก็มาตักน้ำจากที่ไปบริโภคตั้งแต่สมัยอยุธยาโน่นเลย (ไม่ได้โม้นะ)
ทุกวันนี้มีน้ำประปาใช้ ก็คงไม่มีใครมาตักไปต้มทานหรอกครับ
แต่อาจจะมีคนมาตักน้ำไปทำพิธีพุทธาภิเษก เช่น สร้างพระเครื่อง หรือของขลัง

วันที่ผมไปยืนถ่ายรูปสระน้ำนั้น เห็นมีปลาตัวใหญ่อยู่ในนั้นด้วย ใครนะช่างเอาปลามาปล่อยได้
ผมได้ดูภาพถ่ายจากดาวเทียมในพื้นที่เขาบางทราย ก็เห็นว่าใกล้กันก็มีบ่อน้ำอยู่อีก 2-3 แห่ง
แต่อาจจะไม่ใช่น้ำบ่อซึม ดังนั้นจึงใช้ดื่มไม่ได้
หรือไม่ก็เพราะว่าบ่อนี้อยู่ในวัดเลยมีภาพลักษณ์ว่าบริสุทธิ์และแฝงด้วยพลังบางอย่าง


haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 13 มกราคม 2554 เวลา:0:12:06 น.  

 
วันนี้ขอนินทาคนไม่ชอบเรียนเลขคณิต ซะหน่อย
ก็จะใครที่ไหน ถ้าไม่ใช่คุณหนู(ลูกสาวยายคุณนาย)เจ้าของคฤหาสน์ที่ผมเป็นลูกจ้างนี่แหละ
ไม่ต้องเอารายละเอียดย้อนหลังมากมาย มานินทากันเลย
เอาแค่ว่า เมื่อวาน เขามีสอบวิชา Math เป็นการสอบ Mid Term
แหม...พอออกจากห้องสอบ กลับมาบอกว่าทำไม่ทัน
ไม่รู้ว่าจะใช้สูตร(ในการคำนวณ)อะไร มีตั้ง 5-6 สูตร มัวแต่ค่อยๆคิด
(แบบนี้เขาเรียกว่า เก่งไม่กลัว กลัวช้า 555)
ที่มหาวิทยาลัยนี้ สำหรับวิชานี้ เขาสอบมิดเทอมกันเป็น ๒ ส่วน
คงเพราะกลัวว่า จะสอบรวดเดียว คงตกยกชั้นกันกระมัง เลยหั่นข้อสอบออกมาเป็น 2 รอบ

เหตุการณ์ เมื่อวันก่อนสอบ ๑ วัน
ทั้งๆที่คุณเธอมีเวลาทบทวนหนังสือได้ทั้งวัน หมายถึง ๒๔ ชั่วโมง แต่เหมือนว่าจะทบทวนได้แค่ ๓ ชั่วโมงกว่าๆ
เริ่มจาก เช้า...คุณเธอตื่น ๘ โมงกว่า ทั้งๆที่เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนดึก
แปรงฟัน อาบน้ำ ทำธุรกิจส่วนตัว กว่าจะเสร็จก็ ๙ โมงครึ่ง
เดินมาบอกว่า หนูอยากทานอาหารที่ฟูดแลนด์ เบื่อฝีมือพ่อ เจียวไข่แฉะๆ น้ำมันเยิ้ม ....
ก็เลยต้องพาเธอไป กว่าจะทานเสร็จกลับเข้าบ้านก็จะ ๑๑ โมง แล้ว

กลับมาถึงบ้าน ก็ขอเข้าส้วมอีก ครึ่งชั่วโมง
บอกว่าต้องไปล้างหน้าด้วยครีมอะไรๆจากเกาหลีนี่แหละ (ไม่รู้ว่ามันดียังไง ชอบใช้จริงๆ)
เริ่มอ่านหนังสือกันได้ประมาณเกือบเที่ยง แต่ก็เริ่มต้นไม่ได้ เพราะหาเครื่องคิดเลขไม่เจอ
คราวนี้สอบเรื่อง การเงิน เรื่องNPV เกี่ยวกับเงินลงทุน เงินต้น ผ่อนชำระหนี้ ดอกเบี้ยคิดแบบ compound ทบต้น
ต้องใช้สูตรในการคำนวณ เป็นยกกำลังเท่ากับจำนวนงวดที่เอามาคิด
เช่น ฝากดอกเบี้ย 12% ต่อปี โดยคิดดอกเบี้ยปีละ 4 ครั้ง (แบบนี้ก็ต้องใช้สูตรยกกำลัง 4)
ถ้าโจทย์ให้หา 20 ปี ก็ต้องยกกำลัง 80 ดังนั้นต้องใช้เครื่องคิดเลขแบบพิเศษเท่านั้น
แถมถ้าถามหา NPV ค่าของเงินปัจจุบัน ต้องหายกกำลังติดลบ (อย่างงงนะเพราะมันคือวิชาเลข)
กว่าจะหาเครื่องคิดเลขเจอก็บ่ายกว่าๆ หล่นอยู่ในรถแอคคอร์ด (ตอนแรกไปหาแต่ในรถซีวิค เลยหาไม่เจอ)

พอเปิดสมุดที่เรียนมา บอกว่าลอกเพื่อนมาทุกข้อ ทำเองไม่เป็นเลย
แบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าทบทวนแล้วหละครับ กลายเป็นนับหนึ่งต่างหาก
เอ้า...ก็ต้องสอนกันใหม่หมด สอนก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ กว่าจะเข้าใจก็จำสูตรไม่ได้ งง (และงอน)
ต้องนั่งท่องสูตรอีกครึ่งชั่วโมง เอาสูตรนั้นมาผสมสูตรนี้มั่วไปหมด กว่าจะเขียนได้ถูก

เรียนๆไปก็ต้องทานอาหารอีกรอบแล้วหละ
รอบนี้ทานง่ายๆเพราะซื้อข้าวมันไก่เข้ามาตั้งแต่รอบเช้า ใช้เวลาแป็บเดียว
ทานอาหารเสร็จ เธอบอกว่าปวดท้อง เดินไปอ้อนคุณแม่ ผลลัพธ์ก็คือ ได้นอนพัก ๑ ชั่วโมง
แต่ขอโทษครับ เธอตื่นมาเกือบสี่โมงเย็น ถึงจะได้เริ่มติวบทต่อไป
เธอบอกว่าอันเมื่อเช้าลืมหมดแล้ว
เอ้า....ทวนกันใหม่ และก็ต่อด้วยของใหม่ เขาเรียนกัน ๑ เดือน นี่จะเรียนกัน ๑ วัน
แล้วก็สอนได้ไม่ถึงชั่วโมงก็เจออาหารมื้อเย็นผ่านเข้ามามีบทบาทอีกครั้ง

ทานไป ดูทีวีไป มีขนม มีผลไม้มาทานประกอบฉากอีกด้วย ล่อไปอีก ๒ ชั่วโมง
ยังครับ ยังสอนไม่ได้ต่อ ต้องอาบน้ำก่อน เดี๋ยวมืดแล้วอาบจะไม่สบาย พรุ่งนี้ไปสอบไม่ได้ ยุ่งแน่ๆ
แหม...ร้อยวันพันปี ไม่ชอบสระผม วันนั้นต้องสระผม ต้องไดร์ผม หมดไปแค่ชั่วโมงกว่าๆ
พอจะสอนกันใหม่ก็ทำท่าหาวนอนหวอดๆๆๆ
เอ้า...อย่างนั้นเปลี่ยนมาเป็นเขียนสูตรให้คล่องก็แล้วกัน แบบฝึกหัดไม่ต้องลองทำซ้ำอีกแล้ว

พอเขียนได้จนน่าเชื่อว่าคล่องแล้ว ก็ลองให้ทำเองข้อสอบ (เอาข้อสอบเก่ามาลองทำกัน)
พออ่านโจทย์เสร็จ บอกว่าแปลไม่ได้ (หมายความว่าโจทย์ไม่ใช้คำพูดเหมือนที่เรียน แต่ใช้คำอื่นที่มีความหมายเหมือนกัน)
พอเข้าใจว่าโจทย์ให้อะไร ถามหาอะไร ปัญหาต่อมาคือ ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหน หาลำดับขั้นตอนการเขียนคำตอบไม่ได้
พอเข้าใจลำดับการคิด ต่อมาก็ต้องเอาสูตรไหนมาคิด ตอนนี้แหละบอกว่า มันมีสูตรเต็มหัวไปหมด ไม่รู้ว่าอันไหนใช้ตอนไหน
เลยต้องหาเทคนิคในการช่วยตัดสินใจกันแบบมั่วๆ ว่าถ้าแนวโจทย์แบบนี้ก็จะต้องทำการตอบประมาณนี้
พอรู้ว่าจะใช้สูตรอะไรมาคำนวณแล้ว ปัญหาต่อมาคือ ไม่รู้ว่าตัวเลขตัวไหนจะวาง จะแทนตรงไหน
เรื่องนี้เป็นเพราะไม่เข้าใจหลักความคิดพื้นฐาน
เขาไม่ทราบมาก่อนว่า เงินผ่อนคืออะไร ฝากประจำคืออะไร การกู้คืออะไร
คือว่ารู้ว่ามันมีคำแบบนี้ในโลก แต่ไม่ทราบว่าเขาทำกันจริงๆอย่างไร
เชื่อหรือไม่ว่า คำว่า เงินดาวน์ เขาก็สงสัยว่าเราจะไปจ่ายดาวน์ทำไม ไม่มีเงินก็ไม่น่าจะซื้อ เฮ้ย...ลูกใครหว่า สอนยากสอนลำบากจริงๆ
เขาไม่เข้าใจว่าทำไม่เราต้องใช้ดอกเบี้ยที่แตกต่างกันในชีวิตประจำวัน
แถมยังงงว่า ใครเอามาคิดดอกเบี้ยรับปีละหลายๆครั้ง ทั้งๆที่ฝากเงินหนเดียว
อย่างเช่น การฝากเงินหนึ่งพันบาทแบบฝากประจำสามเดือน ดอกเบี้ย 5% ต่อปี อยากรู้ว่าสิ้นปีมีเงินเท่าไหร่
เวลาคิดก็ต้องคำนวณ 4 ครั้ง คิดแล้วก็เอาดอกเบี้ยบอกเงินต้น กลายเป็นเงินตั้งต้นรอบต่อไป
ในตอนแรกเลยนั้น เขางงว่าทำไมหนึ่งปีดอกเบี้ยรวมไม่เท่ากับเอา 4 คูณเข้าไปตรงๆ
ทำไมเงินมันมากขึ้น ต้องพยายามอธิบายอยู่นาน เพราะกลายเป็นเรื่องจินตนาการไป
คนไม่ชอบเรียนเลขคณิต ก็ย่อมเข้าใจยาก คงเพราะว่าไม่เปิดใจรับเรื่องความซับซ้อนแบบนี้

เอาหละ...เมื่อสอนกันพอจะมั่วๆ คลำแนวทางคิดได้ ก็ลองมาหัดกดเครื่องคิดเลขกัน
ป๊าด...ได้ตัวเลขออกมาไม่เคยตรงกับสิ่งที่เขาทำเฉลยมาเลย
ก็จะไม่ผิดได้อย่างไร ก็คุณเธอกดเครื่องคิดเลขแบบเล่นบีบี กดสองมือ กดโดนบ้าง ไม่โดนบ้าง
แถมกดแล้วก็ไม่ยอมอ่านทวนสิ่งที่กดเข้าไปในเครื่องคิดเลข ผลมันก็เลยผิด
คราวนี้เลยต้องสอนให้กดนิ้วเดียวมือเดียว ช้าๆ กดเสร็จแล้วต้องอ่านทวน อย่าใจร้อน
โอ้ย...จะบ้าตาย เด็กคนนี้มันเพี้ยนเหมือนใคร (สงสัยจะเหมือนบิดาของมัน 555)

เวลาผ่านมาถึงสี่ทุ่มครึ่ง ละครทีวีจบพอดี คุณนายก็มาประกาศให้ปิดโรงเรียนกวดวิชา
ดังนั้นก็ต้องแยกย้ายกันไปแปรงฟัน และเข้านอน
พอเช้าตื่นมา คุณเธอก็อ้อนคุณนายอีก แม่วันนี้ปวดท้องจัง
น่าน...วิ่งหาหยูกยา กันบ้านแทบแตก
ผมก็โดนเฉ่งให้รีบไปหาเครื่องดื่มร้อนๆมาให้เจ้าหล่อนดื่มอีก
มาถึง ก็บอกว่าร้อนไป อ้าว...ทำอย่างไร เอาน้ำแข็งมาใส่ ๒ ก้อน เออ..อุ่นๆ กินได้แล้วหละพ่อ

อ้อ...วันนั้นสอบเช้าครับ
ตอนอยู่ในรถช่วงที่เดินทางจากบ้านไปมหาวิทยาลัย
เธอก็นั่งฟังเพลงจากมือถือ(ไอโฟน4) โดยใช้หูฟัง หลับตา เคาะกระจกเล่นเป็นจังหวะ
ผมก็เลยถามว่าไม่ทบทวนสูตรอะไรบ้างเลยหรือ?
เขาก็ตอบว่า ต้องทำใจให้สงบก่อนออกศึก
(แหม...มันน่าจะไปเกิดตอนกรุงฯแตกจริงๆ ยายเด็กคนนี้)

นั่นแหละครับ เรื่องราวก็ประมาณนี้
พอสอบออกมา ก็เดินตัวปลิว ไม่ร้อนไม่หนาวอะไรกับเขาเลย
พ่อถามว่าทำได้หรือเปล่า
เขาก็บอกว่าพอทำได้ แต่ทำไม่ทัน หาสูตรมาใช้ไม่ถูก บางข้อก็ถามรวม ๒ สูตรเลยงง
แล้วผลการสอบจะผ่านเลยครึ่งหรือเปล่านี่?



โดย: zoomzero วันที่: 14 มกราคม 2554 เวลา:17:29:09 น.  

 


สวัสดีวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม (สวัสดีใครก็ไม่รู้ 555)
วันนี้ไปช่วยงานทำบุญที่บ้านญาติมา เป็นการนิมนต์พระมาเลี้ยงภัตตาหารเช้า
งานนี้แขกที่มาบางคนบอกว่า งานขึ้นบ้านใหม่
แต่อันที่จริงเขาต่อเติมบ้านใหม่ต่างหาก
เอ้อ...สมัยนี้ ต่อเติมบ้าน ก็จัดงานทำบุญได้ด้วย
แถมเขาไม่ต้องโยงสายสิญจน์รอบบ้าน ก็เพราะไม่ได้คิดว่าขึ้นบ้านใหม่กระมัง
หรือว่าคนกรุงเดี๋ยวนี้เขาชอบทำอะไรง่ายๆ ไม่ยึดติดกับขนบธรรมเนียมโบราณ
ก็ขนาดเลี้ยงพระเช้า สมัยก่อนเขาต้องเตรียมอาหารเอาไว้รับรองแขก เช่น ข้าวต้มเครื่อง หรือหมูปิ้ง ฯ
แต่บ้านนี้เขามีกาแฟทรีอินวัน ไมโลทรีอินวัน แขกคนไหนหิวก็ชงทานกันเอง เซ็ลเซอร์วิส

แล้วก็สมัยใหม่ครับ แขกมาพร้อมพระ บางคนก็มาหลังพระ
พระทีนิมนต์มาก็มิได้เป็นพระในละแวกบ้านนะขอรับ
บ้านงานอยู่สายไหม พระที่มานั้นต้องเอารถไปรับท่านที่สมุทรปราการ
ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า พระท่านเสียเวลาสวดมนต์และปฏิบัติธรรมไปเปล่าๆ 3-4 ชั่วโมง สำหรับการเดินทาง
แต่มีคนให้คำตอบว่า พระท่านมีสติ กำหนดลมหายใจ ตลอดเวลา ท่านไม่เสียเวลาหรอก สาธุ!!!

บ้านนี้ลูกๆเขาก็หลายคนนะครับ โตๆกันหมดแล้ว
บางคนก็แต่งงาน บางคนก็โสดสนิท ที่แต่งก็แยกบ้านออกไป ที่โสดก็อยู่กับพ่อแม่
พ่อกับแม่อายุเลย 70 ไปแล้ว ดังนั้นวิธีเตรียมอาหารคือ จ้างเขามาทำ
โดยร้านอาหารคิดหัวละ 200 บาท จำนวน 50 หัว คิดโทเทิลเอาเองนะว่ากี่บาท
จ้างเขาแบบนี้ ข้อดีคือ ไม่ต้องไปขอยืมภาชนะจากวัด ไม่ต้องล้างแก้ว ล้างจาน
และที่ดีมากๆคือ ได้อาหารอร่อยกว่าเจ้าของบ้านทำ 555
อ้อ..ยังมีอีกข้อคือ ไม่ต้องไปจ่ายตลาด ไม่เปลืองน้ำ ไม่เปลืองไฟ ไม่เปลืองแก๊ส

งานนี้ก็มีเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ พระที่มาเป็นสายพระป่า
หมายความว่า ท่านจะฉันอาหารในบาตร
เมื่อหลายปีก่อนบ้านนี้เคยนิมนต์พระป่ามาฉันภัตตาหารมาแล้ว
วันนั้นผมยังจำได้ว่า เหมือนเราเอาของไปเทถังขยะ มากกว่าการใส่บาตร
เพราะใครอยากให้พระฉันอะไรก็ตักจากชามอาหารใส่ลงไปในบาตร
คนที่ใส่บาตรรายหลังๆมองลงไปในบาตรแล้วก็ต้องตกใจ
เพราะเหมือนถังขยะที่มีสาระพัดอาหารปะปนอยู่

แต่วันนี้มีการพัฒนาการใส่บาตรมากกว่าเมื่อก่อน
เริ่มแรกก็ใส่ข้าวสวยลงในบาตร แล้วนำบาตรไปประเคนพระอีกที
โดยมีหม้อใบเล็กๆ ให้พระท่านตักข้าวออกจากบาตร เหลือไว้เพียงแค่ปริมาณที่ท่านจะฉันได้
จากนั้นก็ประเคนกับข้าวเป็นจานๆ ชามๆ เรียงวนไปตั้งแต่พระสงฆ์รูปแรกไปจนรูปสุดท้าย
พระท่านก็จะพิจารณาอาหาร อะไรที่ท่านฉันไม่ได้ หรือไม่ต้องการฉัน ท่านก็ไม่ตัก
อะไรที่ท่านฉันได้ท่านก็ตักเอาไว้เพียงอย่างละเล็ก อย่างละน้อย

ทีนี้มาถึงขนมนมเนย
เหตุการณ์คราวก่อน ขนมก็ตามลงไปนอนเละในบาตรพร้อมข้าวและกับข้าว
คราวนี้ท่านเอาฝาบาตรมาใส่ขนม ท่านหยิบแค่ชิ้นเล็กๆวางไว้ในฝาบาตร
พอท่านฉันอาหารหมด ท่านก็เอาขนมใส่ลงไปในบาตร แล้วท่านก็ฉัน

เห็นแบบนี้ คนใส่บาตรค่อยรู้สึกว่า เป็นการกินอาหารของคน
คนเรานั้น บางคนได้ยินเขาพูดมา ก็เก็บเอามาคิดเอง
อย่างเรื่อง ฉันในบาตร หลายคนก็คิดว่าใส่ของทุกอย่างลงไป แล้วปล่อยให้ท่านฉันแบบนั้น
แต่ถ้าลองมองว่า ถ้ามีคนใส่บาตรสิบกว่าคน แล้วพระสงฆ์รูปเดียวท่านจะฉันอย่างไรหมด
และการใส่อาหารทุกอย่างลงไป นอกจากข้าวจะเละเทะแล้ว ถ้าใช้มือหยิบอาหารเข้าปากแบบพระป่าแท้ๆ จะทำไม่ได้
เราต้องคิดด้วยพระก็คือคน และคนเราบางคนเขาแพ้อาหารทะเล แพ้อาหารบางอย่าง
หรือบางรูปท่านไม่ฉันเนื้อ หรือสัตว์ใหญ่ แล้วเราใส่ลงไปในบาตรให้ท่านฉัน เรื่องมันจะแย่นะ ได้บุญหรือบาป
พวกที่เคยทำแบบใส่ของรวมทุกสิ่งมา ก็หาว่าที่ทำกันวันนี้ไม่ถูกต้อง
เลยต้องเชิญมาถามว่า เคยเห็นพระท่านฉันรวมทุกอย่างจริงๆหรือ เขาก็ยังตอบว่าเคย
พอถามว่าแล้วรู้หรือเปล่าว่าเวลาพระอยู่ที่วัด ท่านเทของทุกอย่างที่บิณฑบาตได้ลงไปหมดเลยหรือ
ทีนี้ ท่านผู้นั้นก็อึกอัก ตอบไม่ได้
แล้วก็ถามว่าเวลาดูข่าวตอนสองทุ่ม เคยเห็นการถวายอาหารพระสงฆ์สายพระป่าหรือเปล่า
คำถามนี้ ก็ไม่มีคำตอบ
เลยต้องบอกท่านผู้นั้นว่า เดี๋ยวนี้เขาถวายกันเป็นโตก ใส่ถ้วยหรือชามเล็กๆ ไม่เชื่อก็ลองดูทีวีเอานะ
พระท่านก็จะเลือกตักอาหารในถ้วยชาม ใส่ลงในบาตรของท่าน
จะตักมาก ตักน้อย ตักทุกอย่าง ตักบางอย่าง ท่านเป็นอริยะ ท่านพิจารณาของท่านได้

