ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายเกินพิกัด...แล้วจะกลับมาเขียนเรื่องที่ค้างไว้ให้จบครับ...สักวัน
Group Blog
 
 
เมษายน 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
20 เมษายน 2558
 
All Blogs
 
แจ้ง (3)

เพียงแค่ช่วงสาย ค่ายฝึกที่เคยคึกคักแห่งนี้ก็กลับกลายเป็นเงียบงันว่างเปล่า ความวุ่นวายที่ผ่านมากลายเป็นอดีต เหล่าเด็กหนุ่มต่างแยกย้ายเพื่อกลับไปประจำการในหน้าที่ใหม่ตามแนวป้องกันรอบหมู่บ้านของตน ภายใต้ความช่วยเหลือจากมหานคร ครูยุทธมองดูหมู่อาคารที่สร้างขึ้นด้วยไม้อย่างมั่นคง พวกมันดูเหมือนเป็นการลงทุนที่เกินความจำเป็นสำหรับการฝึกเฉพาะกิจเพียงครั้งเดียวแบบนี้ แต่เขาคาดว่าเพื่อนเก่าคงมีแผนสำหรับพวกมันไว้เรียบร้อยแล้ว

เอฟ เค สไตน์ อดีตทหารรับจ้างฝีมือเยี่ยม อดีตทนายความ และในเวลานี้ ที่ทำให้เขาแปลกใจอย่างที่สุดเมื่อได้รับการติดต่อจากคนที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาในหลายสนามรบ สไตน์ได้กลายมาเป็นรองผู้ว่าการแห่งมหานคร หนึ่งในเมืองขนาดมหึมาที่มีอิทธิพลมากที่สุดในภูมิภาคแถบนี้

เขาได้ยินมาว่ามันเป็นการเลือกตั้งครั้งดุเดือดในรอบหลายปี เป็นการต่อสู้กันอย่างสูสีระหว่างผู้ว่าการคนปัจจุบัน เอ เฮช ลินคอน กับผู้ท้าชิงที่คาดไม่ถึงอย่างสไตน์ มันจบลงด้วยชัยชนะอย่างเฉียดฉิวของลินคอน แต่ผู้ชนะกลับเสนอตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน รองผู้ว่าการมหานคร ให้กับผู้พ่ายแพ้ 'มหานครกว้างพอสำหรับเราทั้งสองคน' ลินคอนได้พูดไว้ ซึ่งหลายคนต่างเชื่อว่ามันเป็นการกระทำเพื่อหวังผลทางการเมืองในระยะยาวอย่างไม่ต้องสงสัย

สไตน์ไม่ปฏิเสธโอกาสที่ได้รับมา แม้ว่ามันอาจจะซุกซ่อนกับดักเอาไว้ก็ตาม อย่างเช่นถ้าหากเขาทำบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดลงไป ลินคอนคงไม่ลังเลที่จะใช้มันเล่นงานเขาจนไม่อาจกลับมาเป็นคู่แข่งทางการเมืองได้อีกเลย

ครูยุทธกลับเข้าไปในห้องพักของตน ก่อนนั่งลงศึกษาแผนที่ขนาดใหญ่ที่กางทิ้งไว้บนโต๊ะยาว ในนั้นแสดงให้เห็นถึงพื้นที่ในแถบนี้ แม่น้ำอินแซนไหลผ่านจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่สองฟากฝั่งของลำน้ำเป็นที่ราบลุ่มสำคัญอันอุดมสมบูรณ์ มีหมู่บ้านขนาดทั้งเล็กใหญ่กระจัดกระจายตั้งอยู่หลายสิบแห่ง ประชากรส่วนใหญ่ทำการเกษตร และเลี้ยงสัตว์

ทางด้านทิศเหนือกับตะวันออกเฉียงเหนือของแผนที่แสดงถึงผืนป่า และส่วนหนึ่งของแนวภูเขาบีนที่ทอดตัวยาวเหยียดสลับซับซ้อน ใต้แนวป่านี้ลงมามีกากบาทสีแดงถูกวาดไว้ในหลายตำแหน่ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ใกล้กับหมู่บ้านแห่งใดแห่งหนึ่งเสมอ มันแสดงตำแหน่งของการพบภัยคุกคามที่เกิดจากพวกสัตว์มืดนั่นเอง

