-- YUI --
Group Blog
 
 
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
25 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
ย้ายบ้าน ~

หลังจากพยายามปลุกปล้ำสร้างบล็อคเหมือนคนอื่นเค้า (ชอบเลียนแบบคนอื่น อิ อิ) ในที่สุด ก็สร้างกะเค้าสำเร็จ

วันนี้ 2008.10.25 ก็ทำการย้ายบ้านจาก myspace มาอยู่ที่นี่ ^ ^

ไปขนของที่บ้านเก่ามาแปะไว้ที่นี่ก่อนดีกว่า ...



01 ธันวาคม 2549

ความรัก vs รถไฟ

หากจะเปรียบความรักกับการโดยสารรถไฟก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่
บางคน ... ขึ้นมาโดยที่ตัวเองก็ไม่มั่นใจว่าจะใช่เส้นทางนี้หรือเปล่า
บางคน ... เมื่อรู้ว่าไม่ใช่เส้นทางที่ต้องการ ก็ลงโดยไม่กล่าวลา
บางคน ... คิดว่าใช่ อยากไปให้สุดสายแต่สุดท้ายก็ไปได้ไม่ถึง
บางคน ... เมื่อรู้ว่าผิดเส้นทางก็ต้องเปลี่ยน แม้จะนั่งมาไกลแค่ไหนก็ตามที
บางขบวน ... อาจจะไม่มีสถานีสุดท้าย คนบางคนก็เช่นกัน



28 กันยายน 2550

สวัสดี ตอนตีหนึ่ง พอดิบพอดี

หันไปมองนาฬิกา เวลา 1.00 พอดี เขียนโปรแกรมที่ได้เท่าที่ตั้งใจไว้แล้ว แต่ยังไม่อยากนอนเลย ทำไมก็ไม่รู้ สงสัยว่าเป็นวันศุกร์ เลยอยากให้เวลากลางคืนให้คุ้ม (จริง ๆ ก็ใช้เวลากลางคืนคุ้มทุกวันนะ ตอนตีสองตีสามทุกคืนเลย) หรืออาจเพราะเพลงกำลังเพราะเลยเชียว อยากนั่งฟังต่ออีกสักนิด จริง ๆเพลงนี้ ฟังมาก ๆ ไปก็ไม่ดีนะ ยิ่งบรรยากาศกลางคืนแบบนี้ ยิ่งอินไปกันใหญ่ ไม่ดี ไม่ดี

ตอนนี้จริง ๆ ควรรักษาสุขภาพให้มากกว่านี้ แต่ก็เบื่อจัง เห็นรายการยาที่ต้องกิน ก็เบื่อแล้ว ขาดงานก็บ่อยอีกตะหาก -*- ตอนนี้กลายเป็นคนโรคจิต เห็นห้องน้ำแล้วจิตตก เง้อ... เมื่อไหร่จะหายปวดท้องสักทีว้า เบื่อเต็มทนแล้ว



04 ตุลาคม 2550
ไอ่ยุ้ยส่องกล้อง


preview

หลังจากทรมานกะอาการปวดท้อง เป็น ๆ หายๆ มาได้พักหนึ่ง
และแล้วหมอจูมง เอ๊ย หมอราชินก็ตัดสินใจให้พ้นความรำคาญ โดยการสั่งให้อิชั้นไปส่งกล้อง คงจะรำคาญอิชั้นจัด เพราะมันทำหน้าไม่เชื่อหมออยู่ตลอดเวลาที่หมอบอกว่า ในลำใส้คุณไม่มีอะไรน่ากลัวหรือผิดปรกติ (แต่กรูปวดท้องนี่หว่า มันปรกติแล้วทำไมปวดท้องง่ะ)
สองวันเตรียมตัวไปส่องกล้อง
จากการพินิจพิเคราะห์ยาที่หมอสั่งแล้ว ก็เป็นอันงุนงงว่าทำไมหมอจูมงถึงไม่สั่งยาถ่ายให้ ไหนขู่อิชั้นหนักหนาว่า ต้องกินยาถ่ายแรงเป็นพิเศษก่อนตรวจไง(วะ) ให้ขวดน้ำสำหรับสวน(ก้น) มาสองขวดเท่านั้น เอาวะ เอาก็เอา

