Group Blog
 
 
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
14 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
เจ้าชายสีฟ้า

...ในความมืดสลัวรัวรางนั้นรันรู้สึกว่าตัวเองล่องลอยคล้ายอยู่ในความฝัน พื้นเบื้องล่างนุ่มราวกับเดินย่ำอยู่บนปุยนุ่น ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มถูกประดับด้วยดาวระยับตา ผู้คนต่างอยู่ในอาการหลับใหลแล้วใยเธอออกมาเดินอย่างไร้จุดหมาย ณ สถานที่อันไม่ชินตาแห่งนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า หญิงสาวพยายามทบทวนความทรงจำ

“โอ๊ย” เธอร้องในขณะ ที่ยกมือทั้ง 2 ข้างขึ้นประกบที่หัวเหมือนต้องการจะหยุดความคิดที่แล่นแปล๊บอยู่ข้างใน พลันมวลแสงสีฟ้าก็ปรากฎขึ้นเบื้องหน้าส่องประกายแลบแปลบปลาบดึงความสนใจและตรึงเธอไว้กับที่ ลำแสงสีฟ้านั้นค่อยๆ ใหญ่และสว่างขึ้น หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงเหมือนมีคนตีกลองอยู่ในอกเป็นจังหวะ เร็วและรัวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแสงเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มที่ถูกแวดล้อมด้วยแสงสีฟ้าและเปล่งรัศมีสีขาวก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ผู้มาเยือนแย้มยิ้มให้ก่อนเป็นการทักทาย รันกระดกมุมปากบางนั้นเล็กน้อยเพื่อรักษามารยาท รู้สึกใจชื้นขึ้นที่มีคนร่วมชะตากรรมเดียวกัน

“คุณเป็นใคร ?…ที่นี่คือที่ไหน ?...แล้วเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?” คำถามพรั่งพรูออกจากปากหญิงสาว เจ้าของร่างสีฟ้าพ่นลมหายใจออกมาแทนคำตอบ เขาหลบสายตาจากดวงตากลมคู่นั้นอย่างอ่อนใจ รู้สึกผิดหวังกับคำทักทายของหญิงสาวตรงหน้า แสงสีฟ้ารอบตัวกลับเพิ่มความเข้มขึ้น และจางไปชั่วอึดใจ เมื่อเขาปรับความอารมณ์ของตัวเองได้ ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อบอกอะไรบางอย่างกับหญิงสาว

“คุณเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ไหม ?” เขาเอ่ยในขณะที่แหงนหน้ามองฟ้า

“คุณกำลังจะบอกว่านี่คือปาฏิหาริย์อย่างนั้นเหรอ ? ชายหนุ่มยิ้มแทนคำตอบ ถ้ามีปาฏิหารย์จริงๆ ก็ดีสิ เธอพึมพำกับตัวเอง เมื่อภาพของใครบางคนถูกเปิดขึ้นมาในสมอง ชายหนุ่มผมยาวระบ่า เคราสีเขียวรับกับใบหน้าคม สายตาที่คอยจับจ้องอยู่กับผ้าใบนั้นช่างมีเสน่ห์ ตรึงเธอให้หยุดมองทุกครั้งที่เดินผ่าน เขามักจะนั่งอยู่ที่ประจำหน้าคณะ อยู่ตรงนั้นตั้งแต่เธอยังไม่เข้ามาเรียนที่นี่ด้วยซ้ำ และภาพนี้ก็จับใจเธอในก้าวแรกที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย

“ผม…” เขาเอ่ย “ชอบคุณ”

คำพูดประโยคนั้นเหมือนบ่วงบาศก์ที่กระชากรันออกมาจากภาพในใจ “อะไรนะ ? คุณชอบฉันทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเนี่ยนะ ?” เธอถามเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “หรือว่า...เราเคยรู้จักกัน ?”

“ในเวลานี้ คำตอบใดๆ ก็ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณ นี่คือสาเหตุที่พาเรามาพบกันที่นี่ และเป็นโอกาสสุดท้ายของผมที่จะบอกกับคุณ” น้ำเสียงของเขาฟังดูเศร้าเหลือเกิน ประโยคสุดท้ายมันบาดลึกลงในความรู้สึกของทั้งคู่ จนเจ็บแปลบที่หัวใจ แม้สายลมอ่อนๆ พัดมาเพียงแผ่วเบา กลับทำให้ทั้งคู่รู้สึกเย็นเยียบไปถึงข้างใน ดาวดวงหนึ่งตกลงมาจากฟ้าเหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าอะไรบางอย่างกำลังจะสิ้นสุดลง

