เขียนไปเรื่อย...
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
30 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
มะเร็งปากมดลูก อาการเริ่มแรก และการรักษามะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก หัวข้อนี้จะรวมเรื่อง มะเร็งปากมดลูกพบในผู้หญิงวัยใด อาการมะเร็งปากมดลูก เริ่มแรก และอื่นๆเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกจะเกิดขึ้นกับผู้หญิง จะเป็นที่ปากมดลูก ในสมัยนี้มีผู้ที่เป็นกันเยอะมาก โรคมะเร็งปากมดลูกใครที่เป็นอาจรักษาให้หายได้แต่ก็มีผู้หญิงที่เสียชีวิตมากกับโลกนี้มาแล้วมากมาย และมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี
ปัจจัยที่ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกก็ คือ  มีเพศสัมพันธ์อายุยังน้อย เป็นคู่นอนหลายคน  พันธุกรรม เป็นต้น  หากเป็นแล้วก็อย่าตกใจควรรีบไปปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อย่าให้มีอาการแล้วค่อยไป ในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป ควรได้รับการตรวจหาเชื้อมะเร็งปากมดลูกทุก ๆ ปี

มะเร็งปากมดลูก

สารบัญโรคมะเร็งปากมดลูก

1. มะเร็งปากมดลูกคืออะไร
2. ปัจจัยเสี่ยง มะเร็งปากมดลูก
3. อาการของมะเร็งปากมดลูก
4. การรักษา
5. การป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งปากมดลูก



มะเร็งปากมดลูกคืออะไร
ปากมดลูกเป็นอวัยวะในร่างกายสตรี เป็นส่วนหนึ่งของมดลูก อยู่ภายในช่องคลอดมีหน้าที่ ป้องกันสิ่งแปลกปลอมภายนอกร่างกายและเป็นทางผ่านของสิ่งคัดหลั่งจากมดลูกมะเร็งปากมดลูก มะเร็งปากมดลูกเป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบริเวณปากมดลูก สามารถแพร่ขยายลุกลามและกดเบียด อวัยวะใกล้เคียงมดลูกภายในอุ้งเชิงกราน และสามารถกระจายไปยัง ปอด ตับ ลำไส้ หรือสมอง ทำให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะเหล่านั้น ตามมาได้  มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งแห่งความรัก หากปราศจากการมีเพศสัมพันธ์ มะเร็งก็ไม่เกิด พบว่าเชื้อไวรัส HPV เป็นสาเหตุที่ชักนำให้ปากมดลูกเกิดความผิดปกติกลายเป็นมะเร็ง โดยเชื้อไวรัส HPV นี้เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดหูดหงอนไก่ และเมื่อสตรีได้รับเชื้อไวรัส HPV มาจากการมีเพศสัมพันธ์ เชื้อชนิดนี้จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมภายในเซลล์ปากมดลูก จนกลไกการควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ถูกกระตุ้นขึ้น ตามมาด้วยการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ซึ่งไม่อาจหยุดยั้งได้ของเซลล์เนื้องอก


ปัจจัยเสี่ยง มะเร็งปากมดลูก
ปัจจัยที่ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกก็มีหลายสาเหตุด้วยกัน เพราะคนในปัจจุบันไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องพวกนี้จำทำให้เป็นมะเร็งกันเพิ่มขึ้น
       -การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
           - การมีคู่นอนหลายคน หรือฝ่ายชายที่เราร่วมหลับนอนมีคู่นอนหลายคน
           - การคลอดบุตรจำนวนหลายคน
           - การสูบบุหรี่
           - การมีภาวะคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะเป็นโรคเอดส์  
           - การสูบบุหรี่
           - พันธุกรรม
           - การขาดสารอาหารบางชนิด