วันแรก - กินอาหารอ่อน
ตอนเช้ากินโจ๊กเซเว่น ก็พอไหว กินหมูไปครึ่งก้อน ที่เหลือเททิ้งไม่กล้ากินหมูมากเดี๋ยวมีกากเหลือในลำใส้หมอจูมงจะด่าเอา ยิ่งชอบทำหน้าเครียด ๆ ใส่อิชั้นอยู่ หมูครึ่งก้อนที่กิน อิชั้นก็พยายามเคี้ยวแล้วเคี้ยวอีกให้ละเอียดสุด ๆ โดนน้ำย่อยก็ให้กลายเปนน้ำเลย จะได้ไม่ต้องมีกง มีกากให้ลำใส้ได้ทำงาน
ตอนกลางวัน โจ๊กเซเว่นอีกตามเคย (ถ้าเซเว่นมันปิดไป คงมีคนคิดถึงหลายคนแน่เลย) ไปซื้อไข่ต้มมาบดเละ ๆ กินกับโจ๊กเละ ๆ น่ากิ๊น น่ากิน (Y Y)
ตอนเย็น ถ้ากินโจ๊กเซเว่นอีก คืนนี้คงฝันร้ายแน่ เลยถ่อสังขารไปหาซุปกิน แต่มันไม่อิ่มง่าาาาา ซุปทำไมชามนิดเดียวเอง แพงด้วยย เหลือบไปดูจานข้าง ๆ อรานีสั่งสปาเก็ตตี้มากิน น่ากิ๊น น่ากิน จานตรงข้าวก็เป็นสเต๊กของนังมดมัน น่ากินสุด ๆ ดูน้ำเกรวี่ดิ ไหลเยิ้ม มีมันฝรั่งทอดร้อน ๆ ด้วยง่า ไม่ไหวแล้ว สั่งสเต๊กปลามากินดีกว่า ขอโทษนะคะหมอ เดี๋ยวหนูจะเคี้ยวปลาให้ละเอียด ๆ จะไม่ให้มีกากหลุดไปในลำใส้ที่หมอจะดูเลยค่ะ หมอจะได้ไม่เครียดนะคะ

วันสอง-กินของเหลว
ไม่ไหว ลาป่วยดีกว่า ขืนไปทำงานต้องหมดแรงตายที่ทำงานแน่เลย ตื่นมากินนมถั่วเหลืองไปหนึ่งป๋อง สาย ๆ กินนมถั่วเหลืองไปอีกหนึ่งป๋อง กลางวันท่าจะแย่ หน้าเริ่มเหลืองไปตามนมแย้ว ไปซื้อน้ำหวานมากินแทนนมดีกว่า ตอนกลางวันลองสวนก้นเอง อือม์ๆๆๆ ไม่ดีเลย ผลลัพธ์ไม่เปนที่น่าพอใจ กลัวน้องอุนจิออกมาไม่หมด เลยตัดสินใจไป admit เข้าโรงบาลธนบุรีดีกว่า (ต้องแพงแน่เลยง่ะ แต่เอาไงเอากัน) ตอนกลางคืนผ่านพ้นไปด้วยดี แต่นอนไม่หลับอ้ะ แปลกที่ แถมพยาบาลยังเดินไปเดินมาทั้งคืนอีก แล้วก้อกังวลว่า น้องอุนจิจะหมดรึยังนะ หน้าหมอจูมงเห็นว่ายังมีน้องอุนเหลือ ต้องโมโหเลย ทำไงดีๆๆ

วันทำการ
ไปโรงพยาบาลแต่เช้า เป็นครั้งแรกที่ไปหาหมอก่อนเวลานัด ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ใช่ไรหรอก ก็พยาบาลที่ธนบุรีเล่นปลุกมาวัดความดันตอนตีห้า สวนน้องอุนตอนตีห้าครึ่ง หกโมงแม่มา ใครจะนอนได้วะ

