Everything that you see may not be something that you think

YoiChi_KunG
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่านที่มาเยี่ยมเยียน ติดต่อผมทาง facebook ได้นะครับ ใช้ชื่อว่า Yoichi kung ตอนนี้ไม่ได้อัพบล็อคแล้ว แมสเสจมาหลังไมค์ก่อนก็ได้ครับ
((CLICK เลือกฟังเพลงได้เลยครับ)) boomp3.com boomp3.com boomp3.com boomp3.com boomp3.com boomp3.com
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
28 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add YoiChi_KunG's blog to your web]
Links
 

 

Mystic River : ปมแค้นฝังแม่น้ำ

My Score : 9/10



ยังไม่เคยเขียนวิจารณ์หนังของผู้กำกับที่ว่ากันว่าดีที่สุดในโลกอย่าง Clint Eastwood เลย ซึ่งปู่คลิ้นต์นั้นกำลังมีหนังเรื่องใหม่อย่าง Changeling ที่รับบทนำโดย Angelina Joelie ที่ว่ากันว่าเป็นตัวเต็งที่จะเข้าชิงออสการ์ประจำปีนี้ด้วย วันนี้เลยถือโอกาสหยิบยกหนังของแกมาเขียน ซึ่งถือเป็นหนังในดวงใจเรื่องหนึ่งของผมเหมือนกัน ..

Mystic River หนังชีวิตกึ่งสืบสวนที่รวบรวมดาราออสการ์ไว้ถึง 3 คน เป็นเรื่องราวของเพื่อนทั้ง 3 คน (จิมมี่, ฌอน, เดฟ) ที่โศกนาฏกกรมในวัยเด็กที่เกิดขึ้นกับคนหนึ่งในนั้นเป็นผลพวงอันทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้ง 3 คนต้องเปลี่ยนไป เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีต่างคนต่างมีครอบครัว แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ "เคที่" ลูกสาวของจิมมี่ถูกฆาตกรรม ส่งผลให้เพื่อนทั้ง 3 คนต้องกลับมาพบกันอีกครั้งโดยมีปมในอดีตฝังอยู่ลึกๆ ..



จิมมี่ (รับบทโดย Sean Penn) มีนิสัยก้าวร้าวมาตั้งแต่วัยเด็ก และเขานั่นเองที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เดฟต้องเจอกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเมื่อครั้นยังเด็ก จิมมี่ย่อมรู้ดีแก่ใจ แต่เรื่องที่มันผ่านไปแล้วเขาก็ไม่เคยที่จะคิดถึงมัน หรือสำนึกผิดแต่อย่างใด เขายังคงพูดคุยกับเดฟเหมือนเพื่อนสนิท และไม่เคยเอ่ยปากพูดถึงเรื่องนั้นในอดีตอีก สิ่งที่จิมมี่รักที่สุดในชีวิตมีเพียงแต่ลูกสาวสุดที่รัก และก็เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้จิมมี่เปลี่ยนแปลงข้อเสียหลายๆอย่างที่มีอยู่ในตัวให้ดีขึ้น ..

ณอน (รับบทโดย Kevin Bacon) เป็นตำรวจที่มีปัญหาในชีวิตคู่ ผิดใจกับภรรยาจนต้องแยกกันอยู่ และต่างคนต่างก็ไม่กล้าที่จะเปิดอกคุยกัน ทั้งๆที่ยังรักกันอยู่ เมื่อลูกสาวของจิมมี่เสียชีวิต ฌอนจึงได้รับมอบหมายให้เข้ามาสืบหาคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรมครั้งนี้ ..

เดฟ (รับบทโดย Tim Robbins) มีบุคลิกเหมือนคนอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา มีไม่ความเชื่อมั่นในตนเอง ขี้กลัวและหวาดระแวงไปทุกเรื่อง เดฟโชคดีมากที่ได้ภรรยาที่น่ารัก คอยดูแลเขาไม่เคยห่าง เมื่อเดฟเจอกับจิมมี่อีกครั้ง เดฟจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสวมหน้ากากในการเข้าหาจิมมี่ เนื่องจากโศกนาฏกกรมในวัยเด็กทำให้เขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และเหตุการณ์ครั้งนั้นยังคงตามมาหลอกหลอนเขาอยู่เสมอ จนบางครั้งเขาอาจจะทำสิ่งที่รุนแรงอย่างไม่คาดฝันขึ้นมาก็เป็นได้ ..