“เศร้าจัง เหมือนสีฟ้ารอบๆ ตัวคุณ ถ้าอย่างนั้นฉันจะเรียกคุณว่าเจ้าชายสีฟ้าแล้วกันนะ” รอยยิ้มจางๆ แต่ดูสดใสนี่เองที่ทำให้ชายหนุ่มต้องลอบมองอยู่บ่อยๆ และอดรักเธอไม่ได้
“หลับตาสิผมมีอะไรจะให้คุณ ผมอยากให้ของสิ่งนี้เป็นตัวแทนของความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณ” รันทำตามอย่างว่าง่าย เพียงอึดใจเธอก็รับรู้ด้วยสัมผัสว่าชายหนุ่มกำลังสวมสร้อยคอให้ และเมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นมีว่าแหวนเงินเกลี้ยงถูกร้อยอยู่กับสร้อยเงินเส้นบาง แทนที่จะรู้สึกดีใจมากกว่านี้ ของทั้งสองสิ่งกลับทำให้หญิงสาวหวั่นใจอย่างประหลาด พลันแสงสีขาวก็สว่างจ้าขึ้นตรงหน้า ทำให้ทั้งคู่ต้องยกมือขึ้นบังเพื่อผ่อนความแรงของแสง

“หมดเวลาของเจ้าแล้ว ข้าเห็นแก่ความรักของเจ้าถึงได้ยอมให้เจ้าทำแบบนี้ทั้งที่มันผิดกฎ“ เสียงแหลมเล็กแต่มีอำนาจนั้นดังขึ้นสะท้อนก้องกังวาล เขาคว้าแขนรันวิ่งตรงไปที่แสงสีขาวที่สว่างไหวอยู่ตรงหน้า

“เสียงใครกัน ?” รันหันรีหันขวางมองหาเจ้าของเสียงนิรนาม ทำให้สังเกตเห็นว่าแสงสีฟ้ารอบๆ ตัวชายหนุ่มนั้นหายไปแล้ว

“ไปเถอะหมดเวลาแล้ว คุณต้องกลับไป และผมก็ต้องไปตามชะตากรรมที่ผมเลือกเอง ถึงจะสายเกินไปผมก็ดีใจที่ได้บอกความรู้สึกนี้กับคุณ”

“ฉันไม่เข้าใจ อะไรคือชะตากรรมที่คุณเลือกเอง และทำไมถึงสายเกินไป ?” เธอยิ่งสงสัยมากขึ้น ชายหนุ่มไม่ตอบ ก่อนที่จะหายเข้าไปในแสงสีขาวทั้งคู่สบตากันนิ่งนาน เจ้าชายสีฟ้าดึงรันเข้าไปกอดรู้ดีว่านี่เป็นสัมผัสสุดท้ายที่เขาคงไม่มีวันลืม น้ำใสไหลจากตารันอย่างไม่รู้ตัว มันซึมลงที่บ่าเหมือนกับที่เขากำลังซึมซับความรู้สึกขณะนี้ไว้ให้แผ่ซ่านและฝังลึกในหัวใจ ทั้งคู่หมุนเคว้งอยู่ในแสงสว่าง ท่ามกลางแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทุกอย่างได้ดับวูบลง


...สัญญาณชีวิตที่เครื่องวัดคลื่นหัวใจแสดงกราฟขึ้นลงแรงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หลังจากที่เส้นกราฟนั้นแทบจะวิ่งเป็นเส้นตรงอยู่หลายวัน ทำให้บรรยากาศความเศร้ารอบๆเตียงคนไข้ลดลง ชายหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดเดินเข้ามาตรวจอาการของหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง แขนทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยสายระโยงระยาง ทั้งเลือดและน้ำเกลือถูกลำเลียงเข้าสู่ร่างกายเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตที่ยังหลับสนิทนั้น ผู้เป็นหมอขยับแว่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นแจ้งข่าวดีกับทุกคนอย่างแปลกใจ

“พ้นขีดอันตรายแล้วครับ คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้สูงวัยกว่าทั้ง 2 คน ผู้เป็นแม่เดินไปที่เตียงและลูบผมลูกสาวเบาๆ

“หมดเคราะห์หมดโศกเสียทีนะลูก”

พ่อเดินเข้ามาโอบและตบเบาๆ ที่บ่า ทั้งสองมองใบหน้าเรียวสวยที่เคยสดใสของลูกสาวอย่างรักใคร่ แม่เหลือบไปเห็นนิ้วของรันกระดิกเล็กน้อย จึงรีบร้องเรียกหมอที่กำลังจะเดินออกไป

