" THINKING OF EVERYTHING IN THE POSITIVE WAY,EVERYTHOUGH NOT REAL,BUT MAKES GOOD FEELING FOR US"
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
... ภาพถ่ายในกระเป๋าของชายคนนั้น ...

ภาพถ่ายในกระเป๋าเงิน..ของชายคนนั้น..(อ่านให้จบนะ จะได้รู้ว่าภาพนั้นคือภาพใคร)....

ปี 1999 แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว

แต่ข้าพเจ้ายังจดจำเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่นึกถึงทีไร ข้าพเจ้าก็อดที่จะชื่นใจ ปลี้มใจ ทุกทั้งที่ข้าพนึกถึง

เพื่อนหญิงของข้าพเจ้าคนหนึ่ง เล่าเรื่องชายลึกลับคนหนึ่งให้ฟังที่เธอพบ

เธอเล่าให้ผมฟังพร้อมๆๆกับรอยยิ้ม และความปลาบปลื้ม ข้าพเจ้าไม่คิดเลยว่า หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ฟังเรื่องของเธออีกประมาณ 1 ปี ข้าพเจ้าก็ได้พบกับชายลึกลับคนนี้ด้วยตัวเอง

เย็นวันหนึ่งในปี 1999 ที่ประเทศนิวซีแลนด์

วันนั้นเป็นวันที่อากาศค่อนข้างหนาวเย็นและลมแรง วันสุดท้าย ที่ข้าพเจ้าหมดสัญญาการเช่าหอพัก ข้าพเจ้าต้องขนข้าวของออกจากหอพัก เพื่อจะย้ายที่อยู่ใหม่ ข้าพเจ้ายืนข้างๆๆสัมภาระ 3-4 กล่อง ยืนใจจดใจจ่อหารถเพื่อเข้าไปในเมือง วันนั้นเป็นวันที่โชคร้ายมาก ข้าพเจ้ายืนคอยรถกว่า 2 ชั่วโมง ก็ยังไม่มีรถแท็กซี่ผ่านมา

จนกระทั้งพลบค่ำ มึดสลัวๆๆ ก็มีแท็กซี่คันหนึ่งวิ่งผ่านมา

และรับข้าพเจ้าขึ้นรถ ข้าพเจ้าขึ้นรถด้วยความ ว้าวุ่นใจมาก เพราะชายคนนี้ดูหน้าตาหน้ากลัว ผู้ชายคนนั้นหน้าตาเหมือนคนเอเซีย ผิวคล้ำ ผมยุ่งรกรุงรังไม่น่าไว้วางใจ ข้าพเจ้าไม่มีทางเลือก ถึงจะกลัวอย่างไร ถ้าไม่ไปกับเขา ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าจะมีรถแท็กผ่านมาอีกหรือเปล่า ข้าพเจ้าจึงนั่งรถไปด้วยใจกระวนกระวาย

ในระหว่างนั่งในรถ ชายคนนี้ก็สอบถามถึงที่มาที่ไปของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้ามาจากเมืองไทยหรือเปล่า หน้าตาเหมือนคนไทยจังเลย
ข้าพเจ้าแปลกใจมากทำไมเขาจึงสอบถามเรื่องราวบ้านเมืองของข้าพเจ้ามากมายเหลือเกิน ยิ่งถามข้าพเจ้าก็ยิ่งกลัว และแล้วแกก็ถามถึงเรื่องส่วนตัวของข้าพเจ้า ซึ่งแกถามเป็นภาษาอังกฤษว่า

"คุณพ่อที่รัก ของคุณเป็นอย่างไรบ้าง ท่านสบายดีไหม "

ข้าพเจ้าก็ตอบไปว่า พ่อสบายดี โทรศัพท์หากันทุกวัน

"สุขภาพท่านเป็นอย่างไรบ้าง ฝากความคิดถึง ฝากความเคารพ ถึงคุณพ่อคุณด้วยนะครับ ผมคิดถึงท่านครับ"

ข้าพเจ้าก็ตอบไปว่า ได้ครับ แล้วจะบอกให้ กลับถึงบ้านเมื่อไร จะรีบไปบอกเลย ข้าพเจ้าตอบไปเพื่อจะให้แกจบๆเรื่องที่เราจะต้องคุยกัน ข้าพเจ้าแปลกใจว่าทำไม แกถึงคุยกับข้าพเจ้ามากจังเลย ผิดปกติของคนขับรถแท็กซี่ทั่วไป

ชายคนนี้ขับรถไป นั่งยิ้มไป

แกทำไมถึงอารมณ์ดีจังเมื่อแกคุยกับข้าพเจ้า ในขณะที่ ข้าพเจ้ารู้สึกกลัวแกอย่างบอกไม่ถูก น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง และแล้วชายคนนี้ก็จอดรถที่บ้านพักหลังใหม่ของข้าพเจ้า แกลงจากรถ และกุลีกุจอ ขนข้าวของลงมาให้ข้าพเจ้าด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม หลังจากขนของเสร็จ ชายคนนี้ เอื้อมมือมาจับที่บ่าของข้าพเจ้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า
"น้องเอ๋ย พี่ดีใจมากที่มีโอกาสพบคนไทย พี่ไม่ได้พบคนไทยมานานแล้วพี่มาอยู่ที่เมืองนี้กว่า 20 ปี ไม่ค่อยได้เห็นคนไทยมาที่นี่กัน"