เหตุการณ์สำคัญในคืนที่เคที่หายตัวไป เดฟได้พบกับเคที่ในผับแห่งหนึ่ง และก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เดฟได้เห็นเธอก่อนจะแยกย้ายกันกลับ และเมื่อเดฟกลับมาบ้านพร้อมกับรอยเลือด และบาดแผลที่ติดตัวมา เขาจึงยอมรับกับภรรยาว่าเขาได้ฆ่าคนเพื่อช่วยเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังจะถูกทำร้ายเหมือนที่เขาเองโดนในวัยเด็ก ซึ่งเดฟต้องการที่จะแก้แค้นปมในอดีตของตัวเอง แต่ในเบื้องต้นภรรยาของเขายังไม่ปักษ์ใจเชื่อมากนัก

แน่นอนว่าการสืบสวนของฌอนจะต้องมีชื่อเดฟอยู่ในบัญชี เนื่องจากเป็นคนที่พบเคที่ในคืนสุดท้าย และเมื่อจิมมี่เริ่มสงสัยในตัวเดฟ เขาจึงสะกดรอยตามเดฟอย่างไม่ขาดสาย จนเมื่อถึงวันๆหนึ่งที่ทั้งคู่หยิบยกเรื่องราวอันเลวร้ายในอดีตขึ้นมาเปิดประเด็นคุยกัน ไฟร้อนที่อยู่ในตัวของเดฟจึงระเบิดออกมา ทำให้จิมมี่มีความคิดว่าเดฟต้องการจะแก้แค้นเรื่องในอดีต (ตัวอักษรสีเหลือง Spoil อย่างหนัก ไม่อยากรู้เรื่องราวสำคัญโปรดเลี่ยงนะครับ) ใช่แล้วเมื่อประเด็นในอดีตถูกหยิบยกมาพูดกัน ทำให้ทั้งคู่มีอารมณ์ จิมมี่คิดว่าต้องการแก้แค้นโดยการฆ่าลูกสาว น้ำหนักยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อจู่ๆภรรยาของเดฟซึ่งสนิทกับจิมมี่อยู่แล้ว บอกกับจิมมี่ว่า เดฟฆ่าลูกสาวของเขา จิมมี่พร้อมกับพวกจึงได้นัดเดฟมาที่แม่น้ำเพื่อให้เดฟสารภาพผิดโดยการใช้ปืนขู่ ซึ่งถ้าเดฟสารภาพซะจิมมี่ก็จะไว้ชีวิต เพราะฉะนั้นเดฟจึงมีทางเลือก 2 ทางคือสารภาพว่าฆ่าเคที่ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอย่างนั้นจริงๆ กับยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์แต่ต้องแลกด้วยความตาย ซึ่งเดฟเลือกที่จะขอชีวิตตัวเองโดยการบอกว่าเขาฆ่าเคที่ แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็แล้วแต่ จิมมี่พร้อมที่จะฆ่าเดฟอยู่แล้ว เดฟจึงถูกยิงและเอาศพไปโยนลงแม่น้ำ .. วันต่อมาฌอนจับตัวคนร้ายได้พอดี ซึ่งก็คือน้องชายของแฟนเคที่นั่นเอง เมื่อจิมมี่ได้ทราบข่าวแล้วก็ถึงกับเสียสติ เพราะนอกจากจะสูญเสียลูกสาวแล้ว เขายังฆ่าเพื่อนสนิทที่เป็นคนบริสุทธิ์ไปอย่างไม่น่าให้อภัย ถึงแม้จิมมี่จะไม่ถูกดำเนินคดี แต่ฝันร้ายครั้งนี้คงตามหลอกหลอนเขาไปชั่วชีวิตอย่างแน่นอน ..