“รัน เป็นไงบ้างลูก รัน” แม่เรียกพร้อมกับลูบผมไปด้วย รันค่อยๆ เปิดเปลือกตาเพื่อปรับสภาพของแสง เธอยกมือขึ้นจับที่หัว รู้สึกหนักอึ้งเหมือนหัวแปรสภาพเป็นลูกตุ้มเหล็กอันใหญ่
หมอจัดแจงตรวจอาการต่างๆ อีกครั้ง และต้องแปลกใจที่เห็นว่าคนไข้ของเขาแทบจะไม่มีปัญหาอะไรเลย ทั้งที่ประสบกับอุบัติเหตุร้ายแรง ศรีษะของเธอได้รับความกระทบกระเทือนจากการกระแทกอย่างแรง แต่ผลจากการสแกนสมองกลับพบบาดแผลใดๆ จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีทั้งกับเขาและครอบครัวของคนไข้

“ทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แค่รอให้คนไข้ฟื้นตัว อีกไม่กี่วันก็กลับบ้านได้” เมื่อรายงานผลเสร็จแล้ว คุณหมอจึงขอตัวเดินออกไป

“แม่คะช่วยเล่าให้รันฟังหน่อยได้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น รันงงไปหมดแล้ว” หญิงสาวเค้นเสียงให้เล็ดรอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก แต่ถึงกระนั้นเสียงก็ยังเบาและแหบอยู่ดี

“พักผ่อนก่อนดีไหมลูก เรื่องอื่นไว้ว่ากันทีหลัง” แม่พูดพร้อมกับรินน้ำให้รันดื่ม

“ไม่ค่ะแม่ รันอยากรู้จริงๆ” รันเรียกร้องทันทีที่จิบน้ำแล้ว

“ลูกจำไม่ได้หรือว่ารถคันที่ลูกนั่งไปเรียนหักหลบรถอีกคันที่แซงมาไม่พ้นก็เลยแหกโค้งคว่ำอยู่บนเกาะกลางถนน มีคนเล่าให้ฟังว่าหัวลูกกระแทกกับฟุตบาทสลบไป” แม่เล่าน้ำตารื้นริมขอบตา

“นี่ลูกหลับมา 2 วันแล้ว แม่กับพ่อเป็นห่วงมากรู้ไหม ?” พ่อเสริม

รันหยิบมือแม่มาแนบแก้ม หญิงสาวยิ้มและมองหน้าแม่กับพ่อ ซาบซึ้งในความรักและความเป็นห่วงของท่านอย่างที่สุด นึกดีใจที่ได้เห็นหน้าท่านทั้งสองอีกครั้ง ไม่ต้องหลงอยู่ในสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก

“ …แล้ว” รันร้องเหมือนนึกอะไรขึ้นได้พร้อมกับมือก็ควานหาของสำคัญที่คอ ผู้เป็นแม่เปิดลิ้นชักและหยิบสร้อยเงินเส้นเล็กที่มีแหวนห้อยอยู่ส่งให้ลูกสาวอย่างรู้ใจ

“หานี่อยู่ใช่ไหม ลูก”

รันยิ้มเอื้อมมือไปรับสร้อยจากแม่ หญิงสาวมองมันเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสร้อยเส้นที่เธอต้องการแล้วกำมันไว้แน่น เธอดีใจที่สร้อยเส้นนี้มีอยู่จริงแสดงว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน แล้วเธอไปพบกับเขาได้ยังไงทั้งที่นอนอยู่โรงพยาบาล ความดีใจเมื่อครู่ถูกเบียดบังด้วยความสับสนทันที เจ้าชายสีฟ้าของเธอเขาเป็นใครกัน ? หรือการพบกันของเธอกับเขาจะเกิดจากปาฏิหาริย์อย่างเขาว่าจริงๆ


ตลอดเวลาที่พักฟื้นอยู่บ้าน 2 สัปดาห์ เรื่องของเจ้าชายสีฟ้าผุดขึ้นมากวนใจรันเป็นระยะ หญิงสาวมักจะหยิบแหวนที่ห้อยอยู่กับสร้อยขึ้นมาดูอย่างไม่รู้ตัว เมฆหมอกแห่งความสงสัยยังปกคลุมอยู่ในใจเธออย่างไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย แม้จะรู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร และเคยรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร เสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่ตรงหน้าต่างดังกังวาลดึงเธอออกจากโลกแห่งความคิด และรีบหยิบชุดนักศึกษามาใส่ พยายามจะบังคับให้ตัวเองสลัดความสงสัยออกไปก่อน เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะกลับไปเรียน พอแต่งตัวเสร็จหญิงสาวก็คว้าหนังสือและสะพายกระเป๋าวิ่งลงมาชั้นล่าง ตรงไปยังรถยนต์โบราณสีบรอนซ์ เปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ด้วยความเป็นห่วงพ่อจึงอาสาไปส่งเธอก่อนสักระยะหนึ่ง

