ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายเกินพิกัด...แล้วจะกลับมาเขียนเรื่องที่ค้างไว้ให้จบครับ...สักวัน
Group Blog
 
<<
เมษายน 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
23 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
แจ้ง (20)

20.

ใหญ่รู้สึกว่าร่างกายถูกดึงให้ยืดยาวออก ในขณะที่กำลังหัวทิ่มลงไปในลิ้นชัก ความรู้สึกแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในตอนที่เขาหล่นลงไปในช่องลับบนรถม้า เมื่อร่วงผ่าน ขอบฝาไม้กระดาน (ขอบฟ้าเหตุการณ์) มือประหลาดข้างนั้นบีบมือของเขาเอาไว้แน่นราวกับเป็นคีมเหล็ก และคงจะไม่ยอมปล่อยแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

เขามองเห็นด้านในของลิ้นชักสีเงินพุ่งห่างขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ลับหายไปจากสายตาก่อนที่จะตัดสินได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องดีหรือไม่ ซึ่งหากลองคิดทบทวนดู มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใด เพราะเหตุการณ์ส่วนใหญ่ในชีวิตที่เขาพบเจอตลอดมาก็ล้วนเป็นเช่นนี้ พวกมันต่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา แล้วเขาก็จะตอบสนองด้วย ตัวตน ของเขา ที่ถูกสร้างขึ้นจากความทรงจำที่สั่งสมมาทั้งชีวิต บางครั้งก็มีสติเป็นองค์ประกอบหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นความเคยชินล้วนๆ เพียงแต่เขาไม่เคยมองพวกมันจากแง่มุมนี้มาก่อนก็เท่านั้น

และที่จริงพวกมันไม่อาจถูกตัดสินได้ว่าดีหรือไม่ เพราะไม่มีใครรู้ว่าทางที่ไม่ได้เลือกนั้นจะเป็นเช่นไร ดี หรือ แย่ กว่ากัน

ในท่ามกลางความเวิ้งว้างว่างเปล่าที่ในยามนี้กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยอย่างประหลาด ความทุกข์ยากทางกายภาพที่เคยคุกคามภายในห้องปิดตายถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ซึ่งหากจะคิดไปให้ถึงที่สุด ความทุกข์ยากทางกายภาพเหล่านั้นก็คือความธรรมดาสามัญที่เขาต้องเผชิญมาทั้งชีวิตนั่นเอง

ภายใน กลิ่นที่ไร้กลิ่น ของความว่างเปล่า มีกลิ่นสุดท้ายที่เขายังคงจดจำได้อย่างแม่นยำลอยปะปนอยู่ มันไม่ใช่กลิ่นที่หอม หรือเหม็น เขาไม่สามารถอธิบายมันด้วยคำใดใดที่รู้จักได้

สิ่งต่อมาที่เขาพบเห็นภายใต้ แสงสว่างที่ไร้เงา เหล่านี้ ก็คือดวงตาคู่งามที่โตไม่เท่ากันคู่นั้น พวกมันช่างสุกใสราวกับเป็น ระบบดาวคู่ ส่องสว่างพร่างพราวอยู่ในจักรวาลอันแสนเวิ้งว้างเงียบเหงาแห่งนี้

“...เธอตามฉันเจอได้ยังไง” เขาถาม เพื่อทำลายความเงียบ และด้วยความสงสัย

เป็นเพราะคำสัญญาที่ไม่ได้พูดออกมา เพราะความหวังที่เธอมอบไว้ให้ ทำให้เขาเชื่อมั่นจากส่วนลึกของจิตใต้สำนึกในทันทีที่เห็นมือปุปะข้างนั้น ว่าจะต้องเป็นมือของอีกอร่า

โชคดีที่ครั้งนี้ความหวังไม่ได้เล่นตลกกับเขา เหมือนกับที่ชอบทำเป็นประจำ

“ฉฉันตามกลิ่นเธอมา” เธอย่นจมูก พร้อมกับรอยยิ้มเบี้ยวๆ ที่เคยชวนให้ขนลุก แต่ตอนนี้กลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป และทำให้เขารู้ว่ามันเป็นเพียงคำพูดล้อเล่น