ปัจจัยเสี่ยงจากฝ่ายชาย ที่อาจทำให้ผู้หญิงเป็น มะเร็งปากมดลูก

           - ผู้ชายที่มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
           - ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
           - ผู้หญิงที่มีสามีเป็นมะเร็งองคชาติ
           - ผู้หญิงที่มีสามีเคยมีภรรยาเป็น มะเร็งปากมดลูก
           - ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน

สตรีที่มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้มาก
- อายุอยู่ในช่วง 30 – 50 ปี
- มีเพศสัมพันธ์ขณะอายุยังน้อย
- มีคู่นอนหลายคน
- สามีเที่ยวโสเภณี
- ติดโรคทางเพศสัมพันธ์บ่อย ๆ เช่น หูดหงอนไก่ เริม
- สูบบุหรี่
- ไม่เคยตรวจภายในเลย


อาการของมะเร็งปากมดลูก
อาการของคนที่เป็นมะเร็งปากมดลูกจะไม่แสดงอาการใด ๆ เลย
 อาการตกเลือดทางช่องคลอด เป็นอาการที่พบได้มากที่สุดประมาณร้อยละ 80 – 90  ของผู้ป่วย มะเร็งปากมดลูก ลักษณะเลือดที่ออกอาจจะเป็นเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน มีตกขาวผิดปกติ กลิ่นเหม็น มีเลือดปน หรือมีเลือดออกเวลามีเพศสัมพันธ์ ถ้าเป็นมากและมะเร็งลุกลามออกไปด้านข้าง หรือลุกลามไปที่อุ้งเชิงกรานก็จะมีอาการปวดหลังได้ เพราะไปกดทับเส้นประสาท


อาการในระยะหลังเมื่อมะเร็งลุกลามหรือไปสู่อวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ขาบวม ปวดหลัง  ปวดก้นกบ ปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด เป็นต้น

มะเร็งปากมดลูกคืออะไร

โรค มะเร็งปากมดลูก แบ่งได้เป็น 0-4 ระยะ

            ระยะ 0  คือ เซลล์มะเร็งยังไม่กระจาย วิธีรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะ 0 คือ ผ่าตัดเล็ก ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาที และตรวจติดตามอาการ การรักษาระยะนี้ได้ผลเกือบ 100%

            ระยะที่ 1 เซลล์มะเร็งอยู่ที่ปากมดลูก การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะ 1 คือผ่าตัดใหญ่ ผ่าตัดมดลูก เลาะต่อมน้ำเหลืองในเชิงกราน ซึ่งได้ผลดีถึง 80%

             ระยะที่ 2 เซลล์มะเร็งกระจายออกจากปากมดลูก โดยยังไม่ไปไกลมาก แต่ก็ไม่สามารถผ่าตัดได้ การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 2 นี้ ต้องรักษาด้วยการฉายรังสี และการให้เคมีบำบัด  (คีโม) ได้ผลราว 60%

             ระยะที่ 3 เซลล์มะเร็งกระจายชิดเชิงกราน การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 3 คือใช้รังสีรักษา และการให้เคมีบำบัด การรักษาระยะนี้ได้ผลประมาณ 20-30%

            ระยะที่ 4 เป็นระยะที่เซลล์มะเร็งกระจายทั่วร่างกาย การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 4 คือการให้คีโม และรักษาตามอาการ โดยหวังผลได้เพียง 5-10% และโอกาสรอดน้อยมาก แต่ก็ไม่แน่ โดยมีผู้ป่วย มะเร็งปากมดลูก บางรายสามารถอยู่ต่อได้นานถึง 1-2 ปี จึงเสียชีวิต