เฮ้อ...แล้วทำไม่คราวก่อน บ้านนี้ เราเอาของใส่บาตรลงไปหมดแล้วพระท่านก็ยังฉันได้
นี่แหละครับ ฆราวาสทำอะไรไป พระท่านใจดีก็มีเมตตา ท่านก็อดทนฉันแบบนั้นโดยไม่บ่น
บางคนก็หาว่า เป็นวิธีที่พระป่าจะต้องปฏิบัติเข้มข้นแบบนี้
คนเราดันไปยึดติดกับคำว่า "ฉันในบาตร"
แปลความหมายก็ผิด คิดว่า everything in บาตร แถม unlimit
เขาหมายความว่า ให้อยู่ง่าย ปฏิบัติง่าย ไม่ฟุ่มเฟือยภาชนะ มากกว่า
และเมื่อได้อาหารพอประทังชีวิตในหนึ่งวันได้แล้ว ก็กลับวัดได้แล้ว ไม่ต้องมองหาใคร
ไม่ต้องไปเดินบิณฑบาตจนได้อาหารมากมาย มันจะเหลือทิ้งเอา

เรื่อง "ฉันในบาตร" นั้น เขามีคนเขียนวิเคราะห์เอาไว้อยู่หลายที่ ลองไปหาอ่านได้
ในมุมมองของผม...
พระท่านนั้นทราบดีว่าควรทำอย่างไร แต่โยมนั้นน่าจะน้อยรายที่ทราบ หรือทราบแบบมั่ว
พระป่านั้น ท่านจะอบรมกันมาว่า ต้องบิณฑบาตเป็นวัตร (นอนรอคนเอามาถวายก็ไม่ใช่พระป่า)
และยังสอนกันอีกว่า ได้ในบาตรเท่าใด ก็ฉันเท่านั้น ฉันในบาตร ฉันสำรวม น้อยหนึ่งก็ไม่เอา
อันนี้ให้รวมคำสอนที่ว่า ฉันภาชนะเดียว เอาลงเฉพาะในบาตรทั้งหมด คนอื่นเอามาให้อีกก็ไม่ต้องเอา
และต้องรวม ฉันในที่เดียว (หมายความนั่งฉันตรงไหนก็แค่ตรงนั้น ถ้าลุกไปแล้วไม่ต้องกลับมาฉันต่อ)
ทีนี้ก็มีบางสำนักเพิ่มการสอนไปอีกว่า ฉันหนเดียว (แต่ต้องเป็นก่อนเที่ยงนะ)
ทั้งหมดนี้ คงไม่ยึดติดกันที่ตัวอักษรหรอกครับ ทำอย่างไรก็ไม่ผิดหรอก พระฉันเจก็ไม่ผิด อย่าคิดมาก
เขาสอนเป็นแนวทางการอบรม ให้เกิดความอดทน มีวินัย มัธยัสถ์
ไม่อาลัยกับเรื่องกิน ทำให้ไม่เป็นคนเห็นแก่กิน ไม่เป็นกาฝากในพระพุทธศาสนา
เหตุการณ์สมัยก่อน คงจะเป็นทำนองว่า พระสงฆ์ออกบิณฑบาตตอนเช้า เจอคนมาถวายอาหาร
ก็ให้คนผู้นั้นนำอาหารใส่ลงในบาตร พระก็พิจารณาว่าเราอยู่เพื่อกินหรือกินเพื่ออยู่
แล้วก็เดินกลับวัด(หรือที่ปักกลด) ไม่ต้องรับบาตรอีกแล้ว เอาแค่เที่ยวเดียว และรับครั้งเดียว
กลับมาก็พิจารณาอาหาร ฉันอาหาร ล้างภาชนะ เช็ดให้แห้ง แล้วก็ไปปฏิบัติธรรม


อ้อ...พระป่านี่ เห็นมาหลายท่านแล้วนะ
พอฉันเสร็จ จะต้องเทศน์ในโยมฟัง (พระอีกสาย พอฉันเสร็จ ก็ให้พร แล้วก็กลับวัด)
การเทศน์ ก็เป็นการเตือนสติ เป็นการให้ความรู้ แค่ฟังเทศน์ไม่ต้องเสียเงินก็ได้บุญแล้ว
แต่เทศนาวันนี้ ออกแนวการเมือง ซึ่งก็แปลกดี
ท่านคงคิดว่าเทศน์ให้คนกรุงฯหนุ่มๆสาวๆฟัง ก็เอาเรื่องทันสมัยมาเป็นประเด็น
เรื่องที่คนไทยเบื่อหน่าย และอ่านข่าวเจอกันทุกวัน โยมจะได้ไม่ง่วงก็ได้


โดย: zoomzero วันที่: 16 มกราคม 2554 เวลา:22:45:28 น.  

 
วันนี้จะมาพาไปทัศนศึกษากันที่วัดเขาบางทรายพระอารามหลวง (อย่าเพิ่งเบื่อ)
อย่างที่เคยเล่าเอาไว้ว่า ถ้าไปวันธรรมดา คนจะน้อย แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอก
เพราะอยู่ติดค่ายทหาร และมีโรงเรียนถึงสองแห่งในบริเวณวัด
ส่วนบนเขาอีกลูก็มีเครื่องมือสื่อสารขนาดใหญ่ของทางราชการติดตั้งอยู่
ดังนั้นทางขึ้นด้านหนึ่งจึงมีเจ้าหน้าที่ดูแล
เมื่อก่อนเขายอมให้เอารถขึ้นไปด้านบนสุดได้ ขอบอกว่าถนนหนทางไม่ค่อยดีนัก
ทางที่ดีจอดด้านล่างตรงโรงเรียนชลบุรีสุขบท หรือขึ้นไปด้านบนตรงศาลา๑๖๐ปี ก็พอ

วัดเขาบางทรายฯ นี้เวลามีงานแล้วคนจะเยอะมาก
อย่างเช่น เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ปี๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ก็มีงานตักบาตรโทโว
ในวันหลังวันออกพรรษาไปแล้ว ๑ วัน วัดมีความพร้อม ๒ สิ่ง คือ
มีภูเขา และ มีบันไดที่ทอดลงมาจากภูเขา
ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า วัดเขาบางทรายฯ มีประเพณีนี้มานานแล้ว ไม่เคยโอ้อวด
นอกจากนี้ยังมีอีกเทศกาลเดินขึ้นไปนมัสการพระรอยพระพุทธบาท
จะตรงกับช่วงตั้งแต่วันสิ้นเดือน๔ ติดต่อกันไปจนถึงวันขึ้น๒ ค่ำ เดือน๕

ทีนี้เรามาพาทัวร์แบบดูรูปกันนะ แต่ผมไม่มีภาพถ่ายสถานที่ต่างๆของวัดเก็บไว้
เลยต้องไปดูดเอารูปภาพของคนอื่นเขามาโพสต์ให้ดูนะ

เรามาแบ่งพื้นที่เดินชมวัดเป็น ๓ ส่วนนะครับ
ส่วนแรกเป็นทางเข้าวัดครับ

ซุ้มประตูอันนี้อยู่ช่วงแรกๆที่เราจะเห็นตัววัด
ซึ่งเป็นซุ้มเก่าแก่ ไม่สามารถเอารถยนต์ผ่านช่องนี้ได้ ให้ขับเลยไปอีกนิด


ซุ้มประตูที่ทางเข้าปัจจุบัน
จะอยู่เลยมาจากซุ้มอันแรกนิดเดียว
ระวังจะขับเลย และอย่าเบรคกระทันหันเมื่อเห็นทางเข้า
เพราะด้านหลังอาจจะเป็นรถบัสหรือสิบล้อห้อจ่อท้ายมาติดๆ

โซนที่สอง บริเวณด้านล่าง (ก่อนขึ้นเนินเขา)
เมื่อขับรถผ่านซุ้มประตูเข้ามาในวัด ด้านขวามือจะเป็นโรงเรียนเด็กเล็ก
กลุ่มตึกด้านหน้าเรา ไม่ต้องสนใจ ให้เลี้ยวซ้ายไปเลย
จะพบกับวิหารบูรพาจารย์อยู่ทางขวามือ


ออกมาจากวิหาร ก็กลับมาที่ถนนเดิม
ช่วงนี้ต้องขับดีนะครับ วัดนี้เขาไม่ตัดต้นไม้ใหญ่
ถนนเลยมีต้นไม้อยู่ตรงกลาง ผ่านตรงนั้นไป มองขวามือจะเป็นโบสถ์กับเจดีย์




อันนี้น่าจะเป็นหอระฆัง หรือหอกลอง ก็ไม่ทราบนะครับ


ต่อไปก็เป็นสถานที่สำคัญในเส้นทางเดิมนี่แหละ

โรงเรียนชลบุรี สุขบท


สระน้ำศักดิ์สิทธิ์


วิหารพระหยก


อาคารที่พำนักของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ)



สำหรับโซนที่สาม จะเป็นการขึ้นเขาไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท
เรามีทางเลือก ๒ ทาง คือ จอดรถที่โรงเรียน
หรือขึ้นไปจอดด้านบนอีกชั้นหนึ่ง จะเห็นศาลา ๑๖๐ ปี ใหญ่มาก

สำหรับจอดรถข้างล่างก็จะต้องใช้ทางขึ้นเขาด้วยบันไดแก้ว


ขึ้นมาได้ระยะหนึ่งก็มาพักกันที่ลานกว้างๆ มองรอบจะเห็น...


วิหารพระงาม


หอระฆัง


เจดีย์


พระพุทธรูปริมทางเดินขึ้นเขา


เดินผ่านหลังคาศาลา แล้วมาขึ้นบันไดอีกที
จะเห็นเรือนพักอุบาสิกา และโรงทาน


เรือนพักอุบาสิกา


ศาลาราย หรือศาลาเก้าห้อง


เดินขึ้นมาเรื่อยๆจะเห็นมณฑป (อยู่บนยอดเขา)


เดินรอบๆมณฑป จะมีศาลาพักร้อน และสามารถมองเห็นตัวเมืองชลบุรีได้อีกด้วย




ภายในมณฑปจะมี...

รอยพระพุทธบาท ๒ องค์


พระพุทธรูป


พระนอนและพระพุทธรูปอีกองค์


ออกมาด้านหลังพระมณฑป จะมีทางเดินไปยัง
เจดีย์ตัน


ผ่านจากเจดีย์ตันก็จะเป็นเจดีย์โพรง และหอเรดาร์


สุดท้าย มีของแปลกมาฝาก
นี่คือ อะไรครับ อยู่ในวัดเขาบางทรายนี่แหละ

เป็นของที่เคยใช้งาน แต่ปัจจุบันไม่ได้นำมาใช้
หวังว่าคงหาคำตอบกันได้



โดย: zoomzero วันที่: 16 มกราคม 2554 เวลา:23:07:43 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ซูม ตอนนี้ตีหนึ่งครึ่งแล้วค่ะ ง่วงนอนสุดๆแร่ะ! แต่พรุ่งนี้ตื่นสายได้เพราะวันหยุดค่ะ ขอบคุณพี่ซูมมากๆน่ะคะ สำหรับข้อมูลอะไรต่างๆ ที่วัดเขาบางทราย
ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้รู้สึกอารมณ์อยากไปทำบุญที่วัดมากๆเลยค่ะ ยิ่งได้มาอ่านประวัติเรื่องสถานที่ ของวัด โน่นนี่ มันก็เพิ่มกุศลในใจ ที่จะไปไหว้พระ ทำบุญตักบาตร มากขึ้น(ได้กุศลผลบุญน่ะนี่ พี่ซูม ) ค่ะ พี่ซูมแอน นี่แย่จริงๆ ไหว้พระทุกคืนก็จริง แต่บางคืนเหมือนไหว้ขอไปทีเพราะง่วง แต่จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ไม่รู้ผิดหรือถูกน่ะ วันไหนจิตใจ อารมณ์เป็นสมาธิ ก็จะท่องบทสวดมนต์ยาวๆ แต่วันไหน อารมณ์ไม่นิ่งก็จะบทสวดฯสั้นๆ
พี่ซูมคะ น่าอิจฉาลูกสาวพี่จังเลยน่ะคะ มีคุณพ่อ ที่น่ารักและเก่งเช่นนี้ กวดวิชาคณิตศาสตร์ ให้ลูก
ที่แอนเรียนหนังสือไม่เก่ง มันก็มีเหตุผลพื้นฐานหลายๆอย่าง ตอนคุณย่าไปรับแอน แยกมาจากแม่ ช่วงอายุ สองขวบ แอนยังไม่รู้ประสาอะไรเลย ช่วงห้าขวบ คุณป้าก็เพิ่งมาสอนให้นับเลขบวกเลข ส่วนคุณปุ่คุณย่าก็สอนนิดๆหน่อยๆ
โอเค ไม่พิมพ์เรื่อง ส่วนตัวมากแร่ะ! อิอิ พี่ซูมกำลังทำตาดุใส่

ก่อนนอนจะบอกพี่ซูมว่า แอนไม่เสียใจเลยน่ะ ที่รู้จักพี่ซูมมาถึงวันนี้ ทุกวันนี้แอนก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์ในโลกใบนี้หลายๆอย่าง คนเรามีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น แบบนี้
แอนพยายาม มองโลกในแง่ร้ายๆบ้างแล้วล่ะ อิอิ ก็พี่ซูม สอนให้เป็นคนโหด งัย
ดอกกุหลาบ มันเป็นสีขาว ดูสวยงามแต่ความหอม จริงๆแล้วมันไม่มี ก็เป็นได้

รักเสมอ แต่ไม่จุ๊ฟล่ะ เพราะกำลังจะไหว้พระก่อนนอน
good night my brother,Have a nice day.


โดย: นกสีขาว IP: 188.28.232.239 วันที่: 18 มกราคม 2554 เวลา:8:50:08 น.  

 
WhiteBird

แสดงว่าที่ลอนดิน เอ้ย...ลอนดอน เวลาตีหนึ่ง เมืองไทยก็ต้องแปดโมงเช้านะซินะ
เออ...รู้สึกปลื้มใจ ที่หนูแอนชอบเรื่องทัวร์วัดวาอารามของพี่
สำหรับเรื่องไหว้พระก่อนนอน หลายคนก็เจอเรื่องสวดแบบลวกๆ เพราะง่วงนอน
แล้วเทวดาที่ไหนเขาบังคับให้พวกเราไหว้พระก่อนนอนกันนะ?
เอาแบบพวกนอกคอกอย่างพี่มั๊ย ไหว้พระกราบพระตอนกลางคืนมันไม่เวิร์ค
ก็ไหว้พระตอนตื่นนอนก็ได้นี่หน่า ของพี่หนะ เล่นมัน ๒ รอบต่อวัน
เผื่อว่าขึ้นสวรรค์เร็วกว่าใคร เราจะได้มีมนต์ไหว้พระตุนเอาไว้เยอะกว่าชาวบ้านไง
พี่ว่าตอนเช้าๆจิตใจเราน่าจะสงบกว่าตอนอื่นๆนะ เพราะยังไม่มีใครมาป่วนอารมณ์
สำหรับพี่ พี่ไม่ได้ตื่นมาปั๊บก็อะระหังสัมมาปุ๊บนะ พี่ก็เข้าห้องน้ำห้องท่า ล้างหน้าสีฟัน
แล้วก็เอาน้ำในห้องพระไปเปลี่ยนใหม่ จากนั้นค่อยเข้ามาสวดมนต์ในห้องพระ
สำหรับเรื่องห้องพระ บางคนนี่เขาคิดมากจริงๆ พวกศรัทธามากแต่สติปัญญาน้อย
ถ้าร่ำรวยมีสตางค์อยากจะสร้างห้องพระสวยๆใหญ่ ก็โอเคนะค่ะ
สำหรับคนฐานะไม่ค่อยดี หรือพวกที่ต้องเช้าห้องพักเล็กๆ
นี่...ไม่ควรจะวุ่นวายกับการสร้างห้องพระ หุหุ (นินทาชาวบ้านแล้วสบายใจจัง)
พี่ว่า แค่รูปพระพุทธเจ้า หรือพระสงฆ์ แขวนข้างฝา หรือตั้งบนหิ้งเล็กๆก็พอแล้วหละ

ยายคุณหนูนี่ ถ้าให้อยู่บ้านโดยไม่ต้องไปเรียนหนังสือตลอดชีวิต เขาก็เอานะ
ทุกวันนี้ ยังไม่เห็นวันไหนที่เขาตื่นเองเลย ต้องแซะจากเตียงนอนทุ๊กว๊านทุกวัน
สมัยก่อน เรียนหนังสือจบมาหนึ่งเทอม หนังสือบางเล่มยังไม่เคยเปิดอ่านเลย
คุณเธอเล่นเอาสมุดเพื่อนมาถ่ายสำเนา แล้วก็อ่านแค่นั้น สุดแสบจริงๆ
เด็กคนนี้หัวดี แต่ไม่ชอบอ่านหนังสือ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ผู้ใหญ่ตามไม่ทัน
ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่บ้านนี่ มีหนังสือกองอยู่มากมายหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
เขาเกิดมาก็เห็นแต่หนังสือ วางกองอยู่ทั่วบ้าน ทุกห้อง (ในห้องน้ำก็ยังมีหนังสือ)
เขาเลยเอียนกับหนังสือ และก็แปลกจริงๆ เขาอ่านหนังสือได้สองหน้าก็หลับปุ๋ยไปเลย

ชีวิตคนเรามันก็มีสุขมีทุกข์แบบนี้แหละน้องแอน
ท้อได้ แต่อย่าทอดอาลัยตายอยากนะจ๊ะ จิตมันจะตก
เขาว่าคนเราทำอะไรนั้น ย่อมมีเหตุผล(เข้าข้างตัวเอง)เสมอ
บางครั้งเราอาจจะทำไปโดยที่เราก็ไม่รู้ตัวว่าทำไปทำไม
แต่ถ้ามีคนมาถามเราว่าทำไมทำอย่างนั้นอย่างนี้?
เราก็ต้องคิดหาคำตอบที่ดูดีที่สุด เพราะจริงๆแล้วคนเขาก็มักจะไม่ค่อยเชื่อเราหรอก
เขาเชื่ออย่างที่เขาเห็น เขาเชื่ออย่างที่เขาคิด เรียกว่าตัดสินคนอื่นจากมุมของตัวเขาเองทั้งนั้น
พี่ว่า มีความสุดยอดของสุดยอดก็คือ การหาเหตุผลให้คนอื่นที่ทำร้ายเรา แล้วทำให้เราคิดอภัยให้เขาได้
หรือไม่อย่างน้อยก็สงสารเขา อย่างเด็กสาว(ใหญ่)ที่เคยมาป่วนชีวิตแอน พี่ว่าเขาน่าสงสารนะ
ต้องสร้างเรื่องแปลกพิสดารมากมาย เพื่อที่จะทำให้แอนเสียใจ หรือเกิดความแตกแยก
แต่เอาหละนะ วันเวลาพวกนั้น เราก็ผ่านมาได้แล้วนี่เน๊อะ

เอ้...คุ้นๆนะที่ว่าดอกกุหลาบที่สวยๆ มักจะไม่มีกลิ่นหอม ใครเป็นคนคิดคำนี้นะ
นี่...คราวหน้า เอาเรื่องสนุกๆที่เจอมาในช่วงนี้มาเล่าให้ฟังบ้าง
ห้องนี้เป็นห้องมารสำราญนะยะ

เอาหนะ...ถึงไม่จุ๊บ
ก็รักน้องแอนเสมอเหมือนเดิม จ๊วบๆ

Ref: DeepPink AnnEng FF 14 93


โดย: zoomzero วันที่: 18 มกราคม 2554 เวลา:22:05:55 น.  