ส่องกล้อง time
เนื่องจากหมอจูมงไม่อยากวางยาสลบเรา เลยส่องแค่เล็กน้อย (จะทำไปทำไมวะ) เฉพาะลำใส้ใหญ่ส่วนปลาย พอให้เราสบายใจ (จริงง่ะ) เลยใช้เวลาแค่ยี่สิบกว่านาที
มันก็แปลก ๆ เหมือนกันนะ เข้าไปอยู่ในห้องที่มีเครื่องมืออยู่เต็มไปหมด แล้วก็ติดเครื่องวัดอ๊อกซิเจนในเลือด เครื่องวัดความดัด สายอะไรต่อมิอะไรโยงเต็มไปหมดโดยที่เรามีสติเต็มร้อยอะ แถมยังมีหมอจูมงมานั่งส่องก้น พร้อมกะพยาบาลผู้ช่วยสามคนมาช่วยกันพิจารณาก้นเรา อือม์..หมอจูมง หนูอะชอบบุคลิกหมอนะ แบบว่าถูกใจอะ หน้าตาบูดได้ที่ดี หนูช้อบชอบผู้ชายหน้าบูดเป็นตูดแบบนี้ แต่หมอมาส่องก้นอยู่ยี่สิบนาทีนี่หนูอายนะโว้ยยย ปรกติคนไข้มันต้องสลบดิ่ มันไม่รู้เรื่อง มันเลยไม่อาย อันนี้อิชั้นรู้เรื่องมีสติเต็มร้อย หมอเอากล้องแหย่ก้นหนูไป คุยไปนี่หนูรับไม่ได้จริง ๆ อะ ขอร้องหล่ะ วันหลังถ้าจะทำอีกวางยาสลบให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเหอะนะ ขอร้อง

ผลการตรวจ
ตามที่หมอจูมง(สบประมาท)บอกไว้ ไม่มีแผลที่น่ากลัวในลำใส้ สบายใจได้ จงใช้ยาถ่ายต่อไปเถิด ระวังอย่าให้ท้องผูก ท่าทางหมอดี๊ด๊ามากๆ
หมั่นใส้จริง คงคิดในใจว่า "เห็นมะ เห็นมะ ว่าแล้วว่าไม่มีไร ไม่เชื่อ สมๆๆ อยากเจ็บตัวดีนัก " สรุปแล้วหมอไม่นัดและไม่ให้ยา ไว้ยาหมดค่อยมาหาหมอใหม่
การส่องกล้องก็จบบริบูรณ์แค่นี้

ขอขอบคุณ
1.น้องกระต่าย น้องต่ายน่ารักมากก เป็นเพื่อนไปโรงพยาบาลทุกครั้ง ยอดวันลาเลยพุ่งกระฉูดพอ ๆ กะพี่เลย ขอบคุณมากๆๆๆๆ น้องต่ายน่ารักมาก พยาบาลกะหมอจูมงชมเปาะไม่ขาดปาก ^ ^ น้องเราน่ารักทั้งหน้าตาและนิสัยจริงๆ ภูมิใจๆ
2. อ.รานี วาด และ ผองเพื่อนที่ให้กำลังใจ ลำใส้เราไม่เปนไรแล้วจ้า
3. ขอบคุณแม่ที่เป็นสปอนเซอร์ค่าโรงพยาบาลอันแพงหูฉี่ให้ค่ะ หนูรักแม่ที่ซู้ดดด
4. ขอบคุณทุกคนที่ทนอ่านจนจบ กินผักและผลไม้เยอะ ๆ นะคะ จะได้ไม่ท้องผูกกัน
5. อ้อ...เกือบลืมคนสำคํญ ขอขอบคุณหมอจูมง เอ๊ย ราชิน ที่ให้ความใส่ใจในคนไข้เป็นอย่างดีค่ะ (ไม่ได้ประชดนะคะ คุณหมอ) ถึงหมอจะหน้าบูด พูดเร็ว ฟังไม่ค่อยทัน แต่หมอก็ใส่ใจ รู้ว่าหนูกลัวส่องกล้อง พยายามให้หนูเจ็บตัวน้อยที่สุด ซาบซึ้งมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ (ไม่ได้ประชดนะ - ขอย้ำอีกรอบ)

