ฉันยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ฉันจะตามหามันให้เจอ...ELIZABETH GILBERT
Group Blog
 
<<
เมษายน 2560
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
13 เมษายน 2560
 
All Blogs
 

บทขยาย ภารกิจ



ก่อนหน้านี้ คือเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ที่ฉันกำลังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน สำหรับตอนนี้ นี่คือมุมมองและความคิดของฉัน เหตุผลว่าทำไมฉันควรต้องสนใจหรือเพิกเฉย ฉันได้ไตร่ตรองคร่าวๆแล้ว และเมื่อฉันลงมือเขียน ฉันกำลังเรียนรู้ทำความเข้าใจกับมันเพิ่มขึ้น

ฉันมีความเชื่อเรื่องของพลังงานที่มองไม่เห็น แต่ฉันไม่เคยทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรียกว่า “กฎแห่งการดึงดูด” แบบจริงจัง สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ฉันมีเจตจำนงแน่วแน่ว่า “ฉันไม่ต้องการเป็นหนี้ ไม่สร้างหนี้ทุกรูปแบบ”แล้วทำไม ฉันจึงต้องประสบกับภาวะดึงดูดเข้าหาคนเป็นหนี้วะ

เหตุผลที่ฉันต้องคิดใคร่ครวญ เพราะบุคคลๆนั้น ได้กล่าวกับฉันว่า “เขาอยากปลดหนี้” มันเป็นคีย์เวิร์ดที่เข้ามาหาฉัน ที่สำคัญ เขาคือญาติผู้ใหญ่ ถือเป็นคนในครอบครัว ถ้าการช่วยให้เขาพ้นภาวะนี้ไปได้ หมายความว่าหนึ่งในคนที่ฉันต้องเกี่ยวข้องไปอีกหลายปี น่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

การที่เขาเป็นหนี้ เขาได้กลายเป็นตัวอย่างให้กับลูกๆ หมายความว่า เมื่อลูกๆบ้านใดเติบโตมาโดยการรับรู้ว่า พ่อแม่มีภาระหนี้สิน เด็กๆจะมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ พวกเขาจะเติบโตและใช้ชีวิตด้วยการเป็นหนี้เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งตรงกันข้ามกับครอบครัวฉัน ถ้าเปรียบเทียบศักยภาพการหาเงิน ครอบครัวเขา ออกจะหาเงินเก่งกว่าด้วยซ้ำ แต่กลับอยู่บ้านเช่าตัวเขาไม่มีทรัพย์สิน นอกจากมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ผ่านการใช้งานมายาวนาน

สาเหตุที่เขากลายเป็นหนี้ เท่าที่ฉันเห็นนะ คือพฤติกรรมการใช้ชีวิตส่วนตัวล้วนๆ มันทำให้ฉันหนักใจมากนะ ที่ต้องเลือกให้ถูกว่าจะทำอย่างไรดี แล้วฉันมีทางเลือกอะไรบ้างล่ะ

1.ให้เงินตามที่เขาร้องขอมา --- ทางเลือกนี้ฉันเคยทำมาแล้ว ก่อนหน้านี้เขาร้องขอมาทางลูกชายซึ่งก็คือสามีฉัน มันกลายเงินที่สูญเปล่า ไม่ได้คืน โดยเฉพาะเมื่อฉันต้องเลี้ยงลูกและไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง ฉันจะระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ฉันให้ความสำคัญกับการจัดการเงินมากนะ

2.ไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ นิ่งเสีย --- มันคงดูไม่ดีแน่ เพราะครั้งนี้ เขาเป็นฝ่ายพูดกับฉันโดยตรง ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ฉันจะเลือกทางนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย หมายความว่า นั่นเกินเยียวยาแล้วหรือฉันต้องแยกทาง หย่าร้าง(มันก็มีสาเหตุส่วนตัวด้วย) เพราะถ้าครอบครัวฝ่ายเขายังมองว่าการเป็นหนี้คือเรื่องปกติ ไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรเลย เส้นทางของพวกเขากับเจตจำนงค์ของฉัน มันแตกต่างกันชัดเจนอยู่แล้ว มันแค่รอเวลาที่จักรวาลจะจัดการเรื่องนี้อย่างเหมาะสมเท่านั้น


3.ให้ความช่วยเหลือตามสมควร --- นี่คือทางที่ฉันตัดสินใจ ฉันเลือกที่จะฟังเขาพอๆกับพยายามหาทางออกหลายๆทาง พูดตรงๆตัวเงินที่ฉันให้ไปมันมากกว่าที่เขาร้องขอ มันไม่ได้มาจากฉันคนเดียวหรอก ลูกๆของเขารวมด้วยช่วยฉัน สิ่งที่เขาเป็นส่งผลต่อคนรอบข้าง ฉันจึงพยายามคิดและทำ ไม่ใช่เพื่อเขาคนเดียวแต่เพื่อคนรอบข้างทุกคน

