เขียนไปเรื่อย...
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
โรคไข้เลือดออก อาการไข้เลือดออก การป้องกันอันตรายที่มากับ “ยุงลาย”

โรคไข้เลือดออก อาการไข้เลือดออก การป้องกันอันตรายที่มากับ

โรคไข้เลือดออก อาการไข้เลือดออก การป้องกันอันตรายที่มากับ

“ยุงลาย” ยุงลายเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก โดยเชื้อจากยุงตัวเมียซึ่งกัดเวลากลางวันจะดูดเลือดคนเป็นอาหาร จะกัดดูดเลือดผู้ป่วย ซึ่งในระยะไข้สูงจะเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด ล่าสุดกรมควบคุมโรค แจ้งเมื่อ วันที่ 24 กันยายน 2556 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสมรวมกว่า 93,034 ราย เสียชีวิต 86 รายทั่วประเทศ และพบว่ามี 24 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ มียุงพาหะที่มีเชื้อโรคไข้เลือดออกอาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เพชรบูรณ์ ตาก พิษณุโลก นครสวรรค์ กำแพงเพชร ระยอง ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม นครพนม เลย หนองคาย อุดรธานี นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ และสงขลา ดังนั้นเมื่อเราทราบอันตรายที่มากับยุงลายแล้วละก็ เราควรศึกษาหาสาเหตุที่แน่ชัดและวิธีการป้องกันไว้เพื่อครอบครัวคนที่เรารักและตัวเราเอง

วงจรไข้เลือดออก

วงจรไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมียบินไปกัดคนที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไวรัสก็จะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-12 วัน เชื้อไวรัสจะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงตัวนี้ไปกัดคน ก็จะปล่อยเชื้อไวรัสไปยังผู้ที่ถูกกัดและเชื้อจะแพร่เข้าสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 5-8 วัน (สั้นที่สุด 3 วัน-นานที่สุด 15 วัน) ในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งผู้ป่วยที่พบส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป ยุงลายออกหากินในเวลากลางวัน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว

อาการบงชี้ว่าเป็นโรคไข้เลือดออก

อาการในเด็กอาจจะมีอาการไข้และผื่นขึ้นตามตัว ในผู้ใหญ่อาจจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามตัว ลักษณะที่สำคัญของไข้เลือกออก คือ จะมีอาการไข้สูงเฉียบพลันประมาณ 2-7 วัน หน้าแดง ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย บางรายอาจจะมีจุดเลือดสีแดงออกตามลำตัว แขนขา เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามรายฟัน และถ่ายอุจาระดำเนื่องจากเลือดออกในทางเดินอาหาร และอาจเกิดอาการช็อคได้ ในรายที่ช็อคจะสังเกตเมื่อไข้ลงแต่ผู้ป่วยกลับอาการแย่ลงเหงื่อออกทั้งที่ไม่มีไข้ ซึม มือเท้าเย็น หมดสติ และอาจจะเสียชีวิตได้ในที่สุด

แบ่งได้ 3 ระยะ


1. ระยะไข้สูง จะมีไข้สูงลอย ไม่ยอมลง หน้าแดง ปวดหัว เมื่อย ดื่มน้ำบ่อย มักมีอาเจียน เบื่ออาหาร มักไม่ค่อยมีอาการหวัด คัดจมูก ไอ หรือเจ็บคอ แต่บางคนก็มี อาจมีท้องเสีย หรือท้องผูกประมาณ 3 วันจะมีผื่นขึ้นตามตัว จุดเลือดออกเล็ก ๆ ตามใบหน้า ซอกรักแร้ แขน ขา และอาจมีอาการปวดท้องในช่วงนี้

2. ระยะช็อคและเลือดออก ในระยะนี้ เด็กไข้จะลดลง แต่แทนที่อาการจะดี แต่กลับพบว่า อาเจียนมาก ปวดท้อง ซึม กระสับกระส่าย ตัวเย็น เหงื่อออก ปัสสาวะเข้ม ชีพจรเต้นเบาเร็ว ความดันต่ำ ถ้าไม่รีบรักษาอาจจะช็อคและเสียชีวิตได้ ภายใน 1-2 วัน นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะมีเลือดออกตามที่ต่าง ๆ เช่น เป็นรอยจ้ำตามผิวหนัง อาเจียน ถ่ายเป็นสีดำ เลือดกำเดาไหล ประจำเดือนเป็นเลือดมาก

