เขียนไปเรื่อย...
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
19 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
กุหลาบ ประวัติดอกกุหลาบ การปลูกดอกกุหลาบ สายพันธุ์ต่างๆ

ดอกกุหลาบเป็นดอกที่ทุกคนใช้เพื่อสื่อความรัก  ในวันสำคัญต่าง ๆ เช่นวันแต่งงาน วันวาเลนไทน์  เป็นต้น ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่ได้รับนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะประเทศไหนก็จะนิยมสนใจดอกกุหลาบ คนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกเพื่อความสวยงาม ประดับตกแต่งสวน  หรือปลูกเป็นอาชีพ จนกระทั่งนำไปสกัดเป็นหัวน้ำหอม

ดอกกุหลาบแต่ละสีมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป คนก็จะเลือกสีที่เหมาะกับงานหรือเหตุการณ์ให้เหมาะสม

สารบัญ กุหลาบ ประวัติดอกกุหลาบ

1.      ตำนานดอกกุหลาบ

2.      ประเภทของดอกกุหลาบ

3.      สีกุหลาบสื่อความหมาย

4.      ช่อกุหลาบสื่อความหมาย

5.      วิธีการปลูกดอกกุหลาบ




ตำนานดอกกุหลาบ

ใครจะรู้ว่าดอกกุหลาบมีตำนานที่ยาวนานมาแล้ว

         กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรด์จีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย

          กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม

          บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง


ประเภทของดอกกุหลาบ

1. Hybrid Tea    กุหลาบประเภทนี้เป็นกุหลาบที่ได้รับความนิยมและรู้จักกันดี

 เป็นกุหลาบที่มีดอกขนาดใหญ่ที่สุดก้านช่อดอกยาว

ปกติแล้วในแต่ละก้านจะมีเพียง 1 ดอก  เป็นกุหลาบที่มีกลิ่นหอม

   ลักษณะทั่วไปของดอก Hybird Tea ก็คือ เป็นกุหลาบดอกใหญ่

 มีรูปทรงดอกสวย มีการออกดอกอย่างต่อเนื่องต้นมีขนาดใหญ่

แข็งแรง ต้นจะสูงประมาณ 75-150 เซนติเมตร หรือมากกว่านี้

 มีก้านดอกยาว จึงเหมาะสำหรับทำไม้ตัดดอก  มีสีเกือบทุกสี ยกเว้นสีน้ำเงิน

 ดอกมักมีกลิ่นหอม ส่วนมากปลูกเป็นไม้ดอกประดับบ้านเรือนและสวน

2.Floribunda   

 เป็นกุหลาบที่นักผสมไม้ปรับปรุงพันให้กุหลาบนี้ออกดอกหลายดอกในหนึ่ง

ช่อกุหลาบประเภทFloribunda นี้ได้จากการผสมกุหลาบ Polyantha

 ซึ่งมีดอกเป็นช่อกับกุหลาบประเภท Hybrid Tea ทำให้ลูกผสมที่ได้

หรือกุหลาบประเภท Florbunda นี้มีขนาดใหญ่กว่ากุหลาบประเภท

 Polyanthaจะมีรูปร่างคล้ายกับกุหลาบประเภท Hybrid Tea

มักจะมีทรงพุ่มเตี้ย ดอกเป็นช่อ และบานพร้อมกัน

กุหลาบประเภทจึงปลูกเป็นไม้ประดับแปลง

3. Grandiflora เป็นกุหลาบที่พัฒนามาจากกุหลาบ  Floribunda

 อีกทีหนึ่ง กุหลาบประเภทนี้จะออกดอกเป็นช่อคล้ายกุหลาบประเภท

Floribunda แต่ดอกมีขนาดใหญ่กว่าและรูปดอกนั้นมีลักษณะคล้าย

กับกุหลาบประเภท Hybrid Tea มาก กุหลาบประเภทนี้มีพุ่มขนาดใหญ่

 ดอกมีขนาดปานกลาง บางพันธุ์ก็ตรงข้ามกัน

คือมีดอกจำนวนน้อย ก้านช่อดอกยาวปานกลางกุหลาบประเภท

 Grandiflora นี้มีทรงต้นสูง  จึงนิยมปลูกเป็นฉากหลัง

4. Miniature

  กุหลาบประเภทนี้เรียกว่า กุหลาบหนู กุหลาบประเภทนี้เป็นที่นิยมเมื่อ

 20-30 ปีมานี้เองกุหลาบหนูเป็นลูกผสมของกุหลาบประเภท

Polyantha กับกุหลาบประเภท Floribunda กับกุหลาบป่าบางชนิด

กุหลาบหนูจะมีต้นและใบขนาดเล็ก เป็นกุหลาบประเภทใหม่

ที่มีกำเนิดมาประมาณ 50-60 ปีที่แล้ว เป็นกุหลาบที่ย่อส่วนลงมา

 จึงเหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้กระถาง นิยมปลูกเป็นไม้ตามแนวรั้ว

 และเป็นไม้ประดับแปลง ไม่มีใครรู้ว่ากุหลาบหนูเกิดเมื่อใด

และมีต้นต่อมาจากไหน แต่ส่วนใหญ่ในอเมริกานั้น

 นิยมปลูกประดับบ้าน ริมรั้วเตี้ยๆเป็นพันธุ์ที่แข็งแรงทนทาน

ต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า บางครั้งก็จะตัดดอกมาปักแจกันเล็กๆ

วางบนโต๊ะทำงาน

5.  Climber

  กุหลาบประเภทนี้คนไทยเรียกว่า  กุหลาบเลื้อย กุหลาบเลื้อย

บางพันธุ์นั้นได้มาจากการผสมพันธุ์ขึ้นมา บางพันธุ์ก็เกิดจาก

การกลายพันธุ์ของกุหลาบ ซึ่งกุหลาบที่กลายพันธุ์นี้จะมีรูปทรง

ดอกต่างๆ เหมือนกุหลาบพันธุ์เดิม แต่จะมีลำต้นเลื้อย

กุหลาบเลื้อยนี้จะนิยมปลูกตามรั้วบ้าน ปลูกเกาะต้นไม้

 หรือปลูกให้เลื้อยไปตามโครงที่สร้างขึ้น


สีกุหลาบสื่อความหมาย

แต่ละสีของดอกกุหลาบนั้นมีความหมายของมัน อย่าให้สีผิดกับสาว ๆ ละกัน

"ดอกกุหลาบสีแดง"
ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบ สีแดงอ่อน หรือสีแดงสด บ่งบอกถึงการตกหลุมรักหรือแอบปลื้มใครซักคน เป็นสื่อแทนใจเพื่อจะบอกให้รู้ว่ามีคนกำลัง แอบปลื้มอยู่ ส่วนดอกกุหลาบสีแดงเข้ม ถ้ามีใครให้ดอกกุหลาบสีแดง รู้ไว้เลย นะว่าเค้าคนนั้น มีความรักที่สุดแสน จะลึกซึ้ง  มั่นคง และแน่นนปึก เรียกได้ว่าความรักนั้น ไม่มีวันจืดจางไป จากหัวใจ





"ดอกกุหลาบสีขาว"
เป็นสีแห่งความรักที่ใสสะอาด บริสุทธิ์น่าทนุถนอมโดยไม่คิด เลยว่าความรักที่มอบให้ไปนั้น จะได้ความรักตอบกลับมา
หรือเปล่า





"ดอกกุหลาบสีชมพู"
เป็นความโรแมนติกที่แสดงถึงความรักที่หวานซึ้งที่ผู้ให้มีต่อผู้รับ แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจ เพราะว่ามันไม่ได้เป็นความรักที่ลึกซึ้ง
แค่เป็นเพียงรักที่ฉาบฉวยต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อแสวงหาสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดเท่านั้นเอง





"ดอกกุหลาบสีส้ม"
สื่อให้เห็นถึงความสดใส ความเป็นตัวของตัวเอง ของผู้รับ เมื่ออยู่ใกล้แล้วทำให้รู้สึกอบอุ่น และยัง
บ่งบอกความในใจถึงความรักและสิ่งที่ผ่านมาด้วย



