ผมไปที่ไหนก็ได้ ขอเพียงแต่ต้องก้าวไปข้างหน้า I will go anywhere as long as it forward.
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
สุดท้ายเพื่อ...ตัวเอง

แตกต่าง แต่ ไม่แตกแยก คือ สิ่งที่สังคมอยากให้เกิด
แตกต่าง แล้ว แตกแยก คือ สิ่งที่กำลังเป็นไป
ดังจะเห็นได้จากการที่บ้านเมืองเป็นสองฝักสองฝ่ายอย่างชัดเจน หนึ่งคือ กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย อีกหนึ่ง คือ กลุ่มคนรักทักษิณ ที่แฝงมาตามม็อบ หรือการชุมนุมต่างๆ ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็พยายามออกมาเคลื่อนไหวเพื่อโจมตี ฝ่ายตรงข้าม ไม่เพียงการนำเสนอผ่านสื่อหลักเท่านั้น ทั้งสองฝ่ายยังได้เพียรพยายามหาพื้นที่เพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง จึงเป็นที่มาของ เอเอสทีวี (astvหรือ Asia Satellite TV ) และ พีทีวี (ptvหรือ people television)


เอเอสทีวี และพีทีวี ต่างก็เป็นสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ซึ่งนั่นก็อาจเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ทั้งคู่เหมือนกัน เพราะนอกเหนือจากนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความต่างแบบสุดขั้ว เริ่มกันที่เจตนารมณ์ เอเอสทีวีประกาศโท่งๆ ตั้งแต่ก่อกำเนิดแล้ว ขออยู่คนละฟากกับรัฐบาลทักษิณ ตรงข้ามแบบสุดกู่ โดยมีนาย “สนธิ ลิ้มทองกุล” แกนนำกลุ่มพันธมิตร เป็นผู้คุมบังเหงียน

ช่วงที่ทักษิณยังเรืองอำนาจสนธิเน้นการโจมตีแบบใส่ไม่ยั้ง เรียกได้ว่าคุ้ยมาเท่าไหร่แฉให้หมด ทำให้ทักษิณเสียรังวัดไปพอตัว และทำให้อำนาจในมือเริ่มสั่นคลอน และสูญเสียไปในท้ายที่สุด


ขณะที่พีทีวี ทีวีเพื่อประชาชน นำโดย4จตุรเทพ คือ นาย “วีระ มุสิกพงศ์ “ นาย” จักรภพ เพ็ญแข” นาย “จตุพร พรหมพันธ์ “ และ นาย “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ซึ่งบุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ เป็นอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยทั้งสิ้น ทำให้แทบไม่ต้องบอกก็รู้ว่า พีทีวี ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อต่อกรกับรัฐบาลชุดใหม่

แต่หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อการเผยแพร่สัญญาณ ตามกำหนดการถูกระงับ โดยการคัดค้านของ นาย “ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้ฝ่ายพีทีวี ไม่พอใจ และมองว่า รัฐบาลกำลัง “เลือกปฏิบัติ” เพราะในขณะที่ตนเองถูกระงับ เอเอสทีวี กลับดำเนินการได้อย่างหน้าตาเฉย


แต่มีหรือที่ฝ่ายพีทีวีจะยอมยกธงขาวง่ายๆ พวกเขาดำเนินการต่อ กันอย่างลับๆ จนได้ออกอากาศ ทาง สถานีโทรทัศน์เอ็มวีทีวี ช่อง1 หรือ สตาร์ แชนแนล แต่ก็ถูกระงับสัญญาณอีก ในระหว่างการแพร่ภาพรายการ “ เพื่อนพ้องน้องพี่ พีทีวีเพื่อประชาชน “ และการถูกระงับครั้งนี้ เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดสะบั้นลง ก่อให้เกิดชนวนประทุขึ้นมาแทน

เพราะหลังจากนั้นฝ่ายพีทีวี ก็ได้นัดปรวมตัวกันที่สนามหลวงเพื่อปราศรัย โจมตีบทบาทของ คมช และการทำงานของรัฐบาล และอีกนัยเป็นการพยายามดิสเครดิตรัฐบาลชุดนี้ สังเกตได้จากการปราศรัย แทบทุกครั้งหนีไม่พ้นการกระทบกระทั่งกับกำลังทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามเข้าไปควบคุม