เมื่อรถวิ่งผ่านป้ายรถเมล์หน้าปากซอยรันหันไปมองอย่างไม่ตั้งใจและภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ซ้อนขึ้นมาจางๆ ในความคิดวูบเดียวก็หายไปกลายเป็นภาพเจ้าชายสีฟ้าขึ้นมาแทน พ่อเห็นรันเงียบไปจึงชวนคุยทำให้เธอหลุดออกจากวังวนของความคิดได้อีกครั้ง ระหว่างทางเมฆฝนเริ่มตั้งเค้ามาแต่ไกล ฟ้าหม่นปนกับอากาศที่เย็นขึ้นของเครื่องปรับอากาศภายในรถเพราะได้รับอิทธิพลมาจากบรรยากาศข้างนอกทำให้รันรู้สึกเหงาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พ่อเอื้อมมือไปปรับปุ่มเพื่อลดดีกรีความเย็นลง เมื่อเห็นรันยกแขนขึ้นกอดตัวเอง

“ไม่น่าเชื่อว่าลูกจะหายเร็วขนาดนี้นะ ตอนแรกที่เห็นสภาพรัน พ่อกับแม่ตกใจมากนึกว่าต้องเสียลูกไปเสียแล้ว นับว่าปาฏิหารย์จริงๆ แล้วนี่รันไม่ปวดหัวแล้วใช่ไหมลูก” ผู้เป็นพ่อชวนคุยเมื่อเห็นลูกสาวนั่งเงียบ

“ไม่แล้วค่ะพ่อ จริงสิคะตอนนั้นรันดูแย่ขนาดนั้นเลยหรือคะ ?”

“ใช่ พ่อกับแม่ได้แต่ภาวนาขอให้ลูกอย่าเป็นอะไรไปเลย” น้ำเสียงของพ่อสะท้อนลึกเข้าไปในใจของรัน หญิงสาวยกมือขึ้นจับสร้อยที่คอโดยอัตโนมัติ

“ไปเถอะหมดเวลาแล้ว คุณต้องกลับไปและ ผมก็ต้องไปตามชะตากรรมที่ผมเลือกเอง ถึงจะสายเกินไปผมก็ดีใจที่ได้บอกความรู้สึกนี้กับคุณ”

ไม่รู้ทำไมคำพูดประโยคนี้ของเจ้าชายสีฟ้าถึงดังแทรกขึ้นมาในความคิด พร้อมกับอาการเจ็บแปลบ
ที่หน้าอก ขออย่าให้สิ่งที่คิดเป็นจริงเลย หญิงสาวนึกภาวนากับตัวเอง

รถแล่นเข้าไปจอดบริเวณหน้าตึก รันไหว้พ่อแล้วก้าวลงจากรถฝนเริ่มโรยตัวลงมาบางๆ หญิงสาวเดินไปตามซุ้มทางเดินเล็กๆ ที่ทอดยาวจากหน้าตึกใหญ่ตรงไปที่คณะ ดอกกระดังงาที่แผ่ตัวเกาะเกี่ยวไปตามหลังคาซุ้มส่งกลิ่นหอมปะทะกับกลิ่นไอดินอย่างเริงร่า ระหว่างทางมีเพื่อนเข้ามาทักทายเป็นระยะ เธอมองไปที่ซุ้มม้านั่งประจำของรุ่นพี่ที่แอบชอบอย่างเคยชิน เขายังนั่งวาดรูปอยู่เหมือนเดิมดูคล้ายไม่แยแสกับฝนที่เริ่มตกหนาเม็ดขึ้น และผู้คนที่ต่างวิ่งหาที่กำบังเลยสักนิด ราวกับว่าโลกทั้งโลกมีเพียงเขาเท่านั้น รันอยากรู้เหลือเกินว่าเขากำลังไล้ดินสอเป็นรูปอะไร แต่แปลกที่ความสนใจนั้นลดน้อยลงกว่าเหมือนก่อน ในที่สุดเธอตัดใจละสายตาและเดินต่อไปยังคณะศิลปกรรมศาสตร์
ฝนทิ้งตัวหนักขึ้นพร้อมลมที่พัดกรรโชกมาเป็นครั้งคราวทำให้ละลองน้ำลอยมากระทบผิวสีขาวเนียนให้เย็นยะเยียบกว่าที่เคย รันเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นแต่สายตาก็ไวทันที่จะเห็นภาพของใครบางคนไหวอยู่ปลายหางตา เธอหยุดเดินทันทีแล้วหันไปมอง

