ฉันยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ฉันจะตามหามันให้เจอ...ELIZABETH GILBERT
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
15 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
วัยเด็กรำลึก3 จบแล้วกระโปรงเอี๊ยม



เมื่อวานฉันลืมไปเสียสนิทสาเหตุที่ฉันตก 0 วิชา กพอ เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ ครูให้ทำงานชิ้นหนึ่งซึ่งมันต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และฉันก็รู้สึกว่า ฉันทำไม่ได้อาจเป็นเพราะตอนนั้นฉันรู้สึกว่า แม้ฉันจะมีอิสระทางความคิดแต่เมื่อฉันแสดงความคิดใดๆกับแม่ ฉันได้รับแต่คำปฏิเสธ ฉันจึงไม่คิดจะใช้มันพอมาเจอการบ้านชิ้นนี้ ฉันไม่รู้จะทำอะไร ฉันไม่มีไอเดียอะไรทั้งนั้น

พอขึ้นป.6 ฉันต้องเรียนพิเศษเพิ่มเพื่อเตรียมสอบเข้าม.1 ส่วนเฮียขึ้นชั้น ม.2 ที่เรียนพิเศษที่ใหม่อยู่ในซอยตรงข้ามพาต้าปิ่นเกล้าเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเจอพื้นที่น่าจะเป็นโรงรถ มีโต๊ะปิงปองตัวหนึ่งเข้าไปในตัวบ้าน เป็นโต๊ะสีขาวยาว วางเป็นแถวๆเต็มห้อง มีห้องเล็กๆอีกห้องพวกเรา(ที่เรียนพิเศษ) มักหลบเข้าไปเล่นตอนพัก และใช้เล่นปิงปองอีกทีหนึ่งที่นี่มีแต่เพื่อนเก่งๆ และมีเพื่อนนิสัยดีอยู่หลายคน มีอยู่คนหนึ่งเข้าเรียนมัธยมเดียวกับฉัน

ช่วงเรียนพิเศษเฮียได้รับบัญชาจากม้าให้ไปส่งและรับฉัน เฮียทำได้อยู่สองอาทิตย์เท่านั้นและเฮียก็บอกว่า "ต่อไปกูไม่ไปรับ-ส่งมึงแล้วนะ มึงไปเองเป็นแล้วขากลับมาเจอกูตรงป้ายรถเมล์...โอเคนะ" แรกๆฉันก็ไปรอตามเวลานะ แต่เฮียชอบให้ฉันรอเก้อรอจนเมื่อย เกือบทุกครั้งไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง ฉันมักอารมณ์เสียทุกครั้งคิดในใจว่าทำไมกูต้องมาทนเรื่องแบบนี้ด้วยวะ แต่ตอนนั้นก็ไม่บอกแม่นะไม่อยากให้เฮียโดนด่า ไม่งั้นฉันเองจะโดนเฮียด่า คิดเช่นนั้นฉันจึงต้องหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาบ้าง

เนื่องจากแม่ให้เงินไปเรียนพิเศษวันละ30บาท ฉันจึงต้องใช้เงินแบบประหยัด สมัยนั้นก๋วยเตี๋ยวชามละ 5บาท ราคาตั๋วรถเมล์ตอนนั้นประมาณ 3บาท ขาไปและกลับต้องต่อรถ 2สาย รวมทั้งหมด4ต่อ ต้องใช้เงินเขียมมาก บางครั้งเมื่อเลิกเรียนฉันก็เดินจากพาต้าปิ่นเกล้าไปเสาชิงช้าคงไม่ค่อยมีใครบ้า เดินแบบนี้หรอก ยิ่งเป็นเด็กผู้หญิงประมาณ11-12ขวบ เดินขึ้นสะพานปิ่นเกล้า เข้าถนนราชดำเนิน ถนนดินสอ ผ่านศาลาว่าการกทม.เพื่อไปต่อรถเมล์แถวเสาชิงช้า ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่งทำเพื่อฆ่าเวลาแต่เป็นเรื่องสาหัสแทบหมดแรง บางครั้งก็หิวน้ำแต่ต้องข่มกลั้นไว้เพราะเหลือเงินพอค่ารถเมล์เท่านั้น มีอยู่ครั้งที่ฉันไม่สบายวันนั้นตัดสินใจเด็ดขาด จะรออยู่ที่เรียนพิเศษ โทรศัพท์ก็ไม่มีนะสมัยนั้นฉันปล่อยให้เฮียเป็นฝ่ายรอฉันบ้าง วันนั้นเฮียโมโหมาก พลังคอสโมเฮียรุนแรงกว่าม้าอีก