ความประทับใจ

1. ความหนักหน่วง: คนที่ไม่ชอบอะไรที่มันหนักๆ กระแทกๆ ถ้าอยากข้ามเรื่องนี้ไปก็ไม่ว่ากัน ดูจบแล้วมีอะไรให้เก็บมาคิดเยอะ พร้อมกับความเศร้า ความหดหู่ ความสะเทือนใจ ที่มากับบทสรุปที่เจ็บแสบ และทำร้ายคนดู

2. บท: Clint Eastwood ทั้งกำกับและเขียนบท ทำการบ้านมาอย่างดี มีความเข้าใจในเรื่องของความรู้สึก จิตวิทยา เรื่องพระเจ้า และโลกแห่งความเป็นจริง ทั้งยังรวมไปถึงองค์ประกอบเล็กๆน้อยๆที่สื่อภายในเรื่อง มีอะไรให้คนดูต้องคิดตาม และสงสัยอยู่ตลอด

3. การแสดง: รางวัลออสการ์นักแสดงนำชาย (Sean Penn) และสมทบชายยอดเยี่ยมการันตีอยู่แล้ว (Tim Robbins) ซึ่ง 2 คนนี้ต้องชื่นชมเป็นพิเศษ (แต่มีข้อสังเกตว่า Sean Penn ร้องไห้ไม่ยักจะมีน้ำตาแฮะ ^ ^) ส่วน Kevin Bacon ในบทของตำรวจหนุ่มดูจะไม่ใช่บทที่ต้องใช้ความสามารถอะไรมากจึงถูก 2 คนแรกแย่งซีนไปหมดเลย (ตรงกันข้ามกับบทบาทในเรื่อง Death Sentence เลยที่ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะทำได้...!!! )

4. การเล่าเรื่อง: มีการปูพื้นมาอย่างดี และมีการเล่าย้อนเหตุการณ์กลับไปกลับมา ถ้าจับประเด็นได้และไม่ง่วงซะก่อน จะทำให้การชมในครึ่งหลังของเรื่องเป็นไปอย่างน่าสนุกและน่าติดตาม เพราะมันก็ไม่ต่างกับหนังสืบสวนมากนัก

สรุป: ถือเป็นหนังชีวิต (จะว่าน้ำเน่านิดๆก็ไม่ว่ากัน) ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน หนังมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง และจับอารมณ์คนดูได้อยู่หมัด ซึ่งชื่อของปู่คลิ้นต์ก็การันตีอยู่แล้ว ปู่แกมีความโดดเด่นในการสร้างหนังชีวิตมากๆ (ที่แนะนำอีกก็มี Million Dollar Baby, Letters from Iwo Jima) ในความเป็นดราม่าแต่ก็แฝงไปด้วยข้อคิดต่างๆมากมาย ถ้ามีเวลาผมก็จะพยายามหาหนังของแกมาดูให้หมด เพราะผมเป็นคอดราม่าอยู่แล้ว เพื่อนๆก็เหมือนกันถ้าชอบแนวนี้ล่ะก็รีบหามาดูเลยนะครับสำหรับ Mystic River ปมรักฝังแม่น้ำ

เราทุกคนเคยทำผิดพลาดกันทั้งสิ้น และความผิดนั้นก็ติดอยู่ในตัวกลายเป็นตราบาปไปตลอด ใครทำกรรมใดไว้ก็ต้องชดใช้กรรมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่หากเป็นความผิดที่ก่อให้เกิดความเครียดแค้นขึ้นระหว่างคนทั้งสองคนแล้ว การแก้แค้นคงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะการแก้แค้นตอบสนองอารมณ์ได้เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น ความสะใจได้มาแค่เวลานั้น แต่เมื่ออารมณ์สะใจหมดไปแล้ว เราคงอยากจะย้อนเวลากลับไปหาวิธีอื่นที่มันดีกว่านี้ การแก้แค้นกันมีแต่จะสร้างความรุนแรงให้มากขึ้น ก็เหมือนกับภาวะบ้านเมืองของเราทุกวันนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้คือ การมีสติ และการให้อภัย หรือถ้าความผิดนั้นมันยากเกินที่จะให้อภัยแล้วล่ะก็ บางทีการปล่อยวางอาจเป็นวิธีที่ดีกว่า




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2551
6 comments
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2551 11:49:42 น.
Counter : 7122 Pageviews.

