ครั้งหนึ่งในชีวิต กับการบวชที่ "วัดชลประทานรังสฤษฎิ์" รุ่นข้ามปี 58 / 59 (ตอน 2)
ก้าวแรก..สู่วัดชลประทานฯ

อย่างที่กล่าวไว้ใน ตอนที่ 1 นะครับ ว่าวันนี้จะมาเล่าเกี่ยวกับการไปสมัครบวช
ซึ่งกำหนดการที่ทางวัดแจ้งไว้ในเว็บไซต์ คือวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2558 เวลา 12.30 น.

ด้วยความที่บ้านผมอยู่แถวลาดกระบัง คนละโซนกับวัดชลประทานฯ เลยแหละ
ก็เลยต้องขอไปเซอร์เวย์ก่อน 1 รอบ เพราะกลัววันจริงจะไปสาย แล้วจะไม่ทันได้สมัคร

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม ผมก็เลยถือโอกาสเดินทางไปวัดชลฯ เป็นครั้งแรก
อาศัย Google Maps นี่แหละช่วย ใช้บริการขนส่งสาธารณะนะครับ ไม่ได้มีรถส่วนตัว
(ฐานะไม่ค่อยดีครับ เดี๋ยวผมจะเล่าฐานะครอบครัวอีกครั้ง ในตอนที่แนะนำตัวในช่วงบวชครับ 
คิดว่ามันเป็นประโยชน์อย่างหนึ่งที่ผม และอีกหลายๆคน ได้รับจากการบวชครั้งนี้)

ก็อย่างที่บอกไว้ในตอนที่แล้ว ว่าพอผมได้มาเดินดูรอบๆวัดแล้ว
มันรู้สึกใช่อย่างบอกไม่ถูก ผมเชื่อนะ ว่าผมถูกกำหนดไว้แล้ว
ว่าให้มาบวชที่นี่ ใครจะว่างมงายก็ไม่เป็นไรครับ เชื่ออย่างนั้นจริงๆ ^_^

ผมก็กะเวลาเสร็จสรรพ ว่าต้องเดินทางมายังไง ต้องถึงตอนไหน 
คือคิดไว้เป๊ะมากๆ ครับ กลัวพลาดจริงๆ

และแล้ว..วันสมัครจริงก็มาถึง 
ในวันสมัครนี่ไม่ต้องเอาอะไรไปเลยครับ
นอกจากตัวและหัวใจที่พร้อมสุดๆ (อ้อ..หรือจะเอาสมุดโน้ตเล็กๆ ไปจดกันลืมก็ดีครับ)
ผมออกจากบ้านตั้งแต่ 10 โมงเลยนะ แต่ปรากฎว่า..
ผมก็ไปสายอยู่ดี ฮ่าๆๆๆ

ด้วยความที่ในช่วงนั้น วัดมีการก่อสร้างลานหินโค้งใหม่ ผมก็เลยค่อนข้างงงนิดหน่อย
ไปถึงแล้วหาไม่เจอว่าโรงเรียนพุทธธรรม (สถานที่รับสมัคร) อยู่ตรงไหน
ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยง 20 นาทีกว่าๆ แล้วด้วย 
ใจผมเต้นตุบๆๆ กลัวมากว่าจะพลาดการสมัครในครั้งนี้

ก็เลยเดินไปถามที่สำนักงานของวัด 
พระอาจารย์ท่านก็แนะนำว่า ให้เดินผ่านลานหินโค้งไปก็จะเจอแล้ว
ผมฟังยังไม่ทันขาดคำดี ก็ยกมือไหว้ขอบคุณพระอาจารย์
แล้วรีบวิ่งไปอย่างร้อนรน 

ในที่สุด..ผมก็มาถึงที่หมาย "โรงเรียนพุทธธรรม" 
ไปถึงก็มีคนนั่งอยู่เต็มห้องแล้ว 
มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งยืนอยู่อยู่หน้าห้อง กำลังอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการบวชครั้งนี้
ทราบชื่อในภายหลังว่า "พระอาจารย์สมชาย"

ผมก็เดินเข้าไปทางหลังห้องแบบเอ๋อๆ ด้วยความอายนิดหน่อย 
เพราะมาเป็นคนสุดท้ายเลยก็ว่าได้ 
แต่โชคดี..ที่มีเพื่อนหน้าตี๋ๆ ที่ใส่แว่นคนหนึ่ง ถามผมว่า..

