space
space
space
 
มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
20 มีนาคม 2560
space
space
space

Japan - Landing Nagoya


ตอนที่ 2 วันที่ 1 BKK-Nagoya

วันแรกของการเดินทาง ไฟล์ออก 11 โมงเช้า ศูนย์หนึ่งไปเช็คอินที่สนามบินประมาณ 9 โมง เราได้ boarding pass มาคนละ 2 ใบ คือ BKK-HK และ HK-Nagoya กระเป๋าจะเช็คทรูไปที่ญี่ปุ่นเลย เรามีเวลาเดินเล่น กะจะซื้อน้ำหอมเพื่อเอาไปใช้กลบกลิ่นอาหารญี่ปุ่น แต่คนขายพอคนขายรู้ว่าเราต้อง transit ที่ฮ่องกง เลยบอกอย่าซื้อ เพราะขนาดเกิน 100 ซีซี ต้องทิ้งไปเปล่าๆ เป็นอันว่าต้องซื้อขากลับ

ศูนย์หนึ่งไปนั่งหาอะไรรองท้องที่ King Power Lounge รอเวลาไปพลางๆ จากนั้นก็ได้เวลาเดินทางไป Gate E แต่ปัญหาคือมันอยู่กันคนละด้าน ห่างกันเป็นกิโล นี่ขนาดเผื่อเวลาเดินแล้วนะ กว่าจะไปถึงก็ Final Call ซะแล้ว แต่สงสัยว่าจะมีผู้เดินสารหลงๆ งงๆ อีกหลายคน Flight ก็เลย delay ไป 20 นาที

ในที่สุดก็ได้เวลาออกเดินทาง เครื่อง Cathay นี่โอเคเลย มีจอส่วนตัวทุกที่นั่ง รู้สึกเหมือนเก้าอี้จะใหญ่กว่าการบินไทย ไม่รู้อุปทานรึเปล่า อาหารก็เรียกได้ว่ามาตรฐาน ไม่ได้ว้าว แต่ก็ไม่ได้แย่ พนักงานก็บริการดี เมื่อเทียบกับราคาจึงเรียกได้ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง มา transit ที่ฮ่องกงแบบงงๆ เพราะใน boarding pass จาก HK-Nagoya มีบอกเบอร์ gate แต่พอมาถึงสนามบิน ไม่มี gate ที่เราต้องไป หันไปหันมา มีป้าย A B C D อ้าว แล้วเราต้องไปทางไหน เงอะงะกันอีกรอบ เลยต้องแวะถาม สรุปว่าต้องไปทาง W1  ด้านตรงข้ามจะมีป้าย transfer จะต้องเข้าไปในนั้นเพื่อเอากระเป๋าไปผ่าน x-ray อีกรอบ แล้วค่อยขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นบน เพื่อไปที่ departure gate

เที่ยวนี้ เราใช้เวลา transit 1 ชั่วโมง จากนั้นก็ใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 4 ชั่วโมง ในที่สุด ก็มาถึงสนามบิน

Nagoya ประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ เมื่อมาถึงสนามบิน รีบตรงไปที่ immigration ตอนแรกกะว่าอาจมีขอดูเอกสารเลยเตรียมแผนการท่องเที่ยวมากันคนละชุดเพราะตรวจทีละคน ปรากฏว่าไม่ถามอะไรเลย ผ่านได้อย่างง่ายได้ แต่พอออกมาพบว่า Tourist Information ปิดไปซะแล้ว เริ่มหน้าเสียว่าจะไปทางไหนดี รู้แต่ว่าต้องไปขึ้นรถไฟ Meitetsu (Limited Express) ไป Nagoya Station

เดินตามป้ายที่เป็นรูปรถไฟไปแบบมั่วๆ ก็พบเคาเตอร์ขายตั๋วรถไฟ Meitetsu  ชะโงกหน้าไปถามคนขายตั๋วว่าไป Nagoya Station เขาให้เลือกราคา 850 หรือ 1,200 yen ด้วยความงก ก็เลือกตู้ธรรมดา รถกำลังออกพอดี ต้องวิ่งแทบแย่ กระโดดขึ้นไปบนรถตู้ที่ใกล้ที่สุด ไปถามพนักงาน เขารีบไล่ให้ไปตู้ 3 เลยต้องรีบหอบไปทั้งกระเป๋าถือ กระเป๋ากล้อง กระเป๋าลากอีก วุ่นวายมาก แถมค่อนข้างเบียดเสียด อัดแน่น เจอคนไทยพี่ๆ สองคนที่มาทำงานจะไปลงสถานี Nagoya เช่นกัน พี่ทั้งสองเป็นผู้เชี่ยวชาญ แถมพูดภาษาญี่ปุ่นได้อีก พอลงสถานีเขาเห็นทำท่าเงอะงะ ก็มีให้ความเมตตามาช่วยเหลือ เพราะเราประมาท หวังพึ่งแต่ Tourist Information เลยไม่ได้เช็คทางไปโรงแรมอย่างละเอียด รู้แต่ว่าชื่อ