 
มาอ่านต่อค่ะ
มีรูปให้ดูทุกมุมแบบนี้ ไม่ต้องไปเองละมั๊ง

อนุโมทนาด้วยคนค่ะ (กะจะขอบุญเอาอย่างเดียวเลย ไม่ลงทุน)




โดย: ดราก้อนวี วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:10:35:45 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย
เฮ๊อ..รอดมาส่งข่าวให้รู้ว่ายังอยู่ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เข็ดจริง ๆ ให้ดิ้นตายกับไอ้โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเนี่ย
เจอโรคมันดื้อยา เลยต้องเพาะเชื้อวุ่นวายอีก
ไม่ได้เข้าคอมพ์หลายวันเลยค่ะ
เฮียสบายดีนะคะ ส่วนมินอ่ะ อ่วมกับการเจาะนั่น นู่น นี่..บรื๋อ
พระเค้าถึงว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐอ่ะนะ
งานการตอนนี้ก็กองท่วมหัวแล้วค่ะ
ขอหายไปเคลียร์อาไรยุ่ง ๆ ซักพักค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:8:03:06 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ซูม แหม!กระแสจิตส่งแรง มาถึงช่วงเวลาเช้าของลอนดอนเลยน่ะคะ เชื่อมั้ย เมื้อกี้ลุกแปรงฟันเสร็จ เข้าไปจัดการเรื่องกับข้าวในห้องครัวสักพัก แล้วก็เข้ามาไหว้พระตอนเช้า ที่หิ้งพระเล็กๆในห้อง ยังนึกในใจอยู่เลยว่า เออ! ทำไม เราไม่ค่อยจะไหว้พระช่วงเช้าเลยน่ะ หรือ เรารีบออกไปทำงาน(แสดงว่าจิตเรากำลังคิดเรื่องเดียวกัน มันเลยบังเอิญ เป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน จากข้อเขียนแน่ะนำของพี่และพฤติกรรมของแอน) อ๋อ ลืมบอกไป วันนี้วันหยุดค่ะ
เลือบตามององุ่นที่ถวาย แหะ แหะ! ยังไม่ลาลงเลย วางมาตั้งสองวันแล้ว เดี๋ยวจะจัดการสักหน่อย (เข้าท้อง อุ๊บส์...)
เรื่องสวดมนต์ไหว้พระ ตอนเช้า นานๆถึงจะไหว้สวดมนต์สักครั้งหนึ่ง เวลานึกขออะไร จะทำอะไร ที่ให้ประสพผลสำเร็จเป็นเรื่องเป็นราว แต่ กลางคืนไหว้พระทุกคืนค่ะ แต่ท่องบทสวดมนต์มั้ย ก็อย่างที่บอกสั้นบ้าง ยาวบ้าง

ที่อยากไปวัดช่วงนี้ไม่ใช่อะไร พอดีเดือนหน้าใกล้ถึงวันคล้ายวันเกิดอีกแล้ว ก็เออน่ะ ทำบุญครบรอบวันเกิดซะหน่อย แอนก็ให้เพื่อนไปสืบๆมาว่า จะมีวัดไหนอีกบ้างในลอนดอน แต่ดูแล้วเห็นมีแต่นอกเมืองแล้วล่ะคะ

ในเมืองก็จะมีวัดจีน ที่ Oxford street ยังไม่แน่อาจจะไปทำบุญ ไหว้พระจีนก็ได้ค่ะ เพราะคุณปู่ คุณย่า แอนก็เป็นคนจีน

พี่ซูม แอนได้อโหสิกรรมกับน้องผู้หญิงคนนั้นแล้วล่ะคะและแอนก็หวังว่า เค้าคงอโหสิกรรม ให้แอนเช่นกัน

อ๋อ! พี่มีหนังสืออยู่ทุกมุมบ้าน(แสดงว่าบ้านรก 555)
ถึงว่า พี่ซูมรอบรู้ไปทุกๆเรื่อง

ไปไหว้พระ ที่ไหน ขอ อนุโมทธนาบุญ สาธุ มาให้น้องด้วยน๊าๆๆๆ

ด้วยความเคารพ
จุ๊ฟ จุ๊ฟ จ๊วบ จ๊วบ!


โดย: นกสีขาว IP: 188.28.77.128 วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:18:33:22 น.  

 
DragonV

ป๊าดโด่...อาคุงป้าวี
เอารูปมาดูเพื่อยั่วกิเลสให้อยากไป
แหม...มาบอกว่าเห็นหมดแล้ว ไม่ไปแล้ว ว้า

ลองหาเวลาว่างไปเถอะครับ เอาว่าตั้งใจไปนั่งกินลมชมทะเล และแวะเที่ยววัดจิ๊ดหนึ่ง
เอาหนะ ขับรถขึ้นทางยกระดับแป๊บเดียว
พอลงมาข้างล่างก็วิ่งเข้าเมืองอีกนิดเดียว ยังไม่ทันจะถึงตัวเมืองดีเลย

ผมกำลังสงสัยว่าสถาปัตยกรรมที่วัดนี้ ทำไมเป็นทรงยุโรปเยอะนัก
ไว้ต้องลองไปสำรวจที่วัดเทพศิรินทร์ดูสักครา ว่ามีตึกทรงยุโรปแปลกๆบ้างหรือเปล่า
เพราะที่วิหารบูรพาจารย์นั้น นอกจากรูปปั้นของเจ้าอาวาสองค์เก่าๆแล้ว
ยังมีรูปปั้นพระอริยสงฆ์ที่เป็นชาวเมืองชลบุรี และมีความเกี่ยวข้องกับวัดเทพศิรินทร์หลายท่าน
อย่างเช่น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ท่านก็เป็นคนเมืองชลบุรี
บวชเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเขาบางทรายทั้งสองครั้ง
เมื่อเป็นเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทร์แล้ว ท่านยังคงกลับมาพักจำวัดที่เขาบางทรายถึงปีละ ๓ เดือน
ดังนั้นในการพัฒนาวัดเขาบางทราย อาจจะมีช่างสถาปนิกฝีมือดีมาจากบางกอก
และอาจจะเป็นคนที่สร้างโน้นสร้างนี้ในวัดเทพศิรินทร์ก็ได้

อ้อ...ยังมีบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่ง ชื่อว่า คุณอธึก สวัสดีมงคล ท่านเป็นคนเมืองชลฯ
ครอบครัวของท่านรับใช้ใกล้ชิด เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) ในช่วงที่มาจำวัดที่วัดนี้
ว่ากันว่า ตอนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เหล่าเจ้านายหลายพระองค์ได้หนีมาหลบภัยสงครามที่เมืองชล
และมีหลายพระองค์ที่มาทำบุญและมารักษาศีลที่วัดนี้ด้วยครับ
คนระดับสูงมาทำบุญกับวัด ก็น่าจะทำอะไรให้วัด ฝากเอาไว้เป็นอนุสรณ์กันบ้างกระมัง
ผมเลยคิดว่าอาจจะมีการสร้างอาคารหรืออะไรสักอย่างที่เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมเลียนแบบตึกสวยๆในเมืองหลวงก็ได้

เอ้..แต่ว่า รู้ไปแล้วจะได้อะไรนะ 555

Ref: DarkGoldenRod DeagonV B8 86 0B


โดย: zoomzero วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:21:54:40 น.  

 
Mintiva

เออเนอะ...คราวก่อน คุยกันเรื่องคำอวยพรวันเกิด
ที่บอกว่า ขอให้ไร้ความทุกข์ ไร้ความวุ่นวาย
บรรทัดก่อนหน้านั้นก็ยังเขียนเอาไว้ว่า ขอให้มีความสุขกายสุขใจ
แต่ไหงป่วยตั้งแต่ต้นปี แถมเป็นเดือนเกิดซะด้วย
เฮ้อ...เอาเป็นว่า ขอให้เป็นฟ้าหลังฝนก็แล้วกัน
เรื่องร้ายๆผ่านมาก่อน แล้วก็ต้องเป็นเรื่องดีๆตามมาเยอะๆนะครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

ช่วงต้นๆเดือน เฮียก็คิดว่าอาหมวยคงป่วยระดับหมดสภาพแน่ๆ ถึงหายเงียบไป
เอ้...ต่อมา...เห็นแว็บๆว่าไปซุกซน โพสต์ในบล๊อกแก็งค์ชาวบ้าน เมื่อวันที่ ๑๕ อยู่เลย
ก็คิดว่าน่าจะหายป่วยแล้วซะอีก แต่ก็หายเงียบไปเลย คิดว่าจะแขวนคีบอร์ดซะแล้ว
เฮ้อ...เป็นโรคที่ทรมานซะด้วย
แถมโรคนี้เขาชอบเล่นงานผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะท่อปัสสาวะแตกต่างกัน(ไม่ได้ลามกนะจ๊ะ)

เรื่องนี้อย่าไปเล่าให้ใครฟังมาก เพราะมันมีสาเหตุอยู่ ๒ แนว ที่มันคนละทิศคนละทางกันเลย
สาเหตุปกติ ก็มาจากการอั้นปัสสาวะ แล้วติดเชื้อ ซึ่งมักจะมาจากการเดินทางไกลทางรถ หรือการประชุมนานๆ
ส่วนอีกสาเหตุเป็นเรื่องของคนมีคู่รักคู่ครอง ....
เนื่องจากเราสองคนมิใช่หมอ ก็อย่าคุยเรื่องชิ้นส่วนของร่างกายให้มากเกินไปเลยนิ
เดี๋ยวคนเป็นหมอมาอ่านเจอจะขำกลิ้ง

เคสของอาหมวยนี่ ขอฟังธงว่า ดื่มน้ำน้อยและอั้นปัสสาวะบ่อยๆ แหงมๆ
เท่าที่ทราบ เขาว่าโรคนี้รักษาไม่ยาก แต่ต้องทานยาฆ่าเชื้อให้หมดทุกเม็ด
ซึ่งอาจจะต้องทานติดต่อกันถึง ๒ สัปดาห์
นี่แหละ...ถ้าคิดว่าหายแล้วไม่ทานยาให้หมด มันจะดื้อยา

แล้วนี่ตอนป่วย เป็นไข้ หนาวสั่น หรือเปล่า?
สงสารจัง แต่วันนี้คงอาการดีขึ้นมากแล้วซินะ
คุณหมอคงแนะนำแล้วกระมังว่า หลีกเลี่ยงการอั้นปัสสาวะ ให้ดื่มน้ำเยอะ
ซึ่งปัญหาคือมันจะปวดปัสสาวะตลอดวัน แล้วถ้าอยู่ในที่ไม่เหมาะสม ก็ต้องอั้นปัสสาวะอีกนะซิ
เอาแบบนี้นะ ให้เข้าห้องน้ำก่อนออกจากบ้านหรือที่ทำงาน
แล้วดื่มน้ำเยอะนี่ ก็ดืมในที่พักหรือที่ทำงาน จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องตามล่าหาห้องน้ำ

อยากจะแนะนำว่า ให้หาเครื่องกรองน้ำแบบรีเวอร์สออสโมซีส
ซี่งเป็นของแพง(บางคนบอกว่าฟุ่มเฟือย) เปลืองไฟฟ้า
และมีการปล่อยน้ำทิ้งปริมาณมาก ค่าน้ำเพิ่มแน่ๆ
แต่ถ้าเราต่อท่อน้ำทิ้งของเขาลงถังเก็บเอาไว้ ก็สามารถเอามาล้างจานหรือรดน้ำต้นไม้ได้
น้ำกรองที่ได้ ถ้าเอาเครื่องตรวจสารเจือปนมาวัด จะต้องตกใจว่า ตัวเลขมันแทบจะเหลือ 0.0
การดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำ เป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับผู้สูงวัยอย่างพวกเรา อิอิ
เครื่องกรองน้ำระบบปกติบางยี่ห้อ บอกว่ามีไส้กรอง 3-4 ตัว
ต้องดูว่า ของแพงจะใช้ไส้กรองแตกต่างกัน กั้นสี กั้นกลิ่น กั้นสารพิษ ...ฯ
ส่วนของกระจอก จะใช้ไส้กรองคาร์บอนเหมือนกันหมดทุกตัว
กรองได้แต่กลิ่นและสี อย่างอื่นยังปนออกมา
อย่างว่า ของดีย่อมไม่ขายถูก ของราคาถูกๆย่อมไม่ใช่ของคุณภาพดี

เอาหละ...ถ้าไม่ว่างเพราะงานรัดตัว ก็ไม่ว่ากันหรอก
ไม่มาก็ห่วงหา โผล่มาก็ตกใจ เป็นแบบนี้แหละ อารมณ์คนใจมาร 555

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:23:13:01 น.  

 
WhiteBird

การไหว้พระสวดมนต์ไม่ได้สร้างอะไรมากมายนอกจากคำว่า สมาธิ
ซึ่งพอมีสมาธิแล้ว อะไรๆดีๆก็จะตามมา
ส่วนประเด็นที่หลายคนถวายของกับพระพุทธรูป อันนี้เป็นเรื่องความศรัทธาและการอยากทำสิ่งดีๆ
พี่เองก็ถวายน้ำเปล่าให้พระพุทธรูปทุกวัน
เพราะพยายามจะอยู่ตรงกลางๆระหว่างถวายอาหารหวานคาวกับไม่ถวายอะไรเลย
แต่ใจนั้นบอกกับตัวเองเสมอว่า พระพุทธเจ้า ไม่ใช่ เจ้า ไม่ต้องเซ่นไหว้
แค่ทำดี ท่านก็ช่วยเราแล้ว

สำหรับการขอพรพระนั้น ก็แล้วแต่คนนะ พวกพุทธเข้มๆเขาก็จะบอกว่า
เราชาวพุทธไม่ใช่พวกขี้ขอนะเฟ้ย เรามุ่งหาการทำจิตใจให้ผ่องใส
ส่วนใหญ่เราจะเห็นการไหว้ขอพรจากพระพุทธรูป ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ลุงป้าน้าอา
พวกเขาก็ทำกัน ซึ่งเราคงเคยชินกันดี
ถ้าถามว่ามันได้ผลทุกครั้งที่ขอหรือไม่ ก็คงต้องบอกว่า ไม่
แต่ถ้าถามว่า มันเป็นบุญเป็นบาปหรือเปล่า ก็ต้องตอบว่า ไม่ ไม่ได้เบียดเบียนใครนี่หว่า
ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิธีปฏิบัติตนของแต่ละคน
น้องแอนทำแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะ แต่อย่าซีเรียสเรื่องหาของมาถวายนะจ๊ะ

ส่วนทำบุญวันเกิด หาวัดไทยไม่ได้ก็ไปวัดจีนก็แล้วกัน ฮ้อ...
บุญกิริยา มีตั้ง 10 ข้อ ลองหาอันที่ทำได้ง่ายและสะดวกที่สุดเอาไว้ก่อน

สัปดาห์นี้ก็ได้ไปถวายของเนื่องในวันเกิดของเจ้าอาวาสวัดปริวาสฯ ยานนาวา
พวกญาติของเจ้เขาออกร้านแจกอาหารให้ชาวบ้าน เลยต้องไปเสนอหน้ากับเขาหน่อย
ท่านเจ้าคุณพระพิพิธพัฒนาทร (สมชาย) กับครอบครัวของเจ้เจ้าของบ้าน รู้จักกันดี
วันนั้นท่านก็ให้หนังสือมาให้พี่อ่าน และสั่งว่าให้อ่านให้จบ อ่านหลายๆรอบ
ท่านแจกหนังสือญาติโยมในโบสถ์ใหม่ คนเข้าแถวยาวเฟื้อย
คนอื่นท่านแจกเสร็จท่านก็ยิ้มๆ แต่พอถึงคิวพี่ ท่านกลับบอกให้อ่าน คนเลยมองกันว่า มันเป็นใครฟระ
สงสัยจะเป็นมารศาสนา 555
อ้อ..หนังสือชื่อ มหิทธานุภาพแก้ว ๓ ประการ เขียนโดยท่านเจ้าคุณ พระศรีศาสนวงศ์ (มีชัย) ป.ธ.๙ MPA
ท่านเจ้าคุณมีชัย เป็นอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ กทม
และปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสวัดวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร(พระอารามหลวง) บางกอกใหญ่
หนังสือนี้ทั้งเล่มเป็นเรื่อง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
แค่นี่แหละ แต่อ่านแล้วอิ่มบุญมาก เรื่องที่ไม่ทราบก็ได้ทราบ

พอดีเห็นว่าเดือนหน้าจะเป็นวันเกิดของหนูแอน เลยขอคัดลอกส่วนที่อ่านแล้วประทับใจมาให้อ่าน
ประโยชน์ของการนอบน้อมบูชาพระรัตนตรัย หรือแค่เราสวดมนต์ บทสั้นๆนี่แหละ เราจะได้อะไรบ้าง
ท่านแบ่งเป็น ๒ ประเด็นคือ ผลที่เกิดทางโลกิยะ และผลที่เกิดทางโลกุตตระ

พี่ขอคัดเอามาในส่วนของ โลกิยะ เพื่อเป็นของขวัญให้หนูแอนก็แล้วกัน

ผลของการสวดมนต์นอบน้อมพระรัตนตรัยในทางโลกิยะ ได้แก่
ทำให้แคล้วคลาดจากอุปสรรคอันตราย
ทำให้ขจัดภัยและความหวาดกลัว, ความตกใจ, ความขนพองสยองเกล้า
ทำให้ประสบความสวัสดี ความเจริญรุ่งเรือง
ได้รับชัยชนะ
มีสุขภาพอนามัยดี
มีอายุยืน
สมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์
ชักนำให้เกิดสุคติภพ

พิจารณาให้ดีว่า เรื่องเหล่านี้เกิดกับเราหลังการระลึกถึงพระรัตนตรัยจริงหรือเปล่า?
พี่ว่าคงไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับเราทุกข้อในเวลาเดียวกันหรอกนะ
แต่ถ้าเราเข้าถึงธรรมะขั้นสูงๆ เราอาจจะรู้ว่าเป็นจริงดังนั้นทุกประการก็ได้

Ref: DeepPink AnnEng FF 14 93


โดย: zoomzero วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:23:57:51 น.  

