ผมไปที่ไหนก็ได้ ขอเพียงแต่ต้องก้าวไปข้างหน้า I will go anywhere as long as it forward.
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
28 กันยายน 2550
 
All Blogs
 

(ไม่)แตกต่าง

“ขณะนี้เที่ยวบินที่ทีจี113 ได้นำผู้โดยสารทุกท่านมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว กรุณาปรับพนักเก้าอี้ให้อยู่ในสภาพปกติและรัดเข็มขัดให้เรียบร้อยจนกว่าสัญญาณไฟจะดับ ขอขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการของสายการบินไทย สวัสดีค่ะ” เสียงประกาศจากแอร์โฮสเตสเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่าบัดนี้ทั้ง “วี” และ “นิชา” ได้กลับมาถึงเมืองไทยแล้ว
ทั้งคู่พบรักกันเมื่อสี่ปีที่ก่อน ในระหว่างไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และในวันนี้ทั้งคู่มีแผนที่จะเลี้ยงฉลองให้กับความสำเร็จที่ได้รับมา
บัดนี้ทั้งสองมาหยุดตรงหน้ารั้วอัลลอย ของบ้านสไตล์วิคตอเรียบนเนื้อที่กว่า2ไร่ บริเวณด้านหน้ามีลานน้ำพุ และสนามหญ้าสำหรับออกกำลังกาย
“นี่บ้านเธอเหรอวี”
“เป็นบ้านที่พ่อทิ้งไว้ให้ฉันก็ไปเรียนต่อ”
“ยังกับบ้านในฝันแน่ะ
ถึงแม้ภายนอกจะดูดโอ่อ่าและหรูหราแต่ภายในกลับดูตรงกันข้ามข้าวของกระจัดกระจายพื้นที่เดินแทบจะไม่มี เฟอร์นิเจอร์ก็เต็มไปด้วยฝุ่นผง เพดานก็กลายเป็นที่อยู่ของหยากไย่
“ทำไมเลอะเทอะจัง บ้านคนรึเปล่าเนี่ย” ฝ่ายหญิงแซว
โห! “ก็ไม่มีใครอยู่นี่ครับแม่คุณ” เขาย้อน
“ห้องครัวไปทางไหนจ๊ะคุณผู้ชาย” เธอกัดต่อ
“เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายครับคุณผู้หญิง”

ว้าย! เสียงอุทานจากฝ่ายหญิงทำให้วีตกใจ
“เกิดอะไรขึ้น” เขาถาม
“ลืมซื้อน้ำพริกเผามา”
เอ้า! “แล้วจะทำยังไงดีเนี่ย ต้มยำขาดน้ำพริกเผาไม่ได้เสียด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวนิไปซื้อให้เอง” เธอพูดพลางวิ่งออกไป
“เร็ว ๆ หน่อยครับผมหิวแล้ว”
ในระหว่างที่รอวีเดินสำรวจบ้านๆที่เขาได้รับเป็นมรดกจากพ่อก่อนไปอเมริกา เขาหยุดกึกทันทีที่มองไปยังกรอบรูปสีฟ้าที่ตั้งตระหง่านพร้อมกับถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นที่จับตัวเป็นก้อนอยู่บนหัวเตียง เพราะเป็นรูปถ่ายของพ่อกับแม่ของเขา ถึงแม้ว่าตอนนี้ท่านทั้งสองจะจากไปนานแล้ว แต่เขาก็ยังอดคิดถึงไม่ได้ ภาพวันวานอันชื่นมื่นคืนสุขผุดขึ้นในสมองเขาทันทีพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมา ทันใดนั้นเองวีเหลือบไปมองที่โต๊ะ เขาเห็นกระเป๋าสตางค์สีแดงที่เขาจำได้แม่นว่าเป็นของนิชา“ดูสิรีบจนลืมกระเป๋าสตางค์เลย” เขาบ่นในใจ หลังจากนั้นเขาจึงหยิบกระเป๋าสตางค์แล้วตามออกไป แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นฝูงชนจำนวนไม่น้อยรายล้อมอยู่เบื้องหน้าเขา
“ขอทางหน่อยครับ ขอทางหน่อยครับ” วีพยายามฝ่ากองทัพมนุษย์เพื่อเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เขาเห็นคือร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทั้งใบหน้า ลำตัวเปรอะไปด้วยเลือดสีแดงฉานกำลังถูกนำขึ้นสู่รถพยาบาล วีค่อย ๆ ก้มลงไปมองที่เบื้องล่างเลือดเจิ่งนองเต็มพื้นไปหมด พลัน! เขาเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งทำให้เขาต้องเข่าอ่อน สิ่งที่วีเห็นคือสร้อยเขาจำได้แม่นว่ามันเป็นของนิชาเพราะมันเป็นของที่เขาซื้อให้กับนิชาครั้งแรก “ไม่จริง ทำไมต้องเป็นคุณ”

