เขียนไปเรื่อย...
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
7 กุมภาพันธ์ 2556
 
All Blogs
 
อาการคนท้อง อาการแพ้ท้อง อาการตั้งครรภ์ สังเกตุอาการคนท้อง 1 สัปดาห์

สังเกตุอาการคนท้อง 1 สัปดาห์ อาการคนท้อง ระยะแรกของคนท้องเป็นอย่างไร อาการคนท้องระยะแรก เป็นคำถามที่หลายๆคนอยากรู้มาก เรื่อง อาการคนท้องเริ่มแรก เพื่อเป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวรับมือ กับกานท้อง ลองอ่านและดูว่าอารการแบบนี้เหมือนที่คุณเป็นอยู่หรือเปล่านะครับ วันนี้ได้มาอัพบทความให้ได้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เข้ามาจากพันทิพ หรือค้นข้อมูลมาจาก google ก็ตาม หัวข้อที่จะนำเสนอมีดังนี้

  1. อาการคนท้อง
  2. การตรวจครรภ์
  3. อาการแพ้ท้อง วิธีแก้อาการแพ้ท้อง
  4. คลิปอาการคนท้อง (เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย)

อาการคนท้อง อาการแพ้ท้อง อาการตั้งครรภ์


อาการคนท้องสรุปเป็น 12 ข้อ ดังนี้

อาการคนท้อง ข้อที่ 1 การขาดประจำเดือน หรือประจำเดือนไม่มา
ถ้า คุณ เป็นคนที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ อาการปกติที่บ่งบอกได้ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์คือ ประจำเดือนไม่มาภายหลังปฏิสนธิได้ 2 สัปดาห์ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีประจำเดือนมา ไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นสาเหตุอื่นก็ได้ที่ทำให้ประจำเดือนคุณขาดหายไป เช่นมีความ เครียดจากการทำงาน, มีความวิตกกังวลมาก หรือไม่สบาย ก็ไม่แน่ว่าคุณจะตั้งครรภ์ ในบางรายที่ตั้งครรภ์แล้ว อาจมีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอดในช่วงเวลาที่ครบรอบเดือน

อาการคนท้อง ข้อที่ 2 เจ็บ ตึง คัดเต้านม
ขนาด ของเต้านมจะเริ่มขยายขึ้น หัวนมเจ็บและไวต่อสิ่งสัมผัส มีเส้นเลือดดำสีเขียวๆ ปรากฏขึ้นที่บริเวณผิวหนังรอบเต้านม หัวนมมีสีคล้ำขึ้นและตั้งชู


อาการคนท้อง ข้อที่ 3 ปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือปัสสาวะสีเข้มขึ้น
ฮอร์โมน ที่เพิ่มขึ้น ระหว่างตั้งครรภ์มีผลทำให้เลือดมาคั่งในเชิงกรานมาก เพื่อไปหล่อเลี้ยง ตัวอ่อนมากขึ้น ระบบปัสสาวะที่ต่อเนื่องถึงกันจึงได้รับผลกระทบไปด้วย กระเพาะปัสสาวะ จึงระคายเคืองและบีบตัวบ่อยขึ้น ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย รวมทั้งต้องลุกมาเข้าห้องน้ำใน ตอนกลางคืนบ่อยๆ ด้วย


อาการคนท้อง ข้อที่ 4 ท้องผูกกว่าปกติ
ฮอร์โมนที่หลั่งออกมาช่วงนี้จะทำให้ลำไส้ บีบตัวได้น้อยลง และยิ่งครรภ์ใหญ่ขึ้น มดลูกจะไปกดทับลำไส้ใหญ่ อาการท้องผูกจะเพิ่มขึ้น การดื่มน้ำมาก ๆ ทานอาหารที่มีกากใยจะช่วยลดอาการท้องผูกได้


อาการคนท้อง ข้อที่ 5 มีอาการตกขาวเล็กน้อย
มีมูกขาวๆ ออกมาจากช่องคลอด โดยไม่มีอาการแสบ หรือคันบริเวณช่องคลอดแต่อย่างใด