 
วันนี้ไปทำธุระแถวตึกใหญ่ๆตรงข้ามสวนลุมพินี

ตึกนี้ชั้นพื้นดินหรือกราวด์ จะมีธนาคารอยู่ถึง ๒ ธนาคาร
และมีร้านอาหารชื่อ โอปองแปง กลิ่นพวกขนมปังอบร้อนๆกับกาแฟ หอมมาก
ไปทีไรต้องไปนั่งจิบกาแฟมองสาวอ๊อฟฟิซสักสิบห้านาทีทุกครั้ง

ผมไม่ได้ไปที่นี่มานานแค่สามปีกว่าๆ
พบว่าเดี๋ยวนี้ระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก
ที่จอดรถในตึก ใต้ตึก ก็แออัดยัดเยียดไปด้วยยานยนตร์ราคาแพงหลากหลายยี่ห้อ
คนทำงานในตึกนี้ท่าทางจะมีฐานะดีๆกัน เพราะเห็นว่าค่าจอดรถก็แพงน่าดู
คนขับรถหากินต่างจังหวัดอย่างเรา กว่าจะจอดรถเสร็จ
กว่าจะวนรถ เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย ถอยจอด ก็ต้องดมยาดมอยู่หลายซืด

พี่ รปภ. เขาอธิบายว่าเคยมีผู้หญิงแอบเข้ามาในตึก
แต่งตัวเป็นพวกพนักงานทำความสะอาด
แล้วเดินเข้าไปในบริษัทต่างๆ คว้าของมีค่าไปหลายรายการ
กว่าจะจับตัวได้ ต้องรอให้เธอกลับมาทำงาน(ขโมย)อีกรอบ
ตอนนี้เลยต้องใช้ระบบการ์ดแม่เหล็กเพื่อเปิดปิดประตู และทางเดินต่างๆ
ไม่อยากจะนึกเลยว่าอีกสิบปีข้างหน้า พวกขโมยมันจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนอีก

พรุ่งนี้มีหมายกำหนดการจะไปไหว้พระที่วัดเขาบางทรายอีกครั้ง
ก็คงจะนำภัตตาหารไปถวายท่านเจ้าอาวาสเหมือนเมื่อคราวก่อน
ไม่ได้สอบถามว่าท่านอยู่หรือเปล่า
เพราะทราบว่าท่านเจ้าคุณมีภารกิจต้องไปดูแลการก่อสร้างในวัดของสมเด็จพระสังฆราช
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร (พระอารามหลวงชั้นเอก) พัทยา ชลบุรี
เมื่อวันก่อนนั้น ผมได้สอบถามพระพลานัยของสมเด็จพระสังฆราชกับท่านเจ้าคุณฯเจ้าอาวาส
ท่านเจ้าคุณฯบอกว่า ทรงสั่งงานได้ แต่เสียงเบามาก ต้องฟังใกล้ๆ
คุณทราบหรือไม่ว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงให้พรปีใหม่กับพวกเราชาวไทย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นข้อความยาวหนึ่งหน้ากระดาษ และมีความหมายและให้ความรู้ทางธรรมดีมากๆ
พระองค์ทรงเมตตาให้พรพวกเราจริงๆ (อย่าไปคิดว่าเป็นของผู้อื่น)
สำหรับปีนี้ทรงให้พรเริ่มต้นด้วยภาษาบาลี และคำแปลว่า
ธัมโม สุจิณโณ สุขมาวหาติ
ธรรมที่ประพฤติดีแล้วนำสุขมาให้
(ว่างๆ ไปหาอ่านกันนะจ๊ะ)

คราวนี้จะพาเครือญาติไปด้วยหลายคน น่าจะเก็บค่านำเที่ยวนะ 555
เป้าหมายจริงๆ ของทริปนี้คือ การไปศาลเจ้าแม่กวนอิมพันเนตรพันกร อ่างศิลา

วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ที่ศาลเจ้าจะมีงานเทศกาลลอยเคราะห์
ทีแรกก็กะว่าจะไปวันงาน แต่กลัวรถและคนเต็ม เลยขอไปก่อนงานหนึ่งวัน
เมื่อสัปดาห์ก่อนโน้น ก็ได้มาสำรวจไปแล้วรอบหนึ่ง
พร้อมทั้งได้ลองทำขั้นตอนต่างๆ จนเป็นที่เข้าใจ
เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องคุมพวกหลานๆ ตัดเล็บ ตัดผม

เขาจะให้เราตัดเล็บ ตัดผม เอาใส่ห่อกระดาษ ซึ่งเราจะต้องเขียนชื่อและนามสกุล
ตลอดจนวันเดือนปีเกิด ผนึกให้แน่น แล้วเอาไปใส่ในกระทงยักษ์ หน้าตาแบบนี้

พอตอนเย็นวันที่ ๒๓ เขาก็จะเอากระทงนี้ไปลอยทะเล ซึ่งทางลงก็อยู่สุดซอยของศาลเจ้าแม่นี่แหละ

ในพิธีนี้เขายังมีเรือมังกรทอง ใช้กระดาษพับแล้วเอามาติดกาวเป็นรูปมังกร
หน้าตาแบบนี้ครับ


คนดูแลศาลเจ้าเขาว่าเป็นประเพณีที่ทำกันมานานแล้ว
เป็นการเอาสิ่งไม่ดี ซึ่งใช้เล็บและเส้นผมของเรา ลอยไปในทะเล ฝากใส่กระทงให้ไปในที่ไกลๆ
เป็นเรื่องของความเชื่อ เป็นการสร้างกำลังใจแบบหนึ่ง

วันเสาร์อาทิตย์นี้ใครว่างก็ไปเที่ยวเมืองชลบุรีกัน
อาจจะได้เดินชนไหล่กันก็ได้ ถ้าได้ค้างในคืนวันเสาร์ อิอิ



โดย: zoomzero วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:20:33:50 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย
ถ้าอยู่ใกล้ ๆ ก็อยากตัดผมตัดเล็บฝากไปเหมือนกันอ่ะนะคะ
ปีนี้ มินรู้สึกว่าดวงจะไม่ค่อยดีเลยค่ะ
ตั้งแต่ธันวา ลุงป่วยเข้า รพ.
พอผ่านวันเกิดตัวเองไม่เท่าไร ก็มาป่วยอีกเหมือนกัน
ผิดกับปีที่แล้วเลย จำได้ว่า ตอนปีใหม่อ่ะ
ถูกล๊อตเตอรี่ตั้ง 10 ใบ แถมได้รางวัลใหญ่ของที่บริษัทฯ อีก

มินไม่ได้ไปทำงานตั้งอาทิตย์นึง
นอน ๆ ๆ จนแบบว่า ไม่รู้ว่ากลางวันกลางคืนเลยค่ะ
นอนมากไปก็ไม่ดีนะ มันมึน ๆ งง ๆ เหมือนกัน
ข้อดีของการไม่สบายครั้งนี้ เห็นอยู่อย่างเดียวค่ะ
3 อาทิตย์น้ำหนักลดไป 6 โล จริง ๆ นะคะ
เมื่อวานเลยไปซอยผมสั้นมาค่ะ ให้มันสดใสขึ้นมั่ง
เดี๋ยวพรุ่งนี้ ต้องไปทำงานแล้วค่ะ
ไม่ได้ไปปล่อยปลาเลย ช่วงนี้อาศัยบุญของเฮียไปก่อนก็แล้วกันนะคะ อิอิ


โดย: มินทิวา วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:12:53:58 น.  

 
ซินเจียยู่อี่ซินนี้ฮวดไช้ ปีใหม่มาไม่ทัน เอาเป็นตรุษจีนเลยแล้วกันนะคะ


โดย: aquaworld วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:21:42:00 น.  

 
Mint

เอาแบบนี้อัพเดท งานบุญ กันก่อน
เพราะว่าแบ่งทางใจไปให้แล้วเมื่อวาน วันนี้แบ่งทางอินเตอร์เน็ทบ้าง
(พี่น้องเพื่อนๆของบล๊อกหุบเขาฯ ก็ขอให้ได้รับบุญกันทุกคนด้วยนะครับ)

เมื่อวาน (วันเสาร์) ไปนมัสการท่านเจ้าคุณฯ ที่วัดเขาบางทราย
ท่านอยู่ที่วัดพอดี ขบวนนักแสวงบุญจึงได้ขึ้นกุฏิ ถวายผลไม้และผ้าจีวร
ส่วนเงินที่ใส่ซองมา ท่านบอกปัดไม่รับเหมือนเดิม (เลยต้องเอาไปเช่าพระเครื่องที่วิหารบูรพาจารย์)
ที่แรกว่าจะทำบุญเฉยๆ แต่คิดอีกที เช่าพระดีกว่า เงินก็เข้าวัด แถมได้วัตถุมงคลกลับบ้านอีกด้วย 555

เมื่อถวายของเสร็จ ท่านเจ้าคุณฯก็ให้พรพวกเรา
และเมตตาให้เวลาพวกเราได้สนทนา ซักถามเรื่องธรรมะ และเรื่องเรื่อยเปื่อยอีกหลายเรื่อง
เฮียเองฉวยโอกาส เพราะได้นำเอากระดาษที่มีรูปพระสงฆ์สายพระป่ามาด้วย
เป็นภาพรวมของพระสงฆ์มีชื่อเสียงหลายๆท่าน และด้านหน้าก็มียันต์ขนาดใหญ่ประทับมาด้วย
ขอเล่าย้อนหลังนะ.... คือว่าในวันที่ไปร่วมทอดผ้าป่าของมูลนิธิของท่านมิตซูโอะ เมื่อช่วงปีใหม่
ในงานนั้นมีทั้งถวายผ้าป่าและหล่อพระ เขาแจกแผ่นกระดาษรูปบูรพาจารย์สายพระป่า ได้มา ๓ แผ่น
เลยคิดว่าจะนำมาให้ท่านเจ้าคุณฯเขียนยันต์เพิ่มด้านหลัง แล้วจะเอาไปใส่กรอบบูชาในห้องพระ
แต่ท่านเจ้าคุณฯบอกว่า ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ไม่สามารถเขียนยันต์ทับยันต์ผู้อื่นได้
ทีแรกเฮียก็หน้าเสียเลย
แต่ท่านเจ้าคุณฯก็ยิ้มและรับรูปภาพเหล่านั้นไปถือ
ท่านนั่งหลับตา ทำเสียงพึมพำ เสกและเป่าแผ่นกระดาษทีละแผ่น ทำให้ทั้ง ๓ แผ่นจนครบ
แต่ละแผ่น ท่านใช้เวลานานพอสมควร พวกเรานั่งเงียบกริบ รู้สึกดีใจมากๆที่ท่านเมตตาพวกเรา
จากนั้นพวกเราก็กราบลาท่านเจ้าคุณฯ

ทีแรกมีแผนว่า คณะของเราจะขึ้นไปกราบรอยพระพุทธบาทที่อยู่บนยอดเขากัน
แต่เพิ่งรู้ว่าพวกที่มาด้วยนี้ เป็นชาวพุทธรุ่นใหม่ รุ่นอยู่วัดนานไม่ได้ครับ เกิดอาการร้อนรุ่ม
ไม่มีใครยอมขึ้นเขากันเลย แถมเฮียจะขึ้นเขาคนเดียว (ประชด)
พวกเขากลับบอกว่า จะปล่อยไว้ทิ้งไว้ ไม่กลับมารับหรอก
เฮ้ย...เซ็ง มากับทัวร์กลุ่มนี้ เสียความตั้งใจมาก

จากนั้นก็มุ่งหน้าไปทานอาหารมื้อกึ่งเช้ากึ่งเที่ยง ที่ร้านเจ้อ่วย อ่างศิลา
อยู่ในซอยติดกันกับศาลนาจา
เข้าซอยไปประมาณ ๒๐๐ เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ
อาหารทะเลอร่อย แต่ที่ชอบมากคือ ต้มส้มปลากระบอก กับ ยำถั่วพลู
ทานอาหารเสร็จก็ขับรถข้ามถนนไปอีกฝั่ง นั่นก็คือ ศาลเจ้าแม่กวนอิมพันเนตรพันกร
พอเข้าไปในศาลเจ้าแม่ฯ ก็ทำการเอาเล็บและผมใส่กระดาษห่อให้เสร็จเรียบร้อยกันก่อน
จากนั้นจึงจุดธูป เดินไหว้พระ ไหว้เจ้า ตามจุดต่างๆที่เรียงรายอยู่รอบๆตัวศาลเจ้า
ข้างๆตัวตึกจะมีนกกระตั้ว ๒ ตัว และนกแก้วยักษ์อีก ๒ ตัว น่ารักดีครับ
กลับเข้ามาในตึกอีกที ก็ซื้อทอง
จริงๆ ซื้อทองจริงๆ แต่เป็นทองแผ่นนะ ทองปิดพระหนะ
เอามาปิดที่องค์เจ้าแม่กวนอิมองค์เล็ก
(เฮียซื้อทองให้อาหมวยด้วยนะ ปิดทองเผื่อให้แล้วด้วย จ่ายมาสองหมื่นซะดีๆ)

จากนั้นก็กลับกรุงเทพฯ ด้วยทางด่วนยกระดับ จ่ายไป ๑๐๕ บาท และอีก ๕ บาท
ที่ว่าเมื่อเช้าไม่ได้ขึ้นเขาบางทรายกันนั้น
เพราะว่ามีอีกสถานที่หนึ่งที่เพิ่มเข้ามาในรายการทัวร์ไหว้พระ
นั่นก็คือ วัดโพธิ์แมน ถนนสาธุประดิษฐ์ เป็นวัดจีนนะครับ
เหตุผลก็เพราะพาคนที่เกิดปีชงกับปีกระต่ายไปให้พระจีนทำพิธีสะเดาะห์เคราะห์ให้
อ้อ...ปีที่โดน ชง คือ ปีกระต่าย ปีม้า ปีไก่ และปีหนู
ปีนี้ตกลงกันว่าจะยังไม่ไปวัดเล่งเน่ยยี่ ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน
แต่ต้นสังกัดบอกว่าไม่พร้อม พวกหางแถวอย่างเฮียเลยเงียบดีกว่า

แล้วก็กลับไปพักผ่อนอริยบทกันที่บ้านอาม่าของคุณหนู
ที่ยังกลับบ้านไม่ได้เพราะเย็นนี้ยังมีอีกงาน งานเข้าทั้งวัน
นั่นก็คืองานวันเกิดของหลาน ๒ คน ที่เกิดเดือนมกราคม ทั้งคู่
พอหกโมงเย็นก็ทะยอยกันไปร้านอาหาร ซึ่งเป็นของญาติๆกันเหมือนเดิม ริมแม่น้ำ
อาหารอร่อยเหมือนเดิม
เค้กนมสดก้อนใหญ่ นุ่มลิ้นดีจัง
ทานอาหารอยู่ดีๆ แล้วก็เกิดพบปัญหาบางอย่างในตอนท้ายๆงานเลี้ยง
(ไม่ขอเล่าก็แล้วกัน บอกได้คำเดียวว่า กลุ้ม)

กลับบ้าน คืนวันเสาร์ก็นอนไม่หลับเลย สวดมนต์เป็นสิบๆรอบก็ยังใจไม่สงบเลย
วันอาทิตย์ ไม่ได้ไปไหนเลย หมดเรี้ยวหมดแรง ทานอะไรก็ท่านไม่ค่อยลง(แปลว่ายังทานได้)
ปัญหาเมื่อวานมันยังตามมากดดันในวันนี้อีก ทางออกอยู่ตรงไหนนะ แก้ที่ตรงไหนดี คิดไม่ออก
ชงยาหอมไปสองยก เฮ้อ...อาหารข้างในท้องมันจะขย้อนออกมาให้ได้
หวังว่าคืนนี้คงจะนอนหลับได้มากกว่าเมื่อวาน
ปัญหายังไม่ได้แก้ แต่ชักจะปลงๆ หรือเรียกว่า มึน มากกว่า
พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง วันนี้ต้องบอกตัวเองว่าอย่าเพิ่งทุกข์มากเกินไป

สำหรับเฮีย เฮียก็รู้สึกว่าปีนี้เป็นปีที่ไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่เหมือนกัน
นี่แค่ ๒๓ วันของปี ๒๕๕๔ เท่านั้นก็อยากให้เป็นสิ้นปีซะแล้ว

อ้อ...ดีใจนะ ที่อาหมวยหายป่วยแล้ว
แต่ทำไมเฮียยังคิดว่าอาหมวยยังไม่หายขาดก็ไม่รู้ซิ อิอิ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:22:31:34 น.  

 
น้อง aquaworld
หวัดดีปีใหม่ไทยและปีใหม่จีนนะครับ


โดย: zoomzero วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:22:35:27 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย
เมื่อวานได้ธูปหอมมาใหม่ เมื่อคืนเลยนั่งสวดมนต์นานมาก ๆ
สวดเสร็จแล้ว ก็นั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ อยู่หน้าหิ้่งพระเกือบ 20 นาทีค่ะ
คิดนู่น คิดนี่ ไปเรื่อยเปื่อย ชักจะไปกันใหญ่เลยลุกดีกว่าค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แหม...ฟังกำลังเพลิน ๆ คิดว่ากำลังทานเค๊กนมสดด้วยเหมือนกันค่ะ
ทำให้สะดุดไปด้วยเหมือนกันอ่ะ มินก็ไม่รู้ว่ากลุ้มเรื่องไรนะคะ
แต่ น่าจะเป็นเรื่องของลูกหลานหรือป่าว
ใจเย็น ๆ ค่ะ ค่อย ๆ คิดไปดีกว่า กังวลล่วงหน้าไปก่อนก็ไม่ดีกับสุขภาพนะมินว่า
มินเองก็ดีขึ้นเยอะค่ะ แต่มันไม่ค่อยมีแรงไงไม่รู้อ่ะนะ
และก็ไม่กระดี้กระด้า ที่จะอยากทานไรเลยค่ะ
เพื่อน ๆ มันงงกันไปหมดแล้ว เพราะเมื่อก่อนพอพูดถึงเรื่อง
จะไปกินนู่นกินนี่ที่ไหน มินนี่จะคึกคักอยากกินกว่าเพื่อนเลยอ่ะ
แต่ช่วงนี้มันเบื่อไม่อยากกินไปหมดซะงั๊นอ่ะค่ะ
งานการก็เหมือนกัน เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ป่านนี้ยังไม่ได้ออกจากบ้านเลยค่ะ
เมื่อวานนายก็โทรมาบอกว่า ถ้ายังเหนื่อย ๆ ก็พักไปก่อน
แต่คงไม่ไหวแล้วมั๊ง เพราะเอกสารอยู่ที่โต๊ะมินตรึมเลยค่ะ
แล้วก็มีงานสำคัญ ๆ ค้างอยู่อีก 2-3 เรื่องด้วยอ่ะ
เดี๋ยวค่อยออกจากบ้านซัก 9 โมงค่ะ หนีรถติดด้วย
ปล. สดชื่นกับวันแรกของสัปดาห์ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:8:13:25 น.  

 


ตามอ่านคุณซูมมาระยะหนึ่ง ชอบเรื่องราวต่าง ๆ และ

ข้อคิดดี ๆ มาเป็นกำลังใจให้ ใช่ทุกข์คนต้องเกิดมามีทุกข์เคยได้ยิน

หลวงพ่อสนองวัดสังฆทานท่านบอกว่า คนเราเกิดมาทุกข็มากกว่าสุข

เห็นจะจริง ก็ขอให้คุณซุมอย่าเก็บทุกข์นั้นให้อยู่กับคุณนานนักนะ.....

เออใช่ ..นั่นแปละทุกข์แล้วก็รีบปล่อย ๆ มันไปซะ....ท่องคำว่าช่างมัน

ช่างมัน....อันนี้ตัวเองใช้อยุ่ค่ะเพราะถ้าจะคิดสำหรับตัวเองมันก็จะอยู่

กับเราจนตาย (คงไม่หาว่าสอนหนังสือสังฆราชหรอกนะ) เพราะว่า

หลาย ๆ คนก็รู้เหตุรู้แก้ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าทำม่ะได้ ..ทำยากส์...หรือ

ว่าเผลอไปแระค่ะ...


โดย: jampada IP: 110.168.129.60 วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:10:46:01 น.  