หรืออาจจะเป็นความจริง เขาชักไม่แน่ใจ

“เพพราะฉันคือ ออีกอร่า ฉฉันสร้างหนทาง ฉฉันเอาตัวรอดได้เสมอไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์คับขันแค่ไหน” ในน้ำเสียงมีทั้งความสะทกสะท้อน และความภาคภูมิใจปะปนกันอย่างแยกไม่ออก ไม่รู้ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายใดมาบ้าง

ทั้งสองล่องลอยเคียงคู่ราวกับกำลังโบยบิน โดยที่เธอนำหน้าอยู่เล็กน้อย เขาแอบมองใบหน้าด้านข้างของเธอ รู้สึกสงสัยขึ้นมาว่า เธออาจจะไม่ได้มีอายุมากอย่างที่เข้าใจในตอนแรก ไม่แน่ว่าจะแก่กว่าเขาเพียงไม่กี่ปี บางทีอาจเป็นเพราะรอยแผลเป็นที่ถูกเย็บอย่างประณีตพวกนั้นที่ทำให้เธอดูแก่กว่าความเป็นจริง

แต่ใครจะรู้ อายุมักเป็นเรื่องอ่อนไหวสำหรับผู้หญิงเสมอ

ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักถึงแรงฉุดจากมือของเธอ มันทำให้เขาประหลาดใจ ก่อนจะกลายเป็นความรู้สึกโกรธขึ้นมา แรงฉุดหมายถึงร่างของเธอกำลังมีการเคลื่อนที่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาทำได้แค่เพียง ล่องลอย อยู่ในความว่างเปล่า ซึ่งถ้าเธอสามารถทำแบบนี้ สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวเองได้ ทำไมจึงปล่อยให้เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้น

“ฉฉันพึ่งหาวิธี บิน ในนี้ได้” เธอบอกราวกับจะรู้ทันความคิดของเขา บางทีผลกระทบจากความว่างเปล่าที่ทำให้ความคิด ความรู้สึกเฉียบคมขึ้นอาจเกิดกับเธอด้วยเช่นกัน

“แตต่ฉันสอนเธอไม่ได้ ฉฉันไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร เธธอต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองเท่านั้น” เขารู้สึกถึงแรงบีบที่มือซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย “ถถึงอย่างนั้นก็อย่าปล่อยมือโดยไม่จำเป็นล่ะ”

“...เธอยังไม่ได้ตอบเลย ว่าหาฉันเจอได้ยังไง” เขาถามอีกครั้ง เพราะถึงแม้ว่าเธอจะสามารถเคลื่อนที่ไปในความว่างเปล่าที่ดูเหมือนจะไร้สิ้นสุดนี้ได้ แต่เธอรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่ไหน เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าไปโผล่อยู่ในห้องปิดตายนั้นได้อย่างไร

“...ฉฉันได้พบกับ...คนนำทาง” เธอตอบ และเขาไม่ค่อยไว้ใจในน้ำเสียงแบบนั้น

#####

แมวขนสั้นสีเหลืองยังคงนั่งอยู่บน โต๊ะเขียนหนังสือ ใน ห้องหนังสือ ลิ้นชักเลื่อนปิดกลับเข้าที่ด้วยตนเองอย่างไร้ร่องรอย ในทันทีที่ร่างของใหญ่หายผ่านลงไป มันยังมีท่าทีเย่อหยิ่ง ไม่ใส่ใจในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น หางเรียวยาวนั้นถูกแกว่งตวัดกลับไปกลับมา ท่าทางแบบแมวขี้สงสัย ก่อนที่มันจะค่อยๆ ย่อตัวลงนอนตะแคง ยกขาหลังขึ้น แล้วก้มตัวลงเลียขนในบริเวณท้อง

ท่าทางของมันเริ่มดูแปลก คล้ายกับกำลังพยายามต่อสู้กับตัวเองเพื่อไม่ให้เลียต่ำลงไปกว่านั้น ในขณะที่ยังคงต้องเลียอย่างไม่อาจต้านทาน

“...เราคงต้องให้เธอหยุดไว้แค่นี้”

เสียงลึกลับไร้อารมณ์ดังขึ้นจากทางด้านหลังของมัน พอได้ยินคำพูดนั้น มันจึงสามารถหยุดเลียตัวเองได้ ท่าทางของมันคล้ายรู้สึกโล่งใจ แต่ก็ไม่พอใจมากเช่นกัน