อาการคนท้อง ข้อที่ 6 รู้สึกเหนื่อยง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา
นอก จากตอนเย็นหลังเลิกงานแล้วยังเหนื่อยล้าในตอนกลางวันอีกด้วย อาการเช่นนี้ดีสำหรับคุณแม่ เพราะเท่ากับช่วยลดกิจกรรมต่างๆ ลงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน จะได้พบปะเจอะเจอผู้คนน้อยลง หรือไม่ค่อยอยากเดินทางไปไหนมาไหน ช่วยให้คุณแม่ได้รับเชื้อโรคและสารพิษจาก สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษน้อยลง


อาการคนท้อง ข้อที่ 7 รู้สึกขมๆ เฝื่อนๆ ในปาก


อาการคนท้อง ข้อที่ 8 จมูกไวต่อกลิ่น รู้สึกเหม็น ทนกับกลิ่นบางอย่างไม่ได้
เช่น ควันบุหรี่, เหล้า, กาแฟ, อาหารที่มีไขมัน, กลิ่นเนื้อสด, ฯลฯ ผลของการตั้งครรภ์ทำให้จมูกคุณแม่ไว และตอบสนองต่อกลิ่นต่างๆ มากขึ้น บางคนได้กลิ่นอาหารที่เคยชอบก็อยากอาเจียน, บางคนแพ้ กลิ่นน้ำหอมที่ตัวเองเคยใช้เป็นประจำ, บางคนไปจ่ายตลาดเดินผ่านร้านขายเนื้อวัวสด, เนื้อหมู ไม่ได้เลย แค่เห็นก็ทนไม่ไหวแล้ว, บางคนแค่เปิดตู้เย็นเจอกลิ่นอาหารในตู้เย็นก็รู้สึกแย่ บางรายก็แพ้กระทั่งกลิ่นของสามีตัวเอง


อาการคนท้อง ข้อที่ 9 มีอาการแพ้ท้อง (ในหัวข้อต่อไปเราจะพูดถึงอาการแพ้ท้องและการจัดการกับการแพ้ท้อง)
เป็น อาการ ที่พบบ่อยมากจนเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มีอาการคลื่นไส้ อยาก อาเจียนหลังตื่นนอนในตอนเช้า บางรายอาจเป็นในช่วงเย็นๆ บางรายมีอาการต่อเนื่องกัน ตลอดทั้งวัน (แย่หน่อย) โดยเฉพาะตอนที่ท้องว่าง บางทีหิวแต่กินไม่ได้มาก ทำให้เกิด อาการวิงเวียนจะเป็นลม เนื่องจากมีน้ำตาลในเลือดต่ำ


อาการคนท้อง ข้อที่ 10 ไม่หิว ไม่อยากทานอาหาร หรือไม่เจริญอาหาร อยากกินของแปลกๆ
ฮอร์โมน ที่เพิ่มระดับขึ้นในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ทำให้การรับรู้รสชาติของคุณแม่เปลี่ยน แปลงไป ทำให้รู้สึกกินไม่อร่อย ทั้งที่เป็นของที่เคยชอบมาก่อน บางทีอยากกินของแปลกๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมจึงอยากกิน


อาการคนท้อง ข้อที่ 11 มีอารมณ์อ่อนไหวหรือแปรปรวนง่าย
ซึ่ง เป็นผลมาจากฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง บางครั้งได้ยิน ได้ฟังเรื่องเศร้าๆ ก็ร้องไห้ น้ำตาซึม หรือปล่อยโฮ ดูหนังเศร้าก็ร้องไห้เสียใจ โดยที่เมื่อก่อนไม่ใช่คนแบบนี้ ผู้หญิงบางรายอาจไม่มีอาการดังกล่าวนี้เลย แต่ก็ “ทราบ” ว่าตนเองตั้งครรภ์ ก็เป็นได้เช่นกัน