บ๋าย บายค่ะ



15 ตุลาคม


เมื่อคุณท้อแท้
ไปเจอคนเค้าให้กำลังใจกันในเวปน้องนัท ชอบมากๆ ขอก๊อปมาแปะหน่อยนะคะ

-----------------------------------------------------------------------

แต่อยากบอกว่า ในช่วงชีวิตของคนเรา มันก็มีทั้งขมทั้งหวาน
ช่วงที่หอมหวานเรามีคนอยู่ล้อมรอบมากมาย จนดูเหมือนกับว่าไม่ว่าเราจะหันไปทางไหน ก็มีแต่คนรัก และชื่นชม
แต่ช่วงที่ขม ก็ราวกับว่าจะถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครช่วยเหลือเราเลย
ทั้ง ๆ ที่ในแท้ที่จริงแล้วอาจจะมีคนอีกมากพร้อมที่จะช่วยเหลือ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
หนึ่งในนั้นคือกำลังใจ
แต่ธรรมชาติของคน เวลาเหนื่อย ท้อ บาดเจ็บ หรืออ่อนแอ ก็มักจะไม่อยากให้ใครเห็น คอยแต่จะอยู่ในถ้ำที่ตัวเองเห็นว่าปลอดภัย
กำลังใจจากคนรอบข้างอาจส่งไปไม่ถึง
ทางเดียวที่คน ๆ นั้นจะออกมาจากถ้ำได้คือ ต้องสร้างกำลังใจต้วเองให้เข้มแข็งก่อน
และเมื่อวันที่เขาพร้อมที่จะออกจากถ้ำ เขาจะได้เห็นค่ะว่า คนที่ยังยืนคอยต้อนรับเขาอยู่ มีมากมายแค่ไหน

-----------------------------------------------------
เป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะคะ



29 ตุลาคม


ในวันอารมณ์สวย ๆ
ตอนนี้กะลังนั่งเวิ่นเว้อ (ศัพท์เด็ก AF) อ่านกระทู้อยู่หน้าคอมมาสามชั่วโมงแล้วปวดตาชะมัด แต่ไม่สามารถเลิกอ่านได้ ตายแล้ว ๆ อีชั้นเป็นอะไรไปนี่ งานก็กองเหลืออีกบานตะเกียงทั้งงานราษฏร์ งานหลวง พยายามท่องสุภาษิตที่เค้าว่า งานเป็น เงินเป็นงาน ก็ยังไม่สามารถง้างอีชั้นให้อออกจากกระทู้ได้ เง้ออ..... น้องนัทจ๋า น้องจะทำให้พี่ตกงานเอานะเนียะ (Y_Y)