 
Mint

เรื่องทุกข์ ก็ของใคร ของผู้นั้น เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัว
ถ้าไม่แก้ ก็ต้องกลุ้ม กลุ้มมากๆก็เริ่มเกลียด
เกลียดโน่น เกลียดนี่ พาลไปหมด
เกลียดที่ไม่ว่าเรา ไม่ว่าเขา ต่างก็ไม่มีปัญญาแก้
แย่....ที่วันเวลามันเหลือให้กลุ้มน้อยลงไปเรื่อยๆ
เพราะมันจะต้องเกิดเรื่องไม่ดีซะแล้ว

ปัญหาอะไร? อาหมวยอย่าเดาเลยนะ อย่างไรก็ไม่เฉลยหรอกยะ 555
นี่แสดงว่าไม่รู้จักกันจริง อย่างเฮียนี่ต้องเจอปัญหาถูกกิ๊กจับตัว(ไปเฉือน)ต่างหาก

คนเรานะมี เกิด แก่ เจ็บ ตาย แค่นั้นที่ไหน (เออ...หรือว่ามีแค่นั้นจริงๆ)
เฮียว่า...มันยังมีเรื่อง รัก โลภ โกรธ หลง อีกด้วย
สุขอยูดีๆ พอสุขเริ่มลดลง เอ้า...ชักเริ่มจะเศร้าหมอง (ขนาดว่ายังมีสุขเหลืออยู่นะ)
รวมแล้วมันก็คือ ทุกข์ นี่แหละเน๊อะ
มิน่าคนเราถึงเปลี่ยนคำว่า ทุกข์ เป็นคำว่า เคราะห์กรรม
ทีนี้ก็สามารถหาสิ่งดีๆมาลบล้าง หรือสะเดาะเคราะห์(กรรม) ให้หาย หรือลดลงได้
ทั้งหลายทั้งปวงแล้ว ใจ นี่แหละสำคัญที่สุด
ตอนนี้ยังไม่มีปัญญาแก้ทุกข์ แต่มีเวลาทำใจให้พร้อมกับทุกข์ระดับ ๗ ริกเตอร์ ให้ได้

อาหมวยหายป่วยใหม่ๆ แล้วจะขับรถไหวหรือ?
น่าจะให้คนขับรถมารับส่งก่อนสักสี่ห้าวัน จะไม่ดีกว่าหรือ?
ที่ว่าน้ำหนักลดหกโล แบบนี้ก็สวยกว่า แอน-ทองประสม แล้วนะซิ

เรื่องจุดธูปในห้องแอร์ หรือห้องที่ไม่ได้เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
ทำให้คิดถึงป้าดราก้อนของเฮีย ต้องไปให้หมอเขี่ยปอดเล่น นอนหน้าจ๋อยเป็นเดือนๆ
ถ้าป้าวีมาอ่านเจอที่มินเขียนไว้ จะต้องขอเขียนเตือนอะไรมินแน่ๆเลย
เขาว่าการจุดธูป ไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมดาหรือแบบหอม แบบกำยาน แบบสมุนไพร ฯ
ควันของมัน ในห้องแคบๆ จะมีความเป็นโทษมากกว่ากลางสี่แยกไฟแดงเสียอีก
ขอแนะนำว่า ในบ้าน ไม่ควรจุดธูปเทียน ถ้าจุดต้องเป็นบ้านแบบอากาศเปิดโล่ง
มีบางคนใช้เทียนเสียปลั๊ก และธูปเสียบปลั๊ก เลียนแบบของจริง เปลืองค่าไฟแต่ก็ไร้ควัน
แต่ก็ต้องระวังว่าจะลืมปิดสวิทช์ไฟอีกด้วยนะ มันอาจจะร้อนจะละลายแล้วไหม้พื้นก็ได้
สำหรับบ้านเฮีย ใช้ของปลอมหมดครับ และก็มีปลั๊กแบบตั้งเวลาได้
ใช้วิธีหมุนๆลานเอา ๓๐ นาทีมันก็ดับไฟฟ้าเอง

ขอบคุณที่เป็นห่วงเป็นใย
วันนี้ก็ยังทำใจไม่ได้เหมือนเดิม
เคยเป็นมั๊ย เหมือนมีอาหารมันมาจุกอยู่ที่คอตลอดเวลา
อาการของคนแพ้ท้องคงเป็นแบบนี้เอง
ต้องทานยาแก้คลื่นไส้ แบบเดียวกับที่หมอให้ทานแก้กรดไหลย้อน
เฮ้อ...ต้องปลง ต้องปลง เอาหนังสือเพลย์บอยมาดูรูปเพื่อปลงอนิจจังดีกว่า 555

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:18:04:08 น.  

 
Jampada

จำปาดะ หรือ Champeak
ทำให้นึกถึงขนุนที่กลิ่นห้อมหอม
ในเมืองพม่า อินโดนีเซีย มาเลเซีย นิยมทานกันมากกว่าเมืองไทย
ส่วนเมืองไทย เมื่อพูดถึง จำปาดะ ต้องนี่เลย สงขลา กับ สตูล
เอ๊ะ...วิชาการมากไปหน่อย อิอิ

ขอบคุณมากครับ คุณขนุน เอ้ย jampada
เพิ่งจะทราบว่ามีคนอ่านเรื่องราวเรื่อยเปื่อยของผมอยู่อีกท่านหนึ่ง
แบบนี้ต้องระวังในการโม้ซะแล้ว เดี๋ยวจะจับไต๋ได้ 555

วัดสังฆทาน
ไม่เคยไปเลยครับ
ทราบแต่ว่า อยู่เมืองนนทบุรี แถวสะพานพระราม๕
ส่วนอัตชีวประวัติของหลวงพ่อสนอง กตปัญโญ พอทราบเล็กน้อยครับ
ทราบว่าท่านเป็นชาวสุพรรณบุรี
ตอนบวชนี่ ท่านกล้านั่งกรรมฐานในป่าช้าด้วย แสดงว่าจิตท่านดีมากๆ
มีคนบอกว่า มีวัดชื่อ สังฆทาน ในประเทศอังกฤษ อีกด้วย

สำหรับเรื่องคำสอน ทีว่า ทุกข์นั้นมากกว่าสุข
เห็นด้วยครับและคงต้องท่องคำว่า ช่างมัน ช่างมัน อย่างว่าละนะ
เรื่องสอนหนังสือสังฆราช แหม...เล่นหยอกแรงจัง
ผมชอบคุยกันนะครับ คุยกันได้ทุกเรื่อง
ไม่เคยคิดว่าจะมาสั่งสอนอะไรผมเลย (กัดฟันพิมพ์นะเนี๊ยะ)

แวะมาคุยกันอีกนะครับ
กระซิบ....ผมชักเบื่อน้องสาวสองสามคนข้างบนเต็มทีแล้ว


โดย: zoomzero วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:18:36:10 น.  

 

วุ้ย! คุณพี่ซูม ว่าจะปลอบใจให้ปลงๆกับทุกข์ที่เป็นอยู่ รู้สึกเป็นห่วงเป็นใย จากใจ
แล้วมัย อิอิ จะทิ้งน้องสาวเฉยเลย มีแฟนคลับเพิ่มแล้ว วิ้ดๆๆวิ้วๆๆๆ(ขอโทษค่ะ กระทู้นี้ ควรสำรวมกิริยาใช่ป่าว!)

โอเค ไม่ล้อเล่นแล้วค่ะ

พี่รักษาสุขภาพตัวเองเยอะๆ อย่าคิดมาก พี่ซูมเก่งอยู่แล้ว

ไปนอนก่อนน่ะคะ จะตีหนึ่งแล้วค่ะ


โดย: นกสีขาว IP: 92.40.143.68 วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:8:03:05 น.  

 

ที่ว่าคุยได้ทุกเรื่อง...รวมเรื่องยืมกะตังด้วยป่าวคะ...อิ..อิ..ขนุน หรือ จำดะ(อันที่จริงเป็นคนขี้ลืมสุดสุด...เรียกว่าืลืมสิ้นเชิงเลยล่ะ ชนิดที่ตั้งของไว้บนเตา กลิ่นไหม้ฟุ้งกระจายค่อยนึกได้..เรียกลืมสิ้นซากได้ไม๊..เพราะลืมจนของในหม้อไหม้หมด) ชอบฟังมากกว่าคุย ๆไม่เก่ง รู้น้อยกว่าคุณกซูม ขอแอบดูไปเรื่อย ๆ ดีก่า

เข้ามาชักชวนกวนใจให้คุณซูมอยากไปวัดสังฒทานเพื่อจะได้ใ้ห้คุณซูมถ่ายภาพความร่มรื่นของวัดซึ่งมีบางบริเวณที่เหมือนวัดสวนโมกข์ของท่านพุทธทาสที่นคร มาให้ชม การเดินทางถ้าลงจากสะพานพระราม 5 คือถนนนครอินทร์ ถนนเส้นนี้ตัดกับถนนราชพฤกษ์ มาจากติวานนท์ หรือ จาก พิบูลย์สงคราม ให้วิ่งข้ามสะพานพระราม 5 ลงมาเป็นฝั่งธนฯ ลงมาได้ประมาณ 100 เมตร วิ่งออกคู่ขนานด้านซ้ายมือจะเห็นป้ายบอกทางไปวัดสังฆทาน วิ่งเข้าซอยประมาณ 500 ม. ถึงวัด ไปได้ทุกวัน หรือจะไปฟังเทศน์หลวงพ่อลงเทศน์ทุกวันพระ ธรรมมะที่ท่านสอนจะใช้คำง่าย ๆ ฟังแล้วเข้าใจง่าย และถ้าอยากไหว้พระ 9 วัด โดยไม่ให้ความสำคัญของชื่อวัดละก็แถบนี้เป็นพิ้นที่เขตนนทบุรี มีวัดมากมายไม่ไกลกันมาก และถ้าจะให้ดีลองเลยไปวัดเล่งเน่งยี่ 2 อยู่บางบัวทองซึ่งสร้างได้สวยงามค่ะ และที่ทราบมาอีกอย่างหนึ่งที่เรืองนนท์มีสวนทิวลิป ให้ดูด้วยเฉพาะหน้าหนาว ยังไม่เคยไปลองหาข้อมูลจากเน็ตมีลงไว้ ถ้ากะเวลาไปดี ๆ ช่วง ห้าหกโมงเย็นใกล้ค่ำ่ตอลดแนวถนนนครอินทร์ หรือ ถนนราชพฤกษ์ จะมีร้านอาหารบรรยากาศน่านั่งมากมายค่ะ ถนนเส้นนี้คล้ายเป็นวงแหวนรอบใน ไม่มีไฟแดง ยกเว้นวงเวียนราชพฤกษ์เท่านั้น (ตอนนี้ติดหน่อยเพราะกำลังสร้างอุโมงค์ ถึงตรงนี้ต่อมความอยากมันหายไปหมดเปล่าคะ)



โดย: jampada IP: 61.90.72.207 วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:14:12:38 น.  

 
วันนี้ ผมติดภาระกิจทำความสะอาดบ้านช่องห้องหอทั้งวัน
ยายคุณนายเจ้าของบ้าน แอบย่องไปเที่ยวฉะเชิงเทรา
เขานัดญาติเขาเอารถมารับที่บ้านกันเลย ไม่ถามเราเลยซ๊ากคำว่าอยากไปมั๊ย

อิอิ...ใส่ไข่มากไปหน่อย
คือว่าผมติดภาระกิจไปโน่นไปนี่ทั้งวัน ตอนเช้าก็ต้องไปส่งคุณหนูที่มหาวิทยาลัย
กลับมาก็ต้องมาย้ายของในห้องรับแขก (ทำคนเดียว ปวดหลังชะมัดเลย)
ตอนบ่ายก็ต้องรีบไปรับเด็กน้อยอีกรอบ (คำนวณแล้ววันหนึ่งๆเสียค่าน้ำมันไปอย่างน้อยวันละ ๕๐๐)
เจ้เขากลัวว่า ถ้าให้ผมไปด้วย ก็จะกลับมาไม่ทันรับลูกสาวของเขา
ส่วนตัวเขาก็มีเรื่องที่จะต้องไปโรงพยาบาลบีเอ็นเฮ็ชตอนบ่ายสามโมง
ผมเลยต้องทำหน้าที่พนักงานขับรถนักเรียนคนเดียว ฮือ...อดไปไหว้พระเลย

เจ้บอกว่าไปไหว้หลวงพ่อโสธร ทานอาหารที่แปดริ้ว
และขากลับมองเห็นป้ายทางไปนมัสการพระพิฆเนศองค์นอน ใหญ่ที่สุดในโลก (จริงหรือเปล่า?)
รู้สึกว่าจะอยู่ที่วัดสมานรัตนาราม ตำบลบางแก้ว อยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา
ทีแรกเขาโทรฯมาบอกผม ผมได้ยินว่าจะไหว้พระนอน
แต่โดนเจ้แว๊ดว่าไม่ใช่พระนอนเฟ้ย
ชั้นจะไปไหว้พระพิฆเนศปางเสวยสุข (แปลว่าไม่ได้นอน แต่เอนกายพักผ่อนอย่างสุขสำราญ ๕๕๕)

ตอนบ่ายเจ้กลับจากฉะเชิงเทราก็ไปโรงพยาบาลเลย
เจ้เขาไปโรงพยาบาลเพราะหมอนัดทำแมมโมแกรม
เขาก็ไปตรวจทุกปี เห็นว่าปีนี้คิดเงินแพงกว่าเดิมจากสี่พันกว่า กลายเป็นห้าพันกว่า
ปีนี้เจ้เขาไปเจอกับพยาบาลหน้าใหม่ (แต่น่าจะเก่า และเก๋ามาจากที่อื่นนะ)
เพราะว่าตอนจัดท่าทางเพื่อเอานมวางบนเครื่องสแกน ยายพยาบาลคนนี้ก็ทำตัววุ่นวายจัง
คือว่าเจ้เจ้าของบ้าน ท่านเป็นมืออาชีพครับ รู้ตำแหน่งการวางนมเป็นอย่างดี (ทำมาหกปีแล้ว)
แต่วันนี้คุณพยาบาล เข้ามาจัดท่าทางอย่างมืออาชีพ อย่างนี้นะคะ นี้นะคะ ไม่ใช่คะ .....
เจ้บอกว่าได้ตำแหน่งแล้วๆ แต่คุณพยาบาลก็มาจัดให้ใหม่อีก จัดเลื่อนไปเลื่อนมา
เจ้บอกว่ากะจะด่ามันว่า นมฉันถลอกหมดแล้ว
เสร็จแล้วพอถ่ายรูปสแกนออกมา
คุณหมออ่านฟิลม์
ผลปรากฎว่า นมหกตกเฟรม
คือ หมอมองหานมไม่เจอในฟิลม์
งานเข้าซิครับ เจ้ต้องไปเข้าเครื่องแมมโมแกรมอีกรอบ
ใครเคยตรวจด้วยเครื่องแบบนี้ เขาบอกว่า เจ็บจิ๊บอ๊าย ด้วยกันทั้งนั้น
เสียเวลา ยิ่งกลับช้า รถก็ติดมาก
แถวสาทรรถติดมาเป็นแบบนี้ ยี่สิบกว่าปี ติดอย่างไรก็อย่างนั้น
แล้วคุณนายคนนี้ ท่านอารมณ์เย็นเป็นกับเขาที่ไหนหละคุณ
คุณนายท่านแว๊ดๆๆ จนน้องพยาบาล ตัวหดเหลือไซส์ดับเบิ้ลเอสไปเลย
พอออกมาจ่ายตังค์ เจอค่าตรวจแพงกว่าปีก่อนอีก ยิ่งเม้งระบายกับคนที่ไปเป็นเพื่อน
ถือว่าผมรอดตัวไปงานนี้ มิเช่นนั้นจะต้องกลับมาบ้านเอาแอลกอฮอลล้างหูหลายขวด
แต่ไม่ว่าเหตุการณ์จะเริ่มอย่างไร มันก็มาจบที่ผมเหมือนเดิม (แสบแก้วหูไปหมดเลย)
เพราะมาถึงบ้าน เจ้แกก็มาเม้งเอากับผม(จนได้) เอ้..เรียกว่า มาเล่าให้ฟังก็ได้นะ
แต่เล่าแบบใส่เสียงในฟิล์มราวกับหนังแอ็คชั่น
แต่วันนี้เขาเริ่มเรื่องซะออกแนวหนังเอ็กซ์เลย
เขาบอกว่าวันนี้หมอของชั้นหานมชั้นไม่เจอ เธอเชื่อไหมหละ?
ผมอ้าปากค้าง งง ว่า .................



โดย: zoomzero วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:21:35:39 น.  

 
WhiteBird

แน๊ะ...ยายแอน ยายเด็กตัวร้อน เอ้ย...ร้อนตัว กลัวจะโดนพี่ชายทิ้ง อิอิ

แตงกิ้วจ้า ที่เป็นห่วง
เดือนก่อน พี่ไปหาหมอประจำกาย ไปตามเวลานัดหนะ สองเดือนไปจ่ายตังค์ที
ท่านก็สั่งให้ซื้อเครื่องวัดความดันขนาดเล็กๆ เอามาวัดเช้า วัดเย็น (ก่อนที่จะไปวัด)
ถ้ามีอาการเพี้ยนสูงติดกันสองวัน ก็ต้องวิ่งจู๊ดมาคุยกับหมอทันที
หมู่นี่เลย ไม่ค่อยได้เข้าไปเสิร์จในเว็ปโป้ เพราะกลัวเลือดสูบฉีดแรง อิอิ

เอาเรื่องทุกข์มาเล่า เพราะว่ามันทุกข์ตั้งแต่ต้นปี
เลยคิดอยากอ้อนน้องๆบ้าง แต่รู้สึกว่าแผนนี้จะไม่ได้ผล หุหุ
อย่าซีเรียสเลยนะ ทุกข์ของใครก็ทุกข์ของมานนนน ไม่แบ่งให้ใครหรอกยะหล่อน

อย่านอนดึกนักนะ
พักผ่อนไม่พอ แรกๆร่างกายมันก็ทนไหว
แต่ถ้าวันไหนร่างกายมันถดถอย จะนอนซมเหมือนอย่างปีก่อนนะค้า
กู๊ดไนท์ จุ๊บ จุ๊บ

Ref: DeepPink AnnEng FF 14 93


โดย: zoomzero วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:21:52:52 น.  

 
Jampada

คุณขนุนครับ ขนาดหลงลืม...จนอาหารในหม้อไหม้
แบบนี้ก็เข้าตำรา ความจำสั้น....แต่อายุยาว นะครับ
เพราะคนเราถ้าได้อยู่ถึงวัยที่หลงๆลืมๆ ก็แปลว่ามีบุญมาก ได้อยู่นานกว่าชาวบ้าน อิอิ

เรื่องยืมตังค์ คุยได้ครับ แต่ไม่มีวันให้ยืมหรอก
ตอนนี้สตางค์ของผมกลายเป็นสลากออมสินของคุณหนูไปหมดแล้ว
เฮ้อ....ไม่เห็นจะถูกรางวัลใหญ่ๆกับเขาเลย อุตส่าห์ลุ้นรถเบนซ์
ส่วนคุณนาย(เจ้านายใหญ่ของผม) เขาเอาเงินไปลงทุนกับ RMF กับ LTF
ก็ด้วยเหตุผลเรื่องไม่อยากจ่ายภาษีกันครับ เขาว่าคนเรา เก่งจริงต้องเลี่ยงภาษีให้เป็น
คือว่าครอบครัวเราชอบหาช่องที่เขาบอกว่ายกเว้นภาษีครับ
เพราะผมมีอดีตนายกที่รวยท่านหนึ่ง ก็ได้ทำตัวเป็นแบบอย่างเอาไว้ให้เห็น 555

พวกเรา(แค่สองคน)คุยกันได้ตามกำลังศรัทธาดีกว่าครับ
อย่าคิดว่าใครรู้มากรู้น้อยกว่ากันเลย ผมก็เที่ยวเก็บตกเขามาเล่าอีกที
หากว่าเจอคนรู้จริงๆ เข้ามาอ่าน เขาก็คงแอบขำกับสิ่งที่ผมเขียนเฟอะฟะ นะแหละคุณ

ขอบคุณมาก สำหรับคำแนะนำเรื่องเส้นทางไปวัดสังฆทาน เมืองนนท์
บังเอิญบ้านเล็กๆของผม ดันอยู่ทางฝั่งตะวันออกไกลๆของกรุงเทพฯ
ดังนั้นถ้าอยากจะไป ก็ต้องหาจังหวะเหมาะเหม็งจิรงๆ ว่าจะได้ผ่านไปทางนั้นวันไหน
สำหรับวัดเล่งเน่ยยี่๒ ผมไปมาแล้วครับสองสามครั้ง และได้พาคุณพ่อไปด้วย (ก่อนที่ท่านจะเสีย)
ปีนี้อยากไปไหว้พระทั้งสองวัดเล่งเน่ยยี่
แต่เด็กๆในครอบครัวพวกนี้ นับวันก็เริ่มออกฤทธิ์ออกเดชมากขึ้น
อ้างโน้นอ้างนี่ไม่ยอมไปด้วย
พวกผู้ใหญ่ พอไม่มีเด็กๆไปก็ทำเป็นเฉยๆ เพราะนอนจิบน้ำชาอยู่บ้านก็ประหยัดดี
คือ ผมมีความเชื่อว่า ถ้าไม่พาเด็กๆไปเข้าวัด อีกหน่อยพวกเขาก็จะห่างวัด (เข้าอีกทีก็ตอนมีคนอยู่ในโลง)
แถมยังจะไม่ยอมรับ นับถือพระ หรือคนที่ชอบเข้าวัด (เด็กชอบคิดว่าคนมีปัญหาเท่านั้นถึงจะเข้าวัดเป็นประจำ)
หนักๆเข้า เขาก็จะไม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาไปเลย

ผมเคยเห็นคนอายุสามสิบ-สี่สิบ พาครอบรัวไปทำบุญที่วัด
เขาตั้งนะโม ๓ จบ ก็ไม่ได้ ต้องให้พระบอกบททั้งสามเที่ยว รวมทั้งบทอาราธนาศีลอีกด้วย
แล้วเขาก็ว่าศีลห้าตามพระก็ไม่ถูก กุกๆกักๆ อ้อมแอ้ม พูดผิดเกือบทุกคำ
อย่างข้อ ๕ ได้ยินเสียงเขาพูดว่า สุรามามายะ ชัดชะปะถะมา ปะถานะ ....
ลูกของเขาที่มาด้วยแอบอมยิ้มกันจนแทบจะกลายเป็นหัวเราะผู้นำครอบครัว
บางคนก็มาถามพระว่า จะทำบุญบ้านต้องนิมนต์พระกี่คน? สามคนใช่มั๊ย?
โอ้ย...ทั้งภาษา และระเบียบธรรมเนียมเพี้ยนไปหมด

อือ...ผมชักอยากจะไปฟังเทศน์ของหลวงพ่อสนอง ซะแล้วซินะ
คุณขนุนจำปาดะ บอกว่า ท่านใช้ภาษาง่ายๆ
ผมก็อยากจะลองฟังดูเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าในเน็ทจะมีใครอัดเป็นเสียง MP3 เอาไว้หรือเปล่า
การไปพบพระ ของแบบนี้ ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับโชคและวาสนาด้วยนะคุณ
บางคน บอกว่าไม่เห็นจะยากเลย ออกจากบ้าน ไปไม่ถูก ก็เรียกtaxi ก็ถึงแล้ว
เออ...คนไม่มีห่วงก็ไปไหนมาไหนได้สบายๆ ไปกี่โมง กลับกี่โมง ก็โอเคตะลุ่มตุ้มมง
แต่คนที่โดนล่ามโซ่เกียรติยศอย่างผม ต้องหาช่องปลีกเวลาวิเวกจริงๆครับ
ที่เห็นว่าไปโน่นมานี่ได้หลายวัด ก็เพราะว่าได้วางแผนเอาไว้ก่อนเป็นเดือนๆครับ
ผมนั้น อยากไปฟังเสียงเทศน์สดๆของท่านพระธรรมปิฎกมาก
จนตอนนี้ท่านได้เลื่อนวมณศักดิ์เป็น พระพรหมคุณาภรณ์ ไปแล้ว
ผมก็ยังไม่มีบุญได้พบตัวจริงของท่านเลย
ขอบอกก่อนว่าไปวัดญาณเวศกวัน ผมไปเป็นสิบๆครั้ง ไม่เคยเจอท่านเลย
ส่วนตอนนี้ทราบข่าวจากเว็บของวัดณาณฯว่า ท่านอาพาธ แม้อาการปอดและหลอดลมจะทุเลา
แต่อาการท้องเดินอาหาร และสมอง ก็ยังไม่ค่อยดีเลย
(อันนี้เป็นการแจ้งอาการโดยตัวท่านเจ้าคุณ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๔)
ท่านพระพรหมคุณาภรณ์เป็นพระที่เทศน์หรือเขียนอะไรที่อ่านเข้าใจง่ายท่านหนึ่งของเมืองไทย
แถมยังเทศน์หัวข้อทั้งแบบโบราณหรือทันสมัย
อย่างเช่น การพัฒนา.......อย่างยั่งยืน ท่านก็เทศน์ได้

ผมก็เริ่มสนใจเรื่องดอกทิวลิปสวนเมืองนนท์
ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย
ไว้ต้องหาข้อมูลอ่านดู


โดย: zoomzero วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:14:36:36 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ซูม ขอบคุณมากที่แวะไปเยี่ยมไข้นะคะ อาการค่อยยังชั่วมากแล้วค่ะ แต่เล็บยังดำปิ๊ดปี๋อยู่ มีเพื่อนบล็อคเข้าไปบอกยาพอกเล็บไม่ให้ถอด มาจากเวบ rspg.or.th ไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหน เพราะนิ้วเจ็บมาเป็นอาทิตย์แล้ว ตอนที่พี่ซูมเจ็บนิ้ว เล็บถอดหรือเปล่าคะแล้วเป็นนานไหมกว่าจะหาย

อ้อ ในตำราเขาบอกยาแก้เล็บถอดคือ ใช้ใบยอดสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียด เติมน้ำตาลทรายแดง 1/2 ช้อนชา พอกตรงเล็บ เปลี่ยนยาเช้า-เย็น



โดย: haiku วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:15:35:44 น.  

 

สวนทิวลิปนนท์ ซอยแจ้งวัฒนะ 28 ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โทร. 0-8962-0747, 0-2584-0878 เว็บไซต์ http://www.tulips2u.com

ขอบอกคุณซูมว่าถ้าไม่อยากพลาดชม ควรจะหาเวลาไปช่วงนี้ เพราะเท่าที่ได้ยินมาได้ชมเพียงปีละครั้งเท่านั้น และช่วงนี้กำลังมีงานลองเข้าไปดูเวปไซด์ข้างต้น
จะต้องไปชมให้ได้เหมือนกันค่ะ

ถ้าอยากฟังหลวงพ่อสนองง่าย ๆ เลย ลองเปิด FM.89.25(เป็นสถานีสังฆทานธรรม) ท่านจะเข้ามาพูดช่วง 9 - 10 โมงเช้า สด ๆ (เว้นแต่ท่านติดกิจนิมนต์) ที่ได้รู้จักท่านเนื่องจากมีคนเปิดวิทยุเผื่อแผ่ได้ฟังโดยบังเอิญ(คิดเอาเองว่าเราคงมีบุญ..ได้มีโอกาสฟังสิ่งดี ๆ ) ก็ติดตามและไปวัดบ้างบางโอกาส ท่านเป็นพระนักพัฒนา มุ่งหวังให้สังคมดี สงบ ท่านมุ่งมั่นนำธรรมไปเผยแพร่ที่ภาคใต้ โดยสื่อสารด้วยภาษายาวี
รวมทั้งโครงการต่าง ๆ อีกมากมาย ถ้าเข้าวัดจะเห็นการตั้งรับบริจาคในโครงการต่าง ๆ มากมาย แรก ๆ ถ้าไม่ได้ติดตามอาจมีบางคนเข้าใจว่าเป็นพุทธพาณิชย์ แต่ที่ชอบที่สุดคือธรรมะที่ท่านสอนตามที่บอกท่านพูดเข้าใจง่าย และมีอารมณ์ขันแทรก เคยมีอยุ่ครั้งหนึ่งได้เข้าไปท่านกำลังเทศน์พอดี อยู่ ๆ ท่านก็พูดเหมือนกับตอบสิ่งที่เรากำลังคิดอยู่ในใจ (อันนี้คิดเอาเองอีก ว่าท่านรู้จิตคน....อย่าเชื่อนะคะ...บอกแล้วว่าคิดเอาเอง) ท่านจะเคารพครูบาอาจารย์ของท่านมากคือ หลวงพ่อสังวาลย์ เจ้าอาวาส องค์ก่อน ประวัติน่าสนใจมาก ที่วัดมีกุฏิ และข้าวของเครื่องใช้ของท่านเมื่อสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ และใช้เป็นที่นั่งสงบฝึกจิต เป็นเรือนไทย ติดกันเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ มองดูสงบเย็น....ลองหาโอกาสไปดูค่ะ

พูดถึงวัดญาณฯ พระพรหมคุณาพร ได้มีโอกาสไปอยู่หลายครั้ง ชอบมาก ไม่มีตุ้บริจาคใด ๆ มุ่งเน้นให้ผุ้ที่ต้องการศึกษาธรรมะจริง ๆ ไปมาก็หลายครั้งยังไม่มีโอกาสได้พบท่านเหมือนกันค่ะ แต่เท่าที่ทราบท่านจะขึ้นเทศน์ในวันสำคัญ ๆ ทางศาสนา คิดว่าอยากพบพระที่ปฎิบัติน่าเลื่อมใส เมื่อตั้งใจแล้วก็ควรไปเลย เดี๋ยวจะเหมือน ท่านปัญญาฯ วัดชลประทาน นนทบุรี
ชวนกันจะไปกับเพื่อน เพราะศรัทธาต่อท่าน ว่าจะ..แล้วก็ จะ...จะ..จะแล้วจะอีกจนกระทั่งท่านมรณะ ได้แค่ไปกราบร่างสงบนิ่งท่านที่ละสังขาร....




โดย: jampada IP: 115.87.145.167 วันที่: 27 มกราคม 2554 เวลา:13:07:16 น.  

 

ลืมบอกคุณซูมไปว่า วัดสังฆทาน อยู่ไม่ไกลจากวัดเล่งเน่งยี่ 2 หากไป เล่งเน่งยี่ ออกจากวัดแล้ววิ่งเส้นบางกรวย(ถ้าจำไม่ผิด..อิ..อิ...ถ้าผิดก็โปรดอภัย) แต่ถนนเส้นที่ออกจากวัดถ้าเลี้ยวขวาสามารถวิ่งตรงมาตัดกับถนนนครอินทร์ (ถนนที่ตัดกับราชพฤกษ์)เป็นถนนที่ข้ามสะพานพระราม 5 ระยะทางไม่ไกลกันมากไม่เกิน 10-15 นาที จากวัดเล่งฯ ต้องรีบบอกก่อนเผื่อว่าวันตรุษจีนอยากจะไปไหว้บ้าง จะได้ two in one หรือ จะ nine in one ก็ได้ 5..5..5 เพราะที่แถบนี้มีวัดเกือบจะทุกซอย ที่รุ้เพราะนิยมชมชอบการตะเวนขับรถ แรลลี่ เดี่ยวอ่ะ...


โดย: jampada IP: 115.87.145.167 วันที่: 27 มกราคม 2554 เวลา:13:25:30 น.  

 
haiku

ที่น้องไฮกุถามมา พี่ไม่ได้ถอดเล็บครับ
อ่านในเน็ท เห็นเขาบอกว่าเจ็บมากๆ
เส้นปลายประสาทที่ปลายนิ้ว น่าจะเยอะกว่าฟันอีกกระมัง

พี่ว่าเล็บของคนเรามันไม่ถอดออกมาเองง่ายๆหรอกครับ
ขนาดโดนประตูหนีบอย่างแรง ชาไปเป็นชั่วโมง มันยังไม่หลุดออกมาเลย
ของพี่มันเกือบหักกลาง เล็บเปลี่ยนเป็นดำปี๋ทั้งเล็บเหมือนกันครับ
ต้องขยันล้างเล็บด้วยน้ำเกลือที่เขาขายเป็นขวดพลาสติกตามร้านขายยา
ไม่ใช่น้ำเกลือแบบให้ทางเส้นเลือดนะ
ต้องเอาผ้าบางๆพันไว้ทุกวัน
ใช้พลาสเตอร์ไม่ได้ เพราะเวลาเอาออกมันจะติดเล็บ เจ็บมากๆ เลอะเทอะหนืบหนับ
พี่ใช้ผ้าพันหลวมๆ บางทีมันก็หลุด เลยต้องไปซื้อถุงมือผ้า เหมือนแบบที่จราจรเขาใช้กัน
แล้วเอามาตัดสั้นๆแค่สองสามเซ็นติเมตร
ทีนี้แค่เอาผ้าพันแผลพันรอบๆ ใส่ยาเบตาดีน สวมปลอกนิ้ว เรียบร้อย
จริงๆแล้วตอนกลางวันไม่ค่อยจำเป็นที่ต้องพันปลายนิ้ว
แต่เวลากลางคืนนี่แหละที่สำคัญ เพราะเผลอนอนหลับเอานิ้วไปเกี่ยวผ้าห่ม สะดุ้งร้อง "จ๊าก" เลยหละ
การใส่ปลอกผ้า เท่ากับเป็นการป้องกัน อึดอัดเหมือนนอนใส่นวม แต่ปลอดภัยในการนอน
ไม่ต้องคอยระวังท่านอน อาจจะให้นอนไม่หลับตลอดคืน

มีคนบอกว่า ต้องขยันทานอาหารที่มีแคลเซียม เพื่อสร้างเนื้อเล็บใหม่
พี่เป็นคนขี้เกียจจำว่าต้องทานอะไรบ้าง ถึงจำได้ก็ไม่รู้จะไปซื้อหาที่ไหน
จำได้ว่า ไข่ไก่ ไข่เป็ด นี่แหละมีแคลเซียม แต่หมอห้ามท่านไข่เยอะ เซ็งจัง
เลยซื้อแคลเซี่ยมเม็ดมาทานเสียเลย สะดวกง่ายดาย ทานก่อนนอนทุกคืน
เล็บก็เลยงอกงามดี ต้องขลิบทิ้งทุกๆสัปดาห์ เนื่องจากพี่เป็นผู้ชาย(นะยะ)
ไม่สามารถเข้าร้านทำเล็บเหมือนสาวๆ เลยต้องซื้อชุดกรรไกรทำเล็บแบบที่ตัดขลิบได้
ซื้อมาเป็นชุด หน้าตาเหมือนกรรไกรตัดกระดาษ มีทั้งแบบคมมีดตรง และคมมีดงอ
ต้องได้แบบคมกริบเพราะถ้าทื่อๆ มันจะสะเทือนเล็บมาก

ถ้าถามว่านานแค่ไหน
คำตอบนี้อาจจะทำให้น้องไฮกุหน้าบูด เพราะมันนานเกือบสามเดือนเลยหละ
ลองเอาเล็บมาหารความยาวออกเป็น 12 ส่วน
แล้วดูว่าแต่ละสัปดาห์เล็บของน้องจะงอกยาวเท่ากับ 1 ส่วน 12 จริงหรือเปล่า
ถ้าใช่ ก็นี่แหละคำตอบ 3 เดือน
แต่ถ้าเล็บดำเพียงบางส่วน แบบนี้ก็ไม่ต้องรอนาน
สำหรับกรณีของพี่ มันดำหมดทั้งเล็บ

สำหรับสมุนไพร ต้นเทียนบ้าน แก้เล็บถอด เพิ่งทราบสรรพคุณ
ขอบคุณมากครับ
ที่บ้านเคยปลูกมากมาย ดอกสวยดี เป็นเทียนม่วง กับเทียนขาว
ปลูกนานๆ เกิดเบื่อ เลยถอนทิ้งไปจนหมด น่าเสียดายมาก
จะหามาปลูกใหม่ก็ไม่รู้จะไปซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ไหน
ตอนนั้นเคยเกะเมล็ดเก็บใส่กระป๋องไว้
แต่ดันทำหายไปไหนก็ไม่ทราบ จำไม่ได้ กำ

เป็นกำลังใจให้เสมอครับ
ถือว่าฟาดเคราะห์
หรือจะจ้างพี่ไปนั่งเป่าเล็บให้ เพี้ยงๆ

haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 27 มกราคม 2554 เวลา:22:43:11 น.  

 
Jampada

โข๊ยส์...ข้อมูลเพียบเลย
ขอบคุณมาก

เรื่องสวนทิวลิปเมืองนนท์ คงต้องเขียนแล้วแปะไว้ข้างฝา รอวันนั้นจะมาถึง

ส่วนสถานีวิทยุ 89.25 พรุ่งนี้จะลองดูว่าวิทยุในรถของผมจะรับฟังได้หรือไม่
ผมกำลังกังวลเรื่อง จุดสองห้า นี่แหละ
ขอให้ฟังได้ทีเถอะนะ

ตอนนี้ยังไม่อยากไปไหว้พระทางด้านเมืองนนท์เลยครับ
เห็นป้ายราคาน้ำมันแล้ว หนาว.......
เมื่อก่อนลิตรละ 11 บาท ตอนนี้ทะลุ 40 บาทไปแล้ว
ไข่ฟองละ 3.70 บาท (เบอร์ศูนย์)
แปลกดีที่ไม่มีม๊อบชาวนา ชาวสวน มาประท้วงหน้าสภา

เจ้านายที่บ้านออกกฏให้เอาหนังสือมาอ่านแทนการไปเที่ยวนมัสการพระตามวัด
แต่คนออกกฏกลับชอบแอบหนีไปเที่ยวตามวัดโน้นวัดนี้
อย่างพรุ่งนี้วันศุกร์ เขาก็นัดน้องสาวของเขา จะไปไหว้พระพิฆเณศร ที่นครนายก
และแน่นอน ไม่ยอมชวนผมไปด้วย
ตอนนี้ท้องผม มันร้องจ๊อกๆ อยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือ แถวคลองรังสิต จะแย่อยู่แล้ว

หลวงพอ่ปัญญาฯ นี้ ผมก็ไม่เคยเจอตัวท่านตอนมีชีวิตเลยครับ
เพื่อนผม เจอท่านปัญญา ตอนไปงานศพญาติเขาที่วัดชลประทาน
เม้าท์กันเสียงดังมาก โดนท่านปัญญาเชิญกลับบ้าน
ต้องนั่งจ๋อย พอเจอกันกับผม แหมมันเล่าเป็นเรื่องโจ๊กไปเลย

โบสถ์กลางน้ำที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)
หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ หรือ พระพรหมมังคลาจารย์
ท่านเคยบอกว่า โบสถ์ไม่เสร็จ ไม่ยอมตาย
ท่านก็ได้มรณภาพไปเมื่อปี 2550 (ก็จริงนะ ท่านไม่ได้ตาย ท่านมรณภาพ)
ลูกศิษย์หลายคนของท่านบอกว่า หลวงพ่อปัญญาไม่มีวันตายไปจากใจคนไทยได้หรอก
นั่นก็เป็นการยืนยันสัจจะธรรมของวาจาที่ท่านได้ลั่นเอาไว้
เมื่อกลางปี53 ผมได้ขับรถไปเยี่ยมชมมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ที่ไปเพราะโมโหมาหลายครั้งว่า หาทางเข้าไม่ถูกเสียที เลยขับไปใหม่โดยศึกษาแผนที่เอาไว้ก่อน
ด้านหน้ามีพระรูปของร.5
มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หลวงพ่อโสธร
และยังมีมณฑปประดิษฐานพระบรมสาริกธาตุ
แค่นี้ก็ได้ไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มแล้ว
แต่ไม่มีร้านขายดอกไม้ ธูปเทียนนะครับ ต้องเตรียมไปเอง
ผมถามทางกับ รปภ แล้วก็ขับรถเลยเข้าไปด้านหลังมหาวิทยาลัย
มีอาคารเหมือนโบสถ์สร้างเสร็จแล้วอยู่กลางน้ำ อันนี้ไม่ใช่นะครับ
เขาเรียกว่าหอประชุม หรืออะไรบางอย่าง
ต้องขับไปด้านซ้าย และด้านหลังสุดๆ อีกที
จะเจอโบสถ์กลางน้ำที่ยังสร้างไม่เสร็จ
ผมไปวันนั้นเห็นมีคนงานแค่ 4-5 คน ก็ไม่ทราบว่าไปจังหวะเขาหยุดงานหรือเปล่า
แต่บรรยากาศวังเวงมาก เลยไม่กล้าเดินไปไหนมาไหน กลัวโดนปล้น (คิดไปเองนะ)
มีร้านขายน้ำเครื่องดื่มและขนมอยู่ทางด้านหน้าของโบสถ์ เป็นเพิงชั่วคราว
เอาไว้ขายของให้คนงานก่อสร้าง ผมก็ลงไปซื้อน้ำมาทาน แต่ไม่ได้สอบถามข้อมูลอะไร
ในใจคิดจะเข้าไปดูพระประธาน เห็นว่าเป็น พระรัตนโกสินทร์ทรงเครื่อง สวยงามมาก
แต่ปอดแหก ไม่กล้าขึ้นไปดูใกล้ๆ มันเงียบมากเกินไป เลยกลับออกมา
เมื่อเช้า เข้าเน็ท ไปหาข้อมูลมาเพิ่ม
พบว่า ตอนนี้ใกล้จะเสร็จแล้ว เหลืออีกไม่ถึง 10%
ใช้เงินบริจาคสร้างไปแล้วประมาณ 163 ล้านบาท
คาดว่าจะเสร็จปี 2555
ผมได้ถ่ายรูปไว้หลายรูป แต่หาไฟล์ไม่เจอตอนนี้ เฮ้อ