"ดอกกุหลาบสีเหลือง"
เป็นตัวแทนแห่งมิตรภาพ และยังสื่อถึงความห่วงใยของผู้ให้ด้วย หลายคนเชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่ใช้สำหรับเยี่ยมคนป่วย แต่จริงๆแล้วก็สามารถให้กับเพื่อนๆ เนื่องในโอกาสพิเศษได้เช่นกัน





"ดอกกุหลาบสีฟ้า"
เชื่อว่าเป็นดอกไม้ แห่งความอดทน แข็งแกร่ง ดอกไม้แห่งความฝันที่สวยงาม และมั่นคงตลอดกาล




"ดอกกุหลาบสีม่วง"
บางคนคงคิดว่ามันเป็นดอกกุหลาบที่สื่อถึงความเศร้า นั่นก็เป็นอีกความหมายนึง แต่ถ้ามองในแง่ของความสุข กุหลาบสีม่วงยังสื่อให้เห็นถึงความสำเร็จในชีวิต การงานได้อีกด้วย





"ดอกกุหลาบสีดำ"
ความหมายของกุหลาบดำ แต่อาจจะลืมไปแล้ว จนมาถึงวันนี้ได้รื้อฟื้นความหมายอีกครั้ง หลายคนคงให้สีดำแทนความเสียใจ โศกเศร้า
แต่ความหมายของกุหลาบสีดำว่าแท้จริงแล้ว ความหมายที่ลึกล้ำ เจ้ากุหลาบดำ นั่นคือ..นิรันดร์ ดังนั้นดอกกุหลาบดำที่หมายถึงรักนิรันดร์ และมันไม่เคยมีจริง




ช่อกุหลาบสื่อความหมาย

ช่อกุหลาบก็มีความหมายเช่นกัน  แต่บางคนก็ไม่ค่อยรู้กัน

1         ช่อ             รักแรกพบ  
2          ช่อ            แสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน
3          ช่อ            ฉันรักเธอ
7          ช่อ            คุณทำให้ฉันหลงเสน่ห์
9          ช่อ           เราสองคนจะรักกันตลอดไป
10         ช่อ          คุณเป็นคนที่ดีเลิศ
11         ช่อ           คุณเป็นสมบัติชิ้นที่มีค่าชิ้นเดียวของฉัน
12         ช่อ             ขอให้เธอเป็นคู่ของฉันเพียงคนเดียว
13         ช่อ           เพื่อนแท้เสมอ
15         ช่อ           ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ
20         ช่อ           ฉันมีความจริงใจต่อเธอ
21         ช่อ           ชีวิตินี้ฉันมอบเพื่อเธอ
36         ช่อ           ฉันยังจำความหลังอันแสนหวาน
40          ช่อ          ความรักของฉันเป็นรักแท้
99           ช่อ         ฉันรักเธอจนวันตาย
100         ช่อ         ฉันอุทิศชีวิตนี้เพื่อเธอ
101        ช่อ          ฉันมีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
108         ช่อ         คุณจะแต่งงานกับฉันไหม
999         ช่อ         ฉันจะรักคุณจนวินาทีสุดท้าย

1,009 = ฉันรักเธอเพราะเธอเป็นเธอ
9,999 = แทนความจริงใจทั้งหมดที่ฉันมีให้เธอจากนี้และตลอดไป
10,000 = รักเธอเป็นหมื่น-หมื่นปี