กากบาททั้งหมดยังคงมีอยู่เฉพาะทางตอนเหนือของแม่น้ำอินแซน แต่เขาคาดว่าในไม่ช้าพวกมันจะแพร่กระจายข้ามลำน้ำลงมา 'ถ้าหากพวกมันยังคงไม่พบเจอสิ่งที่ต้องการ' มันเป็นความคิดค่อนข้างแปลกซึ่งเขาเขียนลงในจดหมายฉบับล่าสุดที่ส่งไปถึงสไตน์

เขายอมรับงานฝึกสอนส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันเป็นคำขอร้องจากเพื่อนเก่า อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวเขามีความสนใจในสัตว์แปลกประหลาดมาเนิ่นนาน แม้ว่าสัตว์มืดที่พบโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นสัตว์ที่เกือบจะปกติ มีบางรายงานที่แสดงถึงการได้พบเจอกับสัตว์ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยมีใครพบเห็น แน่นอนที่ส่วนใหญ่เกิดจากความมืด ความกลัว หรือไม่ก็เครื่องดื่มมึนเมาที่พึ่งดื่มไปก่อนหน้า แม้ว่าในบางกรณีจะมีความน่าเชื่อถือ แต่ก็ยังไม่เคยมีการยืนยันด้วยซากของสัตว์ประหลาดเหล่านี้แม้แต่ครั้งเดียว

เขาไม่เชื่อว่ามันจะเป็นการออกหากินนอกถิ่นฐานตามปกติ ป่าในแถบทางเหนือนั้นยังคงความอุดมสมบูณ์ และแทบจะไม่ถูกรบกวน พวกมันจึงไม่มีเหตุผลที่จะออกมาสู่ที่ราบ มันไม่ใช่การอพยพย้ายถิ่น ไม่มีการรวมเป็นฝูง ไม่ใช่กับสัตว์ในภูมิภาคแถบนี้ พวกมันค่อยๆ เคลื่อนลึกลงมาทางใต้ และสัตว์มืดเหล่านี้ต้องมีจำนวนมากกว่าที่คาด เพราะรายงานการพบเห็นนั้นเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อพวกมันเข้าใกล้หมู่บ้านจนไปพบเจอกับชาวบ้านเข้านั่นเอง

เขาเชื่อว่าสัตว์มืดกำลังพยายามค้นหาบางสิ่ง อันที่จริงแล้วเขายังมีความคิดประหลาดยิ่งกว่านั้นเสียอีก

นกพิราบสื่อสารสี่ห้าตัวพากันส่งเสียงร้องจากในกรงขนาดใหญ่สองอัน กรงหนึ่งนั้นเป็นบ้านที่พวกมันจะบินกลับมา ส่วนอีกอันเป็นที่อยู่ชั่วคราวของพวกมันก่อนที่จะได้บินกลับคืนสู่บ้านภายในมหานคร นกพิราบสามารถค้นหาทิศทางเพื่อบินกลับสู่บ้านได้เสมอ และยังไม่มีใครบอกได้ว่าพวกมันทำได้อย่างไร

บนแผนที่ยังมีจดหมายฉบับล่าสุดจากรองผู้ว่าสไตน์ที่ถูกส่งมาพร้อมกับนกพิราบตัวหนึ่งซึ่งเขาเห็นมันบินกลับเข้ามาในตอนที่เรื่องวุ่นวายในสนามฝึกจบลง

มหานครนั้นอาจมีสิ่งที่เรียกว่าโทรศัพท์สำหรับใช้ในการติดต่อสื่อสาร หรือสิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่าอย่างโทรทัศน์ รวมไปถึงรถยนต์ และความก้าวหน้าในด้านอื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งเหล่านั้นกลับถูกจำกัดอยู่เพียงภายในเมืองใหญ่เท่านั้น ความไม่คงที่ของเทคโนโลยี ความเจริญก้าวหน้าที่ไม่สัมพันธ์กัน เป็นวิถีชีวิตที่ผู้คนบนโลกแห่งนี้ต่างคุ้นเคยมานาน