ผมเคยคิดว่าจะขับรถไปตามวัดต่างจังหวัด
เตรียมสังฆทานเอาไว้ท้ายรถ
เจอวัดไหนเก่าๆ ก็จะเข้าไปถวายของให้พระ
เมื่อก่อนทำครับ แต่วันนี้ไม่กล้า โจรผู้ร้ายเยอะมากเหลือเกิน
ที่จังหวัดข้างๆกรุงเทพฯนี่เอง ผมขับรถเข้าไปในวัดใหญ่ของอำเภอๆหนึ่ง
ท่าทางเป็นวัดร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่เยอะดี
ดั้นเจอพระเดินแก้ผ้า เอาจีวรพันหัว ถือไม้ไล่ตีหมา
ผมหักพวงมาลัยกลับออกมาแทบตาเหลือก
จอดรถแวะบอกร้านค้าหน้าวัด
คนขายของ(เจ้าของร้าน)บอกว่า พระติดยาบ้า กำลังตามตำรวจมาจับอยู่
เดินไปเดินมาเป็นชั่วโมงแล้ว ในวัดไม่มีพระอยู่เลย ถูกนิมนต์ไปข้างนอกหมด

คุณขนุน อย่าไปเที่ยววัดคนเดียวเลยครับ
พวกลูกศิษย์วัดนี่แหละน่ากลัวสุดๆ
ของในวัดหาย ไม่ต้องสงสัยใคร คนพวกนี้ทั้งนั้น
ไม่เรียนหนังสือ ไม่ทำงาน มาเกาะพระกินไปวันๆ
พอเห็นคนแปลกหน้าเข้าวัดก็ชอบเดินตามตื้อ
ถ้าวัดใหญ่ๆอยู่กลางเมือง เป็นวัดดังๆ ก็แล้วไป
วัดเล็ก วัดน้อย ขนาดพระสงฆ์ของเขาเอง ยังปิดกุฏิ ล๊อกประตูเลยครับ
วัดดีๆก็มีมากครับ แต่ถ้าไปเจอวัดแปลกๆอย่างที่ผมว่า
แค่ครั้งเดียว อาจจะไม่ได้กลับมาบ้านอย่างสบายใจก็ได้ครับ
ทางที่ดีไปเป็นหมู่คณะ อย่างน้อยก็จะได้มีคนช่วยร้องดังๆ


โดย: zoomzero วันที่: 27 มกราคม 2554 เวลา:23:42:46 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
เมื่อคืนนอนดึกค่ะ เกือบเที่ยงคืนอ่ะ
ช่วงนี้ มินก็พยามนอนมาก ๆ เพราะสุขาพไม่ดี
เมื่อวานเพื่อนดันมาบ้าน โดยไม่บอกไม่กล่าวอีก ..แหม..
มันทะเลาะกับแฟนแล้วงอนหลบมาอยู่ที่นี่อ่ะ
โหย..มินจะบ้าตาย แฟนโทรมาก็ไม่ยอมรับ
กว่าจะกล่อมให้มันกลับบ้านไปได้เกือบ 5 ทุ่ม
ไอ้เราก็ง่วงจะแย่ .... เฮ๊อ...
ช่วงนี้ทำไมเบื่ออาหารจังเลยก็ไม่รู้ค่ะ
ไม่อยากที่จะทานไรเลยอ่ะ ไม่รู้เป็นไงสิ
อยากทานแต่ส้มลูกเล็ก ๆ ที่สีส้ม ๆ อ่ะค่ะ
แล้วก็อยากที่จะนอนอย่างเดียวเลย
มินเองยังว่า ตัวเองผิดปกติเลยค่ะ....
ปล. สดชื่นวันศุกร์ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:9:06:19 น.  

 
ใกล้สิ้นเดือนมกราคมเต็มที่แล้ว
ลืมคุยเรื่อง Calendar หรือ ปฏิทิน เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๔


ไม่ทราบว่า เพื่อนๆน้องๆ พอจะสังเกตเห็นหรือไม่ว่า
ในเดือนมกราคมปีนี้ จะมีวันประหลาดหรือวันพิเศษอยู่ ๓ วัน
น่าน....ไม่ใช่ วันปีใหม่ วันเด็ก วันครู ....
แต่คือ วันเสาร์ อาทิตย์ จันทร์ ที่มีถึง ๕ วันในหนึ่งเดือน
เรียกว่า มีเสาร์ห้า อาทิตย์ห้า และจันทร์ห้า
ดังนั้นทางด้านโหราจารย์ เขาจะเชียร์ให้ไปทำบุญใน ๓ วัน สุดท้ายของเดือนมกราคม
คือวันที่ ๒๙, ๓๐, และ ๓๑ มกราคม โดยเฉพาะวันอาทิตย์ที่ ๓๐ จะเป็นธงชัย
เป็นวันพิเศษหรือวันมหามงคล เหมาะแก่การจัดงานมงคล หรือไปทำบุญใหญ่

สำหรับผม ยังไม่แน่ใจว่าจะไปนมัสการไหว้พระที่ไหน
แต่โดนงานมงคลแน่ๆตอนเย็นวันอาทิตย์
ผมอยากจะชวนให้ไปทำบุญทำทานกันใน ๓ วันนี้นะครับ
ถ้าหากว่าคิดว่ามันก็คือวันธรรมดาๆ ก็ช่างมันเถอะ
ของแบบนี้ อยู่ที่คนเชื่อหรือไม่เชื่อ ผมคนหนึ่งหละที่เฉยๆ
แต่อย่างน้่อยเราก็ได้ข้ออ้างชวนคนอื่นๆไปทำบุญกับเรา
แค่บอกว่า มีวันที่มี ๕ วันในหนึ่งเดือนถึง ๓ วัน หาง่ายๆที่ไหน กี่ปีจะมีสักครั้ง

รู้สึกว่า ผมต้องเตรียมเขียนบล็อกเรื่องใหม่ได้แล้ว
อ้าว...เหมือนรับจ้างทำงานเลยเน๊อะ
ต่างกันตรงที่ไม่มีเงินเดือน ไม่มีโบนัส ไม่มีสวัสดิการ
แล้วเราได้อะไร?
เปล่า...เราให้อะไรแก่ใครต่างหาก? คำถามอันหลังนี่แหละที่เป็นแรงผลักดัน
ผมเห็นคนบ้า.....บาง......คนโพสต์วันละร้อยบล๊อก ร้อยคอมเมนท์
เขียนเรื่องใหม่เกือบทุกสัปดาห์
ตอบและทักทายแฟนคลับทุกคอมเมนท์
มันทำไปทำไมฟระ?
หลายคนทราบคำตอบ
ผมก็ว่าผมเห็นคำตอบที่เป็นรูปธรรมเหมือนกันนะ
เฮ้อ...ลาภ ยศ สรรเสริญ

ขอทิ้งท้าย เป็น conclusion ในบล๊อกนี้อีกนิด
เรื่องบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
ถ้าใครได้ผ่านเข้าไปไหว้พระในวัดเขาบางทราย
หรือวัดที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีอีกหลายแห่งในประเทศไทย
ก็อยากให้เอาขวดเปล่าไปตักน้ำในสระน้ำศักดิ์สิทธิ์
แล้วเอากลับมาไว้ในห้องพระ
ขวดเปล่านั้นหาไม่ยาก แค่แวะปั๊มป์น้ำมันหรือร้านสะดวกซื้อ หยิบน้ำเปล่ามาหนึ่งขวด
พอมาถึงวัดก็ยกมือไหว้ ขอแผ่เมตตาให้เจ้าที่เจ้าทางและหาที่เทน้ำลงพื้นดิน
เลือกที่ ที่มีต้นไม้ก็จะดีกว่า เพราะอย่างน้อยทางวิทยาศาสตร์ ก็เท่ากับเรารดน้ำต้นไม้
ต้นไม้โต ไม้ผลิใบ สร้างoxygen โลกจะได้ไม่ร้อน คิดแบบนี้ดีมั๊ย
จากนั้นก็เอาขวดเปล่ามาตักน้ำให้เต็มขวด
ก่อนตักน้ำก็ไหว้ขออนุญาติด้วยหละ
บอกว่าเราจะขอเอาน้ำไปเป็นเครื่องสักการะคุ้มครองผองภัย
ตั้งใจตักน้ำดี ไม่ใช่ทำขวดหล่นไปในบ่อเขา แบบนี้จะขำไม่ออก
ที่ให้ตักเต็มๆก็เพราะว่าอากาศในขวดจะได้มีน้อยๆ
เผื่อมีแบคทีเรีย มันจะได้มีอากาศน้อยลง มันจะได้ไม่เติบโต
เวลาเก็บนานๆ สีมันจะได้ไม่เปลี่ยนจนเกินไป

เวลามีเรื่องแปลกๆในบ้านที่คิดว่าเกี่ยวกับไสยศาสตร์
ก็ไม่ต้องกลัวว่า เจ้าพวกหมอดูจอมดูดเงินจะมาหลอกให้ทำโน่นทำนี่
บ้านเรามีน้ำศักดิ์สิทธิ์ขนาดที่คนยุค ร.๕ ร.๖ ร.๗ และ ร.๙
ยังนำมาทำพิธีใหญ่อันเปี่ยมด้วยพลัง
หรือมองอีกอย่างชาติไทยผ่านมาได้เพราะของศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ เชื่อหรือเปล่า?
แล้วถ้าพวกภูติผีปีศาจมันยังสามารถวิ่งเล่นในบ้านและรังควาญครอบครัวเราได้อีก
ก็เลิกนับถืออะไรต่างๆได้แล้ว เพราะผีมันเจ๋งจริงๆ เอาพระพุทธรูปไปขายซาเล้งได้เลย
พวกผีๆ...มันได้รับบุญกุศลที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน สมณสงฆ์ ชีพราหมณ์
และพวกเราแผ่กุศลไปให้อยู่เนืองนิจ ทุกงานบุญเขาก็แผ่ให้พวกมันโดยตลอด
มันยังไม่เกรงกลัวอะไรเลย ผมว่าเราหันมาเซ่นไหว้พวกมันแบบอลังการกันไปเลย
แล้วทำตัวเป็นมารร้ายอย่างผมนี่แหละ
ไม่ต้องมีศาสนา ศาสดา และธรรมะ แบบนี้แมร่งเวิร์คที่สุด
บ้านญาติผม มีพระพุทธรูปเต็มบ้าน เจ้าแม่กวนอิมก็มี แต่มีคนแก่ชรา เสียชีวิตเรียงติดต่อกัน
๓ ปี ๓ คน เขารีบวิ่งไปหาหมอดูหมอเดา โดนเรียกค่าวิชา
และจ่ายค่าทำลาย ย้าย และสร้างสิ่งของแปลกใหม่ในบ้านไปหลายสตางค์
ผมห้ามก็ไม่ฟัง เพราะเขาว่า "รายต่อไปไม่ใช่แก่นี่หว่า แกถึงกล้าพูด"
แล้วมันแก้ได้จริงหรือเปล่า? เน๊อะ...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ฮุ้ยส์

อ้อ...พวกน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือน้ำมนต์นี่ ผมไม่สนับสนุนให้เอาไปดื่มกินนะครับ
แค่เอาไปหยดในอ่างน้ำหรือถังน้ำแล้วใช้ประพรม ลูบแขน หรืออาบ จะดูดีกว่า
เอาแค่เป็นเครื่องช่วยกำลังใจ อย่าถึงกับเห็นว่าเป็นสุดยอดแห่งสสารบนโลกเลยครับ


โดย: zoomzero วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:10:06:01 น.  

 
Mintiva

ขอให้สดชื่นวันศุกร์เหมือนกันครับ

เมื่อคืนก็แอบย่องเข้าบ้านอาหมวยไปแว๊บหนึ่ง
ก็คิดอยู่เหมือนกันว่า เจ้าของบ้านกำลังทำอะไรอยู่นะ
อุ้ญษ์..ซิ๊กศ์เซ็นต์ มีจริง อิอิ

เรื่องคนรักกันแล้วหนีมาพึ่ง
เฮียว่าเป็นการสร้างกุศลมากกว่าการเอาเงินไปจ่ายให้วัดไหนๆเลยนะ
เพราะมันเป็นการเสียสละกายและใจของเราเพื่อผ่อนปรนความทุกข์ของผู้อื่น
(อยากจับมือ เอ้ย...ปรบมือให้ จุ๊บๆ อ้าวววววววว)

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงน้องผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอมีปัญหาเรื่องความรักตลอดปีตลอดชาติ
เฮียเคยมีรุ่นน้อง(เป็นผู้หญิงจริงๆนะยะ) สวยแบบไม่ต้องแต่งหน้าทาปากมากนัก
เขามาจากสถานศึกษาเดียวกัน คณะเดียวกันกับเฮีย และก็เคยทำงานที่เดียวกันกับเฮีย
เขาก็มีปัญหาเรื่องรักๆใคร่ๆบ่อยๆแบบนี้แหละ
เฮียนะยุให้เขาเลิกกัน ตอนช่วงเป็นแฟนไปตั้งหลายรอบ
จนเพื่อนๆมันถามว่า ตกลงลื้อเป็นห่วงน้องสาว
หรือว่าสมภารจะเขมือบไก่วัด ฟระ?
โธ่..ไอ้บ้า ตูไม่ใช่ตัวกินไก่นะ เห็นตูเป็นหมีแพนด้าไปได้!!!

คดีของพวกเขามีเยอะมาก เหมือนคนที่แตกต่างกันสุดขั้วแต่อยากเป็นแฟนกัน
เริ่มจากฝ่ายชายบอกประวัติไม่ตรงกับความเป็นจริง
พอฝ่ายหญิงจับได้ว่าหมอนั่นโกหกเรื่องที่มาที่ไป ที่เรียน ที่ทำงาน เพื่อนฝูง
ก็ทะเลาะกันยกใหญ่ ผู้ชายก็ขอเลิก แต่ผู้หญิงไม่ยอม
(คู่นี้ บางทีผู้หญิงก็ขอเลิก แต่ฝ่ายชายไม่ยอมก็มีบ่อยนะ)
ตอนนั้น ไม่ค่อยมีใครคิดไปถึงเรื่องที่ว่าเขาจะเกินเลยอะไรกันมาก
เพราะน้องเขาเป็นแนวสาวยุคก่อน ที่ค่อนข้างหวงแหนตัว ไม่เที่ยว ไม่กิน ไม่สูบ ไม่ดื่ม
ที่ไม่ยอมเลิก เขาก็มีเหตุผลว่า อายเพื่อน อายพ่อแม่พี่น้อง
ซึ่งก็เป็นข้อแก้ตัว จริงๆก็คงจะหลงผู้ชายมากกว่า หมอนั้น แมร่งหล่อโฆดๆ (เขียนประชดนะ)
น้องคนนี้ พอเขาทะเลาะกับแฟน เขาก็ไม่ยอมกลับบ้าน(ห้องเช่า)นะ เขามาขอค้างกับเพื่อนเขา
เพื่อนเขาก็โทรศัพท์ตามเฮียไปช่วยพูด ช่วยคิด เรียกว่า ตามหาศิราณีจากอเวจีสีชมพู
เพื่อนคนนี้ก็คงจะกึ่งๆเห็นใจ และกึ่งๆรำคาญเหมือนอาหมวยนี่แหละ
พ่อแม่เพื่อนของเธอ(หมายถึงเจ้าของบ้านตัวจริง) ก็กลัวคนแปลกหน้ามาฆ่าตัวตายในบ้าน
สงสัยท่าทางจะแอบมาชักดิ้นชักงอให้พ่อแม่เขาเห็นมาแล้วหลายรอบ
เฮ้อ...ผู้ใหญ่ก็ห่วงไปสารพัดเรื่องนะแหละ
ตอนนั้นเฮียไม่ได้ยุให้เขาเลิกกันนะ
(สงสัยเพราะตัวเองมีครอบครัวแล้วมั๊ง กลัวกรรมตามสนอง)
ก็บอกเขาไปว่า คนเรานั้น ที่เขาต้องโกหก เขาอาจจะมีเหตุผลบางอย่างก็ได้
ให้ลองไปถามไปคุยกันดู อดีตก็คืออดีต เริ่มต้นใหม่ได้นี่ เขาไม่ได้ไปฆ่าใครตายที่ไหน
แล้วเรื่องมันเป็นอย่างไรก็ลืมๆแล้วหละ จำได้ว่า พวกเขาก็ยังคบเป็นแฟนต่ออีกหลายปี

ต่อมาก็เป็นเรื่องแฟนเก่าของฝ่ายชายที่ยังตัดกันไม่ขาด ยังมีเยื่อใยกันอยู่ (มากน้อยก็ไม่รู้นะ)
ยายนี่ก็จับได้อีก ก็เหมือนเดิม ทะเลาะกัน ร้องไห้จะเป็นจะตาย
วิ่งมาขอนอนบ้านค้างบ้านคนอื่น คราวนี้เป็นบ้านเพื่อนของเฮีย
เพื่อนคนนี้เป็นผู้หญิงนะ แต่งงานแล้ว เขาก็เกรงใจสามี แต่พวกเขาเป็นกลุ่มเที่ยวด้วยกัน
ความรักเป็นพิษ จะไล่ไปไหนหละ เดี๋ยวก็ไปทำอะไรแบบคิดสั้น เราก็ไม่รู้นี่
ต้องหาทางช่วยเคลียร์ทั้งคืน งานนี้เฮียไม่เกี่ยว ขืนออกจากบ้านไป มีหวังโดนเจ้ด่าแน่ๆ
แล้วต่อมาพวกเขาก็คืนดีกัน เฮ้อ...เรียกว่า รักทรหดก็ได้นะ
ผู้ชายที่เขาหลงรักนี้ ไม่หล่อเลย แย่ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องมีเงินใช้ไม่ขาดมือ
เออ...ทะเลาะกับแฟนแต่วิ่งไปกวนใจชาวบ้าน นี่เป็นแฟชั่นหรือเปล่า
หรือว่าเฮียเป็นคนแล้งน้ำใจนะ ทำไมเฮียคิดว่ามันเป็นเรื่องไม่น่าทำ
ไม่ควรบอกใคร ปัญหาของเรา เราก็ต้องแก้ไขเอง

เฮียมองว่า ผัวเมียตีกัน เราแนะนำอะไรไป ช่วยตำหนิอีกฝ่ายไป
พอเขาคืนดีกัน เขานอนเขี่ยขาคุยกัน
นี่เธอ วันที่เราทะเลาะกัน พี่ซูมเขาบอกว่าเธอนิสัยไม่ดีอย่างนี้ๆๆๆ
ไอ้คำพูดของเรานี่แหละ จะวกกลับมาทำร้ายเราภายหลัง

ข้ามไปโน่นเลย นะ คือว่าสุดท้าย คู่นี้...ก็แต่งงานกัน
โอ้...ทดสอบความรักกันหลายปีเลยนะ
เนื่องจาก ๒ คนนี้ เป็นคนเหนือสุดแต่งงานกับคนใต้สุด
รวยมากแต่งกับไม่รวยสักเท่าไหร่
เรื่องพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเลยไม่ค่อยจะโอเค คงไม่เคยไปมาหาสู่กันเลยกระมัง
เฮียว่าอาจจะเรื่องฐานะด้วยนะ เอ้...ไม่ใช่มั๊ง
หรือจะจริงอย่างที่เขาว่า คนจีนแท้ๆ เขาไม่ชอบแต่งงานกับสะใภ้คนไทย

ฝ่ายชายมีธุรกิจขนาดกลางทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด
จำไม่ได้ว่าขายอะไร น่าจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบพิเศษที่ต้องประมูลขายราชกาลแบบนั้น
สามีของเขาก็เป็นลูกจ้างพ่อแม่ของเขาเอง
บริษัทออกค่าเช่าคอนโด(ใกล้ที่ทำงาน)ให้
เสาร์อาทิตย์ถึงจะกลับไปนอนค้างบ้านพ่อแม่สามี
แถมยังมีรถประจำตำแหน่งให้อีกคัน น้ำมันเติมฟรี (ก็ผลาญค่าใช้จ่ายกันมันมือเลยหละมั๊ง)
ครอบครัวนี้ก็น่าจะมีความสุขดี เว้นเรื่องเดียวคือพ่อแม่สามีไม่ปลื้มสะใภ้ไกลปืนเที่ยง
และท่าทางน้องสาวคนนี้จะไม่มีคุณสมบัติแม่ศรีเรือนเลยด้วยครับ