พอเริ่มเดินทางไปไหนได้ฉันก็อัพเลเวลตัวเอง ฉันบอกเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่ง บ้านเราอยู่ใกล้กันต้องกลับรถโรงเรียนด้วยกัน เพื่อนฉันสนใจการผจญภัยเล็กๆนี้ และเราตกลงกันว่าเราจะลองกลับบ้านเองโดยไม่ขึ้นรถโรงเรียน เราเห็นพ้องต้องกัน และทำมันจริงๆเย็นวันนั้นฉันเจอพลังคอสโมมั้ย...จำไม่ได้ว่ะ แต่จำได้แม่น วันรุ่งขึ้นฉันกับเพื่อนโดนทำโทษยืนหน้าห้องสามชั่วโมง เมื่อยชิบเป๋งเลย

สิ่งที่พอจะรื่นรมย์ในช่วงวัยเด็กช่วงนี้คือเสียงเพลงเท่านั้น โดมากับหมอลำ จนมาเป็น ไมโคร ฮัสนี-วสันต์ นูโว เฉลียง อิทธิอริสมันต์(คนหลังนี่ไม่ค่อยอยากพูดถึงเท่าไหร่ แต่ชอบมันที่สุดให้ตาย)เพลงแบบเด็กๆก็ นกแล

ตอนนั้นเฮียให้ม้าซื้อเพลงแปลงและคาราบาว เมดอินไทยแลนด์ด้วย เฉยๆนะ แต่ก็ร้องได้ ช่วง ป.6พี่คนขับรถโรงเรียนชอบเปิด ลูกทุ่งคลาสสิคทุกเช้า ฉันได้ฟังเสียงหวานๆของอ๊อดคีรีบูน ทุกวัน บทเพลง หนาวลมที่เรณู น้ำท่วม จักรยานคนจน ฯลฯฟังเพลินๆยามเช้าตอนไปโรงเรียน และชอบนั่งมองหารถ BMW เสมอ ชอบ ตรากลมสีฟ้า-ขาว ในใจคิดอยากมีซักคันแต่ฝันยังไม่เป็นจริงเสียที

เมื่อเป็นพี่ใหญ่ป.6 ก็มีการฝึกความเป็นผู้นำ โดยการออกไปหน้าเสาธง เพื่อสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้าบางทีเพื่อนๆก็ดันฉันออกไป บางทีฉันก็ออกไปเอง แต่ฉันก็ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรมากไปกว่านี้

ฉันเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างเงินในกระเป๋าของฉันกับเพื่อนเพื่อนให้ฉันช่วยทำการบ้าน แลกกับเงินค่าขนมเล็กๆน้อยๆมีเพื่อนคนหนึ่งใส่นาฬิกาข้อมือที่เล่นเกมได้มาโรงเรียน ฉันยอมโดดเคารพธงชาติเพื่อแอบเล่นเกมส์ใต้โต๊ะด้วยทำอยู่หลายครั้งที่เดียว

ฉันจบการศึกษาชั้นประถมด้วยความเบื่อหน่ายก็พี่คนขับรถท่านขยันมาเช้า ยังไม่ 6โมงแกก็มาจอดรถรอหน้าปากซอยแล้วฉันตื่นไม่ทันซักที ฉันเริ่มนึกถึงการขึ้น ม.1 สถานที่ใหม่ เพื่อนใหม่

ม้าหวังอยากให้ฉันสอบติดสตรีวิทยา แต่คะแนนสอบที่ฉันทำได้อยู่คือ โรงเรียนวัดนายโรงม้ากับฉันพากันไปดูโรงเรียน ม้าถามว่าเดินทางมานี่จะไหวมั้ย ฉันตอบว่าไหวก็ฉันเคยเดินทางเองมาแล้ว บ้าเดินเท้าด้วย แต่ม้าคงกังวลเรื่องความปลอดภัยมากกว่าจึงใช้พลังคอสโมเพื่อฉัน จนฉันได้เข้าเรียนโรงเรียนย่านเสาชิงช้า

ฉันทิ้งชีวิตชั้นประถมจนหมดสิ้นแม้จะมีเพื่อนส่งจดหมาย ฉันไม่เคยตอบกลับ ฉันกำลังจะมีชีวิตใหม่และเริ่มต้นใหม่...


ปล.ชีวิตในช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ฉันรู้สึกแย่ที่สุด ฉันเคยถามตัวเองว่าทำไมกูไม่เกิดมาเป็นผู้ชายวะ เหมือนเกิดมาผิดที่ผิดทาง และเมื่อคำถามมันไม่เคยมีคำตอบ มันจึงส่งผลต่อชีวิตในช่วงต่อมาอย่างเลี่ยงไม่ได้...




Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2560 15:34:45 น. 0 comments
Counter : 290 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Ruchy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แม่ลูกหนึ่ง ที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน ขอบคุณในมิตรภาพที่มอบให้กันนะคะ
Friends' blogs
[Add Ruchy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.