3. ระยะฟื้นตัว อาการจะดีขึ้น อาการแรกที่บ่งบอกว่าอาการเริ่มดีขึ้น คือ จะเริ่มอยากกินอาหาร ของหวาน ขนมขบเคี้ยว ผื่นตามแขนขา ตัวเริ่มหาย

การรักษาไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออกนี้ทำได้เพียงคอยดูแล ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยต้องเฝ้าระวังภาวะช็อคและเลือดออก โดยพยายามให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ ดื่มเกลือแร่ น้ำส้มที่ผสมเกล็ดส้มมาก ๆ หากอาการยังไม่ดีขึ้นควรให้แพทย์รักษาอย่างใกล้ชิด

ข้อแนะนำในการรักษา

1. เช็ดตัวโดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นแล้วบิดพอหมาด ๆ ทำติดต่อกันอย่างน้อยนาน 15นาที

2. ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเกลือแร่ หรือน้ำผลไม้ใส่เกลือเล็กน้อย ถ้ามีอาการคลื่นไส้อาเจียน หากไม่สามารถดื่มน้ำได้ ให้พยายามจิบบ่อยๆ แต่ไม่ควรดื่มแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว

3. การให้ยาลดไข้ จะช่วยให้ไข้ลดลงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหมดฤทธิ์ยาแล้วไข้จะกลับมาสูงขึ้นอีก การเช็ดตัวลดไข้เป็นวิธีที่ดีที่สุด

4. ห้ามให้ยาลดไข้จำพวกแอสไพรินและไอบรูโพรเฟน เพราะอาจจะทำให้เลือดออกมากผิดปกติหรือตับวายได้5. ให้ผู้ป่วยพักผ่อนมาก ๆ ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก6. ควรพบแพทย์ตามนัด เพื่อรับการตรวจเลือด

การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

การรักษาไข้เลือดออก

เพื่อความปลอดภัยของท่านเราขอแนะนำวิธีการกำจัดลูกน้ำยุงลายที่ง่ายและสามารถทำได้ทั่วไป และหากช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลายจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้อีกด้วย โดยวิธีกำจัดนั้นสามารถทำได้ภายในบ้านของเราเอง โดยให้ท่านสังเกตและปฏิบัติตามข้อแนะนำต่อไปนี้1. ภาชนะที่ใช้เก็บน้ำ เช่น โอ่งน้ำหรือถังน้ำ ควรใส่ทรายอะเบท และเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือนหรือเลี้ยงปลาหางนกยูงไว้เพื่อกินลูกน้ำ2. ขาตู้กับข้าว ควรใส่ทรายอะเบท หรือน้ำส้มสายชูลงไป เมื่อยุงไปวางไข่จะช่วยกำจัดลูกน้ำได้3. แจกันดอกไม้ หากในบ้านของท่านมีแจกันดอกไม้ ท่านควรเปลี่ยนน้ำในแจกันทุก ๆ 7 วัน4. ภาชนะที่มีน้ำขังรอบ ๆ บ้าน ควรตรวจสอบและสังเกตบริเวณรอบ ๆ บ้านของท่านหากทีภาชนะที่สามารถเป็นแหล่งเก็บน้ำได้ควรคว่ำ หรือเทน้ำทิ้ง เช่น ยางรถยนต์ ขวดพลาสติกเพียงเท่านี้ก็สามารถลดการเกิดยุงลายในอนาคตได้หลายล้านตัวเลยทีเดียว และยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคไข้เลือดออกอีกด้วย

ที่มา: http://www.thaivbd.org/content.php?id=324161
http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/infectious/dhf.htm
http://www.mcot.net/site/content?id=52074b99150ba0bf330001ab#.UlAIMVOo1e4
http://thaichikungunya.blogspot.com/


Create Date : 05 ตุลาคม 2556
Last Update : 5 ตุลาคม 2556 23:32:42 น. 0 comments
Counter : 3603 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ksblog
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ksblog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.