วีเดินวนไปวนมาอย่างกระสับกระส่าย ตอนนี้เขาได้แต่ภาวนาขอให้นิชาไม่เป็นอะไรมาก
“ใครเป็นญาติของคนไข้ห้องนี้ครับ?” เสียงตะโกนจากหมอทำเอาเขาสะดุ้ง
“ผมเองครับ”
“แฟ..น แฟนผมอาการเป็นยังไงบ้างครับ?” เขาถามอย่างลนลาน”
“เอ่อ...คือคุณทำใจดีไว้นะครับ”
“หมอหมายความว่ายังไง?”
“หมอพยายามสุดความสามารถแล้วแต่คนไข้เสียเลือดมากและก็สิ้นใจก่อนที่จะมาถึงมือหมอ”
“ไม่ผมไม่เชื่อ หมอล้อผมเล่นใช่ไหมครับ? ”
“หมอไม่ได้พูดเล่นครับ แฟนคุณสิ้นใจแล้ว”
“ไม่จริงงงงงงงงงงงง ” เขาร้องลั่น
“เดี๋ยวหมอขอตัวก่อนนะครับหมอต้องรีบไปรักษาคนไข้อื่นต่อ”
“เดี๋ย...ว เดี๋ยวครับ ผมขอเข้าไปดูแฟนผมครั้งสุดท้ายได้ไหมครับ? ”
“อ๋อเชิญเลยครับ”

แกร็ก! วีเปิดประตูเข้ามาอย่างช้าๆ บัดนี้เขามาหยุดตรงศพที่ถูกปิดหน้าอยู่บนเตียง นิชาไหนคุณสัญญาว่าจะอยู่กับผมตลอดไปแล้วทำไมวันนี้คุณถึงทิ้งผมไป เขารำพึง
ขอผมดูหน้าคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะแต่ผมจะจำคุณไว้ในใจผมตลอด พลัน! ทันทีที่เขาเปิดผ้าคลุมเขาก็ตกใจร้องเสียงหลง
“เกิดอะไรขึ้น?” หมอถามด้วยสีหน้าตกใจ
“หมอ แฟนผมอยู่ไหน? ”
“ก็บนเตียงนั่นไง”
“นี่ไม่ใช่แฟนผมใครก็ไม่รู้”
“อ้าว ก็คุณเองไม่ใช่เหรอที่ตามคนไข้ห้องนี้มา ”
“ก็ตอนแรกผมนึกว่าเป็นแฟนผม แต่มันไม่ใช่”
“หมอ แฟนผมอยู่ไหน? ” เขาเค้นต่อ
“ผมก็ไม่รู้คุณลองนึกดีๆสิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแฟนคุณ”