การรักษามะเร็งปากมดลูก
1.    การผ่าตัด ถ้ามะเร็งอยู่เฉพาะปากมดลูกอาจจะตัดแค่บริเวณปากมดลูก แต่ถ้ามะเร็งแพร่กระจายมากแพทย์อาจจะตัดมดลูก ท่อรังไข่ รังไข่ รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
2.    การให้รังสีรักษาทำได้ 2 วิธี
•    โดยการให้รังสีรักษาจากเครื่องแพทย์จะให้รังสีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง 5วัน/สัปดาห์เป็นเวลา 5-6 สัปดาห์
•    โดยการฝังแร่อาบรังสีบริเวณปากมดลูกฝังแต่ละครั้งนาน 1-3 วันต้องอยู่โรงพยาบาลใช้เวลารักษา 1-2 สัปดาห์
3.    การให้เคมีบำบัด โดยการให้เคมีเข้าในเลือดเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
4.    การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำลายมะเร็ง ยาที่ใช้บ่อยคือ interferon
ผลข้างเคียงของการรักษา
1.    การผ่าตัด หลังการผ่าตัดมักจะมีอาการปวด เลือดออก ถ้าต้องตัดมดลูกผู้ป่วยอาจจะปัสสาวะและอุจาระลำบากต้องคาสายสวนปัสสาวะไว้ระยะหนึ่ง ผู้ป่วยควรพักระยะหนึ่งเพื่อให้แผลหาย จะมีเพศสัมพันธ์หลังผ่า 4-8 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่ตัดมดลูกยังคงมีอารมณ์ทางเพศปกต ิแต่อาจมีปัญหาทางจิตใจกังวลว่าไม่สามารถมีบุตรได้คู่ครองควรที่จะช่วยกันปลอบใจและให้กำลังใจ
2.    การให้รังสีรักษา ระหว่างการให้รังสีรักษาผู้ป่วยจะเพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ผมร่วง ผิวบริเวณที่สัมผัสรังสีจะมีสีน้ำตาล ห้ามทาโลชั่น อาการต่างๆจะหายไปหลังหยุดการรักษา การร่วมเพศอาจจะลำบากเนื่องจากช่องคลอดจะแคบและแห้งต้องใช้ครีมหล่อลื่นช่วย นอกจากนี้อาจมีปัญหาเรื่องปัสสาวะและถ่ายเหลว
3.    การให้เคมีบำบัด จะฆ่าเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว
•    ซีด เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำทำให้เหนื่อยง่าย ติดเชื้อง่าย และเลือดออกง่าย
•    ผมร่วง
•    เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน
•    เป็นหมัน



การป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งปากมดลูก
    หากใครที่ยังไม่เป็นมะเร็งปากมดลูกเรามีวิธีป้องกันให้ห่างจากมะเร็งปากมดลูกกันคะ

•    หลีกเลี่ยงการติดเชื้อ HPV
•    งดการมีเพศสัมพันธุ์ตั้งแต่อายุน้อย
•    ไม่สำส่อนทางเพศ
•    ไม่มีเพศสัมพันธุ์กับคนที่มีคู่นอนหลายคน
•    ไม่มีเพศสัมสัมพันธุ์กับคนที่ยังไม่ได้คลิบอวัยวะเพศhaving sex with uncircumcised males
•    การมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ18 ปีและการมีสำส่อนทางเพศ เชื่อว่าเกิดจากเชื้อไวรัส human papillomaviruses
•    สวมถุงยางอนามัยเมื่อจะมีเพศสัมพันธุ์
•    การสูบบุหรี่
•    การได้รับยาคุมกำเนิด diethylstilbestrol ระหว่างตั้งครรภ์
•    ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
•    การได้รับวิตามิน A ป้องกันมะเร็งได้แต่ต้องศึกษาเพิ่มเติม
•    การออกกำลังกายและพักผ่อนอย่างพอเพียงจะช่วยป้องกันโรคได้
•    การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก



ที่มาทั้งหมด
http://siamhealth.net/public_html/Disease/cancer/cervixcancer2.html#.UmoUc3C8CFY
http://www.xn--72c1am6ak1fl9iucn.com/
http://hilight.kapook.com/view/37597





Create Date : 30 ตุลาคม 2556
Last Update : 1 ธันวาคม 2556 0:10:12 น. 0 comments
Counter : 21553 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ksblog
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ksblog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.