อาการคนท้อง ข้อที่ 12 อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
คุณอาจจะยังรู้สึกเป็นปกติดีตราบเท่าที่ระดับอุณหภูมิยังคงอยู่ในช่วงการประเมินการแม้จะผ่านช่วงเวลาของการมีประจำเดือนมาแล้ว และเมื่อคุณตั้งครรภ์ ไข่จะตกจากรังไข่ และใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในการเดินทางไปถึงมดลูก ซึ่งจะเป็นการไปฝังตัว และในเวลานี้เองที่ร่างกายของคุณจะรู้ได้ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น คุณแม่บางท่าน โดยเฉพาะท่านที่ช่างสังเกตสักหน่อย อาจรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลในร่างกายสองอย่างนี้ ว่ากันว่าเมื่อตั้งครรภ์หัวใจจะเต้นเร็วกว่าปกติถึง 10 ครั้งต่อนาที


อาการแพ้ท้อง วิธีจัดการกับอาการแพ้ท้อง ของว่าที่คุณแม่

อาการแพ้ท้อง
อาการแพ้ท้องจากที่ได้ค้นข้อมูลใน pantip จะเจอคำถามที่ว่า อาการแพ้ท้องเดือนแรก หรือระยะแรกเป็นอย่างไร จากข้อมูลที่ได้นั้น อาการแพ้ท้องของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาการแพ้ท้องนั้นโดยมากจะเกิดในช่วง ตั้งแต่ 4-15 สัปดาห์ อาการนั้นมีดังนี้เช่น คลื่นไส้อาเจียน รู้สึกไวต่อกลิ่น เป็นต้น โดยมากแล้วจะมีการหยุดแพ้ท้องในช่วง 20 สัปดาห์ สรุปอาการแห้ท้อง 9 เดือนมีดังนี้

อาการแพ้ท้องเดือนที่ 1 ยังไม่มีการแพ้ท้อง แต่เต้านมจะตึงและคัด และลานนมจะมีสีเข้มขึ้น

อาการแพ้ท้องเดือนที่ 2 มีเลือดออกมานิดนึง เป็นเพราะร่างกายกำลังสร้างรก แม่จะเหนื่อยง่าย ตื่นสาย และง่วงนอนบ่อยๆ เพราะร่างกายทำงานหนักในการสร้างเลือดและตัวอ่อน เค้าถึงให้คนท้องอ่อนๆพักผ่อนมากๆเพราะอยู่ในภาวะที่อาจจะแท้งได้ง่าย

อาการแพ้ท้องเดือนที่ 3 เหนื่อยง่ายกว่าเดิม และหน้าท้องก็เริ่มป่องขึ้นมานิดนึงแล้ว แม่ใส่กางเกงยีนส์ไม่ได้อีกแล้ว แม่ไปซื้อกางเกงคนท้องมาใส่ จะมีกระดุมเลื่อนไปได้อีกหลายนิ้วเลย กางเกงตัวนี้แม่ใส่จนคลอด

อาการแพ้ท้องเดือนที่ 4 แม่เวียนหัวและเหมือนจะหน้ามืดบ่อยๆ ต้องนอนกลางวันทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง ถ้าวันไหนไม่ได้นอนจะคลื่นไส้มากจ๊ะ เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง คนท้องก็มีอาการแบบนี้แหละ โชคดีที่แม่ไม่ได้ไปทำงานนอกบ้าน เลยนอนกลางวันได้ทุกวันจ๊ะ พ่อก็น่ารักมาก ให้แม่นอนสบายไม่กวนใจ เพราะถ้าไม่ได้นอนจะไปโมโหลงกับพ่ออีก

อาการแพ้ท้องเดือนที่ 5 ท้องโตชัดเจน เริ่มอึดอัดต้องนอนตะแคง นอนหงายไม่ได้หายใจไม่ออก ตอนนอนตะแคงก็เอาหมอนแบนๆหรือเบาะมารองท้องเอาไว้ เส้นดำกลางท้องขึ้นชัดเจน ต้องระดมทาครีมอย่างหนัก เพื่อป้องกันท้องลาย แม่ทาครีมนีเวียตลับสีน้ำเงิน ซื้อมา 2 ตลับใหญ่ ทาทุกวันเหมือนพอกปูนเลย ใช้จนคลอดและหลังคลอดถึงจะหมด แต่ดีมากๆ หน้าท้องไม่ลายเลยจ๊ะ แต่จะมันมากๆเลยนะ