เรื่องราวมากมายผุดขึ้นในหัววี เขาเริ่มลำดับเหตุการณ์ “นิชารีบวิ่งไปซื้อของซึ่งอาจจะรีบมากเกินไปจนทำสร้อยตก พอไปถึงร้านอาจจะนึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าสตางค์ พอดีกับเขาที่เขาวิ่งออกมาและได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งคาดว่าน่าจะถูกรถชน ซึ่งเขาก็บังเอิญไปเห็นสร้อยของนิชาทำให้เขาคิดว่าเป็นเธอแต่เป็นการใจผิด ใช่แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นตอนนี้นิชาก็คงรอเขาอยู่ที่บ้าน”
“นิจ๋า เปิดประตูหน่อยจ๊ะ”
“นิ วีขอโทษที่ให้รอนานแต่วีอธิบายได้นะ”
“วีนึกว่านิถูกรถชนเลยตามไปที่โรงพยาบาล”
“นิ นิได้ยินรึเปล่า”
วีตัดสินใจจะพังประตูเข้าไปแต่เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าประตูไม่ได้ล็อค
“นิ คุณอยู่ไหน? ”
วีเดินตามหาอย่างกระกระวาย ประตูทุกห้องถูกเปิดหมดอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็แทบทรุดเมื่อไม่พบแม้แต่เงา
“นิชาคุณอยู่ที่ไหน ได้ยินผมไหม”
นิชา!!!

วีเดินมาหยุดที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทที่เขาจำได้ว่านิชาเคยทำงานอยู่ก่อนจะบินไปเรียนต่อ และมันก็เป็นความหวังสุดท้ายของเขาที่จะเจอเธอ
“สวัสดีค่ะ มาติดต่ออะไรคะ” เสียงประชาสัมพันธ์สาวทัก
“อ๋อมา... เขาหยุดกึกเมื่อมองไปที่คนถาม
“นิชา นิชาหรือเปล่า ? ” เขาถามพลางเดินไปใกล้ๆ
“ใช่คุณจริงๆด้วย”
“ขอโทษนะค่ะ ฉันชื่อวารุณี และฉันก็ไม่รู้จักคุณด้วย”
“ไม่จริง ไม่เชื่อดูนี่สิ” เขาพูดพร้อมยื่นรูปออกไป
“รูปแฟนคุณเหรอ? ”
“ใช่ เหมือนคุณเปี๊ยบ เลิกโกหกผมได้แล้วนิชา คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร? ” เขาเริ่มมีอารมณ์
“ฉันขอบอกคุณอีกครั้งว่าฉันไม่รู้จักคุณ” เธอโต้ด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น
“เอ่อ...ผมขอโทษ ผมแค่รู้สึกเหงาเพราะแฟนผมหายไปเกือบ2เดือนแล้ว ”
“แฟนคุณหายไป? ” เธอขมวดคิ้ว
“ใช่ครับ ตอนนี้ผมไม่เหลือใครแล้ว” เขาตอบเสียงอ่อย
“อืม...ถ้าคุณไม่มีใครจริงๆฉันยอมเป็นเพื่อนคุณก็ได้”
“จริงหรือเปล่าครับ? ” เขาเอ่ยด้วยแววตาเป็นประกาย
“จริงค่ะ”