 

Comment Hi5 Glitter
แวะมาทักทายกันก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์
มีความสุขในวันพักผ่อนเด้อ

 

โดย: หอมกร 28 พฤศจิกายน 2551 16:18:50 น.  

 

เขียนได้ดีจังครับ

ปู่คลิ้นต์เป็นผู้กำกับที่ผมชื่นชอบมากและMystic River ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมชื่นชมในความหนักหน่วงของมัน

จำได้ว่าดูจบแล้วรู้สึกหดหู่ไปทั้งวัน กับตอนจบที่เป็นความเข้าใจผิดอย่างรุนแรงอันเกิดจากการที่ไม่ได้ตั้งสติ ปล่อยให้อารมณ์และการคิดปะติดปะต่อเอาเองพรากมิตรภาพหลายสิบปีทิ้งไป

และที่แดกดันมากกว่าคือ การปล่อยให้ความผิดนั้นคงอยู่และทำไม่รู้ไม่เห็นมันเสีย

หม่นหมองพอๆกับบ้านเมืองเราตอนนี้เลยครับ

 

โดย: jonykeano 28 พฤศจิกายน 2551 16:26:06 น.  

 

ชอบเหมือนผมเลย

เรืองนี้สื่ออารม และซื้อใจได้ คับ

วอเนอร์รับประกัน

 

โดย: บิว IP: 125.26.139.227 29 พฤศจิกายน 2551 3:22:18 น.  

 

ชอบมากค่ะเรื่องนี้ ดูไปแล้วทั้งหมดสามรอบ เดี๋ยวว่างๆ อาจจะเอามาดูอีก

 

โดย: prunelle la belle femme 29 พฤศจิกายน 2551 16:52:23 น.  

 

เห็นด้วยเหมือนกันครับว่ามันมีความเป็นเมโลดราม่านิดๆจริงๆ แต่เพราะการแสดงที่ยอดเยี่ยมของทุกคน มันก็ทำให้ความคาดหวังของเรา ถูกยกระดับขึ้นไปจากหนังดราม่าล้างแค้นธรรมดา กลายเป็นหนังที่ให้เราสำรวจจิตใต้สำนึกของตัวเองอย่างนี้...

ส่วนเรื่องที่บล็อคผมนั้น มันเป็นเมโลดราม่าแบบสมบูรณ์แบบครับ แต่ถ้าเราจูนช่องให้ตรงกับสิ่งที่มันเสนอออกมา รัขอบรองว่าจะไม่ผิดหวังครับ ^^

 

โดย: BloodyMonday 30 พฤศจิกายน 2551 17:03:19 น.  

 

เรื่องนี้ใช้พลังงานในการดูสูงมาก เหนื่อยและหดหู่กับบทสรุปของหนัง (และปู่คลิ้นท์ก็ยังสามารถส่ง million dollar baby มาฆ่ากันอีกรอบในปีถัดมา)

ผมอินกับพฤติกรรมของเมียเดฟมากๆ(มาซีย์ เกย์ ฮาเด้น) ยิ่งตอนจบที่เธอเดินดูขบวนพาเหรด(ไม่แน่ในเท่าไหร่นะครับ จำไม่ได้แล้ว)แล้วชะเง้อเหมือนกำลังมองหาอะไรอย่างไร้จุดหมายและสิ้นหวัง จะสงสารก็สงสารแต่อีกใจนึงก็สมเพชในการกระทำของเธอ หากเดฟมีเมียที่เชื่อในสามีของตนเหมือนเมียของจิมมี่ เรื่องมันคงจบได้ดีกว่านี้

อีกอย่างนึง ผมมองว่าจิมมี่ไม่ได้เสียใจที่ทำอย่างนั้นกับเดฟนครับะ เพราะพวกเขาได้ทิ้งเดฟไว้คนเดียวเรียบร้อยแล้วในเหตุการณ์ตอนเด็กๆครั้งนั้น

 

โดย: yatiko IP: 118.173.147.154 1 ธันวาคม 2551 13:52:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.