เปลี่ยนเรื่องดีกว่าเนอะ เดี๋ยวคนจะว่าเราบ้าไปมากกว่านี้ ^ ^



ตอนนี้ปลายฝนต้นหนาวแล้ว อากาศโรแมนติคเป็นบ้า ยิ่งถ้าใครขับรถออกไปต่างจังหวัด จะรู้สึกความหวานที่มันลอยอบอวนไปทั่ว (ถึงแม้ไม่มีแฟนก็เหอะ) บรรยากาศหวาน ๆ แบบนี้ มันมาพร้อม ๆ กับเทศกาลน่ารัก ๆ (ในความคิดของเราเอง) อย่าง ลอยกระทง ตั้งแต่ตอนเด็กจนถึงตอนนี้ ลอยกระทงเป็นหนึ่งในเทศกาลที่เราชอบมาก ๆ ไม่ใช่ว่าชอบเสียงปะทัด หรือ พลุนะ เราชอบตอนที่เอากระทง ใส่กระถางประทีบ (คนเหนือรู้จักดี ถ้าไม่ใช่คนเหนือ นึกไม่ออกก็จินตนาการเป็นเทียนไปนะ) จุดไฟวับ ๆ แวม ๆ แล้วเอาไปลอยในแม่น้ำ ที่ไหลเอื่อย ๆ เราว่ามันสุดยอดเลยอะ เวลาเห็นกระทงค่อย ๆ ลอยพ้นตาเราไป แต่จะต้องไปลอยที่คนน้อย ๆ นะ ดึก ๆ ได้ยิ่งดี ยิ่งถ้าไปลอยแถวบ้านเรานะ อากาศเริ่มหนาว แต่ไม่หนาวจัด พระจันทร์กลมโตอยู่บนฟ้า สายน้ำไหลเอื่อย ๆ ที่มีกระทงอันเล็ก ๆ ค่อย ๆ ลอยห่างไป อือม์.....มันเป็นความสุข มันเป็นความสุขจริง ๆ



แล้วยังมีเทศกาลไรอีกน้า... อ้อ คริสมาสไง(สะกดไงหว่า ตกทั้งไทยและอังกฤษ) ถึงแม้ไม่ใช่ฝรั่งแต่เราก็ชอบเทศกาลนี้มาก ๆนะ ชอบบรรยากาศมันอะ เวลาหันไปทางไหน ก็จะได้ยินเสียงเพลงจิงกาเบล ๆ ฟังดูครึกครื้นไม่เงียบเหงา ไม่ว่ามุมไหนที่ผ่านไปก็จะมีสีสันมากมายของริบบิ้นหลากสี ผสมกับอากาศหนาวนิด ๆ มันเหมือนมีนกตัวกระจิ๊ดมาร้องเพลงเบา ๆ อยู่ในหัวใจเลยหล่ะ



เฮ้อ....ถอนหายใจด้วย อารมณ์เป็นสุข



12 กุมภาพันธ์


ขอเพียงได้รัก , แค่ได้รักก็สุขใจ

ความรักแบ่งดาวออกเป็นสามดวง

ดาวดวงแรกชื่อว่า ดาว“เรารักกัน” คือ ดาวที่เธอรักฉันและฉันก็รักเธอ

ดาวดวงที่สองชื่อว่า ดาว”เธอรักฉัน” คือ ดวงดาวที่มีแต่คนถูกแอบรักแต่ไม่ได้รักอีกฝ่ายหนึ่ง

ดาวดวงสุดท้ายชื่อว่า ดาว”ฉันรักเธอ” คือ ดวงดาวที่มีแต่คนแอบรักอีกฝ่ายข้างเดียวโดยมิเคยได้รับรักกลับคืน

ดาวดวงแรกว่ากันว่า เป็น ดาวที่ประชากรมีความสุขมากที่สุด

ดาวดวงที่สอง ว่ากันว่า ผู้คนก็น่าจะมีความสุขเช่นกัน เพราะ ได้รับความรักอยู่ตลอดเวลา

ดาวดวงที่สาม ว่ากันว่า ผู้คนต่างก็ทุกข์ทรมานกับการ รักเขาข้างเดียว


...ใครๆก็คงอยากมีโอกาสเป็นประชากรบนดาวดวงแรก ดาวดวงที่เราจะได้รักใครคนหนึ่งอย่างไม่มีวันเสียใจ และ ได้รับรักจากใครคนนั้นดั่งต้องการ

แต่ ข้อจำกัดที่ความรักสร้างขึ้นมา ข้อจำกัดที่ไม่สามารถรับทุกคนไว้บนดาว เพราะเนื้อที่ของดาวมีจำกัด มิอาจทำให้ทุกคนได้สมหวังทุกความรักที่เกิดขึ้น

บางคนจึงต้องทนทุกข์กับรักที่ไม่เป็นดังใจ ทุกข์กับการรักเขาข้างเดียว หรือ บางคนก็ทุกข์กับที่ถูกรักแต่ไม่อาจรักกลับคืน ทุกข์กับการต้องใช้ชีวิตบนดาวดวงที่สองและดวงที่สา