มันรีบลุกขึ้นนั่ง เชิดหน้าขึ้น สองตาคล้ายสาดส่องประกายสีทองเจิดจ้า ก่อนส่งเสียงร้องดังยาวนานราวกับเป็นพญาราชสีห์ผู้ทรงอำนาจที่ส่งเสียงคำรามก้องไปทั้งพงไพร มันหยุดชะงัก ลองร้องอีกครั้งด้วยเสียงที่เบาลงกว่าเดิม ลองอีกสองสามครั้ง ก่อนแสดงท่าทางเหมือนไม่เข้าใจว่าเหตุใดแมวอย่างมันจึงทำได้แค่เพียงส่งเสียงร้องแบบแมวอย่างนี้

“เราไม่ใช่ เทพีอัลฟา และ เทพีโอเมกา ที่เธอรู้จัก ที่เป็นคนเก่าแก่แบบเดียวกับเธอ พวกที่เป็นทั้งตำนาน และมีตัวตนอยู่จริง ผู้ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความเชื่อ ทรงอำนาจด้วยความเชื่อ และจะหายไปเมื่อปราศจากความเชื่อเช่นกัน ผู้ที่เคยถูกลืม และจดจำได้อีกครั้ง ผู้ที่เคยคิดจะทำลายทุกสิ่ง แต่ต้องจบลงด้วยการถูกคุมขังไว้ด้วยความมีตัวตนนั้นเอง”

“เมี๊ยว” มันร้องค้านเสียงแข็ง

“แน่นอน เธอเป็นยิ่งกว่าคนเก่าแก่พวกนั้น เหนือกว่า ซานต้า ครอส ยิ่งกว่า แจ็ค ฟรอส หรือแม้แต่ เทพีอัลฟา และโอเมกา ไม่ต้องพูดถึง มนุษย์หมาป่า หรือ ผีดูดเลือด อะไรพวกนั้น” เมื่อได้ยินอย่างนั้น มันก็ทำท่านั่งยิ้มอย่างพอใจ “แต่เรายังยืนยันว่า เธอก็เป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า คนเก่าแก่ อยู่นั่นเอง”

“เมี๊ยว” มันร้องตอบโต้อย่างเสียอารมณ์ กระโดดข้ามไปที่เตียง ลงอย่างสวยงามตามที่แมวควรจะเป็น ก่อนจะส่งเสียงถามต่อ “เมี๊ยว”

“เราไม่ใช่คนเก่าแก่ เราไม่ได้ถูกลืม หรือถูกขังเอาไว้ เราคืออัลฟา และโอเมกา เราเป็นปฐม และเป็นอวสาน เป็นอดีต ปัจจุบัน อนาคต และจินตนาการทั้งปวง เราเป็นทุกสิ่ง และไม่เป็นสิ่งใดทั้งสิ้น”

“เมี๊ยว” มันร้องถามด้วยน้ำเสียงจิกกัด

“ที่นี่ไม่ใช่แค่ห้องห้องหนึ่ง แต่คือ ห้องหนังสือ” เสียงลึกลับเน้นราวกับคำว่า ห้องหนังสือ นั้นสามารถตอบคำถามทุกสิ่งได้ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว

แมวเหลืองเดินวนเวียนไปมาพร้อมกับก้มสำรวจมองร่างที่นอนนิ่งอยู่ภายในเตียงอย่างสนใจ ในชั่วขณะหนึ่ง มันคิดว่ากำลังจะได้เห็นความเคลื่อนไหว แขนทั้งสองจะถูกยกขึ้นมา ทำท่าราวกับจะไขว่คว้าสิ่งใด หรือผู้ใดเอาไว้ให้ได้ แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น เตียงที่เคยโปร่งใสนั้นค่อยๆ กลับคืนเป็นผิวโลหะสีเงินกึ่งเงากึ่งด้านเช่นเดิม

“นักเขียน มีความสำคัญกับพวกเธอ ไม่ว่าจะตื่น หรือไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยก็ตาม ทั้งสองทางนั้นมีความแตกต่าง แต่จะส่งผลกระทบถึงทุกสิ่ง รวมถึงตัวเธอด้วย”

มันเมินหน้าให้กับเสียงนั้น ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ได้ยิน ดูเหมือนห้องนี้จะไม่หลงเหลือสิ่งใดให้มันสนใจอีกแล้ว

“...เมี๊ยว...”