ดูเหมือนว่าสไตน์จะไม่เชื่อในความคิดเห็นที่เขาส่งไป แต่ก็ยังตอบกลับมาอย่างสุภาพ รองผู้ว่าไม่เชื่อว่าพวกสัตว์จะทำอะไรแบบนั้นได้ เขาเสนอเหตุผลที่เชื่อได้ง่ายกว่า ว่ามันอาจเป็นโรคระบาดชนิดใหม่ที่ทำให้สัตว์ป่าธรรมดาที่ติดเชื้อมีอาการแสดงเหมือนกับสัตว์มืด อย่างดวงตาสีดำพวกนั้น พวกมันอาจถูกขับไล่จากพวกเดียวกัน หรือไม่ก็เพราะการเจ็บป่วยนั้นเองที่ทำให้นิสัยของพวกมันเปลี่ยนไปจากเดิม จนพากันเดินทางออกมาสู่ที่ราบลุ่ม

หากปัญหาที่เกิดจากพวกสัตว์มืดไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ รองผู้ว่าก็คิดว่าการจัดตั้งหน่วยทหารอาสาเพื่อร่วมกันป้องกันหมู่บ้านก็เพียงพอแล้ว ส่วนการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ก็ยังมีความจำเป็น แต่ไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วน

ภายในจดหมายฉบับนี้ สไตน์ยังได้เปิดเผยถึงแผนที่เขาคิดจะทำกับค่ายฝึกแห่งนี้ในอนาคตอันใกล้ เขาต้องการจะจัดตั้งระบบการฝึกทหารขึ้นในภูมิภาคแถบนี้ ด้วยการอ้างถึงความจำเป็นที่หากต้องมีการรักษาความปลอดภัยในระดับภูมิภาคร่วมกันเหมือนกับเรื่องของสัตว์มืดในครั้งนี้เกิดขึ้นอีก และต้องการให้เพื่อนเก่าอยู่ช่วยจัดการสถานที่แห่งนี้ต่อไป พร้อมกับคนอื่นๆ ที่เขากำลังทำการคัดเลือกอยู่

ครูยุทธอ้อมไปนั่งลงก่อนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาไม่แน่ใจ ทั้งเรื่องของหน้าที่การงาน และเหตุผลที่เพื่อนให้ไว้ในจดหมาย เขาคิดว่ามันอาจมีอะไรมากกว่านั้น แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยเฉพาะในตอนนี้ที่เขารู้สึกสนใจในสัตว์ประหลาดซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันเหล่านั้น

เขาอยากจะเป็นคนแรกที่ได้ค้นพบ ได้ตั้งชื่อให้กับพวกมัน ให้ผู้คนได้จดจำพวกมันไปพร้อมกับตัวเขา อีกนานเท่านาน โอกาสแบบนี้มีไม่บ่อย หรืออาจไม่พบเจออีกเลย

เขาหันกลับมาสนใจแผนที่ตรงหน้าอีกครั้ง เดิมทีเขาตั้งใจที่จะชักชวนคู่หูจอมแสบให้บุกเข้าไปในป่าลึกเชิงเขาบีนด้วยกัน ย้อนรอยเส้นทางของสัตว์มืดเพื่อค้นไปให้ถึงต้นกำเนิดของพวกมัน เขาอาจได้พบกับตัวที่เป็นจ่าฝูง ซึ่งควรจะเป็นสัตว์ประหลาดอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างน้อยก็ตามความเชื่อของเขา

เขาอาจเข้าใจผิด ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงเรื่องเหลวไหล คำอธิบายของสไตน์อาจถูกต้อง แต่ใครจะไปรู้ เขาอาจจะเป็นฝ่ายถูกก็ได้

บนแผนที่นั้นยังมีบางกากบาทสีแดงที่ถูกวงกลมล้อมรอบเอาไว้อีกชั้น มันดูคล้ายเป็นเส้นทางที่ขาดๆ หายๆ จากแนวป่าเคลื่อนลงไปสู่แม่น้ำอินแซน จุดเหล่านี้คือจุดที่มีรายงานการพบ สัตว์ประหลาด ที่ค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือ การบุกเข้าไปในป่าเพียงลำพังอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