เหมือนพีทีวีจะรู้ว่าเกมของพวกเขายังตกเป็นรอง จึงพยายามขยายฐานอำนาจ และก็ทำสำเร็จ เมื่อไปดึงเอา น.พ.” เหวง โตจิราการ” นาย “ประทีบ อึ้งทรงธรรม” รวมทั้งบรรดาแกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผ็ดจการ มาร่วมขึ้นเวทีปราศรัย โดยเฉพาะ น.พ.เหวงนั้นเคยขึ้นเวทีพันธมิตรมาก่อนด้วย เรียกได้ว่าเป็นการตบหน้ากลุ่มพันธมิตรเข้าฉาดใหญ่


การชุมนุมเพียงอย่างเดียวยังน้อยไปหากอยากมีชัย ฝ่ายพีทีวีจึงเดินหน้าขับเคลื่อนเพิ่มอีกทาง พวกเขาบันทึกเทปลงซีดี เพื่อนำแจกจ่ายให้กับประชาชน เนื้อหาในนั้นส่วนใหญ่เป็นข้อความโจมตี คมช.และ รัฐบาล ไม่เว้นแม้กระทั่ง ประธานองคมนตรี อย่าง พล.อ.” เปรม ติณสูลานนท์ “ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก เพราะพล.อ.เปรมเป็นเหมือนตัวแทนของในหลวง

รวมทั้งข้อความตามทางขึ้นสะพานลอย “คมช.ออกไป” ที่มีให้เห็นอยู่เกลื่อนกลาดมองผิวเผินเหมือนจะเป็นฝีมือของคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร แต่หลายคนเชื่อว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นฝีมือการว่าจ้างของ พีทีวี เนื่องจากสีและลักษณะตัวอักษรของข้อความนั้นไม่ว่าเจอที่ไหน ต้องร้องอ๋อ เพราะดันเหมือนกันแทบทุกที่


เมื่อฝ่ายพีทีวี ออกมาชุมนุมเรียกร้องหาประชาธิปไตย จนถูกตั้งแกมยัดเยียด ให้เป็น”ม็อบพีทีวี “หรือ ฝูงชนบ้าคลั่งไปเสียแล้ว ซึ่งทางเอเอสทีวีก็ไม่ได้นิ่งเฉยยืนให้เขาต่อย แม้จะไม่ได้เคลื่อนไหวผ่านการชุมนุม แต่พวกเขาก็ออกมาตอบโต้ผ่านสื่อในมือที่พวกเขามี โดยการจัดรายการวิพากษ์ วิจารณ์การกระทำของฝ่ายพีทีวี รวมไปถึงการทำงานของรัฐบาลด้วย ใช้ชื่อรายการว่า “ยามเฝ้าแผ่นดิน” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ทางช่อง นิวส์ วัน เพิ่มขึ้นจากในช่วงยุครัฐบาลทักษิณถึง4วัน ซึ่งวันจันทร์-พฤหัส จะเป็นการดำเนินรายการโดยสองพิธีกรหญิงที่จะสลับกันมาคือ “จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ” กับ”สโรชา พรอุดมศักดิ์” ส่วนฝ่ายชายประกอบไปด้วย “คำนูน สิทธิสมาน” และ “ปานเทพ พัวพงศ์พันธ์” เนื้อหาหลักๆ คือใครวิพากษ์มา เราวิพากษ์กลับ


แต่วันศุกร์จะเป็นการฉายเดี่ยว ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งคำพูดและเนื้อหาดูจะตรงไปตรงมา และมีความหนักหน่วงมากกว่าวันอื่นที่ออกอากาศ อย่างเช่นล่าสุดกล่าวโจมตี น.พ. เหวง โตจิราการ ว่าเป็นคนที่กลับกลอก เคยขึ้นเวทีพันธมิตรกล่าวโจมตีทักษิณว่าเป็นคนขายชาติ แต่มาวันนี้กลับอยู่ข้างพีทีวี และขึ้นพูดอย่างไม่อายว่า “ผมรักทักษิณ”พร้อมกับประมวลภาพที่น.พ.เหวง ขึ้นพูดให้กับม็อบพีทีวี และตั้งชื่อให้ว่า “โหวงเหวง เคว้งคว้าง กลางสนามหลวง” นำแสดงโดย “เหวง คนไม่มีราคา”