วิธีการปลูกดอกกุหลาบ

กระถางใบใหญ่ ให้เจาะรูกระถางด้านข้างใกล้ก้นกระถางเพิ่ม 2 รู ให้ผสมดิน1 ส่วน ต่อ ขุย มะพร้าว 1 ส่วน ให้ร่วนน้ำระบายได้ดี จากนั้นใส่ปุ๋ยคอก หรือ มูลค้างคาว อาจใช้กระดูกป่นถ้ามีสัก 1 กำมือ อย่าเยอะกว่านี้ คลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันตั้งทิ้งไว้ มากน้อยเท่าไรขึ้นอยู่กะขนาดของกระถางที่จะปลูก เอาดินที่เตรียมลงก่อน เอากุหลาบวางลงไปตรงกลางให้ต่อกุหลาบเอนไปด้านหลังนิดหน่อย กลบดินให้ทั่ว โรยด้วยปุ๋ยออสโมโค้ท สูตรเสมอ 3 หรือ 6 เดือนก็ได้ 1-2 ช้อนโต๊ะ ปิดด้วยดินจนมิด โรยด้านบนทับด้วย 15-0-0 ซัก 1 ช้อนโต๊ะ ถ้าไม่มี ใช้ปุ๋ยปลาป่น ได้เหมือนกัน ซัก 1 กำมือ ห้ามกดอัดดินเด็ดขาด ด้านบนให้หาวัสดุจำพวกฟาง หรือ ขุยมะพร้าวมาปิดทับอีกที รดน้ำให้ชุ่มถ้าดินยุบค่อยเติมดินใหม่ได้ จากนั้นทุกครึ่งเดือนใช้ 15-0-0 โรยประมาณ ครึ่งช้อนโต๊ะ สลับกับปุ๋ยปลาป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ จนกว่าต้นจะงาม พยายามเด็ดดอกทิ้ง 2-3 รอบก่อน เวลาออกดอกดอกจะได้ใหญ่ สีสดใส ช่วงที่ใบงามแล้ว อาจจะสลับด้วย 13-0-46 ก็ได้ค่ะ เพื่อเร่งให้ดอกออก และดอกจะได้ใหญ่ๆ….

หลังตัดดอกแล้ว กุหลาบจะโทรมควรกลับมาบำรุงด้วยปุ๋ยปลาป่นอีกรอบ สลับกับ 15-0-0 แนะนำว่าควรฉีดพ่นด้วยปุ๋ยเร่งดอก ทางใบทุกอาทิตย์ จะเป็นปุ๋ยปลาน้ำ หรือ ไบโอบลูม สูตรสำหรับกุหลาบ ก็ได้ค่ะ

การให้ปุ๋ยทางใบ และยา……นี่แล้วแต่สะดวกค่ะ ส่วนมากเจ้บัวจะใช้กันรากเน่า โคนเน่า กันเพลี้ยไฟทุกอาทิตย์
- ป้องกันเพลี้ย…. ใช้ พรอส หรือ อะบาแมกติน หรือ ครอฟีดอร์ หรือ อิมิดาครอฟิด หรือ ไซเบอร์แมทติน
- กันรา โรค ต่างๆ…. ใช้ ซาพรอท แมนโคเซ็ท แบนเลท “ตรฟอรีน ไตรนิโนคอนโซล
- กันแมลง หนอน…. ใช้ แลนเนท

แต่ถ้าไม่ต้องการใช้ สารเคมี แนะนำให้ใช้ น้ำอิง บวก ตัวจับใบ หรือ น้ำยาล้างจานนิดหน่อย ควรฉีดพ่น ทุก 3-4 วัน

แสงแดด…… กุหลาบต้องการแดด 5-6 ชั่วโมงต่อวัน ถ้ากุหลาบเพิ่งมาใหม่ ถ้าไม่แน่ใจก็ลองดูก่อนค่ะ ถ้าเห็นใบเหยี่ยวๆก็ลากเข้าที่ร่ม จากนั้นค่อยๆเพิ่มปริมาณแสงขึ้นเรื่อยๆ

การรดน้ำ…… กุหลาบชอบชื้น แต่ห้ามแฉะ ไม่แน่ใจให้ใช้นิ้วสัมผัสที่ดิน ถ้าแห้งก็รดน้ำ แต่ถ้าชื้นๆก็หยุดไม่ต้องรดน้ำ เดี๋ยวรากเน่าค่ะ…..

ไม่เข้าใจอะไรรบกวนสอบถามได้ตลอด ไม่รู้จะไปหาคำตอบ จากผู้รู้ให้ค่ะ…..