"มาสมัครบวชหรือครับ ?" พร้อมกับยื่นใบสมัครให้
ผมก็รับมาแบบงงๆ แต่ก็ยกมือไหว้ขอบคุณเขาไป
เพราะนึกว่าเป็นรุ่นพี่ศิษย์วัดที่เคยบวชมาก่อน
ที่ไหนได้..เขาก็มาบวชเหมือนผมนี่แหละครับ 
เพื่อนคนนี้ชื่อว่า "ท่านโบ๊ต" รุ่นราวคราวเดียวกันนี่แหละ
(ที่ใช้คำว่า "ท่าน" เพราะเวลาเราบวชไปแล้ว
เราจะใช้คำนำหน้าว่าท่าน จนติดปากกันไปเลยทีเดียว)

ผมก็ไม่รอช้า รีบกรอกใบสมัคร แล้วก็เอาไปส่งพระอาจารย์ที่หน้าห้อง
พระอาจารย์ก็ไม่ว่าอะไรนะ นั่นแสดงว่าผมยังมาทันอยู่ โชคช่วยจริงๆ เลยเรา 
(ห้ามเลียนแบบนะครับ เผื่อเวลาไว้เป็นดีที่สุด 
การไม่ตรงต่อเวลา มันทำให้เราดูขาดความรับผิดชอบครับ)

หลังจากทุกคนส่งใบสมัครครบหมดแล้ว 
"พระอาจารย์บุญส่วน" (พระอาจารย์อีกท่านที่จะคอยดูแลเราตลอดการบวช)
ก็เรียกคนที่ติดบุหรี่ และมีรอยสักออกไปข้างหน้า
ผมก็ไม่พลาดที่จะต้องออกไปอีก ดันเคยไปสัก 9 ยอดไว้ที่หลัง
เป็นจุดที่ห่มจีวรแล้วก็ยังเห็นอยู่ แต่พระอาจารย์ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร 
เพราะไม่ได้เยอะมากนัก จริงๆ ผมดูไม่มีพิษภัย ไม่ใช่เด็กเกเรด้วยแหละ 
คือท่านก็ต้องสแกนคนที่คิดว่า บวชมาแล้วต้องไม่สร้างปัญหาให้คนอื่นๆ

ส่วนคนที่ติดบุหรี่ ก็สั่งให้เลิกตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่บวช
ถ้าเลิกไม่ได้ ไม่ต้องมาสอบ ไว้เลิกได้ค่อยมาบวช
เพราะตอนบวชห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาด ผิดศีลข้อ 5 สุราเมรยะฯ
ทุกคนก็รับปากพระอาจารย์ว่าจะเลิก แล้วกลับไปนั่งที่

หลังจากนั้นพระอาจารย์ก็จะเรียกออกไปยืนเรียงแถวทีละ 10-15 คน 
แล้วก็ให้แนะนำตัวทีละคน...
ไม่มีอะไรมากครับ ก็แค่บอกชื่อ-นามสกุล, อายุ, อาชีพ
แล้วก็เหตุผลสั้นๆ ไม่ต้องคิดเยอะว่าทำไมถึงมาบวชที่นี่ ?

ซึ่งหลังจากที่ได้นั่งฟังเพื่อนๆ แนะนำตัวผ่านไปทีละคน 
ก็พบว่ารุ่นผม มีคนอายุมากที่สุดถึง 50 กว่าๆ (ไม่แน่ใจว่า 52 หรือเปล่า)
เหตุผลส่วนใหญ่ที่คนมาบวชที่วัดนี้ ก็เพราะได้ยินได้ฟังมา 
ว่าที่นี่มีการเรียนการสอนเป็นกิจวัตร ไม่ใช่บวชไปแล้วไปนั่งกินนอนกิน 
(รวมถึงผมก็ให้เหตุผลประมาณนี้)

ส่วนเหตุผลของการบวช ส่วนใหญ่แล้ว ก็พูดกันว่า
เป็นการบวชเพื่อ "ทดแทนคุณพ่อแม่"
ซึ่งการบวชนั้นจะทดแทนคุณพ่อแม่ได้จริงหรือ ??
ผมจะเล่าให้ฟังในบทต่อๆ ไปนะครับ

ทีนี้พอทุกคนแนะนำตัวกันเสร็จ พระอาจารย์ก็แจกกระดาษอีกแผ่น
เป็นบทท่องคำขานนาค (Download ได้ที่เว็บไซต์ของวัด >> คลิก)
บอกเทคนิคการจำเล็กน้อย แล้วนัดวันมาสอบคือในวันอาทิตย์ถัดไป
ซึ่งก็คือวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2558
(บางรุ่นจะมีเวลาถึง 2 อาทิตย์ในการกลับไปท่องครับ ยกเว้นรุ่นปลายปีนี่แหละ)

ส่วนตัวผมหรอ สบ๊ายยยย เตรียมท่องมาก่อนละ 
นี่แหละ คือข้อได้เปรียบของคนที่คิดการณ์ไกล (แหม่..ดูดีขึ้นมาเชียว ฮ่าๆๆ)

พอถึงวันสอบก็มาเป็นคนแรกเลย เขานัดเวลาเดิม 12.30 น.
แต่ผมมาตั้งแต่ 11 โมง อันนี้ไม่ได้เว่อร์นะ มาถึงเป็นคนแรกจริงๆ เพราะกลัวสายอีกไง 
นั่งอยู่สักพักก็มีเพื่อนเดินมาถามว่า "มาสอบท่องหรือเปล่าครับ ?"