แม้ทั้งสองฝ่ายจะออกมาพูดว่าเจตนาของตนเองคือ ต้องการเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นในสังคม แต่การกระทำจริงๆ แล้วไม่ใช่ ฝ่ายพีทีวี ที่ออกมาร่ำๆ เรียกร้องก็ไม่ใช่เพื่อสังคม แต่เป็นการเรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเองมากกว่า สังเกตได้จากการชุมนุมหลายครั้งมักเกิดการกระทบกระทั่ง เหมือนพยายามก่อกวนให้เกิดความแตกแยกเพื่อให้รัฐบาลชุดนี้หมดความน่าเชื่อถือ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วโอกาสที่ทักษิณ ซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง จะกลับมาอีกครั้งก็เป็นไปได้สูงมาก

ขณะที่ทางเอเอสทีวี ที่ดูเหมือนจะประกาศตนขออยู่ตรงข้ามกับฝ่ายทักษิณ แต่ไปๆ มาๆ กลับมาวิจารณ์คมช.และรัฐบาล ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่าตกลงแล้ว เอเอสทีวีจุดยืนอยู่ตรงไหน ซึ่งทุกครั้งที่มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ ฝ่ายเอเอสทีวีก็จะสรรหาเหตุผลมาแก้ต่างทุกครั้งไป กลายเป็นว่าทุกวันนี้เอเอสทีวี พยายามปกป้องภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดีอยู่เสมอยามที่แลมองมา




Create Date : 16 กรกฎาคม 2550
Last Update : 18 กรกฎาคม 2550 15:06:07 น. 14 comments
Counter : 165 Pageviews.

 
สื่อเหล่านี้คือบุคคลที่สูญเสียผลประโยชน์ และต้องการตักตวงผลประโยชน์คืนมา ไม่ได้ต้องการทำเพื่อนใครดังที่ประกาศมา แต่ต้องการทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น

สวัสดี่ค่ะ ทักทายค่ะ


โดย: วลีรมย์ วันที่: 16 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:48:04 น.  

 
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "
หวังว่าคนดีคงยังมีแรงขับเคลื่อนต่อไป


โดย: วลีรมย์ วันที่: 16 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:50:33 น.  

 
ทุกฝ่ายต่างก็ต้องรักษาภาพพจน์ไว้ด้วยกันทั้งนั้น
ไม่มีใครยอมใคร....สู้กันจนถึงที่สุดของที่สุด
เหนื่อยใจจริงๆๆๆ



โดย: junaka วันที่: 16 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:08:47 น.  

 
พี่เอ็กซ์ครับ พี่เล่นเขียนวิเคราะห์ ซะดีแบบนี้ แล้วผมจะเอาไรมาเขียนล่ะครับพี่ เล่นแบบนี้เพื่อน แซดว่ะ เหอะๆ

ดีว่ะ ไม่รู้ว่าจะโกรธกันป่าวนะ แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาอ่านงานนายมาก็มากโขอยู่ แต่คราวนี้งานของนายสมบูรณ์แบบมาก

ขอยอมแพ้เลยรอบนี้ แต่...ฝากไว้ก่อนละกัน คราวหน้าเจอกัน เหอะๆ


โดย: ขบถเจอาร์ (reaction ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:22:28 น.  

 
ถ ถ ถ ถ .....ถูกต้องนะคร้าบบบ


โดย: note182 (note182 ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:42:16 น.  

 
เขียนดีมากเพื่อน แต่ทามไมม่ายมาเรียนไปไหนหว่า

คน(คนจำพวกที่นั้งหอบนหอคอยงาช้างนะ)ปากบอกว่าทำเพื่อประชาชน แต่ที่จริงแล้วการกระทำมานตรงกานข้ามกับคำพูด เพราะเขาเหล่านั้นคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนตาดำๆๆนะ เหอๆ สังคมไทย


โดย: อัศวินม้าไม้ (V18 ปุยฝ้าย) (กล่องความทรงจำ ) วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:25:21 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ส่งยิ้มมาทักทาย
เพื่อความหมายของสองเรา
มีกันเหมือนดั่งเงา
ไม่เคยเหงาเพราะมีเธอ
(โอย...เป็นอะไรไปแล้วเรา)


โดย: วลีรมย์ วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:46:26 น.  