อีกสูตรค่ะ ของ อาจารย์ พจนา นาควัชระ……

วิธีเตรียมดินปลูกกุหลาบ……

การปลูก….. กระถาง 10 นิ้วขึ้นไป ถ้าปลูกลงดิน จะงอกงามดีกว่ากระถาง ควรเว้นระยะห่าง 60-80 ซม.

ส่วนผสมของดินปลูก…..- ดิน 1 ส่วน
- อินทรีย์วัตถุ (ปุ๋ยหมัก ใบไม้ผุ หรือ แกลบ) 2 ส่วน
- ปุ๋ยคอก 1 ส่วน
- ขุยมะพร้าว (ใช้หรือไม่ก็ได้) 1/2 ส่วน

ที่ตั้งแปลง หรือ ที่วางกระถาง….. เป็นที่มีแดดอย่างน้อย 1/2 วัน ปกติกุหลาบต้องการแดดเต็มวัน แต่เนื่องจากกุหลาบไม่ชอบอากาศร้อน ดังนั้นในช่วงฤดูร้อนควรให้กุหลาบถูกแดดนานแค่ 1/2 วันก็พอ อาจจะย้ายที่วางใหม่ หรือ พรางแสงด้วยซาแลน

การให้น้ำ….. ปกติ 1 ครั้งต่อวัน หรือ ประมาณ 1 ลิตรต่อกระถาง 10 นิ้ว แต่ฤดูร้อน อากาศแห้งมาก อาจต้องเพิ่มเป็น 2 ครั้งต่อวัน

การให้ปุ๋ย…..
- ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรอ 16-16-16 หรือ 14-9-20 หรือ 15-5-20 หรือ 21-9-24
- ปุ๋ยคอก (มูลสัตว์) ขี้ไก่ (แบบอัดเม็ด จะดีกว่าจากฟาร์ม เพราะเวลารดน้ำจะกลิ่นเหม็นมาก) ขี้วัว (ต้องใช้ปริมาณมากกว่าขี้วัว แต่ข้อเสีย เรื่องวัชพืชที่ตามมา)
- ปุ๋ยคอก มีแร่ธาตุอาหารน้อยกว่าปุ๋ยเคมี จึงควรใช้ปุ๋ยคอกและเคมีสลับกัน โดยใช้ปุ๋ยคอกประมาณ 3-4 เดือนครั้ง เพื่อแก้ปัญหาดินแข็ง เหนียวจากปุ๋ยเคมี และทุกๆ 6 เดือน
- ปูนโดโลไมท์ (มีแคลเซียมและแมกนีเซียม) ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อกระถาง 10-12 นิ้ว เพื่อแก้ความเป็นกรดจากปุ๋ยเคมี
- เมื่อใส่ปุ๋ยแล้วควรรดนำทันที เพื่อไม่ให้เข้มข้นตรงจุดใดจุดหนึ่งมากไป ทำให้รากเสียหาย ปุ๋ยเคมีควรใส่น้อยๆ แต่บ่อยๆ ไม่ควรใส่มากเกินไปเพราะจะทำให้ขอบใบไหม้ และตายได้

การตัดแต่ง…..
- ต้นใหม่ ตัดแต่งกิ่งลีบ เล็ก ที่เป็นกิ่งรุ่นแรกๆ ออกที่โคนกิ่ง เหลือไว้แต่กระโดงใหญ่ๆ
- ต้นที่โตแล้ว ตัดกิ่งผอม กิ่งเป็นโรค บิดงอ กิ่งที่ง่ามแคบ หรือกิ่งที่พุ่งเข้าในพุ่ม กิ่งแก่ที่ไม่แตกยอดดอกอีกแล้วทิ้ง
- ดอกโรย ควรรีบตัดออกเพื่อไม่ให้เสียอาหารต่อไป ถ้าเป็นกุหลาบก้านยาวควรตัดเอาความยาวออกครึ่งนึ่งของความยาวก้าน หรือต่ำลงมาจนถึง 5 ใบชุด ไว้ซัก 2-3 ชุด
- การตัดแต่งประจำปี ควรทำปีละ 2 ครั้ง ในเดือนตุลาคม (ก่อนหนาว) และเดือนเมษายน (ก่อนฝน) เป็นการตัดแต่งเพื่อให้ตั้งพุ่มใหม่ เพื่อลดความสูง โดยตัดกิ่งกระโดงให้สั่นลงเหลือประมาณ 30-40 ซม. ถ้าต้นแข็งแรง แต่ถ้ามีกิ่งกระโดงมาก ก็ให้ตัดกิ่งแก่ออกเสียบ้าง