"วันนี้พี่ดีใจมาก เห็นคนไทยแล้วทำให้พี่รู้สึกอบอุ่นเหมือนได้พบกับญาติคนหนึ่งพี่เป็นชาวกัมพูชา อพยพมาที่นิวซีแลนด์เมื่อหลายสิบปีก่อน เพราะด้วยพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ได้ให้ที่พักพิงในยามที่เราหนีตาย มาพักในแผ่นดินไทย พี่ๆๆและครอบครัวถึงได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ มีความหวังและได้ชีวิตใหม่ ชีวิตของครอบครัวของพี่มีได้มาถึงทุกวันนี้เพราะพระมหากรุณาของในหลวงของประเทศไทย" หลังจากชายคนนี้พูดจบ แกก็เอามือล้วงเข้าไปหยิบกระเป๋าเงินออกมา พร้อมกับพูดว่า

"แม้จะผ่านมาหลายปี พี่เก็บภาพนี้ในกระเป๋าเงินของพี่ตลอดเวลา พี่เก็บภาพนี้เพราะพระองค์คือผู้มีพระคุณต่อครอบครัวของเรา เราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ครอบครัวของเรา รัก และเทอดทูลบูชาพระองค์ตลอดเวลา เพราะพระองค์คือที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของครอบครัวของเรา"

หลังจากพูดเสร็จ แกก็จับมือของข้าพเจ้า และหยิบธนบัตรในมือของข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าเตรียมไว้เพื่อจ่ายเป็นค่าโดยสารให้กับเขา แต่ชายคนนั้นหยิบธนบัตรจากมือของข้าพเจ้าใส่กระเป๋าเสื้อของข้าพเจ้าแทน และบอกข้าพเจ้าว่า
"วันนี้พี่ขอมาส่งน้องชายของพี่นะ "

หลังจากแกจากไป ข้าพเจ้าพึ่งเข้าใจคำถาม ของแกที่ถามเกี่ยวกับพ่อของข้าพเจ้า

พ่อที่รักและเคารพของข้าพเจ้า นั้นแกหมายถึงใคร และข้าพเจ้าก็เข้าใจทันทีเลยว่า ทำไมชายคนนี้ถึงเก็บภาพในหลวงและพระราชินีขณะทรงชุดพลางทหาร เดินออกเยี่ยมพสกนิกร ข้าพเจ้าเข้าใจในความรู้สึกของชายคนนี้ทำไมเก็บภาพนี้ในกระเป๋าเงินของแกมากว่า 20 ปีแม้จะผ่านมาหลายปี ภาพในกระเป๋าเงินของชายคนนี้ยังอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้านึกถึงทีไรก็อดปลาบปลื้มไม่ได้ว่า พระองค์ทรงที่รักยิ่งและพระองค์ทรงอยู่ในใจไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้นแต่อยู่ในใจของพี่น้องเพื่อนบ้านของเราด้วยครับ

รักในหลวงครับ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

เนื้อเรื่องชีวิตจริงของ Kibangkok (กิ๊บางกอก)
ภาพสีน้ำโดย Kibangkok

บทความดีดีจาก http://www.teenee.com


Create Date : 10 ธันวาคม 2550
Last Update : 10 ธันวาคม 2550 16:03:05 น. 2 comments
Counter : 184 Pageviews.

 
อ่านแล้วซาบซึ้งใจค่ะ


โดย: เพรางาย วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:19:24:10 น.  

 
ใครๆ ก็รักนายหลวงครับ


โดย: Kang Dong Ye วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:22:18:27 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

jaynis
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






" สำหรับฉัน.....
ความรักไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
ถ้าชีวิตเป็นเหมือนนกตัวหนึ่ง
ความฝันเป็นปีก และความรักจะเป็นลมใต้ปีก
นกอย่างฉันบินได้เพราะความฝัน ไม่ใช่ความรัก
ความรักเป็นแค่ลมใต้ปีก ที่จะทำให้ฉันบินสูงขึ้น
แต่.....จะไม่มีมันก็ได้
ไม่มีมันฉันก็ยังเคลื่อนไหว......
ความรักมันเป็นอะไรมากมายต่อฉัน
แต่ฉันก็อยากให้มันเป็นสิ่งที่ดีต่อหัวใจมากกว่า"

Some people come
into our lives
And quickly go...
Some stay for awhile
And leave footprints
on our hearts
And we are never,ever the same.....

ประตูรักห้องถัดไป - อาพัชรินทร์


 
Friends' blogs
[Add jaynis's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.