นี่คือเพื่อนคนที่สองที่ได้คุยด้วย ชื่อว่า "ท่านแบงค์"
มีอาชีพเป็นนักเขียน ดูเหมือนว่าจะหอบงานมาทำด้วย 
ก็ทักทายถามไถ่กันนิดหน่อย ว่าเตรียมท่องมาหรือยัง บลาๆๆ
ก็รอเวลากันต่อไป จนถึงเวลานัดจริง 

พระอาจารย์ก็เรียกชื่อทีละคน ใครมาแล้ว ให้ยกมือแล้วออกไปนั่งข้างหน้า รอคิวสอบได้เลย
ปรากฎว่า..คนที่ถูกเรียก 4-5 ชื่อแรกยังไม่มาสักคน จนถึงชื่อผม

พระอาจารย์สมชาย : "กัณณพงศ์ มาหรือยัง ??" 
ผม : "มาครับ" (ยกมือ แล้วเดินออกไปข้างหน้า)
พระอาจารย์สมชาย : "ดีเลย เธอสอบเป็นคนที่หนึ่งก็แล้วกัน"  
ผม : "เอาจริงดิ!!! ไหวหรอวะ" (คิดในใจครับ ไม่ได้พูดออกไป อิอิ)

ผมก็ต้องจำยอมไปท่องเป็นคนแรก ซึ่งการสอบก็แยกกันครับ
มีพระอาจารย์หลายท่านมานั่งให้เราเดินเข้าไปหา
เลือกเลยว่าอยากสอบกับใคร ก็ไปต่อแถวเอา

ระหว่างที่ผมเข้าไปด้านหลังเวทีเพื่อสอบ 
พระอาจารย์บุญส่วนก็จะบอกกำหนดการในวันบวช
พร้อมกับสิ่งของที่ต้องเตรียมมา
(ผมจะจำแนกให้อย่างละเอียดในตอนต่อไปครับ)

ผมสอบเสร็จเร็วมาก เพราะเตรียมตัวมาดี 
แต่สิ่งที่พลาดไปคือ ผมมาคนเดียว ไม่มีใครจดรายละเอียดให้ผมเลย
ผมงงไปหมด ว่าต้องเตรียมอะไรมาบ้างในวันจริง
ด้วยความงง ทำให้ได้เพื่อนเพิ่มอีกเป็นคนที่ 3

คนนี้ชื่อ "ท่านแต๊ง" อายุน้อยกว่าผม 2 ปี
ท่านแต๊งก็แบ่งปันกระดาษให้ 1 แผ่น แถมยังให้เพื่อนจดให้อีกต่างหาก
ผมหันไปเจอท่านแบงค์ เพิ่งสอบเสร็จ เดินออกมางงๆ เหมือนกัน
ผมก็เลยได้แบ่งปันสิ่งที่จดให้ท่านแบงค์ต่ออีกที
เป็นบุญเป็นกุศลกันไปเป็นทอดๆ   

หลังจากคุยสอบถามข้อสงสัยกันเสร็จ ก็ได้ความคร่าวๆ ว่า
ต้องมาอยู่วัดก่อนบวช 1 คืน ก็คือคืนวันที่ 23 ธันวาคม เอาเสื้อขาวมาด้วย
แค่นี้แหละ..ที่เป็นอะไรที่ชัวร์ที่สุดที่ผมรู้ในเวลานั้น
นอกนั้นรู้แบบไม่ชัวร์ กะว่าจะกลับมาหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเอา

แล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน
เรามีเวลาเตรียมตัวอีก 1 สัปดาห์ 
ก่อนจะถึงวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม
ก็คือวันที่ 24 ธันวาคม 2558 
วันที่ผมจะได้ "บวช" นั่นเอง 

-----------------------------------------

ตอนหน้าผมจะมาแจกแจงรายละเอียดของกำหนดการ
พร้อมกับชีวิตคืนแรกของการอยู่วัดให้อ่านกันต่อนะครับ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ




Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2559 10:53:55 น.
Counter : 393 Pageviews.

2 comments
  
เขียนเล่า.... เห็นภาพเลย

ผมไม่เคยบวช แต่ได้ศึกษา ด้านการเดินจงกรม ทำสมาธิหลาย
แห่งและทำอย่างจริงจัง

แต่ยังไม่เคยทราบว่า วัดชลประทาน ทำสมาธิกันหรือเปล่า
แต่เคยมา ร่วมดูพี่ชายมาบวชในโบสถ์... ใครมาช้า ท่านปิดประตู
ไม่ให้เข้า..

รู้ด้วยว่า กลางวัน ภิกษุจะนอนไม่ได้เลย 555

ถ้าอัพบล๊อกไปเคาะประตูด้วใยนะครับ จะได้แวะมาอ่าน
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:5:15:31 น.
  
เคยไปงานบวชของน้องชายข้างบ้านที่วัดนี้
เมื่อปีที่แล้ว
แต่เพิ่งได้เรียนรู้ขั้นตอนก่อนบวชค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:7:39:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

zheToze
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชื่อ "ชีโต๊ส" เอิ้นโต๊ดกะดั้ย มีอะไรจะมาบอก ลองมาอ่านกันนะครับ ^^
กุมภาพันธ์ 2559

 
1
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29