การเปลี่ยนกระถาง….. ทำปีละ 1 ครั้ง อาจทำพร้อมการตัดแต่งช่วงเดือนเมษายน โดยควักดินรอบๆขอบกระถางออกส่วนหนึ่ง หรือ ถอดออกทั้งต้นแล้วเปลี่ยนดินใหม่

โรค และ แมลง…..
- เพลี้ยไฟ เป็นแมลงตัวเล็กแหลมเหมือนเข็ม ซ่อนอยู่ใต้กลีบดอก ทำให้ยอดอ่อนหงิกงอ ดอกด่าง
- ไรแดง เป็นแมลงมุมตัวเล็ก สีเหลืองส้ม อยู่ใต้ใบ ดุดกินน้ำเลี้ยงจนใบซีด ขุ่นมัว
- ใบจุดสีดำ ที่มีขอบพร่า ทำให้ใบเหลืองหลุดร่วง จะเริ่มมีอาการจากใบแก่ที่โคนต้นขึ้นมา
- ราน้ำค้าง เป็นปื้นๆ จุดสีน้ำตาลม่วงเป็นที่ยอดอ่อน ทำให้ใบร่วงตั้งแต่ยังเขียว
- ราแป้ง เหมือนผงสีขาวเหมือนแป้งจับ ใบหงิกพองเหมือนข้าวเกรียบว่าว
ราสีเทา (บอไทรทิส) กลีบนอกจะเหี่ยว และ เป็นรา ดอกไม่ยอมบาน
- แคงเกอร์ ทำให้กิ่งเนแผลวงกลมสีน้ำตาลของเหลือง ส่วนมากเป็นที่โคนกิ่ง กิ่งแก่ ในที่สุดจะลามเหลืองทั้งกิ่ง แห้งดำ และลุกลามจนต้นตาย

การควบคุมโรค และ แมลง….. ควรพ่นยาอย่างน้อย 10 วันครั้ง
- หนอน และ แมลงปีกแข็ง ใช้ เมโธมิล หรือ ไซเปอร์เมทริน ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องควรจับทิ้งด้วยมือ
- เพลี้ยไฟ ใช้ อิมิดาคลอร์ปิด ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องตัดดอก ทำลายทิ้ง
- ไรแดง ใช้ อะบาแมกติน หรือ ทอร์ค ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องฉีดลางด้วยน้ำใต้ใบ
- โรคใบจุดดำ (ฤดูฝน) ใช้แมนโคแซบ หรือ ดาโคนิล หรือ ไตรโฟไรน์ ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องคลุมด้วยหลังคาพลาสติก
- ราน้ำค้าง (ฤดูหนาว) ใช้เมทาแล็กซิล + แมนโดคเซ็บ ถ้าไม่ใช้สารเคมี ไม่มีข้อแนะนำ
- ราแป้ง (กลางวันร้อน กลางคืนเย็น) ใช้ไตรโฟไรน์ หรือ แอนวิลล์ ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องพ่นด้วยน้ำ
- ราสีเทา ใช้ไตรไฟไรน์ หรือ รอฟรัล ถ้าไม่ใช้สารเคมี ไม่มีข้อแนะนำ
- แคงเกอร์ ไม่มียารักษา ใช้วิธีตัดทิ้งห่างๆจากกิ่งที่เป็นมากๆ


ที่มาข้อมูลทั้งหมด

http://piyamat.wordpress.com/

https://sites.google.com/site/cherrytatsawan/contact-me

http://guru.sanook.com/

http://www.dek-d.com/board/view/1643073/










Create Date : 19 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 1 ธันวาคม 2556 0:07:41 น. 0 comments
Counter : 24136 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ksblog
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ksblog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.