แต่จริงหรือ ที่คนเราจะมีความสุขเฉพาะเมื่ออยู่บนดาวดวงแรก


ขอเพียงได้รัก



งานเขียนของ อิชิคาวะ ทาคุจิ เจ้าของบทประพันธ์ต้นฉบับ Be with you ที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์



24 มีนาคม


อันเนื่องมาจากแอร์กี่กับบทความดี ๆ ในมติชนสุด

วังวนแห่งความหลง

คอลัมน์ ร้อยเหลี่ยมพันมุม
โดย วีณา โดมพนานดร

ผู้หญิงคนหนึ่งมีอาชีพอยู่บนฟ้า ใช้ชีวิตตามความอยากของตัวเองแบบไม่ติดเบรก โดยมีความอยากครั้งสำคัญๆ ที่ส่งผลต่อชีวิตอย่างมหาศาล คือ ช่วงหนึ่งของชีวิตได้ถูกกิเลสลากไปอยู่ในวังวนของการแย่งชิงผู้ชายกับหญิงอื่น

เมื่อเรื่องราวดำเนินไปตามแรงการกระทำ เธอจึงสุขสมหวังกับความอยากที่ได้รับการสนองตอบ หากเวลาที่ผ่านไปก็นำชีวิตไปเจอกับประสบการณ์อีกด้าน ที่ทำให้เกิดแรงต้านที่ผกผันกับความสุข นั่นคือต้องจมอยู่ในทะเลความทุกข์ของผู้ที่ถูกแก่งแย่งของรักไปจากอก ชนิดที่ว่ายหนีเท่าไหร่ก็ไม่ถึงฝั่งเสียที

ในที่สุดเมื่อตระหนักว่า ในความเป็นจริงเธอต้องรับบทเป็นผู้สูญเสียอย่างปฏิเสธไม่ได้ และรู้ซึ้งถึงรสขมอย่างถ่องแท้ แน่นอนว่าคงมีแรงแค้นเจืออยู่ในระดับที่ไม่น้อย เธอก็เกิดความอยากครั้งสำคัญขึ้นมาอีกครั้ง นั่นคือ อยากเป็นนักเขียน

นวนิยายที่อิงประสบการณ์ชีวิตของเธอจึงถือกำเนิดขึ้น พร้อมด้วยการสร้างแรงจูงใจแก่ผู้เสพว่า เป็นเรื่องจริงเกือบทั้งหมด โดยมีเธอเป็นผู้ถูกกระทำ

อาจจะเป็นเพราะฝีไม้ลายมือที่มีอยู่ไม่น้อย ผลงานที่สร้างผ่านจินตนาการของเธอจึงถูกเล่าขานถึงความสนุกสนาน กระทั่งมีการนำไปแปรรูปเป็นละครทีวี

แล้วเส้นทางความเคลื่อนไหวของผู้ที่ได้รับการสรรเสริญเยินยอก็ดำเนินไปตามครรลองของมัน เธอได้มีโอกาสเปิดเผยตัวตนไปพร้อมๆ กับความรู้สึกหัวใจพองโต (อย่างปฏิเสธไม่ได้) ความเคลื่อนไหวนี้มีสิ่งที่ตามมา คือ ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและชื่นชมจากแฟนๆ

เมื่อทุกๆ การกระทำมีแรงสะท้อนกลับ การกระทำครั้งนี้ของเธอก็เช่นกัน ยิ่งเธอพยายามตอกย้ำความน่าสนใจว่าเป็นเรื่องจริง ก็ยิ่งกระตุ้นให้มีการกระทำของผู้ที่ได้รับผลกระทบ นั่นคือผู้หญิงคนอื่นๆ ของอดีตสามี ไม่ว่าจะคนก่อนหรือหลัง ที่เริ่มรู้สึกว่าถูกกระทบจากการกล่าวอ้าง "ความจริง" ของเธอ กระทั่งต้องลุกขึ้นมาเปิด "เรื่องจริง" ขึ้นอีกฟากหนึ่ง สร้างความฮือฮาได้อีกรอบ