ภายในร้านอาหารเรือนไทยที่ภายนอกอาจจะดูเก่าแต่ภายในตกแต่งด้วยไม้สักอย่างดี ปรากฏร่างของวารุณีอยู่ที่โต๊ะหลังสุดกำลังเพ่งพินิจไปรอบๆ
“รอนานไหม เสียงตะโกนถามทำเอาเธอสะดุ้ง”
“ไม่นานหรอกวี” เธอเงยหน้าตอบ
“มีอะไรจะบอกผมเหรอ”
“ให้บอกเลยเหรอ”
“จะรออะไรล่ะ”
“อืม บอกเลยก็ได้ คือ... ฉัน”
“ว่ายังไง” เขาเร่ง
“ฉั...น... ฉันชอบเธอ ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาแค่2เดือนที่เรารู้จักกัน”
“ทำไมเงียบไปล่ะ” ฝ่ายหญิงสีหน้ากังวล
“ขอบใจในความรู้สึกดีๆที่เธอมีให้นะ แต่”
“แต่อะไร” เธอชิงถาม
“แต่ฉันรักเธอไม่ได้”
“ทำไมล่ะ”
“เพราะในใจฉันมีแต่เค้า และก็จะไม่มีใครมาแทนที่ได้” เขาพูดพลางจ้องหน้าคู่สนทนา
“ทำไมถึงยอมจมอยู่กับอดีต ในเมื่อเค้าก็ไม่อยู่แล้ว”
“ไม่ว่าจะยังไงผมก็จะยังรักเขา” เขาพูดพร้อมลุกขึ้น
“เดี๋ยวก่อนถ้าฉันบอกว่าฉันคือนิชาล่ะ”
“ไม่จริงก็คุณบอกผมเองว่าคุณชื่อวารุณี”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดูนี่สิ” แหวนทองเป็นประกายถูกหยิบออกมา
“ฮะ แหวนนี่มัน” เขาเริ่มจำได้
“เชื่อรึยังล่ะ”
“ใช่ ใช่คุณจริงๆด้วย” เขาลิงโลด
“คุณหายไปไหนมาตั้งเกือบ2เดือนรู้มั้ยผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน” เขาเริ่มซัก
“ก็วันนั้นฉันถูกรถชนจนกระดูกหักหลายส่วน”
“แล้วทำไมคุณไม่บอกผม” เขาซักต่อ
“ก็ฉันกลัวคุณรับไม่ได้ เพราะในตอนนั้นสภาพของฉันย่ำแย่มาก”
“แล้วทำไมตอนแรกคุณถึงปฏิเสธว่าไม่รู้จักผมล่ะ”
“เป็นเพราะฉันต้องการพิสูจน์ว่าคุณยังรักฉันอยู่รึเปล่า”
“แล้วรู้รึยังล่ะ”
เธอสวมกอดเขาแทนคำตอบ

ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินอย่างรีบเร่งเข้าไปในโรงพยาบาล จุดหมายของเธอคือห้องI C U
“คนไข้ห้องนี้เป็นอย่างไรบ้างค่ะ”
“อาการยังทรงตัวเหมือนเดิมครับ”
“ไม่ดีขึ้นเลยเหรอค่ะ”
“ครับ คนไข้ไม่สามารถตอบสนองอะไรได้เลย
“หมายความว่ามีสิทธิ์เป็นเจ้าหญิงนิทรา”
“หมอยังไม่อยากสรุปอย่างนั้น”
“ขอเข้าไปเยี่ยมได้ไหมค่ะ”
“เชิญครับ”
เธอเดินเข้าไปห้องพร้อมกับนั่งลงที่ข้างเตียง เบื้องหน้าของเธอคือหญิงสาวที่ใบหน้าสวมอ๊อกซิเจน แขนทั้งสองข้างกำลังเข้าเฝือก ขณะที่ขาถูกพันไปด้วยผ้าก็อต กำลังนอนหลับ
“พี่นิค่ะวามีเรื่องจะบอกพี่นิค่ะ” เธอกล่าวพลางกุมมือของร่างที่อยู่บนเตียง
“ไม่ว่าพี่นิจะรับรู้หรือไม่แต่ว่าอยากบอกพี่ว่าตอนนี้วารักอยู่กับแฟนของพี่ วาพยายามหักห้ามใจแล้วแต่วาทำไม่ได้ วารักเขามาก พี่นิอย่าโกรธวาเลยนะค่ะ ทุกอย่างที่เป็นของพี่ทั้งแหวนและสร้อย วาขอยืมก่อนนะคะ
หายไวๆนะคะพี่ วาไปก่อนนะ”
หลังจากที่วารุณีก้าวพ้นประตูออกไปน้ำตาของผู้พี่ก็ไหลอาบที่แก้ม




 

Create Date : 28 กันยายน 2550
1 comments
Last Update : 28 กันยายน 2550 22:07:59 น.
Counter : 317 Pageviews.

 

สนุกดีนะ

 

โดย: ออม IP: 203.144.140.251 19 มิถุนายน 2551 18:50:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


zikou
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google
Friends' blogs
[Add zikou's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.