คงได้เวลาที่เขาต้องลาจากบ้านชั่วคราวแห่งนี้เสียแล้ว และไม่เหมือนกับนกพิราบ เขาคงไม่หวนกลับมาอีก รองผู้ว่าสไตน์สามารถหาคนอื่นมาแทนเขาได้ไม่ยาก เวลาผ่านไป เขาและเพื่อนที่อยู่ในความทรงจำของกันและกันนั้นยังคงเป็นเช่นเดิม เป็นคนที่คอยระวังหลังให้กันและกันเสมอ แต่ตัวเขาในตอนนี้ กับรองผู้ว่าสไตน์อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว

เขาเริ่มลงมือเขียนจดหมายตอบอย่างไม่รอช้า

#####

ใหญ่กับอรุณเดินทางกลับด้วยกันเพียงลำพัง ถึงแม้ว่าจะมีเด็กหนุ่มอีกสองสามคนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน แต่ทั้งหมดกลับไม่ค่อยสนิทกันนัก สุดท้ายจึงตัดสินใจที่จะแยกกันเดินทาง จากกลุ่มที่เดินไปด้วยกันในตอนแรก ต่างค่อยๆ แยกย้ายไปตามเส้นทางที่เลือกเดิน ท้องฟ้าค่อยๆ มืดมิดลงอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่าหมู่บ้านของพวกเขาจะอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก แต่กว่าจะกลับไปถึงก็คงต้องเป็นช่วงบ่ายหรือเย็นในวันรุ่งขึ้น ในขณะที่อีกหลายคนต้องเดินทางต่อไปอีกหลายวันกว่าจะกลับถึงหมู่บ้านของตน

พื้นที่แถวนี้เป็นท้องทุ่งที่มีต้นไม่ใหญ่เบียดแทรกขึ้นเป็นหย่อมๆ ไม่แออัด ทั้งสองเลือกเดินไปตามเส้นทางเกวียนเก่าแก่สายหนึ่งซึ่งทำให้เดินได้ง่าย นานๆ ครั้งก็ยังมีขบวนรถสินค้าวิ่งผ่านในทางเส้นนี้ พวกเขาอาจโชคดีได้โดยสารไปด้วย แต่วันนี้กลับเงียบเชียบ ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้พวกเขาอาจจะโชคดีกว่า

“รีบหาที่พักคืนนี้ก่อนที่ฟ้าจะมืดดีกว่า” ใหญ่เสนอ เพราะรู้ว่าเมื่อเริ่มมืดแล้ว มันจะมืดลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครตั้งให้เขาเป็นหัวหน้า แต่เขามักชอบออกคำสั่ง บางทีอาจเป็นเพราะพ่อของเขาเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เหมือนกับที่ปู่ของเขาเป็น และชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างคิดว่าใหญ่เองก็คงจะได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไปในที่สุด

“แถวนั้นดีไหม” อรุณเสนอ พร้อมกับชี้มือไปที่ทำเลเหมาะสมห่างออกไปไม่ไกล “ฉันกำลังจะบอกพอดี” ใหญ่พูดตามแบบฉบับที่อรุณคุ้นเคย เขาเป็นคนที่รู้ทุกอย่าง และถ้าเขาไม่รู้ เขาก็ไม่อยากให้ใครพูดออกมา

ท้องฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดวงดาววับแวมเต็มท้องฟ้า นักเล่านิทาน ผู้เฒ่าผู้แก่ และพ่อแม่ของพวกเขามักมีเรื่องราวน่าตื่นเต้นต่างๆ เกี่ยวกับเทพเจ้า ผู้กล้า และสัตว์ประหลาดนานาชนิดที่ต่อสู้กัน หรือสร้างเรื่องราวมหัศจรรย์ต่างๆ ขึ้นบนสรวงสวรรค์ข้างบนนั้น