Business Hotel Shinmei อยู่ใกล้ Nagoya Station เดินแค่ 4 นาที แต่ไม่รู้ว่าออก exit ไหน ไม่รู้เลยว่า Nagoya Station นั้นใหญ่มากๆๆ และ Meitetsu เป็นบริษัทรถไฟอีกบริษัทหนึ่ง คนละบริษัทกับ JR จึงมีตึกที่แยกกัน พอเราออกมาเลยงง ไม่รู้จะไปทางไปไหนต่อ พยายามถามเจ้าหน้าที่ที่สถานีก็สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง คุณพี่พยายามช่วยแต่ก็ไม่สำเร็จ เราเลยต้องพึ่งตนเอง เพราะไม่อยากให้คุณพี่ทั้งสองเสียเวลา

ในที่สุด ศูนย์หนึ่งก็ตัดสินใจเดินดุ่มๆ ถามทางไปเรื่อยๆ เริ่มจากตำรวจ ที่รีบเปิดแผนที่เล่มเล็ก แล้วเดินไปชี้ถนนให้เดินต่อ จากนั้นก็ถามวัยรุ่นหน้า Minimart นึกว่าจะถูกเมิน เพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง ปรากฏว่าเขาเช็คจากโทรศัพท์ให้ แต่เราก็ยังไม่แน่ใจ ก็เดินลุ้นไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงโรงแรมตอนเกือบห้าทุ่ม ประมาทจริงๆ ที่หวังหยิบ map จากสถานี หรือพึ่ง Tourist Information อย่างเดียว รีบ check in และเช็ค wifi พอเห็นว่ามีก็สบายใจออกไปหาอะไรรองท้องก่อน

เดินออกจากโรงแรมสักพัก เจอร้าน Denny’s ร้านอาหาร 24 ชม. ก็อยากเข้า แต่มาถึงญี่ปุ่นจะให้เลือก brand USA ก็คงไม่เหมาะ เลยหาร้านราเมน ที่มีข้าวหมูทอดด้วย แต่เจอแต่เมนูญี่ปุ่นล้วน งงอีกตามเคย พยายามถามพนักงานก็ไม่รู้เรื่อง ในที่สุดก็กดเบอร์ตามรูป ได้มาเป็นทงคัสสึกับอุด้งธรรมดา มีดีที่ราคาถูก แต่รสชาติงั้นๆ ถือว่ากันตายไปหนึ่งมื้อ

กินเสร็จก็รีบขึ้นห้อง ต้องบอกว่าห้องจิ๋วมาก ปกติโรงแรมราคาประหยัดในญี่ปุ่นก็ห้องเล็กอยู่แล้ว แต่คราวนี้เราเลือกห้องแบบ economy เพื่อความประหยัด เลยได้นอนเตียงคู่ที่ต้องนอนกับแบบพอดีตัว และทางเดินที่เมื่อวางกระเป๋าใบโตของศูนย์หนึ่งก็แทบไม่มีที่เดิน แต่ถึงจะจิ๋วก็สะอาดและมีอุปกรณ์ต่างๆ ครบครันตามมาตรฐานญี่ปุ่น รวมทั้งมีห้องน้ำในตัว คุ้มค่าที่ราคา 7,350 yen หรือประมาณ 2,360 บาท ตอนแรกที่จะจองโรงแรม เลขศูนย์เกิดความงกเพราะเห็นว่าคืนแรกกว่าจะเข้าโรงแรมก็ดึกและก็ต้องออกแต่เช้า เหลือบไปเห็นใน booking.com ว่ามีโรงแรม Eco Hotel Nagoya ซึ่งเป็นโรงแรมราคาประหยัดราคา 4,000 yen เป็นเตียงสองชั้น ไม่มีห้องน้ำ เลยเสนอให้จองและให้เลขหนึ่งปีนไปนอนชั้นสอง แต่เลขหนึ่งไม่ยอม เพราะเห็นว่าตอนกินไม่เสียดาย จะเสียดายอะไรตอนนี้ ก็เลยจบลงที่ห้องจิ๋วอย่างที่เห็น ก่อนนอนศูนย์หนึ่งรีบ capture แผนที่โรงแรมต่างๆ ที่จองไว้ เผื่อตามทางไม่มี wifi เพราะอยู่ๆ สัญญาณโทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้ทั้งทรูและดีแทค แล้วจะรอดมั้ยเนี่ย การผจญภัยครั้งนี้ท่าจะงงไปตลอด

พรุ่งนี้โปรแกรมไปปราสาทมัตสึโมโต้ จากนั้นไป Takayama ต้องเดินทางไกล เป็นอันว่าต้องกินยาแก้หวัดให้ง่วงก่อน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือในวันพรุ่งนี้ วันนี้เราได้ข้อตกลงกันว่า เลขศูนย์เป็นซามูไร เลยหนึ่งเป็นโรนิน ต่อไปซามูไรต้องจัดการสื่อสารกับพี่น้องชาวอาทิตย์อุทัยตลอดทาง





Create Date : 20 มีนาคม 2560
Last Update : 20 มีนาคม 2560 20:47:12 น. 0 comments
Counter : 162 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 1809093
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 1809093's blog to your web]
space
space
space
space
space