แล้ววันหนึ่ง ครอบครัวฝ่ายชายทำการค้าล้มครืน ฟองสบู่แตกด้วยช่วงปีนั้นๆ
พ่อแม่สามีก็เลิกกิจการ และทำการเปลี่ยนนามสกุล
ทุกคนในเครื่อข่ายนามสกุลเดิมนั้นทำการเปลี่ยนหมดเลย (เขาว่ามาแบบนั้นนะ)
เปลี่ยนแบบยกตระกูลทิ้งเลยนะ สงสัยจะหนีหนี้ หรือไม่ก็กลัวตามล้างแค้นมั๊ง
ทีแรกก็ไม่น่าแปลกใจอะไร ที่ภรรยาก็ต้องเปลี่ยนนามสกุลตามนามสกุลใหม่ของสามี ใช่มั๊ย?
แต่นี่...แม่สามีบอกให้ไปหย่ากันเลย ให้ผู้หญิงกลับไปใช้นามสกุลเก่า
เนื้อหาเหตุผลรายละเอียดนั้น ฝ่ายหญิงเขาไม่ได้เล่าให้เฮียฟัง (เรื่องคงซับซ้อนกว่านั้น)
ที่แน่ๆพ่อแม่ฝ่ายหญิงเต้นเป็นฮิบฮ๊อบถูกน้ำร้อนราดเท้าเลยหละ เมื่อทราบเรื่องบ้าๆแบบนี้
เฮ้ย...อยู่ๆก็มาขอลูกสาวไปแต่ง เขาแทบจะไม่เคยเห็นหน้าว่าที่ลูกเขยเลย
แต่งไปแล้วก็ไม่เคยคิดจะมาเยี่ยมคนเฒ่าคนแก่เลย
แล้วอยู่ๆก็ไม่เอาแล้ว จะให้ลูกสาวหย่า จะเอามาคืน
อาหมวยรู้มั๊ย กว่าน้องเขาจะกล้าไปเล่าให้ที่บ้านฟัง เขาก็ต้องทำใจอยู่หลายวัน
หาที่ปรึกษาไม่รู้กี่คนต่อกี่คน

คุณน้องก็โทรศัพท์มาปรึกษาเฮียทั้งวัน ไม่เป็นอันได้ทำงานกันเลย
เฮียก็บอกว่า หย่า ทางกฏหมายก็ไม่เห็นเป็นไร มันเป็นนิตินัย
ทางพฤตินัย ครอบครัวยังไม่แยกนี่หว่า ยังนอนเตียงเดียวกันนี่หว่า
เขาก็บอกว่าสามีจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดที่บ้านพ่อแม่ที่ซื้อใหม่
ทีนี้ผู้หญิงก็ตัดสินใจไม่ถูก จะต้องลาออกจากงานดีมั๊ย จะได้ไปอยู่กับสามีที่ต่างจังหวัด
แต่เงือนไขมันวุ่นวายยุ่งยากมากไปกว่านั้นคือ หย่าแล้วก็เข้าบ้านผู้ชายไม่ได้
พ่อสามีไม่โอเค บอกว่าไม่เหมาะสม เหมือนเอาผู้หญิง(หากิน)เข้าบ้าน (ปากร้ายเอาเรื่องนะ)
ผู้หญิงเลยคิดว่าคงต้องหาเช่าบ้านแยกกันอยู่อีกหลัง ไม่อยู่ร่วมกับพ่อแม่

เฮียก็ให้คำปรึกษานรกๆไปเหมือนเดิมว่า ลองแยกกันอยู่ก็ได้นี่หว่า
ถ้าแฟนเธอเขารักเธอจริงเขาก็ต้องหนีแม่ของเขามาทำงานที่กรุงเทพจนได้
และก็เผลอออกความเห็นว่า หรือว่าพ่อแม่ของผู้ชายจะหาผู้หญิงรวยๆให้ลูกชาย เพื่อยกฐานะ
เพราะเคยได้ยินน้องสาวคนนี้เล่าว่า พวกนั้นเขาเล็งลูกสาวคนรวยเอาไว้นานแล้ว
แต่ดันมาอยากดื้อรั้นแต่งกับผู้หญิงคนนี้เสียก่อน
เท่านั้นแหละ น้องเขาปล่อยน้ำตาสามถัง เป่าปี่อี้แอเป็นชั่วโมงเลย
ซวยเลย ปากเราพาภัยมาโดยแท้

ผ่านไปอีก ๒-๓ วัน น้องสาวคนนี้กลับโทรมาอีก
บอกว่าพ่อแม่สามีไม่ให้เข้าบ้านแน่นอน (ตอนนั้นเขาหย่ากันแล้วนะ ใจร้อนจริงๆ)
สามีก็บอกว่าไม่มีเงินไปหาเช่าบ้านหรอกเพราะแม่ยังไม่ให้เงินเดือนเลย (นี่แหละทำงานกับครอบครัวตัวเอง)
ถ้าจะตามไปอยู่ต่างจังหวัด ผู้หญิงจะต้องหางาน หาที่อยู่เอง
ท่าทางผู้ชายก็ไม่กล้าอยู่กรุงเทพฯ คงอยากไปอยู่กับพ่อแม่ อาจจะกตัญญูจัดก็ได้นะ ว่ามั๊ย

ตอนหลัง เฮียก็รำคาญทั้งตัวเองและน้องสาวคนนี้ เลยพยายามไม่รับโทรศัพท์
ไม่ยอมติดต่อกลับ ไปถามข่าวเขาเลย นี่ก็เลยสิบปีแล้วหละ
จนทุกวันนี้น้องเขาเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ จะอยู่หรือจะคิดสั้นๆอย่างไรก็สุดคาดเดา
พวกคนที่รู้จักกับเขา เฮียก็ดันขาดการติดต่อไปอีก เพราะพยายามเลี่ยงฟังเรื่องน้องคนนี้

คิดแล้วก็ อยากด่าตัวเอง
เวลาคนอื่นเขามีความทุกข์ เขาอยากจะปรึกษา หรือหาที่ระบายทุกข์
เราก็ดันเห็นแก่ตัว เห็นว่าเขาเป็นส่วนเกินในชีวิต พยายามตัดเขาออกไป
ในทางกลับกัน ถ้าเราเองต้องการพึงพาใครสักคน แล้วมันหาไม่ได้หละ
ซึ่งก็เคยเกิดกับตัวเองจริงๆ
เคยไปเดินดาดฟ้าลานจอดรถตึกสูง
คิดว่าจะเอาแบบที่คนอื่นเขาทำดีมั๊ย
ดีว่า ป๊อด ใจไม่ถึง ไม่อย่างนั้นได้ลงข่าวหน้าหนึ่งไปแล้ว

พอดีมีวันหนึ่ง ยายน้องสาวตัวแสบ(คนที่มีกิ๊กเยอะๆ ตอนนี้รวยแล้วนี่แหละ)
เขามีทุกข์เรื่องความรัก ก็เลยรู้สึกว่า ต้องอยู่เป็นกำลังใจให้เขา
คอยถามข่าวเขา คอยแนะนำเขา คอยเตือนเขา
มันอาจจะลบล้างความใจดำของเราในอดีตไม่ได้ คงจะแบบนั้นแหละ
ก็ไม่รู้ว่าอายุ ไม่รู้ว่างาน ไม่รู้ว่าคนรอบตัว
ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เรามีจิตใจคับแคบในวันวาน
แต่อย่างน้อย วันนี้ เฮียก็คิดว่า ได้หันกลับมาทำตัวเหมือนเด็กชายใจดี
แบบที่เราเคยเป็นเมื่อวัยเยาว์
(นึกถึงความหลัง น้ำหมากเริ่มจะกระจายอีกแล้ว)

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:13:54:02 น.  

 



หวัดดีตอนเย็นค่ะเฮีย
เพิ่งถึงบ้านค่ะ วันนี้ไปเดินซื้อส้มที่ อตก. มา
ได้มาทั้งส้มจีนที่ลูกเล็ก ๆ สีส้ม ๆ
กับส้มโชกุนของสวนกันยบุตรอ่ะค่ะ
2 วัน เสาร์ อาทิตย์ จะทานให้เบื่อไปเลยอ่ะนะ อิอิ

เรื่องของเพื่อน เมื่อคืนนี้อ่ะ มันเกิดมาเกือบปีแล้วค่ะ
มินก็สงสารเห็นใจเพื่อนนะ แต่ ไม่รู้จะช่วยมันยังไง
เรื่องมันยาวค่ะ ได้แต่บอกให้มันอดทนเพื่อลูกไป
เพราะเพื่อนมินมันเป็นฝ่ายผิดอ่ะค่ะ แต่ เหมือนเค้า
เจอวิบากกรรมอ่ะนะ ไม่ว่าจะทำยังไง
ลึก ๆ ในใจแฟนเค้ายังยอมรับไม่ได้อ่ะค่ะ
เพื่อนขอเลิก ก็ไม่ยอมเลิก บอกอยู่กันจนกว่าจะตายไปอ่ะ เฮ๊อ...

ใช่ค่ะ เฮีย เรื่องผัวเมียทะเลาะกัน อย่าไปยุ่ง
ขนาดญาติพี่น้อง ยังไม่ยุ่งเลยค่ะ
แต่ เพราะเป็นเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ อ่ะ
แล้ว มินก็รู้ว่า ไอ้คู่นี้มันไม่นอนเอาขาเขี่ยคุยกันแล้วอ่ะ
และ ตั้งแต่เค้ามีเรื่องกัน พวกเพื่อน ๆ ก็พลอยเข้าหน้าแฟนเค้าไม่ติดไปด้วยอ่ะค่ะ เฮ๊อ..
ทุกวันนี้ ก็ได้แต่ปลอบใจเพื่อนให้มันคิดถึงลูกเอาไว้
อย่าคิดอาไรบ้า ๆ เค้ามีลูกชายคนเดียวและก็น่ารักมากค่ะ
หมายถึงเป็นเด็กดี เรียนหนังสือเก่งมากด้วย
เนี่ยแหละค่ะ บางที มินเห็นปัญหาของคนนั้น คนนี้แล้ว
ยังนึกถึงตัวเองว่า บุญเท่าไรแล้ว ที่ไม่ต้องเจอเรื่องเครียด ๆ

อย่างเมื่อตอนที่นอนป่วยอยู่ ก็ยังคิดเลยนะ ว่า
ถ้าตายไปก็ดี ไม่ยุ่ง ไม่มีห่วง ไม่ต้องเป็นภาระไรมาก
เคยบอกเพื่อนไว้ว่า ถ้าฉันตายเธอสวดวัดชลประทานให้ 3 คืนพอนะ
ทำแบบเรียบ ๆ ง่าย ๆ เพราะฉันคงไม่รับรู้เรื่องไรแล้วอ่ะ
เน๊อะ เฮีย คนเราก็แค่เท่านั้นเอง เป็นแค่เศษธุลีของธรรมชาตินะมินว่า...
อ้ะ..พูดไป พูดมา เลี้ยวเข้าวัดไปซะแล้วอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ปล. เสาร์ อาทิตย์ เที่ยวให้สนุก ทานให้อร่อย ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:18:20:33 น.  

 



หวัดดีตอนเช้าค่ะเฮีย
วันนี้ ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ค่ะ อิอิ
ยังไม่ทันถึงวันจ่ายเลย แต่ วันนี้เป็นวันจ่ายจริงของมินแล้วค่ะ
ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์บ้าน โทรมือถือ อินเตอร์เนท
นี่เอาเท่าที่นึกได้ก่อนนะคะ ฮ่า ๆ ๆ
อ้อ..มีค่าสาธารณูปโภคของหมู่บ้านปีนี้อีกอ่ะ อันนี้ยอดใหญ่ค่ะ อิอิ
ดูจิคะ จะเบี้ยวหรือทำเป็นชักช้าอย่างใดอย่างนึง ไม่ได้เลยค่ะ
โดยเฉพาะหมู่บ้านอ่ะค่ะ เพราะตั้งแต่วันที่ 1 เดือนหน้า
ระบบเข้าออกใช้เป็น smart card แทนระบบ sticker แล้วอ่ะค่ะ
เฮียตื่นยังน๊อ...ถึงจะเป็นวันหยุด แต่ก็คงไม่ตื่นสายหรอกมั๊ง อิอิ
วันนี้ คุณน้องหนูมีเรียนป่าว ...สดชื่นวันเสาร์ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 29 มกราคม 2554 เวลา:8:05:51 น.  

 
Mint

อะ...ตื่น....แว้ว
ตื่นตอน ๗ โมง
กว่าจะลุกจากเตียง ๘ โมง (ไม่รู้ว่านอนคิดถึงใครคนนั้นทำไม 555)
ตอนนี้รดน้ำต้นไม้ กับล้างรถสองคันเป็นที่เรียบร้อย
เพิ่งกลับเข้าบ้าน มาหายาหอม เอ้ย โอวัลติน ทาน
ไว้ว่างๆ จะมาตอบ ๒ คอมเหม็นด้านบนอีกทีนะค๊าบ


โดย: zoomzero วันที่: 29 มกราคม 2554 เวลา:9:15:10 น.  

 
Mintiva

อ้า....ถึงจะขึ้นหน้าบล็อกใหม่ไปแล้ว
แต่สัญญาว่าจะมาตอบคอมเมนท์ ก็เลยต้องมา อิอิ

เรื่องเรียนของคุณหนู
เขาเรียนจันทร์ถึงศุกร์ครับ นอกนั้นเล่นเกมกับไปเที่ยว
แต่ส่วนใหญ่พ่อแม่จะวางแผนไปโน้นไปนี่ไปนั้น
แล้วก็ลากเอาเขาไปด้วย
จนเขาโตแล้วก็ยังลากกันไป เขาก็ถามว่าเมื่อไหร่จะให้เขาอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว
พ่อแม่ก็บอกว่าจวนแล้ว
แต่ในใจหนะคิดว่าคงเป็นเรื่องยาก เพราะเมื่อปีก่อนโน้น
ย่านนี้มีโจรเข้าบ้าน และสังหารคนในบ้านเรียบ
ส่วนกลางคืนก็มีพวกลักเล็กขโมยน้อยตามอพาร์ทเม้นท์
บางบ้านเขาลงทุนติดตั้งกล้องและสัญญาณกันขโมย
พอตีสาม เสียงไซเรนท์ร้องซะลั่นซอย ขโมยซิ่งมอเตอร์ไซหนีตาเหลือก
ขนาดมิเตอร์น้ำ พวกมันก็ยังไม่ละเว้น บ้านตรงใกล้ปากซอยใหญ่ก็โดน
ตื่นเช้ามาน้ำนองถนน นึกว่าใครใจดีมาช่วยรดน้ำต้นไม้ให้
ต้องเสียเงินค่ามิเตอร์ใหม่อีก มีคนบอกว่าเขาไม่เสีย เพราะประปาต้องเอามาให้ใหม่
เราจ่ายค่าบำรุงและประกันมิเตอร์น้ำทุกเดือนนี่
เอ้...เรื่องนี้จะไปถามใครดี
ไอ้เจ้าของบ้านใหญ่นั้น เขาคงไม่คุยกับคนขับสิบล้ออย่างเฮียแน่ๆ

หมู่บ้านอาหมวยก็ทันสมัยดีนะ มี smart card ด้วย
ก็ขอให้เขาลงทุนซื้อแบบยี่ห้อดีๆมาใช้
แบบว่ารูดปรื๊ด รูดปรื๊ด
ไม่ใช้ใบเงียบ เหมือนเซนเซอร์ช่องทางด้วย easy pass ยุคแรกๆ

คอนโดฯของเฮียที่พัทยา ก็เพิ่งโดนหนังสือทวงค่าส่วนกลางมาเหมือนกัน
เสียดายเงิน ปีหนึ่งๆไปไม่ถึง 20 วัน
แถมสระว่ายน้ำก็ลงไม่ได้ เพราะมีฝรั่งตัวดำมาขยำขยี้สาวไทยกันจะ จะ ในน้ำเลย
ไม่กล้าให้เด็กๆลงไปเห็นภาพประทับใจแบบนั้น
นับวันจะกลายเป็นเมืองเซ็กส์วิปริตของพวกฝรั่งที่อาศัยว่า
แต่งงานกันผู้หญิงไทย แล้วก็เข้ามาทำการบริหารอาคาร
มาอยู่ในฐานะกรรมการ หรือผู้ให้เช่าช่วงบ้าง
ฝรั่งบางคน มันซื้อห้องทั้งชั้นไปดูแลเลย แล้วมันก็แอบให้เช่า
เผลอๆนะ เฮียว่า...ป่านนี้มันกุมอำนาจเบ็ดเสร็จจนเป็นมาเฟียไปแล้ว
เมื่อสิบปีก่อน ร้านค้าข้างล่าง เปิดร้าน เจ้งร้าน ว่างร้าน ไร้ลูกค้าก็มี ...
แต่เดี๋ยวนี้เปิดบริการถูกห้อง ทุกร้าน มีลูกค้าเป็นฝรั่งเดินเข้าเดินออก ท่าทางแฮปปี้มากๆ
บาร์เหล้ามีมากกว่าสิบห้อง
โต๊ะสนุ๊ก เมื่อก่อนอยู่ในห้องเล่นเกมส์
แต่วันนี้เขาสร้างศาลากระจกใหม่อยู่ริมสระน้ำ
เขาก็ย้ายโต๊ะมาไว้ที่นี่ กลายเป็นโต๊ะสนุก ไปแล้ว
มีผู้หญิงใส่ชุดทูพีชมาเดินแทงสนุก โก่งก้นยั่วพวกฝรั่งที่มาเล่นน้ำในสระ
สาวๆพวกนี้เป็นเด็กเสิร์ฟนะจ๊ะ เหมือนจะมาช่วยเสริฟมากกว่ามาทำงานประจำ
พอเจ้านายเรียกใช้งาน ก็เอาผ้าคล้ายๆโสร่งมาห่อช่วงล่าง
แล้วเดินเสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟอาหาร ให้ห้องอาหารโซนริมสระน้ำ
พอคนน้อยๆก็ลงว่ายน้ำเล่นกัน
เฮ้ย...คนงานอะไรมันจะมีความสุขสบายขนาดนั้น
สงสัยมันจะแฝงธุรกิจอย่างว่าซะละมากกว่า
หลังๆเจ้เขาถึงไม่ไปค้าง ไปพัทยาก็ไปเช่ารีสอร์ทถูกๆแทน
คิดได้แบบนี้ วันหลังต้องแกล้งบอกเจ้ว่า มีสัมนาที่ต่างจังหวัด
แล้วย่องไปศึกษาการทำงานของหนูๆโต๊ะสนุ๊กที่คอนโดฯซะหน่อย

เรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน
อะไรๆก็ไม่เท่าค่าไฟฟ้า
ทำไมมันแพงได้ขนาดนี้
เคยคำนวนว่าถ้าจะเข้าข่ายใช้ไฟฟรี อย่างที่รัฐบาลบอก
จะต้องเปิดไฟไม่เกิน 2 ดวง ในตอนกลางคืน
ใชได้แต่พัดลม ห้ามใช้แอร์ ห้ามใช้ปั๊มน้ำประปา ห้ามดูทีวี
และไม่ซักผ้าด้วยเครื่อง อาจจะรีดผ้าได้สัปดาห์ละครั้ง
แถมยังจะต้องอยู่แค่คนเดียวอีกด้วย 555

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:13:15:35 น.  

zoomzero
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ของทุกอย่างในโลกมี 2 ด้าน ถ้าเริ่มต้นก็คิดแต่ว่า สิ่งนั้นมีแต่ด้านดีด้านเดียว หรือเลวสุดขีด ต่อให้ศึกษาสิ่งนั้นไปอีกพันๆปี ก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่ถ้าเปิดใจมองให้เห็นทั้งสองด้าน และหาความพอดีกับการอยู่กับสิ่งนั้นได้
...
ความสุขย่อมมาคู่กับความทุกข์ เพราะสุขเป็นของไม่เที่ยง เมื่อติดสุข แล้วไม่มีสุขมาให้ชื่นใจ จิตก็จะเป็นทุกข์ ความสงบจึงเป็นของที่เราท่านควรปฏิบัติ
...
การตั้งตัวเป็นจอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด จึงไม่หวังให้ผู้ใดมีสุข ไม่อยากให้คนยึดติดกับสุข หากแต่อยากให้พ้นทุกข์ และได้พบกับธรรมมะของจริง ดั่งคำว่า "ไม่มีมาร อรหันต์ไม่เกิด" 555
...
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add zoomzero's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.