เสบียงที่ได้รับแจกก่อนออกเดินทางประกอบไปด้วย เนื้อเค็ม เมล็ดถั่ว กับขนมปังแห้งๆ มีเพียงพอให้พวกเขากินระหว่างทาง แต่หากพวกเขาต้องการก็สามารถเก็บหาของกินจากธรรมชาติรอบตัวได้ไม่ยาก มันเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้ และได้รับการทดสอบเพื่อก้าวเข้าสู่วัยหนุ่มตามประเพณีของหมู่บ้านส่วนใหญ่ในแถบนี้

“นายกำลังนึกถึงเรื่องนั้นหรือเปล่า” ใหญ่ถามพร้อมกับใช้ไม้เขี่ยกองไฟที่ช่วยกันก่อขึ้นอย่างใจลอย ไม้ที่กลายเป็นถ่านแตกส่งเสียงพร้อมกับส่งสะเก็ดไฟปลิวไปในสายลม

“...เรื่องไหนล่ะ” อรุณคิดว่าเขารู้ แต่ก็แกล้งถามกลับไป

“เรื่องสัปดาห์ทดสอบไงเล่า คืนแบบนี้ทำให้ฉันนึกถึงช่วงเวลานั้นขึ้นมา”

“อือฮึ” อรุณเดาไม่ผิด เขาเองก็กำลังนึกถึงเรื่องเดียวกัน เจ็ดวันที่เด็กผู้ชายแต่ละคนจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังในกระท่อมทดสอบ พวกเขาจะต้องหาน้ำ อาหาร ใช้ชีวิตด้วยตนเองตลอดเจ็ดวันโดยไม่มีสิ่งใด นอกจากมีดเก่าๆ ด้ามหนึ่งที่พวกเขาจะได้พบโดยบังเอิญเมื่อเริ่มสำรวจกระท่อม มีดที่ถูกเรียกว่าเป็น สมบัติของบรรพบุรุษ ซึ่งช่วยให้การใช้ชีวิตตลอดสัปดาห์นั้นง่ายขึ้นมาก

แหล่งน้ำที่อยู่ห่างไปไม่ไกลหากรู้วิธีหา พืชอาหารหลายชนิดที่พวกเขารู้จักมีขึ้นอยู่หลายแห่ง สัตว์เล็กๆ ที่สามารถล่าได้ด้วยกิ่งไม้ยาวที่ใช้เถาวัลย์มัดมีดโบราณด้ามนั้นไว้ที่ปลายด้านหนึ่ง หรืออาจเป็นหอกไม้หลายเล่มที่ถูกตัด และเหลาให้แหลมได้ด้วยมีดเล่มนี้

แล้วในวันที่เจ็ดพวกเขาจะต้องเดินไปที่ลำธาร เพื่อค้นหาสิ่งหนึ่ง สิ่งซึ่งเป็นตัวแทน เป็นสิ่งที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษผู้บุกเบิกการอยู่อาศัยในดินแดนแถบนี้ ผู้ที่ทอดกายลงสู่ผืนดิน กลายเป็นหนึ่งเดียวกันกับบ้านของพวกเขา

ทั้งคู่ต่างหยิบหินก้อนเล็กๆ ที่ผูกไว้กับเชือกหนังรอบคออันเป็นสิ่งแสดงถึงการเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านสัปดาห์ทดสอบมาได้ พวกเขาจะเก็บมันขึ้นมาจากลำธารด้วยตนเองในวันสุดท้าย พวกเขาจะรู้ได้เองว่าหินก้อนไหนที่เป็นของเขาเมื่อได้พบกับมัน มันมักเป็นหินที่แปลก มีสี รูปร่าง บางสิ่งที่แตกต่างไปจากก้อนอื่นๆ หลายคนถึงกับอ้างว่าได้ยินเสียงกระซิบเรียกหาจากหินพวกนี้ด้วย ซึ่งไม่มีใครยืนยัน ทั้งในทางที่เป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

ก้อนหินของใหญ่นั้นเป็นก้อนกลมเรียบๆ ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น ในขณะที่ของอรุณนั้นมีรูปร่าง และลวดลายที่เปลี่ยนแปลงไปตามแต่มุมมอง