กรณีนี้ทุกๆ ความอยากมีการกระทำ ทุกๆ การกระทำมีแรงสะท้อนกลับ อันเป็นการกระทำและแรงสะท้อนกลับที่เกิดจากกิเลสที่ครอบครองจิตใจ แล้วไปหล่อเลี้ยงอัตตาให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ สามารถรองรับการเกิดอารมณ์ได้ไม่มีขีดจำกัด ทั้งยังสร้างอารมณ์ใหม่ต่อเนื่องได้ไม่มีที่สิ้นสุด ตามแต่เหตุปัจจัยจะพาไปทางไหน ส่วนส่งผลเช่นไรนั้นก็คงเห็นๆ กันทางสื่อต่างๆ ไปแล้ว

อารมณ์ที่นำไปสู่พฤติกรรมต่างๆ ของหญิงผู้นี้ เป็นอารมณ์ที่อยู่ในวังวนของ "ความหลง" อย่างแน่นอน หลงเห็นผิดว่าเป็นถูก หลงเห็นไม่ควรว่าเป็นเหมาะสม ทุกพฤติกรรมจึงนำไปสู่เหตุการณ์และผลที่เป็นความเดือดร้อนรออยู่ปลายทาง มากกว่าความสำเร็จสมหวังที่ได้รับเพียงชั่วครู่ชั่วยาม

ดังที่ พญ.อมรา มลิลา เคยบอกว่า

ท่านผู้รู้เปรียบเทียบใจที่อยู่ในความหลง เหมือนปลาดุกที่มีเงี่ยง ที่ว่ายอยู่ในสระที่มีสาหร่ายขึ้นเต็ม เมื่อว่ายไป...ว่ายไป เงี่ยงก็ไปเกี่ยวถูกสาหร่ายพันยึดเอาไว้ จนในที่สุดว่ายไปข้างหน้าก็ไม่ได้ เพราะถูกสาหร่ายพัน จะถอยเพื่อให้หลุดจากสาหร่าย ก็มาปะทะกับสาหร่ายที่ระเกะระกะเต็มไปหมด เพราะความหนาแน่น เนื่องจากไม่เคยกลั่นกรองช้อนเอาทิ้งไป เงี่ยงเลยถูกพันจนในที่สุดปลาดุกตัวนั้นกระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้ เหมือนพวกเราที่วนติดอยู่ในความหลงของตัวเอง"

เจ้าความหลงตัวนี้ดูเหมือนจะแพร่เชื้อได้เสียด้วย เพราะในหมู่แฟนคลับของผู้สร้างเรื่องบนวิมานกลางฟ้าหลายคนทีเดียวยังยืนเคียงข้างเธอแบบไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งเป็นผลมาจาก "ความชอบ" อันเนื่องมาจากการเสพงานเขียนนั่นเอง ที่ไปบดบังสิ่งที่ควรพิจารณา เพื่อให้เห็นความจริง

หลายคนจึงไม่เห็นว่า การสร้างจุดขายของนวนิยายว่าเป็นเรื่องจริงเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องที่ควรตำหนิ เพราะเมื่อมีการเปิดเผยตัวผู้ที่สมมุติตัวเองว่าเป็นนางเอก ผู้ที่ถูกสวมบทให้เป็นนางร้าย (จะเป็นนางร้ายมากหรือนางร้ายน้อยก็ตาม) ที่มีชีวิตอยู่จริงๆ ก็ย่อมถูกมองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างแน่นอน และคนที่เดือดร้อนเพราะการนี้ย่อมมีสิทธิปกป้องตัวเองเต็มที่เช่นกัน