อาการแพ้ท้องเดือนที่ 6 ปวดปัสสาวะบ่อยมาก แต่ปัสสาวะครั้งละนิดๆหน่อยๆ แต่บ่อยมาก เวียนหัวน้อยลง แต่เริ่มปวดขาและหิวบ่อยๆ และอยากกินอาหารรสจัด ทั้งๆที่แม่กินเผ็ดไม่ได้ แต่อยากกินเผ็ดๆแซ่บๆ ทำยำวุ้นเส้น ยำปลาทูใส่ตะไคร้เยอะๆ เปรี้ยวๆเผ็ดๆกินบ่อยมากๆ เส้นกลางท้องยาวและขึ้นมาเห็นชัดมาก ยังกลัวว่าหลังคลอดมันจะหายไหม (หายนะ) ยังไม่พอนะ คอและรักแร้ดำมาก หาความงามไม่ได้เลย หน้ามันมากจนต้องทาแป้งทั้งวัน แต่ผมดำขลับสวยและมีน้ำหนัก ก็ดีนะ ยังมีข้อดีมาบ้าง

อาการแพ้ท้องเดือนที่ 7 กินเก่งเหมือนปอบสิง และหิวบ่อยมาก ขี้ร้อนและหงุดหงิดง่าย ฤดูหนาวแม่ยังใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้น ไม่ห่มผ้าด้วย เพราะร้อนมากจนเหงื่อไหลเป็นน้ำ ปกติแม่เป็นคนขี้หนาวมากๆ อากาศหนาวทีไรจะหนาวจนสั่นปวดกระดูก แต่ท้องน้องเทียนแม่ไม่เป็นเลยจ๊ะ เหมือนเป็นคนละคน แต่จะขี้น้อยใจมาก อยากกินอะไรต้องได้กิน ถ้าพ่อไม่พาไป แม่จะร้องไห้เหมือนโลกจะแตกเลยจ๊ะ (หนังสือบอกว่าเป็นเพราะฮอร์โมน แต่พ่อบอกว่า แม่ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วแหละ ชอบเอาแต่ใจตัวเอง แป่ววว)

อาการแพ้ท้องเดือนที่ 8 ปวดขามากเพราะท้องโตมากแล้ว และเป็นตะคริวบ่อยๆ ชอบเป็นตะคริวตอนกลางคืน บางคืนต้องตื่นขึ้นมาเดินกลางดึกเพราะเป็นตะคริวจนปวดขานอนไม่ไหว นอนไม่ค่อยหลับ ตื่นบ่อยๆ และนอนบนเตียงไม่ได้แล้ว ต้องนอนบนโชฟาและปรับเอียง 45 องศา นอนราบไม่ได้จะอยากอ้วก และต้องนอนตะแคงตลอดเวลา กลางคืนประมาณตี2 จะตื่นมาคุ้ยของในตู้เย็นกินทุกคืน เหมือนผีปอบสิง เพราะหิวมากจนแสบไส้ ท้องร้องดังมากจนไม่หลับเลยต้องกินจ๊ะ แม่กินนมเยอะมาก วันละ 6 กล่อง

อาการแพ้ท้องเดือนที่ 9 แม่ยังไปดูหนังอยู่เลย ของใช้ก็เตรียมครบแล้ว(ครบตั้งแต่ท้อง 6 เดือน) ซักเตรียมไว้แล้วด้วย เผื่อว่าคลอด


วิธีจัดการกับอาการแพ้ท้อง การบรรเทาอาการแพ้ท้อง สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

1. ตื่นนอน ไม่ลุกจากที่นอนทันที ลุกและนั่นพักที่เตียง 10-15 นาที ดื่มน้ำขิงตอนตื่นหนอนใหม่ๆ จะลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน

2. ทานอาหารอ่อนๆ และไม่ทานมากจนเกินไป ทานอาหารเสร็จไม่ควรนอนหรือพักผ่อนทันที ควรเดินออกกำลังกาย หรือทำงานบ้านเบาๆ 15 นาที

3. หลังทานอาหารหากเปรี้ยวปาก ควรหาของขบเคี้ยว หรือผลไม้จะชาวยลดอาการอาการแพ้ท้องได้ดีพอสมควร

4. งดอาหารที่มีกลิ่นแรงหรืออาหารแสลงเพราะจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้ง่าย

5. ควรทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่นไข่

6. ดื่มน้ำมากๆ น้ำผลไม้หรือ น้ำขิงอุ่นๆ

7. พักผ่อนให้เพียงพอ ในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก จะช่วยลดอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียรได้เป็นอย่างดี


วิธีตรวจการตั้งครรภ์ ชุดตรวจการตั้งครรภ์ ด้วยปัสสาวะ

วิธีตรวจการตั้งครรภ์

เมื่อเกิดอาการสงสัยว่าตั้งครรภ์เปล่า สามารถตวรจได้ 2 วิธีด้วยกันคือ 1. โดยการตรวจปัสสวะ โดยใช้ test kit 2. ตรวจโดยการไปพบแพทย์

1. การตวรจครรภ์ด้วยตัวเองโดยใช้ Test Kit
ชุดทดสอบนี้ประกอบด้วยสารละลายเคมี ซึ่งนำมาผสมกับน้ำปัสสาวะ 2-3 หยด แล้วเปรียบเทียบดูสีที่เปลี่ยนไป เป็นการตรวจสอบว่าตั้งครรภ์หรือไม่ หากทำตามขั้นตอนอย่างถูกวิธี จะให้ผลที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ 90%
ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 4 – 30 องศา และเมื่อฉีกซองออกมาแล้ว ต้องตรวจทันทีจึงจะได้ผลดี ต้องใช้ปัสสาวะที่ปัสสาวะออกมาใหม่ๆ จะใช้ปัสสาวะตื่นนอนตอนเช้าก็ได้ ฮอร์โมนเยอะ มีความแม่นยำสูง

วิธีการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง
ปกติแล้วชุดตรวจจะมี 3 แบบ คือ แบบแผ่นหยด แบบจุ่ม แบบตลับ ให้ศึกษาตามเอกสารที่ได้มากับชุดตรวจครรภ์ พร้อมรุปภาพประกอบ
การอ่านผล
ตั้งครรภ์ : ปรากฎแถบสีขึ้น 2 ขีด บริเวณตำแหน่ง C และ T
ไม่ตั้งครรภ์ : ปรากฏแถบสีขึ้น 1 ขีด บริเวณตำแหน่ง C
ผลการทำสอบผิดพลาด : ไม่มีขีดขึ้น หรือ ขีดขึ้นบริเวณตำแหน่ง T


2. ตรวจการตั้งครรภ์โดยแพทย์ ด้วยการตรวจภายใน
ถ้าประจำเดือนไม่มา 1-2 เดือนควรไปพบแพทย์ ทำการตรวจการตั้งครรภ์ ซึ่งมีความน่าชื่อถือได้มากกว่าชุด kit โดยแพทย์จะทำการตรวจเลือด
เลือดเป็นบวกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย 15 วัน  หรือตรวจปัสสาวะเป็นบวก หลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย 20 วันขึ้นไป ถ้าตรวจแล้วเป็นลบก็แปลว่าไม่ตั้งครรภ์  ตัวอย่างเช่น  ไม่ทราบวันตกไข่  มีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย 1  มกราคม   ไข่ที่ตกวันที่ 1-5 มกราคม  มีโอกาสได้รับปฏิสนธิ  ไข่ที่ตกวันที่ 6 มกราคม  หรือหลังจากนั้นไม่ควรได้รับการปฏิสนธิ  ดังนั้น  ถ้าตรวจเลือดวันที่  15  มกราคม  หรือ ตรวจปัสสาวะวันที่ 20  มกราคม  ก็จะบอกได้เลยว่าตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งครรภ์