“ลาก่อน ผู้บุกรุก” เสียงลึกลับบอกลา เหมือนที่ทำกับเด็กหนุ่มชื่อใหญ่ และนั่นยิ่งทำให้มันมีท่าทางไม่พอใจมากขึ้น

ดวงตาของมันสาดส่องแสงสีทองออกมา ขนสีเหลืองทั่วทั้งตัวตั้งชันขึ้น แล้วหลังจากนั้น ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เมี๊ยว” มันส่งเสียงโวยวายอย่างหัวเสีย

“เราขอแนะนำให้เธอใช้ช่องทางเดียวกับที่ผ่านเข้ามาจะดีกว่า การพยายามที่จะเจาะระบบนั้นไม่เกิดประโยชน์อันใด ไม่ว่าจะทำได้สำเร็จ หรือล้มเหลวก็ตาม”

มันเมินหน้าหนีคำว่า ล้มเหลว นั้น ดวงตาเริ่มสาดส่องแสงสีทองออกมา ก่อนที่ครั้งนี้ ขนสีเหลืองทั่วทั้งร่างของมันจะลุกตั้งชันเปลี่ยนเป็นสีทองตลอดทั้งตัวด้วย หากเพ่งมองดูให้ดีจะพบว่า ที่ส่องแสงสีทองออกมานั้นเป็นเม็ดทรายเล็กละเอียดมากมายจนไม่อาจนับได้ถ้วน ที่อยู่บนร่างของแมวสีเหลืองนั้นไม่ใช่ขน แต่คือทะเลทรายสีทองอันกว้างไกลไร้สิ้นสุด

ทะเลทรายที่กำลังเกิดพายุพัดโหมกระหน่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างนั้นลอยสูงขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะกระจายหายไปในท่ามกลางกลุ่มเม็ดทรายที่ส่องแสงสีทองระยิบระยับ

“ลาก่อน ผู้บุกรุก”

เมื่อไม่มีใครอยู่คอยรับฟัง จึงไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่า เสียงนี้ดังขึ้นจริงหรือไม่ “หวังว่าเธอคงรู้ตัว ว่าได้ทำอะไรลงไป” เสียงนี้ดังขึ้นจากทางด้านหลังของห้องหนังสือ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ณ ที่แห่งใดในกาลอวกาศ มิติที่เท่าใด หรือในสนามความเป็นจริงใดใดก็ตาม

#####

“...คนนำทาง ยังมีคนอื่นอยู่ในนี้ด้วยหรือ” ใหญ่สงสัย แม้ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทาง ใจของเขาในตอนนี้ถูกถ่างให้เปิดกว้างขึ้นแล้ว

“ออือ แตต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นใคร” เธอตอบเสียงอ่อย 'หหรืออะไร'

“หมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจ”

“คคือ ในนตอนที่ฉันเริ่มบินได้ แตต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ฉฉันก็ได้พบกับคนนำทางที่ว่า” เธอลังเล “ทที่จริงก็ไม่ได้เป็นการพบกันอย่างเป็นทางการ ฉฉันแค่เห็นจากที่ไกลๆ เปป็นเหมือนดาวหางสีทองที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง ฉฉันก็เลยตัดสินใจตามไป เพพราะไม่รู้จะไปทางไหนอยู่แล้ว”

“แล้วเจ้าแสงสีทองนั่นก็พาไปจนเจอกับฉัน” เขานึกถึงแมวประหลาดสีเหลืองตัวนั้นขึ้นมาทันที แต่มันคืออะไร ทำไมต้องมีรูปร่างเป็นแมว และทำไมต้องช่วยพวกเขา เขาอาจไม่มีวันได้รู้คำตอบของคำถามพวกนี้ และจนถึงตอนนี้ มันก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาไปเสียแล้ว

คำถามนั้นมีมากเกินไป ส่วนคำตอบก็มีน้อยเกินไป ที่เขาต้องการไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคำถาม แต่เป็นคำตอบเพียงหนึ่งเดียว สำหรับคำถามที่ถูกต้องเท่านั้น