 
สื่อพยายามทำสิ่งที่เรียกอยู่เสมอว่า"เป็นกลาง"
แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้คำว่า"เป็นกลาง"ของสื่อ คืออะไรกันแน่??..

ปล.เขียนได้ละเอียดดีค่ะ
แต่ย่อหน้าที่ 7 บรรทัดที่ 2
ตรงคำว่า คมช. จุดหายไปนะคะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: กระต่ายน้อย (tai_kko ) วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:32:39 น.  

 
เอาตัวตนที่แท้จริงของสื่อคืนมา!!!!


โดย: บัง (backpackindy ) วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:06:40 น.  

 
ร่วมกันกอบกู้ศักดิ์ศรี

ความเป็นสื่มวลชนคืนมา

ด้วยไปแห่งความกล้า

ด้วยแรงศรัทธาของพวกเรา


โดย: kunyingpoy (ตะวันว่าง ) วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:38:16 น.  

 
เขียนได้ดีมากเลย กระผมยังไม่ได้ทำเลย


โดย: ก.กานต์ (photograph ) วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:27:08 น.  

 
เขียนได้ละเอียด วิเคราะห์ได้ยอดเยี่ยมมากๆ

อ่านของนายแล้วหมดกำลังใจจะเขียนงานของตัวเองเลย

ทำให้เห็นถึงความสามารถที่อยู่ในตัวนายนะ ยังไงก็สู้ต่อไป ในฐานะมีไอดอลคนเดียวกัน 5555+


โดย: s-munvimol (ส.มั่นวิมล ) วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:29:28 น.  

 
ชอบ Intro ที่ว่า....
แตกต่าง แต่ ไม่แตกแยก คือ สิ่งที่สังคมอยากให้เกิด
แตกต่าง แล้ว แตกแยก คือ สิ่งที่กำลังเป็นไป
ดังจะเห็นได้จากการที่บ้านเมืองเป็นสองฝักสองฝ่ายอย่างชัดเจน หนึ่งคือ กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย อีกหนึ่ง คือ กลุ่มคนรักทักษิณ ที่แฝงมาตามม็อบ หรือการชุมนุมต่างๆ ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็พยายามออกมาเคลื่อนไหวเพื่อโจมตี ฝ่ายตรงข้าม ไม่เพียงการนำเสนอผ่านสื่อหลักเท่านั้น ทั้งสองฝ่ายยังได้เพียรพยายามหาพื้นที่เพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง จึงเป็นที่มาของ เอเอสทีวี (astvหรือ Asia Satellite TV ) และ พีทีวี (ptvหรือ people television)

แต่กลับเห็นต่างตอนสรุปของเรื่องที่ว่า....

ขณะที่ทางเอเอสทีวี ที่ดูเหมือนจะประกาศตนขออยู่ตรงข้ามกับฝ่ายทักษิณ แต่ไปๆ มาๆ กลับมาวิจารณ์คมช.และรัฐบาล ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่าตกลงแล้ว เอเอสทีวีจุดยืนอยู่ตรงไหน ซึ่งทุกครั้งที่มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ ฝ่ายเอเอสทีวีก็จะสรรหาเหตุผลมาแก้ต่างทุกครั้งไป กลายเป็นว่าทุกวันนี้เอเอสทีวี พยายามปกป้องภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดีอยู่เสมอยามที่แลมองมา

เพราะหาก "คมช." ไม่ปรากฎผลงาน มีแต่ความว่างเปล่า
สื่อที่ดีควรจะว่ากล่าว ตักเตือน เสนอแนะ


โดย: คุณครูตัวกลม IP: 203.131.213.194 วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:38:22 น.  

 
• นี่ๆตัวเองอ้วนมากไปแล้วขาก็ใหญ่พุงก็โย้แขนยังกะนักมวยปล้ำมาที่นี่นะเราช่วยได้http://goodlife.blog.ac


โดย: Sirikarm IP: 125.24.44.112 วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:7:41:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

zikou
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google
Friends' blogs
[Add zikou's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.