คลิปอาการคนท้อง
เป็นคลิปวีดีโอ บอกถึงอาการคนท้องเป็นอย่างไร ตลอดถึงวิธีการรับกับการแพ้ท้อง ซึ่งว่าที่คุณแม่ควรศึกษาไว้ เพื่อจะได้เตรียมพร้อม รับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น



คำค้นที่เกี่ยวข้อง : อาการคนท้อง, อาการแพ้ท้อง, อาการตั้งครรภ์, อาการคนท้อง 1 สัปดาห์


เพิ่มเติม อาการคนท้อง

อาการแรกๆของการตั้งครรภ์คือ

- เลือดล้างหน้าเด็ก ประมาณ 8 -10 วันหลังจากวันตกไข่ (บางคนอาจไม่มี) (เป็นเลือดจางๆ ออกมา แล้วหายไป ไม่เหมือนประจำเดือน)
- อุณหภูมิร่างกาย (BBT) สูงขึ้นอย่างน้อย 18 วัน
- ประจำเดือนขาด
- ถึงแม้จะยังไม่ถึงวันครบรอบประจำเดือนมา คุณก็สามารถทดสอบการตั้งครรภ์ได้ และจะให้ผลบวกได้ตั้งแต่ 7 - 10 วันหลังตกไข่

ช่วงไตรมาสแรก (สัปดาห์ที่ 1 - 12)
- ปวดเกร็งท้องน้อย
- อยากอาหาร
- คลื่นไส้ 3 - 10 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ
- เต้านมขยาย และ อ่อนนุ่ม 3 - 4 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ
- หัวนมมีสีคล้ำและขยายกว้างขึ้น
- ปวดฉี่บ่อย
- อ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย 3 - 10 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ
- อาจมีอาการแสบร้อนในอก หรือท้องผูก และปวดหัว
- อารมณ์อ่อนไหวง่าย

อาการอื่นๆ โดยละเอียด ดังนี้

อยากอาหารบางอย่าง
85% ของหญิงตั้งครรภ์อยากอาหารเฉพาะเจาะจงหรือของแปลกๆ อย่างน้อย 1 อย่างระหว่างตั้งครรภ์

เลือดล้างหน้าเด็ก และการปวดเกร็งหน้าท้อง
-- จะเกิดขึ้นประมาณ วันที่ 8 หลังตกไข่ อาจจะรู้สึกปวดท้องน้อยและมีเลือดจางๆ ออกมา แสดงว่าไข่กำลังฝังตัวลงในผนังมดลูก

ปวดท้องฉี่บ่อย
-- เกิดเนื่องจากการฝังตัว เป็นอาการปกติ

อ่อนเพลีย ปวดหัว แสบร้อนในอก และคลื่นไส้
- สำหรับผู้หญิงหลายคนอาการเหล่านี้ สร้างความรำคาญเล็กน้อย อาการเหล่านี้ถือว่าปกติ และอาการคลื่นไส้เป็นอาการเด่นชัดอันดับ 2 ของการตั้งครรภ์รองจากความอยากอาหาร การเพิ่มของฮอโมนส์โปรเจสเตอโรนอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายได้

อุณหภูมิร่างกาย BBT
-ถ้าคุณเคยวัด BBT ไว้ แล้วอุณหภูมิยังคงสูงต่อเนื่องเกิน 15 วันแระกอบกับประจำเดือนไม่มา .....นั่นเป็นสัญญานที่แน่ชัดของการตั้งครรภ์

hCG Testing
- ชุดตรวจตั้งครรภ์ที่ขายตามร้านขายยา ผลบวกจะทำให้คุณหายสงสัย บางชนิดสามารถตรวจได้ตั้งแต่ 7 - 10 วันหลังตกไข่


ที่มา : healthcorners, http://www.pooyingnaka.com




Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 29 กันยายน 2556 20:15:02 น. 0 comments
Counter : 269585 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ksblog
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ksblog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.