ความจริงของชีวิตจริงทั้งหมดเป็นเช่นไร คนนอกย่อมไม่มีวันรู้ แต่สิ่งที่คนเสพพึงใช้วิจารณญาณให้ดีก็คือ พฤติกรรมในแต่ละขั้นตอนของผู้สร้างเรื่องนี้ขึ้นมา นับตั้งแต่แรกบ่งบอกอะไรได้บ้าง เหล่าคนอ่าน คนดู สื่อทั้งหลาย เป็นแค่บันไดให้คนที่ชอบไต่ขึ้นที่สูง หรือเป็นแค่เครื่องมือของคนที่กำลังทำอะไรไปโดยแรงผลักที่ดำมืดหรือเปล่า

หากไม่มี "ความชอบ" หรือ "ความไม่ชอบ" มาเกี่ยวข้อง ใจของเราจะรับรู้ความจริงได้ง่ายขึ้น เห็นรายละเอียดได้มากขึ้น ไม่ตกเป็น "เหยื่อ" ใครได้ง่ายๆ (ถ้าเป็นเหยื่อของความดีก็ว่าไปอย่าง)

จริงๆ แล้วในชีวิตเราทุกขณะก็ตกเป็นเหยื่อกันอยู่แล้ว คือเป็นเหยื่อของกิเลสตัวนั้นตัวนี้ที่เกิดขึ้นในตัวเราเอง ที่นำความเดือดร้อนมาสู่ใจโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่น่าปล่อยให้เราตกเป็นเหยื่อคนนอกตัวมากขึ้นไปอีก จะส่งใจไปสัมพันธ์กับใครก็ควรจะระวังให้ดี เพราะพลาดไปแล้ว จะเสียโอกาสในการฝึกขจัดความโง่ไปเปล่าๆ

ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อก็ต้องฝึกวิธีรู้ความจริง ไม่ว่าจะเป็นความจริงที่เกิดขึ้นในใจเรา หรือความจริงของสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว พ.ญ.อมราบอกวิธีไว้ว่า

"เมื่อไรที่ลืมตาตื่นอยู่ พยายามทำความระลึกรู้ว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ ให้กายกับใจของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ให้รู้ว่าใจกำลังอยู่กับสิ่งเฉพาะหน้าขณะนี้ หรือว่ามีความหลงแทรกเข้ามา พาให้กายกับใจเราปลิวไปคนละทิศละทาง แล้วกายก็เหมือนหุ่นที่ถูกความหลงลากเอาไปชักเล่นเป็นทาส ยืมมือ ยืมปาก ไปก่ออกุศลกรรมตามความเถื่อนคะนอง ทำอะไรลงไปก็ไม่รู้ว่าที่ตัวเองทำไปนั้นเป็นมรรค หรือเป็นสมุทัย เมื่อวิบากงอกเป็นผลขึ้นมา จึงมีแต่อกุศลวิบาก ซึ่งนำความทุกข์ร้อนมาสู่ตัวเรา"

สตินั่นเอง สติเท่านั้นที่จะทำให้ตาสว่าง ใจไม่หลงทิศหลงทางไปจนกู่ไม่กลับ

หน้า 7





Create Date : 25 กันยายน 2551
Last Update : 25 กันยายน 2551 23:15:11 น. 3 comments
Counter : 364 Pageviews.

 
ตามมาเจิมค่ะ คนแรกกกกกกกก อิอิ

my space & Hi5 ของกีฟทิ้งล้างไปเรียบร้อยแล้วคะ หุหุ ขี้เกียจจะอัพอะ


โดย: upgrade_yourlife วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:23:17:13 น.  

 
ตีมือทีหนึ่ง

ทิ้งร้าง จ๊ะ บ่ใช่ ทิ้งล้าง


โดย: mayny the kop วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:23:28:42 น.  

 
เค้าเสียจุย
เค้าไม่ได้เป็นคนเจิม

เอานี่ไปก่อนนะเจ๊



Karafun_TaLokNeeMeRaoPiangSongKon.mp3 - NatAF4&Phusit


โดย: พี่สาวคนกลาง (=พุดร้อยมาลัยเรียง= ) วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:14:01:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

mayny the kop
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add mayny the kop's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.