“ใชช่...ฉฉันพบกับข้างใต้ของลิ้นชักสีเงินที่ถูกเปิดแง้มออก มมันเหมือนกับประตูกลของรถม้า ฉฉันมองขึ้นไปตามรอยแยก แลละเห็นเธออยู่ข้างนอกนั่น แตต่ฉันออกไปไม่ได้ เหหมือนกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นคอยขวางกั้นเอาไว้ ฉฉันต้องพยายามอย่างเต็มที่ จจึงสามารถยื่นมือออกไปได้ข้างหนึ่ง”

เธอหันมองมา “ตตอนแรกฉันคิดว่าเธอจะกลัวมือของฉันเสียแล้ว” เสียงของเธอเบาลง แม้แต่ภายในความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยเสียงของความเงียบนี้

“ฉันดีใจที่เธอยอมจับมือฉันเอาไว้”

“เธอรู้ตัวหรือเปล่า ว่าเมื่อครู่ไม่ได้พูดติดเสียงอักษรตัวแรกซ้ำเหมือนทุกครั้ง ที่จริงฉันได้ยินมาสองสามครั้งแล้ว” เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเวลาเหมาะสมที่จะพูดเรื่องนี้กับเธอหรือไม่ เขาสงสัยว่าเธออาจจะพูดได้เป็นปกติ แต่แกล้งพูดแบบนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง

“ไมม่จริง พพวกฉันพูดอย่างนี้เสมอ” เธอยืนยันเสียงแข็ง และเขาคิดว่าจะปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปก่อน

“ฉันมีคำถาม ทำไมเธอถึงต้องรีบออกห่างจากลิ้นชักโต๊ะนั้น”

“ขข้างนอกนั่นคงไม่ใช่ทางออกสินะ” เขาพยักหน้ารับ “...ฉฉันรู้สึกได้ถึงอันตราย ออันตรายอย่างมาก แลละฉันเชื่อความรู้สึกของตัวเองในเรื่องนั้นได้เสมอ”

ที่จริงแล้วเธอยังบอกเขาออกไปไม่หมด มันใม่ใช่แค่อันตราย แต่ทั่วทุกส่วนในร่างกายของเธอต่างพากันกรีดร้องอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอไม่อยากจะเฉียดเข้าไปใกล้ หรือแม้แต่อยู่ไกลๆ ไม่ต้องพูดถึงการพยายามค้นหาจุดอ่อนเพื่อสอดมือผ่านออกไปจากช่องว่างเล็กๆ นั้น

เธอไม่รู้ตัวว่าทำได้อย่างไร ไม่รู้ว่าจะทำได้อีกหรือไม่ ทั้งๆ ที่เธอได้ทำมันลงไปจนสำเร็จแล้วก็ตาม

เขาพยักหน้ารับ “แต่เราควรจะรอคนนำทางของเราหรือเปล่า เผื่อว่าจะย้อนกลับมาพาเรากลับไปที่ประตูกลใต้รถม้าได้”

ครั้งนี้ เธอเป็นฝ่ายพยักหน้าบ้าง “ฉฉันก็คิดอย่างนั้น จจึงยังวนอยู่รอบๆ ลิ้นชักโลหะในระยะที่คิดว่าปลอดภัย ถถึงอย่างไรดาวหางสีทองแบบนั้นก็สามารถมองเห็นได้จากที่ไกลๆ อยู่แล้ว”

เขาไม่ได้ถามต่อ ว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่ากำลังวนเวียนอยู่รอบลิ้นชักอย่างที่ว่า โดยที่เขาไม่สามารถมองเห็นมันอยู่ในระยะสายตา แต่เขาก็ไม่ลืมว่าอีกอร่าเป็นคนขับรถม้าที่เก่งกาจ บางทีเธออาจสามารถบอกระยะ และทิศทางต่างๆ ได้อย่างแม่นยำโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือใดใดช่วยเลยก็เป็นได้

เขาหวังอย่างนั้น


Create Date : 23 เมษายน 2560
Last Update : 23 เมษายน 2560 18:34:25 น. 0 comments
Counter : 240 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

zoi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




..........
Friends' blogs
[Add zoi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.