“เจ้าชายสีฟ้า” หญิงสาวพึมพัมกับตัวเองเหมือนไม่แน่ใจ แว่นตาที่ถูกสวมทับดวงตาคู่เรียวนั้น กับม่านน้ำฝนทำให้ภาพที่เห็นไม่ชัดเจน รันลังเลอยู่อึดใจก่อนที่จะเดินตรงฝ่าสายฝนไปที่ภาพของผู้ชายซึ่งติดอยู่บนบอร์ดหน้าคณะ ระยะห่างที่ลดลงทำให้รันแน่ใจว่าผู้ชายในภาพคือเจ้าชายสีฟ้าของเธอ หญิงสาวยกมือขึ้นลูบใบหน้าของชายหนุ่มในภาพก่อนที่จะเหลือบลงอ่านข้อความข้างใต้

...ร่วมไว้อาลัยให้กับเคน เพื่อนร่วมคณะที่จากไปเพราะอุบัติเหตุรถโดยสารคว่ำ เมื่อวันที่...

น้ำใสเต้นระริกปริ่มอยู่ริมขอบตาพร้อมที่จะรินออกมาผสมกับน้ำฝนที่ตอนนี้เหลือเพียงหยดบางๆ เท่านั้น ภาพในอดีตแล่นเข้ามาในสมองมากมาย

...ผู้ชายที่มักจะมารอรถพร้อมเธอในทุกเช้าและเสียสละที่นั่งให้เธอเสมอ
...ดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์ 2 ปีที่ผ่านมา
...ร่มที่มักจะมาตอนฝนตก
...สายตาที่แอบมองเธออยู่บ่อยๆ
...รอยยิ้มที่สร้างความมั่นใจให้เธอตอนออกไปพรีเซนท์งานหน้าห้อง
...อาหารที่ถูกนำมาวางไว้ที่ชมรมในตอนที่ยุ่งจนไม่มีเวลาไปกินข้าว

“ไปเถอะหมดเวลาแล้ว คุณต้องกลับไปและ ผมก็ต้องไปตามชะตากรรมที่ผมเลือกเอง ถึงจะสายเกินไปผมก็ดีใจที่ได้บอกความรู้สึกนี้กับคุณ”

คำพูดประโยคนี้ดังก้องในใจรันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอยืนกุมสร้อยที่คอ ร้องไห้ออกมาอย่างไม่สนใจสายตาใคร เสียใจในความโง่เขลาของตัวเอง ความรู้สึกที่มีต่อรุ่นพี่บดบังสิ่งดีงามที่ผู้ชายคนหนึ่งมีให้เธอมาตลอดจนหมดสิ้น วันนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้และคำว่าสายเกินไปของเขาหมายถึงอะไร...


....................................................








Create Date : 14 เมษายน 2550
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2551 4:30:13 น. 5 comments
Counter : 226 Pageviews.

 
โอ้ยดีมากเลยค่ะ นิวมาcomment เป็นคนแรกเลยนะคะ


โดย: นิว IP: 58.181.234.230 วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:49:35 น.  

 
ซึ้งจางเรยยยยยยยยยย T_T
ชอบมากกกกกมากกกกกกกกกกเรยยยยยยย


โดย: gamy_pinky IP: 203.151.213.194 วันที่: 12 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:39:10 น.  

 
ปวดตากับ backgound มาก ตรงไปหรือเปล่า


โดย: hen IP: 58.9.131.100 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:1:04:58 น.  

 
ผมอ่านไปได้ 2 บรรทัดเอง ไม่ต้องตกใจ เดี๋ยวจะกลับไปอ่านต่อ แค่มาเขียนขอปาฏิหารย์ให้ตัวหนังสือมันเปลี่ยนสี....โอมเพี้ยง


โดย: น้องชายคนเดิม IP: 124.120.175.171 วันที่: 31 ตุลาคม 2551 เวลา:0:39:55 น.  

 
อ่านจบแล้วครับ
...ถึงแม้ปาฏิหารย์ที่ผมขอจะไม่เกิด แต่ผมก็ได้เจอปาฏิหารย์จากกระบวนการคิดอีกครั้ง


โดย: น้องชายคนเมื่อกี้ IP: 124.120.175.171 วันที่: 31 ตุลาคม 2551 เวลา:0:53:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

gagayear
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]































Site Meter

New Comments
Friends' blogs
[Add gagayear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.