มีดโบราณเล่มนั้นจะไม่ถูกพูดถึง แต่ละคนจะซ่อนมันไว้ก่อนจากไป อาจไม่ใช่ในที่เดิม เพื่อรอจนกว่าเด็กคนต่อไปจะมาพบ บางครั้งมันก็เป็นเรื่องสนุกที่พยายามจะซ่อนมันไว้ให้ลึกลับที่สุด นับเป็นเรื่องแรกที่ผู้ชายได้ทำในฐานะของผู้ใหญ่ ซึ่งหากคิดให้ดีแล้วมันก็ย้อนแย้งกันเองอย่างน่าขัน

ทั้งสองพูดคุยกันด้วยเรื่องทั่วไปก่อนที่ใหญ่จะพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “...เราเคยมีกันหกคน แต่ตอนนี้เหลือแค่สี่”

อรุณคิดว่าอาจเป็นเพราะเรื่องเมื่อเช้าที่ทำให้เขาพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อนในวัยเด็กอีกสองคนของพวกเขา สองคนที่ช่วยกันจับรุ่งลงน้ำไปในวันนั้น ทั้งคู่ไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าสู่สัปดาห์ทดสอบ พวกเขาจากไปเร็วเกินไป เพราะโรคระบาดครั้งใหญ่ที่แสนน่ากลัว ซึ่งรวมถึงแม่ของอรุณด้วย ทั้งสองมองสบตากัน และใหญ่รู้ตัวว่าเขาพูดมากเกินไป

อรุณเองก็ติดโรคระบาดในครั้งนั้นเช่นกัน แต่เขากลับรอดชีวิตมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาล้มป่วยก่อนแม่ และเมื่อเขาอาการดีขึ้น ก็ต้องพบเจอกับข่าวร้าย เขาเอาแต่ร้องไห้โวยวาย ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องจริง เขายังจำได้ว่าแม่คอยดูแลเขาเมื่อตอนที่เริ่มล้มป่วย เขาจึงโทษตัวเอง โทษว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นความผิดของเขา

พ่อห้ามไม่ให้เขาคิดแบบนั้นเด็ดขาด และไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกเลย แต่ใครจะห้ามความคิดของตนได้ ใหญ่เองก็รู้เรื่องนี้ จึงรู้ว่าทำไมเขาจึงโกรธขึ้นมาอย่างนั้น

“...นอนกันดีกว่า” ใหญ่ว่าพร้อมกับอ้าปากหาว

“นายว่าพวกเธอจะคิดถึงเราบ้างไหม” อรุณแกล้งพูดถึงเรื่องที่จี้ใจดำเพื่อนขึ้นบ้าง

“เธอจะต้องคิดถึงฉัน ไม่ใช่นาย” ใหญ่ตอบอุบอิบ

“ก็แล้วเธอคนไหนล่ะ ที่จะคิดถึงนายน่ะ” กำปั้นถูกเหวี่ยงมาที่แขนซึ่งอรุณขยับหลบได้ทันท่วงที “พูดมาก นอนได้แล้ว” ใหญ่ทำเสียงไม่พอใจ ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปนอน ในละแวกแถบนี้ไม่มีสัตว์ล่าเนื้อขนาดใหญ่ที่เป็นอันตราย นอกจากอาจมีงู หรือแมลงที่มีพิษบางชนิดเท่านั้น

แสงกระพริบพราวของดวงดาวบนฟากฟ้า รวมถึงการเดินทางตลอดทั้งวันช่วยกันขับกล่อมให้หลับไหลลงได้ไม่ยาก ดูเหมือนทั้งสองจะลืมนึกถึงเรื่องที่ทำให้พวกเขาต้องมาฝึกฝนอยู่ห่างไกลบ้าน พื้นที่แถบนี้กำลังตกอยู่ภายใต้อันตรายที่ไม่เคยมีมาก่อนจากการรุกรานของสัตว์มืดนั่นเอง

พวกเขาควรระมัดระวังตัวเองให้มากกว่านี้


Create Date : 20 เมษายน 2558
Last Update : 20 เมษายน 2558 8:35:42 น. 0 comments
Counter : 403 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

zoi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




..........
Friends' blogs
[Add zoi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.