ฉันพยายามตีความให้ออกว่าเพราะอะไรจักรวาลจึงส่งเรื่องนี้มาให้ฉันในช่วงเวลานี้ ฉันคิดว่าฉันต้องเรียนรู้เพื่อรับมือกับมัน เพื่อจัดการให้มันสอดคล้องกับเส้นทางของฉัน ถ้าฉันวางเฉย วันหนึ่งข้างหน้า ยังไงเรื่องนี้ต้องเกิดกับฉันอยู่ดี หมายความว่า ถ้าเมื่อใดที่มีบททดสอบปรากฏแล้ว คุณไม่มีทางหนีมันไปได้ตลอดหรอก ฉันคิดว่า ในกรณีของเขาก็เช่นกัน มันอาจจะเป็นภาวะเวลาสั้นๆที่ เขาอาจจะคิดถึงเรื่องนี้ เขามองหาตัวช่วยเขาจึงเอ่ยปากกับฉัน(รวมไปถึงการที่เขารู้ว่าฉันมีเงินก้อนหนึ่งที่เพิ่งได้รับจากเพื่อนของเขา)มันคือภารกิจหลักของเขาที่ต้องปลดหนี้ และจุดมุ่งหมายใหม่คือมีเงินออม ภารกิจของฉันคือการให้ความช่วยเหลือ

ตอนที่ฉันเลือกได้แล้ว ตัวช่วยก็ปรากฏบนหน้าเฟซบุ้คฉันไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจเรื่องของดอกเบี้ย หรือการทำความเข้าใจชีวิตแม้แต่ละครไทกะอย่าง คุโรดะ คัมเบ ทุกอย่างที่เข้ามาในช่วงเวลานี้คือสัญญาณทั้งหมดที่ฉันรับรู้

แล้วทำไมต้องเป็นฉัน--- คำถามนี้ก็น่าคิดนะ ฉันเคยฟังคนรอบข้างบ่นถึงเขา ทุกคนตัดสินว่าเขาเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอกมันต้องเป็นแบบที่เป็นนี้แหละ ฉันไม่ใช่คนรอบข้างในชีวิตเขา ด้วยสถานะของฉัน ฉันคือคนที่ห่างออกมาและนั่นทำให้ฉันเห็นผลกระทบที่เขาสร้างกับคนรอบข้าง เมื่อฉันพูดคุยกับเขา ฉันรู้สึกว่า มันน่าจะเปลี่ยนได้น่ะ ฉันยังไม่อยากตัดสินเขานะฉันมองเรื่องนี้เป็นเรื่องท้าทาย ฉันแค่ต้องหาทางให้เจอ เพราะฉันแคร์คนรอบข้างเขา ฉันจึงต้องหาวิธีเปิดใจเขาเรื่องนี้ฉันไม่ถนัดด้วยสิ

บางทีฉันอาจต้องเปิดใจตัวเองก่อน...นี่คือเรื่องที่แทรกเข้ามาในคืนที่ฉันเขียนเล่าเรื่องมันแว้บมาเฉยๆ และฉันก็ไม่ปล่อยผ่านกับเรื่องนี้ ถ้าเราต้องการความช่วยเหลือต้องการเปลี่ยนเรื่องราวบางอย่างในชีวิตให้ต่างไปจากเดิม เราต้องซื่อสัตย์ จริงใจ ทั้งต่อตนเองและคนที่มีน้ำใจกับเรา

ฉันจึงตัดสินใจเปิดเผยบล็อกที่ฉันเขียนให้กับคนที่ฉันคิดขอความช่วยเหลือได้อ่าน เธอเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนฉันเอง เป็นคนที่ทนความเพ้อเจ้อของฉันตลอด 4ปีในมหาวิทยาลัย ด้วยความที่ฉันห่างเหินเพื่อน การเขียนนี้ช่วยฉันได้มากทีเดียวและฉันคิดว่า ฉันต้องแฟร์กับคนที่มีน้ำใจต่อฉัน ว่าเขากำลังจะช่วยคนประเภทไหน
อีกคนที่ฉันเปิดเผยเรื่องนี้คือ พี่สาวต่างแม่ของฉัน เธอค่อนข้างมีมุมมองต่อฉันคนปัจจุบันเป็นด้านบวก ฉันจึงต้องเชิญเธอมาเจอด้านลบที่ฉันเคยเป็นฉันยังไม่สามารถสรุปว่าตัวเองเป็นอะไร จะก้าวไปทางไหนเคยอ่านเจอว่าเราจะรู้จักตัวเอง ก็ต่อเมื่อคนที่รู้จักเรา บอกเราฉันจึงต้องการฟังเรื่องของฉันจากปากคนอื่นบ้าง เพื่อน้อมรับคำชี้แนะ ตักเตือนนะ


บทสรุป ภารกิจที่ฉันต้องทำเพื่อช่วยเหลือบุคคลคนนั้น มันยังเป็น Mission Impossible อยู่เมื่อไหร่ที่ฉันเปิดใจเขาได้ มันจึงจะกลายเป็นความท้าทายใหม่ และเพราะเขาทำให้ฉันได้ทำภารกิจค้นหาตัวเองด้วย อีกทั้งยังตอบโจทย์ที่มีอาจารย์ท่านหนึ่งฝากไว้ให้ฉัน“ซื่อสัตย์ เสียสละ ยุติธรรม” สามคำนี้ คือคำแนะนำที่ฉันเคยได้รับทุกอย่างมันเหมือนลงล๊อคพอดีเลย...










 

Create Date : 13 เมษายน 2560
0 comments
Last Update : 26 เมษายน 2560 10:07:44 น.
Counter : 262 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Ruchy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แม่ลูกหนึ่ง ที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน ขอบคุณในมิตรภาพที่มอบให้กันนะคะ
Friends' blogs
[Add Ruchy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.